‘ในหลวง’โปรดเกล้าฯให้องคมนตรีเชิญถุงพระราชทาน มอบราษฎรประสบวาตภัยลพบุรี

'ในหลวง'โปรดเกล้าฯให้องคมนตรีเชิญถุงพระราชทาน มอบราษฎรประสบวาตภัยลพบุรี

‘ในหลวง’โปรดเกล้าฯให้องคมนตรีเชิญถุงพระราชทาน มอบราษฎรประสบวาตภัยลพบุรี

วันเสาร์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2568, 15.54 น.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยราษฎรที่ประสบวาตภัย ในโอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้องคมนตรี  และมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์  เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค ไปมอบแก่ราษฎรที่ประสบวาตภัยในพื้นที่จังหวัดลพบุรี

8 มีนาคม 2568 เวลา 10.03 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอก กัมปนาท  รุดดิษฐ์  องคมนตรี  ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์  เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 451ถุง ไปมอบแก่ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ซึ่งเป็นตัวแทนราษฎร เพื่อเชิญไปมอบแก่ราษฎรที่ประสบวาตภัยในพื้นที่จังหวัดลพบุรีต่อไป และมอบแก่ราษฎร อำเภอชัยบาดาล  ณ หอประชุมโรงเรียนชัยบาดาลวิทยา อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น และเป็นขวัญกำลังใจ

ในโอกาสนี้ องคมนตรี ได้เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ไปกล่าวให้ราษฎรที่ประสบวาตภัย และเจ้าหน้าที่ได้รับทราบ  ในการนี้ องคมนตรี ได้ลงพื้นที่เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค ไปมอบแก่ครอบครัวราษฎรที่ประสบวาตภัยในพื้นที่หมู่ที่ 1 ตำบลชัยนารายณ์ อำเภอชัยบาดาล จำนวน 3 ครอบครัว  ซึ่งเป็นผู้สูงอายุ ต่างปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ที่ได้รับพระราชทานพระมหากรุณา ทั้งนี้ องคมนตรี ได้พูดคุยให้กำลังใจและขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งหน่วยทหารจิตอาสาพระราชทาน ในการปฏิบัติหน้าที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว

ในการนี้ พลเอก กัมปนาท  รุดดิษฐ์ องคมนตรี  ได้ร่วมประชุมติดตามการแก้ไขสถานการณ์การเกิดวาตภัยในพื้นที่จังหวัดลพบุรี ณ ห้องประชุมโรงเรียนชัยบาดาลวิทยา  อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี  โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด นายอำเภอ และหัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมและรายงานการเกิดวาตภัย รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือราษฎรที่ประสบวาตภัย โดยองคมนตรี ได้เชิญพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการให้ความช่วยเหลือราษฎรให้แต่ละหน่วยงานน้อมนำไปปรับแผนในการปฏิบัติเพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปด้วยความรวดเร็ว และทั่วถึง พร้อมทั้งขอให้แต่ละหน่วยงานที่รับผิดชอบประสานความร่วมมือในการเตรียมแผน และซักซ้อมแผน เพื่อเมื่อเกิดเหตุแล้วจะทำให้การช่วยเหลือเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

จังหวัดลพบุรี แบ่งการปกครองออกเป็น 11 อำเภอ 122 ตำบล 1,126 หมู่บ้าน  โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอชัยบาดาล ได้เกิดเหตุวาตภัย เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2568 เวลาประมาณ 15.30 น.ส่งผลทำให้บ้านเรือนราษฎร สิ่งสาธารณประโยชน์ และพื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหายและได้รับผลกระทบใน  8 ตำบล 35 หมู่บ้าน และราษฎรได้รับความเดือดร้อน 451 ครัวเรือน  โดยจังหวัดลพบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งดำเนินการสำรวจและให้ความช่วยเหลือราษฎร จัดหาเครื่องอุปโภคบริโภค ที่พักอาศัยชั่วคราวให้แก่ประชาชนผู้ประสบวาตภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น และให้ราษฎรสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติสุขโดยเร็ว ทั้งนี้ ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว

009

‘รฟ. MOU เอ็มม่า อลิส’ จัดหลักสูตร‘สู่โลกนวัตกรรมในศตวรรษใหม่’เพื่อพัฒนาเด็กไทย

‘รฟ. MOU เอ็มม่า อลิส’ จัดหลักสูตร‘สู่โลกนวัตกรรมในศตวรรษใหม่’เพื่อพัฒนาเด็กไทย

‘รฟ. MOU เอ็มม่า อลิส’ จัดหลักสูตร‘สู่โลกนวัตกรรมในศตวรรษใหม่’เพื่อพัฒนาเด็กไทย

วันเสาร์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2568, 15.08 น.

