สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ จัดเลี้ยงของว่าง โครงการน้ำพระทัยพระราชทาน แก่ผู้ต้องขังเรือนจำกลางคลองเปรม

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ จัดเลี้ยงของว่าง โครงการน้ำพระทัยพระราชทาน แก่ผู้ต้องขังเรือนจำกลางคลองเปรม

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ จัดเลี้ยงของว่าง โครงการน้ำพระทัยพระราชทาน แก่ผู้ต้องขังเรือนจำกลางคลองเปรม

วันพุธ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 09.39 น.

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ จัดเลี้ยงของว่าง “โครงการน้ำพระทัยพระราชทาน” แก่ผู้ต้องขังเรือนจำกลางคลองเปรม

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ลงพื้นที่จัดโครงการ น้ำพระทัยพระราชทาน มอบไอศกรีมและน้ำมะพร้าวแก่ผู้ต้องขัง ณ เรือนจำกลางคลองเปรม เพื่อบรรเทาความร้อนจากสภาพอากาศในช่วงฤดูร้อน

วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ร้อยตำรวจโท ดร. มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วยคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่มอบไอศกรีม จำนวน 13,000 แท่ง และน้ำมะพร้าว จำนวน 2,000 กระป๋อง ภายใต้โครงการน้ำพระทัยพระราชทาน ให้แก่ผู้ต้องขัง โดยมีนายเผด็จ หริ่งรอด ผู้บัญชาการเรือนจำกลางคลองเปรม ให้การต้อนรับและร่วมดำเนินกิจกรรม

สำหรับกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อช่วยคลายร้อนให้แก่ผู้ต้องขังในช่วงที่อากาศร้อน โดยมุ่งสร้างบรรยากาศที่ดีภายในเรือนจำ พร้อมทั้งเป็นอีกหนึ่งโอกาสในการส่งต่อสิ่งดี ๆ เพื่อสังคม

ร้อยตำรวจโท ดร. มนัส โนนุช กล่าวว่า การดำเนินโครงการน้ำพระทัยพระราชทานในครั้งนี้ สะท้อนถึงความตั้งใจของสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ ในการเป็นส่วนหนึ่งของการส่งต่อความเอื้ออาทรและการแบ่งปันสู่สังคมในทุกมิติ โดยเฉพาะการดูแลผู้ต้องขังให้ได้รับรู้ถึงความห่วงใยจากสังคมภายนอก ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้เกิดแรงบันดาลใจในการปรับปรุงตนเอง และเตรียมความพร้อมสำหรับการกลับคืนสู่สังคมอย่างมีคุณภาพในอนาคต

ด้าน นายเผด็จ หริ่งรอด ผู้บัญชาการเรือนจำกลางคลองเปรม กล่าวว่า ขอขอบคุณสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ ที่ให้ความสำคัญและคำนึงถึงผู้ต้องขัง โดยกิจกรรมในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุนที่ช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีภายในเรือนจำ ทำให้ผู้ต้องขังรู้สึกผ่อนคลาย และยังช่วยเสริมสร้างกำลังใจให้แก่ผู้ต้องขังในการดำเนินชีวิตระหว่างอยู่ภายในเรือนจำ

ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวไม่เพียงแต่ช่วยบรรเทาความร้อนจากสภาพอากาศ แต่ยังสะท้อนถึงปณิธานของสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ ในการส่งมอบความปรารถนาดีให้เข้าถึงครอบคลุมทุกพื้นที่และยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ในมิติต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง

ไทยพีบีเอส ยกระดับ ‘สถานีประชาชน’ สู่สถานีร้องทุกข์อันดับ 1 ที่พึ่งของทุกคน

ไทยพีบีเอส ยกระดับ 'สถานีประชาชน' สู่สถานีร้องทุกข์อันดับ 1 ที่พึ่งของทุกคน

ไทยพีบีเอส ยกระดับ ‘สถานีประชาชน’ สู่สถานีร้องทุกข์อันดับ 1 ที่พึ่งของทุกคน

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.46 น.

