เริ่มแล้วอาชีวะอุบลฯจัดเทศกาล ‘เค้กคุกกี้’ ของขวัญปีใหม่สุขใจผู้ให้ถูกใจผู้รับ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/698156

เริ่มแล้วอาชีวะอุบลฯจัดเทศกาล 'เค้กคุกกี้' ของขวัญปีใหม่สุขใจผู้ให้ถูกใจผู้รับ

เริ่มแล้วอาชีวะอุบลฯจัดเทศกาล ‘เค้กคุกกี้’ ของขวัญปีใหม่สุขใจผู้ให้ถูกใจผู้รับ

วันพุธ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 19.02 น.

วันที่ 14 ธันวาคม 2565 เวลา 13.30 น. นางสาวลฎาภา แสวงทรัพย์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี เปิดเผยว่า วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี พร้อมด้วย รองผู้อำนวยการ คณะครู บุคลากร นักเรียน นักจัดงานแถลงข่าวโครงการ เทศกาล “เค้ก คุกกี้ ของขวัญปีใหม่ 2566 สุขใจผู้ให้ ถูกใจผู้รับ” ณ ลานหน้าห้องอาหารกาบแก้วบงกช หน้าอาคารเรียน 4  โดยมีนางทรงลักษณ์ วรภัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานในพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ พร้อมสาธิตการแต่งหน้าเค้ก รังสรรค์เค้กก้อนปฐมฤกษ์ เพื่อเป็นของขวัญส่งท้ายปีต้อนรับปีใหม่ให้กับครู บุคลากร และนักเรียน นักศึกษา วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี

กิจกรรมภายในงานนอกจากจะเปิดตัวเค้ก คุกกี้ ผลิตภัณฑ์ดีมีคุณภาพ พร้อมสาธิตการแต่งหน้าคัพเค้ก โดยฝีมือของนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาอาหารและโภชนาการแล้ว ยังมีการสาธิตและจำหน่ายผลงานนักเรียน นักศึกษา ในแต่ละสาขาวิชา อาทิ แผนกวิชาการตลาดจัดกิจกรรมห่อของขวัญ,การทำริบบิ้น  แผนกวิชาแฟชั่นและสิ่งทอ จัดกิจกรรมสาธิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากผ้า แผนกวิชา คหกรรม จัดกิจกรรมสาธิตและจำหน่ายการประดิษฐ์กระเช้าของขวัญรับเทศกาลปีใหม่ และพวงกุญแจน่ารัก  แผนกวิชาการออกแบบจัดกิจกรรมสาธิตการออกแบบบรรจุภัณฑ์ แผนกวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัลร่วมกับแผนกวิชาถ่ายภาพและมัลติมีเดีย จัดกิจกรรมการขายสินค้าออนไลน์,การนำเสนอขายไลฟ์สด  และแผนกวิชาการโรงแรมสาธิตการผสมเครื่องดื่มม็อกเทล เป็นต้น

นอกจากนี้ในทุกสาขาวิชา ยังทำหน้าที่ในการเป็นนักขายที่ดี สร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัวอีกด้วย  ซึ่งหากจำหน่ายเค้กและคุกกี้ จะได้รับผลตอบแทนเป็นส่วนลดจากราคาปกติ  สำหรับการจำหน่าย เค้ก คุกกี้ ผลิตสินค้าดี มีคุณภาพในราคาย่อมเยา จำหน่ายให้กับประชาชนในจังหวัดอุบลราชธานีและผู้ที่สนใจทั่วประเทศ  ได้แก่ คุกกี้คอนเฟลก จำหน่ายเป็นกล่อง ปริมาณกล่องละ 400 กรัม  ขายในราคา 250 บาท จำหน่ายเป็นถุงปริมาณ 200 กรัม ขายในราคาถุงละ 125 บาท ในส่วนเค้กนั้น จัดจำหน่าย 6 ชนิด ได้แก่ เค้กช็อกหน้านิ่ม เค้กส้ม เค้กแยมส้ม เค้กเนยสด (ครีม&แยมสตรอวเบอร์รี่) เค้กเนยสด (ครีมกุหลาบ) และเค้กฝอยทอง จำหน่ายในราคาปอนด์ละ 180 บาท ทุกชนิดสามารถสั่งจองและสั่งซื้อเค้กได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป – จนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2565 

ในส่วนคุกกี้สั่งจองหรือซื้อได้ตลอดจนกว่าสินค้าจะหมด ซึ่งมีจำนวนจำกัด โดยติดต่อซื้อโดยตรงได้ที่หน้าร้านจำหน่ายของวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ได้ที่ห้องอาหารกาบแก้วบงกช ร้านเบเกอรี่ และโรงแรมอาชีวะ( R CHEE WA HOTEL) ตรงข้ามสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดอุบลราชธานี หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ผ่านเพจเฟซบุ๊ก งานประชาสัมพันธ์ วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี หมายเลขโทรศัพท์  045-250111  หรือติดต่อ ครู บุคลากร นักเรียน นักศึกษา วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ตัวแทนจำหน่ายของสถานศึกษาได้ทุกคน

ทั้งนี้รายได้ที่เกิดจากการจัดกิจกรรมการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เค้กและคุกกี้  ในโครงการ เทศกาล“เค้ก คุกกี้ ของขวัญปีใหม่ 2566 สุขใจผู้ให้ ถูกใจผู้รับ” ทางวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี จะนำรายได้ไปพัฒนาการจัดการเรียนการสอน ของสถานศึกษาต่อไป – 003

วิทยาลัยพาณิชยการบึงพระพิษณุโลกจัดเทศกาลคุกกี้เค้กต้อนรับเทศกาลปีใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/698086

วิทยาลัยพาณิชยการบึงพระพิษณุโลกจัดเทศกาลคุกกี้เค้กต้อนรับเทศกาลปีใหม่

วิทยาลัยพาณิชยการบึงพระพิษณุโลกจัดเทศกาลคุกกี้เค้กต้อนรับเทศกาลปีใหม่

วันพุธ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 16.18 น.

