‘สุทธิพงษ์ จุลเจริญ’ บูรณาการ‘ทีมงาน’ระดับพื้นที่ ปัจจัยสำเร็จ‘พัฒนาอย่างยั่งยืน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696521

‘สุทธิพงษ์ จุลเจริญ’  บูรณาการ‘ทีมงาน’ระดับพื้นที่  ปัจจัยสำเร็จ‘พัฒนาอย่างยั่งยืน’

‘สุทธิพงษ์ จุลเจริญ’ บูรณาการ‘ทีมงาน’ระดับพื้นที่ ปัจจัยสำเร็จ‘พัฒนาอย่างยั่งยืน’

วันพุธ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

24 พ.ย. 2565 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เยี่ยมชมการปลูกผักสวนครัวของประชาชน ในโครงการ “บ้านนี้มีรักปลูกผักกินเอง”ที่ ต.โก่งธนู อ.เมือง จ.ลพบุรี

“เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs)” เป็นเป้าหมายที่รับการรับรองในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (UN) ในเดือนก.ย.2558 มีทั้งหมด 17 ข้อ โดยที่ประชุมคาดหวังว่า รัฐชาติต่างๆที่เป็นสมาชิกจะนำไปปฏิบัติให้บรรลุผลได้ภายในปี 2573 เพื่อให้ทิศทางการพัฒนาของโลกใบนี้เป็นไปอย่างยั่งยืนทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม

โดยในระดับโลก “ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการพัฒนาเศรษฐกิจ” เป็นภัยคุกคามสำคัญที่ทุกประเทศต้องเผชิญ ขณะที่ในประเทศไทยเองก็ยังมีปัญหา “ความยากจน-เหลื่อมล้ำ” ที่แม้ภาครัฐหลายยุคสมัยพยายามแก้ไข แต่ก็ยังไม่ค่อยประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจนัก ซึ่งปัจจัยสำคัญประการหนึ่งมาจาก “การพัฒนาที่ไม่ต่อเนื่อง” อีกทั้งไม่ตอบโจทย์ความต้องการของพื้นที่

สุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย บอกเล่าความเป็นไปของบ้านเมืองผ่านประสบการณ์การรับราชการมาอย่างยาวนาน ว่า “สิ่งที่ท้าทายที่สุดในการไปให้ถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนคือการลงมือทำจริง” เพราะการพูดว่าจะทำนั่นทำนี่ใครๆ ก็พูดได้ ขณะเดียวกันการลงมือทำก็ยังขาดความต่อเนื่อง เช่น รัฐบาลหนึ่งอยากทำอย่างหนึ่ง อีกรัฐบาลก็อยากทำอีกอย่างหนึ่ง หรือผู้ว่าราชการจังหวัดคนหนึ่งสนใจเรื่องหนึ่งแต่ผู้ว่าฯ อีกคนก็สนใจอีกเรื่องหนึ่ง เป็นต้น

แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้ง 17 ข้อ ซึ่งจะช่วยให้ทั้งชีวิตคน สิ่งแวดล้อมและโลกอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข จำเป็นต้องทำให้เกิดขึ้นจริงให้ได้ เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว ปัญหาความเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ (Climate Change) เช่น อุณหภูมิโลกเพิ่มสูงขึ้นจนทำให้อากาศวิปริตแปรปรวนจนเกิดภัยธรรมชาติในระดับที่ไม่เคยเกิดมาก่อนก็จะตามมา

“ทุกคนก็เห็นพ้องต้องกัน ทางกระทรวงมหาดไทย ผมเองก็เห็นจุดอ่อนว่ามันไม่ค่อยทำกันอย่างจริงจังนะ คนที่มีหน้าที่หรือไม่มีหน้าที่ก็แล้วแต่ แต่มันน่าจะเป็นหน้าที่ของทุกคน เขาไม่ค่อยได้ทำกันหรอก เราก็กลัวอย่างนั้นอันที่หนึ่ง อันที่สองเรากลัวว่าแนวทางมันไม่ยั่งยืน ดังนั้นเรื่องแรกที่สุดผมก็ชวนผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด มาในนามจังหวัดนะ 76 จังหวัด 76 คน ให้แต่ละจังหวัดไปพิจารณาแล้วก็ช่วยกัน ตัดสินใจว่าเราจะมาทำสัญญาร่วมกันไหม? ว่าเราจะมีเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” สุทธิพงษ์ กล่าว

จากข้อสรุปข้างต้น นำไปสู่การประกาศ “1 จังหวัด 1 คำมั่นสัญญา เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” มีเป้าหมายทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่ง สุทธิพงษ์ เผยว่า คำมั่นสัญญานี้มีการจัดพิธีลงนามบันทึกความตกลงร่วม (MOU) กันที่สำนักงานสหประชาชาติประจำประเทศไทย โดยมี กีตา ซับบระวาล (Gita Sabharwal) ผู้ประสานงานสหประชาชาติประจำประเทศไทย ร่วมในพิธีด้วย

และเพื่อให้แนวทางเกิดความมั่นคงรวมถึงสร้างความมั่นใจ จึงขอให้อธิบดีกรมการปกครอง จัดทำแนวทางการทำงานสำหรับนายอำเภอ ในชื่อโครงการ “นายอำเภอบำบัดทุกข์บำรุงสุขแบบบูรณาการอย่างยั่งยืน” โดยคำว่า “บูรณาการ”แบ่งเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วย 1.เนื้องาน เช่น ด้านสาธารณสุข ด้านที่อยู่อาศัย ด้านการทำมาหากิน ฯลฯ ซึ่งทุกเรื่องมีกระทรวงต่างๆรับผิดชอบอย่างครบถ้วน

แต่ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอต้องเป็นผู้นำ “ผู้ว่าฯ-นายอำเภอ เปรียบเสมือนเป็นนายกรัฐมนตรีในจังหวัดหรืออำเภอที่ตนเองปฏิบัติหน้าที่ จึงต้องบูรณาการงานของทุกกระทรวงทบวง กรม” เพื่อทำให้คุณภาพชีวิตคนดีขึ้น กับ 2.เพื่อนร่วมอุดมการณ์ หรือทีมงานร่วมขับเคลื่อน “เพื่อปิดจุดอ่อนที่มีมาตลอด นั่นคือผู้ว่าฯ และนายอำเภอมีวาระการเลื่อนตำแหน่ง โยกย้ายหรือเกษียณอายุ ทำให้งานด้านการพัฒนาขาดความต่อเนื่องและไม่ยั่งยืน” เพราะไม่ได้อยู่ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งเป็นเวลานาน

