‘วันผู้ย้ายถิ่นสากลประจำปี 2565’ แนะแก้ปัญหาขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/698954

‘วันผู้ย้ายถิ่นสากลประจำปี 2565’ แนะแก้ปัญหาขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติ

‘วันผู้ย้ายถิ่นสากลประจำปี 2565’ แนะแก้ปัญหาขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติ

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ (MWG) จัดงานวันผู้ย้ายถิ่นสากลประจำปี 2565 (International Migrant Day 2022) เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 2565ที่ผ่านมา ณ สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ (FCCT) โดย นายอดิศร เกิดมงคล ตัวแทนเครือข่ายองค์กรประชากรข้ามชาติ กล่าวว่า
จากผลกระทบของการระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้มีแรงงานข้ามชาติจำนวนมากหลุดจากระบบการจ้างงานอย่างถูกกฎหมาย เนื่องจากข้อจำกัดของกฎหมายทั้งในเรื่องการเปลี่ยนย้ายนายจ้าง และการแก้ไขปัญหาของภาครัฐยังไม่เอื้อต่อแรงงานข้ามชาติ

โดยเฉพาะแรงงานจากประเทศเมียนมาซึ่งมีปัญหาทางการเมืองภายใน ทำให้ไม่เอื้อต่อการนำเข้า จึงเกิดปัญหาขาดแคลนแรงงาน โดยหากเทียบก่อนและหลังการระบาดของโควิด เฉพาะช่วงเดือนต.ค.2565พบแรงงานข้ามชาติหายไปจากระบบถึงประมาณ 160,000 คน จากแรงงานข้ามชาติที่ขออนุญาตทำงานตามมติคณะรัฐมนตรีที่มีมากถึง 1,876,945 คน จากจำนวนแรงงานข้ามชาติ 2,438,794 คน

ทั้งนี้ ขั้นตอนการยื่นบัญชีรายชื่อแรงงานข้ามชาติทางระบบออนไลน์ ให้ดำเนินการภายใน 15 วัน จะต้องได้รับการอนุมัติขั้นตอนการขอเข้าใช้ระบบของนายจ้างและขั้นตอนการอนุมัติบัญชีรายชื่อถึงสองครั้งจากกรมการจัดหางานในส่วนกลางเท่านั้น ทำให้เกิดความล่าช้า และพบว่านายจ้างจำนวนมากต้องรอการอนุมัติการเข้าใช้ระบบเพื่อขอยื่นบัญชีรายชื่อถึง 5 วัน ระบบยุ่งยากสับสน ส่งผลให้ต้องใช้นายหน้า ที่ต้องเสียค่าดำเนินการตั้งแต่ 12,000-18,000 บาท ทั้งที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการที่ควรจะเป็นจะอยู่ที่ประมาณสามพันกว่าบาท

“จากการประเมินเบื้องต้นคาดว่ามีแรงงานข้ามชาติมากกว่า 7 แสนคนที่ยังไม่มีหนังสือเดินทางหรือหนังสือเดินทางหมดอายุ และตลอดช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 แรงงานข้ามชาติไม่สามารถเดินทางกลับไปจัดทำหนังสือเดินทางที่ประเทศต้นทางได้เนื่องจากปิดชายแดน ส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการดำเนินการ” ตัวแทนเครือข่ายองค์กรประชากรข้ามชาติ ระบุ

นายอดิศร กล่าวต่อไปว่า ขณะเดียวกันมาตรการจัดทำหนังสือเดินทางของประเทศต้นทางในประเทศไทย ทั้งโดยศูนย์ดำเนินการที่ตั้งขึ้นและสถานทูตประจำประเทศไทย ก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันตามกรอบระยะเวลาตามมติคณะรัฐมนตรี คือ ภายใน 13 ก.พ. 2566 ดังนั้นจึงมีความเสี่ยงว่าแรงงานข้ามชาติมากกว่า 700,000 คนจะกลายเป็นแรงงานที่ผิดกฎหมายเพราะไม่สามารถดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลได้ทัน

ดังนั้น หากจะประเมินการจัดการเรื่องแรงงานข้ามชาติและผู้อพยพโยกย้ายของรัฐบาลไทยในช่วงที่ผ่านพบว่าการดำเนินการของรัฐบาลไทยนั้นถอยหลังและสอบตกและนำไปสู่ 4 ปัญหาสำคัญ คือ 1.แรงงานข้ามชาติถูกกฎหมายหลุดระบบ 2.พบแรงงานอพยพเข้ามาอย่างผิดกฎหมายเพิ่มขึ้น 3.รัฐบาลยังแก้ปัญหาเฉพาะหน้าขาดยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน และ 4.มาตรการการจัดการยังส่งผลให้การคอร์รัปชั่นและเอื้อประโยชน์ต่อการแสวงหาประโยชน์ของระบบนายหน้าและเจ้าหน้าที่รัฐ

สำหรับข้อเสนอสำคัญสำหรับการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติและผู้อพยพของรัฐบาลไทย 1.ต้องการให้มีการทบทวนแนวทางและระยะเวลาในการดำเนินการจดทะเบียนและขอต่อใบอนุญาตทำงานออกไปตามเงื่อนไขข้อจำกัด 2.จัดระบบการดำเนินการที่ง่ายเอื้อต่อการดำเนินการของนายจ้างและแรงงานข้ามชาติ มีมาตรการดึงแรงงานข้ามชาติเข้าอยู่ระบบ ควบคู่ไปกับการป้องกันการหลุดจากระบบของแรงงานข้ามชาติ

เช่น มีมาตรการผ่อนผันให้กลุ่มแรงงานนำเข้า MoU โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากพม่าที่ครบวาระการจ้างงานตามกฎหมายยังสามารถทำงานในประเทศไทยได้เป็นการชั่วคราวจนกว่าระบบการนำเข้าแรงงานข้ามชาติจะเอื้อต่อการดำเนินมากขึ้น 3.เร่งรัดการจัดระบบคัดกรองผู้ลี้ภัย ทำระบบรับเรื่องร้องเรียนที่มีประสิทธิภาพและลงโทษอย่างจริงจังต่อเจ้าหน้าที่ที่แสวงหาประโยชน์จากข้อจำกัดของนโยบาย และ 4.จัดทำยุทธศาสตร์การจัดการแรงงานข้ามชาติ และยุทธศาสตร์การจัดการผู้อพยพเพื่อการบริหารจัดการระยะยาว

นางแฉล้ม สุกใส ตัวแทนนายจ้างกิจการก่อสร้าง กล่าวว่า สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมาคือในเรื่องการขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติที่ภาครัฐดำเนินการล่าช้า โดยล่าสุดมติ ครม.5 ก.ค. เปิดให้มีการขึ้นทะเบียนแรงงาน 4 สัญชาติ ที่มีสถานะไม่ถูกต้อง แต่การดำเนินการที่ล่าช้าทำให้แรงงานถูกจับกุมดำเนินคดี นอกจากนั้น เมื่อนำแรงงานไปขอขึ้นทะเบียนแล้ว แม้จะได้รับเอกสารติดตัวเป็นสำเนาใบขอขึ้นทะเบียน สำเนาใบเสร็จเป็นต้น แต่เอกสารเหล่านี้ใช้แสดงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้

