สิ้น ‘วิจิตร ศรีสอ้าน’ อดีตรมว.ศึกษาธิการ บิดาแห่งสหกิจศึกษาไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/759979

สิ้น ‘วิจิตร ศรีสอ้าน’ อดีตรมว.ศึกษาธิการ บิดาแห่งสหกิจศึกษาไทย

สิ้น ‘วิจิตร ศรีสอ้าน’ อดีตรมว.ศึกษาธิการ บิดาแห่งสหกิจศึกษาไทย

วันเสาร์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2566, 16.34 น.

วันที่ 30 กันยายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.ธีระชัย เชมนะสิริ นายกสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Teerachai Chemnasiri” ระบุว่า

“ขอกราบคารวะดวงวิญญาณของท่าน ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน นายกสภามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี อดีตนายกสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และอดีตนักการศึกษาผู้มีแต่เมตตาธรรม

ขอให้ท่านจงสู่สวรรค์ชั้นสูงสุดด้วยคุณงามความดีที่ท่านได้กระทำเทอญ”

ขณะเดียวกัน ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีกิตติคุณผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยรังสิต อดีตรองประธาน​รัฐสภา​และประธานสภาผู้แทนราษฎร โพสต์ภาพและข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว “Arthit Ourairat” ระบุว่า

“ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งในการจากไปของ ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน เพื่อนรักรุ่นเดียวกัน แม้ ดร.วิจิตร อยู่อักษรศาสตร์ ผมอยู่รัฐศาสตร์

ดร.วิจิตร สนับสนุนมหาวิทยาลัยรังสิตมาโดยตลอด เป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยรังสิตตั้งแต่ต้นจนไปเป็น รมว.ศึกษาธิการ

ขอดวงวิญญาณท่านจงไปสู่สุคติ ณ สัมปรายภพ”

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Ftchemnasiri%2Fposts%2Fpfbid02zkhgVFmnF3edUYAfqGaCjdgj4DDanydhaBKV5chM5CFRui5DiEnzuVSsEfBasi7Ul&show_text=true&width=500,

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Farthit.ourairat.9%2Fposts%2Fpfbid04TQp29P2HQvBdWGq2JB2W4Rsymi5DcakxhzKDokTdCHVJJpKLDWoDksTHHKKzGm3l&show_text=true&width=500

ปลัดมหาดไทย แสดงมุทิตาจิตข้าราชการมหาดไทยที่จะเกษียณอายุราชการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/759913

ปลัดมหาดไทย แสดงมุทิตาจิตข้าราชการมหาดไทยที่จะเกษียณอายุราชการ

ปลัดมหาดไทย แสดงมุทิตาจิตข้าราชการมหาดไทยที่จะเกษียณอายุราชการ

วันเสาร์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2566, 09.56 น.

ปลัดมหาดไทย แสดงมุทิตาจิตข้าราชการมหาดไทยที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 1 ตุลาคม 2566 พร้อมเน้นย้ำ “ร่วมระลึกคุณค่าการทำงานที่ผ่าน แม้เกษียณอายุราชการแล้ว แต่ต้องไม่เกษียณจากการทำคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติบ้านเมืองตลอดไป”

วันที่ 30 กันยายน 2566 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เนื่องในโอกาสที่ในวันที่ 1 ตุลาคม 2566 นี้ จะมีข้าราชการกระทรวงมหาดไทยผู้มีอายุครบ 60 ปี ต้องเกษียณอายุราชการ จึงขอร่วมแสดงมุทิตาจิตแด่ข้าราชการผู้เกษียณอายุราชการทุกท่าน โดยสิ่งที่ทุกคนมีเหมือนกันอย่างเท่าเทียม คือ “เวลา” ไม่ว่าเราจะอยู่ในตำแหน่ง หรือแห่งหนใด ในช่วงเวลาของการเดินทางที่ผ่านมา เราโชคดีที่ได้เดินทางร่วมกันมาบนเวลาที่มีความหมาย ได้พบความสุข ความสนุก เรื่องราวดีดี และประสบการณ์ที่ท้าทาย จนถึงเวลาสุดท้ายของการที่ได้เจอกันในชีวิตการทำงาน

“เมื่อเวียนย่างเข้าสู่เดือนกันยายนของทุกปี เราทุกคนต่างรู้ดีว่า นั่นคือ “วาระแห่งการเกษียณอายุราชการที่เวียนมาบรรจบ” ช่วงชีวิตที่ผ่านมาในเส้นทางการทำงานของทุกท่าน กระผมได้พบว่า ทุกท่านล้วนแล้วแต่เป็นทรัพยากรบุคคลอันทรงคุณค่าของกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ซึ่งทุ่มเทกำลังกายและใจเสมอ ใช้ศักยภาพและความสามารถในการพัฒนาองค์กร สังคม และประเทศชาติ” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวเน้นย้ำ  

