เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษสั่งตั้งกก.สอบ’หลวงพ่อเคราเงิน’ เจ้าตัวยืนกรานไม่โกน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/699282

เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษสั่งตั้งกก.สอบ'หลวงพ่อเคราเงิน' เจ้าตัวยืนกรานไม่โกน

เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษสั่งตั้งกก.สอบ’หลวงพ่อเคราเงิน’ เจ้าตัวยืนกรานไม่โกน

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 22.19 น.

เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ สั่งตั้งกรรมการสอบ “หลวงพ่อเคราเงิน” ขีดเส้น 15 วันรู้ผล ด้านพระเจ้าตัวยืนยันยังไงก็ไม่โกน เทวดาฟ้าดินเขาให้มาแบบนี้

เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 19 ธ.ค.65 พระครูเกษมวีรานุวัตร เจ้าคณะตำบลบักดอง เขต 2 พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่ ทหาร จาก กอ.รมน.จว.ศรีสะเกษ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.ขุนหาญ ลงพื้นที่ตรวจสอบสำนักสงฆ์ถ้ำน้ำย้อย ต.บักดอง อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ กรณีที่ พระพรชัย พุทธสาโร หรือหลวงพ่อเคราเงิน เจ้าสำนักสงฆ์ดังกล่าว ไว้หนวดเครายาวเฟื้อย คล้ายฤาษี มานานกว่า 30 ปี ไม่เคยปลงหนวดเครา โดยอ้างว่าทุกครั้งที่ปลงหนวดเคราแล้ว มักจะเจ็บป่วยไม่สบาย เนื่องจากเชื่อว่ามีสิ่งลี้ลับบางอย่างมากระซิบข้างหูในขณะนั่งสมาธิปฏิบัติธรรม ขออาศัยอยู่ในร่างด้วย โดยได้ให้สัจจะต่อสิ่งลี้ลับต่อกันว่าจะไม่ปลงหนวดเครา และยังยืนยันคำเดิมที่จะไม่ยอมปลงหนวดเคราอย่างเด็ดขาด ตามที่สื่อนำเสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุด พระครูเกษมวีรานุวัตร เจ้าคณะตำบลบักดอง เขต 2 เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้สำนักสงฆ์น้ำย้อยแห่งนี้ จะไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนัก เมื่อหลวงพ่อเคราเงิน ได้รับกิจนิมนต์ไปตามสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะในพื้นที่ อ.ขุนหาญ หรือต่างอำเภอ หรือต่างจังหวัด เมื่อหลวงพ่อเคราเงินปรากฏตัวตามสถานที่สาธารณะต่างๆ จึงเป็นที่สนใจของเหล่าญาติโยมพุทธศาสนิกชนที่พบเห็น ต่างพากันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูป หนาวเคราของหลวงพ่อเคราเงิน และมีการนำไปโพสต์ลงในโซเชียล โลกออนไลน์ จนกลายเป็นข่าวโด่งดังตามที่ปรากฎตามสื่อต่างๆในขณะนี้

เจ้าคณะตำบลบักดอง เขต 2 กล่าวต่อว่า ดังนั้นทางคณะสงฆ์ พร้อมทั้งสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงต้องลงพื้นที่มาตรวจสอบ ถึงแม้ว่าทางคณะสงฆ์ได้เคยขอความร่วมมือ และขอร้องให้หลวงพ่อเคราเงิน ปลงหนวดเครามาแล้วหลายรอบ แต่ก็ยังถูกปฏิเสธ ด้วยเหตุผลที่อ้างดังกล่าว ทั้งนี้ การไว้หนวดเครา ถือเป็นอาบัติทุกกฎ ถึงแม้ว่าจะเป็นอาบัติเล็กน้อย แต่เป็นโลกวัชชะ (โล-กะ-วัด-ชะ) ถือเป็นโทษทางโลก หรือการอาบัติที่เป็นโทษทางโลก ซึ่งเป็นข้อเสียหายที่ชาวโลกติเตียนว่าไม่เหมาะสมกับสมณะ ซึ่งขณะนี้เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ ได้สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ให้แล้วเสร็จภายใน 15 วันแล้ว โดยระยะนี้ได้ขอร้องให้หลวงพ่อเคราเงิน งดกิจนิมนต์ไปก่อน เพื่อให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ได้ดำเนินการเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาก่อน และเพื่อไม่ให้เกิดกระแสข่าวในระยะนี้

ด้าน พระพรชัย พุทธสาโร หรือหลวงพ่อเคราเงิน กล่าวว่า อาตมาอยากให้ทุกหน่วยงานมาดู มาตรวจสอบ อยากให้มันจบๆ อาตมาก็จะได้สบายใจ และตนจะรับกิจนิมนต์ญาติโยมตามปกติ เพราะถ้าอาตมา ไม่รับกิจนิมนต์เขา แล้วใครล่ะจะทำอาหารให้อาตมาฉัน เพราะอาตมาไม่ได้ออกเดินบิณฑบาตมาหลายปีแล้ว ต้องหุงหาอาหารฉันเองทุกวัน ส่วนปัจจัยที่ญาติโยมถวายทำบุญมา ก็นำมาสร้างมาพัฒนาสำนักสงฆ์แห่งนี้ ส่วนตัวก็ไม่อยากให้คนอื่นเป็นเหมือนอาตมาที่เป็นเรื่องอยู่ในขณะนี้ ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร เทวดาฟ้าดินเขาให้มาแบบนี้

-001

‘ตรีนุช’ดัน สอศ.ทำข้อตกลง 5 สภาฯ รุกอาชีวะทวิภาคียั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/699249

'ตรีนุช'ดัน สอศ.ทำข้อตกลง 5 สภาฯ รุกอาชีวะทวิภาคียั่งยืน

‘ตรีนุช’ดัน สอศ.ทำข้อตกลง 5 สภาฯ รุกอาชีวะทวิภาคียั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 22.05 น.

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2565 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานในพิธีลงนามความร่วมมือเพื่อยกระดับความร่วมมือการพัฒนาการศึกษาระดับอาชีวศึกษาในการผลิตและพัฒนากำลังคนรองรับภาคอุตสาหกรรม ระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สภาเกษตรกรแห่งชาติ และสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย

โดย นางสาวตรีนุช กล่าวว่า รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ให้ความสำคัญในการจัดการอาชีวศึกษา และเห็นว่าการพัฒนาอาชีวศึกษาให้ก้าวไกลเป็นแนวทางสำคัญของการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะการสร้างความแข็งแกร่งของระบบเศรษฐกิจ เพราะกำลังคนอาชีวศึกษาถือได้ว่ามีบทบาทและเป็นปัจจัยสำคัญต่อการผลิต ทั้งในภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และภาคธุรกิจบริการ ซึ่งมีการกระจายตัวอยู่ทุกภูมิภาคของประเทศ ดังนั้นอาชีวศึกษาจึงต้องเร่งสร้างขีดความสามารถในการผลิตและพัฒนากำลังคนให้มีทักษะที่จำเป็น เพื่อให้มีสมรรถนะตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ซึ่งต้องมีการพัฒนาครู พัฒนาผู้เรียน พัฒนาหลักสูตรให้ทันสมัย ตอบโจทย์กับภาคธุรกิจ

