รมว.ศธ.เผยผลประชุมคณะกรรมการคุรุสภา เห็นชอบ 3 เรื่องหลัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/765626

รมว.ศธ.เผยผลประชุมคณะกรรมการคุรุสภา เห็นชอบ 3 เรื่องหลัก

รมว.ศธ.เผยผลประชุมคณะกรรมการคุรุสภา เห็นชอบ 3 เรื่องหลัก

วันศุกร์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 20.17 น.

ที่กระทรวงศึกษาธิการ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมประชุมคณะกรรมการคุรุสภา ครั้งที่ 10/2566 เมื่อเร็วๆ นี้ โดย ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา เป็นกรรมการและเลขานุการการประชุม

รมว.ศธ.ได้เปิดเผยภายหลังการประชุม ว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณาและมีมติเห็นชอบ 3 เรื่องหลัก ได้แก่ เรื่องให้การรับรองปริญญาและประกาศนียบัตรทางการศึกษา จำนวน 2 สถาบัน รวมจำนวน 10 หลักสูตร ที่คุรุสภาให้การรับรองของสถาบันอุดมศึกษาที่เป็นไปตามมาตรฐานที่คุรุสภากำหนด รวมทั้งเห็นชอบการรับรองผลการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านการปฏิบัติงานและการปฏิบัติตน ตามมาตรฐานวิชาชีพครู จำนวน 1,273 ราย และ เห็นชอบหลักการในการดำเนินการทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา กับสภาสถาบันพัฒนาครูเฮย์หลงเจียง สาธารณรัฐประชาชนจีน

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มีการพิจารณาและมีมติในเรื่องต่างๆ รายละเอียด ดังนี้ 1.ให้การรับรองปริญญาโททางการศึกษา (วิชาชีพครู) ของสถาบันอุดมศึกษา จำนวน 2 แห่ง รวมจำนวน 10 หลักสูตร ที่คุรุสภาให้การรับรองของสถาบันอุดมศึกษาที่เป็นไปตามมาตรฐานที่คุรุสภากำหนด ซึ่งผ่านการประเมินจากคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว

1.1 มหาวิทยาลัยขอนแก่น จำนวน 9 หลักสูตร ประกอบด้วย ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาคณิตศาสตรศึกษา (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2565) และปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรม เทคโนโลยีและวิทยาการเรียนรู้ (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2565) จำนวน 8 กลุ่มวิชาเฉพาะ 1.2 มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น จำนวน 1 หลักสูตร ได้แก่ ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการสอนภาษาไทย (หลักสูตรใหม่ พุทธศักราช 2565)

2.เห็นชอบการรับรองผลการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านการปฏิบัติงานและการปฏิบัติตน ตามมาตรฐานวิชาชีพครู ครั้งที่ 8/2566 ตามมติคณะอนุกรรมการอำนวยการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู เพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ในการประชุมครั้งที่ 10/2566 เมื่อวันอังคารที่ 3 ตุลาคม 2566 และเห็นชอบ ร่าง ประกาศคณะกรรมการคุรุสภา เรื่อง รายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์การทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครูฯ ด้านการปฏิบัติงานและการปฏิบัติตน ตามมาตรฐานวิชาชีพครู ครั้งที่ 8/2566 จำนวน 1,273 คน โดยเป็นผู้ที่อยู่ระหว่างศึกษาในหลักสูตรปริญญาทางการศึกษา ประกอบด้วย 1) หลักสูตรปริญญาตรีทางการศึกษา จำนวน 404 คน 2) หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู จำนวน 647 คน และ 3) หลักสูตรปริญญาโททางการศึกษา (วิชาชีพครู) จำนวน 222 คน และมอบสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

3.เห็นชอบหลักการในการดำเนินการทำบันทึกความเข้าใจ (Memorandum Of Understanding – MOU) ว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา กับสภาสถาบันพัฒนาครูเฮย์หลงเจียง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมอบหลักการให้เลขาธิการคุรุสภาเป็นผู้พิจารณารายละเอียด ลงนามความร่วมมือ และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

4.เห็นชอบการอุทธรณ์คำวินิจฉัยการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ ของคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ ซึ่งตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 ให้สิทธิแก่ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ที่คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพวินิจฉัยชี้ขาดกำหนดระดับโทษของการประพฤติผิดจรรยาบรรณฯ ตามมาตรา 54 (2) (3) (4) หรือ (5) ได้แก่ ตักเตือน ภาคทัณฑ์ พักใช้ใบอนุญาตมีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกินห้าปี หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาต มีสิทธิยื่นอุทธรณ์คำวินิจฉัยฯ ต่อคณะกรรมการคุรุสภา ได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยฯ ตามมาตรา 55 แห่งพระราชบัญญัติสภาครูฯ จำนวน 1 ราย ในกรณีผู้ถูกร้องเรียนด้านจรรยาบรรณผู้ถือใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู (ลับ)

5. รับทราบการให้ศูนย์การศึกษาพิเศษเป็นสถานศึกษาสำหรับฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียนและการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ตามหลักสูตรที่คุรุสภาให้การรับรองของสถาบันอุดมศึกษา จำนวน 2 สถาบัน รวมจำนวน 9 คน ดังนี้ 5.1 มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ได้แก่ ศูนย์การศึกษาพิเศษ จำนวน 3 แห่ง จำนวน 7 คน ประกอบด้วย ศูนย์การศึกษาพิเศษ จังหวัดสงขลา จำนวน 3 คน จังหวัดปัตตานี จำนวน 3 คน และจังหวัดสตูล จำนวน 1 คน 5.2 มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครสวรรค์ ได้แก่ ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดนครสวรรค์ จำนวน 2 คน

6.รับทราบรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการจัดทำสารานุกรมการศึกษาร่วมสมัย เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมองค์ความรู้เฉพาะทางด้านวิชาชีพทางการศึกษา จัดทำเป็นหนังสือสารานุกรมวิชาชีพทางการศึกษา เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยดำเนินการต่อเนื่องตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ถึงปีงบประมาณ พ.ศ.2567

