‘มช.-NARIT’สร้างปรากฏการณ์ปั้นสตาร์ทอัพ ด้วยองค์ความรู้ดาราศาสตร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/692650

‘มช.-NARIT’สร้างปรากฏการณ์ปั้นสตาร์ทอัพ ด้วยองค์ความรู้ดาราศาสตร์

‘มช.-NARIT’สร้างปรากฏการณ์ปั้นสตาร์ทอัพ ด้วยองค์ความรู้ดาราศาสตร์

วันพฤหัสบดี ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 13.08 น.

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จับมือ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เตรียมปั้นธุรกิจนวัตกรรม Deep Tech Startup ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี วิศวกรรมขั้นสูง ร่วมกันพัฒนาพร้อมต่อยอดเทคโนโลยีชั้นแนวหน้าและเทคโนโลยีเชิงลึก (Frontier and Deep Tech) ทางดาราศาสตร์มาประยุกต์ใช้ในเชิงพาณิชย์ด้านอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนวิศวกรรม   ที่มีความแม่นยำสูง การแพทย์ และเทคโนโลยีแห่งอนาคต

17 พฤศจิกายน 2565 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เปิดพื้นที่ NSP Rice Grain Auditorium อาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ (จังหวัดเชียงใหม่) จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่ ระหว่างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กับสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สดร. ในการร่วมกันส่งเสริม สนับสนุน และสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการวิจัย วิชาการ การพัฒนา และต่อยอดเทคโนโลยีทางดาราศาสตร์ไปใช้ในเชิงพาณิชย์ พร้อมบ่มเพาะเทคโนโลยีและวิศวกรรมขั้นสูงเพื่อนำไปสู่การจัดตั้งสตาร์ทอัพ ในการนี้ ศ.ดร.นายแพทย์พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกับ ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ โดยมี ผศ.ดร.ธัญญานุภาพ อานันทนะ และ ผศ.ดร.วิภู รุโจปการ เป็นสักขีพยานในพิธี

ศ.ดร.นายแพทย์พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า มหาวิทยาลัย เชียงใหม่ มีความพร้อมอย่างยิ่งในฐานะสถาบันการศึกษาที่จะร่วมวิจัย พัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อสร้างนวัตกรรม นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์และสร้างคุณค่าในเชิงการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โดยมีกลไกสนับสนุนสำคัญ คือ บริษัท อ่างแก้ว โฮลดิ้ง จำกัด ที่ช่วยสร้างมูลค่าให้แก่ทรัพย์สินทางปัญญาที่เกิดจากการ ต่อยอดงานวิจัยเทคโนโลยีเป็นนวัตกรรม สามารถขยายสู่เชิงธุรกิจให้เป็นประโยชน์ต่อภาคเอกชนและอุตสาหกรรม ทั้งยังมีอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (STeP) 
ที่การันตีด้วยรางวัลหน่วยบ่มเพาะธุรกิจดีเด่นระดับเอเชีย พร้อมให้การสนับสนุนความร่วมมือดังกล่าวนี้
อย่างเต็มกำลัง ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการบ่มเพาะธุรกิจนวัตกรรมและการปั้นสตาร์ทอัพจากเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech Startup) ภายใต้ระบบนิเวศนวัตกรรม (Innovation Ecosystem) ของอุทยานฯ ในฐานะแม่ข่ายดำเนินงานอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ

ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา ผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สดร. กล่าวว่า ด้วยประสบการณ์ในการสร้างและพัฒนาอุปกรณ์สำหรับงานวิจัยดาราศาสตร์มากว่า 10 ปี ปัจจุบัน สดร. มีห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีและวิศวกรรม 5 ด้าน เพื่อสร้างองค์ความรู้ งานวิจัย และเทคโนโลยีขั้นสูงที่มีศักยภาพระดับโลก การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ จึงเป็นการสร้างช่องทางส่งผ่านองค์ความรู้ งานวิจัย และเทคโนโลยีเหล่านั้นไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ โดยนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่มีอยู่ไปต่อยอดร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์หรือนวัตกรรมให้เกิดการใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนการขอรับการสนับสนุนต่อยอดการวิจัยจากแหล่งทุนทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงสร้างโอกาสในการจัดตั้งสตาร์ทอัพจากเทคโนโลยีขั้นสูง โดยร่วมกันจัดตั้งนิติบุคคลจากทรัพย์สินทางปัญญาของทั้งสองฝ่าย ซึ่งจะต่อยอดไปสู่การลงทุนในบริษัทสตาร์ทอัพ เกิดการลงทุนหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ภายใต้วงล้อความสัมพันธ์ระหว่างงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง กับบริษัทสตาร์ทอัพต่าง ๆ โดยในระยะเริ่มต้นมุ่งหวังให้เกิดโมเดลในลักษณะดังกล่าวขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมและขับเคลื่อนไปได้ก่อนเป็นอันดับแรก

นับเป็นความท้าทายในการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี วิศวกรรมจากวงการดาราศาสตร์มาใช้กับอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนวิศวกรรมที่มีความแม่นยำสูง อุตสาหกรรมการแพทย์ และการต่อยอดการใช้งานกับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีแห่งอนาคตต่อไป โดยหวังว่าจากความร่วมมือในครั้งนี้จะเกิดสตาร์ทอัพหน้าใหม่ในสาย Deep Tech Startup สัญชาติไทยเพิ่มขึ้น ทั้งยังสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้