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอขอบคุณใน “คุณความดี” และทุกสิ่งที่ข้าราชการผู้เกษียณอายุราชการทุกท่านได้เสียสละมาโดยตลอด ขอให้ท่านจงภาคภูมิใจและจงเชื่อมั่นว่าคุณงามความดีที่ท่านได้เคยปฏิบัตินั้นจะเป็นที่ระลึกถึงแก่คนรุ่นหลังอย่างแน่นอน ทั้งนี้ ขอให้ทุกท่านถือเอาวาระแห่งการเกษียณอายุราชการนี้ เป็นการเริ่มต้นสิ่งใหม่ดังที่ปรารถนาไว้ และขอให้ใช้ชีวิตต่อไปจากนี้อย่างมีความสุขและมีคุณค่าต่อไป ทั้งนี้ แม้ทุกท่านจะเกษียณอายุราชการ แต่ขอฝากให้ทุกท่านต้องไม่เกษียณจากการทำคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติบ้านเมืองตลอดไป

“…ตราพระราชสีห์ สัญลักษณ์ อนรรฆค่า
เป็นที่มา ในเส้นทาง ของศักดิ์ศรี
อุดมการณ์ สร้างสังคม แห่งความดี
พัฒนา ทุกพื้นที่ ประเทศไทย

ด้วยพันธะ หน้าที่ เกียรติยศ                  
ถึงกำหนด ครบวาระ  อันยิ่งใหญ่
ครบเกษียณ อายุ กำหนดไว้                
ถึงอย่างไร เราคือคน มหาดไทยดังเช่นเดิม

เพราะราชสีห์ ผู้ภักดี ต่อแผ่นดิน 
เกษียณเพียง อายุ ราชการ 
แต่จะไม่ เกษียณ จากการงาน
ที่ทำคุณ ประโยชน์ ต่อส่วนรวม…”

ด้วยจิตคารวะ…แด่ ผู้เกษียณอายุราชการในวันที่ 1 ตุลาคม 2566 ทุกท่าน

‘ปลัดมหาดไทย’เปิดการประกวดผ้าลายพระราชทาน’ผ้าลายดอกรักราชกัญญา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/759769

'ปลัดมหาดไทย'เปิดการประกวดผ้าลายพระราชทาน'ผ้าลายดอกรักราชกัญญา'

‘ปลัดมหาดไทย’เปิดการประกวดผ้าลายพระราชทาน’ผ้าลายดอกรักราชกัญญา’

วันศุกร์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2566, 14.34 น.

ปลัดมหาดไทย เปิดการประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายดอกรักราชกัญญา” และงานหัตถกรรม รอบ Semi Final มีผลงานผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศรวม 75 ผืน/ชิ้น พร้อมขอบคุณคณะทำงานผ้าไทยใส่ให้สนุกที่ทำให้พี่น้องประชาชนได้รับการพัฒนาทักษะและมีอาชีพ มีรายได้จากผลงานผ้าไทยที่เพิ่มขึ้น เน้นย้ำ ชาวมหาดไทยมุ่งมั่นน้อมนำพระดำริ “เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” ขับเคลื่อนเพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนให้กับประชาชนคนไทยตลอดไป

วันนี้ (29 ก.ย. 66) เวลา 10.00 น.ที่ศูนย์การค้าดิเอ็มควอเทียร์ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เป็นประธานเปิดการประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายดอกรักราชกัญญา” และงานหัตถกรรม รอบรองชนะเลิศ (Semi Final) โดยมี นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นางกุลทรัพย์ ชื่นโกสุม อุปนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ ประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน นายวรงค์ แสงเมือง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ร่วมในพิธี โดยได้รับเกียรติจากคณะกรรมการกิตติมศักดิ์ ได้แก่ ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ ราชเลขานุการในพระองค์ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ดร.ท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์ ประจำสำนักพระราชวังพิเศษ ประจำกรมกิจการในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี นายธีระพันธ์ วรรณรัตน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (การออกแบบแฟชั่น) ประจำปี 2562 นายเผ่าทอง ทองเจือ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านผ้าไทย พร้อมทั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ ดร.ศรินดา จามรมาน นายธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ นายกุลวิทย์ เลาสุขศรี นายพลพัฒน์ อัศวะประภา นายศิริชัย ทหรานนท์ นายภูภวิศ กฤตพลนารา นายวิชระวิชญ์ อัครสันติสุข ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผศ.ดร.รวิเทพ มุสิกะปาน ดร.กรกลด คำสุข นายนุวัฒน์ พรมจันทึก นายมีชัย แต้สุจริยา และนายวีรธรรม ตระกูลเงินไทย ร่วมกิจกรรม