วิทยาลัยพาณิชยการบึงพระพิษณุโลก จัดเทศกาลคุกกี้เค้กต้อนรับเทศกาลปีใหม่ เพื่อให้นักเรียน นักศึกษาได้ฝึกทักษะการประกอบอาชีพจากประสบการณ์จริง หารายได้ระหว่างเรียนเพิ่มพูนความรู้ด้านการบริหารจัดการและการทำงานเป็นทีม รวมทั้งการบูรณาการการเรียนการสอน และส่งเสริมสมรรถนะอาชีพให้แก่นักเรียน นักศึกษาทุกประเภทวิชา

วันที่ 14 ธ.ค.65 นางปฏิมา พุฒตาลดง ผู้อำนวยการวิทยาลัยพาณิชยการบึงพระพิษณุโลก เปิดเผยว่า วิทยาลัยวิทยาลัยพาณิชยการบึงพระพิษณุโลก ได้จัดเทศกาล คุกกี้ เค้ก ต้อนรับเทศกาลปีใหม่ ซึ่งที่ผ่านมาถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ดังนั้นในปีนี้เป็นถือเป็นปีที่ 2 ที่วิทยาลัยพาณิชยการบึงพระพิษณุโลกได้จึงจัดกิจกรรมขึ้นอีกครั้ง เพื่อให้นักเรียน นักศึกษาได้ฝึกทักษะการประกอบอาชีพจากประสบการณ์จริง หารายได้ระหว่างเรียนเพิ่มพูนความรู้ด้านการบริหารจัดการและการทำงานเป็นทีม รวมทั้งการบูรณาการการเรียนการสอน และส่งเสริมสมรรถนะอาชีพให้แก่นักเรียน นักศึกษาทุกประเภทวิชา 

ในเทศกาลคุกกี้ เค้ก ต้อนรับเทศกาลปีใหม่ 2566 โดยผลิตสินค้าดี มีคุณภาพในราคาย่อมเยา ออกจำหน่ายให้กับประชาชนในจังหวัดพิษณุโลก และพื้นที่ใกล้เคียงที่สนใจ ได้แก่ ขนมเค้ก จัดทำ 2 ชนิด ได้แก่ คุกกี้ เนยสด ธัญพีช คอร์นเฟลกและเค้กรสส้ม ชิฟฟ่อนใบเตยฝอยทอง จำหน่ายเป็นกล่อง ราคา 100 และ 150 บาท 

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสั่งซื้อเค้กและคุกกี้ ผลงานนักเรียน นักศึกษาวิทยาลัยพาณิชยการบึงพระ ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 29 ธันวาคม 2565 โดยท่านสามารถ สั่งซื้อในรูปแบบออนไลน์หรือเบอร์โทรศัพท์ 055337551 หรือ inbox เพจ FB ของวิทยาลัยพาณิชยการบึง พระพิษณุโลก – 003

อัสสัมชัญ ร่วมมือ ม.มหิดล ปล่อยบอลลูนผูกติดดาวเทียมจำลองขึ้นขอบโลก เก็บข้อมูลชั้นบรรยากาศ-การเปลี่ยนแปลงยีสต์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/698058

อัสสัมชัญ ร่วมมือ ม.มหิดล ปล่อยบอลลูนผูกติดดาวเทียมจำลองขึ้นขอบโลก เก็บข้อมูลชั้นบรรยากาศ-การเปลี่ยนแปลงยีสต์

อัสสัมชัญ ร่วมมือ ม.มหิดล ปล่อยบอลลูนผูกติดดาวเทียมจำลองขึ้นขอบโลก เก็บข้อมูลชั้นบรรยากาศ-การเปลี่ยนแปลงยีสต์

วันพุธ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 15.02 น.

นักเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญ ร่วมมือ ม.มหิดล ปล่อยบอลลูนผูกติดดาวเทียมจำลองขึ้นขอบโลก เก็บข้อมูลชั้นบรรยากาศ-การเปลี่ยนแปลงยีสต์

นักเรียนจากสถาบันเทคโนโลยีการบินและอวกาศ โรงเรียนอัสสัมชัญ เดินทางขึ้นไปที่สถานีเรดาร์ฝนหลวง อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ ทดลองปล่อยดาวเทียมจำลองที่ประดิษฐ์ขึ้นเอง ภายใต้การดูแลและแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ครูอาจารย์ และนักเรียนรุ่นพี่ โดยผูกดาวเทียมจำลอง ซึ่งภายในประกอบด้วยกล้องวิดีโอโทรศัพท์มือถือที่มีระบบ gps.sms. เพื่อจะบันทึกเป็นวิดีโอและภาพถ่าย ตรวจดูสภาพอากาศภูมิประเทศ ติดบอลลูนตรวจอากาศขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3.5 เมตร พร้อมกับกล่องเก็บบันทึกข้อมูล พร้อมทั้งยังร่วมมือกับมหาวิทยาลัยมหิดลนำยีสต์ขึ้นไปบนความสูงจากพื้นดินประมาณ 32 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นชั้นของบรรยากาศดูความเปลี่ยนแปลงการเจริญเติบโตของยีสต์