 -005

ห้ามพลาด!รัฐบาลชวนดู VIJIT CHAO PHRAYA จัดใหญ่ 6 จุดริมเจ้าพระยา ‘ชมฟรี’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/692647

ห้ามพลาด!รัฐบาลชวนดู VIJIT CHAO PHRAYA จัดใหญ่ 6 จุดริมเจ้าพระยา ‘ชมฟรี’

ห้ามพลาด!รัฐบาลชวนดู VIJIT CHAO PHRAYA จัดใหญ่ 6 จุดริมเจ้าพระยา ‘ชมฟรี’

วันพฤหัสบดี ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 12.47 น.

รัฐบาลเชิญชวนประชาชนชมกิจกรรมแสงสี “VIJIT CHAO PHRAYA” 6 จุดริมแม่น้ำเจ้าพระยาจนถึงวันที่ 27 พ.ย. จุดสะพานพระพุทธยอดฟ้าเพิ่มรอบการแสดงพลุ 19-20 ,24-27 พ.ย.

17 พ.ย.65 น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้จัดกิจกรรม “VIJIT CHAO PHRAYA” ปรากฎการณ์แห่งแสงสีริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในช่วงการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค  ตั้งแต่วันนี้-27 พ.ย. 65 บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยารวมเป็น 6 จุด  ในโอกาสนี้รัฐบาลจึงขอเชิญชวนประชาชนรับชมการแสดงแสงสีเสียงในจุดต่างๆ ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

“มุมมองในการชมแสงสีได้สวยงามที่สุดจะเป็นการล่องเรือในเส้นทางท่องเที่ยวแม่น้ำเจ้าพระยา และริมแม่น้ำฝั่งตรงข้ามจุดที่ทำการแสดง โดยกิจกรรมครั้งนี้ ททท. ได้จัดขึ้นเพื่อเป็นการสร้างสีสันตลอดริม 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ต้อนรับการประชุมผู้นำเอเปค สร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ และยังเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการเรืออาหาร เรือนำเที่ยว โรงแรม ที่พัก ตลอดจนร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ทำการแสดง” น.ส.ไตรศุลี กล่าว

สำหรับชุดการแสดง และกำหนดเวลาการแสดงใน 6 พื้นที่ริมน้ำเจ้าพระยาในกิจกรรม “VIJIT CHAO PHRAYA” มีดังนี้

1. สะพานพระราม 8  : “ทอแสง วิจิตร ตระการ”  เป็นการแสดง Light Show & Laser เพื่อต้อนรับการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปค ตามแนวคิด Open. Connect. Balance.และเป็นการเฉลิมฉลองการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวกลับมา โดยมีการย้อมไฟกับเส้นสายของสะพานพระราม 8 เกิดเป็นสีสันบรรยากาศ และฉายแสงเลเซอร์เป็นลวดลายและข้อความ ประกอบกับเสียงเพลงที่ผสมผสานความเป็นไทยเข้ากับดนตรีสากล จากศิลปิน The Sound of Siam จัดแสดงทุกวัน ๆ ละ 6 รอบ เวลา 19.00 น. 19.30 น. 20.00 น. 20.30 น. 21.00 น. และ 21.30 น.

2. ป้อมวิไชยประสิทธิ์ : “วิจิตร ปราการ ธารธารา” เป็นการแสดง Projection Mapping ประกอบแสงสี และ Effect พิเศษ ถ่ายทอดเรื่องราวความรุ่งเรืองวิถีแห่งสายน้ำตราบอดีตจวบปัจจุบัน ที่มีการเดินเรือค้าขาย การเดินทางติดต่อทางการทูต วิถีชีวิตของคนไทยกับสายน้ำ และการต่อสู้เพื่อความสุขสงบสันติของแผ่นดินโดยใช้กำแพงป้อมที่งดงามเป็นพื้นที่ฉายภาพ จัดแสดงทุกวัน ๆ ละ 6 รอบ เวลา 19.00น. -19.06 น. 19.20- 19.26 น.20.00-20.06 น.20.06-20.26น.21.10-21.16น.และ 21.30-21.36 น. การแสดงมีเอฟเฟค ในวันที่ 19-20 พ.ย. ,24-27 พ.ย.65

3.วัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร : “นฤมิต วิจิตร นาฏกรรม” การแสดงทางวัฒนธรรมประยุกต์ ผสมผสานระบบเทคนิคพิเศษ   บอกเล่าเรื่องราวของประเพณีอันเรืองงามคู่สายน้ำเจ้าพระยา โดยมีหนังใหญ่และการแสดงทางวัฒนธรรม  ที่สืบเนื่องกับแม่น้ำร่วมแสดง สื่อถึงความรุ่มรวยทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของประเทศไทย ตลอดจนความสุข ที่เปี่ยมมิตรไมตรีและรอยยิ้ม จัดแสดงในช่วงวันที่ 18-20 พ.ย. ,25-27 พ.ย. 65 เวลา 19.30 -19.40 น. 20.30 -30.40 น. และ 21.30-21.10 น. มีการแสดงวัฒนธรรมและพลุ

