จุฬาฯ ร่วมมือพัฒนาแอปพลิเคชั่น ‘dBreast’ สำหรับแพทย์ผู้ดูแลผู้ป่วยมะเร็งเต้านม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696710

จุฬาฯ ร่วมมือพัฒนาแอปพลิเคชั่น ‘dBreast’  สำหรับแพทย์ผู้ดูแลผู้ป่วยมะเร็งเต้านม

จุฬาฯ ร่วมมือพัฒนาแอปพลิเคชั่น ‘dBreast’ สำหรับแพทย์ผู้ดูแลผู้ป่วยมะเร็งเต้านม

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chulalongkorn University Technology Center: UTC) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ บริษัท แลนซิ่ง บิสสิเนส ซิสเต็มส์ จำกัด เพื่อร่วมพัฒนานวัตกรรม “โครงการ dBreast” แอปพลิเคชั่นสำหรับแพทย์ผู้ดูแลผู้ป่วยมะเร็งเต้านม โดยมี อ.ดร.ประวีร์ เครือโชติกุล หัวหน้าศูนย์ UTC รศ.ดร.นพ.โสภาคย์ มนัสนยกรณ์ ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ หัวหน้าโครงการ dBreast นายนวรัตน์ รัตน์นราทร และ นายประพนธ์ ทุ่งสี่ กรรมการบริษัท แลนซิ่ง บิสสิเนส ซิสเต็มส์ จำกัด ร่วมลงนาม ณ สำนักงาน UTC โครงการ Block28 : creative & startup village

แอปพลิเคชั่น dBreast ได้รวบรวมฐานข้อมูลของผู้ป่วยและประวัติการรักษาอย่างละเอียดรวมไว้ในที่เดียวกันจะช่วยอำนวยความสะดวกให้แพทย์ผู้รักษาสามารถเข้าถึงข้อมูลได้จากทุกที่ ทุกเวลาแบบเรียลไทม์ สามารถนำข้อมูลไปใช้ในการวิเคราะห์และศึกษาเพิ่มเติม เพื่อพัฒนาการดูแลรักษาผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยแพทย์สามารถนำแอปพลิเคชั่นนี้ติดตัวไปได้ทุกที่ ในกรณีผู้ป่วยเกิดเหตุฉุกเฉิน แพทย์จะสามารถเข้าถึงผู้ป่วยได้ทันท่วงที

สำหรับในอนาคตจะให้สามารถนำไปใช้ได้ในวงกว้างและสามารถประยุกต์เข้ากับการรักษาโรคอื่นๆ ได้ด้วยโดยร่วมมือกับบริษัท แลนซิ่ง บิสสิเนส ซิสเต็มส์ จำกัดในการร่วมพัฒนาให้แอปพลิเคชั่น dBreast เป็นฐานข้อมูลที่ละเอียดและน่าเชื่อถือ พร้อมคาดการณ์แล้วเสร็จภายใน6 เดือนข้างหน้า เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับการวางแผนทางด้านสาธารณสุขของประเทศอีกด้วย

คุณหญิงกัลยา นำคณะฯเยือนอเมริกา หารือร่วมมือยกระดับอาชีวเกษตรสู่สากล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696715

คุณหญิงกัลยา นำคณะฯเยือนอเมริกา  หารือร่วมมือยกระดับอาชีวเกษตรสู่สากล

คุณหญิงกัลยา นำคณะฯเยือนอเมริกา หารือร่วมมือยกระดับอาชีวเกษตรสู่สากล

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นำคณะผู้บริหารจากสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และคณะทำงานโครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน ตามแนวพระราชดำริ เดินทางไปประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อศึกษาดูงาน และหารือแนวทางความร่วมมือในอนาคต ระหว่างวันที่ 5-12 ธันวาคม 2565 นี้

นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย โฆษกประจำตัวรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า จากงานสัมมนาการบริหารจัดการน้ำนานาชาติ (Water and Waste Management International Conference & Expo Thailand : Water for Life) ครั้งแรกในประเทศไทย ในเดือนมิถุนายน 2565 ที่ผ่านมาดร.คุณหญิงกัลยา ในฐานะประธานกองทุนบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน ตามแนวพระราชดำริ และประธานการจัดงานฯดังกล่าวได้รับเชิญจาก Metropolitan Water Reclammation District of Greater Chicago หรือ MWRD ให้ไปศึกษาดูงาน เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และหารือแนวทางความร่วมมือการบริหารจัดการน้ำระหว่างกันในอนาคต โดยมีกำหนดการเยี่ยมชม อาทิ Science and Engineer Department, University of Illinois Chicago เข้าพบคณะกรรมการของ Metropolitan Water Reclamation District of Greater Chicago (MWRD), IL Senator, State Representatives, Local Electives Officials องค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการแก้ปัญหาและการจัดการน้ำเสียของสหรัฐ และประชุม Virtual Conference Meeting กับ นางลัดดาแทมมี ดักเวิร์ธ สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐอเมริกา จากมลรัฐอิลลินอยส์ ซึ่งจะหารือต่อความร่วมมือระหว่างกันในอนาคตระหว่างประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา เป็นต้น

