
‘เพิ่มพูน’ปลุกเร้ายกระดับคุณภาพนักเรียนเตรียมสอบ PISA ส.ค.นี้ หวังผลสอบปีนี้คะแนนเพิ่มขึ้น
วันจันทร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 17.42 น.
’เพิ่มพูน‘ ปลุกเร้ายกระดับคุณภาพนักเรียนเตรียมสอบ PISA ส.ค.นี้ หวังผลสอบปีนี้คะแนนเพิ่มขึ้น
10 กุมภาพันธ์ 2568 พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมชี้แจงเตรียมความพร้อมครูผู้สอน PISA ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 (ม.3) และ, ม.4 ปีการศึกษา 2568 ณ ห้องถ่ายทอดสด OBEC Channel สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ผ่านระบบออนไลน์ ว่า เป็นที่ทราบกันดีว่าผลการประเมินการยกระดับคุณภาพการศึกษาสู่มาตรฐานสากล หรือ (PISA) ของเราที่ผ่านมาต่ำลงมาเลื่อยๆ จึงส่งผลกระทบต่อประเทศชาติ ทำให้นักลงทุนต่างชาติหันเหไปลงทุนในประเทศอื่นแทน ดังนั้น จึงเป็นความท้าทายที่พวกเราทุกคนต้องมาร่วมมือกันในการดำเนินการยกระดับคุณภาพการศึกษา และตนในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และในฐานะประธาน PISA จึงอยากจะเรียกร้องและวิงวอนทุกคนช่วยกันพัฒนาคุณภาพการศึกษา ให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเราจะต้องมีการเตรียมความพร้อมนักเรียนของเราที่จะได้รับการสุ่มในการเข้าประเมิน PISA ในช่วงเดือนสิงหาคม 2568 นี้ ซึ่งเป็นความท้าทายอย่างยิ่งที่เราจะต้องมาช่วยกันสร้างเด็กของเราให้มีความฉลาดรู้ ฉลาดคิด ฉลาดทำ เพื่อตอบสนองในการที่จะทำให้เด็กของเรามีคุณภาพการศึกษาดีขึ้น
รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า และเป็นที่ทราบกันดีว่าเด็กของเราการอ่านอาจจะยังไม่ลึกซึ้ง ไม่ละเอียด ซึ่งการวัดมาตรฐานสากล การอ่านถือเป็นสิ่งสำคัญ จึงอยากฝากพวกเราเน้นส่งเสริมให้น้องๆนักเรียนของเรามีความตั้งใจในการอ่าน การคิดวิเคราะห์เพื่อไปตอบข้อสอบ PISA หรือ ในการทำงานต่าง ๆ ถ้าพวกเราช่วยกันก็ถือเป็นการช่วยประเทศชาติของเรา เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน เพื่อให้มาลงทุนในประเทศไทย ก็ขอขอบคุณอาจารย์ธงชัย ชิวปรีชา ประธานคณะทำงาน PISA และผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งคุณครู ศึกษานิเทศก์ และบุคลากรที่เกี่ยวข้องที่มีส่วนร่วมในการที่จะทำงานเพื่อชาติ ในการที่จะเพิ่มคุณภาพการศึกษาของเด็กให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และขอเป็นกำลังกำลังใจพวกเราที่จะจับมือไว้แล้วไปด้วยกัน ในการที่จะทำให้เด็กๆ ลูกๆนักเรียนของเรา หรือน้องๆนักเรียนของเรา มีความรู้ความสามารถมีคุณภาพการศึกษาที่ดีขึ้นและสร้างความเท่าเทียมทางการศึกษา
พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายหลังจากที่ ศธ. มีการดำเนินการเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับ PISA มาระยะหนึ่งแล้ว ในวันนี้ก็ได้มีโอกาสมาประชุมเพื่อปลุกเร้าการดำเนินการเตรียมความพร้อมไปถ่ายทอดให้กับนักเรียนได้ศึกษาคู่มือความฉลาดรู้ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาของน้องๆนักเรียนในการเตรียมตัวเข้าสอบ PISA วันนี้เป็นการดำเนินการทุกหน่วยการศึกษา ทั้งที่อยู่ในสังกัดศธ. ,สังกัด กทม. ,สังกัดท้องถิ่น, สังกัดกระทรวง อว.,สังกัดสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นการดำเนินงานร่วมกัน
“ผมขอวิงวอนขอร้องและเป็นกำลังใจให้กับบุคลากรทุกๆท่านในการร่วมกันพัฒนาการศึกษาเราให้มีคุณภาพ ถ้าผลการประเมิน PISA ดีขึ้นก็ถือว่าเป็นการช่วยชาติ ในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างประเทศให้จะมาลงทุนในประเทศไทย และฝากถึงน้องๆนักเรียนไม่ว่าจะอยู่ระดับไหนก็ตาม อยากให้เรียนอย่างมีความสุข ตามนโยบาย ”เรียนดี มีความสุข“ และตั้งใจเรียนหนังสือให้มีพัฒนาการที่ดี สร้างคุณภาพการศึกษาให้ดีขึ้น สงสัยอะไรให้ถามครู สงสัยอะไรให้ถามเพื่อน สงสัยอะไรให้ถามพี่ เราอยากเก็บความสงสัยไว้ และให้ตั้งใจเรียน เป็นเด็กดี แล้วร่วมมือกันทำให้ประเทศไทยของเราเป็นที่น่าเชื่อถือของสากลโลกในการที่จะเข้ามาลงทุนหรือเข้ามาท่องเที่ยว” รมว.ศธ. กล่าว