7.รับทราบรายงานการดำเนินงานโครงการแลกเปลี่ยนครูในภูมิภาคอาเซียน โดยความร่วมมือกับสมาคมครูรัฐบรูไนดารุสซาลาม (Brunei Malay Teachers’ Association: BMTA) ประจำปี พ.ศ. 2566 ระหว่างครูไทยและครูบรูไนดารุสซาลาม สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ได้ดำเนินโครงการแลกเปลี่ยนครูในภูมิภาคอาเซียน ณ ประเทศบรูไนดารุสซาลาม ประจำปี พ.ศ. 2566 กำหนดระยะเวลาแลกเปลี่ยนในแต่ละประเทศ จำนวน 2 สัปดาห์ และได้ดำเนินการคัดเลือกครูแลกเปลี่ยนจากประเทศไทยเข้าร่วมโครงการ ซึ่งได้คัดเลือกครูและสถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 2 คน

พร้อมทั้งต้อนรับและจัดกิจกรรมสำหรับครูแลกเปลี่ยนจากประเทศบรูไนฯ จำนวน 2 คน ซึ่งเดินทางมาแลกเปลี่ยนระหว่างวันที่ 25 กันยายน – 9 ตุลาคม 2566 มีการจัดปฐมนิเทศก่อนการเข้าร่วมกิจกรรมที่โรงเรียนวัดเชิงเลน (นครใจราษฎร์) และ โรงเรียนบ้านดงเกตุ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 2 เยี่ยมชมสถานที่สำคัญระหว่างการเข้าร่วมโครงการ รับฟังรายงานผลการเข้าร่วมโครงการ ปัจฉิมนิเทศและเดินทางกลับประเทศบรูไนฯ

8.รับทราบรายงานผลการเข้าร่วมประชุมสภาครูอาเซียน+1 ครั้งที่ 37 (The 37th ASEAN Council of Teachers Convention) หัวข้อ “Leading the Future of Education” ระหว่างวันที่ 15 – 17 กันยายน 2566 ณ โรงแรมดิ เอเวอร์ลี่ ปูตราจายา (The Everly Putrajaya) กรุงกัวลาลัมเปอร์ สหพันธรัฐมาเลเซีย โดยประกอบด้วยประเทศสมาชิก 8 ประเทศ ได้แก่ ประเทศบรูไนดารุสซาลาม สาธารณรัฐอินโดนีเซีย สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ สาธารณรัฐสิงคโปร์ ประเทศไทย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม สหพันธรัฐมาเลเซีย (เจ้าภาพจัดประชุมฯ) และสาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) 
ในการประชุมสภาครูอาเซียน+1 ครั้งที่ 38 ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพ โดยเลขาธิการคุรุสภา เป็นผู้แทนรับมอบธงสภาครูอาเซียนในการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมฯ ในปี 2567

9.รับทราบการดำเนินงานจัดทำข้อตกลงความร่วมมือ ระหว่างสำนักงานเลขาธิการคุรุสภากับหน่วยงานอื่น ในปีงบประมาณ พ.ศ.2566 จำนวนทั้งสิ้น 4 ฉบับ ดังนี้ 1) บันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนางานเข้าสู่ระบบดิจิทัล ระหว่างสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา กับบริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) 2) บันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ Strengthening Teachers Education Program (STEP) 4 ฝ่าย ระหว่างสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ภูมิภาคว่าด้วยสะเต็มศึกษาขององค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และมหาวิทยาลัย จำนวน 12 แห่ง 3) บันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อดำเนินการพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครู บุคลากรทางการศึกษา และร่วมขับเคลื่อนสถาบันต้นแบบในการผลิตและพัฒนาครูระหว่างสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา กับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา 4) บันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding) ระหว่าง มหาวิทยาลัยบูรพา และ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา

10.รับทราบข้อมูลผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาในรูปแบบรายงานสรุปผลในภาพรวม (Dash Board) ของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา เพื่อสามารถดูข้อมูลของผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่เข้าใจง่าย และช่วยให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถนำข้อมูลไปบริหารจัดการกระบวนการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มท.ร่วมผู้ว่าฯทั่วประเทศ เตรียมพร้อมรวมพลังพสกนิกรชาวไทย ‘ปฏิบัติบูชา’ เฉลิมพระเกียรติ ‘ในหลวง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/765597

มท.ร่วมผู้ว่าฯทั่วประเทศ เตรียมพร้อมรวมพลังพสกนิกรชาวไทย'ปฏิบัติบูชา'เฉลิมพระเกียรติ'ในหลวง'

มท.ร่วมผู้ว่าฯทั่วประเทศ เตรียมพร้อมรวมพลังพสกนิกรชาวไทย’ปฏิบัติบูชา’เฉลิมพระเกียรติ’ในหลวง’

วันศุกร์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 18.01 น.

“ปลัดมหาดไทย”เผย กระทรวงมหาดไทยร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เตรียมความพร้อมรวมพลังพสกนิกรชาวไทย”ร่วมคิด ร่วมพูดคุย ร่วมทำ” เพื่อเป็นการปฏิบัติบูชาเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567