4.สะพานพระพุทธยอดฟ้า : “วิจิตร เรืองรอง ท้องนที” การแสดง Illumination Light Show ประกอบดนตรีที่สื่อถึงประสบการณ์การเดินทางแห่งความสุขในทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทย ถ่ายทอดออกมาเป็นการเล่นแสงไฟตามจังหวะเพลงที่น่าตื่นตาตื่นใจสะท้อนวิถีชีวิตของคนไทย กระตุ้นให้เกิดการเดินทางออกไปค้นหา จัดแสดงทุกวัน ๆ ละ 6 รอบ เวลา 19.15 น. 19.45 น. 20.15 น. 20.45 น. 21.15 น. และ 21.45 น. และมีการเพิ่มรอบการแสดงพลุ รับชมฟรี ในวันที่  19-20 และ 24-27 พ.ย. 65 เวลา 20.45-20.52 น.

5. ศูนย์การค้าริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก : วิจิตรไทยแลนด์” การฉาย Projection Mapping ไปยังพื้นผิวอาคาร เป็นถ่ายทอดเรื่องราวของเสน่ห์แห่งแม่น้ำเจ้าพระยา และนำเสนอ SOFT POWER สำคัญในเมืองไทย   เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาสัมผัสประสบการณ์อันมหัศจรรย์ ทั้ง FOOD FILM FASHION FIGHT FESTIVAL จัดแสดงทุกวัน ๆ ละ 6 รอบ เวลา 19.00 น. 19.30 น. 20.00 น. 20.30 น. 21.00 น. และ 21.30 น.

6.ไอคอนสยาม : “วิจิตรธารา มหาปรากฏการณ์” การประดับไฟตกแต่งไอคอนสยามแบงคอกอิลูมิเนชั่นริมแม่น้ำเจ้าพระยา  ด้วยพลังงานสะอาดจาก Solar Cell นวัตกรรมใหม่ที่สอดรับกับนโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก  สู่ชั้นบรรยากาศ และการแสดง The ICONIC Multimedia Water Feature การแสดงระบำสายน้ำประกอบแสงสีเสียงที่ยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดแสดงทุกวัน ๆ ละ 4 รอบ เวลา 18.15 น. 19.15 น.  20.15 น. และ 21.15 น.

ม.วลัยลักษณ์ จับมือ 2 บริษัทเอกชน พัฒนาเทคโนโลยีผลิตกัญชาเพื่อการแพทย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/692559

ม.วลัยลักษณ์ จับมือ 2 บริษัทเอกชน  พัฒนาเทคโนโลยีผลิตกัญชาเพื่อการแพทย์

ม.วลัยลักษณ์ จับมือ 2 บริษัทเอกชน พัฒนาเทคโนโลยีผลิตกัญชาเพื่อการแพทย์

วันพฤหัสบดี ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ศ.ดร.วรรณา ชูฤทธิ์ รักษาการแทนรองอธิการบดี ม.วลัยลักษณ์ (มวล.) พร้อมด้วย นายหิรัญปกรณ์ ทองเหม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ภูเก็ต โคโค่ อิมพอร์ตเอ็กซ์พอร์ต จำกัด และนายณัฐฐาพล สุริยณครัมมญ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มนตราแมนเนจเมนท์ จำกัด ร่วมกันลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เพื่อวิจัยพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการผลิตกัญชาทางการแพทย์ โดยมี ผศ.ดร.อนุรักษ์ ถุงทอง ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มวล. Mr.Lucas Bart Myer บริษัท ภูเก็ต โคโค่ อิมพอร์ตเอ็กซ์พอร์ต จำกัด และนางสาวพัชรกันต์ สุริยณครัมมญ์ บริษัท มนตราแมนเนจเมนท์ จำกัด ลงนามเป็นพยาน

ศ.ดร.วรรณา กล่าวว่า ม.วลัยลักษณ์ เป็นมหาวิทยาลัยวิจัยอันดับโลกได้รับการจัดอันดับโลกจาก World University Rankings โดย Times Higher Education อันดับที่ 1501+ ของโลก อันดับที่ 11 ของไทยเป็นปีแรก ซึ่งเรื่องของการวิจัยถือเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยพัฒนาทั้งด้านการเรียนการสอนและการก้าวสู่อันดับโลกดังกล่าว ทั้งนี้ ปัจจุบันกัญชาหรือกัญชง เป็นพืชที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ยกให้เป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ โดยมีภาคเอกชนเป็นกำลังสำคัญในการ
ขับเคลื่อนทำงานเพื่อตอบสนองนโยบาย และมหาวิทยาลัยในฐานะองค์กรด้านการศึกษาที่มีความพร้อมทั้งด้านบุคลากร องค์ความรู้ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย มีความเข้มแข็งทางด้านการเกษตร อาหาร การแพทย์เภสัช ไอที และอื่นๆ ซึ่งความพร้อมเหล่านี้สามารถสนับสนุนการทำงานร่วมกันกับภาคเอกชน ซึ่งมหาวิทยาลัยพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐาน อุปกรณ์เครื่องมือที่ทันสมัยและบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ

สำหรับการลงนามในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกัน พัฒนางานวิจัย และถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการผลิตกัญชาทางการแพทย์อย่างครบวงจร ทั้งการปลูกกัญชาทางการแพทย์ในระบบปิด การสกัดกัญชาด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง การพัฒนาห้องปฏิบัติการที่มีมาตรฐานเพื่อการวิเคราะห์ทดสอบสารสกัดจากกัญชา การพัฒนายาที่มีกัญชาเป็นองค์ประกอบเพื่อรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งและโรคอื่นๆ ตลอดจนเพื่อยกระดับสายพันธุ์กัญชาของไทยและผลผลิตจากสารสกัดกัญชาไทยให้เป็นที่ยอมรับทั่วโลก โดยบันทึกข้อตกลงฉบับนี้มีกำหนดระยะเวลาด้วยกัน 3 ปี

สำนักการศึกษา กทม. ร่วมกับไอวีแอล จัดอบรมบริหารจัดการขยะพลาสติก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/692562

สำนักการศึกษา กทม. ร่วมกับไอวีแอล  จัดอบรมบริหารจัดการขยะพลาสติก

สำนักการศึกษา กทม. ร่วมกับไอวีแอล จัดอบรมบริหารจัดการขยะพลาสติก

วันพฤหัสบดี ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือไอวีแอล ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับโลก จัดอบรมผู้อำนวยการโรงเรียน หัวหน้าฝ่ายการศึกษาและเจ้าหน้าที่หน่วยศึกษานิเทศก์ ในสังกัดกรุงเทพมหานคร จำนวนกว่า 500 คน ในหัวข้อ “การบริหารจัดการขยะพลาสติกอย่างยั่งยืน” พร้อมส่งมอบสื่อการเรียนรู้เกี่ยวกับการรีไซเคิลพลาสติก PET ให้แก่โรงเรียนจำนวนกว่า 400 แห่ง เพื่อนำไปต่อยอดขยายผลและจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมให้แก่นักเรียนและบุคลากรในสถานศึกษาต่อไป

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า โครงการบริหารจัดการขยะพลาสติกอย่างยั่งยืนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครครั้งนี้ จัดขึ้นเนื่องจากขยะเป็นเรื่องที่หลายภาคส่วนให้ความสนใจและกำลังร่วมกันหาวิธีรับมือ ทั้งในระดับชุมชน ระดับประเทศ และระดับสากล ซึ่งหนึ่งในแนวทางการแก้ปัญหาขยะอย่างยั่งยืน คือ การจัดการขยะภายใต้แนวคิดระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยมุ่งเน้นการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธีตั้งแต่ต้นทาง เพื่อให้ง่ายต่อการนำไปต่อยอดในกระบวนการต่างๆ ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่วัสดุที่ใช้งานแล้ว ช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ซึ่งตามโรดแมปการจัดการขยะพลาสติกตามนโยบายภาครัฐ พ.ศ. 2561-2573 ตั้งเป้าหมายในการนำขยะพลาสติกกลับมาใช้ประโยชน์ 100% ภายในปี 2570 และอินโดรามา เวนเจอร์ส ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการรีไซเคิลพลาสติก PET ได้เข้ามาร่วมเป็นภาคีเครือข่ายในการบริหารจัดการขยะและรักษาสิ่งแวดล้อมของกรุงเทพมหานคร ผ่านการให้ความรู้และสนับสนุนสื่อการเรียนรู้ด้านการรีไซเคิลให้กับสำนักการศึกษาและโรงเรียนในสังกัด

นางชุลีพร วงษ์พิพัฒน์ รองผู้อำนวยการสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “การจัดอบรมร่วมกับ อินโดรามา เวนเจอร์ส ในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งในโครงการบริหารจัดการขยะพลาสติกอย่างยั่งยืนสำหรับโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร โดยมีผู้อำนวยการโรงเรียน จำนวน 437 โรงเรียน หัวหน้าฝ่ายการศึกษา จำนวน 50 คน และเจ้าหน้าที่หน่วยศึกษานิเทศก์จำนวน 60 คนเข้าร่วมอบรมในวันนี้ จากนั้น สำนักการศึกษาจะติดตามการบริหารจัดการขยะพลาสติกอย่างยั่งยืนของโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร ในช่วงไตรมาสแรกปี 2566 และสรุปผลโครงการบริหารจัดการขยะพลาสติกอย่างยั่งยืนต่อไป

นายอานุช โลเฮีย รองประธานอินโดรามา เวนเจอร์ส กล่าวว่า โครงการส่งเสริมความรู้ด้านการคัดแยกและรีไซเคิลพลาสติกของเรา เริ่มดำเนินงานตั้งแต่ปี 2561 และได้ให้ความรู้แก่นักเรียน นักศึกษาและบุคคลทั่วไปแล้วกว่า 10,000 คนทั่วประเทศ เพื่อสร้างความตระหนักในการจัดการของเสียอย่างถูกต้องเพื่อนำไปรีไซเคิลต่อไป โครงการของเรา ถือเป็นรากฐานสำคัญในการเผยแพร่ความรู้ไปทั่วโลก เรามุ่งมั่นที่จะให้ความรู้กับนักเรียน นักศึกษา และบุคคลทั่วไปให้ได้ถึง 1,000,000 คนทั่วโลกภายในปี 2573 เรามีการพัฒนาสื่อการสอนอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งหลักสูตรการเรียนการสอน วีดิทัศน์ และสารสนเทศอื่นๆทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษสำหรับกลุ่มอายุที่แตกต่างกัน