“ทีมของท่านนายอำเภอ ทีมของท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ต้องไม่มีเฉพาะข้าราชการ ไม่ใช่เป็นนายกรัฐมนตรีแล้วทำงานกับหัวหน้าส่วนราชการ ทำกับเกษตรอำเภอ ศึกษาธิการ ผอ.เขตการศึกษา สาธารณสุขอำเภอ วัฒนธรรมจังหวัด พัฒนาการอำเภอ ที่ดินอำเภอ อะไรอย่างนี้ ไม่ใช่! แค่นั้นไม่พอ! ทีมที่เราคิดว่ามันจะเป็นเหมือนกับสิ่งที่ทำให้เรามั่นใจว่าสิ่งดีๆ ที่คิดจะทำมันจะถูกทำต่อ” ปลัดกระทรวงมหาดไทย ระบุ

สุทธิพงษ์ ขยายความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสร้างทีมงานเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนที่มีแนวร่วมมากกว่าภาครัฐ ว่าประกอบด้วย 1.ผู้นำศาสนา เช่น พระสงฆ์ ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ หรือโต๊ะอีหม่ามในชุมชนของผู้นับถือศาสนาอิสลาม บาทหลวงในชุมชนชาวคริสต์ เป็นต้น 2.ภาควิชาการ ครูเป็นข้าราชการที่ไม่ค่อยมีการโยกย้าย สอนที่โรงเรียนไหนก็มักจะอยู่ที่นั่นเป็นเวลานาน บางท่านสอนตั้งแต่รุ่นพ่อถึงรุ่นลูกหรือแม้แต่รุ่นหลาน รวมถึงยังมีอาจารย์มหาวิทยาลัยสำหรับจังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยตั้งอยู่

3.ภาคเอกชน คนทำธุรกิจที่ใดก็มักจะปักหลักอยู่ที่นั่นไม่ค่อยย้ายไปไหน 4.ภาคประชาสังคม หมายถึงกลุ่มที่ประชาชนรวมตัวกันและมีผู้นำ เช่น กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ที่มีโครงสร้างลงไปถึงระดับตำบล กลุ่มอาชีพอย่างเครือข่ายเกษตรกร หรืออาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.)เป็นต้น ภาคประชาสังคมนี้ไม่จำกัดจำนวน จึงขึ้นอยู่กับความพร้อมหรือความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่

5.ภาคประชาชน หมายถึงบุคคลทั่วไปที่ไม่ได้เป็นสมาชิกกลุ่มต่างๆ แต่ได้รับความเคารพนับถือ เช่น ผู้อาวุโสในชุมชน แพทย์พื้นบ้านฯลฯ ซึ่งมีความรู้และความคิดดีรวมถึงมีจิตอาสา และ 6.สื่อมวลชน เพราะการสื่อสารกับสังคมเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งทีมทั้งหมดนี้จะกลายเป็นทีมประจำพื้นที่ และที่ผ่านมาได้ทดลองทำไปแล้วในระดับอำเภอและได้ผลดีมาก เกิดความคึกคักของบรรยากาศการทำงานร่วมกันระหว่างประชาชนกับนายอำเภอ

“ทีมคนพวกนี้มันเหมือนสภาประชาชน แล้วเขาไม่ได้ย้ายตามนายอำเภอ แต่เขาเริ่มกระบวนการในการมารวมตัวกันแล้วก็ช่วยกันเสนอแนะถึงปัญหาและแนวทางในการพัฒนาอย่างยั่งยืน แล้วก็ร่วมหัวจมท้ายลงมือทำงานด้วยกัน นายอำเภอก็รองเท้าสึกก่อนก้นกางเกงขาด เหมือนที่สมเด็จกรมพระยาดํารงราชานุภาพ ปฐมเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยท่านสอนไว้ คือนั่งอยู่ที่ที่ว่าการอำเภอไม่ได้ ต้องไปพบปะ ไปคุย ไปช่วยกันทำงานกับชาวบ้านในตำบล-หมู่บ้านต่างๆ” สุทธิพงษ์ ฉายภาพโครงสร้างเครือข่ายการทำงานที่นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวในตอนท้ายว่า แม้ในเวลาต่อมานายอำเภอจะมีความดีความชอบจนได้รับการเลื่อนตำแหน่ง หรือโยกย้ายตามวาระ หรือเกษียณอายุราชการ นายอำเภอคนใหม่ที่มาดำรงตำแหน่งแทนก็จะต้องทำงานร่วมกับเครือข่ายเหล่านี้ ซึ่งหากคนในพื้นที่ประสานเสียงว่าต้องการจะขับเคลื่อนเรื่องใดนายอำเภอก็คงไม่ไปขัดแย้งเพราะมีหน้าที่รับใช้ประชาชน ปัญหาการพัฒนาที่ไม่ต่อเนื่องก็จะลดลง

อีกทั้งนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ตรงจุด เข้ากับบริบทภูมิสังคมและเป็นความต้องการของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง!!!

#WorldSoilDay #วันดินโลก #soilswherefoodbegins #Soils4Nurition #FAO #MOI #กระทรวงมหาดไทย #บำบัดทุกข์บำรุงสุข #SDGsforAll #ChangeforGood

สุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย

สุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย

2 ธ.ค. 2565 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่วัดป่าศรีแสงธรรม บ้านดงดิบ ต.ห้วยยาง อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี

2 ธ.ค. 2565 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่วัดป่าศรีแสงธรรม บ้านดงดิบ ต.ห้วยยาง อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี

6 มิ.ย. 2565 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงฯ นำผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ร่วมประกาศเจตนารมณ์เพื่อประเทศไทยที่ยั่งยืน (Statement of Commitment to Sustainable Thailand) ด้วยแนวคิด “76 จังหวัด 76 คำมั่นสัญญา เพื่อการพัฒนา เพื่อความเท่าเทียม เพื่อความยั่งยืน โลกนี้เพื่อเรา” ณ ห้องประชุม ESCAP Hall ชั้น 2 ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ (UN) ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ (ขอบคุณภาพจาก thailand.un.org)

6 มิ.ย. 2565 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงฯ นำผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ร่วมประกาศเจตนารมณ์เพื่อประเทศไทยที่ยั่งยืน (Statement of Commitment to Sustainable Thailand) ด้วยแนวคิด “76 จังหวัด 76 คำมั่นสัญญา เพื่อการพัฒนา เพื่อความเท่าเทียม เพื่อความยั่งยืน โลกนี้เพื่อเรา” ณ ห้องประชุม ESCAP Hall ชั้น 2 ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ (UN) ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ (ขอบคุณภาพจาก thailand.un.org)

‘ตรีนุช’โชว์สอนประวัติศาสตร์แนวใหม่ ‘บิ๊กตู่’กำชับรู้เรื่องใกล้ตัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696456

'ตรีนุช'โชว์สอนประวัติศาสตร์แนวใหม่ 'บิ๊กตู่'กำชับรู้เรื่องใกล้ตัว

‘ตรีนุช’โชว์สอนประวัติศาสตร์แนวใหม่ ‘บิ๊กตู่’กำชับรู้เรื่องใกล้ตัว

วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.39 น.