‘โรงเรียนเซนต์ราฟาแอล’ ลงนา MOU ‘เอ็มม่า อลิส’ จัดหลักสูตรสู่ ‘โลกนวัตกรรมในศตวรรษใหม่’ เพื่อพัฒนาเด็กไทยจากผู้ใช้งานเป็น ‘ผู้สร้าง-นวัตกร’ ได้ด้วยตัวเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานมาว่า ที่ ห้องประชุม  โรงเรียนเซนต์ราฟาแอล  ถนนท้ายบ้าน ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ  ซิสเตอร์ดร. กาญจนา   สิงห์หา ผู้อำนวยการโรงเรียนเซนต์ราฟาแอล  ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) และสัญญาการว่าจ้าง โครงการห้องเรียนสู่โลกนวัตกรรมในศตวรรษใหม่ หลักสูตรนวัตกรรมและปัญญาประดิษฐ์ ( AI) ระหว่าง ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอ็มม่า อลิส กับโรงเรียนเซนต์ราฟาแอล  ร่วมกับนายเอกสิทธิ์  เกิดกฤษฎานนท์  ประธานกรรมการผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจํากัด เอ็มม่า อลิส  โดยมีนางนฤมล  ภู่แดง รับผิดชอบงานเทคโนโลยี และ น.ส.จีระนุช ธรรมโชโต ฝ่ายวิชาการโรงเรียนเซนต์ราฟาแอล  ร่วมเป็นสักขีพยาน เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2568

ซิสเตอร์ ดร. กาญจนา สิงห์หา ผู้อำนวยการโรงเรียนเซนต์ราฟาแอล  เปิดเผยว่า โรงเรียนเซนต์ราฟาแอล หรือในชื่อเดิม โรงเรียนราฟาแอล เปิดการสอนตั้งแต่ระดับเตรียมอนุบาล ถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ในวันนี้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) และสัญญาการว่าจ้าง โครงการห้องเรียนสู่โลกนวัตกรรมในศตวรรษใหม่ หลักสูตรนวัตกรรมและปัญญาประดิษฐ์ ( AI) กับห้างหุ้นส่วนจำกัด เอ็มม่า อลิส  ในปีการศึกษาหน้า  ซึ่งเป็นการพัฒนาระบบการเรียนการสอนให้ทันสมัยยิ่งขึ้น ตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 

ในการใช้หลักสูตรนี้เราเน้นความเข้าใจของคุณครู และความเข้าใจในเรื่องของนวัตกรรมด้วย เพราะเนื่องจากหลักสูตรของชาตินั้นเน้นให้เด็กนักเรียนทุกคนมีความเป็น นวัตกร และสามารถสร้างนวัตกรรมได้ ด้วยเหตุนี้ทางโรงเรียนจึงอยากให้เด็กได้สามารถเป็นนวัตกร นอกจากนั้นหลักสูตรนวัตกรรมดังกล่าวนี้เราจะใช้ขบวนการเรียนการสอน ที่เน้นสมรรถนะของนักเรียนที่หลักสูตรของชาติได้กำหนดเอาไว้ว่านักเรียนทุกคนต้องสมรรถนะทั้ง 5 ได้แก่ การสื่อสารเป็น คิดเป็น แก้ปัญหาเป็น สามารถมีทักษะที่ดีในการใช้ชีวิต และสุดท้ายสามารถใช้เทคโนโลยีได้ ซึ่งเป็นจุดมุ่งหมายของหลักสูตร จึงหวังอย่างยิ่งว่า การที่เราสร้างหลักสูตรนี้ช่วยให้เด็กของเรา คิดเป็น แก้ปัญหาเป็น สื่อสารเป็น และสามารถมีทักษะที่ดี รวมทั้งสามารถบูรณาการในเทคโนโลยีต่างๆในการเป็นนวัตกร ซึ่งถือว่าจะตอบโจทย์ในการพัฒนาเด็ก ซึ่งส่วนใหญ่เด็กไทยเราจะมีปัญหาเรื่องความสามารถในการคิดวิเคราะห์ที่ค่อนข้างจะอ่อน และการใช้เทคโนโลยีในฐานผู้สร้างมากกว่าเป็นผู้ใช้งานอย่างเดียว จึงเชื่อว่าหลักสูตรนี้จะช่วยในการพัฒนาเด็กให้เป็นผู้สร้างหรือเป็นนวัตกรได้ด้วยตัวเอง

ด้าน นายเอกสิทธิ์ เกิดกฤษฎานนท์ ประธานกรรมการผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจํากัด เอ็มม่า อลิส กล่าวว่า ทางเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันความสำเร็จให้นักเรียน โรงเรียนเซนต์ราฟาแอล ได้พัฒนาขีดความสามารถในการเตรียมความพร้อมรับมือกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา  พร้อมที่จะนำความรู้ ทักษะ ด้านนวัตกรรม และเทคโนโลยี ไปบูรณาการร่วมกับความรู้ในสาขาที่นักเรียนต้องการศึกษาต่อในระดับสูงได้  เมื่อจบการศึกษาออกมามี ‘ความเก่งวิชาการ เชี่ยวชาญนวัตกรรม’  สามารถสร้างสรรค์อนาคตได้   คาดหวังให้นักเรียนทุกคนได้คิด และลงมือปฏิบัติจริง สามารถแก้ไขปัญหาได้ นำความรู้ทั้งหลายเหล่านี้ไปใช้ประยุกต์หรือหาโอกาสกับการทำงานของตนเองทุกสาขาในอนาคตได้ หรือแม้กระทั่งสามารถพัฒนาตนเองเป็นเจ้าของธุรกิจ (Startup) ในภายภาคหน้าได้อีกด้วย /// – 026