โรงเรียนหรือหน่วยงานที่สนใจรับสื่อการเรียนรู้หรือจัดอบรม สามารถติดต่อได้ที่ฝ่าย CSR โทร.02-6616661 ต่อ 240 หรือ 252 อีเมล recyclingeducation @indorama.net โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

ยูนิเซฟเปิดตัวแคมเปญ‘เซฟโซนนี้มีไว้พักใจ’ ให้เด็กและวัยรุ่นค้นพบพื้นที่ปลอดภัยของตัวเอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/692563

ยูนิเซฟเปิดตัวแคมเปญ‘เซฟโซนนี้มีไว้พักใจ’  ให้เด็กและวัยรุ่นค้นพบพื้นที่ปลอดภัยของตัวเอง

ยูนิเซฟเปิดตัวแคมเปญ‘เซฟโซนนี้มีไว้พักใจ’ ให้เด็กและวัยรุ่นค้นพบพื้นที่ปลอดภัยของตัวเอง

วันพฤหัสบดี ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ยูนิเซฟเปิดตัวแคมเปญใหม่ “เซฟโซนนี้มีไว้พักใจ” ภายใต้โครงการ “โอกาสพักใจมีได้ทุกวัน” เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนในประเทศไทยได้ค้นพบเซฟโซนหรือพื้นที่ปลอดภัยของตัวเอง เซฟโซนแห่งนี้จะเป็นพื้นที่ที่พวกเขาสามารถรับมือกับปัญหาสุขภาพจิตด้วยความเข้มแข็งและกำลังใจจากคนรอบข้าง โดยแคมเปญนี้จะส่งเสริมความรู้ความเข้าใจด้านสุขภาพจิตให้กับพ่อแม่ ผู้ปกครอง และคุณครู ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการช่วยให้เด็กๆ มีสุขภาพจิตที่ดีและสามารถรับมือกับสภาพอารมณ์และความเปลี่ยนแปลงได้

แคมเปญใหม่นี้จะมีแบบทดสอบให้กับเด็กและเยาวชนซึ่งจะช่วยให้พวกเขาเข้าใจอารมณ์ของตัวเองได้ดีขึ้น และ
ค้นพบกับ “เซฟโซน” หรือพื้นที่ปลอดภัยของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นสัตว์เลี้ยง มุมสงบริมทะเล ดนตรีโปรด หรือแม้แต่กิจกรรมหรืองานอดิเรก นอกจากนี้ ยังมีมิวสิกวีดีโอเพลง “หยุดพัก” จากวง A Little Bit High แห่งค่าย Spacebar Music Hub ซึ่งพบว่าดนตรีได้กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยของพวกเขา

นางคยองซอน คิม ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวว่า การตีตราเรื่องสุขภาพจิตทำให้เด็กและเยาวชนถูกตีกรอบให้ปิดบังอารมณ์ที่แท้จริง ทำให้พวกเขารู้สึกโดดเดี่ยวไร้ที่พึ่ง เพราะต้องทนทุกข์ทรมานและเผชิญกับความโศกเศร้า
ความไม่แน่นอน ความโดดเดี่ยว และความเครียดเพียงลำพังตลอดสามปีที่มีการแพร่ระบาดโควิด หรืออาจจะก่อนหน้านั้นเสียอีก แคมเปญ “โอกาสพักใจมีได้ทุกวัน” จึงกลับมาอีกครั้งเพื่อมอบเครื่องมือที่ทุกคนใช้ได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ แคมเปญยังสนับสนุนให้ทุกคนกล้าเผชิญและเปิดเผยอารมณ์ที่แท้จริง ซึ่งจะช่วยให้พวกเขาพร้อมที่จะเปิดใจและกล้าขอความช่วยเหลือจากคนที่ห่วงใยเขาหรือแม้แต่จากผู้เชี่ยวชาญ

รายงานการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ระบบและบริการสนับสนุนทางจิตใจและจิตสังคมสำหรับเด็กและวัยรุ่นในเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ฉบับประเทศไทย 2565 ซึ่งจัดทำโดยยูนิเซฟ กรมสุขภาพจิต สถาบันวิจัยประชากรและสังคม และสถาบันเบอร์เนต ระบุว่า วัยรุ่นไทยอายุ 10-19 ปี ประมาณ 1 ใน 7 คน และเด็กไทยอายุ 5-9 ขวบ ประมาณ 1 ใน 14 คน มีความผิดปกติทางจิตประสาทและอารมณ์ อีกทั้งการสำรวจภาวะสุขภาพนักเรียนทั่วโลกในส่วนของประเทศไทยเมื่อปี 2564 (2021 Global School-based Student Health Survey) พบว่า ร้อยละ 17.6 ของวัยรุ่นอายุ 13-17 ปี มีความคิดที่จะฆ่าตัวตาย