วันนี้ (27 ต.ค.66) นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมติดตามการขับเคลื่อนงานตามภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทยร่วมกับอธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้บริหารกรม หน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย โดยที่ประชุมได้มีการหารือถึงการขับเคลื่อนกิจกรรมเนื่องในโอกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงเจริญพระชนมายุครบ 6 รอบ 72 พรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2567 อันเป็นโอกาสสำคัญที่ข้าราชการตลอดจนกลไกกระทรวงมหาดไทยผู้ซึ่งทำหน้าที่เป็นขุนนางต่างพระเนตรพระกรรณในทุกอณูพื้นที่ของประเทศไทยทั้ง 76 จังหวัด 878 อำเภอ จะได้น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เป็น “ราชสีห์ผู้จงรักภักดี” หลอมรวมพลังความรู้รักสามัคคี หลอมรวมดวงใจแห่งความจงรักภักดี หัวใจแห่งการเป็นพสกนิกรใต้ร่มพระบารมีของพี่น้องประชาชนคนไทยกว่า 66 ล้านคนทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันน้อมนำพระบรมราโชวาท พระราชปณิธาน พระราชดำริ และพระราชดำรัส มาเป็นแนวทางในการก่อเกิดโครงการเฉลิมพระเกียรติเพื่อให้เกิดคุณประโยชน์กับพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงมหาดไทยได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้ง 7 ภาคี อันประกอบด้วย ภาคราชการ ภาคผู้นำศาสนา ภาควิชาการ  ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน และภาคสื่อสารมวลชน น้อมนำพระปฐมบรมราชโองการ “เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาประชาราษฎรตลอดไป” มาเป็นแสงนำใจในการมุ่งมั่นขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งพระปฐมบรมราชโองการที่พระองค์ได้พระราชทานเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ. 2562 องค์ดังกล่าว เป็นเสมือนแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์นำทางให้ข้าราชการตลอดจนพี่น้องประชาชนได้ทำสิ่งที่ดีให้กับผืนแผ่นดินไทย เพื่อเป็นแผ่นดินทอง เป็นสุวรรณภูมิที่ประชาชนมีความอยู่ดี กินดี มีชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า สำหรับแนวทางการจัดโครงการ/กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทยนั้น ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการดำเนินโครงการ/กิจกรรม โดยมีปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน และได้มีการประชุมหารือการขับเคลื่อนกิจกรรมในเบื้องต้นของกรม รัฐวิสาหกิจส่วนกลาง โดยมีกิจกรรมที่สำคัญ เช่น การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 การฟื้นฟูและพัฒนาลำน้ำ คู คลอง เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 การจัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทยได้มีการส่งเสริมการต่อยอดขับเคลื่อน “หมู่บ้านยั่งยืน (Sustainable Village)” ในอีกว่า 75,000 หมู่บ้านให้ครบทุกหมู่บ้านของประเทศไทย เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอ จะเป็นผู้นำในการสร้างวัฒนธรรมการทำงานร่วมกันของภาคีเครือข่ายทั้ง 7 ภาคีในพื้นที่แบบบูรณาการ ทั้งทีมจังหวัด ทีมอำเภอ ทีมตำบล และทีมหมู่บ้าน เพื่อทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวต่ออีกว่า ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างโครงการ/กิจกรรมที่เกิดจากการระดมความคิดเห็นในชั้นต้นของส่วนราชการและหน่วยงานรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงมหาดไทยในส่วนกลางเท่านั้น แต่ชาวมหาดไทยที่ทำหน้าที่เป็นข้าราชการที่ดีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในทุกภูมิภาค ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ และข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจที่กระจายอยู่ในพื้นที่จังหวัด พื้นที่อำเภอ รวมถึงพี่น้องผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องคาพยพต่าง ๆ ทั่วประเทศ ต่างล้วนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และมีความปรารถนาที่จะนำสิ่งที่เกิดเป็นมรรคผล เกิดความสุข ความร่มเย็น ในหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด อันเป็นความสุขใต้ร่มพระบารมี มาเป็นแสงนำใจ หลอมรวมพลังแห่งความสุขใต้ร่มพระบารมี คิด ริเริ่ม สร้างสรรค์ โครงการ/กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ของจังหวัด อำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน เพื่อถวายความจงรักภักดีร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน อาทิ สถานศึกษา ศูนย์การค้า ห้าง ร้าน หรือสถานที่ต่าง ๆ ตามความเหมาะสมของภูมิสังคมในแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานที่ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินไปปฏิบัติพระราชกรณียกิจ สถานที่อันเนื่องด้วยพระนาม เช่น โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช โรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์ ต้นไม้ทรงปลูก รวมถึงพื้นที่ที่ได้น้อมนำแนวพระราชดำริมาขับเคลื่อนพัฒนาจนเกิดมรรคเกิดผล ด้วยการน้อมนำแนวทางตามหลักการทรงงาน “ร่วมคิด ร่วมพูดคุย ร่วมทำ ร่วมรับประโยชน์” มาจัดทำโครงการ/กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ ตลอดทั้งปี 2567 เพื่อแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีและความปรารถนาที่อยากจะปฏิบัติบูชาเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลดังกล่าว

“การรวมพลังความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของพี่น้องประชาชนชาวไทยและภาคีเครือข่ายของกระทรวงมหาดไทยทั่วประเทศเพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ในครั้งนี้ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านนายอำเภอ จะได้ระดมความคิดเห็นในการก่อกำเนิดเกิดกิจกรรมจากพี่น้องประชาชน ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “พลังของคนรุ่นใหม่” ที่ล้วนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและน้อมนำพระราชจริยวัตร พระราชกรณียกิจ ที่ทรงปฏิบัติบำเพ็ญนานัปการ มาเป็นแนวทางในการสร้างสรรค์กิจกรรม โดยน้อมนำพระราชปณิธานที่สะท้อนผ่านพระปฐมบรมราชโองการ “เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป” และพระราชปณิธาน “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข แก้ไขในสิ่งผิด สืบสานในพระราชปณิธาน ภายใต้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” มาเป็นหลักชัยในการคิดริเริ่มกิจกรรม ซึ่งทุกจังหวัด ทุกอำเภอ จะได้เริ่มต้นในการระดมพลังความคิด พลังสติปัญญา พลังแห่งความมุ่งมั่นทำสิ่งที่ดีให้กับพื้นที่ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวเพิ่มเติม