ไทยพีบีเอส เตรียมยกระดับ “สถานีประชาชน” ปี 69-70 วาง 3 ยุทธศาสตร์หลัก พัฒนาเนื้อหาเข้มข้น 6 ด้าน “ภัยออนไลน์ ผู้บริโภค คุณภาพชีวิตเกษตรกร มลพิษและสิ่งแวดล้อม ภัยพิบัติ  ผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง” พร้อมขยายเครือข่าย สร้างการรับรู้ผู้ชม เปิดพื้นที่กลางแก้ปัญหาความเดือดร้อน ตั้งเป้า “สถานีร้องทุกข์อันดับ 1 ที่พึ่งของทุกคน” เพิ่มการเข้าถึงผู้ชมทั่วประเทศ

นางกานดา จำปาทิพย์ บรรณาธิการข่าว รายการสถานีประชาชน กล่าวว่า ไทยพีบีเอสได้วางแผนขับเคลื่อน “สถานีประชาชน” ในช่วงปี 2569–2570 โดยมุ่งเป็นพื้นที่กลางในการสะท้อนปัญหาและหาทางออกให้กับประชาชน ภายใต้แนวคิด “ทุก(ข์)ปัญหา ทุกความเดือดร้อน เราพร้อมหาทางออก” พร้อมตั้งเป้าเป็น “สถานีร้องทุกข์อันดับ 1 ที่พึ่งของทุกคน” โดยแผนดังกล่าวขับเคลื่อนผ่าน 3 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ 1.การพัฒนาเนื้อหา 2.การขยายเครือข่าย และ 3.การสร้างการรับรู้และขยายฐานผู้ชม เพื่อให้การสื่อสารประเด็นสาธารณะเข้าถึงประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นางกานดา กล่าวต่อว่า ในด้านการพัฒนาเนื้อหา จะมุ่งเน้นประเด็นสำคัญ 6 ด้าน ได้แก่ ภัยออนไลน์ ผู้บริโภค คุณภาพชีวิตเกษตรกร มลพิษและสิ่งแวดล้อม ภัยพิบัติ และผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง โดยนำเสนอผ่านทุกแพลตฟอร์ม ทั้ง On Air, Online และการลงพื้นที่จริง เพื่อให้เกิดผลลัพธ์เชิงรูปธรรมนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง

ทีมข่าวสถานีประชาชน ไทยพีบีเอส ได้จัดกิจกรรมสัญจรออกอากาศรายการสดในพื้นที่ พบปะประชาชนและรับฟังปัญหาโดยตรงอย่างต่อเนื่อง เดือนละ 1 ครั้ง รวม 12 ครั้งต่อปี ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ พร้อมเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพูดคุยและหาแนวทางแก้ไข ในรูปแบบ “ตั้งโต๊ะรับเรื่อง” แบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ รวมถึงการค้นหา Case Study จากพื้นที่จริง เพื่อนำมาเป็นต้นแบบในการแก้ปัญหา และขยายผลสู่พื้นที่อื่นต่อไป

นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการขยายเครือข่ายความร่วมมือ ทั้งหน่วยงานภายในและภายนอกองค์กร รวมถึงภาครัฐ เอกชน และสื่อท้องถิ่น เพื่อร่วมกันคลี่คลายปัญหาให้กับประชาชนในทุกภูมิภาค รวมการสร้าง Influencers จากผู้ประกาศ ผู้ดำเนินรายการ และนักข่าว สู่เครือข่ายผู้สื่อสารรุ่นใหม่ในการขับเคลื่อนประเด็นสาธารณะ และเพิ่มการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง

“ปัจจุบันเจ้าหน้าที่รายการสถานีประชาชน เป็นผู้ดูแล “ศูนย์ร้องทุกข์ ไทยพีบีเอส” และ “ศูนย์ข้อมูลคนหายไทยพีบีเอส” จากข้อมูลสถิติของทั้ง 2 ส่วน สะท้อนให้เห็นว่า ยังคงมีประชาชนจำนวนมากที่ประสบปัญหาและต้องการที่พึ่งในการหาทางออก ซึ่ง “สถานีประชาชน” จะไม่เพียงรายงานข่าวร้องทุกข์เท่านั้น แต่จะร่วมลงมือคลี่คลายทุกปัญหาจากประชาชน ตามสโลแกนของรายการ คือ “เข้าถึงปัญหา เข้าหาประชาชน” อย่างจริงจังและต่อเนื่อง ตอกย้ำว่ารายการ “สถานีประชาชน” เป็นที่พึ่งพาได้จริง” นางกานดา กล่าว