แม้ประเทศไทยได้ดำเนินโครงการหลากหลายรูปแบบเพื่อส่งเสริมสุขภาพจิตที่ดีของเด็กและวัยรุ่นทั้งในโรงเรียนและสถานพยาบาลต่างๆ แต่เด็กและวัยรุ่นจำนวนมากยังคงเข้าไม่ถึงบริการและการสนับสนุนทางสุขภาพจิต ข้อมูลจากสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์พบว่า ในประเทศไทยมีจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นอยู่มีเพียง 200 คน

“สุขภาพจิตที่ย่ำแย่นอกจากจะฉุดรั้งการพัฒนาของเด็กและวัยรุ่นแล้วยังอาจทำลายชีวิตพวกเขาอีกด้วย โรคทางจิตเวชกว่าครึ่งเริ่มต้นตั้งแต่ก่อนอายุ 15 ปีและการเข้าถึงบริการก็เป็นไปอย่างจำกัด นอกเหนือไปจากเซฟโซนที่พวกเขาควรมีแล้ว เด็กๆ ควรรู้สึกปลอดภัยมากพอที่จะเปิดอกคุยกับพ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือคุณครู ทั้งนี้ ยูนิเซฟจะยังคงสนับสนุนรัฐบาลไทยในการเสริมสร้างระบบการดูแลสุขภาพจิตทั้งที่บ้าน โรงเรียนหรือชุมชนที่ครอบคลุมเด็กและวัยรุ่นทุกคนและทุกกลุ่ม เพื่อให้พวกเขาได้รับการดูแลทางสุขภาพจิตที่มีคุณภาพและทันท่วงที” นางคิมกล่าว

ต้อนรับ 2 รอง ผอ.เขต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/692560

ต้อนรับ 2 รอง ผอ.เขต

ต้อนรับ 2 รอง ผอ.เขต

วันพฤหัสบดี ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ผกาภรณ์ พลายสังข์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 (ผอ.สพป.พิษณุโลก เขต 2 ) นายกิตติพงษ์ โปร่งเจริญ รอง ผอ.สพป.พิษณุโลก เขต 2 ผู้อำนวยการกลุ่ม บุคลากร สพป.พิษณุโลก เขต 2 ประธานเครือข่ายพัฒนาการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ต้อนรับ นายธราพงศ์ สุเทียนทอง และ นางนุชสรา ทองดอนคำ ในโอกาสย้ายมาดำรงตำแหน่ง รองผอ.อำนวยการ สพป.พิษณุโลก เขต 2

มอบเงินกองทุนเฉพาะกิจช่วยเหลือนักเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/692561

มอบเงินกองทุนเฉพาะกิจช่วยเหลือนักเรียน

มอบเงินกองทุนเฉพาะกิจช่วยเหลือนักเรียน

วันพฤหัสบดี ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายศุภชัย ภาสกานนท์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์ มอบเงินกองทุนเฉพาะกิจช่วยเหลือนักเรียน ให้ผู้ปกครองนักเรียน นายอภิรักษ์ เชื่อมาก บ้านเลขที่ 171 หมู่ 5 ตำบลสะเดา อำเภอพลับพลาชัย จังหวัดบุรีรัมย์
นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนพลับพลาชัยพิทยาคม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์ ที่ได้เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจรั่ว

DPU จับมือ WORKPOINT ปั้นเด็กนิเทศ เป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์คุณภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/692557

DPU จับมือ WORKPOINT ปั้นเด็กนิเทศ  เป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์คุณภาพ

DPU จับมือ WORKPOINT ปั้นเด็กนิเทศ เป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์คุณภาพ

วันพฤหัสบดี ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผศ.ดร.ทัณฑกานต์ ดวงรัตน์ รองอธิการบดีสายงานเครือข่ายสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) เปิดเผยว่า คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ร่วมมือกับ บริษัท ไทยบรอดคาสติ้ง จำกัด (ในเครือเวิร์คพอยท์กรุ๊ป) พัฒนาศักยภาพเด็กนิเทศศาสตร์สู่การเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์หน้าใหม่ ในครั้งนี้ ทำให้เด็กได้เรียนรู้การทำงานแบบมืออาชีพ โดยปัจจุบันนักศึกษาหลายคนอยากจะเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ และเป็นเจ้าของสื่อของตัวเอง การจับมือระหว่างภาควิชาการและวิชาชีพ นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของนักศึกษาในการเรียนรู้ทักษะ และประสบการณ์ เพื่อมุ่งสู่เส้นทางสายนี้เมื่อจบการศึกษา

