38 มรภ. เปิดโมเดลผลิตพัฒนาครูฐานสมรรถนะ ตอบโจทย์กำลังคนสู่ศตวรรษที่ 21

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/711091

38 มรภ. เปิดโมเดลผลิตพัฒนาครูฐานสมรรถนะ ตอบโจทย์กำลังคนสู่ศตวรรษที่ 21

38 มรภ. เปิดโมเดลผลิตพัฒนาครูฐานสมรรถนะ ตอบโจทย์กำลังคนสู่ศตวรรษที่ 21

วันอังคาร ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 16.54 น.

เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2566 เนื่องใน “วันราชภัฏ” น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) พร้อมด้วย  ผศ.ดร.ลินดา เกณฑ์มา อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ, นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา และ รศ.ดร.พาสิทธิ์ หล่อธีรพงศ์ รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (รองปลัด อว.) ได้ร่วมแถลงข่าว “การผลิตบัณฑิตและพัฒนาครูฐานสมรรถนะเพื่อพัฒนากำลังคนสำหรับศตวรรษที่ 21” (PTRU Model : Professional Teacher of Rajabhat University) โดยมี พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี ประธานที่ปรึกษา (กิตติมศักดิ์) ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ ร่วมรับฟังด้วย

น.ส.ตรีนุช กล่าวตอนหนึ่งว่า การพัฒนาครูถือเป็นหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์ชาติ อีกทั้งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ได้พูดถึงกลไกระบบพัฒนาวิชาชีพครูด้วย ดังนั้น ครู จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง แต่วันนี้ เราต้องยอมรับว่าโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก จะทำอย่างไรให้การศึกษาสามารถปรับเปลี่ยนเพื่อให้เด็กและเยาวชนสามารถอยู่ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ได้ ครูถือเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการศึกษา เกือบ 2 ปี ที่ตนเข้ามาทำงานใน ศธ.ได้เห็นความท้าทายหลาย ๆเรื่อง เช่น ที่ผ่านมาเรามักจะพูดว่าต้องเปลี่ยนกระบวนการเรียนการสอน ให้สอดรับกับศตวรรษที่ 21 แต่การจะเปลี่ยนโดยฉับพลันนั้นอาจจะทำไม่ได้ จึงต้องกลับมามองที่หน่วยผลิตครู ซึ่ง มรภ. ถือเป็นหน่วยใหญ่ในการผลิตครู ซึ่งตนดีใจที่ มรภ.ทั้ง 38 แห่ง ได้จัดทำโมลเดลผลิตบัณฑิตครู (PTRU Model) โดยกำหนกสมรรถนะบัณฑิตราชภัฎ ไว้ 17 สมรรถนะ ซึ่งโมเดลนี้ ถือเป็นแกนกลางที่ให้ มรภ. สามารถนำไปใช้ ซึ่งแต่ละแห่งก็สามารถนำโมเดลนี้ไปปรับใช้ให้สอดคล้องกับบริบทของตนได้อีกด้วย

“ซึ่งนอกจากสมรรถนะครูทั้ง 17 สมรรถนะแล้ว ปัจจุบันทักษะด้านภาษาก็เป็นสิ่งจำเป็นเช่นกัน โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ ซึ่งดิฉันพบข้อมูลว่า ในการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู วิชาที่มีผู้ผ่านน้อยที่สุด คือ วิชาภาษาอังกฤษ ซึ่งในมุมมองของดิฉัน มองว่าครูควรจะมีความรู้ศัพท์เฉพาะในวิชาที่ตนสอน และสามารถใช้ภาษาอังกฤษขั้นพื้นฐานได้ เพราะวันนี้เราต้องยอมรับว่าเรื่องภาษาเราทิ้งไม่ได้ ครูจะต้องอัพเดทองค์ความรู้ของตนอยู่ตลอดเวลา การมีความรู้ด้านภาษาก็จะช่วยให้ครูได้เข้าถึงความรู้เพิ่มมากขึ้น และสามารถนำความรู้ มาสอนนักเรียนต่อไปได้ รวมทั้งความรู้ด้านเทคโนโลยี  และการพัฒนาในเรื่องของจิตวิทยาเด็ก จากการลงพื้นที่ พบสิ่งสำคัญคือ ครูจะต้องทราบว่าจะพัฒนาการสอน และใช้เทคโนโลยีให้สอดคล้องกับเด็กแต่ละช่วงวัยได้อย่างไร ต่อไป ศธ.จะเร่งให้คุรุสภาทำการรับรองโมลเดลผลิตบัณฑิตครู เพื่อนำไปสู่แนวปฏิบัติต่อไป” น.ส.ตรีนุช กล่าว