“ตำรวจบางคนไม่รับฟัง หรือไม่มีความเข้าใจในเรื่องเอกสารหลักฐานการขอขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติ เขาไม่รู้ว่าเอกสารแต่ละประเภทคืออะไร ต้องดูอย่างไร จะขอดูเพียงพาสปอร์ตตัวจริงเท่านั้น เมื่อไม่มีพาสปอร์ตมาแสดงก็ถูกจับเข้าไปนอนในคุก สุดท้ายต้องให้เจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานมายืนยันให้จึงถูกปล่อยตัวออกมา ถือว่าเป็นการติดคุกฟรีข้อเสนอแนะของเราคือ ภาครัฐควรปรับปรุงการทำงาน กระทรวงแรงงานกับตำรวจต้องทำความเข้าใจร่วมกัน อยากให้สื่อสาร และประสานงานกันให้เข้าใจตรงนี้มากขึ้น” นางแฉล้ม ระบุ

Thandar Myo อาสาสมัครสาธารณสุขต่างด้าว (อสต.) กล่าวว่า ในตอนช่วงสถานการณ์ตอนโควิดระบาด ตนได้ทำงานเป็น อสต.ของศุภนิมิต บางครั้งก็มีแรงงานข้ามชาติบางคนในชุมชนที่ลงไปทำงานไม่สบาย ก็มาขอความช่วยเหลือให้ช่วยพาไปโรงพยาบาล เพราะเขาสื่อสารภาษาไทยไม่ได้ คุยกับหมอกับพยาบาลไม่รู้เรื่อง เมื่อลงไปช่วยก็สังเกตเห็นว่าที่โรงพยาบาลไม่มีล่ามเลย จึงคิดว่าหากโรงพยาบาลมี อสต.มาช่วยในการสื่อสารก็จะลดอุปสรรคปัญหาไปได้เยอะ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขก็จะไม่เหนื่อยมาก

“ข้อเสนอในเรื่องสถานะของ อสต.เอง ก็ยังไม่ได้รับการยอมรับ จึงอยากให้มีการอบรมที่ได้มาตรฐานจากหน่วยงานรัฐ และมีใบรับรองให้ เพื่อจะสามารถใช้อ้างอิงและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่แรงงานข้ามชาติในชุมชนได้ และอยากให้มีการสนับสนุนค่าตอบแทนให้กับ อสต. ที่เข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้บ้าง ซึ่งทำงานเป็นทั้งล่ามและเจ้าหน้าที่ด้านสุขภาพให้กับแรงงานข้ามชาติ รวมถึงช่วยเฝ้าระวังเรื่องโรคระบาดในชุมชนแรงงาน อยากขอให้หน่วยงานรัฐของไทยช่วยผลักดันให้เป็นจริงในอนาคตได้หรือไม่” Thandar Myo กล่าว

สำหรับวันผู้ย้ายถิ่นสากล หรือ International Migrant Day ตรงกับวันที่ 18 ธันวาคม ของทุกปี ซึ่งสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 2533 ที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ได้รับรองอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิของแรงงานโยกย้ายถิ่นฐานและสมาชิกในครอบครัว (CWM) และหลังจากนั้น องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) ได้จัดงานวันผู้ย้ายถิ่นสากลขึ้น เพื่อเน้นย้ำความสำคัญของหลักการเรื่องการย้ายถิ่นฐานอย่างมีมนุษยธรรมและเป็นระเบียบจะเป็นประโยชน์กับทั้งผู้ย้ายถิ่นเองและสังคมโดยรวม

‘9 to Zero’กลยุทธ์‘ม.มหิดล’ เดินหน้า‘ขยะฝังกลบเป็นศูนย์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/698955

‘9 to Zero’กลยุทธ์‘ม.มหิดล’  เดินหน้า‘ขยะฝังกลบเป็นศูนย์’

‘9 to Zero’กลยุทธ์‘ม.มหิดล’ เดินหน้า‘ขยะฝังกลบเป็นศูนย์’

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

รศ.ดร.กิติกร จามรดุสิต รองอธิการบดีฝ่ายสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เปิดเผยถึงกลยุทธ์ที่มหาวิทยาลัยมหิดลยึดถือนับตั้งแต่ได้มีการประกาศนโยบายมหาวิทยาลัยเชิงนิเวศกว่าครึ่งทศวรรษที่ผ่านมา จนทำให้มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในประเทศไทยที่สามารถบรรลุเป้าหมาย “Single-use Plastic” หรือลดเลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวได้ 100% ในฐานะมหาวิทยาลัยต้นแบบระดับประเทศ คือ “การไม่หยุดที่จะตั้งคำถาม”

โดยไม่เพียงการรณรงค์ No Bag หรืองดแจกถุงพลาสติกในร้านสะดวกซื้อ และร้านค้าต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัยมหิดลยังได้ขอความร่วมมือให้ทางร้านค้าถามผู้ซื้อถึงความจำเป็นในการใช้หลอด ช้อน ส้อมพลาสติกก่อนส่งให้พร้อมอาหารทุกครั้ง เพื่อลดปริมาณขยะภายในมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ที่มีจำนวนมากถึงปริมาณ 5,000 กิโลกรัมต่อวันได้อย่างเห็นผล

นอกจากนี้ ยังได้รณรงค์ให้มีการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์ และคุ้มค่าถึงแม้จะเป็นเพียงเศษอาหาร ก็ไม่ได้ทิ้งเปล่าให้เน่าเสีย ยังสามารถนำมาผ่านกระบวนการหมักด้วยจุลินทรีย์ใน “ถังหมักรักษ์โลก” (Green Cone) เพื่อทำเป็นปุ๋ยใช้บำรุงพืชพันธุ์ต่างๆ ภายในรั้วมหาวิทยาลัยมหิดลให้เขียวสดงดงามต่อไปได้อีกด้วย โดยแนวคิดเรื่องการใช้ “ถังหมักรักษ์โลก” ในประเทศไทย เริ่มต้นขึ้นโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ซึ่งมหาวิทยาลัยมหิดลรับนโยบายมาต่อยอดขับเคลื่อนให้นักศึกษาได้รู้จักการจัดการกับเศษอาหารได้อย่างเหมาะสมนอกเหนือจากการแยกทิ้งขยะให้ถูกถัง โดยใช้หอพักนักศึกษาเป็นโมเดลหลัก โดย “ถังหมักรักษ์โลก” มีลักษณะเป็นรูปโคนที่มีผนัง 2 ชั้น โดยได้รับการออกแบบให้สามารถกักเก็บความร้อน ช่วยให้อากาศเกิดการหมุนเวียน และช่วยในการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์