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวในช่วงท้ายว่า เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 เป็นโอกาสครั้งสำคัญที่ปวงชนชาวไทยจะได้ร่วมกันปฏิบัติบูชาเพื่อน้อมถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระผู้ทรงเสียสละ ทุ่มเท อุทิศพระองค์เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดโดยมิทรงเหน็ดเหนื่อย เพราะลมหายใจของพระองค์ท่านคือ “พสกนิกรของพระองค์” ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่พวกเราคนไทยผู้เป็น “พสกนิกรใต้ร่มพระบารมี” จะได้ลุกขึ้นมาแสดงออกซึ่งพลังแห่งการ “รู้ รัก สามัคคี” พลังแห่งการเป็นจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ด้วยการช่วยกันคิด ช่วยกันกำหนดรูปแบบ กำหนดกิจกรรมเพื่อเฉลิมพระเกียรติฯ ในตลอดทั้งปี 2567 เพิ่มเติม โดยให้ทุกกรม ทุกรัฐวิสาหกิจ รวมทั้งทุกจังหวัด ทุกอำเภอ ช่วยกันพิจารณาดำเนินการเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่มีการกำหนดไว้ ซึ่งในแต่ละจังหวัด/อำเภอ จะได้มีการประชาสัมพันธ์เชิญชวนภาคีเครือข่ายร่วมการดำเนินการดังกล่าว ณ สถานที่ และเวลาที่กำหนดตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ เพื่อหลอมรวมดวงใจแห่งความจงรักภักดีของพสกนิกรไทยทั่วประเทศต่อไป

– 006

อว.ผนึกกำลัง 3 หน่วยงานเปิดตัวทุนการศึกษาค้นพบนักบินอวกาศรุ่น 4

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/765303

อว.ผนึกกำลัง 3 หน่วยงานเปิดตัวทุนการศึกษาค้นพบนักบินอวกาศรุ่น 4

อว.ผนึกกำลัง 3 หน่วยงานเปิดตัวทุนการศึกษาค้นพบนักบินอวกาศรุ่น 4

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 21.26 น.

อว.ผนึกกำลัง 3 หน่วยงานเปิดตัวทุนการศึกษาค้นพบนักบินอวกาศรุ่น 4 เพิ่มโอกาสการแข่งขันในระดับนานาชาติ

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2566 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ร่วมกับ ศูนย์อวกาศและจรวดแห่งชาติสหรัฐฯ (US Space & Rocket Center – USSRC), สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และ บริษัท ซิกเนเจอร์ มาร์เก็ตติ้ง แอนด์ เทคโนโลยี จำกัด (ZMT) เปิดตัวทุนการศึกษาค้นพบนักบินอวกาศ หรือ Discover Astronauts’ Scholarship – DAS รุ่นที่ 4 โดยมีองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ NASA ส่งผู้แทนจากศูนย์การบินอวกาศนายพลมาร์แชลล์ (NASA’s Marshall Space Flight Center) เข้าร่วมและกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิด ณ Plenary 1 – 2 ชั้น 1 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ดร.ศิริลักษณ์ พฤกษ์ปิติกุล รองผู้อำนวยการ GISTDA เปิดเผยว่า GISTDA พร้อมสนับสนุนกิจกรรมนี้อย่างเต็มที่ และเราได้ทำ DAS มาอย่างต่อเนื่องปีนี้เป็นปีที่ 4 แล้ว และรับทราบจากคุณกฤษณ์ คุนผลิน ผู้แทนศูนย์อวกาศและจรวดแห่งชาติสหรัฐ และผู้ก่อตั้งทุน DAS ว่า ทุนการศึกษาค้นพบนักบินอวกาศรุ่นที่ 4 แตกต่างจากรุ่นที่ผ่านมา 2 ประการ คือ มีการตัดคำว่า “ไทย” ออก เพื่อเปิดให้เป็นการแข่งขันในระดับนานาชาติ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อให้นักเรียนไทยได้มีโอกาสเข้าแข่งขันกับนักเรียนจากชาติต่างๆ ทั่วโลกและมีการวางแผนให้มีทุนในระดับภูมิภาคที่แยกออกจากการแข่งขันในระดับประเทศ เนื่องจาก 8 ปีที่ผ่านมา โรงเรียนที่ชนะการแข่งขันในระดับชาติมักจะอยู่ในกลุ่มโรงเรียนเดิมๆ ในเขตกรุงเทพมหานคร และโรงเรียนที่เก่งด้าน STEM ในจังหวัดระยองเท่านั้น เราจึงได้แก้ไขระบบเพื่อให้เกิดการกระจายโอกาส และสร้างความเท่าเทียมให้กับกลุ่มเยาวชนที่สนใจด้านอวกาศ สำหรับรายละเอียดโครงการฯ จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะ และสามารถติดตามได้ทางเพจ GISTDA

รองผู้อำนวยการ GISTDA กล่าวว่า ทั้งนี้ ทุนการศึกษาค้นพบนักบินอวกาศ หรือ DAS ก่อตั้งขึ้นด้วยทุนจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ผ่านสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2558 การคัดเลือกมี 2 ขั้นตอน โดยในขั้นตอนแรก ผู้สมัครต้องสอบแข่งขันในระบบการสอบที่ปัจจุบันมีชื่อว่า STEM Standard Test (SST) ผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด 24 คนแรกจะได้รับโอกาสให้แข่งขันในรอบสุดท้ายใน STEAM CAMP โดยแข่งขันด้าน STEAM-Space ที่วิทยาลัยอุตสาหกรรมการบินนานาชาติ (IAAI) ของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังเป็นเวลา 3 วัน 2 คืน โดยการคัดเลือกในรอบสุดท้ายจะใช้ระบบการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โดยนักเรียนที่ได้คะแนนเลือกตั้งสูงที่สุดจากผู้แข่งขันและกรรมการจะได้รับทุนการศึกษาตามลำดับในการไปเรียนด้านการสำรวจอวกาศเบื้องต้นที่ศูนย์อวกาศและจรวดแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (U.S. Space & Rocket Center and NASA Visitor Center) ในมลรัฐแอละแบมา สหรัฐอเมริกา เป็นเวลาทั้งหมด 11 วัน

– 006

ปลื้มยอดสมัครสมาชิก ช.พ.ค.-ช.พ.ส.กรณีพิเศษตามเป้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/765316

ปลื้มยอดสมัครสมาชิก ช.พ.ค.-ช.พ.ส.กรณีพิเศษตามเป้า

ปลื้มยอดสมัครสมาชิก ช.พ.ค.-ช.พ.ส.กรณีพิเศษตามเป้า

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 17.01 น.