ศธ.พร้อมฟันวินัยครูกระทำผิดต่อนร.พร้อมถอดใบอนุญาต

ศธ.พร้อมฟันวินัยครูกระทำผิดต่อนร.พร้อมถอดใบอนุญาต

ศธ.พร้อมฟันวินัยครูกระทำผิดต่อนร.พร้อมถอดใบอนุญาต

วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2568, 17.14 น.

ศธ. เตือนอย่าท้าทายระบบ พบเคสฉาวฟันไม่รอ จ่อเสิร์ฟวินัยร้ายแรง คุรุสภารับลูกต่อถอดใบประกอบวิชาชีพ

วันนี้ (7 มี.ค.) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยถึงกรณีครู หรือข้าราชการกระทำผิดวินัยร้ายแรง ผิดจรรยาบรรณหรือกระทำการที่ไม่เหมาะสม ทำให้กระทบต่อความน่าเชื่อถือของวงการการศึกษาไทย ต้นสังกัดเดินหน้าลงโทษและคุรุสภาพร้อมรับไม้ต่อเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เตือนอย่าท้าทายระบบผิดจริงฟันจริงไม่มีแผ่วแน่นอน

โฆษก ศธ.กล่าวว่า พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ และนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมช.ศึกษาธิการ ได้กำชับหนักแน่นถึงเรื่องนี้เป็นอย่างมาก นี่คือการเตือนอย่างเป็นทางการให้รับทราบทั่วกันว่า “อย่าท้าทายระบบ” กระทรวงศึกษาธิการ พร้อมดำเนินการลงโทษเด็ดขาด อย่างรวดเร็ว โดยไม่มีการผ่อนปรนทุกกรณี ไม่ว่าจะเป็นการกระทำที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ การทุจริต หรือการสร้างผลเสียต่อผู้อื่น โดยเฉพาะการล่วงละเมิดทางเพศทั้งกับเด็กนักเรียน กับครูด้วยกันเอง หรือแม้กระทั่งผู้ใหญ่รังแกผู้น้อย แม้เพียงเล็กน้อยก็กระทบต่อสภาพร่างกายและจิตใจไม่มีใครยอมรับได้

นายสิริพงศ์ กล่าวอีกว่า ช่วงหลังจะเห็นจากข่าว ว่ากระทวงศึกษาธิการ เอาจริงในเรื่องนี้ชัดเจนมาก เพื่อเป็นตัวอย่างให้ดูว่า เราใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดในการจัดการผู้ที่ผิดวินัยร้ายแรง คนเป็นครูควรที่จะประพฤติตนให้เหมาะสมกับจรรยาบรรณวิชาชีพ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับสังคมว่าเราไม่ยอมให้ใครทำลายเกียรติจากการกระทำไม่ดีของคนเพียงไม่กี่คน และเพื่อคัดกรองบุคลากรที่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีคุณภาพในการพัฒนาการศึกษาของชาติให้เป็นไปในทิศทางที่ดีมีประสิทธิภาพ

“ในยุคนี้จะไม่ยอมให้มีเรื่องฉาวในวงการการศึกษาเล็ดลอดสายตาอย่างเด็ดขาด  ขอให้ผู้เรียน ครูและผู้ปกครองสบายใจได้ว่าเราจะดำเนินการจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อให้เห็นถึงความใส่ใจเรื่องความปลอดภัยในสถานศึกษา กรณีผิดร้ายแรงจะได้รับการพิจารณาอย่างรวดเร็ว โทษสถานหนักคือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ หมดหนทางไปต่อบนเส้นทางครูอนาคตดับวูบทันที” โฆษก ศธ.กล่าว

ทั้งนี้ ข้อมูลจากคุรุสภา เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี 2554-2568 หรือตลอด 13 ปี คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพของคุรุสภา มีการดำเนินการทางจรรยาบรรณวิชาชีพแล้ว 1,091 เรื่อง โดยมีการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแล้ว 110 ราย

‘คณะธรรมทูต’มอบรูปหล่อ’ครูบาศรีวิชัย’ แก่’สปป.ลาว’หนุนยูเนสโกประกาศเป็นบุคคลสำคัญ

'คณะธรรมทูต'มอบรูปหล่อ'ครูบาศรีวิชัย' แก่'สปป.ลาว'หนุนยูเนสโกประกาศเป็นบุคคลสำคัญ

‘คณะธรรมทูต’มอบรูปหล่อ’ครูบาศรีวิชัย’ แก่’สปป.ลาว’หนุนยูเนสโกประกาศเป็นบุคคลสำคัญ

วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.47 น.