วิธีใช้โดยการฝังก้นถังลงดิน เพื่อให้ดินดักจับกลิ่นและไม่ให้เกิดแมลงวัน โดยเป็นการหมักในภาวะที่มีออกซิเจน ซึ่งใช้“สารเร่ง พด.6” เติมลงถังเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการหมักที่แทบไม่ส่งกลิ่นเหม็นออกมา ซึ่งนับเป็นหนึ่งในก้าวสำคัญของการบรรลุเป้าหมาย “9 to Zero” ที่ว่าด้วยการทำให้ “ขยะสู่แหล่งฝังกลบเป็นศูนย์ (Zero waste to landfill)” ของทั่วโลกจากหลักการทั้งหมด 9 ประการที่มุ่งหมายให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่ากับศูนย์ให้ได้ภายในปี พ.ศ. 2573 หรือในอีกประมาณ 8 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้ อุปสรรคปัญหาในการกำจัดขยะที่ไม่สามารถฝังกลบได้ส่วนใหญ่เกิดจากขยะประเภทถุงร้อนปนเปื้อนที่ยากต่อการนำมาทำความสะอาดเพื่อนำกลับไปใช้ซ้ำ อีกทั้งยังสิ้นเปลืองน้ำที่จะต้องใช้ในการทำความสะอาด ซึ่งจะต้องนำไปผ่านการบำบัดต่อไปอีกด้วยโดยทั้งหมดนี้เกิดขึ้นตามยุทธศาสตร์ชาติ20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) และ Roadmapการจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561-2573 และตามเป้าหมายเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน SDG 12 Responsible Consumption and Production (ผลิตและบริโภคอย่างรับผิดชอบ) แห่งองค์การสหประชาชาติ

ชาวหมู่บ้านเครือข่ายคชานุรักษ์ 5 จังหวัดภาคตะวันออก ร่วมลงนามถวายพระพร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/698994

ชาวหมู่บ้านเครือข่ายคชานุรักษ์ 5 จังหวัดภาคตะวันออก ร่วมลงนามถวายพระพร

ชาวหมู่บ้านเครือข่ายคชานุรักษ์ 5 จังหวัดภาคตะวันออก ร่วมลงนามถวายพระพร

วันอาทิตย์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 17.38 น.

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2565 ที่ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย สำนักพระราชวัง เปิดให้ลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นวันที่ 3 ตลอดวันนี้ได้มีบุคคลสำคัญ คณะบุคคลและผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงประชาชนที้งในกรุงเทพฯและจังหวัดต่างๆ นำแจกันดอกไม้มาทูลเกล้าถวายพร้อมลงนามถวายพระพรขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ววัน อาทิ ม.ร.ว.ชฎาทิพย์ ชยางกูร, พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี, นายอานันท์ ปัญญาระชุน อดีตนายกรัฐมนตรี, นายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตจีน ประจำประเทศไทย, นายคิมซัง คอร์จิ เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งราชอณาจักรภูฏาน ประจำประเทศไทย,

ผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตลาว นำแจกันดอกไม้ของประธานประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มาทูลเกล้าถวาย, นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรปราการ และชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสมุทรปราการ, ปตท.น้ำมันและค้าปลีก จำกัด (มหาชน), บริษัทดับเบิลเอ, ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม และชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดนครปฐม, สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ, โรงเรียนวังไกลกังวล ในพระบรมราชูปถัมภ์, โรงพยาบาลซีเมคลิฟวิ่ง, สมาคมสรีอุดมศึกษาแห่งประเทศไทย ในพระอุปถัมภ์ฯ, นายกสมาคมติดตามการพัฒนาสตรีในประเทศไทย, โรงเรียนนายร้อยตำรวจ, ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี พร้อมนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสระบุรี, สมาคมไทย-เยอรมัน

นายสุวัจน์ ลิปตวัลลภ นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา พร้อมคณะกรรมการสภาฯ, นายพินิจ จารุสมบัติ พร้อมคณะนักศึกษาหลักสูตรผู้บริหารงานยุติธรรมระดับสูง, สมาคมศิษย์เก่าแพทย์ศาสตร์จุฬาลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, โรงพยาบาลในเครือบางประกอกและปิยะเวท, ตำรวจภูธร ภาค 3, ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด(ไทย) จำกัด (มหาชน), สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ, จิตรอาสาจราจร, นายกเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต และชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดภูเก็ต, กุลบุตร กุลธิดา สภากาชาดไทย, มูลนิธิเพชรรัตน-สุวัทนา พร้อมด้วยมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพระบรมราชูปถัมภ์ มูลนิธิสถาบันการศึกษาในรัชกาลที่ 6 และสมเด็จฯเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาฯ, คณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร, อธิบดีกรมโยธาและผังเมือง, ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 พร้อมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 7, กองพลทหารราบที่ 9, โทรคมนาคมแห่งชาติ เป็นต้น

ด้าน นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 18 ของไทย เปิดเผยภายหลังการลงนามถวายพระพร ว่า เมื่อทราบข่าวการประชวรของพระองค์ภา จึงอยากเดินทางมาถวายพระพร เพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อในหลวงและทุกพระองค์ในราชวงศ์ ซึ่งพระองค์ภาท่านทรงทำกิจกรรมหลายอย่างให้กับประชาชน รอบรู้ในด้านการบ้านการเมือง การทหาร ให้ความสนใจต่อทุกข์สุขของประชาชนทั่วทั้งประเทศ พระองค์ท่านทรงเป็นตัวแทนของในหลวง รวมทั้งในส่วนพระองค์ท่านเอง ที่มักจะมีพระราชกรณียกิจปลดความทุกข์ และนำความสุขมาให้กับประชาชนทั่วทุกหมู่เหล่า เมื่อท่านประชวร จึงเป็นสิ่งที่ประชาชนอยากจะร่วมถวายพระพร และขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั่วสากลโลก ดลบันดาลให้พระองค์ท่านทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็วมีพระพลานามัยสมบูณ์แข็งแรง

เมื่อเวลา 15.00 น.ชาวหมู่บ้านเครือข่ายคชานุรักษ์ 5 จังหวัดภาคตะวันออก ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, สระแก้ว รวม 51 หมู่บ้าน ซึ่งเป็นหมู่บ้านใน โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ทรงรับเป็นประธานที่ปรึกษาโครงการฯ กับทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเป็นประธานคณะกรรมการฯ ได้เดินทางมาร่วมทูลเกล้าฯถวายแจกันดอกไม้พร้อมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากอาการพระประชวรในเร็ววัน ที่อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

นายตระกูล สว่างอารมย์ ผู้แทนหมู่บ้านคชานุรักษ์และหมู่บ้านขยายผล 51 หมู่บ้าน กล่าวภายหลังลงนามถวายพระพร ว่า พอทราบข่าวว่าสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระประชวร ช้าวบ้านหมู่บ้านคชานุรักษ์ ทุกคนตกใจมาก ทำอะไรไม่ถูกในช่วงนั้น แต่ก็ได้รวมตัวกันจัดพิธีสวดมนต์เพื่อถวายพระพรให้พระองค์ท่านทรงหายจากพระอาการประชวร และในวันนี้จึงได้นัดสมาชิกทั้ง 51 หมู่บ้าน เดินทางมาลงนามถวายพระพร เพื่อให้พระองค์ท่านทรงหายจากอาการพระประชวรในเร็ววัน เพื่อเป็นมิ่งขวัญของชาวหมู่บ้านคชานุรักษ์ และปวงชนชาวไทยสืบไป