โดยการลอยอยู่ของบอลลูน ตามสภาพอากาศปกติอยู่ประมาณ 5-6 ชั่วโมง ก็จะตกลงบนพื้นดิน ซึ่งทิศทางการเคลื่อนที่ใกล้และไกลก็จะเป็นไปตามความเคลื่อนไหวของลม หากสภาพอากาศผิดปกติบางครั้งอาจจะตกลงเร็วกว่ากำหนด หรือนานกว่ากำหนดกว่า 1 สัปดาห์ ขณะที่ทิศทางความเคลื่อนไหวก็จะสามารถตรวจสอบได้ทางสัญญาณภาพและวิดีโอที่ส่งลงมายังคอมพิวเตอร์หรือจอมือถือด้านล่าง

สำหรับกิจกรรมดังกล่าว ได้เริ่มดำเนินการครั้งแรก เมื่อเกือบ 4 ปีที่ผ่านมา เพื่อการพัฒนาของเด็กเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่สนใจศึกษา ซึ่งในอนาคตก็อาจจะเปิดเป็นหลักสูตรการเรียนการสอนต่อไป ซึ่งได้รับความสนใจจากเด็ก ๆ จำนวนมาก

ของขวัญปีใหม่!‘กยศ.’ขยายเวลาลดหย่อนหนี้อีก 6 เดือนถึง 30 มิ.ย.66

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/697983

ของขวัญปีใหม่!‘กยศ.’ขยายเวลาลดหย่อนหนี้อีก 6 เดือนถึง 30 มิ.ย.66

ของขวัญปีใหม่!‘กยศ.’ขยายเวลาลดหย่อนหนี้อีก 6 เดือนถึง 30 มิ.ย.66

วันพุธ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 11.32 น.

ข่าวดี! ‘กยศ.’ ขยายเวลาลดหย่อนหนี้อีก 6 เดือน ถึง 30 มิ.ย.66 มอบเป็นของขวัญปีใหม่ 2566 ผู้กู้ยืมเข้าร่วมมาตรการผ่านออนไลน์ได้

14 ธันวาคม 2565 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้หนี้ภาคครัวเรือน โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียนนักศึกษา ซึ่งนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีความห่วงใยเป็นอย่างมาก ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้เป็นหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ซึ่ง กยศ.ได้กำหนดมาตรการในการช่วยเหลือ อาทิ การลดเบี้ยปรับ การลดเงินต้น รวมถึงได้ดำเนินการอื่นๆ เช่น ยกเลิกการกำหนดให้มีผู้ค้ำประกัน ชะลอการฟ้องร้องคดี งดการขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้กู้ยืมเงินและหรือผู้ค้ำประกัน

ล่าสุด กยศ. ขยายระยะเวลามาตรการลดหย่อนหนี้อีก 6 เดือน จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค.65 ออกไปเป็นสิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.66 เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ 2566 ให้กับผู้กู้ยืมเงินกองทุน รวมถึงช่วยเหลือผู้กู้ยืมเงินที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจได้มีทางเลือกในการผ่อนชำระมากขึ้น สำหรับมาตรการลดหย่อนหนี้ มีดังนี้

1.ลดดอกเบี้ยเงินกู้ยืมจากเดิม 1% ต่อปี เป็น 0.01% ต่อปี สำหรับผู้กู้ยืมเงินที่อยู่ระหว่างการชำระเงินคืนกองทุนและไม่เคยเป็นผู้ผิดนัดชำระหนี้

2.ลดเงินต้น 5% สำหรับผู้กู้ยืมเงินที่ไม่เคยเป็นผู้ผิดนัดชำระหนี้และต้องการปิดบัญชีในคราวเดียว

3.ลดเบี้ยปรับ 80% สำหรับผู้กู้ยืมเงินที่ยังไม่ถูกดำเนินคดีที่ชำระหนี้ค้างทั้งหมดให้มีสถานะปกติ หรือไม่ค้างชำระ

4.ลดอัตราการคิดเบี้ยปรับเหลือ 0.5% ต่อปี สำหรับผู้กู้ยืมเงินที่ยังไม่ถูกดำเนินคดีและไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด

5.ลดเบี้ยปรับ 100% สำหรับผู้กู้ยืมเงินทุกกลุ่มที่ชำระหนี้ปิดบัญชี

น.ส.รัชดา ระบุว่า ผู้กู้ยืมเงินที่ยังไม่ถูกดำเนินคดี สามารถชำระได้ที่ธนาคารกรุงไทยและธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยทุกสาขา ส่วนผู้กู้ยืมเงินที่ถูกดำเนินคดีแล้ว ต้องลงทะเบียนขอรับสิทธิและนัดหมายวันที่ประสงค์จะชำระหนี้ปิดบัญชีได้ที่ https://www.studentloan.or.th/promotion โดยผู้กู้ยืมเงินต้องชำระค่าทนายความและค่าฤชาธรรมเนียมศาลให้เสร็จสิ้นก่อนปิดบัญชี

ทั้งนี้ ผู้กู้ยืมเงินสามารถดูรายละเอียดช่องทางการชำระหนี้เพื่อรับสิทธิตามมาตรการดังกล่าวได้ที่ http://www.studentloan.or.th โดยตรวจสอบยอดชำระได้ที่แอปพลิเคชั่น กยศ. Connect หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ไลน์บัญชีทางการ กยศ.  หรือโทร. 0-2016-4888

‘บอร์ดคุรุสภา’เลือกแล้ว 2 รองเลขาคุรุสภาคนใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/697965

‘บอร์ดคุรุสภา’เลือกแล้ว 2 รองเลขาคุรุสภาคนใหม่

‘บอร์ดคุรุสภา’เลือกแล้ว 2 รองเลขาคุรุสภาคนใหม่

วันพุธ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 08.45 น.

