สำหรับในปี 2568 นี้ ทาง ศ. ดร.ศุภสวัสดิ์ กล่าวว่า มีการเดินทางไปในหลากหลายประเทศ เพื่อหารือถึงความร่วมมือด้านการศึกษา อย่างประเทศญี่ปุ่นก็มีการไปเยือนถึง 3 มหาวิทยาลัย ได้แก่ University of Hyoko, Hokkaido University และ Rakuno Gakuen University โดย 2 มหาวิทยาลัยหลัง เป็นพันธมิตรในความร่วมมือ และการจัดงานประชุมวิชาการ One Health Lecture Series 2025 ซึ่งทุกมหาวิทยาลัยต่างก็ต้องการจะมาเยี่ยม มธ. เพื่อพัฒนาความร่วมมือด้านการศึกษาต่อ
นอกจากนี้ จะมีที่ไปเยือนที่จีน ซึ่งได้รับเชิญจาก Gong Qihuang, President of Peking University เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและเสริมสร้างความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยชั้นนำในภูมิภาคเอเชียและนานาชาติในงาน Beijing Forum 2025 ก็ได้มีการทำความร่วมมือแบบทวิภาคี และเตรียมที่จะหารือความร่วมมือในด้านต่างๆ ต่อ โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงปัญญาประดิษฐ์ (AI)
รวมไปถึงอีกประเทศที่น่าสนใจ และมีการไปเยือนเพื่อขยายความสัมพันธ์ก็คือ อุซเบกิสถาน ซึ่งเป็นประเทศที่มีประชากรประมาณ 35 ล้านคน และมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ อาทิ ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน ทองคำ ฯลฯ โดยได้ไปยัง 3 มหาวิทยาลัย ได้แก่ Tashkent State University of Law, samarkand state University และ National University of Uzbekistan ซึ่งมหาวิทยาลัยหลังสุดนี้ได้มีการทำ MOU กันด้านการศึกษา เช่น แลกเปลี่ยนอาจารย์ และนักศึกษา ก่อนจะขยายไปยังด้านอื่นๆ ต่อไปในอนาคต
สกู๊ปพิเศษ : ถอดรหัส ‘แวมไพร์’ ยุค AI วิชาใหม่ อักษรฯ จุฬาฯ ‘Dracula and Modern Culture’ จากวรรณกรรมสยองขวัญสู่กระจกสะท้อนวัฒนธรรมร่วมใหม่
วันจันทร์ ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.
แห่งแรกในไทย หลักสูตร BALAC อักษรฯ จุฬาฯ เปิดรายวิชา “Dracula and Modern Culture” ฝึกนิสิตเชื่อมโยงความรู้ศาสตร์ต่างๆ วิเคราะห์วรรณกรรมกอทิกเพื่อทำความเข้าใจวัฒนธรรมสมัยใหม่ นิสิตสนใจสมัครกว่า 300 คน แต่รับได้เพียง 120 คนต่อปี
ในโลกยุคดิจิทัลที่ทุกคนสามารถเข้าถึงความรู้ได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในฐานะสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศได้ขยายขอบเขตการเรียนรู้ให้มากกว่าการถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงทฤษฎี แต่เน้นเปิดพื้นที่ให้ผู้เรียนได้สำรวจ ตั้งคำถาม และเชื่อมโยงความรู้ศาสตร์ต่าง ๆ เข้าสู่บริบทของชีวิตจริง ด้วยการเปิดรายวิชาที่แปลกใหม่ ท้าทายความคิด และกระตุ้นการเรียนรู้ อย่างเช่น “Dracula and Modern Culture” ภายใต้หลักสูตรอักษรศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาและวัฒนธรรม (หลักสูตรนานาชาติ) หรือที่รู้จักในนาม BALAC (Bachelor of Arts in Language and Culture)
นอกจาก Dracula and Modern Culture หลักสูตร BALAC ยังมีรายวิชาอื่น ๆ ที่น่าสนใจ เช่น Everyday Life Culture, Gender and Queering the Media, Postcolonial Cultures, Cultures and Narratives “แต่ละวิชาในหลักสูตรล้วนถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้นการคิดเชิงวิพากษ์และเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้แก่ผู้เรียน เพื่อพัฒนานิสิตให้เป็นผู้ที่มีความคิด