ด้าน ผศ.ดร.ลินดา กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของการยกระดับคุณภาพการผลิตครู และการพัฒนาครูของ มรภ.เริ่มตั้งแต่ปี 2561 โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทำการศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้าน และได้ยกร่างโมเดลการผลิตและพัฒนาบัณฑิตครู มรภ.ในปี 2563 และได้นำโมเดลไปใช้โดยทำการทดลองควบคู่ไปกับการวิจัย และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการตรวจเยี่ยมจาก พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี มาอย่างต่อเนื่อง และจากที่องคมนตรี ได้ตรวจติดตามผลการดําเนินงานตามยุทธศาสตร์ มรภ.ประจําปี 2565 พบว่า มรภ.แต่ละแห่งได้รายงานถึงการสร้างรูปแบบร่วมในการผลิตบัณฑิตครูให้มีสมรรถนะและอัตลักษณ์เฉพาะ มหาวิทยาลัย กล่าวคือ ทดลองใช้หลักสูตรแกนกลางในการผลิตบัณฑิตครู ที่ถูกเติมเต็มความเชี่ยวชาญเฉพาะทางตามบริบทของแต่ละ มรภ.เพิ่มขึ้นเข้าไปอีก

สำหรับโมลเดลผลิตบัณฑิตครู มีสมรรถนะบัณฑิตราชภัฏ 17 สมรรถนะ ดังนี้ 1.ปฏิบัติงานครูอย่างมืออาชีพ 2.ภาวะผู้นำและสัมพันธ์ชุมชน 3.บริหารจัดการชั้นเรียน 4.ทำงานเป็นทีม 5.ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล 6.สื่อสารอย่างมีกลยุทธ์ 7.บุคลิกภาพความเป็นครูและทัศนคติในการปรับตัว 8.จิตอาสา จิตสาธารณะ 9.ศิลปะการใช้สื่อ 10.อไนวยการเรียนรู้ 11.วัดและประเมิน 12.ประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 13.ออกแบบและพัฒนาหลักสูตร 14.เป็นผลเมืองดี 15.บูรณาการศาสตร์สู่การสอน 16.นวัตกรรมทางการศึกษา และ 17.จิตวิญญาณความเป็นครู

“มั่นใจและภูมิใจอย่างยิ่งว่า โมลเดลผลิตบัณฑิตครู จะมีความสมบูรณ์และสอดคล้องกับความต้องการบัณฑิตครูในศตวรรษที่ 21 อย่างแท้จริง ที่จะทําให้คุรุสภาในฐานะผู้กํากับมาตรฐานวิชาชีพครูมั่นใจได้ว่าจะได้ครู มืออาชีพตามมาตรฐาน และเพิ่มจากมาตรฐานในส่วนของบริบทความสอดคล้องกับความหลากหลายเชิงพื้นที่ของประเทศไทย รวมทั้งทําให้สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในฐานะผู้ใช้บัณฑิตมั่นใจได้ว่าท่านจะได้บุคลากรครูที่ท่านพึง ประสงค์จากกระบวนการผลิตของ มรภ.อย่างแน่นอน” ผศ.ดร.ลินดา กล่าว

ขณะที่ ผศ.ดร.อมลวรรณ กล่าวว่า โมลเดลผลิตบัณฑิตครู ที่ มรภ.ทั้ง 38 แห่ง ร่วมกันออกแบบได้สอดคล้องกับนโยบายของ ศธ.ที่ต้องการผลิตครูคุณภาพสู่สังคม ในส่วนของคุรุสภา มี่ทำหน้าที่เป็นสภาวิชาชีพ มองว่าโมเดลผลิตบัณฑิตครูนี้ จะเป็นโมเดลที่สามารถตอบโจทย์มาตรฐานวิชาชีพได้เป็นอย่างดี เชื่อว่าบัณฑิตที่ผ่านการบ่มเพาะจาก มรภ.ทั้ง 38 แห่ง จะเป็นครูมืออาชีพได้ และจากพี่คุรุสภาได้ทำการตรวจสอบ โมลเดลผลิตบัณฑิตครู จำนวน 17 สมรรถนะในเบื้องต้น พบว่า เป็นไปตามตามข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2562 ทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ, มาตรฐานการปฏิบัติงาน และมาตรฐานการปฏิบัติตน จึงเชื่อว่าหากนำโมเดลนี้ไปใช้จะทำให้เราได้ครูมืออาชีพ ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศได้

