‘กสศ.’ชวนสถาบันการศึกษาสายอาชีพ ยื่นข้อเสนอทุนหนุนเด็กด้อยโอกาสได้เรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/692247

‘กสศ.’ชวนสถาบันการศึกษาสายอาชีพ  ยื่นข้อเสนอทุนหนุนเด็กด้อยโอกาสได้เรียน

‘กสศ.’ชวนสถาบันการศึกษาสายอาชีพ ยื่นข้อเสนอทุนหนุนเด็กด้อยโอกาสได้เรียน

วันพุธ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเป็นปัญหาท้าทายต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทย แม้ว่าประเทศไทยลงทุนด้านการศึกษาในแต่ละปีสูงถึง 5 แสนล้านบาท แต่ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษายังคงพบเห็นได้ทุกพื้นที่ ส่งผลถึงความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและเป็นอุปสรรคสำคัญในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนซึ่งประเทศไทยได้ให้คำมั่นสัญญาแก่ประชาคมโลกว่าจะทำให้สำเร็จในปี 2030 (พ.ศ.2573)”

ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวในการประชุมชี้แจงการเปิดรับข้อเสนอโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ปี 2566 สำหรับหลักสูตรผู้ช่วยพยาบาลและผู้ช่วยทันตแพทย์ สำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ และสำหรับสถานศึกษาทั่วไปและสถานศึกษานวัตกรรม เมื่อช่วงต้นเดือน พ.ย. 2565 ที่ผ่านมา

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อทำความเข้าใจร่วมกับสถานศึกษาในการส่งเสริมโอกาสแก่เยาวชนที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 (ม.6) ประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 3 (ปวช.3) หรือเทียบเท่า ที่มีศักยภาพแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ให้ได้รับทุนการศึกษาในระดับประกาศนียบัตรชั้นสูง (ปวส.) และอนุปริญญา ซึ่ง ธันว์ธิดา กล่าวต่อไปว่า กสศ. เชื่อว่าทุกคนสามารถพัฒนาตนเองได้ตามศักยภาพหากมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ เพราะทรัพยากรมนุษย์เป็นแกนกลางของการพัฒนา กสศ. จึงมีโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง

“โดยปี 2566 ได้แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.ทุนหลักสูตรผู้ช่วยพยาบาลและผู้ช่วยทันตแพทย์ 2.ทุนสำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ และ 3.ทุนสำหรับสถานศึกษาทั่วไปและสถานศึกษานวัตกรรม เพื่อส่งเสริม สนับสนุนและให้ความช่วยเหลือเยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสให้ได้รับการศึกษาหรือพัฒนาตนเองให้มีความรู้ความสามารถในการประกอบอาชีพที่มีรายได้สูงขึ้น” ผอ.สำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กสศ. ระบุ

ธันว์ธิดายังกล่าวอีกว่า หนึ่งในปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่มีความท้าทายอย่างยิ่ง คือกลุ่มเยาวชนที่มีความต้องการพิเศษไม่มีโอกาสเข้าถึงการศึกษา หรือแม้มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาแต่ก็ขาดโอกาสการมีงานทำ จึงเป็นโจทย์ยากในการหลุดพ้นจากความยากจน ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ปี 2566 จึงเพิ่มโอกาสทางการศึกษาสายอาชีพให้แก่ผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ รวมถึงหนุนเสริมสถานศึกษาสายอาชีพให้มีความเข้มแข็งเพื่อเสริมสร้างความพร้อมสู่การมีงานทำและการพึ่งพาตนเองหลังผู้เรียนสำเร็จการศึกษาด้วยแนวคิดสร้างความพิเศษเป็นพลัง

ทั้งนี้ ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง เป็นการพัฒนาต้นแบบเชิงระบบในการสนับสนุนทุนการศึกษาสายอาชีพ มีการแลกเปลี่ยนการทำงานและส่งต่อให้หน่วยงานหลักในการขยายผลทั้งระบบการศึกษาต่อไป ถือเป็นอีกช่องทางสำคัญในการผลิตกำลังคนที่สร้างความเข้มแข็งให้กับภาคการผลิตและภาคธุรกิจเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติพ.ศ.2561-2580 รวมถึงตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานในประเทศ

ด้าน ปัทมา วีระวานิช ผู้ชำนาญการด้านการขับเคลื่อนนโยบายอาชีวศึกษา เพื่อพัฒนาศูนย์การเรียนรู้สู่ความเป็นเลิศเฉพาะทาง (Excellent Center) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และผู้ทรงคุณวุฒิ กสศ. กล่าวว่า สอศ. มีการทำงานร่วมกับสมาคมผู้พิการ โดยในยุคแรกได้ร่วมมือกับวิทยาลัยสารพัดช่างนครหลวงจัดการเรียนการสอนสำหรับผู้พิการทางสายตา

พยายามเรียนรู้การจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อผู้พิการและมีการขยายผลร่วมกับภาคีเพิ่มขึ้น ซึ่งแม้ว่าจำนวนสถาบันอาชีวศึกษาที่เปิดรับผู้พิการจะมีมากขึ้น แต่ในแง่การกระจายตัวยังไม่เพียงพอเพราะผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษมีข้อจำกัด เช่น พักอาศัย ไกลบ้านไม่ได้ จึงอยากเห็นสถาบันอาชีวศึกษาเข้ามามีส่วนร่วมกระจายโอกาสให้ครอบคลุมทั่วประเทศ

“ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง มุ่งเน้นสนับสนุนในสาขาซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดงาน มีค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตและค่าเทอม มีการติดตามผลการศึกษา ความประพฤติ และมีระบบฝึกงานเข้มข้นเพื่อเพิ่มโอกาสในการทำงานมากขึ้น เป็นการช่วยเหลือผู้ขาดแคลนให้มีความมั่นคงในชีวิต โดยเฉพาะในกลุ่มผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษให้ได้มีศักยภาพ ลดภาระครอบครัว สามารถดูแลตัวเองได้” ปัทมา กล่าว

ยังมีความร่วมมือของภาคเอกชน อาทิ ภูรี สมิทธิเนตย์ หัวหน้าโครงการ Café Amazon For Chance บริษัท สานพลังวิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ในกลุ่ม ปตท. กล่าวว่า โครงการ Cafe Amazon for chance เป็นโครงการให้กลุ่มผู้ด้อยโอกาสหรือกลุ่มผู้มีความต้องการพิเศษ ได้มีโอกาสร่วมงานกับคาเฟ่อเมซอน มีตั้งแต่ผู้พิการทางการได้ยิน ผู้พิการทางออทิสติก และผู้พิการทางการเคลื่อนไหว รวมถึงผู้สูงอายุ โดยคาเฟ่อเมซอนทำโครงการนี้มาประมาณ 5 ปี ปัจจุบันรับพนักงานด้อยโอกาสให้เข้าทำงานแล้วประมาณ 68 สาขา มีการจ้างงานกว่า 200 อัตรา

“เราก็ใช้แนวคิดการเรียนรู้ว่าจุดแข็งจุดอ่อนของกลุ่มผู้พิการมีอะไรบ้าง โดยเฉพาะในกรณีกลุ่มผู้พิการทางการได้ยิน เรารู้ว่าเขามีความบกพร่องทางการสื่อสารก็มีการที่ดีไซน์การทำงานเพื่อให้ขับเคลื่อนไปได้โดยพนักงานปกติมาร่วมเรียนรู้ภาษามือเพื่อให้สื่อสารร่วมกันได้ เราพยายามให้พนักงานกลุ่มนี้ได้มีโอกาสทำงานในทุกๆ ฝ่าย เช่น ตำแหน่งรับออเดอร์ ตำแหน่งพนักงานชงเครื่องดื่ม หรือตำแหน่งฝ่ายประสานงานซัพพลายเออร์ ทำให้น้องๆ มีการพัฒนาตัวเองตลอดเวลาเหมือนคนปกติทั่วไปจนสามารถขึ้นตำแหน่งบริหารเพิ่มเติมได้” ภูรี กล่าว