ดร.วิชนี ศรีสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการสายงานการตลาด บริษัท ไทย บรอดคาสติ้ง จำกัด เปิดเผยว่าความร่วมมือในโครงการนี้เป็นการเปิดโอกาสให้นักศึกษานำเสนอความคิดสร้างสรรค์ ในการผลิตรายการใหม่ พร้อมโอกาสแสดงผลงานในช่องบางพูนแคมปัส ซึ่งเป็นช่องยูทูบที่ได้รับความนิยมอย่างมากทางออนไลน์ อาทิ รับก่อนนาวยูซีมี่ ฯลฯ ในครั้งนี้บริษัทจะได้ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ตั้งแต่แนวคิด ทัศนคติ วิธีการ เทรนด์ใหม่ๆ ในวงการสื่อปัจจุบัน พร้อมทั้งเป็นแรงบันดาลใจให้น้องๆ ที่ต้องการจะเดินในเส้นทางนี้ให้ได้รับความรู้ ทักษะ และประสบการณ์การทำงานอย่างถูกต้องและรวดเร็วขึ้น เพื่อนำสิ่งที่ได้จากห้องเรียนสู่การปฏิบัติจนออกมาเป็นผลงานที่มีคุณภาพ สามารถต่อยอดและใช้งานจริงได้

สำหรับโครงการ “เล่นใหญ่Beyond Content Creators” นักศึกษาจะได้เรียนรู้การทำงานกับลูกค้าจริง ตลาดจริง และโจทย์จริง เป็นทั้งการอบรม (Workshop) ศึกษาดูงานและ การผลิตคอนเทนต์ สร้างสรรค์ผลงานจริง โดยเริ่มการสอนและจัดอบรมระหว่างวันที่ 16 มกราคม-14 พฤษภาคม 2566 โดยเมื่อจบโครงการผลงานที่ผลิตจะถูกนำไปเผยแพร่ทางช่องยูทูบบางพูนแคมปัส

ชิงทุนรัฐบาล! ชวน’นิสิต-นักศึกษา’ร่วมสมัคร สำนักงาน ก.พ.เปิดสอบ 137 ทุน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/692396

ชิงทุนรัฐบาล! ชวน'นิสิต-นักศึกษา'ร่วมสมัคร สำนักงาน ก.พ.เปิดสอบ 137 ทุน

ชิงทุนรัฐบาล! ชวน’นิสิต-นักศึกษา’ร่วมสมัคร สำนักงาน ก.พ.เปิดสอบ 137 ทุน

วันพุธ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 08.34 น.

เชิญชวนนิสิต นักศึกษา และประชาชนผู้มีคุณสมบัติ สมัครสอบชิงทุนรัฐบาล สำนักงาน ก.พ.เปิดสอบแข่งขันสำหรับปี 2566 รวม 137 ทุน ด้าน สดช. ประกาศให้ทุน ป.โท-เอก สาขาอวกาศ 3 ทุน เติมศักยภาพอุตสาหกรรมเป้าหมาย

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2565 น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลขอเชิญชวนนิสิต นักศึกษา รวมถึงผู้ที่มีคุณสมบัติสมัครสอบแข่งขันเพื่อรับทุนรัฐบาล สำหรับบุคคลทั่วไประดับปริญญา ประจำปี 2566 ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือ สำนักงาน ก.พ.ได้เปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 10 พ.ย. – 28 ธ.ค.65 ผ่านช่องทาง http://scholar.ocsc.go.th

ทั้งนี้ ทุนการศึกษาสำหรับบุคคลทั่วไประดับปริญญา ประจำปี 2566 มีทั้งสิ้น 137 ทุน ประกอบ ด้วยทุนตามความต้องการของส่วนราชการ (บรรจุก่อนไปศึกษา) 43 ทุน , ทุนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 86 ทุน ทุนศึกษา ณ University of Chinese Academy of Sciences หรือ ทุน UCAS 5 ทุน และทุนสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) 3 ทุน

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า คุณสมบัติของผู้สมัคร กรณีทุนระดับปริญญาโท หรือ โท-เอก ต้องเป็นผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ปีสุดท้ายระดับปริญญาตรี หรือจบปริญญาตรี มี GPAX ไม่ต่ำกว่า 2.75 หรือ 3.00 ตามที่กำหนดในใบประกาศรับสมัคร ยกเว้นทุนธนาคารแห่งประเทศไทยที่กำหนด GPAX ไม่ต่ำกว่า 3.00 และอายุไม่เกิน 35 ปี นับถึงวันปิดรับสมัคร ส่วนทุนระดับปริญญาเอก คุณสมบัติต้องเป็นผู้ได้รับปริญญาโท มี GPAX ไม่ต่ำกว่า 3.50 และอายุไม่เกิน 40 ปี นับถึงวันปิดรับสมัคร ยกเว้นทุน กลต.ต้องอายุไม่เกิน 35 ปี

“สำนักงาน ก.พ.เป็นองค์กรกลางด้านการบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคลของรัฐบาล ภารกิจส่วนหนึ่งจะดูแลการคัดเลือกบุคคลเพื่อไปศึกษาทั้งในและต่างประเทศในระดับปริญญาตรี โท และเอก ในสาขาที่เป็นที่ต้องการของหน่วยงานต่างๆ โดยนักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชนทั่วไปที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารการเปิดรับสมัครสอบแข่งขันได้ที่เว็บไซต์สำนักงาน ก.พ. https://www.ocsc.go.th” น.ส.ไตรศุลี กล่าว