“พวกเราทุกคนรู้สึกน้อมสำนึกในพระกรุณาพระองค์ภาฯที่ผ่านมาพระองค์ท่านได้เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ไปพระราชทานความรู้ให้แก่สมาชิกหมู่บ้านคชานุรักษ์เกี่ยวกับเรื่องคนกับช้างป่าให้สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุล อย่างไม่ถือพระองค์ ประทับนั่งกับพื้นรับฟังสภาพปัญหาของชาวบ้าน เพราะโครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ไม่ใช่เพียงแค่เป็นการแก้ปัญหาของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นการบูรณาการทุกหน่วยงานมาช่วยกันแก้ไขปัญหาโดยมีพระองค์ท่านคอยพระราชทานคำแนะนำ ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 3 ปี ของการดำเนินงานหมู่บ้านคชานุรักษ์ ปัญหาระหว่างคนและช้างป่าได้หมดไปเพราะพระองค์จะทรงรับสั่งเสมอว่าเราต้องเรียนรู้พฤติกรรมช้างและปรับเปลี่ยนเวลาในการออกไปเก็บเกี่ยวพืชผลรวมถึงการเปลี่ยนวิธีการปลูกพืช อันเป็นการช่วยเหลือทั้งคนและช้างป่าให้อยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุล ดังนั้น พวกเราชาวหมู่บ้านคชานุรักษ์ทุกคนขอกราบสำนึกและถวายพระพรให้พระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวรในเร็ววัน” นายตระกูล กล่าว

ทั้งนี้ สำนักพระราชวัง เปิดให้ลงนามถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ตั้งแต่ เวลา 08.00 – 16.00 น.ไม่เว้นวันหยุดราชการ

– 006

‘ในหลวง’ทรงมีพระราชสาส์นถวายพระพรชัยมงคล’เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/698939

'ในหลวง'ทรงมีพระราชสาส์นถวายพระพรชัยมงคล'เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์'

‘ในหลวง’ทรงมีพระราชสาส์นถวายพระพรชัยมงคล’เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์’

วันอาทิตย์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 15.36 น.

“ในหลวง” ทรงมีพระราชสาส์นถวายพระพรชัยมงคล เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ ในโอกาสวันชาติของรัฐกาตาร์ 

18 ธันวาคม 2565 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ส่งข้อความพระราชสาส์นถวายพระพรชัยมงคลไปยังเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ ในโอกาสวันชาติของรัฐกาตาร์ ซึ่งตรงกับวันที่ 18 ธันวาคม 2565 ความว่า 

เชค ตะมีม บิน ฮะมัด อัษษานี เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ กรุงโดฮา ในโอกาสวันชาติของรัฐกาตาร์ หม่อมฉันขอถวายพระพรชัยมงคลเพื่อฝ่าพระบาท  ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์และทรงพระเกษมสำราญ ทั้งขอให้ประเทศและประชาชนชาวกาตาร์ ประสบความสำเร็จและความเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไป 

ประเทศไทยและรัฐกาตาร์มีสัมพันธไมตรีที่ดีงามต่อกัน ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐาน ของความเข้าใจอันดีและความเคารพยกย่องซึ่งกันและกัน หม่อมฉันเชื่ออย่างแน่แท้ว่า ด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจร่วมกัน ประเทศของเราทั้งสองจะสร้างเสริมความร่วมมืออันใกล้ชิดในทุก ๆ ด้านให้เพิ่มพูน และกระชับมั่นยิ่งขึ้น เพื่อประโยชน์สุขของทั้งสองฝ่ายในภายภาคหน้า  

(พระปรมาภิไธย)  มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

‘สถานทูตและกงสุลใหญ่’ไทย-ต่างประเทศ สวดมนต์ถวายพระพร’พระองค์ภาฯ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/698923

'สถานทูตและกงสุลใหญ่'ไทย-ต่างประเทศ สวดมนต์ถวายพระพร'พระองค์ภาฯ'

‘สถานทูตและกงสุลใหญ่’ไทย-ต่างประเทศ สวดมนต์ถวายพระพร’พระองค์ภาฯ’

วันอาทิตย์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 13.16 น.

สถานทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทย ในต่างประเทศ ร่วมกับ ชุมชนไทย สวดมนต์ เจริญจิตตภาวนา ถวายพระพร “สมเด็จฯเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” 

18 ธันวาคม 2565 สถานเอกอัครราชทูตไทยและสถานกงสุลใหญ่ไทย ในต่างประเทศ ร่วมกับชุมชนไทย จัดพิธีสวดมนต์และเจริญจิตตภาวนา ถวายพระพร แด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ดังนี้ 

สถานเอกอัครราชทูตไทย  ณ กรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย จัดพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ และ เจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตตภาวนาถวายพระพร ณ วัดธัมมธโร กรุงแคนเบอร์รา โดยข้าราชการสำนักงานทีมประเทศไทย และชุมชนไทยในกรุงแคนเบอร์ราเข้าร่วม โดยมีพระราชสีลาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดธัมมธโรเป็นประธานคณะสงฆ์

พร้อมลงนามถวายพระพร หน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาให้ทรงหายจากพระอาการประชวรและมีพระพลานามัยแข็งแรงโดยเร็ว

สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก นางสาวภาสพร สังฆสุบรรณ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงปราก พร้อมด้วยข้าราชการสถานเอกอัครราชทูตฯ ทีมประเทศไทย ณ กรุงปราก และชุมชนไทยในสาธารณรัฐเช็ก ได้ร่วมกันทำวัตรเช้า สวดมนต์ และเจริญจิตตภาวนา ณ วัดธรรมกิตติวงศ์ กรุงปราก ถวายพระพรแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวร โดยมีพระมหาสันติ ธัมมทัสสีเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ 

สถานกงสุลใหญ่ไทย ณ นครชิคาโก รัฐอิลลินอย สหรัฐอเมริกา  จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา ณ วัดธัมมาราม นครชิคาโก ทั้งนี้ วัดธัมมารามฯ กำหนดจะเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา เพื่อถวายพระพร ต่อเนื่องกับการสวดมนต์ทำวัตรเช้าและทำวัตรเย็นเป็นประจำทุกวันเป็นต้นไป

สถานกงสุลใหญ่ไทย ณ นครซิดนีย์  ประเทศออสเตรเลียข้าราชการทีมประเทศไทย และชุมชนไทยในนครซิดนีย์ ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ โดยคณะสงฆ์จากวัดพุทธรังษี แสตนมอร์ ร่วมกับวัดพุทธรังษี แอนนันเดล ถวายพระพรแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว ณ วัดพุทธรังษี แอนนันเดล

สถานเอกอัครราชทูตไทย  ณ กรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล ร่วมกับ พระศรีโพธิวิเทศ เจ้าอาวาสวัดไทยลุมพินี นิมนต์พระสงฆ์นานาชาติเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนาเพื่อถวายพระพร แด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา.012

พสกนิกรทั่วไทย! ร่วมสวดเจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตตภาวนา ถวายพระพรชัย’พระองค์ภาฯ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/698899

พสกนิกรทั่วไทย! ร่วมสวดเจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตตภาวนา ถวายพระพรชัย'พระองค์ภาฯ'

พสกนิกรทั่วไทย! ร่วมสวดเจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตตภาวนา ถวายพระพรชัย’พระองค์ภาฯ’

วันอาทิตย์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 09.09 น.

เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม ฯ นำพสกนิกรเจริญภาวนา ขอพรพระธาตุพนม ถวาย“พระองค์ภา”ทรงหายจากพระอาการประชวร

18  ธันวาคม 2565 เมื่อช่วงค่ำวันที่ 17 ธันวาคมที่ผ่านมา ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม พระเทพวรมุนี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม/ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10 นำพสกนิกร ประชาชน นักท่องเที่ยว  ร่วมกันตั้งจิตอธิษฐาน สวดมนต์บทโพชฌังคปริตร บำเพ็ญกุศลพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว

นอกจากนี้ยังได้ร่วมเวียนเทียนสักการบูชา อธิษฐานจิตขอพรองค์พระธาตุพนมสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง อายุเก่าแก่กว่า 2,500 ปี ซึ่งภายในบรรจุพระอุรังคธาตุหรือกระดูกส่วนหน้าอกพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประทานพรให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ถวายเป็นพระพรชัยมงคล ตามประเพณีความเชื่อ เพื่อเป็นการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวนครพนม

โดยพิธีดังกล่าวชาวพุทธเชื่อว่าเป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์สำคัญ นอกจากจะเป็นพุทธานุสติแล้ว ยังเป็นพุทธานุภาพ สามารถช่วยป้องกันภัยอันตรายต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น เป็นการเสริมชะตาให้ยืนยาว เป็นมงคลในชีวิต มีความเป็นอยู่ที่ปราศจากโรคภัยทั้งหลายทั้งปวง และมีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตสืบไป

ทั้งนี้ บทสวดโพชฌังคปริตร หรือโพชฌังคสูตร เป็นบทสวดในสมัยพุทธกาลที่มีความศักดิ์สิทธิ์ ใช้สวดเมื่อตัวเองเจ็บป่วย หรือสร้างกำลังใจให้แก่ผู้ป่วย เป็นที่นิยมมาจนถึงปัจจุบัน เชื่อกันว่า อานิสงส์แห่งการเจริญพระพุทธมนต์บทนี้ ทำให้เกิดสมาธิและความสงบใจ บรรเทาอาการเจ็บป่วยด้วยสภาพจิตที่สงบ และจะเกิดอานุภาพมากหากบำเพ็ญจิตเจริญภาวนาควบคู่ไปด้วย หรือในโอกาสสำคัญ เช่น วันเกิด วันปีใหม่ มีการสวดบทโพชฌังคปริต อวยพรให้มีความสุขสวัสดี ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บและให้มีอายุยืน

พระภิกษุสงฆ์ สามเณร ร่วมสวดเจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตตภาวนา เพื่อถวายพระพรชัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวร 

เมื่อช่วงค่ำวานนี้ 17 ธันวาคม 2565 เวลา 19.00 น. ที่ วัดแก้วโกรวาราม พระอารามหลวง นายสมชาย หาญภักดีปฏิมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และพุทธศาสนิกชน ร่วมในพิธีสวดพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา เพื่อร่วมถวายพระพรชัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวร โดยมีพระราชสุทธิวิมลธรรมคณี เจ้าคณะจังหวัดกระบี่  เจ้าอาวาสวัดกระบี่น้อย เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และมีพระภิกษุ สามเณร ร่วมสวดเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนาถวาย

การประกอบพิธีสวดเจริญพระพุทธมนต์ดังกล่าว เป็นไปตามที่ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ประธานกรรมการมหาเถรสมาคม ทรงมีพระบัญชาโปรดให้สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม แจ้งวัดทุกวัดทั่วราชอาณาจักร และวัดไทยในต่างประเทศ ให้คณะสงฆ์ พร้อมด้วยพุทธศาสนิกชน ร่วมกันเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนาถวายเป็นพิเศษ ต่อจากการสวดมนต์ทำวัตรเช้าและทำวัตรเย็น เพื่อถวายพระพรชัยแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นประจำทุกวัน ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

นักเรียนสวดพระพุทธมนต์ เจริญจิตตภาวนา เพื่อถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัยเลย นำคณะครูนักเรียน และบุคลากรทางการศึกษาสวดพระพุทธมนต์ เจริญจิตตภาวนาเพื่อถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณบริเวณโดมเอนกประสงค์ โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัยเลย อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย.012

พสกนิกรทั่วไทยร่วมถวายพระพร พระองค์ภาฯ ให้ทรงหายจากพระอาการประชวร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/698864

พสกนิกรทั่วไทยร่วมถวายพระพร พระองค์ภาฯ ให้ทรงหายจากพระอาการประชวร

พสกนิกรทั่วไทยร่วมถวายพระพร พระองค์ภาฯ ให้ทรงหายจากพระอาการประชวร

วันอาทิตย์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

พสกนิกรทั่วไทยร่วมถวายพระพรพระองค์ภาฯ ให้ทรงหายจากพระอาการประชวร ทรงมีพระพลานามัยที่แข็งแรงสมบูรณ์ สถานทูตประเทศต่างๆร่วมถวายพระพร

พสกนิกรชาวไทยทุกศาสนา ทั่วประเทศ พร้อมใจกันจัดพิธีบำเพ็ญกุศล เพื่อถวายพระพรแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชรมหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรในเร็ววัน

เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.2565 ที่ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย สำนักพระราชวัง ได้เปิดให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าเข้าร่วมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นวันที่ 2 โดยตลอดวันนี้ได้มีบุคคลสำคัญ คณะบุคคลและผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมถึงประชาชนทั่วไปนำแจกันดอกไม้มาทูลเกล้าถวายพร้อมลงนามถวายพระพรขอให้ทรงหายจากพระอากาาประชวรในเร็ววัน อาทิ ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมภริยา, น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมคณะผู้บริหาร ข้าราชการ, สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.),กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี, บริษัทอู่ตะเภาอินเตอร์เนชั่นแนลเอวิเอชั่น จำกัด,กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, บริษัทดับเบิลเอ, สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ, สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ, สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล, องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์, สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ(องค์การมหาชน), กรมทหารปื่นใหญ่ต่อสู้อากาศยาน ที่ 2 ,โรงเรียนปาณยา พัฒนาการ กรุงเทพฯ, โรงเรียนศรีบุญญานนท์ จ.นนทบุรี, ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย, สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, สมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, สมาคมศิลปศาสตร์ธรรมศาสตร์, คณะศิลปศาสตร์ธรรมศาสตร์, กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์(พล.ม2 รอ.), สถาบันพระปกเกล้า,