‘บอร์ดคุรุสภา’เลือกแล้ว 2 รองเลขาคุรุสภาคนใหม่

14 ธันวาคม 2565 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการคุรุสภา ครั้งที่ 11/2565 เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.2565 ที่ผ่านมา ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาคัดเลือกผู้มีสิทธิเข้ารับการสรรหาเพื่อแต่งตั้งให้เพื่อดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการคุรุสภา โดยคณะอนุกรรมการสรรหารองเลขาธิการคุรุสภา ที่มีนายธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.)เป็นประธาน ได้เสนอรายชื่อผู้เหมาะสมมาจำนวน 4 รายชื่อ เพื่อให้คณะกรรมการคุรุสภาพิจารณาคัดเลือก ให้เหลือ 2 รายชื่อ จากการพิจารณาคณะกรรมการคุรุสภามีมติเลือก ผศ.ดร.พลรพี  ทุมมาพันธ์  และ ดร. สุดา สุขอ่ำ เป็นรองเลขาธิการคุรุสภา คนใหม่

“คณะกรรมการได้พิจารณาจากความรู้ความสามารถ ผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อคุรุสภา รวมถึงแนวทางและวิสัยทัศน์ในการทำงาน โดย ผศ.ดร.พลรพี มีตำแหน่งล่าสุดเป็น ประธานคณะกรรมการบริหารและพัฒนาหลักสูตรฯมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถเรื่องการทดสอบและระบบเทคโนโลยี รวมถึงมาตรฐานสากลที่จะเชื่อมโยงองค์กรวิชาชีพครูในต่างประเทศได้ ส่วน ดร.สุดา ก็เป็นผู้ที่อยู่ในแวดวงการศึกษาขั้นพื้นฐาน และการศึกษาพิเศษ เป็นผู้ที่มีเครือข่ายมาก จึง เชื่อว่าทั้งสองคนจะสามารถช่วยงานของคุรุสภาได้เป็นอย่างดี” รมว.ศธ.กล่าว

อพวช.จัด ‘คาราวานวิทยาศาสตร์ฯ’ชวนเยาวชนร่วมค้นพบความมหัศจรรย์ด้วยวิทยาศาสตร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/697852

อพวช.จัด 'คาราวานวิทยาศาสตร์ฯ'ชวนเยาวชนร่วมค้นพบความมหัศจรรย์ด้วยวิทยาศาสตร์

อพวช.จัด ‘คาราวานวิทยาศาสตร์ฯ’ชวนเยาวชนร่วมค้นพบความมหัศจรรย์ด้วยวิทยาศาสตร์

วันอังคาร ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 17.04 น.

วันที่ 13 ธันวาคม 2565 ที่หอประชุมชงโค โรงเรียนแม่จันวิทยาคม อ.แม่จัน จ.เชียงราย ดร.ดนุช ตันเทอดทิตย์ เลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดงาน “คาราวานวิทยาศาสตร์ อพวช.” ขึ้น โดยมี ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) นายอรรณพ จูจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงราย  นายอรรณพ จูจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงราย  นางสาวจินอา ลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด  รวมทั้งคณะครูและนักเรียนในสังกัดการประถมศึกษาและมตัธยมศึกษา ตลอดจนประชาชนใน จ.เชียงรายและพื้นที่ใกล้เคียงเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

โดย ดร.ดนุช ตันเทอดทิตย์ เลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า อว. เป็นหน่วยงานหลักที่ผลักดันในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่จะนำพาประเทศให้เกิดการเปลี่ยนแปลง มีนโยบายสร้างคนและบุคลากรในทุกช่วงวัย โดยใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เข้ามาพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อขับเคลื่อนประเทศไปสู่อนาคต ส่วนสำคัญที่จะนำพาการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ให้เกิดขึ้นจริงคือ เยาวชน  ดังนั้นในฐานะหน่วยงานภาครัฐต้องผลักดันศักยภาพของเยาวชนไทย โดยผ่านการส่งเสริมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม 

ดร.ดนุช กล่าวด้วยว่า เป็นเวลาเกือบ 2 ปีแล้ว ที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เด็กๆ ไม่ได้ไปโรงเรียนและเคยชินการอยู่บ้าน ไม่ค่อยได้ออกไปเจอใครเป็นเวลานาน การไปโรงเรียนจัดเป็นความเครียดหนึ่งที่เด็กต้องปรับตัวเมื่อเจอสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ  คาราวานวิทยาศาสตร์ อพวช. นับเป็นกิจกรรมการเรียนรู้นอกห้องเรียนสำหรับเยาวชนที่สนุกสนานและได้รับความรู้ผ่านการลงมือเล่นด้วยตนเอง จึงน่าจะเป็นอีกตัวช่วยที่จะทำให้เยาวชนคลายความกังวลหลังจากอยู่บ้านเรียนออนไลน์มาเป็นเวลานาน