ทั้งนี้ ติดตามรับชม รายการ “สถานีประชาชน” ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 14.05 – 15.00 น. ทางไทยพีบีเอส หมายเลข 3 และทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ของไทยพีบีเอส ติดตามรายการได้ทาง www.thaipbs.or.th/People

อธิบดีกรมการข้าว ร่วมงานสโมสรสันติบาตเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

อธิบดีกรมการข้าว ร่วมงานสโมสรสันติบาตเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

อธิบดีกรมการข้าว ร่วมงานสโมสรสันติบาตเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.15 น.

เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 เวลา 19.00 น. นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว เข้าร่วมงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานในพิธี ณ ตึกสันติไมตรี

ภายในงานมีพิธีการสำคัญ อาทิ การกล่าวถวายพระพรชัยมงคล การบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงสดุดีจอมราชา รวมถึงการกล่าวสุนทรพจน์ของผู้แทนภาครัฐ ก่อนเข้าสู่การเลี้ยงรับรองตามธรรมเนียม

ทั้งนี้ รัฐบาลได้เชิญบุคคลสำคัญจากทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดีและเฉลิมพระเกียรติในโอกาสสำคัญดังกล่าว

– 006

​เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ร่วมงานสโมสรสันติบาตเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

​เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ร่วมงานสโมสรสันติบาตเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

​เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ร่วมงานสโมสรสันติบาตเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.50 น.

เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 เวลา 19.00 น. รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า เข้าร่วมงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล 4 พฤษภาคม 2569 โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

– 006

มจร อาลัย พระครูสุธีกิตติบัณฑิต อดีตผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มรณภาพด้วยอาการสงบ

มจร อาลัย พระครูสุธีกิตติบัณฑิต อดีตผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มรณภาพด้วยอาการสงบ

มจร อาลัย พระครูสุธีกิตติบัณฑิต อดีตผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มรณภาพด้วยอาการสงบ

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 08.03 น.

วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 เพจเฟซบุ๊ก “สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มจร Buddhist Research Institute of MCU”  โพสต์ภาพพร้อมข้อความอาลัย ว่า

ขอน้อมถวายความอาลัย

พระครูสุธีกิตติบัณฑิต, รศ.ดร.

อดีตผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์

ด้วยอาลัยอย่างยิ่ง

ในนามผู้บริหาร คณาจารย์ นักวิจัย และเจ้าหน้าที่

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มจร

ขณะที่ “สำนักงานสภามหาวิทยาลัย มจร” ก็ได้ออกมาโพสต์ว่า สำนักงานสภามหาวิทยาลัย สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการจากไปของ พระครูสุธีกิตติบัณฑิต, รศ.ดร. อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดท่าการ้อง จ.พระนครศรีอยุธยา อดีตผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มจร มรณภาพด้วยอาการสงบ ในวันจันทร์ที่ ๔ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๙ ณ โรงพยาบาลวังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา

ขอดวงวิญญาณสู่สุคติในสัมปรายภพเทอญ

ม.กรุงเทพ เปิดหลักสูตรรับโลกคอนเทนต์ยุค AI ‘Global Creator and Influencer Branding’

ม.กรุงเทพ เปิดหลักสูตรรับโลกคอนเทนต์ยุค AI ‘Global Creator and Influencer Branding’

ม.กรุงเทพ เปิดหลักสูตรรับโลกคอนเทนต์ยุค AI ‘Global Creator and Influencer Branding’