วันที่ 6 ธันวาคม 2565 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้จัดนิทรรศการ “ การจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ ”โดยมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ คณะรัฐมนตรี ร่วมชมนิทรรศการ ซึ่งนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ประกาศนโยบายและจุดเน้นเรื่องการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ ประจำปีงบประมาณ 2566 โดยการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง และศีลธรรม ให้มีความทันสมัย น่าสนใจ เหมาะสมกับวัยของผู้เรียน ควบคู่ไปกับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของท้องถิ่น และการเสริมสร้างวิถีชีวิตของความเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง ซึ่งการจัดนิทรรศการในวันนี้ ศธ.ต้องการสะท้อนให้เห็นถึงการส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ ใน 4 ส่วน ดังนี้ ส่วนแรก วิชาประวัติศาสตร์ประกาศความเป็นไทย ปรับโครงสร้างเวลาเรียนรายวิชาพื้นฐาน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 โดยได้จัดทำร่างประกาศ ศธ.เรื่อง การบริหารจัดการโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และ 1 รายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์  ของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ โครงสร้าง 8+1 เพื่อให้สถานศึกษานำไปใช้ในการส่งเสริมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learing) ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ทั้งในมิติของการจัดการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล และการใช้สื่อและแหล่งเรียนรู้

รมว.ศธ.กล่าวต่อว่า ส่วนที่ 2 การนำเสนอ Best Practice จากโรงเรียนในสังกัด สพฐ. เช่น โรงเรียนสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่  นำเสนอ “เรียนรู้ประวัติศาสตร์ใกล้ตัว สู่การสร้างสรรค์ชุมชนอย่างยั่งยืน” ที่มุ่งเน้นการหาความรู้จากชุมชนใกล้ตัวของผู้เรียน และจัดทำสื่อถ่ายทอดประสบการณ์ลงสื่อสังคมออนไลน์ เช่น Podcast, TiKTok, Live เพื่อสร้างการรับรู้ในประวัติความเป็นมาผลิตภัณฑ์ชุมชน จุดเด่น เอกลักษณ์ และความภาคภูมิใจ โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำเสนอ “เรียนรู้อย่างภูมิใจสู่นักประวัติศาสตร์ไทยรุ่นเยาว์” เริ่มต้นจากการศึกษาประวัติศาสตร์ไทยในห้องเรียน ด้วยสื่อ Animation “ The Diary” และ การเรียนรู้ในห้องเรียน ขยายสู่การเรียนรู้จากแหล่งเรียนประวัติศาสตร์รอบโรงเรียน จากการเรียนรู้ เป็นการเห็นคุณค่า สู่ความภาคภูมิใจ และจิตอาสามัคคุเทศก์น้อย 

ส่วนที่ 3 เป็นการสาธิตและมอบสื่อบอร์ดเกมส์ จากมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และส่วนที่ 4 เป็นการการนำเสนอสื่อและแหล่งเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นสื่อประวัติศาสตร์แบบใหม่ ในรูปแบบสื่อการ์ตูนแอนิเมชั่น สื่อบอร์ดเกม สื่อการเรียนรู้นอกห้องเรียนเสมือนจริง (Vitual Field Trip) สื่อเทคโนโลยีภาพเสมือนจริง (AR : Augmented Reality) และสื่อการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านการสื่อสารร่วมสมัย อาทิ สื่อการ์ตูนแอนิเมชั่น “จิตตนคร” คุณธรรม นำสู่คุณลักษณะอันพึงประสงค์ สื่อการ์ตูนแอนิเมชั่น “สัมมาทิฏฐิ” คำสอนสำคัญเสมือนกุญแจที่จะไขไปสู่พระธรรมคำสอน และ สื่อการ์ตูนแอนิเมชั่น (Animation) THE DARY ย้อนเวลาสู่อดีต เพื่อการเรียนประวัติศาสตร์ชาติไทย สื่อการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ นอกห้องเรียนเสมือนจริง (Virtual Field Trip) เรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย 3 สมัย เป็นต้น 

นางสาวตรีนุช กล่าวอีกว่า นายกรัฐมนตรีได้กล่าวกับนักเรียนที่มาร่วมจัดนิทรรศการ ด้วยว่า การเรียนการสอนประวัติศาสตร์ต้องเริ่มต้นจากประวัติศาสตร์ชุมชน เดินก้าวเท้าออกจากโรงเรียนก็เป็นประวัติศาสตร์แล้ว ให้เด็กรู้จักบ้านเราก่อน รู้เราเป็นใครมาจากไหน มีความเป็นมาอย่างไรแล้ว เกิดความรักชุมชน และขยายสู่ประวัติศาสตร์ชาติ ครูต้องพัฒนาการสอนใหม่เป็นแบบ Active learning สอนให้เด็กรู้จักคิด วิเคราะห์ มีเหตุผล โดยเชื่อมโยงจากสิ่งใกล้ตัวก่อน ให้เด็กเข้าใจง่าย เช่น ทำไมประเทศไทยไม่ตกเป็นเมืองขึ้นของใคร พันท้ายนรสิงห์ ทำไมถึงยอมโดนประหาร ทั้งที่พระเจ้าเสือให้อภัยแล้ว ก็เพราะต้องการรักษากฎหมายบ้านเมืองเอาไว้ เป็นต้น

น้อมรำลึกวันพ่อแห่งชาติ5ธันวาคม ในหลวงรัชกาลที่9 ทั่วปท.ทำบุญถวายเป็นพระราชกุศล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696362

น้อมรำลึกวันพ่อแห่งชาติ5ธันวาคม  ในหลวงรัชกาลที่9  ทั่วปท.ทำบุญถวายเป็นพระราชกุศล

น้อมรำลึกวันพ่อแห่งชาติ5ธันวาคม ในหลวงรัชกาลที่9 ทั่วปท.ทำบุญถวายเป็นพระราชกุศล

วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.15 น.

น้อมรำลึกวันพ่อแห่งชาติ5ธันวาคม ในหลวงรัชกาลที่9 ทั่วปท.ทำบุญถวายเป็นพระราชกุศลน้อมจิตมั่นร้อยใจเป็นหนึ่งเดียว ร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเทิดทูนเหนือเกล้าฯตราบนิจนิรันดร์

นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีวางพานพุ่มและถวายบังคม เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2565 ขณะที่ทั่วประเทศร่วมพิธีตักบาตรทำบุญน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2565 เวลา 08.30 น. ที่บริเวณพิธีท้องสนามหลวง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา เป็นประธานในพิธีวางพานพุ่มและถวายบังคม เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2565 โดยมีประธานรัฐสภา ประธานศาลฎีกาและภริยา ประธานวุฒิสภา ประธานองค์กรอิสระและคู่สมรส คณะรัฐมนตรีและคู่สมรส เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้บัญชาการเหล่าทัพและภริยา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและภริยา หัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า ปลัดกรุงเทพมหานคร และภาคีเครือข่ายภาคเอกชน ร่วมพิธี ดังนี้