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ทางด้านสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ก็อยู่ระหว่างประกาศเชิญชวนผู้ผู้สนใจสมัครเข้ารับการคัดเลือกรับทุนการศึกษา ภายใต้กรอบความร่วมมือด้านอวกาศแห่งเอเชียแปซิฟิก (Asia-Pacific Space Cooperation Organization : APSCO) ประจำปี พ.ศ.2566 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาทรัพยากรบุคคลที่มีความรู้ด้านเทคโนโลยีอวกาศหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศไทย

สำหรับทุนภายใต้โครงการดังกล่าวนี้มี จำนวน 3 ทุน ทั้งหมดศึกษาที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ประกอบด้วย 1.ทุนระดับปริญญาเอก ด้านวิศวกรรมอวกาศ ของสถานบันเทคโนโลยีฮาร์บิน โดยจะปิดรับสมัครภายในวันที่ 9 ธ.ค.65 2.ทุนระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ด้านการบริหารจัดการ และวิศวกรรมการบินและอวกาศยาน ของมหาวิทยาลัยเจ้อเจียง โดยจะปิดรับสมัครวันที่ 31 ธ.ค.65 และ 3.ทุนระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ด้านการสำรวจและทำแผนที่ ของมหาวิทยาลัยอู่ฮั่น จะเปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 1 ธ.ค.65 – 15 ก.พ.66

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารดูข้อมูลที่ https://www.onde.go.th/view/1/main/TH-TH และเข้าไปที่เมนู ทุนการศึกษา หรือศึกษารายละเอียดสาขาวิชาที่เปิดรับสมัคร คุณสมบัติของผู้สมัคร เงื่อนไข และวิธีการสมัครตามโครงการนี้ได้โดยตรงที่ https://bit.ly/3fxCn2y ส่วนช่องทางการสมัครนั้นให้จัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วนไปยัง กองกิจการอวกาศแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เลขที่ 120 หมู่ที่ 3 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ อาคารรัฐประศาสนภักดี ชั้น 9 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 ภายในเวลาก่อนครบกำหนดปิดรับสมัครที่ระบุไว้สำหรับแต่ละหลักสูตร ไม่น้อยกว่า 5 วันทำการ โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 02-141-6882 หรือ อีเมล onde_apsco@onde.go.th

จัดประชุมขับเคลื่อนการผลิต และบริโภคที่ยั่งยืน-เศรษฐกิจหมุนเวียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/692240

จัดประชุมขับเคลื่อนการผลิต  และบริโภคที่ยั่งยืน-เศรษฐกิจหมุนเวียน

จัดประชุมขับเคลื่อนการผลิต และบริโภคที่ยั่งยืน-เศรษฐกิจหมุนเวียน

วันพุธ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สมาคมส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (ประเทศไทย) โดย ดร.วิจารย์ สิมาฉายา นายกสมาคมฯ ร่วมกับเครือข่ายส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืนแห่งเอเชียแปซิฟิก (APRSCP) โดย มร.สันเจย์ กุมาร์ จัดประชุมวิชาการนานาชาติ 16th Asia Pacific Roundtable on Sustainable Consumption and Production ภายใต้ธีม “Bridging Net Zero Transition by SCP and Circular Economy” (การขับเคลื่อนการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืนและเศรษฐกิจหมุนเวียน ให้บรรลุเป้าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์)

ในระหว่างวันที่ 21-23 พฤศจิกายน 2565 ณ โรงแรมปทุมวันปริ๊นเซส กรุงเทพฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและแลกเปลี่ยนประสบการณ์องค์ความรู้ของผู้บทบาทด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องระหว่างประเทศ ขององค์กรภาครัฐ เอกชน หน่วยงานระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อการขับเคลื่อนการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืนและเศรษฐกิจหมุนเวียน ให้บรรลุเป้าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ สู่สังคมคาร์บอนต่ำและการพัฒนาที่ยั่งยืน

ในวันเปิดงานฟังปาฐกถาพิเศษเรื่อง “ทิศทางของนานาชาติและประเทศไทยในการขับเคลื่อนสู่เป้าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์”โดย นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม พร้อมกันนี้ในช่วงพิธีเปิดยังมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิประกอบด้วยดร.มุชตาค มีมอน : ผู้แทนสหประชาชาติ ด้านสิ่งแวดล้อมของภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก มาบรรยายเรื่อง “สถานการณ์การขับเคลื่อนการผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืนในระดับภูมิภาค”,

ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ : ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) มาบรรยายเรื่อง “กลไกความร่วมมือ โดยใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และ BCG ในประเทศไทยและระดับภูมิภาค” และ ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง : ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) บรรยายเรื่อง “บทบาทของภาคเอกชนในการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์”

โดยตลอดทั้ง 3 วัน ท่านจะได้มีโอกาสพบกับวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิกว่า 40 ท่าน จากกว่า 15 ประเทศ ซึ่งท่านจะได้รับความรู้จากการนำเสนอนวัตกรรม แนวทางการแก้ไขปัญหาการดำเนินงานต่างๆ การแลกเปลี่ยนข้อหารือและส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือในหลายรูปแบบทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ผู้สนใจสามารถลงทะเบียน
เข้าร่วมงานได้ที่ Event Link : https://www.zipeventapp.com/e/16th-APRSCP-2022