สำหรับสถานศึกษาที่จัดการศึกษาระดับ ปวช. ต่อเนื่อง ปวส. หรือ ปวส. หรืออนุปริญญาสายอาชีพ หรือประกาศนียบัตรหลักสูตรผู้ช่วยพยาบาล (1 ปี) หรือประกาศนียบัตรหลักสูตรผู้ช่วยทันตแพทย์ (1 ปี) จากทุกสังกัด สามารถยื่นข้อเสนอได้ตั้งแต่วันนี้-25 พ.ย. 2565 ทางเว็บไซต์ https://eefinnovet.com/ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ โทรศัพท์ 02-0795475 กด 2

‘ม.มหิดล’หนุนไทยบรรลุ‘SDGs’ จัดอบรม‘พัฒนาสุขภาวะแรงงาน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/692244

‘ม.มหิดล’หนุนไทยบรรลุ‘SDGs’  จัดอบรม‘พัฒนาสุขภาวะแรงงาน’

‘ม.มหิดล’หนุนไทยบรรลุ‘SDGs’ จัดอบรม‘พัฒนาสุขภาวะแรงงาน’

วันพุธ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ด้วยธงที่มุ่งหน้าสู่การบรรลุ “เป้าหมายเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) แห่งสหประชาชาติ” ภายในปี พ.ศ. 2573 หรือในอีก 8 ปีข้างหน้าทำให้ถนนทุกสายต่างมุ่งสู่ SDGs ข้อ 3 เพื่อการมีสุขภาวะที่ดี (Good Health & Well-being) ซึ่งจะเป็นขุมพลังสำคัญสู่การบรรลุเป้าหมาย SDGs ข้ออื่นๆ ได้ต่อไป เช่นเดียวกับแรงงานไทยในภาคอุตสาหกรรมจะมีคุณภาพหรือไม่ ปัจจัยสำคัญขึ้นอยู่กับการมีสุขภาวะที่ดี และสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยร่วมด้วย

ผศ.ดร.ไชยนันต์ แท่งทอง รองคณบดีฝ่ายบริหารการศึกษา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เปิดเผยว่า ตามโครงการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมในปี พ.ศ. 2565 นี้ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ริเริ่มเปิด “Wellness for Industry” เป็นปีแรก ซึ่งเป็นหลักสูตร 4 เดือนสำหรับผู้บริหารชั้นต้นที่รับหน้าที่ดูแลสุขภาวะแรงงานในภาคอุตสาหกรรม

โดยในอนาคตคาดว่าจะจัดอบรมได้อย่างต่อเนื่องประมาณ 2-3 ครั้งต่อปี และจะสามารถสะสมหน่วยกิตเพื่อใช้เทียบโอนสำหรับศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี และโทที่คณะฯ ในระบบปกติได้ต่อไปอีกด้วย เนื้อหาหลักสูตรประกอบไปด้วยหัวข้อที่น่าสนใจ อาทิ การจัดการสภาพแวดล้อมของแรงงาน และโรงงานอุตสาหกรรมการดูแลโภชนาการ การป้องกันโรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) การดูแลสุขภาพใจและการนำเทคโนโลยีทันสมัยมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน ฯลฯ

โครงการนี้ยังได้รับเกียรติจาก จรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการ ประธานคณะกรรมการบริหาร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ “WHA GROUP” ซึ่งเป็นศิษย์เก่าของคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลที่เพิ่งเข้ารับพระราชทานปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (อาชีวอนามัยและความปลอดภัย) ประจำปีการศึกษา 2564 ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากการบริหาร WHA GROUP ในฐานะ “ผู้นำหญิงที่ประสบความสำเร็จแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก” จากการยกย่องโดยนิตยสาร FORBES

โดย WHA GROUP ปัจจุบันมีบริษัทที่อยู่ในเครือมากกว่า 60 บริษัท ครอบคลุม 4 กลุ่มธุรกิจ โดยได้รับการประกาศจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ให้เป็นนิคมอุตสาหกรรมอัจฉริยะ ซึ่งหนึ่งในธุรกิจหลักเกี่ยวข้องกับด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ล่าสุดได้ร่วมกับโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำริเริ่มให้มีการใช้แอปพลิเคชั่นเพื่อการดูแลสุขภาพทางไกลให้บริการสำหรับกลุ่มลูกค้า ผู้ประกอบการ ตลอดจนพนักงานในนิคมอุตสาหกรรมของ WHA GROUP ในเบื้องต้น ก่อนขยายผลสู่วงกว้าง