สำนักงานคณะกรรมการ สกสค. ปลื้มได้ยอดผู้สมัครสมาชิก ช.พ.ค.-ช.พ.ส.กรณีพิเศษ ฉลองครบรอบ 20 ปี ทะลุ 5.4 พันคน สั่งรณรงค์ดึงครูสมัครสมาชิกใหม่ กางแผนอัดฉีดเพิ่มสวัสดิการให้สมาชิก ช.พ.ค.-ช.พ.ส. ได้รับมากขึ้นในทุกด้าน

นายเฉลิมชนม์ แน่นหนา รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เปิดเผยว่า จากการที่สำนักงานคณะกรรมการ สกสค. เปิดรับสมัครสมาชิกการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) และการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครู และบุคลากรทางการศึกษาในกรณีคู่สมรสถึงแก่กรรม (ช.พ.ส.) เป็นกรณีพิเศษเนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปี สำนักงานคณะกรรมการ สกสค. “2 ทศวรรษ ครอบครัวครู เราดูแล ” โดยแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงแรก เปิดรับสมัครสมาชิก ช.พ.ค. และ ช.พ.ส. ที่ถูกถอนชื่อกลับเข้าเป็นสมาชิก ซึ่งได้เปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 22 พฤษภาคม – 20 กันยายน 2566 ปรากฏว่ามีผู้ขอกลับเข้าเป็นสมาชิก ช.พ.ค. จำนวน 2,723 คน ขอกลับเข้าเป็นสมาชิก ช.พ.ส. จำนวน 478 คน รวม 3,205 คน และช่วงที่ 2 เปิดรับสมัครสมาชิก ช.พ.ค. และ ช.พ.ส. จนถึงอายุ 65 ปี พร้อมทั้งลดเงินค่าสมัคร ลดการเก็บเงินสงเคราะห์ล่วงหน้าเพื่อสำรองไว้เป็นค่าจัดการศพลง โดยเปิดรับสมัครกรณีพิเศษระหว่างวันที่ 7 กันยายน – 19 ตุลาคม 2566 ผลปรากฏว่า มีผู้สมัครเป็นสมาชิก ช.พ.ค. จำนวน 1,377 คน   สมัครเป็นสมาชิก ช.พ.ส. จำนวน 1,252 คน รวม 2,269 คน ซึ่งการรับสมัครกรณีพิเศษ 2 ช่วง ได้สมาชิกเพิ่มขึ้นรวมทั้งสิ้น 5,474 คน ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ เป็นไปตามเป้าหมายที่คาดว่าจะมีผู้สมัครประมาณ 5,000 กว่าคน

“พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ได้มีนโยบายให้จัดสวัสดิการแก่สมาชิก ช.พ.ค. และ ช.พ.ส. เพิ่มมากขึ้น ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. กำลังพิจารณาหาลู่ทางให้สมาชิกได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ มากกว่าข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ไม่ได้เป็นสมาชิก เช่น ได้รับส่วนลดในการเข้าใช้บริการหอพักของ สกสค.มากกว่า, ได้รับส่วนลดในการเข้าใช้บริการร้านค้า ร้านอาหาร ร้านเสริมสวย โรงแรม โรงพยาบาล ที่มีข้อตกลงความร่วมมือกับ สกสค. มากกว่า และให้มีสิทธิได้เข้ารับการอบรมในโครงการต่าง ๆ เป็นต้น โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมรายชื่อและทำเป็นอีบุ๊ค เพื่อเป็นคู่มือให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้เข้าใช้บริการอย่างทั่วถึง ซึ่งจะเป็นการช่วยประหยัด ลดรายจ่าย ลดค่าครองชีพที่เชื่อมโยงกับการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาในภาพรวมของกระทรวงศึกษาธิการด้วย ทั้งนี้ ข้อมูลปัจจุบัน ณ วันที่ 19 ตุลาคม 2566 มีสมาชิก ช.พ.ค. จำนวน 937,420 คน มีสมาชิก ช.พ.ส. จำนวน 388,025 คน เมื่อมีจำนวนสมาชิก ช.พ.ค. เพิ่มขึ้น 4,104 คน และ ช.พ.ส. เพิ่มขึ้น 1,730 คน ก็จะทำให้ความมั่นคงของสมาชิกสามารถเก็บเงินสงเคราะห์รายศพเพิ่มเสริมจากเดิมที่ได้รับอยู่แล้ว และหลังจากนี้จะมีการรณรงค์ให้ข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา และคู่สมรส สมัครเป็นสมาชิก ช.พ.ค. และ ช.พ.ส. ในกรณีปกติอายุไม่เกิน 35 ปีบริบูรณ์ ให้มากยิ่งขึ้น”  รองเลขาธิการ สกสค. กล่าว

นายเฉลิมชนม์ กล่าวด้วยว่า เพื่อเป็นการสนองนโยบาย รมว.ศธ. เรื่องการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู ในปี 2567 สำนักงานคณะกรรมการ สกสค. จะร่วมกับกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ดำเนินโครงการอบรมครูที่บรรจุมาแล้วไม่เกิน 5 ปี เกี่ยวกับวินัยการเงินการคลัง , อบรมครูประจำการ กลุ่มอายุ 55 ปี ให้เตรียมตัวก่อนเกษียณอายุราชการ วางแผนการเงิน อบรมเสริมอาชีพสมัยใหม่ และอาชีพที่ครูถนัด ส่วนกลุ่มครูนอกประจำการ ก็จะจัดอบรมส่งเสริมอาชีพ ออกกำลังกาย การดูแลสุขภาพ เป็นต้น นอกจากนี้จะร่วมกับกรมอนามัยดูแลครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เจ็บป่วย ติดเตียง โดยมีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ไปเป็นพี่เลี้ยงสอนวิธีดูแลผู้ป่วย และเยี่ยมให้คำแนะนำที่บ้านเป็นระยะ