คณะธรรมทูต มอบรูปหล่อครูบาศรีวิชัย แก่ สปป.ลาว หนุนยูเนสโกประกาศเป็นบุคคลสำคัญ พร้อมส่งคืนพระพุทธรูปโบราณ 

7 มี.ค.68 นายอุปกิต ปาจรียางกูร อดีตสมาชิกวุฒิสภา(สว.) ในฐานะหัวหน้าผู้แทนผู้ทำหน้าที่กระบวนการธรรมทูต สายประเทศศรีลังกา เมียนมา และ สปป.ลาว   เปิดเผยว่า ได้นำคณะธรรมทูต และผู้แทนมูลนิธิข่วงพระเจ้าล้านนา อาทิ นายปรีชา บัววิรัตน์เลิศ นายจิรชัย มูลทองโร่ย อดีต สว.เข้าพบนายคำพัน อั่นลาวัน เอกอัครราชทูต สปป.ลาว ประจำประเทศไทย โดยอัญเชิญองค์รูปหล่อครูบาเจ้าศรีวิชัยขนาดหน้าตัก 30 นิ้ว และมอบชุดประกาศเกียรติคุณครูบาเจ้าศรีวิชัย ให้แก่เอกอัครราชทูต สปป.ลาว เพื่อนำไปประดิษฐาน ณ วัดองค์ตื้อมหาวิหาร นครหลวงเวียงจันทน์ ซึ่งถือเป็นกิจกรรมหนุนเสริมการเผยแพร่และประกาศเกียรติคุณองค์ครูบาเจ้าศรีวิชัย ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกด้านการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ขององค์กรยูเนสโก ในวาระครบรอบ 150 ปี ชาตกาล โดยก่อนหน้านี้ได้มอบให้แก่ประเทศศรีลังกา และเมียนมา ไปแล้ว

นายอุปกิต กล่าวว่า ในโอกาสเดียวกัน ได้มอบพระพุทธรูปสำคัญที่สูญหายในช่วงสงครามอินโดจีน ส่งคืนสู่มาตุภูมิ โดยพระพุทธรูปดังกล่าวเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย เนื้อสัมฤทธิ์ หน้าตักกว้าง 38.5 ซม.สูง 74 ซม.เป็นรูปแบบตามศิลปะล้านช้างในช่วงพุทธศตวรรษที่ 19-24 หรือประมาณ 200-700 ปีมาแล้ว ได้มาจากพ่อค้าซึ่งประมูลมาจากพิพิธภัณฑ์ส่วนตัวในประเทศฝรั่งเศส และต่อมาได้ร่วมกับกรมศิลปากร ค้นคว้าจากหลักฐานต่างๆ เช่น รูป ภาพสเก็ตช์ จารึกบนฐานพระพุทธรูป ทราบว่าเป็นพระพุทธรูปสำคัญที่เคยประดิษฐานในวัดเพียวัด เมืองคูณ แขวงเชียงขวาง สปป.ลาว จึงมีความประสงค์ที่จะส่งคืนเพื่อให้เป็นสมบัติและเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาประวัติศาสตร์ ตลอดจนมีคุณค่าทางจิตใจที่ได้เก็บรักษาภูมิปัญญาของบรรพบุรุษชนชาติลาวต่อไป 

นายคำพัน อั่นลาวัน กล่าวว่า ขอขอบใจคณะผู้เกี่ยวข้องที่ร่วมผลักดันเรื่องนี้กันมาเกือบ 1 ปีจนสำเร็จลุล่วง ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดี เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมในโอกาสเฉลิมฉลอง 75 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – สปป.ลาว ซึ่งพระพุทธรูปโบราณจะนำไปประดิษฐาน ณ สถานที่เดิมคือ วัดเพียวัด

ศธ.สั่งลงดาบครูล่วงละเมิดนร.พร้อมดูแลสภาพจิตใจเด็ก

ศธ.สั่งลงดาบครูล่วงละเมิดนร.พร้อมดูแลสภาพจิตใจเด็ก

ศธ.สั่งลงดาบครูล่วงละเมิดนร.พร้อมดูแลสภาพจิตใจเด็ก

วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2568, 12.16 น.

สพฐ. สั่งลงดาบ ครูล่วงละเมิดอย่างเด็ดขาด พร้อมดูแลสภาพจิตใจนักเรียนเป็นสำคัญ

วันนี้ (7 มี.ค.) ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏบนสื่อออนไลน์ กรณีครูชำนาญการโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมเนื่องจากมีพฤติกรรมล่วงละเมิดนักเรียนในโรงเรียนหลายครั้ง โดย สพฐ.ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาต้นสังกัด แล้ว ซึ่งไม่ได้เพิกเฉยต่อเหตุการณ์ลักษณะนี้อย่างเด็ดขาด ขณะนี้ครูคนดังกล่าว ได้ถูกดำเนินการทางวินัยโดยให้ออกจากราชการไว้ก่อน และได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงแล้ว หากพบว่ามีมูลความผิดเป็นไปตามข้อกล่าวหาจริง บทลงโทษทางวินัย คือการปลดออก-ไล่ออก เท่านั้น ส่วนทางด้านการดำเนินคดีทางกฎหมาย ทางโรงเรียนและเขตพื้นที่ฯ จะติดตามความคืบหน้าของคดีอย่างใกล้ชิดต่อไป