“การบูรณาการความร่วมมือจากภาคเอกชน ในฐานะองค์กรวิชาชีพ มีความเชี่ยวชาญ มีความเป็นผู้นำในภาคเศรษฐกิจ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยจัดการศึกษาอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ศธ.ได้ดำเนินการมาแล้วระยะหนึ่ง ซึ่งการลงนามความร่วมมือกับ 5 องค์กรเอกชนของ สอศ.ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของทั้ง 6 หน่วยงาน ที่เล็งเห็นความสำคัญในการเข้ามาร่วมมีบทบาท เพื่อการพลิกเปลี่ยนและยกระดับความร่วมมือการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้านอาชีวะในการผลิตและพัฒนากำลังคนรองรับภาคอุตสาหกรรมธุรกิจ ซึ่งจะเป็นการวางรากฐาน และเชื่อมโยงการทำงานในการวางแนวทางการพัฒนาคนอาชีวะอย่างเป็นระบบที่แข็งแรง เข้มข้น และครบวงจรมากขึ้น เพื่อให้การผลิตบุคลากรได้อย่างมีคุณภาพ ตรงกับความต้องการของภาคธุรกิจ และจะเป็นแนวทางสำคัญในขับเคลื่อนระบบการศึกษาทางด้านสายอาชีพ ให้มีการปรับตัว และบรรลุสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จในการสร้างทรัพยากรบุคคลที่พร้อมด้วยความรู้ ความสามารถ มีทักษะ ที่พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกในศตวรรษที่ 21 และสอดรับกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ ในการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันด้านเศรษฐกิจของประเทศในเวทีระดับโลก” นางสาวตรีนุช กล่าว

‘ม.นอร์ทกรุงเทพ’จับมือกรมคุ้มครองสิทธิฯ เปิดศูนย์ไกล่เกลี่ยเพื่อประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/699206

‘ม.นอร์ทกรุงเทพ’จับมือกรมคุ้มครองสิทธิฯ เปิดศูนย์ไกล่เกลี่ยเพื่อประชาชน

‘ม.นอร์ทกรุงเทพ’จับมือกรมคุ้มครองสิทธิฯ เปิดศูนย์ไกล่เกลี่ยเพื่อประชาชน

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 18.13 น.

‘ม.นอร์ทกรุงเทพ’จับมือกรมคุ้มครองสิทธิฯ เปิดศูนย์ไกล่เกลี่ยเพื่อประชาชน

19 ธันวาคม 2565 ที่มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ ตำบลบึงยี่โถ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สิทธิพร ประวัติรุ่งเรือง อธิการบดีมหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ พร้อมด้วย ดร.นันทนา ชวศิริกุลฑล รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและกิจการนักศึกษา ให้การต้อนรับ ดร.โฆษิต สุวินิจจิต ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และนายเรืองศักดิ์ สุวารี อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม  ในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการระหว่าง มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ กับ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม และ เปิดศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ

สำหรับลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการระหว่าง มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ กับ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันดำเนินกิจกรรมทางด้านวิชาการ การบูรณาการและพัฒนาองค์ความรู้ การศึกษาวิจัย การพัฒนาบุคลากรและฝึกอบรม การเผยแพร่องค์ความรู้ที่เกี่ยวกับกฎหมาย สิทธิเสรีภาพ สิทธิมนุษยชน และการบริหารงานยุติธรรม รวมถึงเป็นสื่อกลางในการให้ความช่วยเหลือภาคประชาชนในสังคม ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างไม่เป็นธรรมในด้านกฎหมาย สิทธิเสรีภาพ สิทธิมนุษยชน การบริหารงานยุติธรรม รวมถึงการให้องค์ความรู้ด้านบริการทางวิชาการและศาสตร์อื่นที่เกี่ยวข้องแก่สังคม ณ ห้องประชุมโกเมศ อาคารหอสมุดประวัติรุ่งเรือง มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ วิทยาเขตรังสิต

ส่วนพิธีเปิดศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ โดยมี ผศ.ดร.อนันต์ ธรรมชาลัย คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ เป็น ประธานคณะทำงาน ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ ซึ่งศูนย์นี้เป็นสำนักงานที่คอยให้บริการกับประชาชน ชุมชนและสังคม ที่ได้รับความเดือดร้อนและต้องการความช่วยเหลือทางด้านกฎหมาย เพื่อช่วยลดขั้นตอนและปริมาณคดีที่ขึ้นสู่ชั้นศาล ลดปัญหาความขัดแย้ง ลดงบประมาณแผ่นดิน รวมถึงสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในชุมชนและสังคม เสริมสร้างสังคมให้อยู่ร่วมกันอย่างปกติสุขอย่างยั่งยืนต่อไป

พสกนิกรลงนามถวายพระพร’พระองค์ภาฯ’ ขอให้ทรงหายประชวร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/699166

พสกนิกรลงนามถวายพระพร'พระองค์ภาฯ' ขอให้ทรงหายประชวร

พสกนิกรลงนามถวายพระพร’พระองค์ภาฯ’ ขอให้ทรงหายประชวร

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 16.49 น.

นายกฯเลโซโท-ทูตต่างประเทศ-กะเหรี่ยงบ้านไล่โว่-สาละวะ ลงนามถวายพระพร”พระองค์ภาฯ”ขอให้ทรงหายประชวร

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2565 ที่ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย สำนักพระราชวัง เปิดให้ลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นวันที่  4 ตลอดวันนี้ได้มีบุคคลสำคัญ คณะบุคคลและผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงประชาชนทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดนำแจกันดอกไม้และสิ่งของต่างๆมาทูลเกล้าถวาย พร้อมลงนามถวายพระพรขอให้ทรงทรงพระเจริญยิ่งยืนนานหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ววัน อาทิ นายแซม มาเตกาเน นายกรัฐมนตรีประเทศเลโซโท, นายนาเกช ซิงห์ (Nagesh Sing) เอกอัครราชทูตอินเดีย ประจำประเทศไทย, นายฟาน จิ ฮาน (Phan Chi Thanh) เอกอัครราชทูตผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ประจำประเทศไทย, นายโจนาธาน คิงส์ เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์, เคานต์เจรัลด์ แวน เดอ สตาเทน พอนโธส ประธานมูลนิธิเจ้าพระยาอภัยราชาสยามานุกูลกิจ,

หม่อม บงกชปรียา ยุคล, นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา พร้อมคณะ, นายวราวุธ ศิลประอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม,  อธิบดีกรมทรัพยากรทสงทะเลและชายฝั่ง, ศาลอุธรณ์คดีชำนัญพิเศษ, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค, กระทรวงมหาดไทย, สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยรแห่งประเทศไทย, สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.), ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย, นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์,  กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กรมป่าไม้, มหาวิทยาลัยมหิดล, องค์กรแพทย์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, มูลนิธิ ณภาฯ พร้อมสโมสรกีฬา บีบีจี