ส่วน นายอัมพร กล่าวว่า เป็นเรื่องดีที่ มรภ.ได้คิดค้นโมเดลผลิตครูขึ้นมา เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของประเทศในหลายๆมิติ เมื่อ มรภ.กำหนดโมเดลผลิตบัณฑิตครู หากทุกฝ่าย คือ ผู้ผลิตและผู้ใช้ครู จะสามารพัฒนาครูร่วมกันได้ จะทำให้เราได้ครูที่ฝเข้าใจบริบทความแตกต่างของเด็ก เข้าใจความแตกต่างของโรงเรียรแต่ละแห่งที่มีความแตกต่างกันได้ ในส่วนของ สพฐ.มีแผนการใช้ครูล่วงหน้าเป็น 10 ปี ซึ่งทำให้ สพฐ.ทราบว่า อีก 5 ปีข้างหน้าต้องการใช้ครูเอกอะไรบ้าง ซึ่งจะต้องโจทย์สถาบันผลิตครูว่า ควรจะผลิตครูเอกไหน จำนวนเท่าใด

– 006

ชาวบ้านเอือม! ‘หลวงเจ๊’วัดดังย่านสามเสน ถอดจีวรใส่วิก แต่งหญิงเที่ยวผับ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/710970

ชาวบ้านเอือม! 'หลวงเจ๊'วัดดังย่านสามเสน ถอดจีวรใส่วิก แต่งหญิงเที่ยวผับ

ชาวบ้านเอือม! ‘หลวงเจ๊’วัดดังย่านสามเสน ถอดจีวรใส่วิก แต่งหญิงเที่ยวผับ

วันอังคาร ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 12.06 น.

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2566 เฟซบุ๊ก กัน จอมพลัง ได้โพสต์ภาพพระสงฆ์สวมวิกเที่ยวสถานบันเทิงในยามราตรี พร้อมเขียนข้อความระบุว่า ชาวบ้านทนไม่ไหวส่งหลักฐาน พระ และ เณร วัดดังย่านสามเสน ถอดจีวรแปรงร่างเป็นหญิงเที่ยวผับเป็นกลุ่ม กลุ่มนี้ชอบรวมตัวที่ร้านกาแฟแถววัด และ เปลี่ยนชุดที่ปั้ม ชาวบ้านเอือมมากพิจารณาตัวเองกันนะครับ

คืนชีพ ‘ตลาดน้ำ’ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างรายได้ยั่งยืนให้ชุมชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/710822

คืนชีพ ‘ตลาดน้ำ’ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างรายได้ยั่งยืนให้ชุมชน

คืนชีพ ‘ตลาดน้ำ’ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างรายได้ยั่งยืนให้ชุมชน

วันอังคาร ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.50 น.

การท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมการบริการที่สร้างรายได้และการจ้างงานให้กับประเทศไทยมาเป็นเวลานาน ในปัจจุบันกระแสการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมได้รับความนิยมมากขึ้นเป็นลำดับ และสามารถสร้างรายได้เป็นสัดส่วนค่อนข้างมากเมื่อเปรียบเทียบกับรายได้จากการท่องเที่ยวทุกประเภทที่เกิดขึ้นทั่วโลก ขณะเดียวกัน รัฐบาลไทยก็ได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริม Soft Power ความเป็นไทยมิติวัฒนธรรมเพื่อสร้างรายได้ให้ประเทศและส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน และแหล่งท่องเที่ยวและมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศไทยมีเสน่ห์และมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีการถ่ายทอดสืบเนื่องมาเป็นเวลานาน จึงทำให้การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของไทยได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ

“ตลาดน้ำ” นอกจากเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์อันโดดเด่นของเมืองไทยแล้ว ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ชื่นชอบในรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพราะจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมดั้งเดิมของชุมชนชาวสวน จากการค้าขายผลผลิตทางเกษตรทางน้ำของชาวบ้านที่หาดูได้ยากในปัจจุบัน

ตลาดน้ำของไทย คือพื้นที่ชุมชนเพื่อการซื้อขายของต่างๆ ทางน้ำ ที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 ถือเป็นยุคสมัยทองของตลาดน้ำและชุมชนเกษตรกรรม ภายหลังมีการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคมแบบตะวันตก มีการตัดถนนเข้าสู่ชุมชน การพัฒนาระบบชลประทาน ตลอดจนระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ทำให้พื้นที่เกษตรกรรมลดลง วิถีชีวิตทางน้ำจึงไม่จำเป็นสำหรับการดำเนินชีวิตอีกต่อไป ตลาดน้ำทุกแห่งปิดตัวลง จนกระทั่งมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศไทย ทำให้มีการฟื้นฟูตลาดน้ำขึ้นมาใหม่ในมิติของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

ปัจจุบัน มีตลาดน้ำหลายแห่งทั่วไทยที่ได้รับความนิยม แต่ก็ยังมีอีกหลายแห่งที่เป็นสถานที่เก่าแก่ที่มีอัตลักษณ์ไทยที่น่าสนใจ ประกอบกับนโยบายของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่มอบหมายให้กระทรวงวัฒนธรรมร่วมกับทุกภาคส่วน ฟื้นฟูวิถีชีวิตริมน้ำ กระทรวงวัฒนธรรม จึงได้ร่วมกับองค์กรปกครองท้องถิ่น เครือข่ายประชาชน ภาคีเครือข่ายทางวัฒนธรรม ทำการพัฒนาตลาดน้ำในมิติของการนำทุนวัฒนธรรมเพื่อสร้างคุณค่าทางสังคม และเศรษฐกิจ ภายใต้แนวคิด ตลาดน้ำสืบสานวัฒนธรรมไทย เพื่อเป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าทางวัฒนธรรม ฟื้นฟูวิถีชีวิต ประเพณี การละเล่นทางน้ำเป็นแหล่งเรียนรู้วิถีชุมชน สร้างแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม เป็นต้น

การพัฒนาตลาดน้ำสืบสานวัฒนธรรมไทย เริ่มมาตั้งแต่ปี 2565 ปัจจุบันมีทั้งหมด 6 แห่ง ได้แก่ ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง ต.บางน้ำผึ้ง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ, ตลาดน้ำอัมพวา ตำบลน้ำอัมพวา สมุทรสงคราม, ตลาดน้ำเหล่าตั๊กลัก ปากคลองลัดพลี อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี, ตลาดน้ำกลางป่าน้ำตกกวางโจว ตำบลน้ำกลัดเหนือ อำเภอหนองหญ้าปล้อง เพชรบุรี, ตลาดน้ำกรุงเก่า วัดท่าการ้อง ตำบลบ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา และตลาดน้ำคลองแห ตำบลเมืองคลองแห อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และยังมีโครงการพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ

“ตลาดน้ำสืบสานวัฒนธรรมไทย” ถือเป็นต้นแบบตลาดน้ำที่ วธ. มีหลักการคือบริหารคือให้ทุกภาคส่วนในชุมชนเข้ามาร่วมในการพัฒนาและฟื้นฟู แต่จะให้มีชื่อเสียงโด่งดังมีผู้มาเยือนมากมายเหมือนตลาดน้ำที่มีชื่อเสียง คงต้องใช้เวลาในการพัฒนาอีกสักพักใหญ่ ทั้งทางด้านมาตรฐานของตลาดน้ำ การพัฒนาคุณภาพสินค้า การพัฒนาสถานที่มีความพร้อมเปิดให้บริการนักท่องเที่ยว การพัฒนาสินค้าสู่ผลิตภัณฑ์ชุมชนไทย (CCPOT) จัดเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ฯลฯ

อย่างไรก็ตาม ในการพัฒนาฟื้นฟูตลาดน้ำ อาจจะสร้างผลที่ต้องควรคำนึงต่อท้องถิ่น เช่น สภาพแวดล้อมอาจเปลี่ยนไป หรือการมุ่งเน้นการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคมากกว่าการวางแผนใช้ประโยชน์ทรัพยากรในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน วิถีชีวิตชุมชนและประเพณีวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นของชุมชน เปลี่ยนแปลงไป การทำลายมรดกทางวัฒนธรรมโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ฯลฯ