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย  กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระปณิธานอันมุ่งมั่นแน่วแน่ในการแบ่งเบาพระราชภาระของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการน้อมนำพระปฐมบรมราชโองการ “เราจะสืบสานรักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป” โดยทรงน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในด้านการส่งเสริมภูมิปัญญาผ้าไทยและงานหัตถศิลป์ หัตถกรรมอันล้ำค่าของแผ่นดิน ไว้เป็นพระราชภาระ ด้วยพระองค์ได้ทรงเรียนรู้ผ่านการโดยเสด็จพระราชดำเนินตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ และเมื่อทรงเจริญวัยก็ได้เข้าศึกษาที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และต่อยอดองค์ความรู้ ณ สถาบันการศึกษาชั้นนำในต่างประเทศ ด้วยทรงมุ่งหวังที่จะได้เป็นกำลังของแผ่นดินในการสืบทอดภูมิปัญญาด้านศิลปกรรม และต่อยอดให้เข้ากับแฟชั่นนิยมสมัยใหม่ เพื่อที่จะธำรงรักษาไว้ซึ่งงานศิลปกรรมอันล้ำค่า ให้คงอยู่คู่กับประเทศไทยตราบกาลนาน ซึ่งได้พระราชทานโครงการพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” อันหมายถึง ความสุขที่ได้เลือกใช้ศิลปหัตถกรรมไทย เพื่อให้รายได้กลับสู่ชุมชน ส่งเสริมและกระตุ้นผ้าไทยให้ทันสมัยสู่สากล เป็นที่นิยมในทุกเพศ ทุกวัย และทุกโอกาส ทั้งนี้ พระองค์ทรงให้ความสำคัญกับ “การพัฒนาคน” ให้ได้มีองค์ความรู้ด้านแฟชั่นดีไซน์ประยุกต์เข้ากับผ้าไทย ทั้งรูปแบบ ลวดลาย สี เรื่องราว และบรรจุภัณฑ์ ที่สอดรับกับความนิยมชมชอบของผู้บริโภคในปัจจุบัน รวมทั้งพระราชทานพระดำริ Sustainable Fashion เพื่อให้ผืนผ้าและหัตถกรรมไทย เป็นชิ้นงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จึงทรงเชื้อเชิญให้ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญ ทั้งดีไซเนอร์ชั้นนำระดับประเทศ ผู้ทรงความรู้ด้านผ้าไทย และผู้มีความเชี่ยวชาญด้านสีธรรมชาติ ภายใต้ชื่อ “คณะทำงานโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก” ลงพื้นที่ไปให้ความรู้ ไปอบรมบ่มเพาะ ถ่ายทอดความรู้และแนวทางในการส่งเสริมพัฒนาและต่อยอดผืนผ้าไทย ให้เป็นผืนผ้าแห่งอัตลักษณ์ ความงดงาม และความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นับถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 3 ปี ที่พระองค์ได้ทรงลุกขึ้นมาเป็นผู้นำ ตรากตรำพระวรกายเสด็จไปทรงงานด้วยพระองค์เองในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ พร้อมทั้งพระราชทานพระกรุณาให้คณะทำงานฯ ได้ลงไปติดตามการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

“ในรอบ 2 – 3 ปีที่ผ่านมา ด้วยพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้ทำให้พี่น้องชาวมหาดไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “กรมการพัฒนาชุมชน” ได้มีความกล้าหาญ มีใจที่รุกรบ มีกำลังใจในการที่จะไปพูดคุยกับพี่น้องประชาชน น้อมนำพระดำริไปขยายผลถ่ายทอดลงไปทำให้พี่น้องประชาชนได้เชื่อมั่นว่า หากพัฒนาผืนผ้าและงานหัตถกรรมให้สอดรับกับความนิยมชมชอบของผู้บริโภคสมัยใหม่ โดยไม่ละทิ้งรูปแบบอัตลักษณ์ภูมิปัญญาดั้งเดิม ดังแนวพระดำริของพระองค์ท่าน จะทำให้เขาได้มีงาน มีอาชีพ มีรายได้ ไปเลี้ยงดูจุนเจือครอบครัว ใช้ชีวิตได้มีความสุขอย่างยั่งยืน เช่น เรื่องการรณรงค์ทอผ้าด้วยสีธรรมชาติแทนสีเคมี ในปีแรกเป็นเรื่องที่หลายคนคิดว่ายากมาก พอปีที่ 2 ก็เริ่มสบายขึ้น เพราะได้ทดลองทำในปีแรกแล้ว และปีที่ 3 ก็ง่ายขึ้น จนกลายเป็นชิ้นงานที่ล้ำค่า เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นคุณูปการต่อประเทศชาติอย่างยิ่ง ซึ่งปรากฏเป็นผลลัพธ์แห่งความภาคภูมิใจของพวกเราทุกคน หรือ Best Practice ที่บ้านดอนกอย ตำบลสว่าง อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร ที่ในอดีตชาวบ้านก็จะย้อมผ้าด้วยสีครามเข้ม และทำรูปแบบเดิม ๆ จนเคยชิน แต่เมื่อน้อมนำพระดำริของพระองค์ท่านไปพัฒนาลวดลาย จนกลายเป็น “ดอนกอยโมเดล” ส่งผลทำให้จากเดิมมีรายได้เดือนละประมาณ 700 บาทต่อคน ปัจจุบันนี้เพิ่มขึ้นเป็น 12,000 บาทต่อเดือน และได้พัฒนากลุ่มผ้าย้อมครามบ้านดอนกอยเป็น “ศูนย์เรียนรู้ผ้าย้อมครามบ้านดอนกอย” “วิชชาลัยดอนกอย วิถีแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน” ที่กลายเป็นกระบอกเสียง และเป็นศูนย์รวมการพัฒนาผ้ายอมครามในทุกมิติ ทั้งการผลิต การจำหน่าย การเพิ่มมูลค่าอีกด้วย” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าว