คณระทำงานเด็กติดผู้ต้องขังภายใต้โครงการกำลังใจในพระดำริฯ สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย วิทยาลัยพยาบาลสภากาชาดไทย, สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน), บริษัท อสมท.จำกัด (มหาชน), สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี, พล.อ.สุรเชษฐ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจ และนายกสมาคมชาวปักใต้ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมคณะ, สมาคมชาวสงขลา, สำนักข่าวกรองแห่งชาติ, บริษัทการบินกรุงเทพ ยำกัด (มหาชน), กลุ่มบริษัทแอ๊บโซลูท คลีน  เอ็นเนอร์จี้ จำกัด (มหาชน), สมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย ในนพระบรมราชูปถัมภ์, นายกสมาคมสมาพันธ์นักข่าว(ประเทศไทย), บริษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม, กรมตรวจบัญชีสหกรณ์, สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน, สำนักงานกฏหมายและคดี, กรมการสัตว์ทหารบก, บริษัทสยามพิวรรณ์ จำกัด,

ดร.คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยูธยา ประธาน โครงการอาสาสมัครทุนการศึกษา พร้อมคณะกรรมการฯ, สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย,  คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, คณะครูและนักเรียนโรงเรียนรัตนาธิเบศร์ นนท์บุรี, โรงเรียนบ้านสวย (จั่นอนุสรณ์), โรงเรียนสาธิต บางนา, กศน.เขตบางพลัด และ กศน.เขตภาษีเจริญ, ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, ชมรมแม่บ้านตำรวจ สำนักงานตำรวจ ตรวจคนเข้าเมือง, ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ, มูลนิธิร่วมจิตน้อมเกล้า, หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน พร้อมสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขาหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน, มูลนิธิรวมน้ำใจต้านภัยเอดส์,

พล.อ.ท.เกรียงไกร เสมสวัสดิ์ นายทหารถวายความปลอดภัยประจำพระองค์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ นำคณะนายทหารถวายความปลอดภัยฯ นายทหารเสนาฯ และนายตำรวจอารักขาประจำพระองค์ฯ, นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า, คณะผู้บริหาร แบรนด์ SIRIVANNAVARI, บิณฑ์ บันลือฤทธิ์ พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู, ร้อยโท ทศพล ไชยโกมินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมหน่วยราชการ และชาวชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ต.ไล่โว่ ต.สาระวะ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เป็นต้น

โดย นายคมสันต์ พิทักษ์ชาติคีรี กำนัน ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงมีพระกรุณาธิคุณต่อชาวชาติพันธ์ุกะเหรี่ยงบ้านไล่โว่ เป็นอย่างมาก พอทราบว่าพระองค์ท่านประชวรก็ตกใจมาก พวกเราก็ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เรานับถือช่วยคุ้มครองให้พระองค์ท่านหายจากพระอาการประชวร และกลับมาทรงงานช่วยเหลือชาวบ้านให้มีอาชีพมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพราะเมื่อก่อนชาวชาติพันธุ์มีชีวิตความเป็นอยู่อย่างยากลำบาก ไม่มีถนนหนทางและน้ำ ไฟใช้ ลูกหลานเข้าไม่ถึงการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่พอพระองค์เสด็จพระดำเนินด้วยระยะทาง 13 กิโลเมตร เพื่อไปทรงช่วยเหลือชาวบ้านอยู่เป็นประจำ อีกทั้งพระราชทานความรู้รวมถึงพาคณะชาวบ้านไปศึกษาเรียนรู้งานด้านการเกษตรตามจังหวัดต่างๆ และภาคเหนือเพื่อให้ชาวบ้านสามารถนำความรู้มาพัฒนาพื้นที่ให้มีรายได้เลี้ยงดูครอบครัว นับเป็นพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

“ผมมีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯพระองค์ภาหลายครั้งมากและทุกครั้งที่ท่านเสด็จไปจะทรงเป็นกันเองกับชาวกะเหรี่ยงอย่างพวกเราซึ่งตัวเล็ก ๆท่านจะทรงทักทายชาวบ้านทุกคน เมื่อก่อนหมู่บ้านเราช่วงหน้าฝนเดินทางไปไหนไม่ได้เลย เพราะถนนถูกตัดขาดญาติพี่น้องเจ็บป่วยทีก็แสนลำบาก แต่พอมีโครงการของพระองค์เข้ามา พี่น้องชาวกะเหรี่ยงทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นลูกหลานสามารถเดินทางมาศึกษาเล่าเรียน ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ชาวบ้านมีอาชีพเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวได้ตลอดทั้งปี ทรงตั้งกลุ่มทอผ้าบ้านสาละวะ ไล่โว่ การอบรมทอผ้ากระเหรี่ยงให้มีลวดลายสวยงามและการย้อมผ้า เพื่อให้ได้สีเป็นที่ต้องการของตลาด รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากผ้าต่างๆ และส่งเสริมเรื่องการปลูกป่าสามอย่างประโยชน์สี่อย่าง และปลูกข้าวนาปี ปลูกพืชหมุนเวียน ปลูกผักผลไม้เพื่อรับประทานในครัวเรือนและขาย หลังจากที่พระองค์ท่านเข้าไปช่วยพัฒนาทำให้ได้ผลผลิตมากขึ้น ตอนนี้ชาวบ้านกะเหรี่ยงไล่โว่ทุกคนรอให้พระองค์ภาหายจากพระอาการประชวรแล้วกลับไปช่วยเหลือพวกเราชาวชาติพันธุ์” นายคมสันต์ กล่าว

อนึ่ง ชาวชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ต.ไล่โว่ และ ต.สาละวะ จ.กาญจนบุรี ภายใต้มูลนิธิภูบดินทร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นองค์ประธานกรรมการ เพื่อช่วยเหลือ ส่งเสริม และพัฒนาความเป็นอยู่ให้กับประชาชนที่อยู่อาศัยในเขตพื้นที่ที่ดินของรัฐทุกประเภท อาทิ ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าไม้ถาวร ป่าอนุรักษ์ตามกฎหมาย ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถดำรงชีพสอดคล้องกับวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเณี ตามวิถีชุมชนท้องถิ่น และเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานต่างๆ ส่งเสริมชุมชนให้มีการจัดการใช้ประโยชน์ และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ชุมชนอย่างยั่งยืนสอดคล้องกับวิถีชีวิต

ทั้งนี้ สำนักพระราชวัง เปิดให้ลงนามถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ตั้งแต่ เวลา 08.00 – 16.00 น.ไม่เว้นวันหยุดราชการ

– 006

เลขาศาลฯส่งหนังสือจัดพิธีถวายพระพร’พระองค์ภา’ ขอความร่วมมืองดจัดงานรื่นเริง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/699165

เลขาศาลฯส่งหนังสือจัดพิธีถวายพระพร'พระองค์ภา' ขอความร่วมมืองดจัดงานรื่นเริง

เลขาศาลฯส่งหนังสือจัดพิธีถวายพระพร’พระองค์ภา’ ขอความร่วมมืองดจัดงานรื่นเริง

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 16.41 น.