น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

นายกรัฐมนตรีวางพานพุ่มดอกไม้ในนามนายกรัฐมนตรี 1 พาน และในนามคณะรัฐมนตรี 1 พาน จากนั้น ภริยานายกรัฐมนตรีวางพานพุ่มดอกไม้ในนามคู่สมรสคณะรัฐมนตรี 1 พาน จากนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ความว่า

เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติในวันนี้ ข้าพระพุทธเจ้า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ข้าราชการ และพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ต่างน้อมจิตมั่นร้อยรวมดวงใจเป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาสุดมิได้

ยึดมั่นศาสตรแห่งพระราชา

ตลอดระยะเวลา 70 ปี แห่งการครองราชย์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงปฏิบัติตามพระราชปณิธาน ด้วยพระราชหฤทัยอันมุ่งมั่น ทรงครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขของอาณาประชาราษฎร์โดยถ้วนหน้า ทรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการด้วยพระราชวิริยอุสาหะ เพื่อให้ทวยราษฎร์มีความผาสุกร่มเย็นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีทรงค้นคิดวิธีคลี่คลายบรรเทาปัญหาของราษฎรผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาส โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทรงพระกรุณาพระราชทาน “ศาสตร์แห่งพระราชา” เพื่อเป็นแนวทางให้ราษฎรพึ่งพาตนเองได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน และใช้ผืนแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผลงานโครงการมากกว่า 4,000 โครงการ อันเกิดจากพระปรีชาสามารถของพระองค์ล้วนได้รับการยกย่องสดุดีพระเกียรติคุณทั้งภายในประเทศและจากนานานาประเทศว่าเป็นผลงานที่ทรงคุณค่าและอำนวยประโยชน์อย่างยิ่งแก่ผองผสกนิกรไทย ทั้งยังสร้างแรงบันดาลใจแก่ประเทศต่าง ๆ หลายประเทศ

ร่วมแสดงความจงรักภักดี

ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น ที่ทรงมีต่อปวงประชาประดุจดั่ง “พ่อของแผ่นดิน” พระองค์จึงสถิตอยู่ในดวงหทัยของพสกนิกรชาวไทยสนิทแนบแน่นตลอดมา ทรงเป็นมิ่งขวัญ เป็นกำลังใจ และกำลังศรัทธาของชาวไทยทุกหมู่เหล่า ปวงข้าพระพุทธเจ้าจึงขอร่วมจิต พร้อมน้อมแสดงความจงรักภักดี เทิดทูนพระองค์ไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อมตราบนิจนิรันดร์

จากนั้น นายกรัฐมนตรีและภริยานำผู้ร่วมพิธีถวายบังคมหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยพร้อมเพรียงกัน

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีถวายบังคม ผู้ร่วมพิธีแต่ละหน่วยงานเข้าวางพานพุ่มดอกไม้ตามลำดับ

ทั่วไทยร่วมทำบุญตักบาตร

ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล และพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2565

จากนั้นปลัดกระทรวงมหาดไทย นำผู้ร่วมพิธีฯ กล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิ ทั้งขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ร่วมกันแสดงออกซึ่งความจงรักภักดี น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ทรงมีต่อพวกเราชาวไทยอย่างอเนกอนันต์ ด้วยการทำความดีเพื่อปฏิบัติบูชาน้อมถวายเป็นพระราชกุศล ด้วยการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และทฤษฎีใหม่ โครงการพระราชดำริมาทำให้เกิดผลเป็นรูปธรรม อาทิ การปลูกผักสวนครัว สร้างความมั่นคงด้านอาหาร เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา เพื่อมีอาหารไว้รับประทานในครัวเรือน ตามหลักการพึ่งพาตนเอง รวมทั้งน้อมนำพระราชดำริ ด้านการพัฒนาทรัพยากรดิน ซึ่งพระองค์ได้รับการถวายการยกย่องจากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ให้ทรงเป็น “พระบิดาแห่งดินโลก” และกำหนดให้ในวันที่ 5 ธันวาคม เป็นวันดินโลก ซึ่งทุกจังหวัดได้มีการจัดกิจกรรม และปฏิญาณตนเนื่องในวันดินโลกในวันนี้ เพื่อทำให้เราทุกคนได้เป็นพลเมืองที่ดีของโลกในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ทรัพยากรดิน อันสะท้อนถึงการเป็นลูกที่ดีของพระองค์ เพื่อทำให้ประเทศชาติและโลกใบเดียวนี้ของพวกเราทุกคนมีสิ่งแวดล้อมที่ดี ยังประโยชน์ให้ลูกหลานคนรุ่นต่อ ๆ ไปได้มีอนาคต มีคุณภาพชีวิตที่ดี ดังพระราชประสงค์ที่พระองค์ทรงทำเป็นแบบอย่างไว้ให้กับพวกเราคนไทย ให้ยั่งยืนสืบไป

เบตงจัดพิธีทำบุญตักบาตร

ที่วัดพุทธาธิวาส พระอารามหลวง อ.เบตง จ.ยะลา นายเอก ยังอภัย ณ สงขลา นายอำเภอเบตง นำส่วนราชการและประชาชนทุกหมู่เหล่าที่พร้อมใจกันสวมใส่เสื้อเหลือง ร่วมพิธีทำบุญตักบาตร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติและวันพ่อแห่งชาติ ประจำปี 2565

จากนั้น นายอำเภอเบตงเป็นประธานในพิธีวางพานพุ่มดอกไม้และพิธีถวายบังคม เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติและวันพ่อแห่งชาติ ประจำปี 2565 ณ หอประชุม รร.เบตง “วีระราษฎร์ประสาน” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงอุทิศพระวรกาย พระราชหฤทัยและพระสติปัญญาของพระองค์ บำเพ็ญพระราชกรณียกิจอันยังประโยชน์สุขแก่ราษฎร์ของพระองค์มาโดยตลอด

ระยองร่วมน้อมรำลึกวันพ่อ

ที่บริเวณสนามสวนศรีเมือง อ.เมือง จ.ระยอง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง เป็นประธานนำหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชนทุกหมู่เหล่าชาวจังหวัดระยอง ประกอบพิธีเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2565 โดยได้มีกิจกรรมตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งพระภิกษุสงฆ์ จำนวน 89 รูป ถวายเป็นพระราชกุศล และพิธีวางพานพุ่มดอกไม้ พร้อมกับมีพิธีถวายบังคมเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทั้งนี้เพื่อสดุดีพระเกียรติคุณและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่พระองค์ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้.