ในส่วนของเนื้อหา (content) ร่วมจัดทำโดย 4 ภาควิชาของคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นการผนึกกำลังกันระหว่างภาควิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ภาควิชาวิศวกรรมสุขาภิบาล ภาควิชาโภชนวิทยาและภาควิชาการพยาบาลสาธารณสุข เพื่อสร้างบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในการดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจ การป้องกันโรคทั้งที่เกิดจากสภาพแวดล้อมการทำงานและพฤติกรรม สามารถให้จัดโปรแกรมการส่งเสริมสุขภาพ และคำปรึกษาด้านสุขภาพกับพนักงานในสถานประกอบการได้

อนึ่ง ในหลักสูตร Wellness for Industry คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้มีการแนะนำการใช้แอปพลิเคชั่นเพื่อการดูแลสุขภาวะให้ผู้เข้ารับการอบรมได้เป็นแนวทางในการนำไปพัฒนาต่อยอดเพื่อประยุกต์ใช้สำหรับการประกอบการของตัวเองต่อไปได้อีกด้วย ทั้งหมดนี้ถือเป็นภารกิจสำคัญของมหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะ “มหาวิทยาลัยแห่งสุขภาวะ” ที่จะต้องแสดงบทบาทเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานให้มีความเป็นอยู่ และสุขภาวะที่ดีเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นประเทศอุตสาหกรรมที่ทรงศักยภาพต่อไปในอนาคต

สำหรับเจ้าหน้าที่สุขภาพประจำสถานประกอบการใดสนใจจะร่วมเข้ารับการอบรมพร้อมรับใบประกาศนียบัตรในรุ่นต่อไป สามารถติดตามข่าวการจัดอบรมหลักสูตร “Wellness for Industry” คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ที่ http://www.ph.mahidol.ac.th

วอนกวาดล้างทั่วปท.เพื่อปกป้องเยาวชน ขอบคุณ‘บช.ก.’จับ‘บุหรี่ไฟฟ้า’ที่เมืองเลย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/692242

วอนกวาดล้างทั่วปท.เพื่อปกป้องเยาวชน  ขอบคุณ‘บช.ก.’จับ‘บุหรี่ไฟฟ้า’ที่เมืองเลย

วอนกวาดล้างทั่วปท.เพื่อปกป้องเยาวชน ขอบคุณ‘บช.ก.’จับ‘บุหรี่ไฟฟ้า’ที่เมืองเลย

วันพุธ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สืบเนื่องจากกรณีที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.ธรากร เลิศพรเจริญ,พ.ต.อ.เชษฐ์พันธ์ กิติเจริญศักดิ์ ผกก.1 บก.ปคบ. โดยเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ต.วิชัย ประเสริฐสังข์ สว.กก.1 บก.ปคบ.พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปคบ.

เข้าจับกุม นายโกเมนทร์ พิมพ์ที อายุ 24 ปีมีภูมิลำเนาอยู่ อ.วังสะพุง จ.เลย ในความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคซึ่งห้ามขาย หรือห้ามให้บริการบารากู่ บารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 แก้ไขเพิ่มเติมตาม พ.ร.บ. ผู้บริโภค ( ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 มาตรา 29/9,56/4 และคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคที่ 9/2558 ลง 28 ม.ค. 2558 โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ซึ่งผู้ต้องหาได้ลักลอบเปิดร้านจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า โดยเปิดเป็นร้านจำหน่ายเสื้อผ้า บังหน้า ชื่อร้าน INFINITY อยู่ที่ ถ.สกลเชียงคาน ต.กุดป่อง อ.เมือง จ.เลย ตำรวจจึงได้วางแผน จัดเจ้าหน้าที่เข้าไปทำการล่อซื้อในร้านดังกล่าวมีผู้ถูกจับกุมเป็นเจ้าของร้าน จากการตรวจสอบภายในร้านพบบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก จึงได้ยึดเป็นของกลางกว่า 13 รายการ มูลค่ากว่าสองแสนบาท โดยเข้าจับกุมเมื่อวันที่ 7 พ.ย. 2565 นั้น