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวต่ออีกว่า จากเมื่อ 3 ปีก่อนถึงวันนี้ ภาพรวมของประเทศไทยเราสามารถขับเคลื่อนงานผ้าไทยที่จากเดิมมีรายได้ ปีละ 20,000 ล้านบาทต่อปี กลายเป็น 80,000 ล้านบาทต่อปี และยังได้รับเสียงชื่นชมจากผู้นิยมชมชอบผ้าไทยทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศว่า ปัจจุบันงานผ้าไทยคึกคัก คนนิยมมากขึ้น ดังเช่นในพิธีเปิดงาน OTOP Midyear 2023 นายอนุทิน ชาญวีรกูล  รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวเน้นย้ำว่า “น่าชื่นใจที่ตอนนี้สินค้า OTOP โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานผ้าและงานหัตถกรรมตลอดจนอาหารการกิน เป็นงานที่เราไม่ต้องไปชวนคนซื้อเพียงเพราะว่าจะได้บุญ จะได้ช่วยคนชนบทให้มีรายได้ ทุกวันนี้ไม่ต้องคิดแบบนี้แล้ว เพราะถ้าเรามางาน OTOP เราจะเห็นสิ่งที่ดี สิ่งที่ถูกใจ  สิ่งที่มีคุณภาพ” ซึ่งเป็นเครื่องสะท้อนว่าผลสำเร็จของการทำให้พี่น้องประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีเกิดขึ้นจริง อันเป็นประจักษ์พยานอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนดีขึ้น ด้วยพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา นอกจากนี้สิ่งที่พระองค์ได้ทรงเน้นย้ำอยู่เสมอ คือ “การส่งต่อถ่ายทอดภูมิปัญญาให้กับคนรุ่นใหม่” ก็ประสบความสำเร็จ ทำให้คนที่เคยประสบปัญหาช่วงโควิด-19 แล้วต้องกลับไปทำงานที่บ้านเกิด ด้วยการรับการถ่ายทอดภูมิปัญญาจากปู่ย่าตายาย จนกลายเป็นช่างทอผ้า แม้สถานการณ์โรคระบาดจะผ่านไปแล้ว แต่เขาเหล่านั้นก็ยังคงทอผ้าจนยึดเป็นอาชีพทำงานต่อไป เพราะพวกเขาเหล่านั้น ที่เป็นคนรุ่นใหม่ ได้เห็นแล้วว่า ผ้าไทยทำให้มีเงินรายได้ที่เพิ่มพูน รวมทั้งเดินไปทางไหนก็เจอแต่คนไทยสวมใส่ผ้าไทย ลูกหลานก็เกิดแรงจูงใจที่อยากขับเคลื่อนเรื่องผ้าไทยและหัตถกรรมไทยต่อจากปู่ย่าตายาย

ด้าน ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเป็นเจ้าฟ้าที่ไม่เคยทอดทิ้งพสกนิกรของพระองค์ ด้วยการทรงทุ่มเททำงานอย่างหนัก เพราะพระองค์ท่านทรงเห็นแบบอย่างจากการตามเสด็จพระราชดำเนินสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และการปฏิบัติพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทรงปรารถนาที่จะทำให้คนไทยในถิ่นชนบทได้มีรายได้จากการทำผ้า ทอผ้า ย้อมผ้า ยึดเป็นอาชีพเสริม และไม่ทิ้งบ้านเกิดเมืองนอน พร้อมกับฝึกฝนพัฒนาตนเองที่จะทำงานผ้า ทรงทำให้อัตลักษณ์ความเป็นไทยอยู่คู่ลูกคู่หลานและเกิดความยั่งยืน นอกจากนี้ พระองค์ทรงส่งเสริมให้ประชาชนได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาใช้ในการประกอบการทำงาน ด้วยการ “พึ่งพาตนเอง” โดยเฉพาะเรื่องงานผ้า ให้ใช้สีธรรมชาติจากพืช ดิน และทรัพยากรธรรมชาติรอบตัว โดยไม่ทรงสนับสนุนให้ใช้สีเคมี ทั้งการปลูกฝ้าย ปลูกหม่อน เลี้ยงไหม รู้จักปลูกต้นหวาย ปอกระจูด ย่านลิเภา ให้มีอย่างพอเพียง ซึ่งพระองค์ท่านน้อมนำแนวคิดของสมเด็จปู่ที่ได้พระราชทานให้กับคนไทยมาใช้ในชีวิตจริง จนล่าสุดกระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชน ได้นำเสนอผ้าไทยที่มีกระบวนการผลิตเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้เข้ารับการพิจารณารับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกว่าใช้วัตถุดิบที่มาจากธรรมชาติซึ่งใกล้เคียงกับความสำเร็จแล้ว