นอกจากนี้ หลักสูตร BALAC ยังมีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก อาทิ Waseda University ประเทศญี่ปุ่น และ University of Queensland ประเทศออสเตรเลีย ภายใต้รูปแบบ Double Degree Program และในอนาคต หลักสูตรมีแผนที่จะขยายความเป็นนานาชาติให้มากยิ่งขึ้น เพื่อเสริมสร้างโอกาสทางวิชาการและวิชาชีพให้แก่นิสิตอย่างรอบด้าน หลักสูตรยังมีรายวิชา Internship สำหรับนิสิตที่ต้องการฝึกงาน โดยสามารถนับหน่วยกิตเป็นส่วนหนึ่งของการสำเร็จการศึกษาได้อีกด้วย
รายวิชา Dracula and Modern Culture เปิดสอนครั้งแรกในปี 2562 โดย Dr. Katarzyna Ancuta (คาตาร์ซินา อันคูตา) ผู้เชี่ยวชาญด้านวรรณกรรมกอทิกและความสยองขวัญจากประเทศที่เป็นต้นกำเนิดตำนานที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับ Bram Stoker ในการสร้างสรรค์ผลงานคลาสสิก Dracula
Dr. Ancuta เรียกตัวเองว่า “Gothicist” มีความสนใจและเชี่ยวชาญด้าน Cultural Studies (การศึกษาทางวัฒนธรรม) โดยเบื้องต้นเริ่มจากการเรียนวรรณกรรม จากนั้นก็ขยับไปสู่ภาพยนตร์ อาจารย์เขียนวิทยานิพนธ์ปริญญาโทเกี่ยวกับเรื่องผี และเรียนปริญญาเอกเกี่ยวกับกอทิกและความสยองขวัญ นอกจากนั้น อาจารย์ยังเขียนหนังสือ Where Angels Fear to Hover: Between the Gothic Disease and the Metaphysics of Horror (2548) และมีผลงานวิจัยที่ครอบคลุมบริบทสหวิทยาการของศิลปะกอทิก และสยองขวัญร่วมสมัย ตั้งแต่นิยายยอดนิยม ภาพยนตร์และวิดีโอ มัลติมีเดียและศิลปะการแสดง ละครเวที ดนตรีและการเต้นรำ การ์ตูนและนิยายภาพ ไปจนถึงแฟชั่นและวิถีชีวิตทางเลือก ในช่วงหลังๆ Dr. Ancuta สนใจผี แวมไพร์ และความลึกลับในเอเชียด้วย โดยเน้นไปที่ Asian Gothic และ Asian Horror
“แดร็กคูลา” เป็นวรรณกรรมที่เกิดขึ้นในช่วงฟื้นฟูวรรณกรรมกอทิกในศตวรรษที่ 19 (ปี 2440) กว่าศตวรรษที่ผ่านมา วรรณกรรมเรื่องนี้ได้รับความนิยมและถูกตีความในหลายแง่มุม ซึ่งในรายวิชา “Dracula and Modern Culture” นิสิตก็จะได้อ่านวรรณกรรมและวิเคราะห์ประเด็นต่างๆ โดยเชื่อมโยงกับปรากฏการณ์ทางสังคมร่วมสมัยและทฤษฎีทางสังคม
Dr.Ancuta กล่าวว่าเนื้อหาของรายวิชา “Dracula and Modern Culture” ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อให้นิสิตได้เห็นภาพรวมของวิวัฒนาการของแวมไพร์ในวัฒนธรรมมนุษย์ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนปัจจุบัน
แม้ปัจจุบัน AI จะเข้ามามีบทบาทในการเรียนการสอนและการประเมินผล แต่สำหรับรายวิชานี้ Dr. Ancuta เน้นให้นิสิตลดการพึ่งพา AI และกลับมาฝึกฝนทักษะภายในของตัวเอง
“การมอบหมายงานให้นิสิตในยุค AI จึงต้องคิดงานที่ไม่ให้นิสิตนำ AI เข้ามาช่วย เพื่อให้เขาได้เรียนรู้วิธีคิดเอง ดังนั้นการเรียนจะต้องตัดงานเรียงความ (essay) แบบดั้งเดิมออก แต่จะเน้นการวิเคราะห์แทน ส่วนการประเมินผลก็มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ซึ่งจะเน้นงานที่แสดงความคิดสร้างสรรค์เป็นหลัก นอกจากนี้ ด้วยความที่แวมไพร์ “ยังไม่มีองค์ความรู้ตายตัวแบบวิชาอื่น” จึงเป็นข้อดีที่ทำให้ผู้เรียนต้องพึ่งการคิดวิเคราะห์และเชื่อมโยงความรู้จากศาสตร์ต่างๆ ด้วยตัวเอง”