“โคราช”จัดเกี่ยวข้าววันพ่อ

ที่นาบุญทูลกระหม่อม หมู่ที่ 2 ต.จระเข้หิน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา นายพีรวัฒน์ ธีระวัฒน์ นายอำเภอครบุรี นำกลุ่มจิตอาสาอำเภอครบุรี ร่วมทำกิจกรรม เก็บเกี่ยวข้าวเพื่ออาหารกลางวันของน้อง ภายใต้โครงการกลุ่มยุวเกษตรในโรงเรียนชุมชนจระเข้หิน นาบุญทูลกระหม่อม เนื่องในวันคล้ายวันบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกกาทิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ

ด้วยนาบุญทูลกระหม่อมแห่งนี้ทางสำนักงานเกษตรอำเภอครบุรี ร่วมกับ โรงเรียนชุมชนจระเข้หิน ได้จัดกิจกรรมปักดำ ต้นกล้าเพื่อข้าวกลางวันของน้อง เมื่อวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อส่งเสริมสนับสนุน และเสริมสร้างพัฒนากลุ่มเด็กและเยาวชน ให้มีความเข้มแข็ง พัฒนาความรู้ความสามารถ ทักษะของกลุ่มสมาชิกยุวเกษตรกร ปลูกฝังทัศนคติที่ดีต่อการประกอบอาชีพเกษตรกรรมเรียนรู้จากประสบการณ์และฝึกปฏิบัติจริง เพื่อพัฒนาสู่การเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ สามารถขยายผลสู่ครอบครัวได้ชุมชน และในวันนี้เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ จึงได้ทำการเกี่ยวข้าวที่ได้ปลูกไว้ เพื่อนำไปมอบให้กับโรงเรียนชุมชนจระเข้หินได้ใช้ในโครงการอาหารกลางวันของเด็กนักเรียนภายในโรงเรียน โดยข้าวที่เก็บเกี่ยวในครั้งนี้เป็นพันธุ์มะลิ 105 รวมเนื้อที่ทั้งหมด 10 ไร่ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

นอกจากนี้ยังได้มีการจัดกิจกรรมเนื่องในวันดินโลก ด้วยการปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับพื้นที่อีกด้วย

“บุรีรัมย์”จัดพิธีวางพานพุ่ม

นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ นำส่วนราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ประชาชนจิตอาสา และกลุ่มพลังมวลชน ประกอบพิธีวางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ ถวายบังคมเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2565 ที่ หอประชุมจังหวัดบุรีรัมย์ หลังศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์ ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ

ในส่วนพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เคยเสด็จพระราชดำเนินเพื่อปฏิบัติพระราชกรณียกิจ เยี่ยมเยียนประชาชน จังหวัดบุรีรัมย์จำนวน 4 ครั้ง โดยครั้งแรกเมื่อปีพุทธศักราช 2498 ทรงเยี่ยมราษฎรในพื้นที่อำเภอเมืองบุรีรัมย์ ครั้งที่สองเมื่อปีพุทธศักราช 2514 ทรงเยี่ยมราษฎร ณ บริเวณศาลากลางจังหวัด ครั้งที่สามเมื่อปีพุทธศักราช 2522 ทรงเยี่ยมราษฎรในพื้นที่อำเภอกระสัง และทรงพระราชดำเนินไปทอดพระเนตร หนองกะนัง และมีพระราชดำริให้ กรมชลประทานพิจารณาก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ ในลำน้ำชีน้อย เพื่อประโยชน์สำหรับเพาะปลูกและใช้สอย และครั้งที่สี่เมื่อปีพุทธศักราช 2524 เสด็จพระราชดำเนิน ไปทอดพระเนตรโครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคง ในพื้นที่อำเภอละหานทราย

รัฐบาลไทย ผู้ให้บริการอินเตอร์เนตให้คำมั่น ร่วมปกป้องเด็กจากภัยคุกคามที่พุ่งสูงขึ้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696290

รัฐบาลไทย ผู้ให้บริการอินเตอร์เนตให้คำมั่น  ร่วมปกป้องเด็กจากภัยคุกคามที่พุ่งสูงขึ้น

รัฐบาลไทย ผู้ให้บริการอินเตอร์เนตให้คำมั่น ร่วมปกป้องเด็กจากภัยคุกคามที่พุ่งสูงขึ้น

วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

รัฐบาลไทย ภายใต้การนำของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และการสนับสนุนโดยยูนิเซฟ ผู้ให้บริการอินเตอร์เนต ผนึกกำลังก่อตั้งภาคีเครือข่าย “Thailand Safe Internet Coalition” ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อต้านภัยจากการแสวงประโยชน์และล่วงละเมิดทางเพศเด็กผ่านช่องทางออนไลน์ที่กำลังพุ่งสูงขึ้น และเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมดิจิทัลที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชน และเสริมพลังให้เด็กสามารถท่องโลกออนไลน์ได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจ

ภาคี Thailand Safe Internet Coalition เกิดจากแนวคิดการทำงานแบบบูรณาการและการคำนึงถึงสิทธิเด็กเป็นที่ตั้ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับการคุ้มครองเด็กในโลกออนไลน์ในด้านต่างๆ ได้แก่ การพัฒนาระบบการแจ้งเหตุการล่วงละเมิดออนไลน์ ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่างๆ รวมถึงผู้ให้บริการไอซีทีและภาคเอกชน ปรับปรุงระบบการให้บริการช่วยเหลือผู้เสียหาย หนุนเสริมเพื่อให้เด็ก เยาวชนและผู้ปกครองมีศักยภาพในการรับมือภัยคุมคามและความเสี่ยงออนไลน์ที่เด็กต้องเผชิญ โดย ภาคีฯ ประกอบด้วยหลักการสำคัญ 5 ประการ ได้แก่ ประสบการณ์ที่ปลอดภัยบนโลกดิจิทัล การมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชน บริการที่เข้าถึงได้และตอบสนองความต้องการของเด็ก ความร่วมมือและการสื่อสารที่สอดคล้องไปในทางเดียวกัน และการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน

นางคยองซอน คิม ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวว่าในขณะที่อินเตอร์เนตหยิบยื่นโอกาสการเรียนรู้ การสื่อสาร และความคิดสร้างสรรค์ที่ไร้ขีดจำกัดให้เด็กและเยาวชน แต่ก็นำมาซึ่งความเสี่ยงและภัยคุกคามที่เด็กอาจต้องประสบ หลังการแพร่ระบาดของโควิดยิ่งทำให้ความเสี่ยงบนโลกออนไลน์เลวร้ายลง เพราะเด็กๆ ต้องใช้เวลาออนไลน์มากขึ้นเรื่อยๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะอินเตอร์เนตเป็นพื้นที่ไร้พรมแดนจึงไม่มีหน่วยงานหรือองค์กรแห่งใดแห่งหนึ่งสามารถรับมือกับภัยคุกคามออนไลน์ได้เพียงลำพัง ยูนิเซฟจึงให้การสนับสนุนการร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนที่ไม่เพียงจะร่วมกันสร้างสภาพแวดล้อมดิจิทัลที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก แต่ยังสนับสนุนสิทธิเด็กบนโลกออนไลน์อีกด้วย