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ผนึกกำลังกับ Omnicom Media Thailand ลงนามความร่วมมือ (MoU) ยกระดับระบบนิเวศการเรียนรู้สู่ระดับสากล พร้อมเปิดตัวหลักสูตรสุดล้ำ “Global Creator and Influencer Branding” มุ่งปั้นคนรุ่นใหม่ให้เป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่อยู่รอดและรุ่งเรืองในยุค AI เข้ามามีบทบาทในการสร้างคอนเทนต์ และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ผศ.ดร.อรรยา สิงห์สงบ รองอธิการบดีสายวิชาการ ม.กรุงเทพ กล่าวว่า ปี 2026 โลกของ Digital Content กำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่ เมื่อ AI เข้ามาเปลี่ยนวิธีการสร้างคอนเทนต์อย่างสิ้นเชิง ขณะที่พฤติกรรมผู้บริโภคมีช่วงความสนใจสั้นลง ท่ามกลางคอนเทนต์จำนวนมหาศาลที่เกิดขึ้นในทุกวันมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ในฐานะ Creative University เลือกมองความท้าทายเหล่านี้เป็น “โอกาส” สำหรับหลักสูตร Global Creator and Influencer Branding คือการรวมพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ผสานกับความเชี่ยวชาญระดับโลกของ Omnicom Media จะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้กับวงการศึกษาและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ไม่ใช่เพียงในระดับประเทศ แต่สามารถเติบโตสู่ระดับโลกได้อย่างยั่งยืน และนักศึกษาสามารถเลือกเส้นทางที่ถนัดและพัฒนาตัวเองผ่านประสบการณ์จริงเป็นบุคลากรที่พร้อมทำงานได้ทันที

ด้าน จิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ Chief Operating Officer จาก Omnicom Media Thailand กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง Omnicom Media และมหาวิทยาลัยกรุงเทพ สะท้อนความเชื่อร่วมกันว่า ทรัพยากรมนุษย์เป็นสิ่งสำคัญทั้งในปัจจุบันและอนาคต แม้ว่า AI และเทคโนโลยีใหม่ๆจะเข้ามาเปลี่ยนวิธีการทำงานของหลายอุตสาหกรรม แต่สิ่งที่มีคุณค่าที่สุดยังคงเป็น ความคิดสร้างสรรค์จินตนาการ และมุมมองของมนุษย์ ม.กรุงเทพเป็นสถาบันที่โดดเด่นด้านความคิดสร้างสรรค์มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับ talents หรือ พรสวรรค์ ที่ Omnicom Media มองหา และอยากมีส่วนร่วมในการพัฒนาเพื่อเชื่อมโลกของการศึกษาเข้ากับโลกของธุรกิจจริง และเชื่อว่าการศึกษา เครื่องมือ และโอกาสที่เหมาะสมคนรุ่นใหม่ของไทยสามารถก้าวสู่เวทีระดับโลกได้

ความร่วมมือในครั้งนี้จะเข้ามาเสริมศักยภาพหลักสูตรอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยองค์ความรู้และประสบการณ์ระดับโลกด้าน Media Strategy, AI และ Technology เพื่อเปลี่ยนห้องเรียนให้กลายเป็น “สนามจริง” ของอุตสาหกรรม เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ ลงมือปฏิบัติจริง และพัฒนาทักษะที่พร้อมต่อการทำงานทันทีหลังสำเร็จการศึกษาจนเป็น Talent ที่อุตสาหกรรมต้องการตัว

ปลุกห้องสมุดมีชีวิต! ดันบอร์ดเกมการเงิน สร้างทักษะจริงให้ประชาชนทั่วประเทศ

ปลุกห้องสมุดมีชีวิต! ดันบอร์ดเกมการเงิน สร้างทักษะจริงให้ประชาชนทั่วประเทศ

ปลุกห้องสมุดมีชีวิต! ดันบอร์ดเกมการเงิน สร้างทักษะจริงให้ประชาชนทั่วประเทศ

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้เกียรติร่วมพิธีมอบวุฒิบัตรแก่บุคลากรทางการศึกษา พร้อมมอบบอร์ดเกม “Wishlist จัดสรรเงิน เติมความฝัน” ภายใต้โครงการ “Play to Learn เล่นให้รู้” เพื่อขับเคลื่อนการสร้างทักษะทางการเงินผ่านเครือข่ายห้องสมุดประชาชนทั่วประเทศ ณ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ) กรุงเทพมหานคร