ราชสกุล วรวุฒิ, มูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์, กองบัญชาการตำรวจนครบาล, ฐานทัพเรือกรุงเทพ, นักศึกษา วิทยาลัยป้องกันราชอนาจักร รุ่นที่ 65, มูลนิธิพระไตรปิฎกสากล, พรรคภูมิใจไทย,โรงเรียนราชวินิต, การเคหะแห่งชาติ,การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษค่ายสมเด็จพระนารายมหาราช ลพบุรี, มหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, สมาคมแม่บ้านตำรวจ, หอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, คณะผู้บริหารเนชั่นกรุ๊ป และผู้ประกาศข่าว เนชั่นทีวี, รองนางสาวไทย ประจำปี 2565 และ Miss Universe Thailand 2022, อดีตข้าราชการคณะผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นคานิวยอร์ก, ผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตเมียนมา ประจำประเทศไทย,

ลงนามถวายพระพรเนืองแน่น

น.ส.วราภรณ์ สร้อยเสน (น้องหมิว) อายุ 36 ปี บัณฑิตตัวจิ๋ว มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ เกียรตินิยมอันดับ 2 ที่ได้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร เมื่อวันที่ 21 ก.ค.2565 จากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ที่ทรงโน้มพระวรกายพระราชทานปริญญาบัตรให้ เนื่องจากน้องหมิวมีความสูงเพียง 92 เซนติเมตร เมื่อน้องหมิวทราบข่าวถึงพระอาการประชวร จึงเดินทางมาพร้อมครอบครัวเพื่อลงนามถวายพระพรขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ สุขภาพแข็งแรงโดยเร็ววัน เป็นที่รักของหนูและพสกนิกรชาวไทยตลอดไป ขอบคุณพระองค์ที่เอ็นดูหนูและครอบครัวในทุกเรื่องทุกอย่าง ซึ่งน้องหมิวบอกว่าตั้งใจจะนำข้อความนี้ทูลเกล้าถวายเพื่อเป็นกำลังใจให้พระองค์หายจากพระอาการประชวรด้วย

ด้าน ดร.สมพร และ น.ส.สายทิพย์ วัชรศิลป์ สองสาวพี่น้อง ชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เล่าถึงความรู้สึก ว่า เดินทางมาตรวจสุขภาพประจำปีที่ รพ.จุฬาฯ และตั้งใจมาร่วมสวดมนต์ “บทโพชฌังโคพระปริตร” ร่วมกับประชาชนที่บริเวณชั้น 1 หน้าอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เพื่ออธิษฐาขอให้บารมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ช่วยคุ้มครองรักษาให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระเจริญ หายจากพระอาการประชวรโดยเร็ววัน

“พอได้ยินข่าวว่าพระองค์ท่านประชวร ตกใจมาก ไม่อยากเชื่อเลยเพราะเห็นท่านแข็งแรงดีอายุยังน้อย ท่านทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติเยอะมาก อย่างมูลนิธิเพื่อนพึ่ง(ภา)ยามยาก ก็ช่วยเหลือประชาชนในยามเดือดร้อน และมีอีกหลายโครงการที่ช่วยเหลือชาวบ้านด้วยความเมตรตา พระองค์ท่านให้ชาวบ้านนำของไปขายในโครงการทำให้มีรายได้เลี้ยงครอบครัว” สองพี่น้องเล่าด้วยน้ำตาคลอเบ้า

ทั้งนี้สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนลงนามถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยตั้งแต่ เวลา 08.00-16.00 น.ไม่เว้นวันหยุดราชการ

สถานทูตต่างประเทศลงนามถวายพระพร

ด้าน สถานเอกอัครราชทูตประเทศต่างๆ ขอร่วมกับคนไทยถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง หายจากพระอาการประชวรโดยเร็ววัน อาทิ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย, สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย, สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย, สถานเอกอัครราชทูตสิงคโปร์ประจำประเทศไทย, สถานเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย, สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย, สถานเอกอัครราชทูตอิตาลี่ประจำประเทศไทย, สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย, สถานเอกอัครราชทูตยูเครนประจำประเทศไทย, สถานเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย, สถานเอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำประเทศไทย

เป็นต้น

ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในต่างประเทศ ได้มีการเชิญชวนพุทธศาสนิกชนไทยและต่างชาติ ที่อยู่ชุมชนไทย ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตตภาวนา ถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

อย่าง สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย มีกำหนดจะจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตตภาวนาเพื่อถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในวันอาทิตย์ที่ 18 ธันวาคม 2565 เวลา 10.00 น. ณ วัดธัมมธโร โดยมีพระราชสีลาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดธัมมธโรเป็นประธานคณะสงฆ์

มหาดไทยจัดบำเพ็ญกุศล

เวลา 09.09 น. ณ พระวิหาร วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จเป็นประธานสงฆ์ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา เพื่อถวายพระพรแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จัดโดยกระทรวงมหาดไทย โดยได้รับเมตตาจากเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม พร้อมด้วยพระสงฆ์ สามเณร วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ประกอบพิธี มีนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ดร. วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย พร้อมข้าราชการมหาดไทยและพุทธศาสนิกชน ร่วมในพิธี

การนี้ เจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ถวายธูปเทียนแพเบื้องหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา แล้วถวายสักการะเจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เจ้าหน้าที่พิธีอาราธนาศีล พระสงฆ์ให้ศีล เจ้าหน้าที่พิธีอาราธนาพระปริตร พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ จำนวน 34 บท จบแล้ว เจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก นำเจริญจิตตภาวนาเพื่อถวายพระพรแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร. วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นำคณะผู้บริหารระดับสูงถวายเครื่องไทยธรรม พระสงฆ์อนุโมทนา ประธานกรวดน้ำ รับพร นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ถวายสักการะเจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก แล้วถวายความเคารพเบื้องหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นอันเสร็จพิธี

ร่วมถวายพระพรชัยมงคล

จากนั้น ในเวลา 10.39 น. ที่วัดระฆังโฆสิตาราม วรมหาวิหาร เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตตภาวนา และถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ เพื่อถวายพระพรแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมี พระเทพประสิทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม วรมหาวิหาร พร้อมด้วยพระเถรานุเถระ 45 รูป ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงมหาดไทย และภาคีเครือข่ายนำโดย นางธราพร อำนวยสาร ผอ.เขตบางกอกน้อย นางศศิธร เวชภูติ เจ้าพนักงานที่ดิน กทม. สาขาบางกอกน้อย พ.ต.อ.ศาสตรา อ่อนรัศมี ผกก.สน.บางกอกน้อย ว่าที่ ร.ต.เฉลิมรัฐ ติ่งอ่วม ผอ.โรงเรียนสตรีวัดระฆัง นายพงศ์พิษณุ สุพรรณ์ ผอ.โรงเรียนโฆสิตสโมสร และพุทธศาสนิกชน รวมกว่า 500 คน ร่วมพิธี โดยภายหลังเสร็จพิธี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย และพระครูสมุห์วัชระ ภทฺทธมฺโม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม นำคณะผู้บริหาร และผู้ร่วมพิธี ปล่อยพันธุ์ปลาหมอ ปลาช่อน ปลาไหล จำนวน 999 ตัว ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณหน้าวัดระฆังโฆสิตาราม เพื่อถวายพระพรและถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