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า ภาคี Thailand Safe Internet Coalition ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือจากภาครัฐและเอกชนที่จะร่วมสร้างพื้นที่บนโลกอินเตอร์เนตที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับเด็กๆทุกคนในประเทศไทย และเราจะก้าวต่อไปข้างหน้าได้หากทุกฝ่ายมุ่งมั่นและร่วมลงมือทำทันที และขอให้การหารือครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือต่อเนื่องไปในอนาคต

รายงานผลการศึกษาวิจัยโครงการ Disrupting Harm in Thailand ที่จัดทำขึ้นโดยองค์การเอ็คแพท องค์การตำรวจสากล (หรืออินเตอร์โพล) และองค์การยูนิเซฟ พบตัวเลขที่น่ากังวลว่ามีเด็กอายุ 12-17 ปีในประเทศไทยร้อยละ 9 หรือประมาณ 400,000 คน ตกเป็นเหยื่อการถูกแสวงหาประโยชน์ทางเพศและล่วงละเมิดทางเพศผ่านทางออนไลน์ในช่วงปี 2564 ที่ผ่านมา โดยเหตุการณ์เหล่านี้รวมถึงการเผยแพร่ภาพที่ส่อไปในทางเพศของเด็ก การถูกแบล็กเมล การถูกบังคับให้มีส่วนร่วมในกิจกรรมทางเพศเพื่อแลกกับเงินหรือสิ่งของ

ยูนิเซฟช่วยปกป้องเด็กและเยาวชนในโลกดิจิทัลในประเทศผ่านการส่งเสริมการปฏิรูปกฎหมายและทำงานร่วมกับพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติกระทรวงยุติธรรม กระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานด้านการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้มั่นใจว่าระบบการคุ้มครองเด็กจะครอบคลุมทุกด้านความปลอดภัยออนไลน์ รายงาน Disrupting Harm in Thailand เผยให้เห็นหลักฐานสำคัญและขั้นตอนอันเป็นแนวทางให้ทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย การบริการทางสังคม ภาคธุรกิจ โรงเรียน และชุมชนต้องร่วมกันลงมือทำในทันที

สวนดุสิต ร่วมมือ บีเอฟเอส ฝึกงานนักศึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696292

สวนดุสิต ร่วมมือ บีเอฟเอส ฝึกงานนักศึกษา

สวนดุสิต ร่วมมือ บีเอฟเอส ฝึกงานนักศึกษา

วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ศูนย์การศึกษา หัวหิน ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “โครงการฝึกงานได้งาน” กับ บริษัท บางกอกไฟลท์เซอร์วิสเซส จำกัด (บีเอฟเอส)บริษัทผู้ให้บริการในสนามบิน โดยมี นายษมาธร พันธุมโพธิ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคลและกฎหมาย บีเอฟเอส และ ดร.พรชณิตว์ แก้วเนตรรองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศและลูกค้าสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เป็นผู้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โดยมีผู้บริหารจากทั้งสองหน่วยงานร่วมเป็นพยาน ณ อาคารอเนกประสงค์ธุรกิจการบิน ศูนย์การศึกษาหัวหิน มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

รองเลขาธิการ กพฐ. เยี่ยม รร.ต้นทาง การศึกษาทางไกลแบบสื่อสารสองทาง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696294

รองเลขาธิการ กพฐ. เยี่ยม รร.ต้นทาง การศึกษาทางไกลแบบสื่อสารสองทาง

รองเลขาธิการ กพฐ. เยี่ยม รร.ต้นทาง การศึกษาทางไกลแบบสื่อสารสองทาง

วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนในโครงการจัดการศึกษาทางไกลแบบสื่อสารสองทาง สำหรับระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ระยะที่ 2 ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์ และสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ณ โรงเรียนตากพิทยาคม อำเภอเมือง จังหวัดตาก ซึ่งเป็นโรงเรียนต้นทาง ในเขตภาคเหนือตอนล่าง ถ่ายทอดสัญญาณการเรียนการสอนของครู ทั้ง 5 กลุ่มสาระวิชา (วิทยาศาสตร์, คณิตศาสตร์, สังคมศึกษา, ภาษาไทย, ภาษาอังกฤษ) ไปยังโรงเรียนปลายทาง 3 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนบ้านแม่สลิดหลวงวิทยา อ.ท่าสองยาง จ.ตาก โรงเรียนบ้านหนองแดน อ.โกสัมพีนคร จ.กำแพงเพชร และโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 23 อ.นครไทย จ.พิษณุโลก

สำหรับโครงการจัดการศึกษาทางไกลแบบสื่อสารสองทาง มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนปลายทางในโครงการ พร้อมทั้งพัฒนาศักยภาพการจัดการเรียนการสอนของครูในโครงการ และพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาทางไกลแบบสื่อสารสองทางระดับมัธยมศึกษาตอนต้นให้มีประสิทธิผลดียิ่งขึ้น เพื่อมุ่งลดความเหลื่อมล้ำ และเพิ่มโอกาสในการพัฒนาตนเองของผู้เรียน ด้วยความร่วมมือของครู ทั้งในโรงเรียนต้นทางและโรงเรียนปลายทาง

คุณหญิงกัลยา สืบสานพระราชปณิธาน น้อมนำศาสตร์พระราชา มุ่งพัฒนาประเทศชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696288

คุณหญิงกัลยา สืบสานพระราชปณิธาน น้อมนำศาสตร์พระราชา มุ่งพัฒนาประเทศชาติ

คุณหญิงกัลยา สืบสานพระราชปณิธาน น้อมนำศาสตร์พระราชา มุ่งพัฒนาประเทศชาติ

วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีเกี่ยวข้าวโครงการศาสตร์พระราชาเศรษฐกิจพอเพียง และพิธีถวายพระพรชัยมงคล ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ ณ โรงเรียนบ้านสำราญอำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น โดยมี นายพันธ์เทพ เสาโกศล รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น, นายสุภชัย จันปุ่ม ศึกษาธิการภาค 12, บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน และประชาชน เข้าร่วมงานด้วย

ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นผู้วางรากฐานศาสตร์พระราชาเศรษฐกิจพอเพียง ตลอด 70 ปีแห่งการครองราชย์เป็นที่ประจักษ์ชัดว่า ทรงยึดมั่นในทศพิธราชธรรม ทรงอุทิศพระองค์ปฏิบัติ บำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อทำนุบำรุงอาณาประชาราษฎร์ สร้างความผาสุก ร่มเย็นให้แก่ชาติบ้านเมือง ทรงเป็นพ่อของแผ่นดินที่พระราชทาน ความรัก ความเอื้ออาทรห่วงใยแก่ราษฎรโดยถ้วนหน้า เมล็ดพันธุ์การพัฒนาในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริหลายพันโครงการ ยังคงเจริญงอกงาม ผลิดอกออกผลทั่วสารทิศ หล่อเลี้ยงทุกชีวิตทุกสรรพสิ่งบนผืนแผ่นดินไทย หลักในการดำเนินชีวิต ทั้งปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง พระบรมราโชวาท และพระราชดำรัสที่พระราชทานในโอกาสต่างๆ ได้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวให้ทุกฝ่ายยึดถือปฏิบัติ ทั้งเป็นแนวทางสำคัญที่เป็นภูมิคุ้มกันให้พสกนิกรสามารถ ดำเนินชีวิตได้อย่างมั่นคง พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสังคมโลก ยุคปัจจุบัน