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวในช่วงท้ายว่า ขอบคุณคณะทำงานผ้าไทยใส่ให้สนุก และพี่น้องชาวมหาดไทยทุกคนที่ได้ช่วยทำให้พระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่พระราชทานให้กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย นำไปสู่พี่น้องประชาชน สามารถทำให้พี่น้องประชาชนกลายเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถในการประยุกต์ พัฒนาภูมิปัญญาของตนเองในงานหัตถกรรมและงานผ้าไทย จนก่อให้เกิดรายได้ ซึ่งทุกท่านทุกคนได้น้อมนำหลักการพัฒนาคน ด้วยการไม่ให้ปลากับชาวบ้าน แต่ “แนะนำวิธีการหาปลา ให้เครื่องมือจับปลา” ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ล้นเกล้าฯ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  ทรงเพียรพยายามทำมาตลอด 70 ปี และเป็นการน้อมนำพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดังพระปฐมบรมราชโองการ และพระราชโองการองค์ที่ 2 ที่พระราชทานว่า “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข แก้ไขในสิ่งผิด สืบสานในพระราชปณิธาน ภายใต้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ประสบความสำเร็จ คือ ทำให้ประเทศชาติมั่นคง ด้วยเพราะประชาชนมีความสุข และขอให้ทุกคนได้จดจำว่า พวกเราชาวมหาดไทยรวมทั้งสมาคมแม่บ้านมหาดไทย จะจดจำคุณงามความดีที่คณะทำงานฯ ทุกท่านได้เมตตา ช่วยสนองงานและเป็นผู้ที่ช่วยหนุนเสริมทำให้คนมหาดไทยทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อยในการสนองงาน เพื่อทำให้ประชาชนได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีด้วยตัวเองอย่างยั่งยืนตลอดไป

สำหรับการประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายดอกรักราชกัญญา” และงานหัตถกรรม มีผ้าและงานหัตถกรรมที่ส่งเข้าประกวด ทั้งสิ้น 7,086 ชิ้น แบ่งเป็นประเภทผ้า จำนวน 6,290 ผืน และงานหัตถกรรม จำนวน 796 ชิ้น โดยมีผ้าและงานหัตถกรรมที่ผ่านเข้ารอบประกวดรอบรองชนะเลิศ (Semi Final) ทั้งสิ้น 225 ชิ้น แบ่งเป็นประเภทผ้า จำนวน 200 ผืน และงานหัตถกรรม จำนวน 25 ชิ้น

“ขณะนี้คณะกรรมการฯ ได้คัดเลือกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มีผลงานผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ (Final) จำนวน 75 ผืน/ชิ้น แบ่งเป็นประเภทผ้า 65 ผืน และหัตถกรรม 10 ชิ้น โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา จะเสด็จเป็นองค์ประธานคณะกรรมการตัดสินการประกวดในวันที่ 31 ตุลาคม 2566 ณ ศูนย์การค้าไอคอนสยาม กรุงเทพมหานคร ต่อไป”

– 006

สำนักพระราชวัง ขอเชิญชวนประชาชนร่วมนั่งสมาธิเจริญจิตตภาวนา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/759668

สำนักพระราชวัง ขอเชิญชวนประชาชนร่วมนั่งสมาธิเจริญจิตตภาวนา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

สำนักพระราชวัง ขอเชิญชวนประชาชนร่วมนั่งสมาธิเจริญจิตตภาวนา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

วันพฤหัสบดี ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2566, 19.09 น.

สำนักพระราชวัง ขอเชิญชวนประชาชนร่วมนั่งสมาธิเจริญจิตตภาวนา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

28 ก.ย.2566 สำนักพระราชวัง ขอเชิญชวนประชาชนร่วมนั่งสมาธิเจริญจิตตภาวนา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช ในวันที่ 1 ตุลาคม 2566 และวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ ในวันที่ 18 ตุลาคม 2566 และเนื่องในวันนวมินทรมหาราช ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 13 ตุลาคม 2566 ผ่านแอปพลิเคชัน “สมาธิเสบียงบุญ” บันทึกเวลาการทำสมาธิเจริญจิตตภาวนา ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 เวลา 08.00 น. ถึง วันที่ 18 ตุลาคม 2566 เวลา 08.00 น. ทั้งนี้ สามารถ ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันได้ทั้ง Play Store และ App store

นักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า คว้ารางวัลประกวดหุ่นยนต์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/759606

นักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า คว้ารางวัลประกวดหุ่นยนต์

นักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า คว้ารางวัลประกวดหุ่นยนต์

วันพฤหัสบดี ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2566, 16.47 น.

นักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า คว้ารางวัลประกวดหุ่นยนต์

ชมรมหุ่นยนต์โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่งในการเเข่งขัน Innovation Robotics AI & IOT Contest 2023 ในโจทย์หัวข้ออุตสาหกรรม ณ มหาวิทยาลัยเกษตร (บางเขน) 

นักเรียนนายร้อย ชมรมเครื่องบินเล็กและโรบอท โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ได้เข้าร่วมการแข่งขันเทคโนโลยีนวัตกรรมหุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์ และอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง ประจำปี 2566 ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน จังหวัดกรุงเทพมหานคร ในนาม “ทีม CRMA ROBOTICS”

ซึ่งสมาชิกในทีมประกอบด้วย นนร.พิทัศณ์ สุทธินุ่น ,นนร.ทรงฉัตร คุณอุดม, นนร.ปริญญา ไตรศิวะกุล,

นนร.ภาคภูมิ จ้อยเจริญ ,นนร.จิรัฐกร รวิชาติ และ นนร.จิตวุฒิ มะศักดิ์ ทำผลงานยอดเยี่ยมในการแข่งขันโดยสามารถคว้ารางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ในการแข่งขันหุ่นยนต์ AI อัตโนมัติ มาได้สำเร็จ โดยได้รับรางวัลในประเภทหุ่นยนต์ที่ใช้สำหรับการใช้งานในสถานีบริการน้ำมัน ซึ่งมีผู้เข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 15 ทีม ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ จำนวน 4 ทีม และทีมนักเรียนนายร้อยคว้ารางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 มาได้ในที่สุด

ทั้งนี้ในการแข่งขัน ผู้เข้าเเข่งขันจะต้องประดิษฐ์หุ่นยนต์ที่สามารถ อ่านป้ายทะเบียน ถามชนิดน้ำมันจากลูกค้า หยิบหัวจ่ายได้ถูกชนิด เคลื่อนที่ไปตามจุดต่าง ๆ เเละทำภารกิจตามที่กำหนด สนับสนุนการเเข่งขันโดยบริษัท AI and Robotics Ventures โดยในการเเข่งขันครั้งนี้ผู้เข้าเเข่งขันได้เรียนรู้การนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์มาใช้ร่วมกับปัญญาประดิษฐ์หรือ AI เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมต่อยอดในเชิงพาณิชย์ให้สอดคล้องกับกระเเสสังคมที่ AI เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น

นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความสามารถของนักเรียนนายร้อย โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ที่นอกจากจะมีชื่อเสียงด้านการฝึกวินัย สร้างพลเมืองที่มีคุณภาพแล้ว ยังมีความโดดเด่นเรื่องวิชาการและนวตกรรมทันสมัยอีกด้วย.

‘กรมการข้าว’จัดกิจกรรมเนื่องในวันพระราชทานธงชาติไทย​ ครบ​ 106​ ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/759577

'กรมการข้าว'จัดกิจกรรมเนื่องในวันพระราชทานธงชาติไทย​ ครบ​ 106​ ปี

‘กรมการข้าว’จัดกิจกรรมเนื่องในวันพระราชทานธงชาติไทย​ ครบ​ 106​ ปี

วันพฤหัสบดี ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2566, 15.36 น.

เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 28 กันยายน 2566 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วย​ นายชิษณุชา​ บุดดาบุญ​ รองอธิบดีกรมการข้าว​ นายอานนท์​ นนทรีย์​ รองอธิบดีกรมการข้าว ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมการข้าว ร่วมกันจัดกิจกรรมเคารพธงชาติและร้องเพลงชาติไทย เนื่องในวันพระราชทานธงชาติไทย 28 กันยายน (Thai National Flag Day) ครบรอบ​ 106​ ปี ณ บริเวณลานหน้าเสาธง อาคารกรมการข้าว เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระราชทานธงไตรรงค์เป็นธงชาติไทย ที่เปรียบเสมือนดั่งสัญลักษณ์ของความสามัคคี และความภาคภูมิใจของคนในชาติ โดย ธงชาติไทยนั้นถือเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทยที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ศักดิ์ศรีความเป็นไทย แสดงความเป็นเอกราชและอธิปไตยของชาติ จึงมีความศักดิ์สิทธิ์ที่ต้องได้รับความเคารพอย่างสูง และมีความสำคัญทางจิตใจที่แสดงถึงความรัก และความรู้สึกที่มีร่วมกันของคนในชาติ

– 006

‘เพิ่มพูน’ห่วงใย’ความปลอดภัย’ในโรงเรียน ย้ำทุกฝ่ายร่วมสร้างสภาพแวดล้อมเอื้อให้เด็กเรียนอย่างมีความสุข

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/759517

'เพิ่มพูน'ห่วงใย'ความปลอดภัย'ในโรงเรียน ย้ำทุกฝ่ายร่วมสร้างสภาพแวดล้อมเอื้อให้เด็กเรียนอย่างมีความสุข

‘เพิ่มพูน’ห่วงใย’ความปลอดภัย’ในโรงเรียน ย้ำทุกฝ่ายร่วมสร้างสภาพแวดล้อมเอื้อให้เด็กเรียนอย่างมีความสุข

วันพฤหัสบดี ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2566, 13.06 น.