เลขาธิการฯศาลยุติธรรม ส่งหนังสือถึงหน.หน่วยงานในสังกัดจัดพิธีบำเพ็ญกุศลถวายพระพร”เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา” ให้หายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว ขอความร่วมมืองดจัดงานรื่นเริงปีใหม่

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2565 นายธีรศักดิ์ เงยวิจิตร เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ได้ลงนามหนังสือเวียนศย 005/ว.1176 เรื่อง แนวทางการจัดพิธีบำเพ็ญกุศลเพื่อถวายพระพรแด่สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และแนวทางการจัดกิจกรรม ปีใหม่ พ.ศ.2566 ถึงหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรม ความว่า

ตามแถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระประชวรลงวันที่ 15 ธ.ค.65 นั้น เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดี และร่วมบำเพ็ญกุศลเพื่อถวายพระพรแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้หายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว สำนักงานศาลยุติธรรมขอเชิญชวนหน่วยงานในสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรมดำเนินการ ดังนี้

1.ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และพิธีขอพรตามหลักของแต่ละศาสนากับคณะสงฆ์และผู้นำศาสนาทุกศาสนาในจังหวัด สำหรับหน่วยงานในส่วนภูมิภาคสามารถเข้าร่วมพิธีกับทางจังหวัดได้

2.พิจารณาจัดพิธีทำบุญตักบาตร บริจาคโลหิต หรืออย่างหนึ่งอย่างใด แล้วแต่เห็นสมควร

3.พิจารณาจัดพิธีบำเพ็ญสาธารณกุศลเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เช่น ปล่อยปลา หรือปล่อยสัตว์ โดยให้ซื้อปลาหรือสัตว์ที่จะทำการปล่อยจากท้องตลาดหรือแหล่งจำหน่ายเพื่อการบริโภคเป็นหลักทั้งนี้ การดำเนินการตามข้อ 1 – 3 ไม่สามารถเบิกจ่ายจากงบประมาณได้

อนึ่ง สำนักงานศาลยุติธรรมขอความร่วมมือหน่วยงานในสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรมงดจัดกิจกรรมรื่นเริงเนื่องในโอกาสเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ พ.ศ.2566 จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและพิจารณาดำเนินการต่อไป

‘สุนทร’เปิดงานวันดินโลกปี2565 ‘อาหาร ก่อกำเนิด เกิดจากดิน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/699127

'สุนทร'เปิดงานวันดินโลกปี2565 'อาหาร ก่อกำเนิด เกิดจากดิน'

‘สุนทร’เปิดงานวันดินโลกปี2565 ‘อาหาร ก่อกำเนิด เกิดจากดิน’

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 15.18 น.

“สุนทร” เปิดงานวันดินโลกปี 2565 “อาหาร ก่อกำเนิด เกิดจากดิน” เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จ.สมุทรปราการ

19 ธันวาคม 2565 นายสุนทร ปานแสงทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานวันดินโลก จังหวัดสมุทรปราการ ประจำปี 2565 ภายใต้หัวข้อ “Soils, where food begins : อาหาร ก่อกำเนิด เกิดจากดิน” เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “นักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม” ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรดิน และสร้างความตระหนักในการสร้างสุขภาพดินที่ดี ส่งผลต่อความมั่นคง และปลอดภัยทางอาหารและสิ่งแวดล้อมที่ดี  โดยมี นายปราโมทย์ ยาใจ  อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน  นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับ ณ สถานีพัฒนาที่ดินสมุทรปราการ อำเภอบางพลี  จังหวัดสมุทรปราการ

ทั้งนี้ นายสุนทร กล่าวว่า ในวันที่ 5 ธันวาคม และห้วงเดือนธันวาคมของทุกปี กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมทั้งสถานีพัฒนาที่ดินทั่วประเทศ ได้จัดงานวันดินโลก เพื่อเทิดพระเกียรติในหลวง รัชกาลที่ 9 ในฐานะทรงเป็นนักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม พระองค์แรกและพระองค์เดียวของโลก ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจด้านการจัดการทรัพยากรดิน และน้ำ จนเป็นรากฐานการผลิตที่มั่นคงของเกษตรกร นอกจากนี้ ทรงศึกษาและพัฒนาด้านการจัดการดิน ด้วยวิธีการเรียบง่ายและประหยัด ที่เกษตรกรนำไปปฏิบัติเองได้ จวบจนรัชสมัย ในหลวง รัชกาลที่ 10 ทรงสืบสาน รักษาและต่อยอด พระราชปณิธานและแนวพระราชดำริการทรงงานของพระบรมราชชนกอย่างต่อเนื่อง ผลที่เกิดขึ้นนั้น ล้วนแต่นำประโยชน์สุขมาสู่พสกนิกรชาวไทย”

อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบให้กรมพัฒนาที่ดิน เป็นหน่วยงานหลัก ร่วมกับหน่วยงานภาคีภาครัฐ สถาบัน การศึกษา สมาคม มูลนิธิ องค์กร ภาคเอกชนต่าง ๆ ในการจัดงานวันดินโลกเป็นประจำทุกปี การจัดงานวันดินโลกในวันนี้ กรมพัฒนาที่ดิน โดยสถานีพัฒนาที่ดินสมุทรปราการ ร่วมกับหน่วยงานภาคีในจังหวัดสมุทรปราการ นับว่าเป็นความร่วมมือที่ประสบความสำเร็จในการจัดงานได้อย่างดียิ่ง และหวังว่าภาคีเครือข่ายจะเป็นกำลังสำคัญเพื่อร่วมกันพัฒนา สนับสนุน และขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาภาคการเกษตรของจังหวัดได้เป็นอย่างดี

สำหรับกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ นิทรรศการด้านการพัฒนาที่ดินในรูปแบบต่าง ๆ ของจังหวัดสมุทรปราการ รวมถึงนิทรรศการบูรณาการด้านการเกษตรของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานราชการ ผู้นำชุมชน หมอดินอาสา นักเรียน เกษตรกร ประชาชนทั่วไป และภาคเอกชน เข้าร่วมงานจำนวนมาก

“กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอยืนยันเจตนารมณ์ในการสืบสานพระราชปณิธาน น้อมนำพระราชดำริ เป็นแนวทางในการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรดิน ตลอดจนการประกอบอาชีพของเกษตรกร ให้มีความมั่นคง มีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรี และมุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ในเรื่องทรัพยากรดินและสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยและความมั่นคงทางอาหาร เพื่อขจัดความหิวโหยให้หมดไป” นายสุนทร กล่าว  -009

วช.ชวนลงทะเบียนออนไลน์ร่วมงานวันนักประดิษฐ์ 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/699119

วช.ชวนลงทะเบียนออนไลน์ร่วมงานวันนักประดิษฐ์ 2566

วช.ชวนลงทะเบียนออนไลน์ร่วมงานวันนักประดิษฐ์ 2566

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.42 น.