ดังนั้นจึงชุมชนควรร่วมกันดูแลและพัฒนาตลาดน้ำ มีการจัดการมรดกทางวัฒนธรรมชุมชนที่สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของชุมชน เพื่อจะสามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน อย่างแท้จริง

มทร.รัตนโกสินทร์ จัดแข่งขันวิชาการ วิศวกรรมโยธา ชิงแชมป์ประเทศไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/710830

มทร.รัตนโกสินทร์ จัดแข่งขันวิชาการ วิศวกรรมโยธา ชิงแชมป์ประเทศไทย

มทร.รัตนโกสินทร์ จัดแข่งขันวิชาการ วิศวกรรมโยธา ชิงแชมป์ประเทศไทย

วันอังคาร ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.กิตวิชัย ไชยพรศิริ นายอำเภอพุทธมณฑล เป็นประธานเปิดโครงการการแข่งขันเพื่อสร้างสรรค์วิชาการด้านโครงสร้าง สายงานวิศวกรรมโยธา ชิงแชมป์ประเทศไทย ประจำปีการศึกษา 2565 ครั้งที่ 16 ชิงถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี, โครงการการแข่งขันเพื่อสร้างสรรค์วิชาการด้านโครงสร้างด้วยไม้และเหล็ก สายงานวิศวกรรมโยธาชิงแชมป์ประเทศไทย ครั้งที่ 8 และ โครงการการแข่งขันเพื่อสร้างสรรค์วิชาการ ด้านโครงสร้างด้วยตะเกียบไม้ไผ่ สายงานวิศวกรรมโยธา ครั้งที่ 4ชิงถ้วยรางวัลประทาน พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เมื่อวันที่ 9-10 กุมภาพันธ์ 2566

อ.ประพัฒน์ สีใส รองอธิการบดีกล่าวว่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ (มทร.รัตนโกสินทร์) ร่วมกับวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และ สภาวิศวกร ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันด้านวิชาการวิศวกรรมโยธา เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา ได้นำวิชาความรู้ที่ได้จากการศึกษาในรายวิชาต่างๆ มาบูรณาการและประยุกต์ใช้ เพื่อให้เกิดการพัฒนาทางด้านความคิด และเป็นการบ่มเพาะลักษณะนิสัย ในการวางแผนและการทำงานร่วมกันเป็นหมู่คณะ ตลอดจนสร้างความสัมพันธ์ที่ดีทางด้านวิชาการ ระหว่างสถาบันการศึกษาต่างๆ โดยมีผู้ร่วมแข่งขันมีนักเรียน นักศึกษา ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ระดับอาชีวศึกษา และระดับอุดมศึกษา จำนวน 40 สถาบัน รวม 92 ทีม

นักเรียน สพป.พิษณุโลก เขต 2 ได้รับรางวัลอันดับ 3 ศิลปหัตถกรรมฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/710826

นักเรียน สพป.พิษณุโลก เขต 2 ได้รับรางวัลอันดับ 3 ศิลปหัตถกรรมฯ

นักเรียน สพป.พิษณุโลก เขต 2 ได้รับรางวัลอันดับ 3 ศิลปหัตถกรรมฯ

วันอังคาร ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.ผกาภรณ์ พลายสังข์ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 (สพป.พิษณุโลก เขต 2) เปิดเผยว่า สพป.พิษณุโลก เขต 2 ได้นำนักเรียนเข้าร่วมการแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ระดับชาติ (ภาคเหนือ) ครั้งที่ 70 ปีการศึกษา 2565 เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ณ จังหวัดน่าน จำนวนทั้งสิ้น 218 รายการ ผลการแข่งขันได้รับรางวัลเหรียญทอง จำนวน 143 รายการ เหรียญเงิน จำนวน 44 รายการ เหรียญทองแดง จำนวน 22 ราย และเข้าร่วมจำนวน 9 รายการ ได้รับรางวัลเป็นอันดับที่ 3 ของภาคเหนือ จาก 42 เขตพื้นที่การศึกษา และเป็นอันดับที่ 10 ของภาคเหนือ จากรางวัลเหรียญทองชนะเลิศ 10 รายการ