พร้อมกันนี้ ดร.คุณหญิงกัลยา ได้เกี่ยวข้าวพันธุ์ทับทิมชุมแพ ซึ่งเป็นข้าวพันธุ์ดีมีคุณภาพ ได้รับการรับรอง และทำการวิจัยมาแล้วจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ว่ามีปริมาณคุณค่าสารอาหารสูงกว่าข้าวพันธุ์อื่นๆ บริเวณแปลงนาสาธิตโรงเรียนบ้านสำราญ ซึ่งเป็นโครงการทดลองนำร่อง สำหรับเป็นอาหารกลางวันของนักเรียน และคณะครูและหากได้ผลดีก็จะขยายพันธุ์ไปยังชุมชนอื่นต่อไป

ให้บริการด้านทันตสุขภาพ นักเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696293

ให้บริการด้านทันตสุขภาพ นักเรียน

ให้บริการด้านทันตสุขภาพ นักเรียน

วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ม.ร.ว.จิยากร อาภากร เสสะเวช (ที่ 6 จากซ้าย) กรรมการอำนวยการ มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย และ นางสาวกิตติวรรณ อนุเวชสกุล (ที่ 7 จากซ้าย)รองประธานกรรมการ มูลนิธิ แมค แฮปปี้ แฟมิลี่ พร้อมด้วยนายไกรสร กองฉลาด (ที่ 5 จากซ้าย)  ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นาวาอากาศเอกสุวัฒน์ จตุรงค์พลาธิปัต (ที่ 8 จากซ้าย) ผู้แทนกองทัพอากาศ มาร่วมให้กำลังใจแก่คณะทำงาน หน่วยรถทันตกรรมเคลื่อนที่โครงการ “สุขภาพดีใต้ร่มพระบารมี” ที่ออกให้บริการด้านทันตสุขภาพ นักเรียน 700 คน และตรวจร่างกายและจ่ายยา ตัดผม แจกแว่นสายตาสำหรับผู้สูงวัย พร้อมอาหาร เครื่องดื่มและรางวัลจากพันธมิตรผู้ให้การสนับสนุนโครงการ ณ อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น

ม.อ. ผนึกกำลังคณะแพทย์ 4 สถาบัน ยกระดับธนาคารชีวภาพสู่มาตรฐานสากล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696291

ม.อ. ผนึกกำลังคณะแพทย์ 4 สถาบัน  ยกระดับธนาคารชีวภาพสู่มาตรฐานสากล

ม.อ. ผนึกกำลังคณะแพทย์ 4 สถาบัน ยกระดับธนาคารชีวภาพสู่มาตรฐานสากล

วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

รศ.นพ.เรืองศักดิ์ ลีธนาภรณ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) เปิดเผยว่าคณะแพทย์ 4 สถาบัน ประกอบด้วยคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดีมหาวิทยาลัยมหิดล, คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมวางวิสัยทัศน์ธนาคารชีวภาพ แหล่งจัดเก็บตัวอย่างทางชีวภาพจากผู้ป่วยสู่การเป็นแหล่งชีวทรัพยากรที่สนับสนุนให้เกิดการวิจัยเชิงลึก รวมทั้งเป็นคลังข้อมูลความรู้ทางชีวภาพที่สร้างความเข้าใจต่อโรคต่างๆ ตลอดจนนำไปสู่การศึกษาเชิงลึกถึงกลไกของโรค และต่อยอดถึงการพัฒนาวิธีการตรวจวินิจฉัยโรคที่รวดเร็ว แม่นยำ ตลอดจนนำไปสู่การพัฒนาวัคซีนและแนวทางการรักษาที่เหมาะสม และการรักษาผู้ป่วยแบบแม่นยำ (precision medicine)

คณะแพทยศาสตร์ ม.อ. เดินหน้าขับเคลื่อนธนาคารชีวภาพซึ่งเป็นคลังสำหรับจัดเก็บตัวอย่างทางชีวภาพ มาตั้งแต่ปี 2559 สู่การยกระดับจัดเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อและเลือดเพื่องานวิจัยอย่างเป็นระบบ และมีมาตรฐานถูกต้องตามหลักจริยธรรมการวิจัย เพื่อสนับสนุนให้เกิดการศึกษาวิจัยเชิงลึกทางอณูชีววิทยา โดยการทำงานร่วมกันระหว่างอาจารย์แพทย์ทางคลินิกและนักวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ เชื่อมโยงงานวิจัยบูรณาการเทคโนโลยีและองค์ความรู้วิทยาศาสตร์สุขภาพ คลินิก และชีวสารสนเทศ (Bioinformatics) ทางการแพทย์สู่การใช้งานจริงอย่างครบวงจร และได้วางเป้าหมายผลักดันยกระดับสู่ความเป็นศูนย์กลางการทดสอบที่เป็นเลิศในด้านการรักษาโรคต่างๆ เช่น โรคมะเร็ง โรคหายาก (Rare disease)และโรคทางพันธุกรรม (Geneticdisorders) เป็นต้น ปัจจุบันมีการจัดเก็บชิ้นเนื้อมะเร็งหลากหลายชนิดในธนาคารชีวภาพมากกว่า 7,000 ตัวอย่าง โดยมีทีมอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการกว่า 2,000 ราย และมีการนำตัวอย่างไปใช้เพื่อการวิจัยทางด้านการแพทย์แล้วหลายโครงการ

ศาสตราจารย์ ดร.นพ.สุรศักดิ์ สังขทัต ณ อยุธยา ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัย กล่าวว่า ปัจจุบันธนาคารชีวภาพ จัดตั้งขึ้นภายใต้สถาบันที่เป็นโรงเรียนแพทย์หลากหลายสถาบันในประเทศไทย การสร้างเครือข่ายความร่วมมือธนาคารชีวภาพในประเทศไทยระหว่าง 4 สถาบันเป็นพันธกิจสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure)ด้านธนาคารชีวภาพ ยกระดับมาตรฐานธนาคารชีวภาพในประเทศไทย ผลักดันให้ธนาคารชีวภาพในเครือข่ายได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ISO 20387 : 2018 Biotechnology-Biobanking-General requirements for biobankingเพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการทดสอบและรับรองคุณภาพตามมาตรฐานสากลในระดับประเทศและนานาชาติต่อไป

‘สุวัจน์’เปิดงานดนตรีในสวนรวมใจชาวโคราช เทิดพระเกียรติ’ร่วมร้อยใจภักดิ์ ส่งความรัก ถึงคนบนฟ้า’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696387

'สุวัจน์'เปิดงานดนตรีในสวนรวมใจชาวโคราช เทิดพระเกียรติ'ร่วมร้อยใจภักดิ์ ส่งความรัก ถึงคนบนฟ้า'

‘สุวัจน์’เปิดงานดนตรีในสวนรวมใจชาวโคราช เทิดพระเกียรติ’ร่วมร้อยใจภักดิ์ ส่งความรัก ถึงคนบนฟ้า’

วันจันทร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 22.10 น.