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ สถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน เตรียมจัดงาน “วันนักประดิษฐ์” ประจำปี 2566 ภายใต้แนวคิด “ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยด้วยสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม” โดยจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 24 เพื่อน้อมรำลึกถึงวันประวัติศาสตร์ การทูลเกล้าฯ ถวายสิทธิบัตรการประดิษฐ์ “กังหันน้ำชัยพัฒนา” เครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่นลอย แด่ พระบาทสมเด็จพระชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “พระบิดาแห่งการประดิษฐ์ไทย” โดยงานจะมีขึ้น ระหว่างวันที่ 2-6 กุมภาพันธ์ 2566 ณ อีเวนท์ ฮอลล์ 100 – 102 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

ภายในงาน จะจัดให้มีการแสดงผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมสู่ผู้ใช้และสาธารณชน จากหน่วยงานต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังจัดให้มีเวทีอบรมเชิงปฏิบัติการและเสวนา on site-on line กิจกรรมเวิร์คช็อปที่จะเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้สนใจทั่วไปในหลากหลายมิติ กว่า 70 หัวข้อ  โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการร่วมงาน แต่อย่างใด

โดยจัดแบ่งเป็นพื้นที่สำหรับการเข้าร่วมกิจกรรม 2 จุด ได้แก่ เวทีกลางขนาดใหญ่ ฮอลล์ 101 บริเวณชั้น 1 จำนวน 18 เรื่อง อาทิ ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง ชาติไทยมีนวัตกรรมหรือไม่? ในวันเปิดงาน วันพฤหัสบดีที่ 2 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 09.00 – 12.00 น.โดย ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, จัดการทรัพย์สินทางปัญญายังไง? ให้สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมไทยบุกตลาดโลก, การบรรยายเรื่อง “AI นวัตกรรมขับเคลื่อนประเทศ”, การเสวนาเรื่อง “ปั้นเด็กไทยในยุคดิจิทัล” ส่องโลกเทคโนโลยี-การหารายได้ด้วยปัญญาประดิษฐ์กับงานในยุควิถีใหม่ ฯลฯ

นอกจากนี้ ยังจัดให้มีการอบรมต่างๆ บริเวณห้องอบรมชั้น 2 อีกกว่า 60 เรื่อง อาทิ Inter Invention Talk : นวัตกรรมหน้ากากผ้าเปลี่ยนสีและหมวกเดินป่า, Let’s Become TikTok Creator, หนูน้อยนักค้นหา-การทดสอบความสามารถทางการรู้คิดของสมองด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับเยาวชน, การสร้างและออกแบบระบบบำบัดน้ำเสียชนิดบึงประดิษฐ์สำหรับบ้านพักอากาศ, ดอกไม้แห้งจากไมโครเวฟในขวดแก้ว, กิจกรรมจรวดทรงพลัง (The Power Rocket), นวัตกรรมเพื่อชุมชน-ผลิตภัณฑ์ D.I.Y. กระเป๋าสะพายข้างจากผ้าพื้นเมือง, workshop scrub จากกาแฟช้างป่า, การอนุรักษ์วัฒนธรรมขนมไทยโบราณแบบ Function Food ขนมกงเสริมอัลมอนด์ฯลฯ

วช.ขอเชิญชวนประชาชน นิสิต นักศึกษา และผู้สนใจทั่วไป ลงทะเบียนเข้าร่วมชมงานและ จองสิทธิ์เข้าร่วมประชุม สัมมนา ในหัวข้อการประชุมที่จะจัดขึ้น ภายในงาน วันนักประดิษฐ์ 2566 ระหว่างวันที่ 2 – 6 กุมภาพันธ์ 2566 ผ่านการลงทะเบียน ออนไลน์ที่ https://inventorsdayregis.com ได้แล้ววันนี้เป็นต้นไป

พสกนิกรทั่วประเทศถวายพระพร พระองค์ภา น้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/699019

พสกนิกรทั่วประเทศถวายพระพร  พระองค์ภา  น้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณ

พสกนิกรทั่วประเทศถวายพระพร พระองค์ภา น้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณ

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

พสกนิกรทั่วประเทศถวายพระพรพระองค์ภา น้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณ ร่วมสวดมนต์/เจริญจิตตภาวนาขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวร สถานทูตไทยในตปท.-ชุมชนไทยร่วมสวดมนต์-ลงนามถวายพระพร

สถานทูต และสถานกงสุลใหญ่ไทย ในต่างประเทศ ร่วมกับชุมชนไทย สวดมนต์ เจริญจิตตภาวนา ถวายพระพร “สมเด็จฯเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ”โรงพยาบาลจุฬาฯเปิดลงนามเป็นวันที่ 3 พสกนิกรเนืองแน่นขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวรอดีตนายกฯ “อานันท์” ร่วมถวายพระพร “พระองค์ภา”ยกย่องพระองค์ทรงเป็นผู้รอบรู้ ให้ความสนใจทุกข์สุขราษฎรทั่ว ทูตจีน-ภูฏาน ร่วมถวายพระพร

วันที่ 18 ธ.ค.2565 สถานเอกอัครราชทูตไทย และ สถานกงสุลใหญ่ไทย ในต่างประเทศ ร่วมกับ ชุมชนไทย จัดพิธี สวดมนต์ และเจริญจิตตภาวนา ถวายพระพร แด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ดังนี้

สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย จัดพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ และ เจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตตภาวนาถวายพระพร ณ วัดธัมมธโร กรุงแคนเบอร์รา โดยข้าราชการสำนักงานทีมประเทศไทย และชุมชนไทยในกรุงแคนเบอร์ราเข้าร่วม โดยมีพระราชสีลาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดธัมมธโรเป็นประธานคณะสงฆ์

พร้อมลงนามถวายพระพร หน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาให้ทรงหายจากพระอาการประชวรและมีพระพลานามัยแข็งแรงโดยเร็ว

จัดทำวัดเช้าและสวดมนต์

สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก นางสาวภาสพร สังฆสุบรรณ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงปราก พร้อมด้วยข้าราชการสถานเอกอัครราชทูตฯ ทีมประเทศไทย ณ กรุงปราก และชุมชนไทยในสาธารณรัฐเช็ก ได้ร่วมกันทำวัตรเช้า สวดมนต์ และเจริญจิตตภาวนา ณ วัดธรรมกิตติวงศ์ กรุงปราก ถวายพระพรแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวร โดยมีพระมหาสันติ ธัมมทัสสีเป็นประธานฝ่ายสงฆ์

สถานกงสุลใหญ่ไทย ณ นครชิคาโก รัฐอิลลินอย สหรัฐอเมริกา จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา ณ วัดธัมมาราม นครชิคาโก ทั้งนี้ วัดธัมมารามฯ กำหนดจะเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา เพื่อถวายพระพร ต่อเนื่องกับการสวดมนต์ทำวัตรเช้าและทำวัตรเย็นเป็นประจำทุกวันเป็นต้นไป