“เพิ่มพูน” ห่วงใย “ความปลอดภัย” ในโรงเรียน ย้ำทุกฝ่ายร่วมสร้างสภาพแวดล้อมเอื้อให้เด็กเรียนอย่างมีความสุข

28 กันยายน 2566 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยถึงข้อห่วงใยของ พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ต่อกรณีเหตุความรุนแรงในโรงเรียนที่ปรากฏในสื่อต่าง ๆ ซึ่งถึงแม้ว่า กรณีดังกล่าวที่เกิดขึ้นจะเป็นเกิดในสถานศึกษาที่อยู่นอกสังกัดกระทรวงศึกษาธิการกำกับดูแล แต่ก็ขอเน้นย้ำให้หน่วยงานต่าง ๆในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้ให้ความสำคัญกับนโยบายการศึกษา “เรียนดี มีความสุข” นั่นคือ การทำให้โรงเรียนจะต้องเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยสำหรับนักเรียนทุกคน ไม่ว่าจะทางร่างกายหรือจิตใจ ให้ดำเนินการอย่างเคร่งครัดเกี่ยวกับการป้องกันการใช้ความรุนแรง การคุกคามทุกรูปแบบในสถานศึกษา เราจะต้องสร้างสภาพแวดล้อมให้น่าเรียน น่าเล่นเมื่อนั้นก็จะทำให้นักเรียนชอบมาโรงเรียน ซึ่งจะส่งผลดีต่อการเรียนตามมาด้วย

ทั้งนี้ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู มาตรฐานวิชาชีพครู  การประสานการทำงานร่วมกับเครือข่ายสถานศึกษาเกี่ยวกับมาตรการเยียวยาต่าง ๆ รวมทั้งการดูแลสภาพจิตใจของนักเรียน ขอให้ดำเนินการอย่างเหมาะสมต่อไป

“กระทรวงศึกษาธิการมีแพลตฟอร์ม MOE Safety Center ที่สามารถรายงานเหตุความรุนแรงในสถานศึกษาแบบเรียลไทม์ (Real time) ทั้งภัยความรุนแรง อุบัติเหตุ การถูกละเมิดสิทธิ์ และภัยที่เกิดจากผลกระทบต่อสุขภาวะทงกายและจิตใจ ซึ่งนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไป สามารถแจ้งข้อมูลเข้ามาได้ตลอดเวลาผ่าน 4 ช่อง ได้แก่ แอปพลิเคชัน MOE Safety Center, เว็บไซต์ Ww.MOESafetyCenter.com และไลน์ @MOESafetyCenter และคอลเซนเตอร์ 0-2126-6565” โฆษกศธ. กล่าว

วธ.จัดพิธีประดับธงชาติและเคารพธงชาติ เนื่องในวันพระราชทานธงชาติไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/759514

วธ.จัดพิธีประดับธงชาติและเคารพธงชาติ เนื่องในวันพระราชทานธงชาติไทย

วธ.จัดพิธีประดับธงชาติและเคารพธงชาติ เนื่องในวันพระราชทานธงชาติไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2566, 12.59 น.

วธ. จัดพิธีประดับธงชาติและเคารพธงชาติ เนื่องในวันพระราชทานธงชาติไทย

28 กันยายน 2566 นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีประดับธงชาติและเคารพธงชาติ เนื่องในวันพระราชทานธงชาติไทย โดยมี นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นางโชติกา อัครกิจโสภากุล รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่เข้าร่วม ณ บริเวณหน้าเสาธง อาคารวัฒนธรรมวิศิษฏ์ กระทรวงวัฒนธรรม

ทั้งนี้ ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2559 เห็นชอบกำหนดให้วันที่ 28 กันยายนของทุกปี เป็นวันพระราชทานธงชาติไทย (Thai National Flag Day) เริ่มในวันที่ 28 กันยายน 2560 เป็นวันแรก รวมทั้งกำหนดให้มีการชักและประดับธงชาติไทยในวันดังกล่าว เพื่อเป็นการสร้างความภาคภูมิใจของคนในชาติ และเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระราชทานธงไตรรงค์เป็นธงชาติไทย ซึ่งในปีนี้ตรงกับ วันพฤหัสบดีที่ 28 กันยายน 2566 
 

‘ศุภมาส’พร้อมหนุนแนวคิด’หมอประเวศ’ นศ.มีงานทำระหว่างเรียนในรูปแบบของ work -based learning

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/759510

'ศุภมาส'พร้อมหนุนแนวคิด'หมอประเวศ' นศ.มีงานทำระหว่างเรียนในรูปแบบของ work -based learning

‘ศุภมาส’พร้อมหนุนแนวคิด’หมอประเวศ’ นศ.มีงานทำระหว่างเรียนในรูปแบบของ work -based learning

วันพฤหัสบดี ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2566, 12.37 น.

“ศุภมาส” พร้อมหนุนแนวคิด “หมอประเวศ” เผย อว.มีนโยบายเพิ่มจำนวนหลักสูตรการเรียนรู้จากการทำงาน 50% ของหลักสูตรทั้งหมดภายใน 2 ปี จัดให้นักศึกษามีงานทำ-รายได้ระหว่างเรียนในรูปแบบของ work -based learning