ทางด้าน ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) กล่าวว่าอพวช. ตระหนักถึงโอกาสการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ของเยาวชนในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ จึงจัด “คาราวานวิทยาศาสตร์ อพวช.” เพื่อออกเดินทางสู่ภูมิภาคต่าง ๆ ตั้งแต่ปี 2548 เป็นเวลากว่า 18 ปี ซึ่งมีผู้เข้าชมแล้วกว่า 6.6 ล้านคน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนได้พบกับความมหัศจรรย์ที่ไม่มีให้เห็นในห้องเรียนแต่ทุกคนจะได้สัมผัสของจริง และประสบการณ์จริงผ่านการทดลองเล่นและค้นหาคำตอบด้วยตัวเองผ่านนิทรรศการและกิจกรรมที่สนุกสนาน และสามารถนำความรู้นำไปต่อยอดและปรับใช้ในชีวิตประจำวัน นำไปสู่ความเข้าใจและพัฒนาตนเองให้เติบโตเป็นคนคุณภาพของสังคมไทยต่อไป  สำหรับปีงบประมาณ 2566 นี้ ในระยะแรก อพวช. กำหนดการเดินทางสู่ภูมิภาคต่างๆ 11 จังหวัด โดยเริ่มที่จังหวัดลพบุรีเป็นที่แรกในพฤศจิกายนที่ผ่านมา และที่นี้จังหวัดเชียงรายเป็นจังหวัดที่ 4 และต่อจากนี้จะไปจัดงานต่อที่ โรงเรียนนิยมศิลป์อนุสรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์

นายอรรณพ จูจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงราย กล่าวว่า ดีใจแทนเยาวชนรวมทั้งคุณครู อาจารย์ ผู้ปกครองทุกท่าน ที่ได้มาร่วมสัมผัสและสร้างประสบการณ์ด้านวิทยาศาสตร์ด้วยกิจกรรมคาราวานวิทยาศาสตร์ อพวช. ในวันนี้ โรงเรียนแม่จันวิทยาคม นอกจากจะมีภารกิจด้านการจัดการเรียนการสอนในระดับมัธยมศึกษาแล้ว ยังมีภารกิจอีกประการหนึ่งคือ การบริการวิชาการแก่ชุมชน ซึ่งกิจกรรมคาราวานวิทยาศาสตร์นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งในการบริการความรู้แก่ชุมชน ที่โรงเรียนแม่จันวิทยาคมของเราได้ให้ความสำคัญ และถือเป็นเกียรติอย่างสูงที่ อพวช. มาร่วมจัดกิจกรรมในโรงเรียนแม่จันวิทยาคมแห่งนี้ เพื่อร่วมกันสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ให้แก่เยาวชนในจังหวัดเชียงรายและพื้นที่ใกล้เคียง

ด้าน นางสาวจินอา ลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด กล่าวว่า บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด ร่วมมือกับ อพวช. จัดทำโครงการ “วิทย์ก้าวหน้า ชีวิตก้าวไกล” (Better Science for Better Life) ตั้งแต่ปี2560 มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์และมุ่งเน้นกิจกรรมการมีส่วนร่วมของเยาวชน โดยจัดทำและได้มอบชุดสื่อการเรียนรู้ให้กับโรงเรียนไปแล้วกว่า 300 โรงเรียน จากความสำเร็จในระยะที่ 1 ทั้ง 2 องค์กรจึงได้ต่อยอดโครงการในระยะที่ 2 ดำเนินการภายใต้แนวคิด “Plant Ranger : ขบวนการพิทักษ์พืช” โดย อพวช เป็นผู้พัฒนาผลิตชุดสื่อการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์การเกษตรและวิทยาศาสตร์สุขภาพ มีเป้าหมายที่จะให้เยาวชนได้เรียนรู้เรื่องพืช รู้จักพืช และปกป้องพืช ผ่านกิจกรรมกว่า 19 กิจกรรม ซึ่งเป็นมีบทบาทด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและยังเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาต่างๆ เช่น ความขาดแคลนอาหารของโลก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 

ในขณะที่วันเดียวกันนี้ได้มอบชุดสื่อความรู้ให้กับโรงเรียน เป็นครั้งแรกที่โรงเรียนแม่จันวิทยาคม จังหวัดเชียงรายซึ่งมีศูนย์วิจัยและพัฒนาของบริษัท นอกเหนือจากสำนักงานที่กรุงเทพและศูนย์การผลิตและวิจัยและพัฒนาอีก 6 แห่ง ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ที่ไบเออร์ได้ดำเนินการเพื่อคืนกลับสู่จังหวัดเชียงราย  สำหรับผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ 02 577 9999 ต่อ 2103 หรือติดตามเพิ่มเติมที่ Facebook : คาราวานวิทยาศาสตร์ อพวช. และเว็บไซต์ http://www.nsm.or.th .

‘อนุชา’สั่งการ‘พศจ.’เร่งตรวจสอบ-พัฒนาคุณภาพชีวิตคณะสงฆ์ 3 จชต.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/697826

‘อนุชา’สั่งการ‘พศจ.’เร่งตรวจสอบ-พัฒนาคุณภาพชีวิตคณะสงฆ์ 3 จชต.

‘อนุชา’สั่งการ‘พศจ.’เร่งตรวจสอบ-พัฒนาคุณภาพชีวิตคณะสงฆ์ 3 จชต.

วันอังคาร ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 15.22 น.

‘อนุชา’สั่งการ‘พศจ.’เร่งตรวจสอบ-พัฒนาคุณภาพชีวิตคณะสงฆ์ 3 จชต.