“สุวัจน์”ประธานเปิดงานดนตรีในสวนรวมใจชาวโคราช เทิดพระเกียรติ”ร่วมร้อยใจภักดิ์ ส่งความรัก ถึงคนบนฟ้า” เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรฯ และวันพ่อแห่งชาติ

เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 5 ธันวาคม 2565 ที่ จ.นครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานดนตรีในสวน เทิดพระเกียรติ “ร่วมร้อยใจภักดิ์ ส่งความรัก ถึงคนบนฟ้า” เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ ณ บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี โดยมี นายเทวัญ ลิปตพัลลภ อดีต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล ผู้อำนวยการศูนย์ตนโคราชรักจริงไม่ทิ้งกัน นายศุภภิมิตร เปาริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นายประเสริฐ บุญชัยสุข นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา คณะผู้บริหารเทศบาลนครฯ ข้าราชการ ภาคเอกชน พร้อมพี่น้องประชาชนชาวโคราช

นายสุวัจน์ กล่าวว่า เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ เทศบาลนครนครราชสีมาร่วมกับหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน และพี่น้องประชาชนจังหวัดนครราชสีมา จึงได้ร่วมกันจัดงานดนตรีในสวน เทิดพระเกียรติ “ร้อยใจภักดิ์ ส่งความรักถึง คนบนฟ้า” และกิจกรรมด้านศิลปะขึ้นในวันนี้

“พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระปรีชาสามารถด้านดนตรีได้รับการถวายพระราชสมัญญา “อัครศิลปิน” ทรงพระราชนิพนธ์เพลงไว้ทั้งหมด 48 บทเพลงพระราชนิพนธ์เริ่มจากเพลงแรกคือ เพลงแสงเทียน เมื่อปี พ.ศ.2489 และเมื่อวันที่ 3 ต.ค.2507 คราวเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐออสเตรียอย่างเป็นทางการมีการแสดงดนตรี ณ คอนเสิร์ตฮอลล์ กรุงเวียนนา วงดุริยางค์ซิมโฟนี ออเคสตร้า แห่งกรุงเวียนนาได้อัญเชิญเพลงพระราชนิพนธ์คือ เพลงมโนราห์ สายฝน ยามเย็น มาร์ชราชนาวิกโยธิน และมาร์ราชวัลลภ ไปบรรเลง รัฐบาลออสเตรียออกกาศการบรรเลง และข่าวนี้ทางวิทยุไปทั่วประเทศต่อมาวันที่ 5 ต.ค.2507 สถาบันดนตรีและศิลปะแห่งกรุงเวียนนาได้ทูลเกล้าฯ ถวายประกาศนียบัตรอันทรงเกียรติยิ่งให้ทรงดำรงตำแหน่งสมาชิกกิตติมศักดิ์  หมายเลข 23 และได้จารึกพระปรมาภิไธยบนแผ่นหินสลักในอาคารสถาบัน ทรงเป็นชาวเอเชียพระองค์แรกที่เป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ ของสถาบันดนตรีที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ขณะพระชนมายุเพียง 37 พรรษาเท่านั้น” นายสุวัจน์ กล่าว

นายสุวัจน์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 5 เม.ย.2524 ในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี และ พระราชทานพระบรมราโชวาทความตอนหนึ่งว่า “ท้าวสุรนารี เป็นผู้ที่เสียสละเพื่อให้ประเทศชาติได้อยู่รอดปลอดภัย ควรที่อนุชนรุ่นหลัง จะได้ระลึกถึงคุณงามความดีของท่าน บ้านเมืองทุกวันนี้เป็นสิ่งที่ต้องหวงแหน การหวงแหน คือ ต้องสามัคคี รู้จักหน้าที่ ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน ชาวนครราชสีมาได้แสดงพลังต้องการ ความเรียบร้อย ความสงบ เป็นปัจจัยสำคัญทำให้ชาติกลับปลอดภัยอีกครั้งหนึ่ง แม้ว่าสถานการณ์รอบตัวเราและรอบโลก จะผันผวนและล่อแหลมมาก แต่ถ้าทุกคนเข้มแข็ง สามัคคี กล้าหาญ และเอื้อเฟื้อต่อกันชาติก็จะมั่นคง”

นายสุวัจน์ กล่าวว่า การแสดงในวันนี้ มีวงดนตรีหลายวงได้ร่วมกันแสดงบทเพลงพระราชนิพนธ์ อาทิเช่น วง KBB ซึ่งเป็นวงสมาชิกในวงเป็นวง อ.ส. , วงออเคสต้าของโรงเรียนสุรนารีวิทยา , และคณะ 13 องค์กรหลักของจังหวัดนครราชสีมา ขับร้องเพลง “เกิดเป็นไทยตายเพื่อไทย” คณะครูโรงเรียนสังกัดเทศบาลนครนครราชสีมา ขับร้องเพลง “แผ่นดินของเรา” เพลง “ยามเย็น” และการขับร้องเพลงจากกลุ่มสตรีแม่บ้านอำเภอเมือง ในบทเพลง “ใกล้รุ่ง” และสมาคมมิตรนครราชสีมาสงเคราะห์ (หลินเซิง) เพลง “ชะตาชีวิต” นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม “งดงาม ซาบซึ้งและอิ่มเอม” กิจกรรม “ยิ้มสู้ ลมหนาว ยามเย็น” กิจกรรมศิลปะบนพื้นผ้า “Love at Sundown” กิจกรรม “หนึ่งสี หนึ่งใจ ในแสงเดือน” และชมนิทรรศการ “๙๙ ภาพในดวงใจนิรันดร์”

จากนั้น มีการจุดเทียนแปลตัวอักษร “เรารักในหลวง” จำนวน 2,999 ดวง พร้อมกับพี่น้องประชาชนชาวโคราชร่วมจุดเทียน “แสงเทียนส่งใจ เรารักในหลวง”

“ผมขอแสดงความชื่นชมยินดีและขอขอบคุณท่านนายกเทศมนตรีและผู้บริหารส่วนราชการ ภาคเอกชนและพี่น้องประชาชนชาวโคราช ที่ได้ร่วมมือการแสดงออกถึงความจงรักภักดีและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ อันสูงยิ่ง ที่ได้มีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโคราชอย่างหาที่สุดมิได้ในการจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติ ร่วมร้อยใจภักดิ์ ส่งความรัก ถึงคนบนฟ้า” นายสุวัจน์ กล่าว

– 006