นพ.วันชาติ ศุภจัตุรัส ผู้แทนสมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่กล่าวว่า ตนต้องขอบคุณ พล.ต.ท.จิรภพ และทีมงานที่จับกุมร้านขายบุหรี่ไฟฟ้ากลางเมืองเลยดังกล่าว ฐานความผิดฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคที่กำหนดห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อป้องกันการเสพติดบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นนโยบายที่แนะนำโดยองค์การอนามัยโลก (WHO) และรัฐบาลไทยได้ยึดนโยบายนี้มาตั้งแต่ปี 2558

“การฝ่าฝืนกฎหมายกระทำอย่างโจ่งแจ้ง ทั้งการขายออนไลน์ การขายตามตลาดนัด ทั้งกลางวันและกลางคืน และที่ท้าทายกฎหมายมากที่สุดคือการเปิดร้านขายอย่างเปิดเผย ซึ่งกรณีที่ตำรวจสอบสวนกลาง ทำการจับกุมที่จังหวัดเลยนั้น ข้อเท็จจริงแล้วมีการเปิดร้านขายบุหรี่ไฟฟ้าในอีกหลายจังหวัด โดยมีสมาชิกของเครือข่ายรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ในจังหวัดต่างๆ ร้องเรียนมาอย่างต่อเนื่อง” นพ.วันชาติ กล่าว

นายพชรพรรษ์ ประจวบลาภ เลขาธิการสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย (ยท.) กล่าวว่า ในนามของคนรุ่นใหม่ ขอขอบคุณกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่ให้ความสำคัญการจับตรวจจับผู้ค้าขายบุหรี่ไฟฟ้า เพราะบุหรี่ไฟฟ้าระบาดมากขึ้นในเด็กและเยาวชนเกือบทุกจังหวัด สาเหตุจากเข้าถึงง่าย ทั้งทางออนไลน์ และที่วางขายอย่างผิดกฎหมาย โดย ยท. พยายามระดมพลังเพื่อให้ความรู้ที่ถูกต้องถึงอันตรายของการเสพติดบุหรี่ไฟฟ้ามาอย่างต่อเนื่อง

“เครือข่ายบุหรี่ไฟฟ้ามีการให้ข้อมูลที่บิดเบือน ทำให้เยาวชนเข้าใจผิด คิดว่าบุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยจึงเข้าไปสูบจนเกิดการเสพติด จึงขอความกรุณาท่านได้ประสานให้มีการดำเนินคดีผู้ฝ่าฝืนขายบุหรี่ไฟฟ้าในพื้นที่จังหวัดอื่นๆ ด้วย จะเป็นคุณูปการต่อสุขภาพของเด็กและเยาวชนไทยเป็นอย่างยิ่ง” นายพชรพรรษ์ กล่าว

ผอ.สพม.หนองคายสั่งย้ายครูสายโหดทุบเด็กนักเรียน สั่งตั้งกก.สอบข้อเท็จจริง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/692344

ผอ.สพม.หนองคายสั่งย้ายครูสายโหดทุบเด็กนักเรียน สั่งตั้งกก.สอบข้อเท็จจริง

ผอ.สพม.หนองคายสั่งย้ายครูสายโหดทุบเด็กนักเรียน สั่งตั้งกก.สอบข้อเท็จจริง

วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 19.14 น.

ผอ.สพม.หนองคาย สั่งย้ายครูมือตีเด็กออกจากพื้นที่ช่วยราชการที่ สพม.หนองคาย พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงให้เร็วที่สุด ห่วงความรู้สึกประชาชน ย้ำสถานศึกษาต้องปลอดภัย ครูระงับเหตุเด็กวิวาทกันแต่ใช้วิธีการที่ผิด

จากกรณีที่มีครูชายคนหนึ่งใช้กำลังทำร้ายร่างกายนักเรียนชายโรงเรียนแห่งหนึ่งในจ.หนองคาย จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางในขณะนี้นั้น ความคืบหน้าล่าสุดในเรื่องนี้ วันนี้ (15 พ.ย. 65) ดร.สาส์นลิขิตชัย พลไธสง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาหนองคาย ได้ลงพื้นที่โรงเรียนวังหลวงพิทยาสรรพ์เพื่อรับฟังข้อเท็จจริง ร่วมกับผู้ปกครองและชุมชน

