กยศ.รับลูกกม.ใหม่! ลูกหนี้ถูกดำเนินคดีแล้วแปลงหนี้ใหม่ได้ทุกราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/701381

กยศ.รับลูกกม.ใหม่! ลูกหนี้ถูกดำเนินคดีแล้วแปลงหนี้ใหม่ได้ทุกราย

กยศ.รับลูกกม.ใหม่! ลูกหนี้ถูกดำเนินคดีแล้วแปลงหนี้ใหม่ได้ทุกราย

วันพฤหัสบดี ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 20.20 น.

กยศ.เตรียมความพร้อมดำเนินการตามกฎหมายใหม่ตามที่สภาผู้แทนราษฎร ได้มีมติเห็นชอบการแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ของวุฒิสภา โดยให้คิดดอกเบี้ยในอัตราไม่เกินร้อยละ 1 ต่อปี อัตราเบี้ยปรับกรณีผิดนัดชำระไม่เกินร้อยละ 0.5 ต่อปี และไม่ต้องมีผู้ค้ำประกันในทุกกรณี ทั้งนี้ ลูกหนี้ที่ถูกดำเนินคดีแล้วสามารถแปลงหนี้ใหม่ได้ทุกราย

เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2565 นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ที่วุฒิสภาได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม ได้ผ่านการพิจารณาจากสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ทั้งนี้ ตามร่าง พ.ร.บ. ที่แก้ไข กองทุนจะคิดดอกเบี้ยในอัตราไม่เกินร้อยละ 1 ต่อปี อัตราเบี้ยปรับกรณีผิดนัดชำระไม่เกินร้อยละ 0.5 ต่อปี ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกันในทุกกรณี และช่วยเหลือผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างดำเนินคดีหรืออยู่ระหว่างการบังคับคดีให้สามารถผ่อนผันการชำระเงินคืน ปรับโครงสร้างหนี้ แปลงหนี้ใหม่ หรือระงับการชำระเงินคืนตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการกองทุนกำหนด

ทั้งนี้ ระยะเวลาการผ่อนชำระต้องคำนึงถึงรายได้และความสามารถในการชำระเงินคืนของผู้กู้ยืม แต่ต้องไม่เกิน 15 ปีหลังจากปลอดหนี้ 2 ปี ผู้กู้ยืมสามารถผ่อนชำระเงินคืนเป็นงวดรายเดือน รายไตรมาส หรือรายปีได้ กรณีที่ผู้กู้ยืมมีหนี้ค้างชำระให้ทำการตัดชำระหนี้จากเงินต้นก่อนดอกเบี้ยและเบี้ยปรับตามลำดับ รวมถึงอาจมีมาตรการจูงใจหรือลดหย่อนเงินต้นเพื่อให้ผู้กู้ยืมเงินไม่ผิดนัดชำระเงินคืนได้ ซึ่งกฎหมายใหม่ดังกล่าวจะสามารถช่วยเหลือผู้กู้ยืมที่ถูกดำเนินคดีแล้ว จะสามารถแปลงหนี้ใหม่ เพื่อให้กลับมาชำระหนี้ได้ตามปกติ

“กองทุนขอยืนยันว่าจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือและให้โอกาสทุกคน และจะเป็นหลักประกันของทุกครอบครัวว่าเด็กทุกคนที่เกิดมาในประเทศนี้จะมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาได้ทุกคน” ผู้จัดการ กยศ.ระบุ

คณะมิสไทยแลนด์เวิลด์ คณะบุคคล ปชช.พร้อมใจถวายพระพร‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/701325

คณะมิสไทยแลนด์เวิลด์ คณะบุคคล ปชช.พร้อมใจถวายพระพร‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’

คณะมิสไทยแลนด์เวิลด์ คณะบุคคล ปชช.พร้อมใจถวายพระพร‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’

วันพฤหัสบดี ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 15.22 น.

เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2565 สำหรับบรรยากาศการลงนามถวายพระพร ที่ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ตั้งแต่เช้าได้มีบุคคลสำคัญคณะบุคคลและผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน มูลนิธิ ผู้บริหารสถานศึกษา ครู นักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชนทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด นำแจกันดอกไม้พวงมาลัยและสิ่งของต่างๆ มาทูลเกล้าถวาย พร้อมลงนามถวายพระพรขอให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา มีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ววัน อาทิ เครือสหพัฒน์และมูลนิธิฯ, สัตวแพทย์สมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์,  สมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย,

โรงเรียนอนุราชประสิทธิ์, สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) คณะนักศึกษาสถาบันพระปกเกล้าฯ หลักสูตร ปปก.รุ่น 21, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สำหรับลูกจ้าง ข้าราชการ ซึ่งจดทะเบียนแล้ว, กองพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร, องค์การขนส่งมวลชน กทม., สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย, มหาวิทยาลัยอัสสัมชัน, โรงเรียนบดินเดชา (สิงห์ สิงหเสนี), มูลนิธิสายใจไทยในพระบรมราชูประถัมภ์, กลุ่มโรงเรียนสารสาสน์, ศาลแรงงานภาค 1, ประธานคณะกุลบุตรกุลธิดา, มูลนิธิเสถียนธรรมสถาน,

คณะมิสไทยแลนด์เวิลด์ นำโดย น.ส.ชนากานต์ ชัยศรี มิสไทยแลนด์เวิลด์ ปี 1990, น.ส.สิริรัตน เรืองศรี มิสไทยแลนด์เวิลด์ ปี 2010, น.ส.รินทร์ณฐา อัจฉริยวัฒนกุล มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2015, น.ส.กนกกร ใจชื่น มิสไทยแลนด์เวิลด์ ปี 2007 และ น.ส.ฑาริกา แก้วมณี มิสไทยแลนด์เวิลด์ ปี 1987, องค์กรอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม แห่งประเทศไทย, บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน), มูลนิธิพิทักษ์ไทย, สมาคมผู้ค้าตลาดนัดจตุจักร, วิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการราชดำเนิน, โรงเรียนวัดมหาธาตุ, ชมรมดูแลพระสงฆ์อาพาส ฝ่ายกายภาพ คณะแพทย์ จุฬาฯ, อาสากาชาด สภากาชาดไทย, บริษัทเคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นต้น

โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จิตอาสาพระราชทาน นำอาหารพระราชทานเมื่อเที่ยง วันนี้เป็นเมนูข้าวหมูแดง หมูกรอบ พร้อมน้ำดื่ม และอาหารว่างมื้อบ่าย มามอบให้กับประชาชนที่มาลงนามถวายพระพร และมารับบริการภายในโรงพยาบาลจุฬาฯ ซึ่งเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค.เป็นต้นไป ที่ชั้น 1 หน้าอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

ทั้งนี้ สำนักพระราชวัง เปิดให้ลงนามถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ตั้งแต่ เวลา 08.00 – 16.00 น.ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ

– 006

‘ตรีนุช’ขอบคุณ’บิ๊กตู่’ไฟเขียว ใช้งบกลาง 97 ล้านเดินหน้าอาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/701285

'ตรีนุช'ขอบคุณ'บิ๊กตู่'ไฟเขียว ใช้งบกลาง 97 ล้านเดินหน้าอาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ

‘ตรีนุช’ขอบคุณ’บิ๊กตู่’ไฟเขียว ใช้งบกลาง 97 ล้านเดินหน้าอาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ

วันพฤหัสบดี ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 12.35 น.

“ตรีนุช”ขอบคุณ“บิ๊กตู่”ไฟเขียว ใช้งบกลาง 97 ล้านเดินหน้าอาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ

29 ธ.ค.65 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2565 ให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ดำเนินโครงการอาชีวะสร้างโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชนเพื่อผลิตกำลังคนของประเทศ (อาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ) โดยนำร่องในสถานศึกษาสังกัด สอศ.จำนวน 88 แห่ง ในปีงบประมาณ พ.ศ.2565  (ระยะที่ 1) ก่อนแล้วให้กำกับ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินโครงการฯ ระยะที่ 1 อย่างต่อเนื่อง ซึ่ง ทาง สอศ.ได้เสนอคำขอเพิ่มงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566  แต่ไม่ได้รับการพิจารณาในขั้นกรรมาธิการ จึงไม่มีงบฯดำเนินโครงการฯในปีงบฯ 2566 นั้น 

เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนการดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่อง ศธ.จึงได้เสนอขอรับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 งบกลางรายการเงินสำรองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 99,960,000 บาท ซึ่งเป็นที่น่ายินดีว่าสำนักงบประมาณได้นำเรื่องดังกล่าวเสนอต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  ซึ่งนายกฯ ได้พิจารณาแล้วเห็นชอบให้ ศธ. โดย สอศ.ใช้จ่ายจากงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายปีงบฯ 2566 ได้จำนวน 97,680,000 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการเรียนการสอนของนักเรียนในโครงการอาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ โดยเบิกจ่ายในงบเงินอุดหนุน ประเภทเงินอุดหนุนทั่วไป ส่วนค่าบริหารจัดการ จำนวน 2,280,000 บาท ให้ สอศ.ปรับแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณประจำปีงบฯ2566 ไปดำเนินการ  

“ดิฉันขอขอบคุณนายกรัฐมนตรี ที่สนับสนุนโครงการอาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ ซึ่งการนำร่องระยะที่ 1 ในสถานศึกษาสังกัด สอศ.จำนวน 88 แห่ง เป็นวิทยาลัยเทคนิค 2 แห่ง วิทยาลัยการอาชีพ 39 แห่ง วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี 47 แห่ง มีนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ในโครงการฯ รวมประมาณ 4,000 คน โดยนักศึกษาจะได้รับฟรีทั้งการเรียน ที่พัก อาหาร ครูดูแลหอพัก และกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิต ซึ่งขณะนี้ ศธ.ได้จัดทำรายงานการติดตามและประเมินผลโครงการฯ เบื้องต้นแล้ว ซึ่งจะได้นำเสนอ ครม.รับทราบเพื่อพิจารณาขยายผลการดำเนินโครงการฯและขอรับการสนับสนุนงบประมาณในปีต่อ ๆ ไป ซึ่งโครงการนี้ทำให้สามารถให้การช่วยเหลือเยาวชนในกลุ่มที่ตกหล่นจากระบบการศึกษา และกลุ่มที่ขาดโอกาสทางการศึกษา ยากจน ตลอดจนอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมด้วยการได้รับโอกาส ความเสมอภาค ลดความเหลื่อมล้ำ และมีความเท่าเทียมกันทางการศึกษา” รมว.ศธ.กล่าว

รมว.พม.เปิดอบรมติวครูสู่โค้ช ครูประถมสพป.พิษณุโลก เขต 2

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/701125

รมว.พม.เปิดอบรมติวครูสู่โค้ช  ครูประถมสพป.พิษณุโลก เขต 2

รมว.พม.เปิดอบรมติวครูสู่โค้ช ครูประถมสพป.พิษณุโลก เขต 2

วันพฤหัสบดี ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นประธานเปิดการอบรมหลักสูตร ครู โค้ช คน เข้าใจตน โค้ชคนเพื่ออนาคต สำหรับครูประถมศึกษา ติวครูสู่โค้ช ปั้นเด็กรุ่นใหม่ให้สมบูรณ์พร้อมเป็นอนาคตประเทศ โครงการความร่วมมือระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 (สพป.พิษณุโลก เขต 2)ในการนี้นายจุติได้ปาฐกถาพิเศษเรื่อง “BUILDING BLOCKS for Learning”

ทั้งนี้ มีนายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวง นายธนสุนทร สว่างสารีรองปลัดกระทรวง และผู้บริหารระดับสูงกระทรวง พม. ได้ร่วมในพิธีโดยมี นายทรงพล วิชัยขัทคะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ดร.ผกาภรณ์ พลายสังข์ ผอ.สพป.พิษณุโลก เขต 2 ผู้บริหารและบุคลากร สพป.พิษณุโลก เขต 2 ร่วมต้อนรับ เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

SGC เดินหน้าโครงการ CSR บนกรอบ ESG บริจาคเครื่องกรองน้ำ เพิ่มพื้นที่สีเขียว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/701135