“คุณหญิงกัลยาต้องการยกระดับองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการน้ำในระดับสากล โดยที่ผ่านมาโครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน ตามแนวพระราชดำริ ได้มีการประสานงานความร่วมมือไม่เฉพาะเครือข่ายในประเทศเท่านั้น แต่มีการประสานกับเครือข่ายต่างประเทศด้วย อาทิ สถาบันองค์กรน้ำใต้ดินอเมริกา (American Groundwater Solution : AGS), Metropolitan Water Reclamation District of Greater Chicago (MWRD), Water and Waste Management India (WWM) ในการเชื่อมโยงนำองค์ความรู้ที่เป็นสากลมาปรับใช้กับการบริหารจัดการน้ำเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งให้กับคนในพื้นที่ชุมชน”นางดรุณวรรณ กล่าว

การบริหารจัดการน้ำโดย ดร.คุณหญิงกัลยา มีการขับเคลื่อนโครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชนฯ ในวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีทั้ง 47 แห่ง ในระยะ 3 ปีที่ผ่านมามีความคืบหน้าไปมาก ผ่านหลักสูตร “ชลกร” เพื่อให้มีการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและบนความยั่งยืน ด้วยการนำศาสตร์พระราชาของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) มาเป็นแนวทางในการบริหารจัดการ ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการดำเนินการที่จริงจังและต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่ในรั้ววิทยาลัยเท่านั้น แต่ยังต้องขยายผลสู่ชุมชน เพื่อช่วยแก้ปัญหาความยากจน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้จากการมีน้ำกิน-น้ำใช้ได้อีกด้วย

โปรดเกล้าฯให้เชิญพวงมาลาหลวงไปวางหน้าหีบศพ จนท.รถไฟ เหตุลอบวางระเบิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696799

โปรดเกล้าฯให้เชิญพวงมาลาหลวงไปวางหน้าหีบศพ จนท.รถไฟ เหตุลอบวางระเบิด

โปรดเกล้าฯให้เชิญพวงมาลาหลวงไปวางหน้าหีบศพ จนท.รถไฟ เหตุลอบวางระเบิด

วันพุธ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 21.25 น.

“ในหลวง”โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯสงขลา เชิญพวงมาลาหลวงไปวางที่หน้าหีบศพ เจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทยที่เสียชีวิตจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด

เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 7 ธันวาคม 2565 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เชิญพวงมาลาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปวางที่หน้าหีบศพ นายนวฤทธิ์ สุวรรณชาตรี เจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทย ที่เสียชีวิตจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณรางรถไฟ หมู่ที่ 2 อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2565 โดยตั้งศพบำเพ็ญกุศล ณ ศาลาหมู่บ้าน หมู่ที่ 3 ตำบลโคกม่วง อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา และนายภูมิพัทธ์ เพชรสุก เจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทย ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์เดียวกัน โดยตั้งศพบำเพ็ญกุศล ณ วัดโคกสมานคุณ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม และโปรดให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เชิญพวงมาลาพระราชทาน และพวงมาลาประทาน วางที่หน้าหีบศพด้วย

– 006

‘ในหลวง’พระราชทานดอกไม้ ตะกร้าสิ่งของแก่ จนท.รถไฟ บาดเจ็บจากเหตุลอบวางระเบิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696797

'ในหลวง'พระราชทานดอกไม้ ตะกร้าสิ่งของแก่ จนท.รถไฟ บาดเจ็บจากเหตุลอบวางระเบิด

‘ในหลวง’พระราชทานดอกไม้ ตะกร้าสิ่งของแก่ จนท.รถไฟ บาดเจ็บจากเหตุลอบวางระเบิด

วันพุธ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 21.19 น.

“ในหลวง”โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯสงขลา เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบเจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทยที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 7 ธันวาคม 2565 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปมอบแก่ นายดีเด่น คงสม , นายนพดล ปานมา , นายธีรพงศ์ หนูคง และนายฉัตรชัย นิตรจลานนท์ เจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทย ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณรางรถไฟ หมู่ที่ 2 อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2565 และเข้ารับการรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาลสะเดา อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณในครั้งนี้ ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่เจ้าหน้าที่ทั้ง 4 ราย รวมทั้งครอบครัวอย่างหาที่สุดมิได้

– 006
 

โปรดเกล้าฯผู้แทนพระองค์ ปล่อยโค นก ปลา เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ’เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696787

โปรดเกล้าฯผู้แทนพระองค์ ปล่อยโค นก ปลา เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา'

โปรดเกล้าฯผู้แทนพระองค์ ปล่อยโค นก ปลา เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ’เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’

วันพุธ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 20.06 น.