นายอัครนันท์ กล่าวว่า กิจกรรม Play to Learn คือภาพสะท้อนของการปฏิรูปการเรียนรู้ในระดับพื้นที่อย่างแท้จริง บอร์ดเกมที่มอบให้วันนี้ จะเป็นอาวุธทางปัญญา สร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินให้ประชาชน นอกจากนี้ ตัวผมเองก็เติบโตมากับห้องสมุด และยินดีที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการปลุกห้องสมุดให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง เพื่อเป็นที่เรียนรู้ เป็น Co-working Space ของประชาชน คนรุ่นใหม่ ที่ปลอดภัยและทันสมัยต่อไป

ด้าน ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดี สกร. เปิดเผยว่า สกร. พร้อมขยายผลโครงการ “Play to Learn” สู่ห้องสมุดประชาชนทั่วประเทศ พร้อมมุ่งพัฒนาบุคลากรให้เป็น “Learning Facilitator” หรือผู้อำนวยความสะดวกการเรียนรู้ เพื่อให้การใช้บอร์ดเกมเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการสร้างวินัยทางการเงิน การออม และการใช้จ่ายในชีวิตจริงของประชาชน นอกจากนี้  สกร. มีความมุ่งมั่นเดินหน้าสู่การเรียนรู้ระดับ “World Class” ผ่านเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็ง เพื่อสร้างโอกาส สร้างอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยอย่างยั่งยืน

CRA จัดตั้งคณะวิศวกรรมศาสตร์ เปลี่ยนความชอบวิศวะ ให้เป็นนวัตกรรมช่วยชีวิต

CRA จัดตั้งคณะวิศวกรรมศาสตร์ เปลี่ยนความชอบวิศวะ ให้เป็นนวัตกรรมช่วยชีวิต

CRA จัดตั้งคณะวิศวกรรมศาสตร์ เปลี่ยนความชอบวิศวะ ให้เป็นนวัตกรรมช่วยชีวิต

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เดินหน้ายกระดับการศึกษาไทย เปิดตัวคณะน้องใหม่ “คณะวิศวกรรมศาสตร์” ในปีพุทธศักราช 2569 โดยเปิดหลักสูตรการเรียนการสอน หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ (Biomedical Engineering) ในปีการศึกษา 2568 เป็นปีแรก ชูจุดเด่นการสร้างวิศวกรยุคใหม่ที่ไม่ใช่แค่ผู้ซ่อมบำรุง แต่เป็น “นวัตกร” ที่เข้าใจทั้งกลไกวิศวกรรมและหัวใจของการรักษาในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีการแพทย์เพื่อคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน

ในยุคที่เทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวกระโดด “เครื่องมือแพทย์” กลายเป็นหัวใจสำคัญของการรักษา หลักสูตรนี้จึงถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรม Healthcare แห่งอนาคต โดยบูรณาการความเชี่ยวชาญจาก 4 มิติหลัก ได้แก่ Engineering x Medical Science : ประยุกต์ความรู้พื้นฐานวิศวกรรมเข้ากับวิทยาศาสตร์การแพทย์แม่นยำ , Standards & Quality : เชี่ยวชาญการออกแบบ ทดสอบ ติดตั้ง และซ่อมบำรุงเครื่องมือแพทย์ตามมาตรฐานสากล ,       Digital Transformation : ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูงในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาจากโจทย์จริงทางการแพทย์ , Entrepreneurship : บ่มเพาะแนวคิดทักษะผู้ประกอบการ ต่อยอดนวัตกรรมสู่โลกธุรกิจหรืออุตสาหกรรมได้จริง โดยหลักสูตรนี้เราไม่ได้สร้างแค่คนทำงานกับเครื่องกล แต่เราสร้างวิศวกรที่เข้าใจหัวใจของการรักษา เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ช่วยชีวิตคนได้จริง

ไฮไลท์สำคัญของหลักสูตรฯ นักศึกษาจะได้สัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้แบบ Action Learning ผ่านการลงมือทำในห้องปฏิบัติการที่ทันสมัย และแก้ไขโจทย์จริงจากเคสทางการแพทย์ โดยมีจุดแข็งที่น่าสนใจ ดังนี้ เครือข่ายมืออาชีพ เรียนรู้ใกล้ชิดกับบุคลากรทางการแพทย์และผู้เชี่ยวชาญตัวจริงของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ , ฝึกงานเข้มข้น โปรแกรม Practical Training 3 เดือนเต็มในชั้นปีที่ 4 เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การทำงานทันทีหลังจบการศึกษา และค่าเล่าเรียน ตลอดหลักสูตร 4 ปี (ไม่น้อยกว่า 137 หน่วยกิต) รวม 240,000 บาท