สถานกงสุลใหญ่ไทย ณ นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลียข้าราชการทีมประเทศไทย และชุมชนไทยในนครซิดนีย์ ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ โดยคณะสงฆ์จากวัดพุทธรังษี แสตนมอร์ ร่วมกับวัดพุทธรังษี แอนนันเดล ถวายพระพรแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว ณ วัดพุทธรังษี แอนนันเดล

สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล ร่วมกับ พระศรีโพธิวิเทศ เจ้าอาวาสวัดไทยลุมพินี นิมนต์พระสงฆ์นานาชาติเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนาเพื่อถวายพระพร แด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

ลงนามแน่นโรงพยาบางจุฬาฯ

ที่ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย สำนักพระราชวัง เปิดให้ลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นวันที่ 3 ตลอดวันนี้ได้มีบุคคลสำคัญ คณะบุคคลและผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงประชาชนทั้งในกรุงเทพฯและจังหวัดต่าง ๆ นำแจกันดอกไม้มาทูลเกล้าถวายพร้อมลงนามถวายพระพรขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ววัน อาทิ ม.ร.ว.ชฎาทิพย์ ชยางกูร, พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี, นายอานันท์ ปัญญาระชุน อดีตนายกรัฐมนตรี, นายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตจีน ประจำประเทศไทย, นายคิมซัง คอร์จิ เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งราชอณาจักรภูฏาน ประจำประเทศไทp ผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตลาว นำแจกันดอกไม้ของประธานประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มาทูลเกล้าถวาย, นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรปราการ และชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสมุทรปราการ, ปตท.น้ำมันและค้าปลีก จำกัด (มหาชน), บริษัทดับเบิลเอ, ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม และชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดนครปฐม, สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ, โรงเรียนวังไกลกังวล ในพระบรมราชูปถัมภ์, โรงพยาบาลซีเมคลิฟวิ่ง, สมาคมสรีอุดมศึกษาแห่งประเทศไทย ในพระอุปถัมภ์ฯ, นายกสมาคมติดตามการพัฒนาสตรีในประเทศไทย, โรงเรียนนายร้อยตำรวจ, ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี พร้อมนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสระบุรี, สมาคมไทย-เยอรมัน

ชาวไทยร่วมถวายพระพรทั่วหน้า

นอกจากนี้ยังมี นายสุวัจน์ ลิปตวัลลภ นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา พร้อมคณะกรรมการสภาฯ, นายพินิจ จารุสมบัติ พร้อมคณะนักศึกษาหลักสูตรผู้บริหารงานยุติธรรมระดับสูง, สมาคมศิษย์เก่าแพทย์ศาสตร์จุฬาลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, โรงพยาบาลในเครือบางประกอกและปิยะเวท, ตำรวจภูธร ภาค 3, ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด(ไทย) จำกัด (มหาชน), สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ, จิตรอาสาจราจร, นายกเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต และชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดภูเก็ต, กุลบุตร กุลธิดา สภากาชาดไทย, มูลนิธิเพชรรัตน-สุวัทนา พร้อมด้วยมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพระบรมราชูปถัมภ์ มูลนิธิสถาบันการศึกษาในรัชกาลที่ 6 และสมเด็จฯเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาฯ, คณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร, อธิบดีกรมโยธาและผังเมือง, ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 พร้อมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 7, กองพลทหารราบที่ 9, โทรคมนาคมแห่งชาติ เป็นต้น

‘อานันท์’ยกทรงเป็นผู้รอบรู้

ด้านนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 18 ของไทย เปิดเผยภายหลังการลงนามถวายพระพร ว่า เมื่อทราบข่าวการประชวรของพระองค์ภา จึงอยากเดินทางมาถวายพระพร เพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อในหลวงและทุกพระองค์ในราชวงศ์ ซึ่งพระองค์ภาท่านทรงทำกิจกรรมหลายอย่างให้กับประชาชน รอบรู้ในด้านการบ้านการเมือง การทหาร ให้ความสนใจต่อทุกข์สุขของประชาชนทั่วทั้งประเทศ พระองค์ท่านทรงเป็นตัวแทนของในหลวง รวมทั้งในส่วนพระองค์ท่านเอง ที่มักจะมีพระราชกรณียกิจปลดความทุกข์ และนำความสุขมาให้กับประชาชนทั่วทุกหมู่เหล่า เมื่อท่านประชวร จึงเป็นสิ่งที่ประชาชนอยากจะร่วมถวายพระพร และขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั่วสากลโลก ดลบันดาลให้พระองค์ท่านทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็วมีพระพลานามัยสมบูณ์แข็งแรง

พสกนิกรภาคตะวันออกถวายพระพร

เมื่อเวลา 15.00 น. ชาวหมู่บ้านเครือข่ายคชานุรักษ์ 5 จังหวัดภาคตะวันออก ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี,ระยอง,จันทบุรี,สีะแก้ว รวม 51 หมู่บ้าน ซึ่งเป็นหมู่บ้านใน โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ทรงรับเป็นประธานที่ปรึกษาโครงการฯ กับทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเป็นประธานคณะกรรมการฯ ได้เดินทางมาร่วมทูลเกล้าฯถวายแจกันดอกไม้พร้อมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากอาการพระประชวรในเร็ววัน ที่อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

นายตระกูล สว่างอารมย์ ผู้แทนหมู่บ้านคชานุรักษ์และหมู่บ้านขยายผล 51 หมู่บ้าน กล่าวภายหลังลงนามถวายพระพร ว่า พอทราบข่าวว่าสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระประชวร ช้าวบ้านหมู่บ้านคชานุรักษ์ ทุกคนตกใจมาก ทำอะไรไม่ถูกในช่วงนั้น แต่ก็ได้รวมตัวกันจัดพิธีสวดมนต์เพื่อถวายพระพรให้พระองค์ท่านทรงหายจากพระอาการประชวร และในวันนี้จึงได้นัดสมาชิกทั้ง 51 หมู่บ้าน เดินทางมาลงนามถวายพระพร เพื่อให้พระองค์ท่านทรงหายจากอาการพระประชวรในเร็ววัน เพื่อเป็นมิ่งขวัญของชาวหมู่บ้านคชานุรักษ์ และปวงชนชาวไทยสืบไป