SGC เดินหน้าโครงการ CSR บนกรอบ ESG  บริจาคเครื่องกรองน้ำ เพิ่มพื้นที่สีเขียว

SGC เดินหน้าโครงการ CSR บนกรอบ ESG บริจาคเครื่องกรองน้ำ เพิ่มพื้นที่สีเขียว

วันพฤหัสบดี ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นางสาวบุษบา กุลศิริธรรมกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสจีแคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ SGC กล่าวว่า นอกจากการดำเนินธุรกิจด้านสินเชื่อ บริษัทฯยังคงเดินหน้าควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตสังคมให้ดีขึ้นผ่านโครงการ CSRบนกรอบของแนวคิด ESG ใน 3 ด้าน ประกอบด้วยสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล การดำเนินธุรกิจโปร่งใส พร้อมเคียงข้างคนไทย ในปี 2565ที่ผ่านมา SGC ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม ภายใต้โครงการ “ปันน้ำใจ ห่วงใยโรงเรียน” มาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้ลงพื้นที่ บริจาคเครื่องกรองน้ำให้กับโรงเรียนวัดพระพุทธฉาย จ.สระบุรี นับว่าบรรลุเป้าหมายครบ20 โรงเรียน ตามที่ตั้งไว้ในปี 2565ในการเสริมสร้างสุขภาพที่ดีและแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำสะอาดในโรงเรียนพื้นที่ชนบท เพื่อเดินหน้าด้าน CSRเราได้นำแนวคิด ESG มาใช้เป็นแกนในการกำหนดรูปแบบของกิจกรรมเพื่อความยั่งยืน บนยุทธศาสตร์ 3 มิติของ ESG”

SGC ตั้งเป้าเตรียมเดินหน้าโครงการ “ปันน้ำใจ ห่วงใยโรงเรียน” ต่อเนื่อง เร่งแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำสะอาดไว้บริโภคในโรงเรียนพื้นที่ชนบทให้เข้าถึงทุกพื้นที่ชนบทครอบคลุมทั่วประเทศในปี 2566 พร้อมกันได้เดินหน้านำร่องโครงการ “คนละต้น” เพิ่มพื้นที่สีเขียว ลดภาวะโลกร้อน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พนักงานจิตอาสาSGC ปลูกต้นไม้บนพื้นที่อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร จ.เพชรบุรี มุ่งเน้นแนวคิดอนุรักษ์และฟื้นฟูป่า เพิ่มสมดุลระบบนิเวศ ช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ กักฝุ่นและมลพิษ พร้อมช่วยลดอุณหภูมิรอบพื้นที่ปลูก ให้ร่มเงา สร้างสิ่งแวดล้อมความน่าอยู่ให้กับสังคม สอดรับพันธกิจมุ่งคืนประโยชน์สู่สังคม ด้วยหวังเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญในการเพิ่มปอดฟอกอากาศบริสุทธิ์ ให้กับโลก

นอกเหนือจากบริษัท จะมุ่งมั่นยกระดับคุณภาพชีวิตในสังคมแล้ว SGC ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนที่ครอบคลุมถึงกลุ่มผู้พิการ โดยสนับสนุนผู้ทุพพลภาพ หรือผู้พิการให้ได้ทำงานในส่วนการบริการให้ข้อมูลลูกค้าทางโทรศัพท์ (Call Center) เพื่อเปิดโอกาส สร้างรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิต และต่อยอดสู่การสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน พร้อมส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน สู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และสอดรับตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ทั้งนี้ บริษัทเชื่อว่าคุณภาพชีวิตที่ดีคือพื้นฐานสำคัญของการสร้างความยั่งยืนแบบองค์รวม

ฮอนด้า ประกาศผลแข่งขันนวัตกรจิ๋ว รับโล่รางวัลพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/701128

ฮอนด้า ประกาศผลแข่งขันนวัตกรจิ๋ว  รับโล่รางวัลพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ

ฮอนด้า ประกาศผลแข่งขันนวัตกรจิ๋ว รับโล่รางวัลพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศผลการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศโครงการ “ฮอนด้า ซูเปอร์ ไอเดีย คอนเทสต์ 2022”ครั้งที่ 18 ภายใต้แนวคิด “บรรเลงความคิด สร้างท่วงทำนองความฝัน ขับขานจินตนาการเด็กไทย ให้กังวานไกลไปทั่วโลก” โดยนวัตกรจิ๋วที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในปีนี้ ได้แก่ น้องคริส-ด.ช.ปัณณทัตพันธุ์ศรีเพชร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กรุงเทพฯกับผลงาน “แว่นตาเปลี่ยนความชัดเลนส์อัตโนมัติ” โดยได้รับโล่รางวัลพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมทุนการศึกษา 10,000 บาท รวมทั้งเข้าร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับเยาวชนชาวญี่ปุ่น และทัศนศึกษาเพื่อเปิดประสบการณ์การเรียนรู้ ณ ประเทศญี่ปุ่น ในเดือนมีนาคม 2566 ร่วมกับน้องๆนวัตกรจิ๋วที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอีก 5 รางวัล และครูที่ปรึกษา 2 ท่าน ที่ได้รับรางวัล “ครูผู้สร้างแรงบันดาลใจ”