Dr.Ancuta กล่าวด้วยความภูมิใจว่า รายวิชา “Dracula and Modern Culture” เป็นหนึ่งในรายวิชาที่ดึงดูดผู้สนใจเข้าศึกษาในหลักสูตร BALAC ความนิยมในรายวิชานี้สะท้อนว่าการออกแบบหลักสูตรที่กล้าแตกต่างและมีเอกลักษณ์สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้เรียนและสังคม และการใช้แวมไพร์เป็นเครื่องมือในการศึกษาวัฒนธรรม ไม่เพียงทำให้เนื้อหาน่าสนใจและเข้าถึงง่าย แต่ยังช่วยให้นิสิตเห็นว่าการศึกษามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์นั้นเกี่ยวข้องและมีความหมายในโลกร่วมสมัยอย่างไร
สกู๊ปพิเศษ : ถอดรหัส ‘แวมไพร์’ ยุค AI วิชาใหม่ อักษรฯ จุฬาฯ ‘Dracula and Modern Culture’ จากวรรณกรรมสยองขวัญสู่กระจกสะท้อนวัฒนธรรมร่วมใหม่
วันจันทร์ ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.
แห่งแรกในไทย หลักสูตร BALAC อักษรฯ จุฬาฯ เปิดรายวิชา “Dracula and Modern Culture” ฝึกนิสิตเชื่อมโยงความรู้ศาสตร์ต่างๆ วิเคราะห์วรรณกรรมกอทิกเพื่อทำความเข้าใจวัฒนธรรมสมัยใหม่ นิสิตสนใจสมัครกว่า 300 คน แต่รับได้เพียง 120 คนต่อปี
ในโลกยุคดิจิทัลที่ทุกคนสามารถเข้าถึงความรู้ได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในฐานะสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศได้ขยายขอบเขตการเรียนรู้ให้มากกว่าการถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงทฤษฎี แต่เน้นเปิดพื้นที่ให้ผู้เรียนได้สำรวจ ตั้งคำถาม และเชื่อมโยงความรู้ศาสตร์ต่าง ๆ เข้าสู่บริบทของชีวิตจริง ด้วยการเปิดรายวิชาที่แปลกใหม่ ท้าทายความคิด และกระตุ้นการเรียนรู้ อย่างเช่น “Dracula and Modern Culture” ภายใต้หลักสูตรอักษรศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาและวัฒนธรรม (หลักสูตรนานาชาติ) หรือที่รู้จักในนาม BALAC (Bachelor of Arts in Language and Culture)
นอกจาก Dracula and Modern Culture หลักสูตร BALAC ยังมีรายวิชาอื่น ๆ ที่น่าสนใจ เช่น Everyday Life Culture, Gender and Queering the Media, Postcolonial Cultures, Cultures and Narratives “แต่ละวิชาในหลักสูตรล้วนถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้นการคิดเชิงวิพากษ์และเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้แก่ผู้เรียน เพื่อพัฒนานิสิตให้เป็นผู้ที่มีความคิด
นอกจากนี้ หลักสูตร BALAC ยังมีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก อาทิ Waseda University ประเทศญี่ปุ่น และ University of Queensland ประเทศออสเตรเลีย ภายใต้รูปแบบ Double Degree Program และในอนาคต หลักสูตรมีแผนที่จะขยายความเป็นนานาชาติให้มากยิ่งขึ้น เพื่อเสริมสร้างโอกาสทางวิชาการและวิชาชีพให้แก่นิสิตอย่างรอบด้าน หลักสูตรยังมีรายวิชา Internship สำหรับนิสิตที่ต้องการฝึกงาน โดยสามารถนับหน่วยกิตเป็นส่วนหนึ่งของการสำเร็จการศึกษาได้อีกด้วย