น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

“พวกเราทุกคนรู้สึกน้อมสำนึกในพระกรุณาพระองค์ภาฯที่ผ่านมาพระองค์ท่านได้เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ไปพระราชทานความรู้ให้แก่สมาชิกหมู่บ้านคชานุรักษ์เกี่ยวกับเรื่องคนกับช้างป่าให้สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุล อย่างไม่ถือพระองค์ ประทับนั่งกับพื้นรับฟังสภาพปัญหาของชาวบ้าน เพราะโครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ไม่ใช่เพียงแค่เป็นการแก้ปัญหาของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นการบูรณาการทุกหน่วยงานมาช่วยกันแก้ไขปัญหาโดยมีพระองค์ท่านคอยพระราชทานคำแนะนำ ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 3 ปีของการดำเนินงานหมู่บ้านคชานุรักษ์ ปัญหาระหว่างคนและช้างป่าได้หมดไปเพราะพระองค์จะทรงรับสั่งเสมอว่าเราต้องเรียนรู้พฤติกรรมช้างและปรับเปลี่ยนเวลาในการออกไปเก็บเกี่ยวพืชผลรวมถึงการเปลี่ยนวิธีการปลูกพืช อันเป็นการช่วยเหลือทั้งคนและช้างป่าให้อยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุล ดังนั้น พวกเราชาวหมู่บ้านคชานุรักษ์ทุกคนขอกราบสำนึกและถวายพระพรให้พระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวรในเร็ววัน” นายตระกูล กล่าว

ทั้งนี้ สำนักพระราชวัง เปิดให้ลงนามถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ตั้งแต่ เวลา 08.00-16.00 น.ไม่เว้นวันหยุดราชการ

กทม.เปิดลงนามถวายพระพร

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการพระประชวร และมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงในเร็ววัน กรุงเทพมหานครจึงจัดให้มีการลงนามถวายพระพร โดยจัดโต๊ะหมู่ประดิษฐานพระรูป จำนวน 52 จุด คือ ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า (กทม.1) ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง (กทม.2) และสำนักงานเขตทั้ง 50เขต จึงขอเชิญชวนข้าราชการ และประชาชนมาร่วมลงนามถวายพระพร ได้ตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 65 เป็นต้นไป

‘วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒนฯ’ เปิดรับนักศึกษาใหม่‘วิทยาศาสตร์ข้อมูลสุขภาพ’ปี2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/698958

‘วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒนฯ’  เปิดรับนักศึกษาใหม่‘วิทยาศาสตร์ข้อมูลสุขภาพ’ปี2566

‘วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒนฯ’ เปิดรับนักศึกษาใหม่‘วิทยาศาสตร์ข้อมูลสุขภาพ’ปี2566

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ปัจจุบัน เราอยู่ในยุคแห่งข้อมูลข่าวสาร ในแต่ละวันจึงมีข้อมูลข่าวสารต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย และอยู่ในรูปแบบของดิจิทัล ที่สามารถเข้าถึงได้หลากหลายช่องทาง สามารถรับรู้และค้นหาได้สะดวก รวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลเส้นทางการเดินทางและสภาพการจราจร ข้อมูลรายการอาหาร ข้อมูลสถานพยาบาล ข้อมูลการรักษาพยาบาล ข้อมูลเกี่ยวกับยารักษาโรคซึ่งจากปริมาณข้อมูลที่มีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องมีบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ หรือมีทักษะเฉพาะอย่าง Data Scientist หรือ นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล

มาวิเคราะห์ข้อมูล ทำการต่อยอดความรู้จากแหล่งต่างๆ รวมถึงสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ให้มีประสิทธิภาพ เป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิตประจำวัน รวมถึงเกิดประโยชน์สูงสุดต่อวงการทางการแพทย์ ซึ่ง วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมกับ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เล็งเห็นความสำคัญในประเด็นดังกล่าว จึงได้ร่วมกันเปิดหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ข้อมูลสุขภาพ (Bachelor of Science in Health Data Science) ขึ้น

โดยมุ่งเน้นการผลิตบัณฑิตที่เป็นเลิศในด้านการบูรณาการวิทยาศาสตร์ข้อมูลและวิทยาศาสตร์สุขภาพเข้าด้วยกัน เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการร่วมแก้ปัญหาสาธารณสุขของประเทศไทยอย่างยั่งยืน ซึ่ง ผศ.น.สพ.ดร.พีรุทย์ เชียรวิชัย ประธานหลักสูตรวิทยาศาสตร์ข้อมูลสุขภาพ เปิดเผยว่า ปัจจุบันได้มีการเปิดหลักสูตรการพัฒนาการแพทย์ ด้วย Data Science รองรับความต้องการนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลซึ่งเป็นสาขาที่ใหม่ และมีความสำคัญอย่างยิ่งเพื่อตอบสนองต่อการขยายตัวอย่างรวดเร็วของข้อมูลทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ

ซึ่งหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ข้อมูลสุขภาพนี้ เหมาะสำหรับนักเรียนที่มีความสนใจด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพและมีความสามารถทางด้านการใช้คอมพิวเตอร์ โดยบัณฑิตของหลักสูตรจะมีส่วนช่วยในการบริหาร จัดการ วิเคราะห์ฐานข้อมูลสุขภาพขนาดใหญ่ จากแหล่งต่างๆ และนำมาใช้ในการแก้ไขปัญหาทางการแพทย์ และการสาธารณสุข เพื่อตอบโจทย์ของทั้งการรักษาและการวิจัยได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว

นอกจากนี้บัณฑิตจะถูกปลูกฝังด้วยค่านิยมที่ดี ทั้งการเสียสละต่อส่วนรวม ความมุ่งมั่น ความซื่อสัตย์ เพื่อนำมาซึ่งประโยชน์ของผู้คนในสังคมด้วย โดยสำหรับ หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ข้อมูลสุขภาพ จะมีการเรียนทั้งที่วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี โดยจะได้รับการถ่ายทอดความรู้ ความเชี่ยวชาญ จากผู้สอนอย่างใกล้ชิด ตลอดการเรียนในหลักสูตร 4 ปี

ทั้งภาคทฤษฎี คือ การเรียนรู้พื้นฐานที่จำเป็นทั้งในด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data science) เช่นการเขียนโปรแกรม สถิติ และระบบฐานข้อมูล ร่วมกับวิทยาศาสตร์สุขภาพ (Health science) เช่นระบบสุขภาพ การวินิจฉัยและอณูชีววิทยา และจะได้เรียนรู้ผ่านการลงมือทำด้วยตัวเองในภาคปฏิบัติ รวมถึงฝึกงานกับสถานที่ประกอบการจริง นักศึกษาจะได้นำความรู้ทั้งสองด้านมาประยุกต์รวมกันให้เกิดเป็นความรู้ใหม่เพื่อนำไปประกอบวิชาชีพต่อไป

ผศ.น.สพ.ดร.พีรุทย์ กล่าวต่อไปว่า ภายหลังจากจบหลักสูตรแล้ว นักศึกษาสามารถศึกษาต่อได้ในสาขา วิศวกรรมข้อมูล วิทยาศาสตร์ข้อมูลและวิทยาศาสตร์ข้อมูลสุขภาพ ชีวสารสนเทศและชีววิทยาเชิงระบบระบาดวิทยา ซึ่งเป็นสาขาที่ได้รับความนิยมทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งยังนำข้อมูลทางสุขภาพมาสร้างประโยชน์ในแง่มุมต่างๆ ทั้งการวิเคราะห์ข้อมูล ทำนายข้อมูล รวมไปถึงการสรุปข้อมูลออกมานำเสนอให้เข้าใจและนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ง่ายในชีวิตประจำวันสำหรับประชาชนทั่วไป