13 ธันวาคม 2565 เวลา 13.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ต้อนรับคณะสงฆ์และเครือข่ายพุทธในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในโอกาสที่คณะเดินทางมาเข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก และศึกษาดูงานแหล่งชุมชนต้นแบบพหุวัฒนธรรมในพื้นที่ภาคกลาง ระหว่างวันที่ 12-18 ธันวาคม 2565 โดยมี พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ , นายธัชชญาณ์ณัช  เจียรธนัทกานนท์  เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายไกรยุทธ หอมไกรลาศ ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ร่วมด้วย

นายอนุชา กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ได้ต้อนรับคณะคณะสงฆ์และเครือข่ายพุทธในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ผ่านมาตนได้มีโอกาสร่วมหารือแนวทางการให้ความช่วยเหลือคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กับทางมหาเถรสมาคม ซึ่งที่ประชุมให้ความสำคัญกับชีวิตความเป็นอยู่ของคณะสงฆ์ชายแดนใต้ ทั้งการจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับการดำเนินชีวิต และโครงการต่างๆ ที่มีส่วนช่วยในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ภายใต้สังคมเชิงพหุวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ในพื้นที่ หากคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนในพื้นที่ประสบปัญหาใด ขอให้ประสานงานเพื่อขอความช่วยเหลือมาได้ที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานในกำกับดูแลของตน

นายอนุชา กล่าวว่า สำหรับพระสงฆ์ที่อาพาธ หรือ วัดที่ประสบปัญหาค่าน้ำ ค่าไฟ รวมถึงค่าสาธารณูปโภคต่างๆ ให้ประสานไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด เพื่อเร่งตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือต่อไป และขอให้สำนักงานพระพุทธศาสนาประจำจังหวัดทุกจังหวัด เร่งตรวจสอบและขับเคลื่อนโครงการต่างๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคณะสงฆ์ชายแดนใต้ให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

สำหรับการเข้าพบนายอนุชา ครั้งนี้ เป็นไปตามกำหนดการของกิจกรรม โดยคณะสงฆ์และเครือข่ายไทยพุทธในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้สะท้อนสถานการณ์และประเด็นปัญหา รวมถึงแนวทางในการช่วยเหลือและดูแลพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา

คุณหญิงกัลยา เยี่ยมชมอุโมงค์น้ำชิคาโก โมเดลแก้ปัญหาน้ำท่วมและกำจัดน้ำเสีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/697645

คุณหญิงกัลยา เยี่ยมชมอุโมงค์น้ำชิคาโก  โมเดลแก้ปัญหาน้ำท่วมและกำจัดน้ำเสีย

คุณหญิงกัลยา เยี่ยมชมอุโมงค์น้ำชิคาโก โมเดลแก้ปัญหาน้ำท่วมและกำจัดน้ำเสีย

วันอังคาร ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย โฆษกประจำตัวรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ในช่วงเช้าวันที่ 7 ธันวาคม 2565 ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และคณะฯ ได้เดินทางมาดูโครงการแก้ปัญหาคุณภาพน้ำและอุทกภัย “TARP” (Chicago’s Tunnel And Reservoir Plan) หรือ “Deep Tunnel” ระบบอุโมงค์น้ำขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม ปรับปรุงคุณภาพน้ำในเส้นทางน้ำของชิคาโก และปกป้องทะเลสาบมิชิแกนจากมลพิษที่เกิดจากท่อระบายน้ำล้น โดยความสำเร็จของ TARP ช่วยลดความเสียหายจากภัยพิบัติปีละกว่า 350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และช่วยให้ชาวเมืองชิคาโกและเมืองใกล้เคียงหลายล้านคนและธุรกิจปลอดภัยจากน้ำท่วม ซึ่งถือเป็นโมเดลตัวอย่างของการบริหารจัดการน้ำเรื่องน้ำท่วมและการจัดการน้ำเสียที่ดีที่สุดของประเทศ และแห่งหนึ่งของโลก

คุณหญิงกัลยา ได้แลกเปลี่ยนว่า ประเทศไทยไม่ได้มีปัญหาเรื่องน้ำฝน แต่มีปัญหาเรื่องการบริหารจัดการน้ำ สิ่งที่ต้องเติมให้กับคนก็คือองค์ความรู้ ซึ่งการได้มาดูงานในครั้งนี้ สามารถนำไปปรับใช้กับประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีสภาพทางภูมิศาสตร์ใกล้เคียงกัน และประสบกับปัญหาน้ำท่วมจำนวนมากทำให้ได้รับผลกระทบแบบเดียวกันกับกรุงเทพมหานครนอกจากนี้คุณหญิงกัลยา เห็นว่าระบบอุโมงค์น้ำมีสิ่งที่เหมือนแนวทางการบริหารจัดการน้ำตามแนวพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ 9 นั่นคือ การใช้ธรรมชาติมาช่วยธรรมชาติ เช่น เรื่องการใช้หลักแรงโน้มถ่วงการใช้จุลินทรีย์ในการบำบัดน้ำเสีย

นางดรุณวรรณกล่าวต่อว่า การมาดูงานครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก วุฒิสมาชิก แทมมี่ ดักเวิร์ท และวุฒิสมาชิก ดิค เดอร์บิน ประธาน คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากในวุฒิสภาแห่งมลรัฐอิลลินอยส์ รวมทั้ง Commissioner Eira L. The Metropolitan Water Reclamation District of GreaterChicago (MWRD) และคณะฯ มาบรรยายให้ความรู้ด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมาก นอกจาก Commissioner Eira จะชื่นชม ดร.คุณหญิงกัลยา ที่ทำเรื่องการ
บริหารจัดการน้ำจนเกิดผลลัพธ์ในวิทยาลัยเกษตรฯ และขยายผลไปยังชุมชนแล้วสิ่งที่ Commissioner Eira พูดไว้ตอนหนึ่งคือ “เราต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ และทำงานร่วมกับธรรมชาติ ไม่ใช่ไปสู้กับธรรมชาติ” เพราะถ้าเราอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้ ก็จะหาแนวทางที่จะลดผลกระทบที่มาจากภัยพิบัติทางธรรมชาติได้เช่นเดียวกัน