รมว.ศธ. กล่าวด้วยว่า ศธ. ได้วางแผนไว้เบื้องต้นว่า ผลการประเมิน PISA ของเราปีนี้ จะเพิ่มขึ้นจากเดิม 5 คะแนน แต่ทั้งนี้การศึกษาเราก็เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าต้องใช้เวลา แต่ปีนี้ถ้าเพิ่มได้ 5 คะแนน ปีต่อไปก็อาจจะเพิ่มเป็น 10 คะแนนตามสเต็ป และเป้าหมายสุดท้ายคือ การศึกษาของเราจะต้องเทียบเท่ากับ OECD ซึ่งเป็นเป้าหมายของเราที่จะต้องทำต่อไป แต่ตนบอกไว้อยู่แล้วว่า กรุงโรมไม่ได้สร้างภายในวันเดียว การศึกษาก็เช่นกัน ดังนั้น การศึกษาของเรา จะต้องทำเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งเด็กของเราจริงๆก็มีกลุ่มที่เป็นเลิศอยู่จำนวนมาก มีคะแนนสูงกว่า OECD เยอะ แต่ที่เรากำลังทำขณะนี้ คือทำมาตรฐานในภาพรวม เด็กของเราทุกคนจะต้องยกระดับให้ได้มาตรฐาน OECD หมดทุกคน ซึ่งเราก็ได้ดำเนินการในการ ผ่านระบบการสอบโอเน็ต และการสร้างความพร้อม เพื่อให้เด็กมีความคุ้นชินในการทำแบบทดสอบของ PISA ซึ่งเป็นแบบทดสอบสากล ที่นานาประเทศยอมรับ เป็นขบวนการสอบวัดไม่ใช่เฉพาะเรื่องความรู้ ความจำอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องทักษะความคิด การอ่านต่างๆ
“ขณะนี้เราได้กระจายความรู้การทำแบบทดสอบ PISA ไปทุกพื้นที่แล้ว แต่ยังไม่ครบทุกคน ส่วน การให้ความรู้กับครูผู้สอนทำได้เกือบ 50% แล้ว ซึ่งผมก็อยากให้ครูทุกระดับชั้นมีกระบวนการในการเรียนรู้เรื่องของการออกข้อสอบแนว PISA และต่อไปก็จะนำแนวทางข้อสอบของ PISA ในเชิงคิด วิเคราะห์ มาปรับใช้ในการสอบเข้าเรียน หรือการสอบเลื่อนระดับชั้นด้วย เพราะแนวข้อสอบ PISA วัดเด็กได้หลายอย่าง ทั้งนี้ ศธ.จะพยายามลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ด้วยนโยบาย Anywhere Anytime เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา และพยายามส่งสื่อการเรียนรู้ไปให้ถึงผู้เรียนได้เห็นและได้เรียนรู้เท่าๆกัน ถ้าไม่เห็นของจริง ได้เห็นภาพและเสียงก็ยังดี” รมว.ศธ.กล่าว





โดยตัวอย่างในปี 2566 จะมีเด็กและเยาวชนวัยเรียนเสียชีวิต 158 ราย และส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากจักรยานยนต์ ซึ่งเมื่อได้ข้อมูลมาก็จะมีทีมงานวิเคราะห์ส่วนใหญ่เกิดกับเด็กช่วงชั้นใด อายุเท่าไร ซึ่งพบว่า นับตั้งแต่ที่เก็บสถิติมา กลุ่มวัยที่เกิดอุบัติเหตุจากจักรยานยนต์มากที่สุดคือประมาณ ม.ต้น ประมาณ ม.1-3 ทั้งนี้ จากประสบการณ์ที่เคยเป็นผู้บริหารโรงเรียนมาก่อน มีนักเรียนที่ไม่มีใบขับขี่แต่ก็จำเป็นต้องใช้จักรยานยนต์
นายทวีศักดิ์ คิ้วทอง ผู้อำนวยการศูนย์ความปลอดภัย สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า นักศึกษาอาชีวะส่วนหนึ่งก็ใช้จักรยานยนต์ และมีจักรบานยนต์ก่อนมีใบขับขี่ หรือแม้จะมีใบขับขี่แล้วแต่ก็ต้องได้รับการปลูกฝังจิตสำนึก ซึ่งไม่ใช่ปัญหาเฉพาะเด็กและเยาวชนแต่เป็นปัญหาสังคม เรื่องของวินัยจราจร ซึ่งอุบัติเหตุบนท้องถนนมีปัจจัยจากพฤติกรรมคนมากที่สุด จึงมีกิจกรรมที่ทำเพื่อปลูกฝังนักศึกษา เช่น เรื่องของการขับขี่ปลอดภัย วิชาขับรถจักรยานยนต์ – รถยนต์ มีการสอนในวิทยาลัยอาชีวะ และมีการแข่งขันทักษะขับขี่ปลอดภัยด้วย
สถิติผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนน ช่วงปี 2560 – 2566 แบ่งช่วงอายุเป็นกลุ่มละ 5 ปี ไล่ตั้งแต่อายุ 0-4 ปี ไปจนถึงอายุ 95-99 ปี


-%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%81.jpg)
-%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%81.jpg)