ขณะที่อีกกรณี คือรักษาการผู้อำนวยการ (ผอ.) โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับการร้องเรียนว่ามีพฤติกรรมกระทำอนาจารนักเรียนในโรงเรียน ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง และสั่งการให้รักษาการ ผอ.โรงเรียนคนดังกล่าว เข้ามาประจำที่สำนักงานเขตพื้นที่ฯ เป็นการชั่วคราว เพื่อให้การสืบสวนเป็นไปอย่างสะดวก ปรากฏข้อเท็จจริง และป้องกันไม่ให้ผู้ถูกกล่าวหาเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพยานบุคคล หลักฐาน และเพื่อความปลอดภัยของนักเรียนผู้ถูกกระทำ ทั้งนี้ หากผลการสืบสวนข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติได้ว่ามีการกระทำละเมิดจริง จะดำเนินการทางวินัยอย่างร้ายแรงต่อไป

“การที่ครูและผู้บริหารโรงเรียนแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อนักเรียน เป็นการกระทำที่ขัดต่อจรรยาบรรณวิชาชีพและนโยบายของ สพฐ.อย่างร้ายแรง ไม่สามารถยอมรับได้ ทั้งยังขัดต่อนโยบายเรียนดี มีความสุขของ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ และนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมช.ศึกษาธิการ ที่เน้นย้ำให้โรงเรียนต้องเป็นสถานที่ปลอดภัยที่สุด ทั้งนี้ สพฐ.ได้กำชับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแห่ง ให้กำกับ ติดตาม สถานศึกษาในสังกัดให้ดำเนินการตามมาตรการความปลอดภัยและแผนเผชิญเหตุอย่างเคร่งครัด หากเกิดเหตุในลักษณะดังกล่าว ต้องคำนึงถึงสภาพจิตใจของนักเรียนเป็นสำคัญ และดำเนินการกับผู้ที่กระทำผิดอย่างเด็ดขาด รวมถึงเอาใจใส่ ตรวจตราความปลอดภัยในโรงเรียนอย่างทั่วถึง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้อีก” เลขาธิการ กพฐ.กล่าว

‘วัดไทยลุมพินี เนปาล-วัดพระธรรมกาย’บวชสามเณรท้องถิ่นเนปาล 500

‘วัดไทยลุมพินี เนปาล-วัดพระธรรมกาย’บวชสามเณรท้องถิ่นเนปาล 500

‘วัดไทยลุมพินี เนปาล-วัดพระธรรมกาย’บวชสามเณรท้องถิ่นเนปาล 500

วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.39 น.

‘วัดไทยลุมพินี เนปาล-วัดพระธรรมกาย’บวชสามเณรท้องถิ่นเนปาล 500 รูป ถวายเป็นพุทธบูชา-ถวาย ‘พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว’

ที่มหาวิหารมายาเทวี ชาตสถานอุทยานลุมพินีที่ประสูติขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล วันที่ 4 มี.ค.68 มีพิธีบรรพชาสามเณรท้องถิ่นเนปาล จำนวน 500 รูป ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานผ้าไตร จำนวน 3 ไตร เพื่อถวายแก่พระอุปัชฌาย์ ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ภายในพิธีได้รับความเมตตาจากคณะสงฆ์ไทย โดย พระเดชพระคุณพระพรหมเสนาบดี ที่ปรึกษากรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดปทุมคงคาราชวรวิหาร เจ้าคณะภาค 7 เป็นประธานสงฆ์ พร้อมด้วย พระศรีโพธิวิเทศ เจ้าอาวาสวัดไทยลุมพินี รองหัวหน้าพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย-เนปาล, พระครูพิศาลธรรมโสภณ ประธานคณะกรรมการสงฆ์เนปาล พระครูวิบูลนิติธรรม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย และ คณะสงฆ์เนปาล นำโดย ท่านสังฆนายก โพธิเสน มหาเถโร  พระมหาเถระ จากทั้งเถรวาท มหายาน และวัชรยาน เข้าร่วมพิธี

นายสุวพงศ์ ศิริสรณ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงกาฐมาณฑุ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยเจ้าภาพสาธุชนกัลยาณมิตรทั้งไทย และเนปาล ร่วมงานเป็นจำนวนมาก และท่าน Vice Chairman Dr.Lharkyal Lama (Khenpo Chimed) รองประธาน Lumbini development trust  ซึ่งเป็นผู้ดูแลบริหาร สวนลุมพินี เป็นผู้กล่าวต้อนรับ