หลังจากนั้น ในช่วงบ่าย ดร.คุณหญิง กัลยา และคณะฯ ได้เดินทางไป American Water Works Association (AWWA) โดยได้รับการต้อนรับจาก Annie Storey,CAE Executive Director และ คณะกรรมการ AWWA องค์กรไม่แสวงหากำไรสากล ที่ทำงานด้านวิทยาศาสตร์และการศึกษา ที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำและการจัดหาน้ำ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2424 ซึ่งมีสมาชิกจากทั่วโลกประมาณ 50,000 คน โดยสิ่งที่น่าสนใจในการดูงานที่ AWWA คือที่นี่ เน้นเรื่องการมีส่วนร่วมของคนทุกระดับ เริ่มตั้งแต่เยาวชน ซึ่งตรงกับหลักคิดของดร.คุณหญิงกัลยาที่ว่าการที่จะให้ความรู้ และให้เห็นถึงความสำคัญในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำ ต้องเริ่มจากเยาวชนก่อน ซึ่ง AWWA ทำกิจกรรม มีหลักสูตร ทำเป็นศูนย์ความรู้ในเรื่องน้ำเพื่อให้ความรู้กับทุกคนซึ่งก็สอดคล้องกับแนวทางของคุณหญิงกัลยาที่ได้เอาองค์ความรู้เรื่องของน้ำไปสอดแทรกในสถานศึกษา ปลูกฝังให้กับเด็กและเยาวชน โดยสิ่งที่เห็นเป็นรูปธรรมคือการทำให้เกิดหลักสูตรชลกรซึ่งถือเป็นซอฟต์แวร์ที่สำคัญในการสร้างคน และเป็นแนวทางในการสร้างอาชีพในอนาคต ช่วยทำให้มีรายได้จากอาชีพที่เกี่ยวข้องทั้งในไทยและในองค์กรเกี่ยวกับน้ำที่เป็นสากลได้ด้วยเช่นกัน

เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าแนะรัฐใช้กฎหมายควบคุม เชื่อช่วยแก้ปัญหาเด็กติดบุหรี่ไฟฟ้าแทนการแบน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/697644

เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าแนะรัฐใช้กฎหมายควบคุม  เชื่อช่วยแก้ปัญหาเด็กติดบุหรี่ไฟฟ้าแทนการแบน

เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าแนะรัฐใช้กฎหมายควบคุม เชื่อช่วยแก้ปัญหาเด็กติดบุหรี่ไฟฟ้าแทนการแบน

วันอังคาร ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายมาริษ กรัณยวัฒน์ ตัวแทนเครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า กลุ่มลาขาดควันยาสูบ “ECST” และเพจ “บุหรี่ไฟฟ้าคืออะไร” กล่าวถึงกระแสข่าวที่พบเด็กและเยาวชนอายุ 15-24 ปีใช้บุหรี่ไฟฟ้ามากขึ้นว่า การแบนบุหรี่ไฟฟ้าป้องกันเด็กและเยาวชนไม่ได้จริง แต่กลับทำให้เด็กแอบซื้อบุหรี่ไฟฟ้าเถื่อนจากตลาดใต้ดินและตลาดออนไลน์ได้ง่ายขึ้นอีกต่างหาก ทำให้ไม่สามารถควบคุมอะไรได้เลยและยิ่งนานวันปัญหายิ่งมากขึ้น ซึ่งภาครัฐไม่สามารถวิ่งไล่จับหรือปราบปรามให้หมดได้โดยเฉพาะการเข้าถึงผ่านทางช่องทางออนไลน์ ทุกวันนี้เรามี พระราชบัญญัติควบคุมบุหรี่ ที่ห้ามโฆษณาสินค้าห้ามไม่ให้คนที่อายุต่ำกว่า 20 ปีซื้อบุหรี่ได้และร้านค้าที่จะขายก็ต้องมีใบอนุญาตเท่านั้น ไม่ให้มีการขายออนไลน์ จำนวนเด็กที่สูบบุหรี่จึงมีอัตราต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับจำนวนคนสูบบุหรี่ทั้งประเทศ แสดงว่าการมีกฎหมายควบคุมนั้นได้ผล หากมีกฎหมายควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเหมาะสมในลักษณะเดียวกัน เราเชื่อว่าจะช่วยแก้ปัญหาได้ เช่นเดียวกับที่พรรคภูมิใจไทยและกระทรวงสาธารณสุขพยายามผลักดันร่างพระราชบัญญัติกัญชากัญชง เพื่อป้องกันการเข้าถึงของเด็กและเยาวชน