รายวิชา Dracula and Modern Culture เปิดสอนครั้งแรกในปี 2562 โดย Dr. Katarzyna Ancuta (คาตาร์ซินา อันคูตา) ผู้เชี่ยวชาญด้านวรรณกรรมกอทิกและความสยองขวัญจากประเทศที่เป็นต้นกำเนิดตำนานที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับ Bram Stoker ในการสร้างสรรค์ผลงานคลาสสิก Dracula
Dr. Ancuta เรียกตัวเองว่า “Gothicist” มีความสนใจและเชี่ยวชาญด้าน Cultural Studies (การศึกษาทางวัฒนธรรม) โดยเบื้องต้นเริ่มจากการเรียนวรรณกรรม จากนั้นก็ขยับไปสู่ภาพยนตร์ อาจารย์เขียนวิทยานิพนธ์ปริญญาโทเกี่ยวกับเรื่องผี และเรียนปริญญาเอกเกี่ยวกับกอทิกและความสยองขวัญ นอกจากนั้น อาจารย์ยังเขียนหนังสือ Where Angels Fear to Hover: Between the Gothic Disease and the Metaphysics of Horror (2548) และมีผลงานวิจัยที่ครอบคลุมบริบทสหวิทยาการของศิลปะกอทิก และสยองขวัญร่วมสมัย ตั้งแต่นิยายยอดนิยม ภาพยนตร์และวิดีโอ มัลติมีเดียและศิลปะการแสดง ละครเวที ดนตรีและการเต้นรำ การ์ตูนและนิยายภาพ ไปจนถึงแฟชั่นและวิถีชีวิตทางเลือก ในช่วงหลังๆ Dr. Ancuta สนใจผี แวมไพร์ และความลึกลับในเอเชียด้วย โดยเน้นไปที่ Asian Gothic และ Asian Horror
“แดร็กคูลา” เป็นวรรณกรรมที่เกิดขึ้นในช่วงฟื้นฟูวรรณกรรมกอทิกในศตวรรษที่ 19 (ปี 2440) กว่าศตวรรษที่ผ่านมา วรรณกรรมเรื่องนี้ได้รับความนิยมและถูกตีความในหลายแง่มุม ซึ่งในรายวิชา “Dracula and Modern Culture” นิสิตก็จะได้อ่านวรรณกรรมและวิเคราะห์ประเด็นต่างๆ โดยเชื่อมโยงกับปรากฏการณ์ทางสังคมร่วมสมัยและทฤษฎีทางสังคม
Dr.Ancuta กล่าวว่าเนื้อหาของรายวิชา “Dracula and Modern Culture” ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อให้นิสิตได้เห็นภาพรวมของวิวัฒนาการของแวมไพร์ในวัฒนธรรมมนุษย์ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนปัจจุบัน
แม้ปัจจุบัน AI จะเข้ามามีบทบาทในการเรียนการสอนและการประเมินผล แต่สำหรับรายวิชานี้ Dr. Ancuta เน้นให้นิสิตลดการพึ่งพา AI และกลับมาฝึกฝนทักษะภายในของตัวเอง
“การมอบหมายงานให้นิสิตในยุค AI จึงต้องคิดงานที่ไม่ให้นิสิตนำ AI เข้ามาช่วย เพื่อให้เขาได้เรียนรู้วิธีคิดเอง ดังนั้นการเรียนจะต้องตัดงานเรียงความ (essay) แบบดั้งเดิมออก แต่จะเน้นการวิเคราะห์แทน ส่วนการประเมินผลก็มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ซึ่งจะเน้นงานที่แสดงความคิดสร้างสรรค์เป็นหลัก นอกจากนี้ ด้วยความที่แวมไพร์ “ยังไม่มีองค์ความรู้ตายตัวแบบวิชาอื่น” จึงเป็นข้อดีที่ทำให้ผู้เรียนต้องพึ่งการคิดวิเคราะห์และเชื่อมโยงความรู้จากศาสตร์ต่างๆ ด้วยตัวเอง”
Dr.Ancuta กล่าวด้วยความภูมิใจว่า รายวิชา “Dracula and Modern Culture” เป็นหนึ่งในรายวิชาที่ดึงดูดผู้สนใจเข้าศึกษาในหลักสูตร BALAC ความนิยมในรายวิชานี้สะท้อนว่าการออกแบบหลักสูตรที่กล้าแตกต่างและมีเอกลักษณ์สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้เรียนและสังคม และการใช้แวมไพร์เป็นเครื่องมือในการศึกษาวัฒนธรรม ไม่เพียงทำให้เนื้อหาน่าสนใจและเข้าถึงง่าย แต่ยังช่วยให้นิสิตเห็นว่าการศึกษามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์นั้นเกี่ยวข้องและมีความหมายในโลกร่วมสมัยอย่างไร