ทั่วประเทศจัดพิธีบำเพ็ญกุศล

นอกจากนี้ ตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค. 65 เป็นต้นมา ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ได้ร่วมกับท่านเจ้าคณะจังหวัด ตลอดจนพระสังฆาธิการ พระเถรานุเถระในพื้นที่ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตตภาวนา ถวายพระพรชัยมงคล และประกอบพิธีของศาสนิกต่าง ๆ อาทิ จังหวัดเชียงใหม่ ที่วัดพระธาตุดอยสุเทพ ราชวรวิหาร นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พระธรรมเสนาบดี รองเจ้าคณะภาค 7 เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพ ราชวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นำส่วนราชการและพุทธศาสนิกชน ประกอบพิธี พร้อมร่วมกันลงนามถวายพระพร ขณะที่จังหวัดเพชรบูรณ์ นายกฤษณ์ คงเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พระศรีพัชโรดม เจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นำหัวหน้าส่วนราชการ และประชาชน เข้าร่วมพิธี

นอกจากนี้ ผู้นำศาสนาคริสต์ได้ประกอบพิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณถวายพระราชกุศล ณ วัดนักบุญโยแซฟ ผู้นำศาสนาอิสลาม ทำพิธี ขอพรดุอาอ์ ทุกเวลาหลังละหมาดประจำวัน และทุกศาสนิกร่วมกันปล่อยพันธุ์ปลาดุก พันธุ์ปลาตะเพียน ลงแหล่งน้ำภายในพุทธอุทยานเพชบุระ เพื่อถวายเป็นพระกุศล และที่จังหวัดสมุทรสาคร นายณรงค์ รักร้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พระมงคลพัฒนาภรณ์ รองเจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาคร เจ้าอาวาสวัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร เป็นประธานสงฆ์ โดยมีเจ้าคณะตำบล เจ้าอาวาส พระสงฆ์ สามเณร วัดในอำเภอบ้านแพ้ว จำนวน 24 วัด รวม 132 รูป หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ภาคเอกชน ทหาร ตำรวจ คณะครู นักเรียน และประชาชนทั่วไป กว่า 500 คน ร่วมพิธี จังหวัดอุดรธานี นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พระธรรมวิมลมุนี เจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี เจ้าอาวาสวัดมัชฌิมาวาส เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นำหัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนชาวจังหวัดอุดรธานีทุกหมู่เหล่า ร่วมประกอบพิธี รวมถึงที่จังหวัดพังงา นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา นำพสกนิกรทั้ง 3 ศาสนิก ได้แก่ พุทธ คริสต์ อิสลาม สวดมนต์ และขอดูอาร์ ถวายพระพร ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปตลอดทุกวัน เช่นเดียวกับที่จังหวัดนราธิวาส นายทศพล สวัสดิสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พระครูพิพัฒนบุญเขต เจ้าคณะอำเภอเมืองนราธิวาส เจ้าอาวาสวัดเขานาคา เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนาเป็นพิเศษ เพื่อถวายพระพรชัยมงคล นอกจากนี้ ประชาชนที่นับถือศาสนาอิสลามในพื้นที่ร่วมสวดดุอาร์ ถวายพระพร เป็นต้น

ทรงมีพระปณิธานที่มุ่งมั่น

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า นับเป็นพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงมีพระปณิธานที่มุ่งมั่น แน่วแน่ ในการแบ่งเบาพระราชภาระของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการน้อมนำพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธาน และแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ให้กับประชาชนคนไทยทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทรงเป็น “เจ้าหญิงนักกฎหมาย” และ “เจ้าหญิงนักสิทธิมนุษยชน” ผู้ทรงอุทิศ ทุ่มเท ตรากตรำพระวรกาย ทรงงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพราะทรงมุ่งหวังที่จะทำให้ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข แก้ไขในสิ่งผิด สืบสานในพระราชปณิธาน ภายใต้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งที่ผ่านมานับตั้งแต่ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ภาพที่เราเห็นชินตา คือ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จะทรงโดยเสด็จในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมราชจักรีวงศ์ อยู่เป็นนิจ ทำให้ทรงซึมซับ เรียนรู้ และได้รับการหล่อหลอม ผ่านการปฏิบัติพระกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของประชาชนผู้ตกทุกข์ได้ยาก ผู้ด้อยโอกาสทางสังคม รวมถึงผู้ต้องขัง โดยได้น้อมนำพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปเป็นแนวทางในการดำเนินงาน “ไตรโครงการ” ได้แก่ “โครงการราชทัณฑ์ปันสุข” ทำให้ผู้ต้องขังได้รับบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขเท่าเทียมกับประชาชนทั่วไปตามหลักมนุษยธรรม รวมไปถึงการน้อมนำพระบรมราโชบายการอนุรักษ์ป่าและช้างและการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลระหว่างคนและช้าง ผ่าน “โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์” และ “โครงการพัฒนาชุมชนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติจังหวัดกาญจนบุรี ในพระบรมราชูปถัมภ์ (โครงการพัฒนาชุมชน ตำบลไล่โว่ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี) เพื่อช่วยเหลือราษฎรผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตชายแดนที่ความเจริญยังเข้าไปไม่ถึงให้ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน รวมทั้งเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนเพื่อความมั่นคงของประเทศ คนอยู่กับป่าอย่างสมดุล และรักษาต้นน้ำ เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

ให้ทรงหายจากพระอาการประชวร

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเป็นแบบอย่างนายทหารผู้จงรักภักดีและถวายความปลอดภัยอย่างสูงสุด ด้วยทรงเข้ารับราชการในตำแหน่งเสนาธิการกองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ นอกจากนี้ พระองค์ทรงเป็นต้นแบบของลูกผู้มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงสุดต่อพระมารดา คือ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ โดยทรงรับเป็นประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย สนองพระปณิธานของพระมารดา เพื่อให้ความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ ผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ภัยพิบัติที่รุนแรงให้สามารถกลับมาดำรงชีวิตอย่างปกติสุขสนับสนุนให้ผู้ทุกข์ยากน้อยกว่า ช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากมากกว่า ผู้ที่แข็งแรงช่วยผู้อ่อนแอ และจะเสด็จทรงเยี่ยมและโดยเสด็จเคียงข้างพระมารดาในการทรงงานอยู่เสมอ

“เพื่อเป็นการร่วมกันในการถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวร และทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์ แข็งแรง ในเร็ววัน จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ได้ร่วมกันเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา ทำบุญตักบาตร ถวายภัตตาหารเพล ไถ่ชีวิตสัตว์เล็กสัตว์ใหญ่ รวมถึงการปฏิบัติตามศาสนกิจ อาทิ การขอพร (ดุอาอ์) การบูชาขอบพระคุณและสวดภาวนา และร่วมบริจาคโลหิต เพื่อน้อมถวายพระพรและถวายเป็นพระกุศลด้วยความจงรักภักดีโดยพร้อมเพรียงกัน” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวในช่วงท้าย