นายมาริษกล่าวต่อว่า จากผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติปี 2564 พบว่ากลุ่มเด็กและเยาวชนที่อายุ 15 ถึง 19 ปีเป็นกลุ่มที่สูบบุหรี่เพียง 6.2% เท่านั้น ซึ่งเทียบกับกลุ่มอายุ 25 ถึง 44 ปี ซึ่งมีจำนวนผู้สูบบุหรี่ 21% นับว่าต่ำกว่ามาก และกลุ่มเด็กและเยาวชนเป็นกลุ่มที่มีอัตราผู้สูบบุหรี่น้อยที่สุดในประชากรทุกกลุ่ม และเกือบ 80 ประเทศทั่วโลกใช้กฎหมายมาควบคุมเพื่อป้องกันการเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าของเด็กและเยาวชนแทน เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่อนุญาตการขายบุหรี่ไฟฟ้า ก็จะสั่งให้ทางบริษัทเจ้าของสินค้าทำแผนการตลาดที่ไม่ดึงดูดเด็กและเยาวชนมาให้ตรวจสอบด้วย

“ตอนนี้เริ่มมีหลายหน่วยงานที่มาศึกษาปัญหานี้ เช่น สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินคณะกรรมาธิการการพาณิชย์คณะอนุกรรมาธิการการสาธารณสุข สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กรมสรรพสามิต กระทรวงดีอีเอสเราจึงเรียกร้องให้รัฐบาลภายใต้การนำของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาศึกษาจากตัวอย่างในต่างประเทศกว่า 70 ประเทศที่ควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าให้ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อป้องกันการเข้าถึงของเด็กและเยาวชนและพิจารณาให้รอบด้านมากกว่ามิติด้านสุขภาพเพียงอย่างเดียวเพราะปัญหานี้มีความซับซ้อน ไม่อาจแก้ไขด้วยการแบนหรือการกดทับปัญหาเอาไว้โดยไม่ยอมรับความจริง เพราะทุกวันที่ผ่านไปเท่ากับเราปล่อยให้เด็กและเยาวชนหันมาใช้บุหรี่ไฟฟ้ามากขึ้น”นายมาริษกล่าวทิ้งท้าย

นักวิจัย ม.อ. คว้าทุนวิจัยลอรีอัล การฟื้นฟูระบบนิเวศหญ้าทะเล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/697642

นักวิจัย ม.อ. คว้าทุนวิจัยลอรีอัล  การฟื้นฟูระบบนิเวศหญ้าทะเล

นักวิจัย ม.อ. คว้าทุนวิจัยลอรีอัล การฟื้นฟูระบบนิเวศหญ้าทะเล

วันอังคาร ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

รศ.ดร.พิมพ์ชนก บัวเพชร หลักสูตรชีววิทยาศาสตร์ สาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้รับทุนในสาขาชีวภาพในงานวิจัย “การบูรณาการคุณลักษณะทางนิเวศสรีรวิทยาของหญ้าทะเลเพื่อส่งเสริมการฟื้นฟูระบบนิเวศและความสามารถในการกักเก็บคาร์บอน” จากโครงการทุนวิจัย ลอรีอัล ประเทศไทยเพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการที่ลอรีอัลให้ความสำคัญในการดำเนินงานทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง โดยให้สตรีเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเปิดมุมมองใหม่ๆ ด้านงานวิจัยเพราะเชื่อว่าโลกต้องการวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์ต้องการสตรี

งานวิจัย “การบูรณาการคุณลักษณะทางนิเวศสรีรวิทยาของหญ้าทะเลเพื่อส่งเสริมการฟื้นฟูระบบนิเวศและความสามารถในการกักเก็บคาร์บอน” ได้วิจัยเกี่ยวกับหญ้าทะเลที่เป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนที่มีประสิทธิภาพ จัดเป็นหนึ่งในระบบนิเวศคาร์บอนสี มีบทบาทโดดเด่นในการบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แหล่งหญ้าทะเลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สามารถกักเก็บคาร์บอนได้สูง แต่ปัจจุบันพื้นที่หญ้าทะเลที่สมบูรณ์ลดลงต่อเนื่อง แม้ประเทศไทยมีโครงการฟื้นฟูหญ้าทะเลมายาวนาน แต่ต้องศึกษาเพิ่มเติมและติดตามระยะยาวอย่างเป็นระบบ งานวิจัยนี้นับเป็นโครงการแรกในประเทศไทยและในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่บูรณาการองค์ความรู้ด้านนิเวศสรีรวิทยาเพื่อเพิ่มความสำเร็จในการฟื้นระบบนิเวศหญ้าทะเล และผลการศึกษาจากงานวิจัยนี้เป็นข้อมูลสำคัญในการวางแผนการฟื้นฟูระบบนิเวศหญ้าทะเลและช่วยระบุสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม รวมถึงปัจจัยคุกคามเพื่อเพิ่มโอกาสและความสำเร็จในการฟื้นฟูระบบนิเวศหญ้าทะเลนำไปสู่การลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ และเป็นแนวทางการจัดการทรัพยากรหญ้าทะเล เพื่อส่งเสริมศักยภาพในการกักเก็บคาร์บอนต่อไป

รศ.ดร.พิมพ์ชนก บัวเพชร กล่าวต่อไปว่า ทุนวิจัยลอรีอัลเพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์ เป็นทุนที่สนับสนุนงานวิจัยที่ดำเนินการอยู่แล้วและต้องการต่อยอดรวมถึงยังเป็นงานวิจัยที่ตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ SDGs Sustainable Development Goals ขององค์การสหประชาชาติ โดยงานวิจัยด้านดังกล่าว เป็นประเด็นที่หลายภาคส่วนให้ความสำคัญทั้งในระดับชาติและนานาชาติ สอดคล้องกับแนวคิดทศวรรษแห่งการฟื้นฟูระบบนิเวศขององค์การสหประชาชาติ และยังเป็นหนึ่งใน flagship ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ที่ดำเนินการขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่อง