28 ก.ย.2566 น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวถึงการที่ ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเวศ วะสี ได้ให้ข้อแนะนำแก่ รมว.อว และ รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) ว่าควรทำอย่างไรในการพัฒนาการศึกษาไทย โดยมีจุดคานงัด คือ การศึกษาที่ผู้เรียนต้องมีการฝึกปฏิบัติการ ฝึกประสบการณ์การทำงานในระหว่างเรียน หรือที่คุณหมอประเวศเรียกว่า work-based learning หรือการเรียนรู้โดยใช้การทำงานเป็นฐานนั้น คำแนะนำดังกล่าวสอดคล้องกับหนึ่งในนโยบายหลักของตนที่ได้ให้ไว้กับผู้บริหาร อว. คือ อว. ต้องมุ่งเน้นจัดการศึกษาที่ผู้เรียนต้องมีโอกาสการทำงาน ฝึกประสบการณ์ในระหว่างเรียนกับผู้ใช้บัณฑิต ที่มีทั้งภาคเอกชน  ภาครัฐ และชุมชน ที่สำคัญนักศึกษาต้องมีรายได้ระหว่างเรียน ซึ่งเป็นหลักการเดียวกันกับ Work-based Learning ตามข้อแนะนำของคุณหมอประเวศ

รมว.อว. กล่าวต่อว่า ปัจจุบันหลักสูตรของมหาวิทยาลัยไทย ประมาณ 20-30% เข้าข่ายการจัดการศึกษาในรูปแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็น หลักสูตรสหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน (CWIE) หลักสูตรบัณฑิตพันธุ์ใหม่ หลักสูตร GenX ที่นักศึกษาต้องร่วมทำงานกับภาคอุตสาหกรรมอย่างเข้มข้น  หรือหลักสูตรยุวชนอาสาที่นักศึกษาต้องฝึกปฏิบัติการร่วมกับชุมชน ซึ่งเห็นได้ชัดว่านักศึกษาที่ผ่านหลักสูตรเหล่านี้ จะได้งานทำอย่างรวดเร็วหลังจบการศึกษา เพราะมีความพร้อมและทักษะต่างๆ ในการทำงาน ทั้งนี้ตนได้ตั้งเป้าหมายให้มีการจัดทำหลักสูตรการศึกษาในลักษณะนี้เพิ่มขึ้นประมาณ 50% ของหลักสูตรทั้งหมดภายใน 2 ปี

เจตนากดขี่!‘วิโรจน์’จี้สอบปมคลิป‘ครูตบหน้านักเรียน’ ชี้ต้องฟันคดีอาญา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/759511

เจตนากดขี่!‘วิโรจน์’จี้สอบปมคลิป‘ครูตบหน้านักเรียน’ ชี้ต้องฟันคดีอาญา

เจตนากดขี่!‘วิโรจน์’จี้สอบปมคลิป‘ครูตบหน้านักเรียน’ ชี้ต้องฟันคดีอาญา

วันพฤหัสบดี ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2566, 12.37 น.

เจตนากดขี่!‘วิโรจน์’จี้ผู้บริหารโรงเรียนสอบปมคลิป‘ครูตบหน้านักเรียน’ควรทำให้สิ้นสภาพ-ดำเนินการทางอาญา พร้อมเยียวยาสภาพจิตใจเด็ก

28 กันยายน 2566 ที่รัฐสภา นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ได้ทวิตข้อความถึงคลิปวิดีโอที่มีคุณครูทำร้ายนักเรียน โดยการตบหน้าถึงสองครั้ง ว่า กรณีนี้เป็นการลงโทษที่ใช้ความรุนแรง ซึ่งตนจะไปตรวจสอบว่า ครูที่อยู่ในคลิปเป็นครูจริงหรือไม่ ถ้าเป็นครูจริง ก็ไม่สมควรเป็นครูอีกต่อไป และถ้าดูคลิปให้จบ การตบหน้าไม่ใช่การเผลอ แต่เป็นการบันดาลโทสะ ซึ่งเด็กก็ได้มีการพนมมือ และพูดสำนึกผิดแล้ว แต่ปรากฏว่า ก็ยังถูกตบเป็นครั้งที่สอง จนกระทั่งมีผู้ใหญ่ หรือคุณครูอีกหนึ่งท่านเดินเข้ามา ตนมองว่าการทำร้ายร่างกายในครั้งนี้ เป็นเจตนา และสิ้นสภาพความเป็นครู

ทั้งนี้ การกระทำของครูคนนี้ถือเป็นความผิดทางอาญาด้วยซ้ำ เป็นการก่ออาชญากรรมอย่างหนึ่ง ตนขอเรียกร้องให้ผู้อำนวยการ หรือผู้บริหารโรงเรียน ออกมาจัดการเรื่องนี้ รวมถึงต้องเยียวยาความรู้สึก จิตใจ และให้ความเป็นธรรมแก่เด็กและผู้ปกครอง

“ผมมองว่า ครูที่ตบหน้าเด็กไม่สมควรเป็นครูอีกต่อไป ขอให้ตรวจสอบด้วยว่า ที่ผ่านมาครูคนนี้ได้กระทำการในลักษณะเดียวกันนี้กับเด็กคนอื่นๆ อีกหรือไม่ เป็นการใช้อำนาจในการกดขี่ และถ้าไม่มีคลิปเรื่องแบบนี้ก็จะไม่ปรากฏ พร้อมถาม กลับด้วยว่า มีเด็กที่ถูกตบแบบนี้ แต่ไม่มีคลิปอีกกี่คน” นายวิโรจน์ กล่าว