โครงการบรรพชาสามเณร 500 รูป ถวายเป็นพุทธบูชา และถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์ – 16 มีนาคม พ.ศ. 2568 จัดขึ้นโดยความร่วมมือ ระหว่าง พระธรรมทูต สายอินเดีย-เนปาล คณะสงฆ์เนปาล ซึ่งมีวัดพระธรรมกาย มูลนิธิธรรมกาย ประเทศไทย, LDT  ,PSN และองค์กรภาคีดำเนินงาน ให้ประสบความสำเร็จ  ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ถวายเป็นพุทธบูชา ณ แดนประสูติขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า (2) ถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเจริญพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 (3) เสริมสร้างความสามัคคีระหว่างพุทธศาสนิกชนชาวไทยและเนปาลให้เกิดความร่วมมือในการเผยแผ่สืบทอดพระพุทธศาสนา (4) เสริมสร้างโอกาสให้ทุกคนได้ร่วมสร้างบุญกุศลและส่งเสริมคุณธรรมในสังคม (5) เปิดโอกาสให้ผู้บรรพชาได้ตอบแทนพระคุณบิดามารดาและเป็นโอกาสในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยศีลธรรม และ (6) เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูวัฒนธรรมประเพณีทางพระพุทธศาสนาให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับนานาชาติ

ด้านพระอาจารย์ ถาวร ถาวโร ประธานศูนย์ส่งเสริมศีลธรรมลุมพินี ประเทศเนปาล กล่าวเพิ่มเติมว่า “การทำหน้าที่เผยแผ่พระพุทธศาสนา ด้วยการเป็นกัลยาณมิตรชักชวนให้ชาวโลกมาร่วมกันทำความดี เป็นหน้าที่ที่สำคัญของเราชาวพุทธ ส่วนการบรรพชานี้ ไม่เพียงเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสถึงคุณค่าของการเป็นสมณะ หากยังเป็นสะพานเชื่อมสายสัมพันธ์ระหว่างพุทธศาสนิกชนชาวไทยและเนปาล ให้เกิดความร่วมมือในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา อันจะนำไปสู่ความมั่นคง และความเจริญรุ่งเรืองของพระธรรมวินัย และพระพุทธศาสนาในอนาคตสืบต่อไป ที่สำคัญ ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานผ้าไตร จำนวน 3 ไตร แด่ธรรมทายาทด้วย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ขอพระองค์ทรงพระเจริญ”

ศธ.แก้ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าสร้างสถานศึกษาปลอดภัย

ศธ.แก้ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าสร้างสถานศึกษาปลอดภัย

ศธ.แก้ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าสร้างสถานศึกษาปลอดภัย

วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.05 น.

ก.ค.ศ.ขานรับมาตรการป้องกันบุหรี่ไฟฟ้า สร้างสถานศึกษาปลอดภัย เตือนโทษวินัยหากพบการกระทำผิด

วันนี้ (7 มี.ค.) พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.กระทรวงศึกษาธิการ และคณะผู้บริหารองค์กรในสังกัด/ในกำกับ มีมติเห็นชอบแผนและมาตรการเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าของกระทรวงศึกษาธิการ โดยให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาบุหรี่ในเด็กและเยาวชน จากการประชุมประสานภารกิจ เมื่อวันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ เนื่องจากบุหรี่ไฟฟ้าเป็นปัญหาสำคัญที่รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไข กระทรวงศึกษาธิการได้ขับเคลื่อนมาตรการในการควบคุมและป้องกันการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษา ทั้งการปรับปรุงกฎหมาย การสร้างเครือข่ายในการแก้ไขปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าร่วมกับหลายภาคส่วน รวมทั้งการสร้างความตระหนักรู้ในกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งการดำเนินการเหล่านี้จะช่วยให้สถานศึกษาเป็นพื้นที่ปลอดภัยและมีคุณภาพ เอื้อต่อการเรียนรู้ที่ดี การสูบบุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษาไม่เพียงแต่ผิดกฎหมายเท่านั้น แต่ยังถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดวินัย เนื่องจากบุหรี่ไฟฟ้าถูกห้ามนำเข้าและครอบครองในประเทศไทย ตามประกาศของกระทรวงพาณิชย์และ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 อีกทั้งสถานศึกษาเองยังถูกกำหนดให้เป็นเขตปลอดบุหรี่ทั้งหมดซึ่งมีบทกำหนดโทษอย่างชัดเจน

รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา รักษาราชการแทนเลขาธิการ ก.ค.ศ.กล่าวว่า ขอให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกท่าน ตระหนักถึงคุณธรรมและจริยธรรม ไม่กระทำพฤติกรรมที่ขัดต่อกฎระเบียบ และจะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติตามกฎหมาย รวมทั้งส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษาปฏิบัติตามกฎระเบียบด้วย หากพบว่าผู้บริหารสถานศึกษา ครู หรือบุคลากรทางการศึกษามีการใช้บุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงปล่อยปละละเลยหรือสนับสนุนการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษา จะถูกดำเนินการทางวินัย ซึ่งอาจเข้าข่ายการกระทำผิดวินัยใน พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547  ที่ระบุให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องประพฤติเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้เรียน ชุมชน สังคม รักษาชื่อเสียงของตนและรักษาเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการมิให้เสื่อมเสีย ทั้งนี้ เพื่อสร้างความเข้มงวดในการควบคุมการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษา และเพื่อให้ครูเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็กและเยาวชนของประเทศต่อไป