รวมถึงสามารถที่จะต่อยอดงานวิจัย พัฒนานวัตกรรมต่างๆ ออกมาเป็นเครื่องมือทางการแพทย์ ยกระดับการดูแลสุขภาพและแก้ปัญหาการขาดแคลนเครื่องมือและบุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่ห่างไกลได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้น นักศึกษาที่จบหลักสูตรยังสามารถประกอบอาชีพได้หลากหลาย ทั้งในโรงพยาบาล สถาบันวิจัย หน่วยงานของภาครัฐและเอกชน ซึ่งกำลังต้องการบุคลากรเป็นจำนวนมาก

โดยมีอาชีพที่น่าสนใจ ยกตัวอย่างเช่น อาชีพดังต่อไปนี้ 1.นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล หรือวิศวกรข้อมูล (Data scientist/ Data engineer) มีหน้าที่ในการสร้างระบบฐานข้อมูลในการเก็บข้อมูล รวมไปถึงการดึงข้อมูลออกมาสร้างเป็นผลสรุปที่น่าสนใจและอธิบายเหตุการณ์ในอดีต รวมไปถึงทำนายเหตุการณ์ที่มีโอกาสเกิดขึ้นในอนาคตได้ 2.นักชีวสารสนเทศ (Bioinformatician) มีหน้าที่ในการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับชีวสารสนเทศ เช่น ข้อมูลทางพันธุกรรมหรือข้อมูลการแสดงออกของยีน เพื่อสร้างทฤษฎีใหม่ๆ หรือระบุจุดที่น่าสนใจในการนำไปวิจัยต่อยอดเพิ่มเติม

3.นักวิจัย (Researcher) มีหน้าที่ศึกษาหาความรู้ในหัวข้อที่สนใจ โดยในปัจจุบันมีหัวข้อวิจัยจำนวนมากที่ต้องการคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยคำนวณ นักวิทยาศาสตร์ข้อมูลที่มีความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์และการเขียนโปรแกรมจึงสามารถเข้ามาช่วยด้านการวิจัยได้ โดยขณะนี้ หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ข้อมูลสุขภาพ อยู่ระหว่างการเปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ ประจำปีการศึกษา 2566

ผู้ที่สนใจ สามารถติดตามรายละเอียดของหลักสูตร รายละเอียดการรับสมัคร หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-5766000 ต่อ 8487, https://m.facebook.com/HealthDataSci และ https://pscm.cra.ac.th

นักศึกษา‘มข.’ใช้‘AI’นับจำนวนคน ดูความหนาแน่น-ลดเสี่ยง‘เบียดกันตาย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/698957

นักศึกษา‘มข.’ใช้‘AI’นับจำนวนคน  ดูความหนาแน่น-ลดเสี่ยง‘เบียดกันตาย’

นักศึกษา‘มข.’ใช้‘AI’นับจำนวนคน ดูความหนาแน่น-ลดเสี่ยง‘เบียดกันตาย’

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ในเดือนตุลาคม 2565 ที่ผ่านมาเชื่อว่าหลายคนต่างเศร้าสลดกับโศกนาฏกรรมสุดสะเทือนขวัญของโลก จากเหตุฝูงชนเบียดกันจนเสียชีวิตระหว่างการเฉลิมฉลองเทศกาลฮาโลวีนในย่านอีแทวอนของกรุงโซลประเทศเกาหลีใต้ การเข้าไปเบียดของผู้คนจำนวนมากโดยไม่มีการจำกัดจำนวนคนเข้างาน ในถนนความยาวเพียง 40 เมตร กว้าง 3.2 เมตร แถมมีความลาดชันผู้คนไม่สามารถทราบสถานการณ์ภายในงานว่าหนาแน่นเพียงใด

ไม่สามารถระบุคนในตำแหน่งในถนนแต่ละสายได้ เป็นสาเหตุหนึ่งทำให้เกิดสถานการณ์การเบียดกันตาย หรือ Crowd Crush มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 157 ราย และบาดเจ็บจำนวนมากในวันที่ 29 ตุลาคม 2565 เวลา 22.15 น. (เวลาเกาหลีใต้) ซึ่งจากเหตุโศกนาฏกรรมดังกล่าว นายชนม์สวัสดิ์นาคนาม นักศึกษาโครงงานปัญญาประดิษฐ์วิทยาลัยคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) จึงคิดค้นนวัตกรรม “AI นับจำนวนคนเข้างานนิทรรศการ” โดยเผยว่า AI สามารถวิเคราะห์ได้ซับซ้อนมากกว่าสมองหรือดวงตาของมนุษย์ที่จะมองเห็น และมีความแม่นยำ

เพิ่มความสะดวกสบาย ประยุกต์เข้ากับสถานการณ์ เหตุการณ์ สถานที่ได้อย่างเหมาะสม ยกตัวอย่างโครงการของตนคือ การใช้ AI นับจำนวนคนเข้างานนิทรรศการ หรือสถานที่ที่มีคนหนาแน่น โดยโครงงานดังกล่าวสามารถระบุได้ว่าตรงไหนมีจำนวนคนหนาแน่น ซึ่งโดยปกติสายตามนุษย์จะสามารถประเมินจำนวนคนในบริเวณนั้นได้คร่าวๆ แต่อาจเกิดความล่าช้าและอาจเกิดความผิดพลาดสูง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันไม่จำเป็นต้องเหนื่อยขนาดนั้นเพราะสามารถใช้ AI ระบุได้ว่าจุดนี้ คือคน นับได้ว่ามีกี่คนได้อย่างรวดเร็วมาก

“เพียงแค่เห็นผ่านกล้อง ประมวลผลด้วย AI โดยเราไม่ต้องนับเลย เช็คจำนวนคนเข้างาน มุ่งไปพื้นที่นั้นเลย ป้องกันการเกิดสถานการณ์การเบียดกันตาย หรือ Crowd Crush ดังโศกนาฏกรรมที่อีแทวอนประเทศเกาหลีใต้ เป็นข่าวดังทั่วโลก เราสามารถใช้นวัตกรรม AI นี้นับจำนวนคน ติดตามคนเดินในงาน เมื่อคนบริเวณนั้นมีจำนวนมากเกินไป ตั้งระบบส่งสัญญาณเตือนเป็นเสียง หรือแสดงเป็นแผนภาพสีบริเวณที่มีจำนวนคนหนาแน่น จะลดอัตราการเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังที่เป็นข่าวได้และเพิ่มพื้นที่ปลอดภัยด้วยการใช้ AI”นายชนม์สวัสดิ์ กล่าว

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถชมต้นแบบโครงการ AI นับจำนวนคนเข้านิทรรศการได้ที่ https://drive.google.com/file/d/1iS36ATOdNMpgQ8ERZ6UnZUECEMNnx6DL/view?ts=6361f0ef