ด้าน นางณัฐมน ไทยประสิทธิ์เจริญ นักวิชาการศึกษาชำนาญการพิเศษ ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กล่าวว่า ตนเองเป็นสมาชิก ช.พ.ค. มา 10 กว่าปี ตั้งใจว่าจะเก็บไว้เป็นมรดกให้ลูก เป็นอะไรไปครอบครัวจะได้ไม่เดือดร้อนมากนัก อย่างน้อยก็มีเงินค่าทำศพแล้ว ซึ่งก็อยากให้สามีสมัครเป็นสมาชิก ช.พ.ส. โชคดีที่มีเปิดรับสมาชิกกรณีพิเศษจึงไม่รีรอ รีบให้สามีมาสมัครเลย เพราะมีทั้งการขยายอายุผู้สมัคร ลดการเก็บเงินสงเคราะห์ล่วงหน้าลงมากกว่าอัตราที่เก็บในช่วงที่รับสมัครปกติมาก ซึ่งตนเห็นว่าโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน เราไม่มีทางรู้ว่าวันไหนใครจะจากไปก่อน และเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญที่คนในครอบครัวจะต้องดูแลกัน ตอนนี้ก็เป็นสมาชิกกันเรียบร้อยทั้งตนและสามี คงต้องใช้คำว่าตายตาหลับแล้ว.

ต้อนรับ สพป.ยะลา 2 ศึกษาดูงาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/765025

ต้อนรับ สพป.ยะลา 2 ศึกษาดูงาน

ต้อนรับ สพป.ยะลา 2 ศึกษาดูงาน

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.ผกาภรณ์ พลายสังข์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 ผู้บริหารและบุคลากร ร่วมต้อนรับ นายตอฮีรนหะยีเลาะแม ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 ในโอกาสศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เรื่องการบริหารจัดการภายในองค์กร ที่สำนักงาน สพป.พิษณุโลก เขต 2

มอบ ซี-วิท ต่อยอดโครงการ ปีที่ 2 ให้นักเรียนพื้นที่ห่างไกลดื่มทุกวัน 1 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/765024

มอบ ซี-วิท ต่อยอดโครงการ ปีที่ 2 ให้นักเรียนพื้นที่ห่างไกลดื่มทุกวัน 1 ปี

มอบ ซี-วิท ต่อยอดโครงการ ปีที่ 2 ให้นักเรียนพื้นที่ห่างไกลดื่มทุกวัน 1 ปี

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท เฮ้าส์ โอสถสภา ฟู้ดส์ จำกัด ดำเนินโครงการ “C-vitt สู่อนาคตที่สดใส ไปด้วยกัน” ต่อเนื่องปี 2 เพิ่มโครงการใหม่ คือมอบ ซี-วิท มินิ ให้ได้ดื่มเป็นประจำทุกวัน ระยะเวลา 1 ปี เพื่อให้เห็นผลเชิงสุขภาพทางร่างกายและจิตใจที่แข็งแรงขึ้น โดยนำร่องกับนักเรียน 900 คน ใน 9 โรงเรียนพื้นที่ห่างไกล ได้แก่ โรงเรียนบ้านน้ำหอม จ.ตาก, โรงเรียนบ้านห้วยช้างแทง จ.พิษณุโลก, โรงเรียนบ้านจานบัว และโรงเรียนบ้านทุ่งสว่าง จ.ศรีสะเกษ, โรงเรียนนาสนาดก์ จ.จันทบุรี, โรงเรียนบ้านแหลมสัก จ.กระบี่, โรงเรียนวัดโคกพิกุล จ.นครศรีธรรมราช, โรงเรียนบ้านห้วยกวางจริง และโรงเรียนแก่งกระจานพิทยาคม จ.เพชรบุรี และได้วางแผนงานว่าจะดำเนินโครงการนี้ไปอย่างต่อเนื่อง

ซี-วิท (C-vitt) ได้ร่วมกับมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย และมูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทยฯ กระจายเครื่องดื่มซี-วิท มินิ ไปถึงมือเด็กๆทั่วทั้งประเทศ โดยในปี 2565 จำนวน 1 ล้านกล่อง ให้เด็กๆ กว่า 47,000 คน และในปี 2566 นี้ได้มอบเพิ่มขึ้นเป็น 1.2 ล้านกล่องให้เด็กกว่า 50,000 คน นอกจากได้เพิ่มโครงการการมอบ ซี-วิท มินิ ให้ได้ดื่มเป็นประจำทุกวัน 1 ปี ดังกล่าวแล้ว ยังได้จัดกิจกรรมให้พนักงานลงพื้นที่โรงเรียนห่างไกล ให้ความรู้เกี่ยวกับวิตามินซีที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย แหล่งวิตามินซีที่สามารถหาได้ใกล้ตัว ผ่านการเล่นเกมอีกด้วย

หัวเว่ย-พันธมิตร นำตัวแทนเด็กไทย ร่วมประชุมบุคลากรดิจิทัลระดับภูมิภาค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/765031

หัวเว่ย-พันธมิตร นำตัวแทนเด็กไทย  ร่วมประชุมบุคลากรดิจิทัลระดับภูมิภาค

หัวเว่ย-พันธมิตร นำตัวแทนเด็กไทย ร่วมประชุมบุคลากรดิจิทัลระดับภูมิภาค

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จํากัด ได้นำตัวแทนเยาวชนไทย จากโครงการ Seeds for the Future ที่เป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยสาขาเทคโนโลยีสื่อสารและวิศวกรรมไฟฟ้า และคณะด้านภาษาและการบริหารธุรกิจ เข้าร่วมการประชุม Seeds for the Future Summit 2023 ร่วมกับเยาวชนจากประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ที่เมืองเซี่ยงไฮ้สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อ 18 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา

การประชุม Seeds for the Future Summit 2023 นี้ หัวเว่ย, มูลนิธิอาเซียน และองค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือซีมีโอ(SEAMEO) ได้ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อเสริมศักยภาพบุคลากรด้านดิจิทัล ภายใต้แนวคิด “เชื่อมต่อ, ปลูกฝัง, ผลักดันการเติบโตอย่างครอบคลุมให้แก่บุคลากรดิจิทัลในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก” คือเยาวชนจากโครงการ Seeds for the Future ที่เข้าร่วมการประชุมจำนวน 91 คนจาก 19 ประเทศ โดยมีบุคคลสำคัญในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกเข้าร่วมงาน ได้แก่ นายเกา กิม ฮวน เลขาธิการสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้,นายแอม เฮง สาริธ ผู้แทนแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาประจำภูมิภาคอาเซียน และประธานคณะกรรมการมูลนิธิอาเซียน, ดร.กฤษฎ์ชัย สมสมาน ผู้อำนวยการศูนย์ภูมิภาคว่าด้วยสะเต็มศึกษา (STEM Education) ขององค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, นายไซมอน หลิน ประธานกรรมการบริหาร ประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก หัวเว่ย และเจ้าหน้าที่รัฐและตัวแทนจากนานาประเทศในอาเซียนและองค์กรระหว่างประเทศ มาร่วมงาน