บัณฑิตที่จบจากหลักสูตรนี้สามารถประกอบอาชีพได้หลากหลายทั้งในและต่างประเทศ อาทิ วิศวกรชีวการแพทย์ ดูแลระบบในโรงพยาบาลหรือโรงงานอุตสาหกรรม , นักวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ทางการแพทย์ , ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎระเบียบเครื่องมือแพทย์ (RA) ที่ปรึกษาด้านมาตรฐานที่เป็นที่ต้องการสูงในตลาดแรงงาน , เจ้าของธุรกิจหรือ Startup ต่อยอดไอเดียเป็นผลิตภัณฑ์ด้านเทคโนโลยีสุขภาพ

ทั้งนี้ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มุ่งมั่นที่จะผลิตบัณฑิตและพัฒนาบุคลากรด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์ และวิศวกรรมสมัยใหม่ รวมถึงให้บริการวิชาการ ทำการวิจัยและสร้างนวัตกรรมด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์ และวิศวกรรมสมัยใหม่ รวมทั้งดำเนินการด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์ และวิศวกรรมสมัยใหม่ เพื่อสนับสนุนในการแก้ไขปัญหาด้านการแพทย์และสุขภาพของประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับผู้ที่สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างนวัตกรรมช่วยชีวิต สามารถติดตามรายละเอียดและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: Facebook: Engineering.cRA , Instagram: @bme.cra หรือ โทรศัพท์: 02-576-6000 ต่อ 7288 (ในวันและเวลาราชการ) ติดตามข่าวสารการศึกษาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้ทาง Facebook/Instagram: Education CRA หรือที่เว็บไซต์ http://www.cra.ac.th

King’s College Bangkok เปิดรับสมัครทุนการศึกษา ขยายโอกาสทางการศึกษา พัฒนาศักยภาพเยาวชนไทย

King's College Bangkok เปิดรับสมัครทุนการศึกษา ขยายโอกาสทางการศึกษา พัฒนาศักยภาพเยาวชนไทย

King’s College Bangkok เปิดรับสมัครทุนการศึกษา ขยายโอกาสทางการศึกษา พัฒนาศักยภาพเยาวชนไทย

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

โรงเรียนนานาชาติคิงส์คอลเลจกรุงเทพ (King’s College Bangkok) ประกาศเปิดรับสมัครทุนการศึกษา “King’s Bangkok Academic Excellence Scholarship” ปีที่ 4 ตอกย้ำเจตนารมย์อันแน่วแน่ในการส่งมอบโอกาสทางการศึกษาระดับโลกให้แก่นักเรียนไทยที่มีศักยภาพ รวมมูลค่าทุนสูงสุดกว่า 5 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายทางการศึกษาตลอดหลักสูตร เปิดรับสมัครสำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในประเทศไทย ทั้งในระดับ Year10 – Year13 (ม.3 – ม.6) และ Year12 – Year13 (ม.5 – ม.6) ผู้สนใจสามารถสมัครได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 13 พฤษภาคม 2569

King’s Bangkok Academic Excellence Scholarship เป็นทุนการศึกษาแบบให้เปล่า ปราศจากข้อผูกมัดใด ๆ ทั้งสิ้น โดยผู้สมัครขอรับทุนต้องมีคุณสมบัติเบื้องต้น ดังนี้ ความสามารถด้านภาษาอังกฤษในระดับดีเยี่ยม ทั้งการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน , ผลการเรียนย้อนหลัง 2 ปีอยู่ในระดับยอดเยี่ยม (ไม่ต่ำกว่า 3.40 สำหรับโรงเรียนในระบบการศึกษาไทยทั่วไป) , กำลังศึกษาอยู่ในสถาบันการศึกษาในประเทศไทยและมีอายุตามเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนด , ความประพฤติดีและมีจิตใจเอื้อเฟื้อแบ่งปัน , กรณีศึกษาในระบบโรงเรียนนานาชาติ ต้องเป็นผู้ที่ได้รับทุนการศึกษาประเภท Financial Aid (ทุนสำหรับผู้ขาดแคลน) อยู่ก่อนแล้วเท่านั้น