โปรดเกล้าฯให้ผู้แทนพระองค์ ไปในการบำเพ็ญพระราชกุศลปล่อยโค นก และปลา เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ”เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา”

เมื่อเวลา 07.50 น.วันที่ 7 ธันวามคม 2565 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายอรรถนิติ ดิษฐอำนาจ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ไปในการบำเพ็ญพระราชกุศลปล่อยโค นก และปลา เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี 
กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา วันที่ 7 ธันวาคม 2565 ณ ท่าวาสุกรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

ในการนี้ องคมนตรี ปล่อยนกปรอทหัวโขน จำนวน 45 ตัว และปล่อยปลาจำนวน 9 ชนิด ประกอบด้วย ปลาตะเพียนขาว ปลาตะเพียนทอง ปลายี่สกไทย ปลาแก้มช้ำ ปลาสร้อยขาว ปลากระแห ปลาเทพา ปลาโพง และปลากะโห้ จำนวน 490,000 ตัว (สี่แสนเก้าหมื่นตัว) ลงในแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อให้เพาะขยายพันธุ์เจริญเติบโตตามวงจร และรักษาความสมดุลในระบบนิเวศตามธรรมชาติต่อไป

สำหรับโคพระราชทาน พระราชทานให้แก่ นายพรึน ดีรบรัมย์ เกษตรกรจากจังหวัดบุรีรัมย์ ณ บ้านเลขที่ 80 หมู่ที่ 1 ตำบลพระครู อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อนำไปเลี้ยงขยายพันธุ์เพิ่มผลผลิตตามโครงการธนาคารโค – กระบือ เพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ

– 006

‘มหาดไทย’เชิญชวนเที่ยวชมงาน’เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ประจำปี 2565’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696782

'มหาดไทย'เชิญชวนเที่ยวชมงาน'เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ประจำปี 2565'

‘มหาดไทย’เชิญชวนเที่ยวชมงาน’เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ประจำปี 2565’

วันพุธ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 19.53 น.

สนองพระดำริ”สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา” กระทรวงมหาดไทย เชิญชวนเที่ยวชมงาน “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ประจำปี 2565” และเลือกซื้อสินค้าร้านค้าชุมชน ตั้งแต่วันนี้ – 11 ธ.ค.65 ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ รายได้ทั้งหมดสมทบมูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย

เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 7 ธันวาคม 2565 ที่สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เขตจตุจักร กรุงเทพฯ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย กระทรวงมหาดไทย และสมาคมแม่บ้านมหาดไทย น้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่ทรงมีความห่วงใยในคุณภาพชีวิตของประชาชนคนไทย ด้วยพระปณิธานที่มุ่งมั่นในการทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อทำให้ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข แก้ไขในสิ่งผิด สืบสานในพระราชปณิธาน ภายใต้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การพระราชทานความช่วยเหลือ และแนวทางในการแก้ไขปัญหาเพื่อบรรเทาสถานการณ์สาธารณภัย ผ่านมูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ด้วยพระกตเวทิตาคุณอันสูงยิ่งที่ทรงมีต่อ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ องค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เพื่อแบ่งเบาพระราชภาระ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการทำให้คุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนดีขึ้น มีสวัสดิภาพ และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ได้รับการช่วยเหลือให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติสุขโดยเร็ว

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ทรงมีพระดำริให้มีการจัดงาน “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 2565 ภายใต้แนวคิด “เพื่อนไม่ทิ้งกัน ในยามยาก” ในระหว่างวันที่ 2 – 11 ธ.ค. 2565 เวลา 09.00 – 20.00 น. ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบทั้งในด้านการลดรายจ่าย โดยในวันนี้ (7 ธ.ค. 65) สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จฯ เยี่ยมชมการจัดงานฯ นำมาซึ่งขวัญกำลังใจของทุกฝ่าย และประชาชนผู้เที่ยวชมงานฯ ที่มาคอยเฝ้ารับเสด็จด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจที่เปี่ยมไปด้วยความยงรักภักดีเป็นอย่างยิ่ง

“กระทรวงมหาดไทย และสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ได้รับโอกาสให้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการจำหน่ายสินค้าบริโภคที่มีความจำเป็นในการดำรงชีพในชีวิตประจำวันในร้านค้าชุมชนกระทรวงมหาดไทย – สมาคมแม่บ้านมหาดไทย เช่น ข้าวสาร อาหารแห้ง และเครื่องปรุงต่าง ๆ รวมถึงยังมีสินค้าตามคำเรียกร้องของพี่น้องประชาชนภาคีเครือข่ายกระทรวงมหาดไทย อย่าง “กะปิคลองโคน สมุทรสงคราม และกะปิเกาะช้าง ตราด” รวมทั้งสิ้น 12 รายการ และประการที่สำคัญ คือ สินค้าทุกรายการลดราคามากกว่า 50% ซึ่งได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชนเดินทางมาจับจ่ายใช้สอยเลือกซื้อสินค้าเป็นจำนวนมาก โดยตลอด 5 วันที่ผ่านมา ร้านค้าชุมชนกระทรวงมหาดไทย-สมาคมแม่บ้านมหาดไทย ภายในงานเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ปี 2565 สามารถจำหน่ายสินค้ารวมแล้วกว่า 12,466 ชิ้น เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 598,280 บาท จำแนกรายการ ได้แก่ 1. ข้าวหอมมะลิ (ถุงละ 110 บาท) จำหน่ายแล้ว 2,766 ถุง 2. ไข่ไก่ (แผงละ 70 บาท) จำหน่ายแล้ว 2,100 แผง 3. น้ำพริกปลาร้าบอง (กระปุกละ 60 บาท) จำหน่ายแล้ว 500 กระปุก 4. ไชโป๊หวาน  (ถุงละ 20 บาท) จำหน่ายแล้ว 1,300 ถุง 5. น้ำพริกทูน่า (กระป๋องละ 10 บาท) จำหน่ายแล้ว 1,000 กระป๋อง 6. น้ำมันหอย (ขวดละ 15 บาท) จำหน่ายแล้ว 1,000 ขวด 7. น้ำมันพืช (ขวดละ 35 บาท) จำหน่ายแล้ว 1,300 ขวด 8. ซอสปรุงรส (ขวดละ 15 บาท) จำหน่ายแล้ว 1,000 ขวด 9. น้ำตาล (ถุงละ 10 บาท) จำหน่ายแล้ว 1,000 ถุง 10. นมไวตามิลล์ (แพ็คละ 10 บาท) จำหน่ายแล้ว 500 แพ็ค 11. ปลากระป๋อง (กระป๋องละ 5 บาท) จำนวน 500 กระป๋อง จำหน่ายหมดแล้ว 12. กะปิเกาะช้าง (กระปุกละ 30 บาท) จำหน่ายแล้ว 400 กระปุก โดยรายได้ทั้งหมด ไม่หักค่าใช้จ่ายใด ๆ จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย สมทบทุนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าว

ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย กล่าวว่า ขณะนี้เหลือเวลาอีก 5 วัน ที่พี่น้องประชาชนสามารถมาร่วมในงานเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 2565  ในโอกาสนี้ จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกท่านมาร่วมเลือกซื้อสินค้าที่ร้านค้าชุมชนกระทรวงมหาดไทย – สมาคมแม่บ้านมหาดไทย ในงานเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 2565 “เพื่อนไม่ทิ้งกัน ในยามยาก” ถึงวันที่ 11 ธ.ค.2565 ตั้งแต่เวลา 09.00 – 20.00 น. ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เขตจตุจักร กรุงเทพฯ โดยสามารถเดินทางด้วยขนส่งมวลชน ทั้งรถไฟฟ้า BTS ลงสถานีหมอชิต รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ลงสถานีสวนจตุจักร รถไฟฟ้าสายสีแดง ลงสถานีกลางบางซื่อ รวมถึงรถประจำทาง และรถสาธารณะอื่นๆ เพื่อร่วมกันสนองพระดำริ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ องค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาด พระผู้ทรงห่วงใยพสกนิกรชาวไทย ด้วยทรงปรารถนาให้คนไทยทุกคนมีความปลอดภัยจากสถานการณ์สาธารณภัย ซึ่งการร่วมเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าชุมชนกระทรวงมหาดไทย-สมาคมแม่บ้านมหาดไทย นอกจากจะได้สินค้าคุณภาพในราคาประหยัดแล้ว ยังได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมทำบุญโดยเสด็จพระกุศลฯ อีกด้วย

#WorldSoilDay #วันดินโลก #soilswherefoodbegins #Soils4Nutrition #FAO #MOI #กระทรวงมหาดไทย #บำบัดทุกข์บำรุงสุข #SDGsforAll #ChangeforGood

– 006

สมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนพื้นที่ภาคเหนือบน พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผลักดันแพร่ก้าวสู่การเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696743

สมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนพื้นที่ภาคเหนือบน พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผลักดันแพร่ก้าวสู่การเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก

สมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนพื้นที่ภาคเหนือบน พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผลักดันแพร่ก้าวสู่การเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก

วันพุธ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 18.05 น.

สมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนพื้นที่ภาคเหนือบน พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผลักดันแพร่ก้าวสู่การเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก

เมื่อเร็วๆ นี้คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ (ตอนบน) โดยพลเอก สกนธ์ สัจจานิตย์ รองประธานกรรมการโครงการฯ พร้อมด้วยสมาชิกวุฒิสภา 27 ท่านลงพื้นที่จังหวัดแพร่ ลำปาง เชียงใหม่ รับฟังข้อมูล ข้อคิดเห็นร่วมกับเครือข่ายทางวัฒนธรรม และสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่วัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง พร้อมเชิญ สกสว.และบพข.ร่วมลงพื้นที่เพื่อหารือการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของพื้นที่ภาคเหนือตอนบนและพร้อมผลักดันแพร่ก้าวสู่การเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก

ผศ.สุภาวดี โพธิยะราช ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และประธานอนุกรรมการแผนงานกลุ่มท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (บพข.) เปิดเผยว่าตนพร้อมด้วย ดร.ฉัตรฉวี คงดี ผู้ช่วยผู้อำนวยการหน่วยข้อมูลและสำนักงานผู้อำนวยการ สกสว.ได้รับเชิญจากคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาฯให้ร่วมลงพื้นที่และหารือการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ซึ่งนับเป็นภารกิจสำคัญของ สกสว.ในการใช้ผลงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรมหรือ ววน. เพื่อยกระดับและขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจฐานรากมีความมั่นคงและแข็งแรงภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ Creative Economy ที่เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศ ประกอบกับจังหวัดแพร่ มีความอุดมสมบูรณ์ทางด้านทรัพยากร ศิลปวัฒนธรรม อาทิ การแปรรูปไม้สัก งานย้อมผ้าและสิ่งทอ งานโลหะ อาหารและพืชสมุนไพร รวมถึงจุดเด่นใหม่ทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์จากงานฝีมือ Art & Craft

ต่อความสำคัญดังกล่าว สกสว.ได้จัดสรรงบประมาณจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ กววน.ให้กับนักวิจัยในพื้นที่ ได้ดำเนินการวิจัยทางด้านทุนทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในหลายโครงการ อาทิ การจัดสรรงบประมาณให้กับหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) สนับสนุนการวิจัยแก่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ เพื่อดำเนินการวิจัยเรื่อง การจัดการทุนวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์บนนิเวศน์วัฒนธรรมชุมชน ตำบลช่อแฮ อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ เพื่อนำเสนอองค์ความรู้สู่การใช้ประโยชน์สร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่ เชื่อมโยงองค์ความรู้ทุนทางวัฒนธรรมเดิมของพื้นที่จากปราชญ์ศิลปินกับกลุ่มนวัตกรทางวัฒนธรรม โดยการมีส่วนร่วมของหน่วยงานที่มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่มาร่วมพัฒนาทุนทางวัฒนธรรมร่วมกัน และ การจัดสรรงบประมาณ ให้แก่ บพข. สนับสนุนทุนวิจัยให้กับมหาวิทยาลัยพะเยา โดย ผศ.ดร.อัมเรศ เทพมา และคณะนักวิจัย จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ดำเนินการวิจัยเรื่อง การยกระดับการท่องเที่ยวด้วยเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์บนฐานคิด “แพร่เมืองมรดกทางวัฒนธรรมสร้างสรรค์” เพื่อศึกษารูปแบบของกิจกรรมมรดกวัฒนธรรมสร้างสรรค์ที่สามารถยกระดับ เพิ่มประสิทธิภาพ และพัฒนาเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เกิดระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของชุมชนในจังหวัดแพร่ และแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ด้วยการพัฒนารูปแบบช่วงเวลาแบ่งปัน (Time sharing) ที่เหมาะสม สำหรับการพัฒนาอาคารเก่าที่คงสภาพการใช้งานหรือถูกทิ้งร้างให้เป็นแหล่งกิจกรรมมรดกวัฒนธรรมสร้างสรรค์ที่ก่อให้เกิดเศรษฐกิจรายได้ การท่องเที่ยว และการเรียนรู้ของชุมชน ตลอดจนการพัฒนากลไกการขับเคลื่อนองค์กรเพื่อการบริหารจัดการเมืองมรดกทางวัฒนธรรมสร้างสรรค์ (Creative City Management Organization) ด้วยการขับเคลื่อนความร่วมมือกับภาคประชาชนเครือข่ายภาคพลเมืองท้องถิ่น

กระทั่งสามารถบูรณาการการศึกษาวิจัยร่วมกับภาคเอกชนในนามกลุ่มเอบีโอพลัส และกลุ่มบริษัทลายโมทีป จำกัด ดำเนินการวิจัยและร่วมกับนักสร้างสรรค์รุ่นใหม่ในจังหวัดแพร่ อีกทั้งได้ร่วมจัดงานแพร่คราฟท์ 2022 โดยจัดเสวนาและนิทรรศการแสดงผลงานงานวิจัยของกองทุน ววน.ร่วมกับนักสร้างสรรค์ของจังหวัดแพร่กว่า 74 รายที่ได้นำสินค้าชิ้นงานสร้างสรรค์มาจัดแสดงและจำหน่ายให้แก่นักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจในแพร่คราฟท์ 2022 ในครั้งนี้ด้วย

สำหรับในพื้นที่จังหวัดลำปางและเชียงใหม่ กองทุนส่งเสริม ววน.ได้มีการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ด้วยงานวิจัยการท่องเที่ยวเศรษฐกิจสร้างสรรค์ บพข.โดยจังหวัดลำปาง มีการนำเสนอผลงานวิจัยการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์โดยรถไฟบนเส้นทางยุคสมัยแห่งล้านนา การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์บนฐานอัตลักษณ์วัฒนธรรมอาหารลำปางและพื้นที่เชื่อมโยง รวมถึงการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยจากเส้นทางท่องเที่ยวรถไฟสายประวัติศาสตร์ (Lanna Modernization) เชิงพาณิชย์ และต่อยอดการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์บนเส้นทางรถไฟสายเหนือส่วนขยาย (เชียงใหม่ – ลำปาง ไปยังพิษณุโลก)โดยคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง นำโดย ผศ.ดร.ณัฐนันท์ ฐิติยาปราโมทย์ ดร.ปัณณทัต กัลยา และอ.ธวัชชัย ทาทอง

เช่นเดียวกับจังหวัดเชียงใหม่  มีการนำเสนอผลงานวิจัยในประเด็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสร้างมูลค่าและคุณค่าแก่การท่องเที่ยวเชิงพักผ่อนล้านนา (Creative Leisure Lanna) โดย ดร.ดนัยธัญ พงษ์พัชราธรเทพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รวมถึงประเด็นของ Festival Economy การพัฒนาต่อยอดการจัดงานเทศกาลประจาเมืองสู่ยุทธศาสตร์การส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในจังหวัดเชียงใหม่ โดย ดร.ณัฐพงศ์ พันธ์น้อย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เด็กนิเทศ ม.ศรีปทุม คว้ารางวัลชนะเลิศ สปอตโฆษณา รณรงค์เลิกสูบบุหรี่ไฟฟ้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696708

เด็กนิเทศ ม.ศรีปทุม คว้ารางวัลชนะเลิศ  สปอตโฆษณา รณรงค์เลิกสูบบุหรี่ไฟฟ้า

เด็กนิเทศ ม.ศรีปทุม คว้ารางวัลชนะเลิศ สปอตโฆษณา รณรงค์เลิกสูบบุหรี่ไฟฟ้า

วันพุธ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 16.24 น.

นักศึกษาสาขาภาพยนตร์และสื่อดิจิทัล คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ชื่อทีม Active Production โชว์ความคิดสร้างสรรค์ ผลงาน “เลิกสูบกู้โรค”ชูเนื้อหารักสุขภาพจริงต้องไม่สูบบุหรี่ไฟฟ้า คว้ารางวัลชนะเลิศ และรับเงินรางวัล 15,000 บาท พร้อมโล่รางวัล จาก พญ.มธุรดา สุวรรณโพธิ์ประธานกรรมการที่ปรึกษาและนโยบายสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย ในการแข่งขันโครงการประกวดสปอตโฆษณาของนักศึกษาในคณะนิเทศศาสตร์จาก 6 สถาบัน ในหัวข้อ “บุหรี่ไฟฟ้าอันตรายต่อสุขภาพ”จัดโดย สถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย (ยท.) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

ทีม Active Production ประกอบด้วย นายคิรากร สุนทรโชติ, นางสาวพรธิดาลอมไธสง, นายหิรัญ บุญมา, นายนภัสกร สิมมา,นายอรรตพล เทียนทอง, นายเจษฎากร ฉายะจินดา,นายปรมินทร์ แสะเตาะ, นายทัตพล สีมี่, นายทักษ์ดนัย ศรีเมือง, นายบูรพา ชูสมานศิริ

‘ศธจ.’ ร้องศธ.เสนอปรับปรุงร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696655

'ศธจ.' ร้องศธ.เสนอปรับปรุงร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ

‘ศธจ.’ ร้องศธ.เสนอปรับปรุงร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ

วันพุธ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.02 น.

“ศธจ.” ร้องศธ.เสนอปรับปรุงร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ  ขณะที่ “ตรีนุช” ชี้ พ.ร.บ.การศึกษาชาติฉบับใหม่ต้องมี “ศธจ.-ศธภ.” เป็นผู้แทนศธ. 

วันที่ 7 ธันวาคม 2565 ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กลุ่มผู้แทนศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) นำโดย นายณัทชัย ใจเย็น ศธจ.นนทบุรี และคณะ ได้เข้าพบ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อขอให้ศธ.เสนอปรับปรุงร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ …. ฉบับที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญฯ 

โดย น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฯ ถือเป็นกฎหมายสำคัญ เหมือนเป็นธรรนูญของการศึกษา รัฐบาลใช้เวลากว่า 5 ปีในการยกร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ขึ้นมา ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งได้รับหลักการในวาระที่ 1 แล้ว และอยู่ในระหว่างการพิจารณาของ กมธ.วิสามัญฯ อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาได้มีการประชุมร่วมกัน จนถึงจุดที่เห็นว่า ต้องมีการทบทวน โดย ศธ. ถือเป็นหน่วยปฏิบัติ ซึ่งมีหน่วยงานและบุคลากรที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก ประกอบกับได้รับเสียงสะท้อน จากหลายหน่วยงาน รวมถึง ศธจ. และศึกษาธิการภาค (ศธภ.) ที่มีข้อกังวล บางมาตราที่อาจส่งผล กระทบให้บางหน่วยงานอาจจะถูกยุบเลิก ทำให้การบูรณาการทำงานในพื้นที่มีปัญหา  

“ทาง ศธจ.ได้นำข้อกังวล ในมาตรา 3 ที่เกี่ยวข้องกับการยกเลิกคำสั่ง คสช.ที่ 19/2560 เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของ ศธ. อาจส่งผลให้ต้องยกเลิก ศธจ. และศธภ. กระทบต่อการปฏิบัติงานของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด สำนักงานศึกษาธิการภาคทั่วประเทศ  ซึ่งในส่วนของ ศธ.เห็นว่ายังจำเป็นต้องมีหน่วยงานนี้อยู่ เพื่อทำหน้าที่เป็นหน่วยงานที่จะบูรณาการในการทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดพัฒนาการจัดการศึกษาให้เป็นไปตามบริบทของพื้นที่  และหากต้องยุบ ศธจ.และศธภ. ไปก็จะกระทบทั้งกับบุคลากรที่ได้รับความเดือนร้อนหลายพันคน รวมถึงกระทบกับการทำงานพัฒนาการจัดการศึกษาในพื้นที่ด้วย โดยที่ผ่านมาได้มอบหมายให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) รวบรวมความคิดเห็น เพื่อเสนอให้ กมธ.วิสามัญฯ พิจารณา ปรับแก้ให้เหมาะสมต่อไป“ น.ส.ตรีนุชกล่าว 

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้กลุ่มผู้แทนจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและศึกษานิเทศก์ ก็ไม่เห็นด้วยในประเด็นที่ต่อไปจะไม่มีเงินวิทยฐานะให้แก่กลุ่มดังกล่าว  ซึ่ง ศธ.เห็นว่าจำเป็นที่ต้องปรับปรุงร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ เพื่อให้ทุกคนได้คงสิทธิตามเดิม พร้อมกันนี้ยังมีอีกหลายมาตราที่จำเป็นต้องปรับปรุง เช่น การให้โรงเรียนมีสถานะเป็นนิติบุคคล ที่จำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบครอบ

ด้านนายณัทชัย  กล่าวว่า ส่วนตัวมั่นใจในตัว รัฐมนตรีว่าการศธ. แต่ยังกังวล เพราะการเมืองยังไม่มีความแน่นอน  ดังนั้นหลังจากนี้ตัวแทน ศธจ.จะไปยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นายชวน  หลีกภัย ประธานรัฐสภา คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ  ผู้นำฝ่ายค้าน และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณายกร่างกฎหมายดังกล่าว  เพื่อให้ได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ถึงการบริหารราชการเชิงพื้นที่จังหวัดเป็นฐานให้สามารถทำงานต่อไปได้

“ขณะนี้มีผู้ร่วมลงชื่อขอให้แก้ไขร่างกฎหมายดังกล่าวแล้วกว่า 4,437 คน ซึ่งมีทั้งข้าราชการ บุคากร ศธจ. ศธภ. ลูกจ้าง และบุคาลกรโรงเรียนเอกชน ฯลฯ ทั้งนี้ หากร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฯฉบับนี้ประกาศใช้โดยที่ยังไม่ยกเลิก มาตรา 3(10) จะส่งผลให้ ศธจ.และศธภ.ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ราชการได้ตามกฎหมาย เพราะกฎหมายที่ให้อำนาจถูกยกเลิก จะกระทบต่อการทำงานในพื้นที่ กศจ. จะไม่สามารถอนุมัติเรื่องต่าง ๆที่เกี่ยวข้องได้ อาทิ การจัดการศึกษาในรูปแบบโฮมสคูล ที่ให้อำนาจ กศจ.ในการอนุมัติ จะหยุดชะงักทันที การจัดการศึกษาท้องถิ่น  รวมถึงงานที่ได้ทำความร่วมมือกับหน่วยงานอื่น ๆก็จะต้องยุติทันที ขณะเดียวกัน ยังส่งผลให้ คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.)เขตพื้นที่การศึกษาฯ ไม่สามารถทำหน้าที่ได้  เนื่องขาดองค์ประกอบหลัก คือผู้แทนจาก กศจ. ครูและบุคลากรทางการศึกษาจะได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นการเลื่อนขั้นเงินเดือน การเลื่อนวิทยฐานะต่าง ๆก็ไม่สามารถทำได้ เพราะองค์ประชุมไม่ครบ” นายทัตชัย กล่าว  
 

มท. ทำบุญตักบาตรถวายพระกุศล วันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696631

มท. ทำบุญตักบาตรถวายพระกุศล วันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

มท. ทำบุญตักบาตรถวายพระกุศล วันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

วันพุธ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 12.13 น.

ปลัดกระทรวงมหาดไทยและนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทยนำคณะผู้บริหารระดับสูง จัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา 7 ธันวาคม 2565

7 ธ.ค. 65 เวลา 06:30 น. ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร. วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระกุศล และพิธีถวายพระพร เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา 7 ธันวาคม 2565 โดยมี นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม นายสมคิด จันทมฤก นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายชยาวุธ จันทร อธิบดีกรมที่ดิน นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายขจร ศรีชวโนทัย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายรัฐพล นราดิศร รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย นางกุลทรัพย์ ชื่นโกสุม นางจิรวรรณ เพ็ญพาส นางปวีณ์ริศา เกิดสม นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ อุปนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย หัวหน้าหน่วยงานในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และภาคีเครือข่ายของกระทรวงมหาดไทย ร่วมพิธี

โอกาสนี้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และ ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นำคณะผู้บริหารระดับสูง และภาคีเครือข่าย ร่วมตักบาตรพระสงฆ์และสามเณร  จำนวน 20 รูป เพื่อถวายเป็นพระกุศล โดยได้รับเมตตาจากสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม นำพระภิกษุสงฆ์และสามเณร รับบิณฑบาต เสร็จแล้ว นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ถวายธูปเทียนแพ เบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ถวายแจกันดอกไม้ เบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

จากนั้น นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นำผู้ร่วมพิธีฯ กล่าวถวายพระพร ความว่า “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงมีพระปณิธานที่มุ่งมั่น แน่วแน่ ในการแบ่งเบาพระราชภาระของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการน้อมนำพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธาน และพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการทำให้ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข แก้ไขในสิ่งผิด บนฐานของหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยทรงทุ่มเทอุทิศพระองค์ ปฏิบัติบำเพ็ญพระกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการ สนองพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยพระวิริยะ อุตสาหะ เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่พสกนิกรชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูคุณภาพชีวิต ผู้ตกทุกข์ได้ยาก ผู้ด้อยโอกาสทางสังคม รวมถึงผู้ต้องขัง โดยได้น้อมนำพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปเป็นแนวทางในการดำเนินงาน “โครงการราชทัณฑ์ปันสุข” ด้วยการประสานความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงยุติธรรม เพื่อให้ผู้ต้องขังได้รับบริการทางการแพทย์ และสาธารณสุขเท่าเทียมกับประชาชนทั่วไป ตามหลักมนุษยธรรม รวมไปถึงการน้อมนำพระบรมราโชบายที่จะให้อนุรักษ์ป่าและช้าง และการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลระหว่างคนและช้างอย่างมีสุข ผ่าน “โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์” และ “โครงการพัฒนาชุมชนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติ จังหวัดกาญจนบุรี ในพระบรมราชูปถัมภ์ (โครงการพัฒนาชุมชน ตำบลไล่โว่ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี)” สนองพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระราชปณิธานสืบสาน รักษา ต่อยอด พระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อช่วยเหลือราษฎรผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตชายแดนที่ความเจริญยังเข้าไปไม่ถึง ให้ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน รวมทั้งเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนเพื่อความมั่นคงของประเทศ และเป็นพื้นที่มรดกโลกของประเทศไทยที่ได้รับการดูแลรักษา คนอยู่กับป่าอย่างสมดุล และรักษาต้นน้ำ เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน อีกทั้งทรงรับเป็นประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เพื่อให้ความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ ผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ภัยพิบัติที่รุนแรงให้สามารถกลับมาดำรงชีวิตอย่างปกติสุขสนับสนุนให้ผู้ทุกข์ยากน้อยกว่า ช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากมากกว่า ผู้ที่แข็งแรงช่วยผู้อ่อนแอ ภายใต้แนวคิด “แบ่งปัน พอเพียง ยั่งยืน”” โดยทรงได้รับความไว้วางพระราชหฤทัย จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ทรงดำรงตำแหน่งเสนาธิการ กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ และพระราชทานพระยศเป็น พลเอกหญิง”

“เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ขออำนาจแห่งคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก ตลอดจนพระเทวานุภาพแห่งพระสยามเทวาธิราช และพระบรมเดชานุภาพแห่งสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์ ได้โปรดอภิบาลรักษา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงพระเกษมสำราญ มีพระชันษายิ่งยืนนาน พระเกียรติคุณแผ่ไพศาลทั่วทิศานุทิศ สถิตเป็นมิ่งขวัญร่มเกล้าของพสกนิกรชาวไทยตลอดกาลนาน” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าว