โครงการ “ฮอนด้า ซูเปอร์ ไอเดีย คอนเทสต์ 2022” เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้เยาวชนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 ทั่วประเทศ ได้แสดงไอเดียจากความฝันและจินตนาการในการออกแบบสิ่งประดิษฐ์แห่งอนาคตที่สนุก สร้างสรรค์ และมีประโยชน์ต่อสังคม โดยในปีนี้มีเยาวชนส่งผลงานเข้าร่วมโครงการ 23,958 ผลงานโดยการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ จัดขึ้น ณ ลาน Semi-outdoor ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ เมื่อกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยมีเยาวชนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 ที่ผ่านเข้ารอบจำนวน 15 คน โดยนอกจากรางวัลชนะเลิศผลงาน “แว่นตาเปลี่ยนความชัดเลนส์อัตโนมัติ” จากน้องคริส-ด.ช.ปัณณทัตพันธุ์ศรีเพชร แล้วมีน้องๆ ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอีก 5 ผลงาน ได้แก่ “เครื่องต้นไม้Super Idea” จากน้องหนูดี-ด.ญ.ณัฐพร บุญมากาศ ชั้นป.3 โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย จ.เชียงใหม่, “พลังงานจากการเดิน” จากน้องมิกกี้-ด.ช.แมทธิวมีทิมชาร์มา ชั้นป. 2 โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กรุงเทพฯ, “กล่องอาชีพ” จากน้องใบเตย-ด.ญ.กัณฐิกา แก้วกุล  ชั้น ป.6โรงเรียนเยาวเรศวิทยา จ.สุราษฎร์ธานี,“รวงผึ้งเริงรมย์ ช่วยดับไฟในผับ” จากน้องญาญ่า-ด.ญ.สรัญญา สุขสมบูรณ์ ชั้นป.6 โรงเรียนชุมชนไมตรีอุทิศ จ.นนทบุรี และผลงาน “เครื่องช่วยสื่อสาร” จากน้องต้นน้ำ-ด.ญ.นันท์นภัส จตุเทน ชั้น ป.6โรงเรียนทรงวิทยาเทพารักษ์ กรุงเทพฯ

นอกจากนี้ โครงการได้มอบรางวัล “ครูผู้สร้างแรงบันดาลใจ” ซึ่งมอบให้กับครูผู้กระตุ้นและผลักดันกระบวนการเรียนรู้ แนวคิด รวมทั้งส่งเสริมจินตนาการให้กับเยาวชนของโครงการฯ จำนวน2 รางวัล ได้แก่ คุณครูนรชัย พิทักษ์พรชัยโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กรุงเทพฯ และคุณครูวัฒนสิทธิ์ ชุนโอภาศโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย จ.เชียงใหม่ ซึ่งจะได้ร่วมเดินทางกับนวัตกรจิ๋วทั้ง 6 คน เพื่อไปแลกเปลี่ยนประสบการณ์ วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์

มูลนิธิโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย มอบห้องสันทนาการเด็กให้โรงพยาบาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/701133

มูลนิธิโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย  มอบห้องสันทนาการเด็กให้โรงพยาบาล

มูลนิธิโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย มอบห้องสันทนาการเด็กให้โรงพยาบาล

วันพฤหัสบดี ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

มูลนิธิโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย ส่งมอบห้องสันทนาการเด็กแก่โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา โดย นายวิชา พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการ เป็นประธานส่งมอบห้องสันทนาการเด็ก และนายแพทย์สมยศ โล่ห์จินดาพงศ์ รองผู้อำนวยการ โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา เป็นประธานรับมอบ ในการนี้นางสาวกิตติวรรณ อนุเวชสกุล รองประธานกรรมการมูลนิธิโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ พร้อมด้วย แพทย์หญิงวรากร ประเสริฐสิน หัวหน้าฝ่ายกุมารเวชกรรม ร่วมทำพิธีเปิดห้องสันทนาการดังกล่าว โดยมีคณะแพทย์ พยาบาลฝ่ายกุมารเวชกรรม ของโรงพยาบาลคณะผู้บริหาร จิตอาสาจาก บริษัท แมคไทย จำกัด และบริษัทเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ปจํากัด (มหาชน) ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ชั้น 5 อาคารศรีสวรินทิรานุสรณ์ 150 ปีโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา ณ ชั้น 5

นางสาวกิตติวรรณ อนุเวชสกุล รองประธานกรรมการ มูลนิธิ โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย และประธานกรรมการบริหารบริษัท แมคไทย จำกัด กล่าวว่า “ห้องสันทนาการเด็กโรนัลด์ แมคโดนัลด์ (Ronald McDonald Playroom) เป็นหนึ่งในภารกิจของมูลนิธิโรนัลด์แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทยมุ่งหวังเป็นสถานที่สำหรับให้เด็กที่เจ็บป่วยได้ใช้ผ่อนคลายหรือทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัวระหว่างเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล หรือรอพบแพทย์ ห้องสันทนาการแห่งนี้ เป็นห้องลำดับที่ 39 ของโครงการมีพื้นที่ 24 ตารางเมตร สำหรับทำกิจกรรมสันทนาการ เพื่อให้ผู้ป่วยเด็กคลายความกังวลระหว่างรอพบแพทย์ อีกทั้งยังใช้เป็นห้องสำหรับฝึกพัฒนาการให้แก่เด็กและเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยกระตุ้นพัฒนาการให้สมวัย

นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังมี โครงการบ้านพักพิง เพื่อผู้ป่วยเด็กและครอบครัว ที่ให้บริการที่พักชั่วคราวแก่ครอบครัวผู้ป่วยเด็กที่เจ็บป่วยขั้นวิกฤต โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย 4 แห่ง ได้แก่ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (โรงพยาบาลเด็ก) โรงพยาบาลนพรัตนราชธานีโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และโรงพยาบาลศิริราช ให้บริการแก่ผู้เข้าพักไปแล้วมากกว่า 26,000 คน และหน่วยรถทันตกรรมเคลื่อนที่ ภายใต้โครงการ “สุขภาพดีใต้ร่มพระบารมี” โดยมูลนิธิฯ ร่วมกับมูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย และพันธมิตรหลายหน่วยงาน ให้บริการด้านทันตกรรมฟรีแก่เด็กที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศอีกด้วย

มทร.ธัญบุรี ให้ทุนการศึกษา 30 ล้านบาท พร้อมมาตรการแบ่งเบาภาระผู้ปกครอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/701134