งานประชุมครั้งนี้เซี่ยงไฮ้ครั้งนี้ปิดฉากด้วยการเสวนาที่เจาะลึกความซับซ้อนในการบ่มเพาะผู้นำแห่งโลกอนาคตด้วยการลดช่องว่างทางดิจิทัล ตลอดจนการบริหารควบคุมและบ่มเพาะทักษะด้านดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง นำโดย ดร.ปิติ ศรีแสงนาม ผู้อำนวยการบริหารมูลนิธิอาเซียน คณะผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) ตัวแทนจากหัวเว่ยและผู้เข้าร่วมโครงการ Seeds for the Future ผู้ร่วมเสวนาได้แก่ ดร.ปิติ ศรีแสงนาม ผู้อำนวยการบริหารมูลนิธิอาเซียน,ดร.โก๊ะ ป๋วย กวน รองศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยธุรกิจ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์, นางสาวจีซีล ไอเจเลธ รามอส แอมบาสซาเดอร์ระดับโลกของโครงการ Seeds for the Future,นางสาวธัญญ์ฐิตา อนันต์จารุเลิศผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด 5G และแอมบาสซาเดอร์ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกของหัวเว่ย และนายเกล็นน์ โชว ผู้คว้ารางวัลผู้นำ Seeds for the Future 2023

นอกจากนี้ หัวเว่ยและสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (International Telecommunication Union-ITU)ได้ลงนามประกาศความร่วมมือที่มุ่งเน้นความร่วมมือทางดิจิทัล 6 ประการในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งรวมถึงนโยบายและหลักปฏิบัติด้านไอซีที, ความร่วมมือด้านการวิจัย, โครงสร้างพื้นฐานที่ครอบคลุม, การเพิ่มขีดความสามารถด้านดิจิทัล, การเสริมศักยภาพเยาวชนและเด็กผู้หญิงและการแบ่งปันความรู้ด้านดิจิทัลอีกด้วย

โครงการ Seeds for the Future ในประเทศไทย เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2551 โดยมีเป้าหมายเพื่อบ่มเพาะผู้มีศักยภาพด้านไอซีทีในประเทศไทย และมอบโอกาสด้านการเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีขั้นสูง สัมผัสความหลากหลายด้านวัฒนธรรม นอกจากนี้ หัวเว่ย ประเทศไทย ยังผลักดันและสนับสนุนนักศึกษาที่สนใจฝึกงานหรือร่วมงานกับหัวเว่ยในอนาคต รวมถึงดำเนินโครงการอบรมพัฒนาผู้มีความสามารถด้านไอซีทีอีกมากมายตลอดทั้งปีซึ่งรวมถึงโครงการ ICT Cloud Developer ปัจจุบัน หัวเว่ยได้จัดหลักสูตรฝึกอบรมให้กับบุคลากรด้านดิจิทัลไปแล้วกว่า 70,000 ราย ในประเทศไทย และวางแผนที่จะฝึกอบรมนักพัฒนาซอฟต์แวร์ด้านคลาวด์เพิ่มเติมอีก 20,000 ราย และมุ่งหนุนศักยภาพบุคลากรเพื่อเป็นแรงผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่ความเป็นผู้นำด้านดิจิทัลของเอเชีย-แปซิฟิกในอนาคต

ในก้าวต่อไป หัวเว่ย ประเทศไทย จะร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES), กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (MHESI) และกระทรวงแรงงาน ตลอดจนมหาวิทยาลัยและพันธมิตรหลายแห่ง เพื่อจัดงาน Talent Summit ในประเทศไทยในเดือนพฤศจิกายนนี้

วารสารศาสตร์ฯ มธ. ระดมสมองสื่อ ร่วมป้องกันภัยโซเชียลออนไลน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/765028

วารสารศาสตร์ฯ มธ. ระดมสมองสื่อ ร่วมป้องกันภัยโซเชียลออนไลน์

วารสารศาสตร์ฯ มธ. ระดมสมองสื่อ ร่วมป้องกันภัยโซเชียลออนไลน์

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สมาคมวารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ร่วมกับ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดการเสวนา “โซเชียลออนไลน์ ดาบสองคมวิชาชีพสื่อ” เนื่องในวาระครบรอบ 69 ปี วันคล้ายวันสถาปนา คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ใน
วันศุกร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2566 เวลา 13.00-16.00 น. ที่คณะวารสารศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

นายภูวนารถ ณ สงขลา นายกสมาคมวารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า ประเทศไทยได้เดินหน้าสู่การพัฒนาเกี่ยวกับระบบดิจิทัลเพื่อการสื่อสารอย่างต่อเนื่องไม่หยุดยั้งซึ่งในด้านหนึ่งถือเป็นประโยชน์อย่างยิ่งทั้งต่อระบบเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงการพัฒนาประเทศในมิติต่างๆ แต่ขณะเดียวกันก็มีอีกด้านที่พึงระวังอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารในการหลอกลวง ในการทุจริตของมิจฉาชีพซึ่งสร้างความเสียหายให้กับระบบเศรษฐกิจและสังคมเป็นอย่างมาก เนื่องในวาระครบรอบ 69 ปี วันคล้ายวันสถาปนา คณะวารสารศาสตร์ฯ จึงได้ร่วมกันจัดงานเสวนาหัวข้อ “โซเชียลออนไลน์ ดาบสองคมวิชาชีพสื่อ”ขึ้น เพื่อระดมมุมมองของสื่อมวลชนเพื่อผนึกกำลังกันสร้างสรรค์การสื่อสารโซเชียลออนไลน์ในเชิงบวกและสนับสนุนการสร้างบุคลากรในวิชาชีพสื่อมวลชนโดยยึดมั่นในจรรยาวิชาชีพ