ในปีการศึกษาที่ผ่านมา นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของโรงเรียนนานาชาติคิงส์คอลเลจกรุงเทพ กับการจัดพิธีสำเร็จการศึกษาของนักเรียน Year 13 รุ่นแรก (Class of 2025) โดยในบรรดาผู้ที่สำเร็จการศึกษานี้ มีนักเรียนทุนโครงการ King’s Bangkok Academic Excellence Scholarship รุ่นแรกรวมอยู่ด้วย

นักเรียนทุนกลุ่มนี้ยังประสบความสำเร็จจากการได้รับข้อเสนอเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก ทั้งในสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา เอเชีย และประเทศไทย ตามความใฝ่ฝันของตน นับเป็นก้าวสำคัญสู่อนาคตที่พวกเขาได้เลือกด้วยตนเอง สะท้อนถึงศักยภาพและความมุ่งมั่นของนักเรียนทุกคนอย่างชัดเจน ความสำเร็จดังกล่าวเป็นเครื่องยืนยันถึงพลังของโอกาสทางการศึกษาระดับโลก ที่ช่วยหล่อหลอมทั้งทักษะ ความรู้ และการเติบโตในสภาพแวดล้อมนานาชาติอย่างแท้จริง ทั้งยังเป็นความภาคภูมิใจของโรงเรียน และเป็นแรงผลักดันสำคัญให้โรงเรียนนานาชาติคิงส์คอลเลจกรุงเทพ มุ่งมั่นสานต่อโครงการทุนการศึกษา เพื่อเปิดโอกาสและพัฒนาศักยภาพของเยาวชนไทยสู่เวทีระดับโลกอย่างต่อเนื่อง

ผู้สนใจสมัครสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ http://www.opl.to/kingsbangkokscholarship หรือติดต่อสอบถามได้ทางอีเมล์ scholarship@kingsbangkok.ac.th โทร. +66 (0) 2481 9955 และติดตามข่าวสารกิจกรรมที่น่าสนใจของโรงเรียนนานาชาติคิงส์คอลเลจกรุงเทพ ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียทั้ง Facebook Youtube Instagram และ X

คลิปครั้ง ในหลวงรัชกาลที่ 5 ประพาสกรุงสตอกโฮล์ม สวีเดน เมื่อ 128 ปีที่แล้ว

คลิปครั้ง ในหลวงรัชกาลที่ 5 ประพาสกรุงสตอกโฮล์ม สวีเดน เมื่อ 128 ปีที่แล้ว

คลิปครั้ง ในหลวงรัชกาลที่ 5 ประพาสกรุงสตอกโฮล์ม สวีเดน เมื่อ 128 ปีที่แล้ว

วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 18.43 น.

คลิปครั้ง ในหลวงรัชกาลที่ 5 ประพาสกรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน เมื่อ 128 ปีที่แล้ว

เมื่อวันที่ 4 พ.ค.2569 เพจเฟซบุ๊ก “โบราณนานมา” ได้โพสต์คลิปวิดีโอ เมื่อครั้ง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 แห่งสยาม เสด็จพระราชดำเนินเยือนกรุงสตอกโฮล์ม เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ.2440 หรือราว 128  ปีที่แล้ว โดยระบุข้อความว่า “รัชกาลที่ ๕ ประพาสกรุงสต็อกโฮล์ม สวีเดน เมื่อ ๑๒๘ ปีที่แล้ว 

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ แห่งสยาม เสด็จพระราชดำเนินเยือนกรุงสตอกโฮล์ม เมื่อวันที่ ๑๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๔๐ ในคราวเสด็จประพาสยุโรป ครั้งที่ ๑ โดยมี สมเด็จพระราชาธิบดีออสการ์ที่ ๒ แห่งสวีเดนและนอร์เวย์ ทรงรับ ณ ท่าน้ำลูโกร์ดปรัปปัน กรุงสตอกโฮล์ม

ในคราวเสด็จประพาสยุโรปครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ (ขณะนั้นดำรงพระอิสริยยศที่ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร) ตามเสด็จด้วย”