มทร.ธัญบุรี ให้ทุนการศึกษา 30 ล้านบาท พร้อมมาตรการแบ่งเบาภาระผู้ปกครอง

มทร.ธัญบุรี ให้ทุนการศึกษา 30 ล้านบาท พร้อมมาตรการแบ่งเบาภาระผู้ปกครอง

วันพฤหัสบดี ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา ประกอบกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันทำให้หลายครอบครัวประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ปกครอง มทร.ธัญบุรี จึงมีการจัดสรรทุนการศึกษาให้กับนักศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยในปีการศึกษา 2565 มทร.ธัญบุรี มีนโยบายจัดสรรทุนการศึกษาทุกประเภท รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท โดยในภาคการศึกษา 1/2565 เฉพาะกองทุนพัฒนานักศึกษา ได้มอบทุนสำหรับนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ จำนวน 266 ทุน โดยคณะที่มีนักศึกษาขอทุนการศึกษามากที่สุด 5 อันดับแรก ประกอบด้วย คณะวิศวกรรมศาสตร์ 141 ทุน คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน 57 ทุน ครุศาสตร์อุตสาหกรรม 31 ทุนคณะศิลปกรรมศาสตร์ 25 ทุน และคณะพยาบาล 12 ทุน นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังได้จัดสรรทุนการศึกษาให้กับคณะ เพื่อไปจัดสรรทุนการศึกษาให้กับนักศึกษาในแต่ละคณะเอง รวมเป็นเงิน 5,838,000 บาท ทั้งนี้ 3 คณะที่ได้รับการจัดสรรมากที่สุด ได้แก่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ วงเงิน 1,315,500 บาท คณะบริหารธุรกิจ วงเงิน 1,349,000 บาท และคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน วงเงิน 511,500 บาท

รศ.ดร.สมหมาย กล่าวต่อไปว่า ในส่วนกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ปีการศึกษา 2564 มีนักศึกษากู้ยืม 6,266 คน จำนวน 150,349,543 บาท ส่วนภาคการศึกษา 1/2565 จำนวน 6,107 คน วงเงิน 97,079,900 บาท ทั้งนี้ มทร.ธัญบุรี ยังได้มีการผ่อนผันให้กับนักศึกษาที่กู้ยืมจาก กยศ. ไม่ต้องชำระค่าเล่าเรียนก่อน สามารถรอกระบวนการกู้ยืมจาก กยศ.แล้วเสร็จจึงนำมาชำระค่าเทอมได้ ในส่วนของนักศึกษาอื่นๆ มหาวิทยาลัยได้เปิดโอกาสให้แบ่งชำระค่าเทอมออกเป็น 3 งวดรวมถึงยกเลิกการเก็บค่าธรรมเนียมต่างๆ

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการช่วยเหลือนักศึกษาที่ต้องการหารายได้เสริม แบ่งเบาภาระผู้ปกครอง มทร.ธัญบุรีได้มีการสนับสนุนเงินงบประมาณจัดสรรเงินให้โครงการสนับสนุนการหารายได้พิเศษระหว่างเรียน จำนวน 3 ล้านบาท โดยให้นักศึกษาปฏิบัติงานในหน่วยงานของมหาวิทยาลัย เป็นการปลูกฝังให้นักศึกษารู้จักการพึ่งพาตนเอง ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ รวมถึงขณะนี้มหาวิทยาลัยมีแนวโน้มได้รับทุนวิจัยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อาจารย์จึงมีการจ้างงานนักศึกษาให้เป็นผู้ช่วยนักวิจัย ซึ่งส่วนนี้จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของนักศึกษาได้อีกทางหนึ่ง อีกทั้งยังมีการประสานยังหน่วยงานต่างๆ รอบมหาวิทยาลัยส่งนักศึกษาไปทำงานพิเศษอีกด้วย

ทีมเพื่อนพึ่ง(ภา)อาสาปฏิบัติการภัยพิบัติ คณะบุคคล-ปชช.พร้อมใจถวายพระพร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/701161

ทีมเพื่อนพึ่ง(ภา)อาสาปฏิบัติการภัยพิบัติ คณะบุคคล-ปชช.พร้อมใจถวายพระพร

ทีมเพื่อนพึ่ง(ภา)อาสาปฏิบัติการภัยพิบัติ คณะบุคคล-ปชช.พร้อมใจถวายพระพร

วันพุธ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 16.32 น.

เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2565 สำนักพระราชวัง เปิดให้ลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ที่บริเวณโถงชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ตั้งแต่ เวลา 08.00 – 16.00 น.ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ โดยวันนี้ได้มีบุคคลสำคัญ คณะบุคคลและผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐภาคเอกชน มูลนิธิ ผู้บริหารสถานศึกษา ครู นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด นำแจกันดอกไม้พวงมาลัยและสิ่งของต่างๆ มาทูลเกล้าถวาย พร้อมลงนามถวายพระพรขอให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา มีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงทรงหายจากพระอาการประชวรในเร็ววัน

สำหรับบรรยาการการลงนามถวายพระพร ตลอดวันนี้ได้มีบุคคลสำคัญ คณะบุคคลและผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐภาคเอกชน มูลนิธิ ผู้บริหารสถานศึกษา ครู นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด นำแจกันดอกไม้พวงมาลัยและสิ่งของต่าง ๆมาทูลเกล้าถวาย พร้อมลงนามถวายพระพรขอให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา มีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงทรงหายจากพระอาการประชวรในเร็ววัน อาทิ มูลนิธิเต๋าธรรมะสยาม, คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลมหาวชิราลงกรณธัญบุรี กรมการแพทย์, โรงเรียนมัธยมวัดบึงทองหลาง เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ, สมาคมผู้ปกครองและครู โรงเรียนนวมินทราชูทิศ กรุงเทพมหานคร, คณะสงฆ์วัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี,

ทีมเพื่อนพึ่ง(ภา)อาสาปฏิบัติการภัยพิบัติ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภา)ยามยาก สภากาชาดไทย, คณะอาสาสมัครกาชาด สภากาชาดไทย, โรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย, สถานีวิทยุแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, คณะกรรมการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย, โรงเรียนภัทรญาณวิทยา จ.นครปฐม, คณะพยาบาลและอาสาสมัครสาธารณสุข ศูนย์บริการสาธารณสุข 14 แก้วสีบุญเรือง, สมาคมคุรุสัมพันธ์อิสลามแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, บริษัทสยามดนตรียามาฮา จำกัด (สำนักงานใหญ่), สมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, ทีมเพื่อนพึ่ง(ภา)อาสาปฏิบัติการภัยพิบัติ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภา)ยามยาก สภากาชาดไทย, มูลนิธิวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ประเทศอินเดีย, บ้านนายเลิศ, กลุ่มคนปราจีนปกป้องสถาบัน จ.ปราจีนบุรี, ชุมชนท่านน้ำสามเสน, Bank of China สาขาสาธร, สมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นต้น