งานเสวนาในครั้งนี้ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้มาร่วมเป็นองค์ปาฐกถาพิเศษ และประธานเปิดงาน สำหรับวิทยากรประกอบด้วย นายเขมทัตต์ พลเดช นายกสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ รศ.ดร.วิกานดา พรสกุลวานิช อาจารย์กลุ่มวิชาบริหารการสื่อสาร คณะวารสารศาสตร์ฯ นางสาวชุตินธรา วัฒนกุลบรรณาธิการบริหารข่าวออนไลน์ไทยพีบีเอส TPBS และที่ปรึกษาสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ นายระวี ตะวันธรงค์ ที่ปรึกษาเพจส่องสื่อ และ The modernist และ นายนภพัฒน์จักษ์ อัตตนนท์ บรรณาธิการบริหาร สำนักข่าว Today โดยมี นายภูวนารถ ณ สงขลา นายกสมาคมวารสารศาสตร์ฯ เป็นผู้ดำเนินการเสวนา

ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมล่วงหน้าได้ที่ QR Code ในรูปภาพ

มมส-จ.มหาสารคาม จัดแข่งขัน เตรียมความพร้อมนักกีฬาลีลาศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/765029

มมส-จ.มหาสารคาม จัดแข่งขัน  เตรียมความพร้อมนักกีฬาลีลาศ

มมส-จ.มหาสารคาม จัดแข่งขัน เตรียมความพร้อมนักกีฬาลีลาศ

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ภาควิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพและการกีฬา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จัดโครงการฝึกประสบการณ์ลีลาศเพื่อการแข่งขันและสังคม ครั้งที่ 7 The 7th MSU Dancesport Pre Competition and Ballroom Dance Night Party โดยมี อาจารย์ดร.วัฒนพงษ์ คงสืบเสาะ รองคณบดีฝ่ายพัฒนานิสิตและอาคารสถานที่ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็นประธานเปิดงาน ณ อาคารศูนย์กีฬาและนันทนาการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เมื่อกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

โครงการฝึกประสบการณ์ลีลาศเพื่อการแข่งขันและสังคม เกิดจากความร่วมมือของภาควิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพฯ และชมรมกีฬาลีลาศ มมส โดย นางลักขณา เมธานิธิกุล ประธานชมรมกีฬาลีลาศ จังหวัดมหาสารคาม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อฝึกประสบการณ์ให้นิสิตที่เรียนในรายวิชาลีลาศได้มีโอกาสสัมผัสกับบรรยากาศการแข่งขันลีลาศ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย เตรียมความพร้อมให้กับนักกีฬาลีลาศจังหวัดเพื่อลงแข่งในนามตัวแทนจังหวัดมหาสารคาม อีกทั้งเพื่อเป็นการส่งเสริมการออกกำลังกาย และส่งเสริมมิตรภาพและความร่วมมือทางด้านกีฬาลีลาศระหว่างสถาบันและทีมกีฬาลีลาศที่เข้าร่วมการแข่งขันซึ่งมีนักกีฬาเข้าร่วมทั้งหมด 165 คู่ จาก 10 สถาบัน

SPU ส่งเสริมการทำกิจกรรมนักศึกษา จัดแสดงผลงานชมรมและงานจิตอาสา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/765026

SPU ส่งเสริมการทำกิจกรรมนักศึกษา  จัดแสดงผลงานชมรมและงานจิตอาสา

SPU ส่งเสริมการทำกิจกรรมนักศึกษา จัดแสดงผลงานชมรมและงานจิตอาสา

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศูนย์กิจกรรมพัฒนานักศึกษาและชุมชนสัมพันธ์ กลุ่มงานกิจการนักศึกษา ร่วมกับสโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยศรีปทุม จัดงานเปิดโลกกิจกรรม ประจำปีการศึกษา 2566 เลือกชมรมที่รัก สมัครชมรมที่ชอบภายใต้แนวคิด “SPU จิตอาสาประตูสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” โดยได้เห็นถึงความสำคัญของการเข้าร่วมทำกิจกรรมของนักศึกษา เพื่อเป็นเวทีให้ชมรมได้จัดแสดงผลงานของชมรม และเป็นเวทีสำหรับเปิดโอกาสให้นักศึกษาทุกคนได้เข้าร่วมกิจกรรมชมรมต่างๆ ของมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ยังทำให้นักศึกษาได้มีส่วนร่วมทำกิจกรรมจิตอาสา USR ร่วมใส่ใจรับผิดชอบต่อสังคมต่อไปอีกด้วย โดยผศ.ดร.จรรยา พุคยาภรณ์ รองอธิการบดีเป็นประธานเปิดงานดังกล่าว

นอกจากนี้ ภายในงานได้จัดให้มีการเสวนาพิเศษ “Green Energy for Sustainability : พลังงานสีเขียวเพื่อความยั่งยืน โดยวิทยากรพิเศษจาก บริษัทซัสเทนเนเบิ้ล ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด และบริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด และเสวนาพิเศษ “ปลุกพลังนักศึกษา ปลูกจิตสำนึกการเป็น “ผู้ให้” กับ SRIPATUM USR ร่วมรับผิดชอบต่อสังคม” พบกับวิทยากรรับเชิญ โดย(บีม) ศรัณยู ประชากริช นักแสดง พิธีกร ดีเจชาวไทย และนักจิตอาสาพัฒนาเพื่อสังคม พร้อมด้วยการออกบูธของชมรมต่างๆ, การออกร้านค้าของนักศึกษา, การแสดงดนตรีจากนักศึกษาอาสา, การแสดง Cover Dance จากนักศึกษา SPU ณ ลานกิจกรรมหูกวาง มหาวิทยาลัยศรีปทุม กทม. (บางเขน) งานจัดขึ้นรวม 2 วัน เมื่อกลางเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา