กลุ่มซีดีจี จัดประลองทักษะไอที นักเรียน ‘โรงเรียนต้นแบบโค้ดดิ้ง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693424

กลุ่มซีดีจี จัดประลองทักษะไอที นักเรียน ‘โรงเรียนต้นแบบโค้ดดิ้ง’

กลุ่มซีดีจี จัดประลองทักษะไอที นักเรียน ‘โรงเรียนต้นแบบโค้ดดิ้ง’

วันอังคาร ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

กลุ่มบริษัทซีดีจี เดินหน้าโครงการ Code Their Dreams จัดกิจกรรมการแข่งขันการสร้างเกมด้วยภาษา Scratch รอบสุดท้าย ตามโครงการโรงเรียนต้นแบบโค้ดดิ้ง โดยตัวแทนโรงเรียนในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาจาก 20 โรงเรียนทั่วประเทศ ที่ผ่านการเรียนตามหลักสูตรการเรียนการสอนโคดดิ้งจากครูผู้สอนที่ผ่านการอบรมตามรูปแบบ SEED OF WISDOM ภายใต้ความร่วมมือระหว่างกลุ่มบริษัทซีดีจี และ บริษัท ดีบิค จำกัด (ROBBO BY DBIC)

สำหรับผลการแข่งขันมีทีมผู้ชนะการแข่งขันในระดับประถมศึกษา (ป. 4)และมัธยมศึกษา (ม.1) ได้แก่ ทีม Godzilla บุกรางกำหยาด จากโรงเรียนวัดรางกำหยาด จังหวัดนครปฐม และทีม The fight place of world จากโรงเรียนสาธิตเทศบาลเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี

เซียนพระแห่ประกวดพระเครื่องคึกคัก ผอ.ฟ้า ร่วมแจกทองมูลค่า 5 หมื่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693468

เซียนพระแห่ประกวดพระเครื่องคึกคัก ผอ.ฟ้า ร่วมแจกทองมูลค่า 5 หมื่น

เซียนพระแห่ประกวดพระเครื่องคึกคัก ผอ.ฟ้า ร่วมแจกทองมูลค่า 5 หมื่น

วันจันทร์ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 18.21 น.

เซียนพระแห่ประกวดพระเครื่องคึกคัก ผอ.ฟ้า ร่วมแจกทองมูลค่า 5 หมื่น

ที่สโมสรกรมประชาสัมพันธ์ เขตพญาไท กรุงเทพฯ วันที่ 20 พ.ย.65 ชมรมหนึ่งสยามมรดกพระเครื่องพระบูชาไทยและกรมประชาสัมพันธ์ ร่วมกับ สถานีโทรทัศน์ฟ้าให้ทีวี โดยผอ.ฟ้า พรทิพา สุพัฒนุกูล ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ฟ้าให้ทีวี ช่อง160จานPSI ได้ร่วมกันจัดงานนิทรรศการงานประกวดพระเครื่อง พระบูชา เหรียญคณาจารย์ เพื่อเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมเกี่ยวกับพระเครื่องพระบูชาและเพื่อนำรายได้สมทบทุนในการบูรณะปฏิสังขรต่อเติมหอสวดมนต์สถานปฎิบัติธรรมให้กับวัดดอนน้อง อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย

งานนี้สำหรับสมาชิกที่เช่าพระเครื่องกับทาง ผอ.ฟ้า พรทิพา หรือเป็นสมาชิกในไลน์กลุ่มฟ้าให้ทีวี ทั้ง2กลุ่ม ได้ส่งพระเครื่องเข้าประกวดในงานนี้ โดยพระเครื่องที่ส่งเข้าประกวดได้อันดับที่หนึ่งมากที่สุด ก็จะได้รับสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท พร้อมพระเครื่องชุดเบญจภาคี 1 ชุด และที่หนึ่งมากเป็นอันดับสองก็ได้รับ สร้อยคอทองคำหนัก 2สลึง พร้อมพระเครื่องเบญจภาคี 1 ชุด ทำให้บรรยากาศการประกวดคึกคักเป็นอย่างมากและลุ้นกันอย่างสนุกสนาน เพราะมีสมาชิกในไลน์กลุ่ม ผอ.ฟ้า ส่งพระเข้าร่วมประกวดกันจำนวนมาก  ซึ่งการประกวดพระในครั้งนี้ มีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตัดสินอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม โดยบรรยากาศการประกวดพระเครื่องมีขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้ามีเซียนพระเครื่องทั่วทุกสารทิศเดินทางมาเพื่อส่งพระเข้าร่วมประกวดกันอย่างคึกคัก นอกจากนี้ได้มีการตรวจคัดกรองความเสี่ยงก่อนเข้างานจากกลุ่ม อสม.ที่ทาง ผอ.ฟ้า จัดมาเพื่อตรวจวัดอุณหภูมิ และตรวจ ATK ตลอดงานอีกทั้งยังมีอาหาร เครื่องดื่ม กาแฟ ที่ได้รับการสนับสนุนจากร้านอาหารสมพงษ์ ซีฟู้ด รามอินทรา-เกษตรนวมินทร์ โดยเสี่ยสมพงศ์ ได้ส่งข้าวผัดปูกว่า 300 กล่อง พร้อมด้วยข้าวเหนียวถั่วดำหม้อใหญ่รสชาติดี มาให้ทานกันตลอดงาน

ต่อมาเวลา 16.20 น. ก็มาถึงการประกาศรางวัลและแจกทอง สำหรับสมาชิกที่เช่าพระเครื่องจาก ผอ.ฟ้า และที่ได้ส่งพระเครื่อง พระบูชาเข้าประกวด ซึ่งผู้ที่ได้ที่หนึ่ง ที่ส่งพระเข้าประกวดมากที่สุดและได้ อันดับหนึ่งมากที่สุดคือ คุณภูวเดช ปาละสิงห์ ผู้พิพากษาสมทบในศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสมุทรปราการ ส่งประกวด 62 องค์ ได้อันดับหนึ่ง 42 องค์ รางวัลที่ได้รับคือ สร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท พร้อม พร้อมพระเครื่องชุดเบญจภาคี ที่ประกอบไปด้วย พระสมเด็จวัดระฆัง, พระรอด,พระกำแพงซุ้มกอ, พระผงสุพรรณ,และพระนางพญา อันดับสองที่ส่งพระเข้าประกวดและติดอันดับหนึ่งมากเป็นที่สองก็คือคุณเอ ได้รับ สร้อยคอทองคำหนัก 2 สลึง พร้อมพระเครื่องชุดเบญจภาคี 1 ชุด ซึ่งทั้งสองต่างดีใจมาก และประดับใจในการจัดงานในครั้งนี้

จากนั้นก็เป็นการมอบถ้วยรางวัลแชมป์พระเครื่องอันดับหนึ่งคือ มิสเตอร์เอ็ดเวิลด์ ซึ่งเดินทางมาจากสิงคโปร์ โดยมิสเตอร์เอ็ดเวิลด์ ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ได้ทราบข่าวการประกวดจากทางเฟซบุ๊กของอาจารย์หนึ่ง ซึ่งเจ้าตัวได้ติดตามเฟซบุ๊กอาจารย์หนึ่งอยู่ พอทราบข่าวจึงได้เดินทางนำพระเครื่องมาประกวด ส่วนตัวเป็นคนชื่นชอบพระเครื่อง พระบูชามาก และรู้สึกดีใจมากที่ได้รับรางวัลและประทับใจบรรยากาศในงานมาก ถ้าจัดอีกก็จะส่งพระเครื่องเข้าประกวดอีกแน่นอน

ทั้งนี้ในงานมีการรับตรวจสอบพระเครื่อง โดยผอ.ฟ้า ได้ยกกล้องส่องความละเอียดสูงดูมวลสารเนื้อพระต่างๆ พร้อมกับให้ความรู้เกี่ยวกับพระเครื่องรุ่นต่างๆที่ประชาชนนำมาให้ตรวจอีกด้วย

นายสาธิต ธรรมเนียม หรือที่รู้จักในนามอาจารย์หนึ่ง ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นครั้งที่ 7 โดยทางชมรม1สยามมรดกพระเครื่อง พระบูชาไทยและกรมประชาสัมพันธ์ โดยได้รับการสนับสนุนจากทางท่านผอ.ฟ้า ได้นำทีมOB มาถ่ายทอดสด ผ่านทางโทรทัศน์ฟ้าให้ทีวี ช่อง160 จานPSI และได้นำเจ้าหน้าที่ทีมงานมาช่วยดูแลความเรียบร้อย และที่สำคัญได้ร่วมกันทำบุญเพราะทางท่านผอ.ฟ้า ได้ นำพระเครื่องเข้าประกวดจำนวนกว่า 130 องค์ เป็นเงิน 58,500 บาท ซึ่งเหมือนเป็นการช่วยในการทำบุญเพราะท่านผอ.ฟ้า ไม่ขอรับรางวัลใดๆถึงแม้ท่านจะได้แชมป์พระเครื่องจากการตัดสินของคณะกรรมการก็ตาม และเงินที่ได้จากการจัดงานในครั้งนี้ส่วนหนึ่งจะนำไปจัดถวายในการต่อเติมหอสวดมนต์สถานปฎิบัติธรรม วัดดอนน้อย อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย

ส่วนทางด้านผอ.ฟ้า ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ได้รู้จักและร่วมงานกับอาจารย์หนึ่ง มาระยะหนึ่งแล้ว โดยเป็นพิธีกรจัดคู่กันในรายการฟ้าหลังฝน ที่ออกอากาศทางฟ้าให้ ทีวี ช่อง160 และพอทราบข่าวว่าอาจารย์หนึ่งจะจัดงานประกวดพระเครื่อง พระบูชา เพื่อการกุศล จึงรับปากว่าจะมาช่วยสนับสุนน ในทุกๆด้าน ทั้งบริจาคเงินและช่วยเหลือด้านอื่นๆทั้งนี้ได้นำ ชุดอสม.มาตรวจคัดกรองผู้มาร่วมงานด้วยการตรวจATK และได้รับการสนับสนุนอาหารข้าวกล่อง-ของหวาน จากพี่สมพงษ์ ร้านอาหารสมพงษ์ ซีฟู้ด เป็นร้านอาหารที่บรรยากาศและรสชาติอาหารดีมากๆ ต้องขอบคุณพี่สมพงษ์ มากๆที่ส่งอาหารมาให้ผู้มาร่วมงานได้อิ่ม อร่อย และได้ทานอาหารที่ดีด้วย ผอ.ฟ้า ยังได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวต่อว่า หลังจากนี้ตนพร้อมทีมงานและอาจารย์หนึ่ง จะเดินทางไปวัดดอนน้อย จ.หนองคาย เพื่อถวายปัจจัยจากการจัดงานในครั้งนี้ให้กับทางวัดต่อไป

-005

‘ตรีนุช’หนุนเด็กไทยเรียนรู้บอลโลก กำชับผู้บริหารศธ.-สถานศึกษากวดขันเล่นพนันบอล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693330

'ตรีนุช'หนุนเด็กไทยเรียนรู้บอลโลก กำชับผู้บริหารศธ.-สถานศึกษากวดขันเล่นพนันบอล

‘ตรีนุช’หนุนเด็กไทยเรียนรู้บอลโลก กำชับผู้บริหารศธ.-สถานศึกษากวดขันเล่นพนันบอล

วันจันทร์ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 10.48 น.

วันที่ 21 พฤศจิกายน 2565 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 ซึ่งมีขึ้นที่ประเทศกาตาร์ ระหว่างวันที่ 20 พ.ย. – 18 ธ.ค.2565 ว่า การแข่งขันฟุตบอลโลกที่ฟีฟ่าจัดขึ้นทุก 4 ปี เป็นการแข่งกีฬาครั้งใหญ่ที่คนทั่วโลกให้ความสำคัญ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ก็อยากให้เด็กได้ดูการแข่งขัน เพื่อเป็นแรงบันดาลใจอยากเล่นกีฬาฟุตบอลให้เก่ง รู้ว่าการเล่นกีฬาสามารถยึดเป็นอาชีพและประสบความสำเร็จได้ ขณะเดียวกันการเล่นกีฬาก็ทำให้ร่างกายแข็งแรง รู้จักการทำงานเป็นทีมเวิร์ค รู้แพ้ -รู้ชนะ 

“ศธ.มีเป้าหมายส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษา ได้ดูฟุตบอลโลก เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการเล่นกีฬา และได้ประโยชน์จากการรับชมการแข่งขัน ขณะเดียวก็ได้กำชับผู้บริหาร ศธ. และผู้บริหารสถานศึกษาให้เฝ้าระวังและเข้มงวดในเรื่องการเล่นพนันฟุตบอลต้องไม่เกิดขึ้น ทั้งในส่วนของนักเรียน นักศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษา“ นางสาวตรีนุช กล่าว

รมว.ศธ.กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตามเนื่องจากการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้เวลาการแข่งขันส่วนใหญ่ตรงกับเวลาในประเทศไทยช่วงดึก โดยบางคู่แข่งขันเวลา 22.00 น.  บางคู่แข่งขันเวลา  23.00 น. และบางคู่ก็แข่งขันเวลา 02.00 น. ซึ่งหากนักเรียน นักศึกษา ติดตามการถ่ายทอดสดหน้าจอก็จะมีผลกระทบต่อการเรียนในตอนกลางวันได้ ดิฉันจึงให้ทางสถานศึกษาได้พิจารณาหาแนวทางที่เหมาะสม เช่น อาจจะบันทึกเฉพาะไฮไลท์ หรือทั้งหมดตามความเหมาะสมแล้วนำมาเปิดให้นักเรียนดูในช่วงพักกลางวัน และอาจจะถือโอกาสนี้ให้เด็กได้เรียนรู้ควบคู่กันไปด้วยเลยซึ่งสามารถเรียนรู้ได้ในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้

‘เชียงใหม่-ลำปาง’ต่อคิว‘พะเยา’ มุ่งสู่‘เมืองเรียนรู้ระดับโลก’ปี2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693229

‘เชียงใหม่-ลำปาง’ต่อคิว‘พะเยา’  มุ่งสู่‘เมืองเรียนรู้ระดับโลก’ปี2566

‘เชียงใหม่-ลำปาง’ต่อคิว‘พะเยา’ มุ่งสู่‘เมืองเรียนรู้ระดับโลก’ปี2566

วันจันทร์ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“ปัจจัยความสำเร็จของการพัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้ให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืน ไม่เพียงต้องให้ความสำคัญกับท้องถิ่นศึกษา แต่ต้องพัฒนากลไกกระบวนการทำงานร่วมกันของภาคีเครือข่ายครอบคลุมทุกมิติในพื้นที่ ทั้งมิติด้านวัยวุฒิ ด้านคุณวุฒิ และมิติด้านทุนวุฒิ แล้วยกระดับขึ้นเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางความรู้ ครอบคลุมตั้งแต่ระดับพื้นที่ ถึงระดับประเทศ”

ดร.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม รองผู้อำนวยการ หน่วยบริหารและจัดการทุน ด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) กล่าวถึงเส้นทางความสำเร็จของ “เมืองแห่งการเรียนรู้” บนฐานงานวิจัยและนวัตกรรม ตามแนวทางการให้การสนับสนุนของ บพท.โดยย้ำว่าต้องให้ความสำคัญกับการศึกษาค้นคว้าข้อมูลในพื้นที่เป้าหมาย หรือให้ความสำคัญกับเรื่องของ “ท้องถิ่นศึกษา” ด้วยการค้นหาอัตลักษณ์ท้องถิ่น คุณค่าภูมิปัญญาท้องถิ่น แล้วเปลี่ยนคุณค่าไปสู่มูลค่า เป็นรายได้หมุนเวียนในพื้นที่ การสร้างงาน สร้างอาชีพ ในลักษณะห่วงโซ่คุณค่าทางสังคม (Social Value Model)

ทั้งนี้ เมืองแห่งการเรียนรู้ เป็นรากฐานสำคัญยิ่งของการพัฒนายกระดับขึ้นสู่ความเป็นเมืองอัจฉริยะ หรือ สมาร์ทซิตี้ ที่พลเมืองหลากหลายภาคส่วน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สุดจะมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุขโดยทั่วหน้าโดย บพท. ได้สนับสนุนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ชูองค์ความรู้งานวิจัยท้องถิ่นศึกษาเป็นรากฐานสร้างเชียงใหม่-ลำปาง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนพื้นถิ่น และปูทางสู่ความเป็นเครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้โลกของยูเนสโก ต่อเนื่องจากจังหวัดพะเยา

ดร.ผณินทรา ธีรานนท์ หัวหน้าแผนงานโครงการเมืองแห่งการเรียนรู้พะเยา มหาวิทยาลัยพะเยา ซึ่งเป็นกำลังสำคัญเบื้องหลังความสำเร็จที่ผลักดันให้จังหวัดพะเยา ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ตามมาตรฐานยูเนสโกประจำปี 2565 เปิดเผยว่า คณะนักวิจัยจาก ม.พะเยา โดยการสนับสนุนทุนวิจัยจาก บพท.ทำหน้าที่เป็นแกนกลางเชื่อมโยงการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในจังหวัดพะเยา ให้มาขับเคลื่อนเมืองแห่งการเรียนรู้ร่วมกัน

โดยกลไกกระบวนการพัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้ เริ่มจากการทำความเข้าใจกับเมืองพะเยา ออกแบบพื้นที่สำหรับการเรียนรู้ร่วมกัน ออกแบบหลักสูตรการเรียนรู้โดยมหาวิทยาลัยพะเยาเป็นผู้ให้การรับรองหลักสูตร เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ หรือต่อยอดด้านการศึกษา โดยมีเกณฑ์ชี้วัดความสำเร็จ จากรายได้และความสุข รวมทั้งคุณภาพด้านสิ่งแวดล้อม

“ปัจจัยความสำเร็จที่ทำให้เมืองแห่งการเรียนรู้พะเยา ได้รับการรับรองจากยูเนสโก น่าจะพิจารณาจากรายได้พลเมืองพะเยาโดยเฉลี่ยดีขึ้นระหว่างร้อยละ 5-35 ขณะเดียวกันคุณภาพชีวิตก็ดีขึ้น มีความสุขเพิ่มขึ้นจากการประเมินของบุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลเวชชารักษ์ จังหวัดลำปาง อีกทั้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ก็ลดลงเกือบร้อยละ 10” ดร.ผณินทรา กล่าว

ดร.ขวัญนภา สุขคร ผู้อำนวยการ ศูนย์การศึกษานอกที่ตั้ง จังหวัดลำปาง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ในฐานะหัวหน้าแผนงานโครงการเมืองแห่งการเรียนรู้ลำปาง ภายใต้การสนับสนุนของ บพท.เปิดเผยว่า จะพยายามผลักดันให้จังหวัดลำปาง ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ตามมาตรฐานยูเนสโก ประจำปี 2566 ด้วยการขับเคลื่อนงานศึกษาวิจัยด้านท้องถิ่นศึกษาครอบคลุม 5 มิติ

คือ “ภูมิหลัง-ภูมิเมือง-ภูมิธรรม-ภูมิวงศ์-ภูมิปัญญา” เพื่อค้นหาอัตลักษณ์ของพื้นที่ สำหรับจัดทำเป็นฐานข้อมูลกลางและเป็นรากฐานการออกแบบพื้นที่เรียนรู้ ออกแบบกิจกรรม ตลอดจนการออกแบบชุดหลักสูตรเพื่อการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่บนหลักการของการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนในพื้นที่

“จากการศึกษาวิจัยท้องถิ่นศึกษา ทำให้รู้ว่าลำปางเป็นเมืองหลวงของครั่ง และครั่งจากลำปางมีการส่งออกไปยังต่างประเทศมากที่สุด อีกทั้งลำปางยังมีโรงงานแปรรูปครั่งกระจุกตัวอยู่มากที่สุดของประะเทศ โดยผลผลิตจากครั่งสามารถนำไปต่อยอดทำอาหารไปทำสีผสมอาหาร อีกทั้งยังนิยมนำไปทำสีย้อมผ้ากิโมโนในประเทศญี่ปุ่น” ดร.ขวัญนภา กล่าว

ดร.สุดารัตน์ อุทธารัตน์ หัวหน้าโครงการ การพัฒนาเมืองเชียงใหม่นครแห่งการเรียนรู้ เพื่อการพัฒนาเมืองพลวัตที่ยั่งยืน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก บพท. ในการพัฒนาเมืองเชียงใหม่ ให้เป็นนครแห่งการเรียนรู้ ด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์และสิ่งแวดล้อม กล่าวว่าจะใช้องค์ความรู้จากงานวิจัยท้องถิ่นศึกษา หรือ “ปูมเมืองเชียงใหม่” เป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาเมืองเชียงใหม่ให้เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ ผ่านการออกแบบพื้นที่เรียนรู้ ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ และการมีส่วนร่วมของภาคีทุกภาคส่วนในเมืองเชียงใหม่ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต คุณภาพสิ่งแวดล้อมของเมืองเชียงใหม่ให้ดีขึ้น

“เราคาดหวังว่าผลการพัฒนาเมืองเชียงใหม่ให้เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ด้วยประเด็นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และสิ่งแวดล้อม ไม่เพียงทำให้เชียงใหม่เป็นเมืองน่าอยู่มากขึ้น คนเชียงใหม่มีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น แต่ยังจะทำให้เมืองเชียงใหม่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโก ให้เป็นเครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้หรือ Unesco Global Network of Learning Cities-GNLC ในปี 2566 อีกด้วย” ดร.สุดารัตน์ กล่าว

ด้าน โศวิรินทร์ ชวนประพันธ์ รักษาการหัวหน้าทีมการรู้หนังสือและการเรียนรู้ตลอดชีวิต องค์การเพื่อการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) สำนักงานกรุงเทพฯ กล่าวว่า องค์ประกอบสำคัญของเมืองแห่งการเรียนรู้ตามกรอบของยูเนสโกจะให้ความสำคัญอย่างมากกับประเด็นด้านการศึกษา เนื่องจากการศึกษานับเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน

หน่วยบริหารและจัดการทุน ด้านพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)

‘วิศวศึกษาเอเชียแปซิฟิก’ยกระดับหลักสูตร ตอบโจทย์พัฒนาประเทศ-หนุนเรียนรู้ตลอดชีวิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693232

‘วิศวศึกษาเอเชียแปซิฟิก’ยกระดับหลักสูตร  ตอบโจทย์พัฒนาประเทศ-หนุนเรียนรู้ตลอดชีวิต

‘วิศวศึกษาเอเชียแปซิฟิก’ยกระดับหลักสูตร ตอบโจทย์พัฒนาประเทศ-หนุนเรียนรู้ตลอดชีวิต

วันจันทร์ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ สภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย และสมาคมวิศวศึกษาในเอเชียตะวันออก-ตะวันออกเฉียงใต้และเอเซียแปซิฟิก (Association for Engineering Education in Southeast and East Asia and the Pacific: AEESEAP) จัดงานประชุมซัมมิทผู้นำวิศวศึกษา และงานประชุมวิศวศึกษาแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (AEESEAP Annual Summit 2022 and Asia Pacific Engineering Education Symposium 2022) ณ โรงแรมแมริออท กรุงเทพฯ สุขุมวิท และผ่านระบบออนไลน์

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ซึ่งให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน กล่าวว่า ประเทศไทยพัฒนาเศรษฐกิจสู่ Thailand 4.0 โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์ วิศวกรรม เทคโนโลยี นวัตกรรม และการวิจัย มุ่งเน้น 12 อุตสาหกรรมเป้าหมายของไทยบนแนวทาง Bio-Circular-Green Economy ได้แก่ ยานยนต์สมัยใหม่, อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ, การแพทย์และการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ, การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ, อาหารเพื่ออนาคต, วิทยาการหุ่นยนต์,

การบินและการขนส่ง, เชื้อเพลิงชีวภาพและชีวเคมี, อุตสาหกรรมดิจิทัล, ศูนย์การแพทย์ครบวงจร, อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และอุตสาหกรรมการพัฒนาบุคลากร-การศึกษา ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยต้องการวิศวกรและบุคลากรจำนวนมากเพื่อสนับสนุนการคิดค้นนวัตกรรมและรองรับความเติบโตของอุตสาหกรรมเป้าหมาย วิศวศึกษา (Engineering Education) จึงต้องปรับเปลี่ยนบทบาทและภารกิจเพื่อสร้างทักษะความสามารถและความพร้อมให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่และคนทำงาน

“งานประชุม AEESEAP 2022 นับเป็นการผนึกกำลังของไทยและประชาคมเอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งจะเป็นโยชน์ต่อการยกระดับการศึกษาระดับอุดมศึกษาของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย ตัวอย่างความสำเร็จของมหาวิทยาลัยมหิดล โดยคณะวิศวะมหิดล ที่ได้รับการรับรองระดับสากลจาก ABET สหรัฐอเมริกา ถึง6 หลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์ จะเป็นโมเดลถ่ายทอดประสบการณ์นำพามหาวิทยาลัยอื่นๆ ของไทยได้ก้าวไปด้วยกัน” อดีต รมว.อว. กล่าว

รศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ ประธานสมาคมวิศวศึกษาในเอเชียตะวันออก-ตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียแปซิฟิก (AEESEAP) และ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ประชาคมภูมิภาคเอเชียครอบคลุมกว่า 30 ประเทศ ขณะที่สมาคม AEESEAP ซึ่งก่อตั้งในปี 1973 จากการประชุม UNESCO ให้ความสำคัญต่อบทบาทของวิศวศึกษา (Engineering Education)ในการสร้างสรรค์ความเจริญก้าวหน้าและความยั่งยืน

โดยบทบาทของสมาคมฯ ตลอดระยะเวลา 49 ปี มุ่งส่งเสริมการพัฒนาวิศวศึกษาของเอเชียให้ก้าวทันโลกและตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม วัตถุประสงค์การจัดประชุม AEESEAP 2022 นี้ เพื่อส่งเสริมการศึกษาทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ เป็นเวทีแลกเปลี่ยน ถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ และศาสตร์ทางด้านวิศวกรรม รวมถึงประมวลองค์ความรู้ใหม่ๆ

ตอบโจทย์การบ่มเพาะบุคลากรที่ตรงตามความต้องการด้านความสามารถทางวิศวกรรมศาสตร์ในการพัฒนาประเทศและภูมิภาคโลกร่วมกัน ตลอดจนสร้างเสริมเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการในระดับภูมิภาคเอเชีย โดยมีวิทยากรจากนานาประเทศ พร้อมด้วยคณะกรรมการ AEESEAP จากออสเตรเลีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลี มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย เข้าร่วมงาน

ในงานประชุม AEESEAP 2022 ทางประเทศออสเตรเลีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และประเทศไทย ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ให้เห็นถึงตัวอย่างของ ความร่วมมือระหว่างภาควิชาการกับภาคอุตสาหกรรม ปัจจัยสู่ความสำเร็จที่ทำให้การพัฒนาวิศวศึกษา และบ่มเพาะวิศวกรก้าวหน้าและมีประสิทธิภาพ หลังวิกฤตโควิด-19 โลกยุคใหม่ที่เทคโนโลยีพลิกผันรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการใช้ Ai, บล็อกเชน, Big Data, IoT, หุ่นยนต์และระบบออโตเมชั่น, โดรน, VR/AR เชื่อมต่อกัน

จึงต้องโฟกัสที่ “ผู้ใช้” คือ ภาคอุตสาหกรรม และ “ผู้เรียน” คือ นักศึกษาใหม่และคนทำงาน ความท้าทายของวิศวศึกษา คือ เทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปเร็วธุรกิจอุตสาหกรรมต่างๆ จึงต้องการวิศวกรที่มีคุณภาพ ความสามารถในทักษะทั้งด้านวิศวกรรมและ Soft Skills ความคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา ผ่าฟันอุปสรรค นับเป็นคุณค่าแก่การเรียนรู้และเรียนลัดของประเทศต่างๆ ในการพัฒนาบุคลากรสร้างวิศวกรคนรุ่นใหม่

รศ.ดร.จักรกฤษณ์ กล่าวต่อไปว่า แนวโน้มของวิศวศึกษาในอนาคต จะมุ่งการเปลี่ยนผ่านสู่ Digital Transformation คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับปริญญาน้อยลง โลกคือห้องเรียน ผสมผสานการเรียนการสอนที่ยืดหยุ่นทั้งแพลตฟอร์ม Tele-Education และห้องเรียน เนื่องจากวิศวศึกษาต้องการการฝึกฝน ทักษะปฏิบัติและมีการทดลองในห้องปฏิบัติการ ด้านการพัฒนาหลักสูตรจะเน้นการต่อยอดนวัตกรรม ความเป็นผู้นำ การประยุกต์ใช้ได้จริงจริยธรรมของวิศวกร บนพื้นฐานวิศวศึกษาที่ยั่งยืน (Sustainibility)

ซึ่งหลายประเทศรวมถึงไทยให้ความสำคัญยิ่งในการยกระดับวิศวศึกษาสู่มาตรฐานโลก เช่น ประเทศไทยใช้มาตรฐาน ABET จากสหรัฐอเมริกา ขณะที่อีกหลายประเทศใช้มาตรฐาน Washington Accord ทั้งมีการศึกษาและนำร่อง “ธนาคารหน่วยกิต” หรือระบบ “Micro Credential” เพื่อการศึกษาตลอดชีวิตของประชากรทุกช่วงวัย (Lifelong Learning) ส่วนเทคโนโลยีการศึกษาเป็นโครงสร้างพื้นฐานของการเรียนรู้ยุคใหม่ อาทิ การจำลองภาพเพื่อการเรียนรู้ (Immersive Education) การเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง (Practise- Based Learning)

ควบคู่กับการจัดพื้นที่ให้เมคเกอร์คนรุ่นใหม่และสตาร์ทอัพได้คิดค้นต่อยอดนวัตกรรม รวมทั้งความร่วมมือด้านห้องปฏิบัติการข้ามมหาวิทยาลัยและข้ามประเทศ ตลอดจนพัฒนาเอสเอ็มอีโลกาภิวัฒน์ ทั้งนี้ สำหรับประเทศไทย การลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายหลั่งไหลเข้ามาสู่ “เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก EEC” ทำให้ความต้องการแรงงานทักษะสูงในระดับต่างๆ ของ ช่วง 5 ปี (ค.ศ.2021-2025 หรือ พ.ศ.2564-2568) ทั้งวิศวกรและบุคลากรพุ่งสูงถึง 564,176 คน และ EEC จะเป็นกลไกขับเคลื่อนสำคัญต่อการเติบโตของประเทศไทย

“การผนึกกำลังของสมาคม AEEASEAP และสภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย ซึ่งมีสมาชิก 64 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ จะทำให้หลักสูตรวิศวศึกษาและการผลิตบุคลากรทุกระดับตอบโจทย์ความเป็นจริง เป็นไปในทิศทางสอดคล้องกับการพัฒนาประเทศ และภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก” รศ.ดร.จักรกฤษณ์ กล่าว

รศ.ดร.ธนภัทร์ วานิชานนท์ รองคณบดีฝ่ายการจัดการทุนมนุษย์และองค์กรสัมพันธ์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงความสำเร็จที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ยกระดับ 6 หลักสูตรสู่มาตรฐานโลกโดยได้รับการรับรองจาก ABET สหรัฐอเมริกา (Accreditation Board for Engineering and Technology) นั้น ใช้เวลาเตรียมการ 4 ปีเศษ นับเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่ได้รับการรับรองมากที่สุดถึง 6 หลักสูตร ป.ตรี

คือ วิศวกรรมเคมี วิศกรรมคอมพิวเตอร์ วิศวกรรมเครื่องกล วิศวกรรมชีวการแพทย์ วิศวกรรมโยธาและสิ่งแวดล้อม วิศวกรรมไฟฟ้า ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้เรียนและการเคลื่อนย้ายแรงงาน วิศวกรไทยเป็นที่ยอมรับในตลาดโลกสามารถไปศึกษาต่อหรือทำงานได้ทั่วโลก อีกทั้งส่งผลดีต่อความน่าเชื่อถือในสถาบันการศึกษา ประเทศชาติ และประชาคมโลก

“ระบบ ABET ให้การรับรองคุณภาพการศึกษาโดยพิจารณาจาก 1.หลักสูตร มีการบริหารจัดการและบรรลุวัตถุประสงค์ 2.วัตถุประสงค์หลักสูตร ตามแนวทาง Outcome Based Education 3.ผลสัมฤทธิ์ต่อผู้เรียนและผลลัพธ์อย่างมีหลักฐานเชิงประจักษ์ 4.หลักสูตรมีการพัฒนาต่อเนื่อง 5.ข้อกำหนดหลักสูตร การวัดผลและการขอรับการประเมิน” รศ.ดร.ธนภัทร์ ระบุ

รศ.ดร.ธนภัทร์ ยังกล่าวอีกว่า มีมหาวิทยาลัยของไทยหลายแห่ง อาทิ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้มาเยี่ยมชมคณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.มหิดล และหารือถึงวิธีการเตรียมความพร้อมเพื่อความสำเร็จในการขอรับรองมาตรฐาน ABET ซึ่งทางคณะฯ ยินดีถ่ายทอดประสบการณ์และให้คำแนะนำอย่างเต็มที่

‘ตรีนุช’ชื่นชมสิ่งประดิษฐ์อาชีวะ เทคนิคฉะเชิงเทรา คว้า 2 รางวัลนานาชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693261

'ตรีนุช'ชื่นชมสิ่งประดิษฐ์อาชีวะ เทคนิคฉะเชิงเทรา คว้า 2 รางวัลนานาชาติ

‘ตรีนุช’ชื่นชมสิ่งประดิษฐ์อาชีวะ เทคนิคฉะเชิงเทรา คว้า 2 รางวัลนานาชาติ

วันอาทิตย์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 22.02 น.

“ตรีนุช”ชื่นชมสิ่งประดิษฐ์อาชีวะ เทคนิคฉะเชิงเทรา คว้า 2 รางวัลนานาชาติ งาน 2022 Seoul International Invention Fair (SIIF2022)

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2565 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวชื่นชม วิทยาลัยเทคนิคฉะเชิงเทรา ที่นำผลงานวิจัยสิ่งประดิษฐ์ “หุ่นยนต์ช่วยฝึกเดินสำหรับผู้ป่วยอัมพฤต-อัมพาต” (Walking robot for rehabilitation of paralysis patient) เข้าร่วมจัดแสดงในงาน “2022 Seoul International Invention Fair” (SIIF2022) ได้รับรางวัล Gold Prize จาก Korea Invention Promotion Association ซึ่งเป็นเหรียญทอง รางวัลยอดเยี่ยมในการสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ และ Special Award จาก Taiwan Invention Association รางวัลพิเศษสำหรับสิ่งประดิษฐ์ที่มีศักยภาพ

ซึ่งงาน Seoul International Invention Fair 2022″ (SIIF2022) เป็นการจัดแสดงนิทรรศการผลงานวิจัยและนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์นานาชาติ จัดขึ้นโดย Korean Intellectual Property Office และ Korea Invention Promotion Association ระหว่างวันที่ 16-19 พฤศจิกายน 2565 ณ Coex Convention & Exhibition Center กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี

โดยมีผลงานวิจัยและนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์กว่า 400 ผลงานจาก 16 ประเทศ เข้าร่วมจัดแสดง ซึ่งวิทยาลัยเทคนิคฉะเชิงเทรา ได้รับการคัดเลือกจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) นำผลงาน “หุ่นยนต์ช่วยฝึกเดินสำหรับผู้ป่วยอัมพฤต-อัมพาต” เป็นตัวแทนอาชีวศึกษาไทยเข้าร่วมงานดังกล่าว โดยมี นายสุรเดช ดวงเพชร และ นายวีรชัย หวังชัยยะ นักศึกษาระดับ ปวส.1 แผนกเทคนิคการผลิต นำเสนอผลงานสิ่งประดิษฐ์ในเวทีนานาชาติ

– 006

‘ตรีนุช’สั่งสอศ.เร่งแก้นักศึกษาอาชีวะทะเลาะวิวาทที่ต้นตอตรงจุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693103

'ตรีนุช'สั่งสอศ.เร่งแก้นักศึกษาอาชีวะทะเลาะวิวาทที่ต้นตอตรงจุด

‘ตรีนุช’สั่งสอศ.เร่งแก้นักศึกษาอาชีวะทะเลาะวิวาทที่ต้นตอตรงจุด

วันเสาร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 17.07 น.

“ตรีนุช” สั่งสอศ.เร่งแก้นักศึกษาอาชีวะทะเลาะวิวาทที่ต้นตอตรงจุด

19 พ.ย. 2565 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ( รมว.ศธ.) กล่าวว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวมีนักศึกษาอาชีวศึกษา รวมกลุ่มก่อเหตุความรุนแรงขึ้นภายนอกสถานศึกษา ตามถนนและแหล่งมั่วสุมต่างๆ นั้น จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า ผู้ก่อเหตุส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาที่พ้นสภาพนักศึกษาไปแล้ว และ อยู่นอกระบบการศึกษา แต่แอบอ้างว่าเป็นนักศึกษา ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ตนจึงได้มอบหมายให้ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) ดำเนินการแก้ปัญหาเร่งด่วน โดยยึดหลัก 3 ป คือป้องกัน ปลูกฝัง และปราบปราม เพื่อเร่งแก้ไขปัญหานักเรียนนักศึกษาทะเลาะวิวาทที่ต้นตอตรงจุด

รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า  ที่ผ่านมาทางสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)และวิทยาลัยในสังกัด ทุกแห่งได้ดำเนินการป้องกัน และปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม ระเบียบ วินัยอย่างเข้มข้น เหตุความรุนแรงจึงไม่เกิดในวิทยาลัย แต่ไปเกิดเหตุระหว่างการเดินทางบนท้องถนน  ซึ่งในเรื่องนี้กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)จะเพิ่มมาตรการป้องกันและปรามปราบร่วมกับหน่วยงานอื่น เช่น ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และศาลโดยตนได้สั่งการให้ สอศ.แจ้งให้วิทยาลัยในสังกัดทุกแห่ง สำรวจรายชื่อนักเรียน นักศึกษา ทำบัญชีกลุ่มเสี่ยง ที่เคยก่อเหตุ หรือ มีแนวโน้มที่จะก่อเหตุ หรือ มีพฤติกรรมรุนแรง จากนั้นทุกสถานศึกษาจะส่งรายชื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามพฤติกรรม หากกระทำผิดให้ดำเนินการตามระเบียบกฎหมายทันที รวมทั้งจะนำมาตรการทางกฎหมายมาบังคับใช้กับผู้ปกครองที่ปล่อยปละละเลยให้เด็กไปก่อเหตุดังกล่าวด้วย โดยจะต้องรับผิดชอบตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 30/2559 เรื่อง มาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียนและนักศึกษาอย่างจริงจัง เพราะที่ผ่านมากลุ่มเหล่านี้กระทำผิดซ้ำบ่อย  ทั้งนี้ หากสถานศึกษา พบว่า มีกลุ่มรุ่นพี่ หรือบุคคลภายนอกที่มีอิทธิพลมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมเข้ามาชักจูงพาทำกิจกรรมหรือมีการปลูกฝังความคิดในทางที่ผิด หรือ พยายามเข้ามาก่อกวนชักนำรุ่นน้องไปในทางที่ผิด ให้สถานศึกษาส่งชื่อให้ตำรวจช่วยติดตามปรับทัศนคติ หรือดำเนินตามกฎหมายทันที

นางสาวตรีนุช กล่าวด้วยว่า ตนได้รับรายงานว่า ขณะนี้มีสื่อโซเชียล เช่น เว็บไซต์ เพจ และสื่อต่างๆ ได้ลงภาพ คลิป ข้อความที่เป็นการสื่อไปในทางท้าทาย ยุยง ยั่วยุ ปลุกปั่น ให้ก่อเหตุทะเลาะวิวาท ตามสื่อซึ่งมีผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก นั้น ทาง ศธ. และ สอศ.จะทำหนังสือขอความร่วมมือไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)ขอให้กองบัญชาการ ตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หรือตำรวจไซเบอร์ และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DES) ดำเนินการตรวจสอบปิดเพจ เว็บไซต์ สื่อต่างๆ เหล่านั้น และดำเนินการตามกฎหมายเช่นกัน

“มาตรการเหล่านี้ถือว่าเป็นมาตรการที่จำเป็นต้องใช้เพื่อปกป้องนักเรียนนักศึกษาส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นคนดี มีความมุ่งมั่นตั้งใจ และดิฉันก็ขอขอบคุณผู้ปกครองที่ไว้วางใจส่งบุตร หลานให้มาเรียนสายอาชีพ โดยดิฉันจะช่วยดูแลเรื่องความปลอดภัยให้ทุกคนได้เรียนอย่างมีคุณภาพ และมีความสุข กระทรวงศึกษาธิการจะใช้มาตรการทุกรูปแบบเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุความรุนแรงอีกต่อไป” นางสาวตรีนุช กล่าว 

รมช.ศึกษาธิการพร้อมเยียวยานร.หญิงถูกล่วงละเมิด ยืนยันไม่ปกป้องคนผิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693102

รมช.ศึกษาธิการพร้อมเยียวยานร.หญิงถูกล่วงละเมิด ยืนยันไม่ปกป้องคนผิด

รมช.ศึกษาธิการพร้อมเยียวยานร.หญิงถูกล่วงละเมิด ยืนยันไม่ปกป้องคนผิด

วันเสาร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 17.04 น.

“คุณหญิงกัลยา” ยันไม่ป้องคนผิด กรณีนักเรียนหญิงพัทลุงถูกล่วงละเมิด กำชับสถานศึกษาติดตามตรวจสอบเข้มงวด พร้อมดูแลเยียวยาเหยื่ออย่างเต็มที่

19 พฤศจิกายน 2565 นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย โฆษกประจำตัว รมช.ศึกษาธิการ (ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช) เปิดเผยว่า ตามที่มีรายงานข่าวกรณีนักเรียนหญิง ชั้น ม.4 ของโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์จังหวัดพัทลุง ถูกเพื่อนชายโรงเรียนเดียวกันล่วงละเมิดทางเพศ และมีรายงานข่าวปรากฏว่านักเรียนหญิงคนดังกล่าวได้รับผลกระทบทางจิตใจเป็นอย่างมากนั้น

จากกรณีดังกล่าว ดร.คุณหญิงกัลยา ในฐานะที่กำกับโรงเรียนที่อยู่ในสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษรับทราบและมีความไม่สบายใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างยิ่ง จึงได้กำชับสถานศึกษาให้เร่งตรวจสอบ และสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างใกล้ชิด พร้อมให้การดูแล เยียวยา เยาวชนผู้ได้รับผลกระทบเพื่อให้ได้รับความเป็นธรรมโดยเร่งด่วน

นางดรุณวรรณ  กล่าวต่อด้วยว่า ดร.คุณหญิงกัลยา มีความไม่สบายใจและห่วงใยเป็นอย่างยิ่งโดยได้กำชับให้ผู้บริหารสถานศึกษา รายงานความคืบหน้ามายังหน่วยงานต้นสังกัดพร้อมกันนี้คุณหญิงกัลยายังได้มีบัญชาให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยดูแลเยียวยาเยาวชนผู้ได้รับผลกระทบอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ โดยเฉพาะเรื่องของการเยียวยาบาดแผลจิตใจที่อาจส่งผลทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เพื่อให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ อีกทั้งให้สถานศึกษาทุกแห่ง ตลอดจนครู อาจารย์ ร่วมกันตรวจตรา เอาใจใส่นักเรียนอย่างเข้มงวด จริงจังมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะโรงเรียนที่มีนักเรียนอยู่ประจำแบบพักค้าง เพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำรูปแบบเดียวกันในสถานศึกษาทุกแห่ง

“คุณหญิงกัลยา เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยในโรงเรียน และรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งที่เกิดกรณีแบบนี้ในสถานศึกษา ซึ่งควรจะเป็นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชน ยืนยันว่าจะไม่ปกป้องผู้กระทำผิดอย่างแน่นอน หากการสอบสวนพบว่ากระทำผิดจริง ก็ต้องให้รับโทษตามกระบวนการทางกฏหมายต่อไป และขอให้ผู้ปกครองสบายใจว่าจะให้การช่วยเหลือผู้เสียหายอย่างเต็มที่” นางดรุณวรรณ กล่าว 

‘ตรีนุช’ปลื้มอาชีวะ ครีเอทเมนูอาหารแห่งอนาคต ‘โครเก็ตพะแนงแพลนเบส’ โชว์ศักยภาพSoft Powerไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693068

'ตรีนุช'ปลื้มอาชีวะ ครีเอทเมนูอาหารแห่งอนาคต 'โครเก็ตพะแนงแพลนเบส' โชว์ศักยภาพSoft Powerไทย

‘ตรีนุช’ปลื้มอาชีวะ ครีเอทเมนูอาหารแห่งอนาคต ‘โครเก็ตพะแนงแพลนเบส’ โชว์ศักยภาพSoft Powerไทย

วันเสาร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 14.07 น.

“ตรีนุช” ปลื้มอาชีวะครีเอทเมนูอาหารแห่งอนาคต “โครเก็ตพะแนงแพลนเบส” โชว์ศักยภาพ Soft Power ไทย

19 พ.ย.2565 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า ตนขอชื่นชมความสำเร็จวิทยาลัยในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ที่เมนู ”โครเก็ตพะแนงแพลนเบส ” ของทีมลูกชะมวง จากวิทยาลัยเทคนิคระยอง ได้รับการโหวตให้เป็น 1 ใน 21 เมนู จากการเเข่งขันประกวด ”เมนูอาหารอนาคต” ภายใต้แนวคิด BCG แสดงศักยภาพ Soft power ด้านอาหารไทย วัตถุดิบไทย และความเป็นคลังอาหารของโลก ที่คำนึงถึงความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม ในโครงการ APEC Future Food for Sustainability ในโอกาสที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุม APEC 2022 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพลังความคิดสร้างสรรค์ของอาชีวะในการเชื่อมโยงนวัตกรรมด้านอาหารเข้ากับเทรนด์โลกยุคใหม่อย่าง BCG Model ได้อย่างลงตัว สอดคล้องกับเป้าหมายการศึกษาที่มีคุณภาพเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์เชิงบวก และสร้างการรับรู้ในเวทีผู้นำระดับโลก  

ด้าน ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(กอศ.) กล่าวว่า เมนูที่ทีมลูกชะมวง วิทยาลัยเทคนิคระยอง รังสรรค์ขึ้นมา ใช้วัตถุดิบที่ได้จากการปลูกพืชหมุนเวียนของชาวบ้าน อย่างมันเทศ ถั่วลิสง จนได้เป็น เมนู ”โครเก็ตพะแนงแพลนเบส” ในรูปแบบการทานอาหารที่อร่อย ทานแล้วมีความสุขกลับไป ( Fine Dining ) ที่นำมันเทศมาใช้แทนมันฝรั่ง เลือกใช้โปรตีนทดแทนจากขนุน เห็ด ธัญพืช และข้าวหอมมะลิไทย มาทำโครเก็ต ราดด้วยซอสพะแนงชุ่มฉ่ำ ที่ให้รสอร่อย กรอบนอก นุ่มใน มีโปรตีนสูงจากธัญพืชที่หลากหลาย มีสารต้านอนุมูลอิสระเบต้าเเคโรทีนสูง เหมาะที่จะต่อยอดเป็นอาหาร Frozen Food ช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้ดีขึ้นจากการปลูกพืชหมุนเวียนรักษาคุณภาพหน้าดิน สนับสนุนความยั่งยืนของคนในชุมชนจังหวัดระยอง ซึ่งเมนูนี้ได้รับการคัดเลือกจากการโหวตของสำนักข่าวต่างประเทศ ให้เป็น 1 ใน 7 ทีม นำเสนอเมนูอาหารแก่ผู้สื่อข่าวต่างประเทศ เมื่อวันที่ 15 พ.ย.ที่ผ่านมา และเมนูนี้ก็ได้นำไปร่วมจัดแสดงในนิทรรศการ Future Food for Sustainability ที่ศูนย์สิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 14-19 พ.ย. 2565 ในช่วงสัปดาห์การประชุมผู้นำเอเปค เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับอาหารแห่งอนาคตด้วย
-009

‘เบิร์ด’นำทีมนักร้องโชว์ต้อนรับผู้นำAPEC เปิดภาพ’ของที่ระลึก’รัฐบาลไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/692657

‘เบิร์ด’นำทีมนักร้องโชว์ต้อนรับผู้นำAPEC เปิดภาพ'ของที่ระลึก'รัฐบาลไทย

‘เบิร์ด’นำทีมนักร้องโชว์ต้อนรับผู้นำAPEC เปิดภาพ’ของที่ระลึก’รัฐบาลไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 13.50 น.

‘เบิร์ด’ นำทีมนักร้องโชว์ต้อนรับผู้นำ APEC ไทยเตรียมการแสดงโขน โนรา เทศกาลลอยกระทงในน่านน้ำเจ้าพระยาสุดอลังการ จัดดนตรีร่วมสมัย พร้อมของที่ระลึกความเป็นไทย ร่วมต้อนรับผู้นำ APEC  17 พ.ย.นี้ ที่หอประชุมกองทัพเรือ ขับเคลื่อน Soft Power ความเป็นไทยสู่สายตาชาวโลก

17 พ.ย.2565 นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) กล่าวว่า ตามที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปค 2022 ระหว่างวันที่ 14-19 พ.ย.2565 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และหอประชุมกองทัพเรือ โดยรัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ดำเนินกิจกรรมการแสดงสำหรับการจัดงานเลี้ยงรับรองการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ในวันที่ 17 พ.ย. 2565 ณ หอประชุมกองทัพเรือ นั้น วธ.ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ อาทิ วงดุริยางค์จาก 4 เหล่าทัพ กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงหน่วยงานภายในสังกัด วธ. ไม่ว่าจะเป็น สำนักการสังคีต กรมศิลปากร และสถาบันบัณฑิตพัฒศิลป์ จัดการแสดงภายใต้แนวคิดหลักของการจัดงาน APEC Thailand 2022 คือ “เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล Open Connect Balance” ร้อยเรียงเรื่องราวอันงดงาม ถ่ายทอดเป็นผลงานการแสดงทางศิลปวัฒนธรรมที่งดงามประกอบฉาก แสง สี เสียง

สำหรับองค์ที่ 1 : OPEN TO ALL OPPORTUNITIES เป็นการบรรเลงบทเพลงโดยวงดุริยางค์ 4 เหล่าทัพ พร้อมวงดนตรีไทยร่วมสมัยกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ประกอบกับการขับร้องเพลงโดยศิลปินระดับแนวหน้าของไทย ได้แก่ เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ , ต๊งเหน่ง รัดเกล้า อามระดิษ , วิน วศิน พรพงศา , ปุ้ย ดวงพร พงศ์ผาสุก และกิต กิตตินันท์ ชินสําราญ ร่วมขับร้องบทเพลงพระราชนิพนธ์ บทเพลงไทย เพลงสากล และเพลงร่วมสมัย

องค์ที่ 2 : CONNECT IN ALL DIMENSIONS การแสดงแฟชั่นโชว์ผ้าไหมไทยร่วมสมัยจากดีไซน์เนอร์เขตเศรษฐกิจเอเปคทั้ง 21 เขต

องค์ที่ 3 : BALANCE IN ALL ASPE CTS ประกอบด้วย การร้อยเรียงศิลปวัฒนธรรมถ่ายทอดในรูปแบบการแสดงประเพณีดั้งเดิม และการแสดงร่วมสมัย ภายใต้แนวคิดหลักของการประชุม “Open. Connect. Balance.” และตราสัญลักษณ์ สำหรับการประชุม “ชะลอม” ผ่านการแสดงจากภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ ภาคกลาง ประกอบกับ “ประเพณีลอยกระทง” ของประเทศไทยอันเกี่ยวเนื่องกับการแสดงความเดารพบูชา “สายน้ำ” เป็นจุดเริ่มต้นที่เชื่อมโยงทุกเขตเศรษฐกิจเข้าด้วยกันสู่ความสมดุล

นายอิทธิพล กล่าวด้วยว่า การแสดงทางศิลปวัฒนธรรมแสดงถึงคุณค่าความงดงามจากท้องถิ่นสู่ระดับนานาชาติ อาทิ การแสดงภาคเหนือ การฟ้อนร่ม การแสดงกิงกะหร่า เต้นโต ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หน้ากากผีตาโขน บ่าวขาลาย ถือหางนกยูง ฟ้อนภูไท เซิ้ง ถือบั้งไฟ เชิดพญานาค สะท้อนถึงความสนุกสนานรื่นเริง ภาคใต้ โนรา ซึ่งได้รับการยกย่องเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ จาก UNESCO หนังตะลุง ตารีบุหงา ในส่วนของภาคกลาง จะมีการแสดงโขน เป็นศิลปะการแสดงชั้นสูงของไทยที่มีความสง่างาม อลังการและอ่อนช้อย ปิดท้ายค่ำคืนด้วยบรรยากาศเทศกาลลอยกระทง สัมผัสประสบการณ์การลอยกระทง รับชมการจัดแสดงประเพณีที่เกี่ยวเนื่องกับสายน้ำของไทย ไม่ว่าจะเป็น ลอยกระทง ลอยกระทงสาย และไหลเรือไฟ ในแม่น้ำเจ้าพระยาแม่น้ำสายสำคัญของไทย

นายอิทธิพล กล่าวต่อว่า รัฐบาลไทยได้เตรียมของที่ระลึก สำหรับผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค และสมรส เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้ได้จริง ใช้ซ้ำได้ รวมถึงให้ผู้นำเขตเศรษฐกิจนำไปตั้งอยู่ในทำเนียบรัฐบาลหรือสถานที่สำคัญของประเทศเขตเศรษฐกิจนั้นๆ เพื่อเป็นที่ระลึกว่าเอเปค 2022 จัดขึ้นที่ประเทศไทย อีกทั้งเป็นการบ่งบอกถึงวัฒนธรรมไทย 7 รายการ โดย 3 ชิ้นแรก เป็นของที่ระลึกที่ให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม เป็นการนำสิ่งที่มีอยู่ในชุมชนมาใช้อย่างคุ้มค่าตามแนวคิดลดขยะให้เป็นศูนย์ (Zero Waste) ตระหนักถึงความสำคัญของชุมชน ที่สร้างสรรค์ผลงานจากวัสดุธรรมชาติ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และคำนึงถึงการใช้วัสดุอย่างคุ้มค่า ประกอบด้วย

1.ภาพดุลโลหะ “รัชตะแสนตอก”  สำหรับมอบให้ผู้นำเขตเศรษฐกิจ ภาพพระบรมมหาราชวังและกระบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารคจากมุมมองของผู้นำที่จะได้ชมจากหอประชุมกองทัพเรือในค่ำคืนของงานเลี้ยงรับรอง ใช้เทคนิคดุนลายหรือตอกเงินบนแผ่นโลหะรีไซเคิล ประกอบกับกรอบไม้ยางพารา ผลิตจากชุมชนวัวลาย วัดศรีสุพรรณ จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นชุมชนต้นแบบคุณธรรม “เที่ยวชุมชนยลวิถี” ของกระทรวงวัฒนธรรม

2.กล่องใส่เครื่องประดับดุนโลหะ “รัชตะหมื่นตอก” (สำหรับคู่สมรส) เป็นลวดลายสอดรับกันกับภาพดุลโลหะของผู้นำเขตเศรษฐกิจ กล่องเป็นไม้ยางพารา ด้านในบุเป็นผ้าไหมไทย

3.Accessories Box หรือ ชุดผลิตภัณฑ์ผ้า “จตุราภรณ์” เป็นผ้าไหมทอมือย้อมสีธรรมชาติด้วยสีจากเปลือกมะพร้าว จาก อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา พิมพ์ลาย “ชะลอม” ร้อยเรียงขึ้นเป็นลายไทยประจำยาม จตุราภรณ์ ด้านในประกอบด้วย เนคไทล์ หน้ากากอนามัย ผ้าเช็ดหน้า และผ้าคลุมไหล่

นอกจากนี้ รัฐบาลยังจัดเตรียมของที่ระลึกอันทรงคุณค่าจากศิลปหัตถกรรมชั้นสูงจากสถาบันสิริกิติ์ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มอบให้ผู้นำและคู่สมรส มีจำนวน 2 รายการ ประกอบด้วย 1.กรอบรูปถมเงิน พร้อมภาพพระราชทานของผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ในระหว่างการเข้าเฝ้าฯ 2.กล่องลิเภาเลี่ยมขอบเงิน ตกแต่งเงินลงยาสี โดย “ลิเภา” หรือ “ย่านลิเภา” (ตามภาษาท้องถิ่นภาคใต้) ตลอดจนผลิตภัณฑ์ที่จัดทำขึ้นในวาระพิเศษครั้งนี้อีก 2 รายการ ประกอบด้วย

1.สมุดรายนามผู้ผลิตผ้าไหมและผู้ประกอบการทั่วประเทศ ฉบับพิเศษ หรือใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า “Thai Silk for All”ด้วยน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีพระวิริยะอุตสาหะในการส่งเสริมเรื่อง “ผ้าไทย” เป็นการนำเสนอและส่งเสริมผ้าไทยในระดับนานาชาติผ่านการประชุมเอเปค 2022 ครั้งนี้ เกิดการต่อยอด สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และยกระดับผ้าไทยไปสู่เวทีโลก

2.เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค โดยกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเผยแพร่พระเกียรติคุณให้แผ่ไพศาลไปทั้งในประเทศและนานาประเทศ รวมทั้งเพื่อเป็นที่ระลึกเนื่องในโอกาสการเป็นเจ้าภาพของประเทศไทย และเผยแพร่ชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของประเทศไทยให้แพร่หลายยิ่งขึ้น ถือเป็นโอกาสสำคัญอย่างยิ่งที่ไทยจะแสดงให้ผู้นำเขตเศรษฐกิจได้เห็นถึงความงดงามของศิลปวัฒนธรรมและสถานที่อันสวยงามของประเทศไทย ผ่านงาน Soft Power ให้เกิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างชื่อเสียงและภาพลักษณ์ที่ดีของไทยในระดับเวทีโลก

-005