ด้าน นายศุภมงคล รัตนวิจิตร ผู้จัดการปฏิบัติการ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทย กล่าวว่า ตนและทีมเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)อาสาปฏิบัติการภัยพิบัติ จะเป็นส่วนล่วงหน้า เพื่อลงพื้นที่ไปช่วยเหลือในการอพยพขนย้ายผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ  ก่อนที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จะเสด็จลงไปช่วยเหลือชาวบ้าน พระองค์ท่านจะไม่เสด็จไปในช่วงน้ำท่วมเพราะท่านเกรงว่าประชาชนที่ลำบากอยู่แล้วต้องมารอเฝ้า รับเสด็จ พระองค์จึงเสด็จไปในช่วงฟื้นฟูโดยไปมอบถุงยังชีพพระราชทานเพื่อให้กำลังใจชาวบ้านที่ประสบอุทกภัย เช่น จ.นครศรีธรรมราช  และจังหวัดต่างๆ

“ในนามตัวแทนของทีมเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)อาสาปฏิบัติการภัยพิบัติ อยากให้พระองค์ภาฯ ทรงหายจากพระอาการประชวรในเร็ววัน มีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง เพื่อเป็นมิ่งขวัญให้กับพวกเราและพสกนิกรชาวไทยทุกคนที่รักและคิดถึงพระองค์ เพราะจากที่ทีมงานลงพื้นที่นำถุงยังชีพพระราชทานไปมอบให้ชาวบ้านพอรู้ว่าถุงยังชีพพระราชทานจากพระองค์โสมฯ พระองค์ภาฯ ชาวบ้านถึงกับน้ำตาไหล เพราะประชาชนรักพระองค์ท่าน” นายศุภมงคล กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ

โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้จิตอาสาพระราชทาน นำอาหารพระราชทานมื้อกลางวัน ซึ่งในวันนี้เป็นเมนูไก่อบไข่ดาว , หมูอบไข่ดาว พร้อมน้ำดื่ม และอาหารว่างมื้อบ่าย มามอบให้กับประชาชนที่มาลงนามถวายพระพร และมารับบริการภายในโรงพยาบาลจุฬาฯ ซึ่งเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค.เป็นต้นไป ที่ชั้น 1 หน้าอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

– 006

‘สปสช.’เพิ่มบริการแพทย์ทางไกล42กลุ่มโรค เตือนอย่าหลงเชื่อร่วมกลุ่มโอเพ่นแชท‘@nhso’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/700962

‘สปสช.’เพิ่มบริการแพทย์ทางไกล42กลุ่มโรค เตือนอย่าหลงเชื่อร่วมกลุ่มโอเพ่นแชท‘@nhso’

‘สปสช.’เพิ่มบริการแพทย์ทางไกล42กลุ่มโรค เตือนอย่าหลงเชื่อร่วมกลุ่มโอเพ่นแชท‘@nhso’

วันพุธ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) โดยรองเลขาธิการและโฆษก ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ ฝากเตือนประชาชน ระบุว่า ตามที่มีผู้ดำเนินการจัดตั้งกลุ่มไลน์โอเพ่นแชท (Open Chat) ในชื่อ@nhso ที่เป็นชื่อไลน์ไอดีเดียวกับไลน์ออฟฟิเชียล แอคเคาท์ (Line officialaccount) ของ สปสช. ที่ถือเป็นการแอบอ้างและทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นไลน์ที่ถูกจัดตั้งโดย สปสช. ส่งผลให้ขณะนี้มีประชาชนจำนวนมากหลายร้อยคนได้เข้าร่วมกลุ่มไลน์โอเพ่นแชทดังกล่าว

ทั้งนี้ ด้วย สปสช. มีความเป็นห่วงประชาชนที่อาจถูกหลอกลวงโดยมิจฉาชีพผู้ไม่หวังดีได้ เนื่องจาก สปสช.ไม่ได้มีการจัดตั้งโอเพ่นแชทในชื่อ @nhso ดังกล่าว และไม่มีเจ้าหนาที่ สปสช. คอยให้บริการในไลน์โอเพ่นแชทนี้ จึงขอเตือนให้ประชาชนระมัดระวังอย่าหลงเข้ากลุ่มไลน์นี้โดยเด็ดขาดในกรณีท่านใดหากเข้าร่วมกลุ่มแล้ว ขออย่าหลงเชื่อส่งข้อมูลส่วนตัวใดๆ ไม่ว่าจะเป็นชื่อบัตรประจำตัวประชาชน และเบอร์ติดต่อ เป็นต้น และขอแนะนำให้ท่านออกจากกลุ่มโดยทันที

“ขอแจ้งให้ประชาชนทราบว่า สปสช.ไม่เคยมีการจัดตั้งกลุ่มไลน์โอเพ่นแชท@nhso ไลน์ สปสช. คือไลน์ออฟฟิเชียล แอคเคาท์ ในชื่อ สปสช. ไลน์ไอดีคือ @nhso สำหรับใช้ในการแอดไลน์หรือเพิ่มเพื่อนไม่ใช่ชื่อกลุ่มไลน์โอเพ่นแชท ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าเข้าร่วมกลุ่ม และอย่าหลงเชื่อการแจ้งข้อมูลหรือขอข้อมูลจากท่านใดๆ เพราะอาจถูกหลอกลวงได้” โฆษก สปสช. กล่าว

ทพ.อรรถพร กล่าวต่อว่า สปสช.ขอเชิญชวนประชาชนมาเป็นเพื่อนทางไลน์ออฟฟิเชียล แอคเคาท์ (Line officialaccount) ของ สปสช.หรือแอดไลน์ สปสช. โดยวิธีการขอให้ดำเนินการดังนี้ 1.ทำการแอดไลน์โดยไปที่เพิ่มเพื่อน 2.ค้นหาโดยพิมพ์คำว่า @nhso ซึ่งเป็นไลน์ไอดีของ สปสช. หลังจากนั้นจะปรากฏชื่อไลน์ “สปสช.” และ 3.กดเป็นเพื่อนกับ สปสช. ท่านจะสามารถใช้บริการในเมนูต่างๆ กับไลน์ สปสช.ได้ ไม่ว่าจะเป็นสอบถามเรื่องการใช้สิทธิหรือประสานขอความช่วยเหลือต่างๆ กับเจ้าหน้าที่ ก็สามารถพิมพ์คำถามสอบถามได้เลย