“ขอขอบคุณ ชื่นชม ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่ถ่ายทอดวิชาความรู้ หมั่นฝึกฝน ฝึกซ้อมนักเรียน ตลอดจนผู้ส่งเสริม สนับสนุนทุกท่าน ทำให้ผลการแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ระดับชาติครั้งนี้ ประสบผลสำเร็จ นำชื่อเสียงมาสู่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 โรงเรียน ตนเอง และครอบครัว” ดร.ผกาภรณ์กล่าว

มจธ. พัฒนาเครื่องแปรรูปไชโป้ว ให้วศช. แปรรูปผักกาดหัว จ.ราชบุรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/710825

มจธ. พัฒนาเครื่องแปรรูปไชโป้ว  ให้วศช. แปรรูปผักกาดหัว จ.ราชบุรี

มจธ. พัฒนาเครื่องแปรรูปไชโป้ว ให้วศช. แปรรูปผักกาดหัว จ.ราชบุรี

วันอังคาร ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผศ.ดร.ใหม่ น้อยพิทักษ์ นักวิจัยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (ราชบุรี) (มจธ.ราชบุรี) กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของการผลิตเครื่องมือช่วยกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปผักกาดหัวบ้านคา อ.บ้านคา จ.ราชบุรี เนื่องจากที่นี่มีปัญหาผลิตสินค้าไม่ทันกับความต้องการของลูกค้า และอยากพัฒนากระบวนการผลิตให้ได้มาตรฐานที่จากเดิมทั้งอันตรายและใช้แรงงานคนจึงได้ออกแบบและผลิตเครื่องแปรรูปผลิตภัณฑ์ไชโป้วประกอบด้วย เครื่องหั่น และเครื่องบีบอัดน้ำ

เครื่องหั่นไชโป้ว พัฒนาขึ้นเป็นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ มีส่วนประกอบที่สำคัญ คือ ใบมีดสเตนเลส กว่า 100 เล่มวางเรียงซ้อนๆ กัน เพื่อให้หั่นหัวไชโป้วเป็นเส้นๆ ได้ขนาดตามที่ต้องการ ส่วนเครื่องบีบอัดน้ำไชโป้ว ใช้หลักการมวลน้ำหนักจากด้านบนทับหัวผักกาดให้คายน้ำออกมา โดยด้านบนจะทำเป็นกล่องสเตนเลสบรรจุก้อนน้ำหนักที่ทำจากคอนกรีตมีคานรับน้ำหนักทั้งสองด้าน สามารถปรับให้มีน้ำหนักอยู่ในช่วง 60-80 กิโลกรัม และเครื่องสามารถรองรับการบีบหัวผักกาดได้มากถึง 50-100 กิโลกรัม หากต้องการปรับน้ำหนักเพิ่มหรือลดก็สามารถทำได้ตามที่ต้องการ ควบคุมการขึ้นลงของมวลน้ำหนักด้วยรอกไฟฟ้าผ่านการกดสวิตช์ ใช้งานสะดวก รวดเร็ว ช่วยทุ่นแรง และปลอดภัย ลดอุบัติเหตุของแรงงาน

ม.มหิดล มอบรางวัลอาจารย์ตัวอย่าง ให้อาจารย์ผู้มีจรรยาบรรณและความเป็นครู

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/710828

วันอังคาร ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยมหิดล โดยสภาคณาจารย์ ได้พิจารณาคัดเลือกอาจารย์ ผู้ที่ถ่ายทอดความรู้อย่างเต็มความสามารถ ด้วยจิตวิญญาณของความเป็นครูและมีคุณธรรมจริยธรรมอันดีงาม เป็นแบบอย่างที่ดี มีความรับผิดชอบ อุทิศตนให้กับการเรียนการสอน การวิจัยและการบริการวิชาการ และประพฤติปฏิบัติตนตามแนวทางจรรยาบรรณอาจารย์ มีความรู้ความสามารถในเชิงวิชาการ มีความโดดเด่นด้านวิชาการ วิจัย หรือด้านบริการวิชาการแก่สังคม