รร.ฤทธิยะฯ เตรียมแจกที่อุดหูให้นักเรียนสอบ A Level รับมือเสียงรบกวน ทอ.โชว์ฝูงบิน

รร.ฤทธิยะฯ เตรียมแจกที่อุดหูให้นักเรียนสอบ A Level รับมือเสียงรบกวน ทอ.โชว์ฝูงบิน

รร.ฤทธิยะฯ เตรียมแจกที่อุดหูให้นักเรียนสอบ A Level รับมือเสียงรบกวน ทอ.โชว์ฝูงบิน

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568, 21.52 น.

วันที่ 6 มีนาคม 2568 โรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย ออกประกาศระบุว่า เนื่องด้วยกองทัพอากาศจัดงาน “ครบรอบ 88 ปี กองทัพอากาศ” ในวันเสาร์ที่ 8 มี.ค. 2568 ซึ่งตรงกับการสอบ A Level ซึ่งโรงเรียนเป็นสนามสอบหนึ่ง

โดยงานดังกล่าว มีกิจกรรมการแสดงเครื่องบินผาดโผนส่งผลให้มีเสียงดัง อาจรบกวนการสอบ ทางสนามสอบฯ ร่วมกับกองทัพอากาศ “จัดเตรียมเครื่องปลั๊กอุดหู (EAR PLUG)” ให้กับผู้เข้าสอบเพื่อลดเสียงรบกวน

ทั้งนี้ กองทัพอากาศ (ทอ.) จัดการแสดง Air Show ในโอกาสครบรอบ 88 ปี ทอ. ในวันที่ 7 – 8 มีนาคม 2568 และมีการฝึกซ้อมการแสดงในวันที่ 5 มีนาคม 2568 ณ กองบิน 6 ดอนเมือง

‘ราชบุรี’เร่งปฏิรูปการศึกษา ขยายเวลา’พว.’สร้างนวัตกร

'ราชบุรี'เร่งปฏิรูปการศึกษา ขยายเวลา'พว.'สร้างนวัตกร

‘ราชบุรี’เร่งปฏิรูปการศึกษา ขยายเวลา’พว.’สร้างนวัตกร

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568, 17.28 น.

เทศบาลเมืองโพธาราม ราชบุรีขยายผลจัดการเรียนรู้มาพัฒนาสู่ทักษะอาชีพ (Soft Power) ขยายเวลาความร่วมมือกับ พว.พัฒนาการเรียนรู้ แบบ Active Learning โดยดำเนินการตามกรอบแนวทางสอดคล้องกับแผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) ด้านการศึกษาที่ได้กำหนดกิจกรรมปฏิรูปที่ 2 ยกระดับสมรรถนะของผู้เรียนให้เกิดขีดความสามารถเป็นนวัตกรตามที่ยุทธศาสตร์ชาติกำหนด และเน้นให้นักเรียนตระหนักการมีส่วนในการเชิดชูวัฒนธรรมไทยด้วย

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2568 ที่หอประชุมเทศบาลเมืองโพธาราม จังหวัดราชบุรี ได้จัดโครงการเปิดบ้านวิชาการเสริมความรู้สู่ทักษะอาชีพ ของโรงเรียนในสังกัด พร้อมพิธีลงนามความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการ ระหว่างโรงเรียนเทศบาลวัดไทรทารีรักษ์ (มณีวิทยา) โดย นายประมวล พฤฑฒิกุล ผู้อำนวยการโรงเรียน กับสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) โดย นายไพศาล โรจน์สราญรมย์ รองประธานกรรมการบริหารสถาบัน แทน ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหารสถาบัน พว.ซึ่งการลงนามครั้งนี้เป็นการลงนามครั้งที่ 2 เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในปีที่ 4 – 6 หลังจากเคยลงนามมาแล้วครั้งหนึ่งเป็นระยะเวลา 3 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะอยู่ในรูปแบบของการประสานงานความร่วมมือของสถาบัน พว.และทางโรงเรียนเทศบาลวัดไทรอารีรักษ์ โดยเน้นถึงความสำคัญและตระหนักถึงประโยชน์ของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันที่มีต่อการพัฒนาการเรียนรู้ แบบ Active Learning โดยดำเนินการตามกรอบแนวทางสอดคล้องกับแผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) ด้านการศึกษาที่ได้กำหนดกิจกรรมปฏิรูปที่ 2 การพัฒนาการจัดการเรียนการสอนสู่การเรียนรู้ฐานสมรรถนะ

“เพื่อตอบสนองการเปลี่ยนการเรียนการสอนในปัจจุบันไปสู่การเรียนรู้ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูง เชิงระบบ GPAStep ภาใต้หลักสูตรอิงมาตรฐาน (Standard – based Curriculum) ด้วยการพัฒนาคุณภาพและศักยภาพ”