หรือใช้บริการตามเมนูต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เมนูการตรวจสอบสิทธิการรักษาพยาบาลด้วยตนเอง การเปลี่ยนหน่วยบริการหรือสถานพยาบาลประจำด้วยตนเอง นอกจากนั้นยังมี เมนูขอรหัสรับบริการ เป็นฟังก์ชั่นที่ใช้ยืนยันตัวตนก่อนรับบริการ เพื่อยืนยันว่าเป็นผู้ใช้สิทธิ์ตัวจริง ไม่ใช่คนอื่นแอบอ้างมาสวมสิทธิ์ รวมทั้งมีประวัติการเข้ารับบริการทำให้ทราบว่าเคยไปตรวจคัดกรองหรือรับการรักษาที่ไหนบ้าง และยังมีเมนูเช็คสิทธิ์ตรวจสุขภาพฟรี โดยเมื่อกรอกข้อมูลต่างๆ แล้ว ท่านจะทราบว่าได้รับบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคประเภทใดบ้าง

ขณะที่ นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช. เปิดเผยว่า ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าในปัจจุบัน โดยเฉพาะระบบการสื่อสารที่รวดเร็ว ฉับไว และมีประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดประโยชน์ในวงกว้างรวมถึงต่อระบบสุขภาพ ส่งผลให้เกิด “บริการสาธารณสุขระบบทางไกล” หรือ “บริการการแพทย์ทางไกล” (Telemedicine) ที่เข้ามาช่วยเติมเต็มช่องว่าง เพิ่มการเข้าถึงบริการ ลดความแออัดหน่วยบริการ ลดเวลารอคอย และอำนวยความสะดวกในการรับบริการสอดคล้องกับวิถีชีวิตใหม่ (New Normal)

ที่ผ่านมา สปสช.ได้เล็งเห็นประโยชน์ต่อผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ บัตรทอง 30 บาท ในปีงบประมาณ 2563 บอร์ด สปสช.จึงได้เห็นชอบบรรจุ “บริการแพทย์ทางไกล” เป็นสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง 30 บาท โดยในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ในปีที่ผ่านมาสปสช.ยังได้จับมือกับผู้ให้บริการแอปพลิเคชั่นด้านสุขภาพดิจิทัล ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มสีเขียวที่ไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อย เพื่อช่วยลดความแออัดผู้ป่วยรับบริการที่โรงพยาบาล

ซึ่งจากประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการดูแลผู้ป่วยผ่านระบบการแพทย์ทางไกลที่ผ่านมา สปสช. จึงได้ขยายการให้ “บริการการแพทย์ทางไกลในลักษณะผู้ป่วยนอกทั่วไป” (OP Telemedicine) ครอบคลุมรักษา 42 กลุ่มโรคและอาการ โดยร่วมมือกับผู้ให้บริการแอปพลิเคชั่นด้านสุขภาพดิจิทัล จำนวน 4 แห่ง ได้แก่1.แอปพลิเคชั่น Good Doctor Technology(กู๊ด ด็อกเตอร์) โดยจีดีทีคลินิกเวชกรรม 2.แอปพลิเคชั่น Clicknic (คลิกนิก) โดยคลิกนิกเฮลท์คลินิกเวชกรรม 3.แอปพลิเคชั่นMordee (หมอดี) โดยชีวีบริรักษ์ คลินิกเวชกรรม

และ 4.แอปพลิเคชั่น Saluber MD (ซาลูเบอร์ เอ็ม ดี) โดยสุขสบายคลินิกเวชกรรม เพื่อเป็นการดูแลประชาชนผู้มีสิทธิ์บัตรทอง 30 บาท เบื้องต้นกำหนดนำร่องบริการให้ผู้ป่วยที่เจ็บป่วยเป็นโรคทั่วไปเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค. 2565 ใน 2 แอปพลิเคชั่นก่อนคือ 1.แอปพลิเคชั่น Good Doctor Technology (กู๊ด ด็อกเตอร์) โดยจีดีทีคลินิกเวชกรรม สอบถามเพิ่มเติม ไลน์ไอดี@gdtt และ 2.แอปพลิเคชั่น Clicknic (คลิกนิก) โดยคลิกนิกเฮลท์คลินิกเวชกรรม สอบถามเพิ่มเติม ไลน์ไอดี @clicknic

“ประชาชนสิทธิบัตรทองที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ กทม. หากมีอาการเจ็บป่วยตาม 42 กลุ่มโรคและอาการ ท่านสามารถเลือกใช้บริการทั้ง 2 แอปนี้ได้ โดยติดต่อผ่านไลน์ของทั้ง 2 แอป จะมีเจ้าหน้าที่แนะนำขั้นตอน เมื่อพบแพทย์ออนไลน์แล้ว ก็จะมีการจัดส่งยาไปให้ที่บ้านหรือที่อยู่ที่ท่านพักอาศัย ทั้งนี้ ผู้มีสิทธิบัตรทองที่มีหน่วยบริการประจำอยู่ต่างจังหวัด แต่หากเดินทางมาทำธุระใน กทม.เป็นระยะเวลาหนึ่ง แล้วเกิดอาการเจ็บป่วยตาม 42 กลุ่มโรคหรืออาการดังกล่าว ก็สามารถใช้สิทธิได้ ขอให้ท่านมีที่อยู่สำหรับการจัดส่งยาก็รับยาและรักษาตัวตามคำแนะนำของแพทย์ผ่านระบบออนไลน์ได้” นพ.จเด็จ กล่าว

เลขาธิการ สปสช. กล่าวต่อไปว่าบริการการแพทย์ทางไกล ที่ สปสช. ดำเนินการนี้เป็นการให้บริการด้านสุขภาพที่มีมาตรฐานบริการ โดยผู้ที่ร่วมให้บริการจะต้องได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล (ส.พ.7) ที่ระบุ “มีการบริการการแพทย์ทางไกล” และสามารถให้บริการการแพทย์ทางไกลได้ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง มาตรฐานการให้บริการของสถานพยาบาลโดยใช้ระบบบริการการแพทย์ทางไกล พ.ศ.2564 ของกองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข

พร้อมมีระบบพิสูจน์ตัวตนยืนยันการใช้สิทธิผู้ป่วยก่อนรับบริการ มีแพทย์ที่พร้อมให้บริการและมีระยะเวลาของการให้บริการประมาณ 10-15 นาทีต่อครั้ง หรือจนกว่าแพทย์จะสามารถวินิจฉัยและสั่งการรักษาได้ นอกจากนี้ ผู้ให้บริการต้องมีร้านยาเครือข่ายบริการที่จัดส่งยาพร้อมทั้งให้คำแนะนำและติดตามการใช้ยาให้กับผู้ป่วยได้ตามมาตรฐานวิชาชีพเภสัชกรรมที่สภาเภสัชกรรมกำหนด โดยส่งยาถึงผู้ป่วยภายใน 24 ชั่วโมงหลังเข้ารับบริการ

เลขาธิการ สปสช. ยังกล่าวอีกว่าในส่วนของหน่วยบริการนั้น มีการจัดระบบ AMED Telehealth ซึ่งเป็นระบบบริการทางการแพทย์ทางไกลที่ดำเนินการโดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) รองรับ เพื่อให้ผู้ให้บริการฯ บันทึกข้อมูลการให้บริการผู้ป่วย และข้อมูลใช้ในการเบิกจ่ายชดเชยค่าบริการจาก สปสช. ซึ่งผู้ป่วยจะได้รับตรวจวินิจฉัยและให้คำปรึกษาผ่านการแพทย์ทางไกลค่ายาและเวชภัณฑ์ รวมถึงจัดส่งยาให้ผู้ป่วย

“บริการแพทย์ทางไกลเป็นบริการสุขภาพวิถีใหม่ที่มาหนุนเสริมระบบสุขภาพหลัก โดยให้บริการรักษาพยาบาลในระดับบริการปฐมภูมิ นอกจากเพิ่มการเข้าถึงบริการให้กับผู้ป่วยแล้ว ยังเพิ่มความสะดวก ช่วยลดความแออัดในโรงพยาบาล ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการบริการสุขภาพในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้กับประชาชน” เลขาธิการ สปสช. กล่าวในตอนท้าย

ทั้งนี้บริการแพทย์ทางไกลครอบคลุม42 กลุ่มโรคและอาการ ดังนี้ 1.ข้อเสื่อมหลายข้อ 2.ตาแดงจากไวรัส 3.ตาแดงจากไวรัส ที่มิได้มีรหัสระบุรายละเอียด 4.ข้อเสื่อมโดยทั่วไปปฐมภูมิ 5.เนื้อเยื่ออักเสบ 6.วิงเวียนมึน 7.ปวดศีรษะ 8.อาหารเป็นพิษจากเชื้อแบคทีเรียอื่น 9.อาการท้องร่วง 10.กระเพาะและลำไส้อักเสบจากการติดเชื้อ 11.ไข้ไม่ทราบสาเหตุ 12.ความผิดปกติของระบบการทรงตัวของหู 13.โรคตากุ้งยิงและตุ่มอักเสบเรื้อรังที่หนังตา

14.การอักเสบของเยื่อบุตา 15.การติดเชื้อไวรัส ที่มิได้ระบุรายละเอียด 16.กล้ามเนื้อเคล็ด 17.ติดเชื้อไวรัสไม่ระบุตำแหน่งที่เป็น 18.ข้ออักเสบข้อเดียว ที่มิได้มีระบุรายละเอียด 19.เยื่อบุจมูกและลำคออักเสบเฉียบพลัน (หวัดธรรมดา) 20.ไข้ไม่ระบุชนิด 21.เวียนศีรษะบ้านหมุนเฉียบพลันแบบไม่รุนแรง 22.ปวดท้องช่วงบน 23.การติดเชื้อทางเดินหายใจในส่วนบนแบบเฉียบพลันหลายแห่งพร้อมกัน

24.ลมพิษ 25.ปวดท้อง และปวดอุ้งเชิงกราน 26.เยื่อบุตาอักเสบเฉียบพลัน ที่มิได้ระบุรายละเอียด 27.ลมพิษ ที่มิได้ระบุรายละเอียด 28.ปวดหลังส่วนล่าง 29.คออักเสบเฉียบพลัน 30.ต่อมทอนซิลอักเสบเฉียบพลัน 31.คออักเสบเฉียบพลัน ที่มิได้ระบุรายละเอียด 32.การติดเชื้อทางเดินหายใจในส่วนบนแบบเฉียบพลัน 33.กระเพาะอาหารอักเสบ ที่มิได้ระบุ
รายละเอียด

34.อาการปวดท้องอื่นๆ และอาการปวดท้องที่ไม่ระบุ 35.ข้ออักเสบหลายข้อที่มิได้ระบุรายละเอียด 36.ต่อมทอลซิลอักเสบเฉียบพลัน ที่มิได้ระบุรายละเอียด 37.เยื่อจมูกอักเสบจากการแพ้ ที่มิได้ระบุรายละเอียด ปวดกล้ามเนื้อ 38.เยื่อจมูกอักเสบจากการแพ้หรือการเปลี่ยนอากาศ 39.ข้ออักเสบแบบอื่น 40.ไซนัสอักเสบเฉียบพลัน 41.ไซนัสอักเสบเฉียบพลัน ที่มิได้ระบุรายละเอียด และ 42.การติดเชื้อโควิด-19 กลุ่มสีเขียว ที่มีอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย

ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยด้านการใช้สิทธิบัตรทอง ให้ติดต่อสอบถามช่องทางสื่อสารของ สปสช. ได้ที่ 1.สายด่วน สปสช.1330 2.ช่องทางออนไลน์ ประกอบด้วย ไลน์สปสช. พิมพ์ไลน์ไอดี @nhso หรือคลิก https://lin.ee/zzn3pU6 และเฟซบุ๊ก สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติhttps://www.facebook.com/NHSO.Thailand