ในปี 2565 ได้มีการพิจารณาผู้สมควรได้รับรางวัล “อาจารย์ตัวอย่าง” ในสาขาต่างๆ จำนวน 6 รายสาขาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี คือรองศาสตราจารย์ ดร.ดวงใจ นาคะปรีชา,สาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ ได้แก่รองศาสตราจารย์ นายแพทย์เชิดศักดิ์ ไอรมณีรัตน์ ศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิง วราภรณ์ จรรยาประเสริฐ คณะเภสัชศาสตร์ รองศาสตราจารย์ ดร.อาภาวรรณ หนูคง คณะพยาบาลศาสตร์, สาขาสังคมศาสตร์ รองศาสตราจารย์ ดร.นันทิยาดวงภุมเมศ, สาขารับใช้สังคม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นงนุชสังข์อยุทธ โดยจะเข้ารับรางวัล “อาจารย์ตัวอย่าง” ในงาน 54 ปี วันพระราชทานนาม และ 134 ปี มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งกำหนดจัดวันที่ 2 มีนาคม 2566 ณ มหาวิทยาลัยมหิดลศาลายา

ม.ศรีปทุม ร่วมวางแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/710827

ม.ศรีปทุม ร่วมวางแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา

ม.ศรีปทุม ร่วมวางแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา

วันอังคาร ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผศ.ดร.เกรียงไกร สัจจะหฤทัย คณบดีคณะสหวิทยาการ เทคโนโลยีและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยศรีปทุม พร้อมด้วยทีมอาจารย์พี่เลี้ยงจากคณะดิจิทัลมีเดีย และคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ ในโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการพัฒนาท้องถิ่นโดยมีสถาบันอุดมศึกษาเป็นพี่เลี้ยง ร่วมประชุมกับ นางสุนิพา ไชยหงษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบางบัว (เพ่งตั้งตรงจิตรวิทยาคาร) และคณะครู เพื่อร่วมวางแผนการดำเนินการโครงการฯ ประจำปี พ.ศ. 2566 พร้อมทั้งมอบของขวัญสวัสดีปีใหม่ แก่ ผู้อำนวยการโรงเรียนด้วย ณ โรงเรียนบางบัว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

มมส ประชุมเตรียมเป็น ม.ในกำกับของรัฐ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/710829

มมส ประชุมเตรียมเป็น ม.ในกำกับของรัฐ

มมส ประชุมเตรียมเป็น ม.ในกำกับของรัฐ

วันอังคาร ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นที่มีต่อ (ร่าง) พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พ.ศ. … เพื่อเตรียมการสู่การเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ครั้งที่ 4 (สำหรับประชาคมภายนอกและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย) โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็นประธาน ณ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ตำบลขามเรียง และ ออนไลน์ผ่านโปรแกรม Cisco Webex Meetings

สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณฯ พระราชทาน ส.ค.ส. เนื่องในวารดิถีขึ้นปีใหม่ แก่ สกสว.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/710823

สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณฯ พระราชทาน ส.ค.ส. เนื่องในวารดิถีขึ้นปีใหม่ แก่ สกสว.

สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณฯ พระราชทาน ส.ค.ส. เนื่องในวารดิถีขึ้นปีใหม่ แก่ สกสว.

วันจันทร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 16.37 น.

สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณฯ พระราชทาน ส.ค.ส. เนื่องในวารดิถีขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2566 แก่ สกสว.

เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2566 สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ รองศาสตราจารย์ นารถธิดา ตุมราศวิน ผู้อำนวยการสำนักวิจัย สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ และนายปิยพล มั่นปิยมิตร หัวหน้าฝ่ายบริหารงานทั่วไป สำนักวิจัย อัญเชิญ ส.ค.ส. พระราชทาน มอบให้แก่ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)  เนื่องในวารดิถีขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2566 โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.อภิศักดิ์ ธีระวิสิษฐ์ รองผู้อำนวยการ สกสว. และ รองศาสตราจารย์ ดร.คมกฤต เล็กสกุล ผู้อำนวยการกลุ่มภารกิจการพัฒนาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ด้านกำลังคน และสถาบันความรู้ สกสว. เป็นผู้รับมอบ  ณ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)  ชั้น 14 อาคารเอส เอ็ม ทาวเวอร์ เขตพญาไท กรุงเทพฯ