นอกจากนี้ ยังส่งเสริมความเป็นเลิศทางวิชาชีพของครูและบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียน ในการยกระดับคุณภาพผู้เรียนให้มีความถนัดและความลาดที่แตกต่างกัน ผู้เรียนสามารถถักทอสร้างความรู้ได้เองจนถึงระดับหลักการ เกิดสมรรถนะและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ทุกด้าน รวมทั้งเกิดผลลัพธ์เป็นผลผลิต เช่น ชิ้นงาน โครงงาน นวัตกรรม จนส่งผลให้ผู้เรียนทุกคนสามารถพัฒนาเป็นนวัตกรได้ตามที่ยุทธศาสตร์ชาติกำหนดไว้

นายเกรียงศักดิ์ นุตตะโร ผู้อำนวยการกองการศึกษา เทศบาลเมืองโพธาราม กล่าวว่า การลงนามในบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการของสององค์กรนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของเทศบาลเมืองโพธารามที่จะยกระดับการเรียนการสอนของสถานศึกษาในสังกัด จะเป็นการต่อยอดจากช่วง 3 ปีแรก ซึ่งพบว่าคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษาในสังกัดเทศบาลเมืองโพธาราม มีการยกระดับสูงขึ้น นำไปสู่การนำผลงานของนักเรียนมาแสดงในส่วนของการนำกิจกรรมการจัดการเรียนรู้มาพัฒนาสู่ทักษะอาชีพ (Soft Power) ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลด้วย

ด้าน นายประมวล พฤฑฒิกุล ผอ.โรงเรียนเทศบาลวัดไทรอารีรักษ์ กล่าวว่า แนวคิดในการจัดโครงการเปิดบ้านวิชาการเสริมความรู้สู่ทักษะอาชีพในครั้งนี้ มีการสอดแทรกเข้าไปในหลักสูตรของโรงเรียนและมีการนำผลขยายจากหลักสูตรสู่นักเรียน ทำให้นักเรียนตระหนักการมีส่วนในการเชิดชูวัฒนธรรมไทยได้ด้วย

สุดท้าย ดร.กรัณย์พล วิวรรธมงคล วิทยากรจากสถาบัน พว.กล่าวว่า พว.ได้มุ่งเน้นในเรื่องของการยกระดับคุณภาพผลการสอบโอเน็ตของนักเรียนและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 และมุ่งส่งเสริมการขับเคลื่อนชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อให้ครู/บุคลากรทางการศึกษา ชุมชน และหน่วยงานต่างๆ ได้ร่วมมือกันในการพัฒนายกระดับสมรรถนะของผู้เรียนให้เกิดขีดความสามารถเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล

– 006

คณะผู้แทนกระทรวง อว. เข้าร่วมงานประชุมสมัชชาใหญ่ ISC ณ โอมาน

คณะผู้แทนกระทรวง อว. เข้าร่วมงานประชุมสมัชชาใหญ่ ISC ณ โอมาน

คณะผู้แทนกระทรวง อว. เข้าร่วมงานประชุมสมัชชาใหญ่ ISC ณ โอมาน

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ประธานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) พร้อมด้วยดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) นำคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่ของ ISC ณ กรุงมัสกัต ประเทศโอมาน เมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา เพื่อหารือประเด็นสำคัญด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (ววน.) ของโลก รวมถึงทิศทางนโยบายของเครือข่าย ISC

เซอร์ ปีเตอร์ กลุคแมน ที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ประจำนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ และประธาน ISC เป็นประธานการประชุมตลอดระยะเวลา2 วัน โดยคณะบริหาร ISC ได้นำเสนอผลการดำเนินงานในประเด็นยุทธศาสตร์หลักได้แก่ ผลกระทบของวิทยาศาสตร์ต่อสังคม อิสรภาพและจริยธรรมทางวิชาการ และการส่งเสริมบทบาทของประเทศที่ยังมีส่วนร่วมน้อย ที่ประชุมมีมติรับรองแผนยุทธศาสตร์และแผนการเงินประจำปี 2568 พร้อมทั้งให้ข้อแนะนำเชิงนโยบายสำหรับการดำเนินงานในอนาคต

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล กล่าวว่า ISC เป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ที่ได้รับการสนับสนุนจากหลายหน่วยงานทั่วโลก และมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากส่งผลให้สามารถรวบรวมข้อมูลที่กว้างขวางรวมถึงจัดทำรายงานและข้อเสนอเชิงนโยบายด้านวิทยาศาสตร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประเทศไทยจึงเห็นโอกาสและประโยชน์ในการพัฒนาความร่วมมือกับเครือข่าย ISC ให้เพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) โดยความร่วมมือระหว่าง สกสว. และ วช.มุ่งมั่นที่จะพัฒนานโยบายด้านวิทยาศาสตร์ร่วมกับนานาประเทศผ่านเครือข่าย ISC พร้อมทั้งผลักดันนโยบายที่ส่งเสริมการใช้วิทยาศาสตร์เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมไทยอย่างเป็นรูปธรรม