. คณะสงฆ์ราชบุรีเจริญพระพุทธมนต์

ก่อนหน้านี้เวลา18.00 น. วันที่16 ธ.ค.65 ตามที่สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ลงวันที่ 15 ธ.ค. 2565 เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระประชวร ความทราบแล้วนั้น ที่วัดเวียงทุน ต.เกาะศาลพระ อ.วัดเพลง จ.ราชบุรี พระปิฎกโกศล เจ้าคณะจังหวัดราชบุรี เจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม จังหวัดราชบุรี เป็นประธานฝ่ายสงฆ์นำจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนไตร ที่หน้าพระประธานในอุโบสถ ของวัดเวียงทุน มีนายอดุลย์ ถาวรกุล นายอำเภอวัดเพลง เปิดกรวยที่เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จากนั้นพระสงฆ์และสามเณร พร้อมทั้งประชาชนชาววัดเวียงทุน อำเภอวัดเพลง ได้ร่วมกันเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตภาวนาเพื่อถวายพระพรชัยแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงหายจากอาการพระประชวรโดยเร็ววัน ซึ่งเป็นไปตามที่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประธานกรรมการมหาเถรสมาคม ทรงมีพระบัญชาโปรดให้สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม แจ้งวัดทุกวัดทั่วราชอาณาจักร และวัดไทยในต่างประเทศ ให้คณะสงฆ์ พร้อมด้วยพุทธศาสนิกชน ร่วมกันเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตภาวนาถวายเป็นพิเศษต่อจากการสวดมนต์ทำวัตรเช้าและทำวัตรเย็น เพื่อถวายพระพรชัยแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นประจำทุกวัน ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

3ศาสนาร่วมอธิษฐานถวายพระพรพร

ที่มัสยิดกลางจังหวัดยะลา อ.เมือง จ.ยะลา นายนิมิง นิมูดอ โต๊ะอีหม่ามประจำมัสยิดกลางจังหวัดยะลา นำพี่น้องชาวไทยมุสลิม ที่ นับถือศาสนาอิสลาม ร่วมละหมาดวันศุกร์พร้อมทั้ง กล่าวดุอาร์ถวายพระพร แด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวร โดยมี นายอำนาจ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ส่วนราชการ เข้าร่วม

จากนั้นได้ร่วมประกอบพิธีทางศาสนาคริสต์ อธิษฐานภาวนาถวายพระพร ณ โบสถ์คาทอลิกนักบุญอันดรูว์ โรงเรียนมานะศึกษา อ.เมือง จ.ยะลา ร่วมกับคริตชนและนักเรียนโรงเรียนมานะศึกษา โดยมีบาทหลวงแอนโทนี่ มิเอเล่ ประธานผู้ประกอบพิธีอธิษฐานถาวนาถวายพระพร

ขณะที่การประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์เจริญจิตภาวนาถวายพระพรชัยมงคล พิธีทางศาสนาพุทธ ซึ่งทางจังหวัดยะลา โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดยะลา ได้จัดพิธีที่ศาลาการเปรียญ วัดนิโรธสังฆารามอ.เมือง จ.ยะลา พระเทพวชิรนายก เจ้าคณะจังหวัดยะลา นำพระภิกษุสงฆ์ 10 รูปประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตภาวนาถวายพระพรชัยมงคล โดยมี นายอำนาจ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลารักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาพร้อมส่วนราชการ และพุทธศาสนิกชนในพื้นที่จังหวัดยะลา เข้าร่วม

วัดไร่ขิงเจริญพระพุทธมนต์

ที่วัดไร่ขิง พระอารามหลวง จ.นครปฐม นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคณะผู้บริหาร ข้าราชการของกระทรวง พร้อมประชาชน ร่วมกันสวดมนต์เจริญจิตภาวนา ถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวร โดยมี พระครูปฐมธีรวัฒน์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

นายวราวุธ กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรฯ มีโอกาสถวายงานรับใช้พระองค์ ในหลายโครงการ และเป็นประโยชน์แก่ประชาชนทุกหมู่เหล่า วันนี้ ผู้บริหาร ข้าราชการ และประชาชนทุกคน จึงตั้งใจ ตั้งจิตภาวนา ถวายพระพรชัยมงคล ขอให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงหายจากพระอาการประชวร มีพระพลานามัยที่แข็งแรงสมบูรณ์ในเร็ววัน

‘สร้างอนาคตไทย’ลงนามถวายพระพร ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’ ขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/698888

'สร้างอนาคตไทย'ลงนามถวายพระพร 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา' ขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวร

‘สร้างอนาคตไทย’ลงนามถวายพระพร ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’ ขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวร

วันเสาร์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 21.51 น.

“สร้างอนาคตไทย” ลงนามถวายพระพร ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’ ขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวร

นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย นายสันติ กีระนันทน์ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย พร้อมด้วยผู้ประสานงานพรรคสร้างอนาคตไทย ร่วมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวรและมีพระพลานามัยแข็งแรงโดยเร็ววัน

‘ผบ.ตร.’ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระราชกุศลแด่’เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/698885

'ผบ.ตร.'ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระราชกุศลแด่'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา'

‘ผบ.ตร.’ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระราชกุศลแด่’เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’

วันเสาร์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 21.20 น.

ผบ.ตร.พร้อมข้าราชการตำรวจในสังกัดร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

17 ธ.ค.65 เวลา 16.30 น. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน รอง ผบ.ตร. , พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. , พล.ต.ท.วีระ จิรวีระ ผู้ช่วย ผบ.ตร. , พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.นิรันดร เหลื่อมศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อม คุณสุมนา กิตติประภัสร์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ นำข้าราชการตำรวจ และแม่บ้านตำรวจ ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิตติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ศาลาพระราชศรัทธา วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ถวายพระพรให้พระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวรในเร็ววัน 

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ให้ข้าราชการตำรวจ และลูกจ้าง ถวายพระพรด้วยการตั้งจิตอธิษฐาน สวดมนต์บูชาธรรมตามบทสวดโพชฌังคปริตร ในช่วงหลังจากเคารพธงชาติ หรือเวลาอื่นตามความเหมาะสม สำหรับพี่น้องข้าราชการตำรวจที่อยู่ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ สามารถเข้าร่วมพิธีการสวดมนต์ถวายเป็นพระราชกุศลได้ที่วัดและสถานที่ที่จัดโดยส่วนราชการต่างๆในพื้นที่ทั่วประเทศ  -009

อว.ร่วมถวายแจกันดอกไม้และลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/698879

อว.ร่วมถวายแจกันดอกไม้และลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

อว.ร่วมถวายแจกันดอกไม้และลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

วันเสาร์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 20.22 น.

อว. ร่วมถวายแจกันดอกไม้และลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

วันที่ 17 ธันวาคม 2565 เวลา 8.00 น. คณะผู้บริหารและข้าราชการของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมถวายแจกันดอกไม้และลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์  โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์