ดร.สาส์นลิขิตชัย พลไธสง ผอ.สพม.หนองคาย เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้รับทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและได้รับรายงานมา วันนี้ตนได้เดินทางลงพื้นที่ด้วยตนเองทันทีเพื่อไปรับทราบข้อเท็จจริง เพราะตนเป็นห่วงความรู้สึกของสังคมและการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ครูเป็นบุคคลที่ต้องตอบโจทย์คุณภาพการศึกษา ตนเพิ่งย้ายมาดำรงตำแหน่งที่หนองคาย ได้ย้ำถึงการดูแลและพัฒนาคุณภาพการศึกษาอยู่เสมอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับนโยบายความปลอดภัยในสถานศึกษาเป็นลำดับแรก สิ่งที่ปรากฎในสื่อขณะนี้นั้นมูลเหตุที่เกิดขึ้นทำไมครูคนนี้ถึงทำเหตุการณ์นี้ขึ้น บางคนบอกว่าเป็นข่าวเก่า ตนไม่ปฏิเสธว่าจะเก่าหรือจะใหม่ แม้ว่าตนจะยังไม่ย้ายมาก็ตาม ก็รีบลงพื้นที่ทันทีพบว่าเกิดการทะเลาะวิวาทของนักเรียน ครูคนหนึ่งออกมาระงับเหตุในทันทีแต่ใช้วิธีการไม่ถูกต้อง เพราะการลงโทษนักเรียนก็มีขั้นตอนที่กำหนดไว้ชัดเจน

ดร.สาส์นลิขิตชัย กล่าวว่า การพิจารณาบทลงโทษของครู หากดูเฉพาะภาพที่ปรากฏในสื่อก็จะพบว่าเป็นการทำผิดวิธีการอย่างชัดเจน แต่จะมีข้อเท็จจริงอะไรที่จะมาประกอบ ตนต้องหาข้อมูลรอบด้านจากผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ในวันนั้นมีใครบ้าง ผอ.โรงเรียน ครู นักเรียน หรือคำพูดทั้งหมดที่ปรากฏออกมา ล่าสุดมีบอกว่าห้ามหรือให้นักเรียนลบคลิป ตนสอบถามไปเขาก็ยืนยันว่าเขาไม่ได้พูด ตนสั่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสืบข้อเท็จจริง รวบรวมเข้าสู่การตรวจสอบตามขั้นตอนกระบวนการซึ่งจะดำเนินการโดยเร็ว

“ขณะนี้ได้สั่งการให้ครูคนดังกล่าวมาช่วยราชการที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาหนองคายก่อน ไม่ให้ทำการเรียนการสอนที่โรงเรียนให้เด็กนักเรียนมีความรู้สึกว่าครูคนนี้ไม่ได้อยู่ที่โรงเรียนแล้ว ซึ่งจากที่ตนลงพื้นที่ได้พูดคุยกับผู้ปกครอง ชุมชน ผู้นำชุมชน ได้ทราบถึงพฤติกรรมของครู นักเรียน ว่าเป็นอย่างไร รับฟังทุกแง่มุมเพื่อนำข้อมูลมารวบรวมและรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ โดยครู 99 เปอร์เซ็นต์รักเด็กและต้องการให้เด็กปลอดภัย โดยไม่สามารถกำหนดวันที่ชัดเจนได้ว่าจะใช้เวลา 5 วัน 10 วัน เพราะต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายแต่จะเร่งรัดให้เร็วที่สุดเพราะหลักฐานค่อนข้างชัดเจนและเป็นที่สนใจของสังคมด้วย”ผอ.สพม.หนองคาย กล่าว

นักเรียนร่วมกิจกรรมจันทรุปราคา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/692017

นักเรียนร่วมกิจกรรมจันทรุปราคา

นักเรียนร่วมกิจกรรมจันทรุปราคา

วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ชมรมดาราศาสตร์โรงเรียนรมย์บุรีพิทยาคม รัชมังคลาภิเษก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์ จัดกิจกรรมสังเกตปรากฏการณ์จันทรุปราคา โดยมีวัตถุประสงค์ให้นักเรียนได้สังเกตปรากฏการณ์ และวัตถุบนท้องฟ้า ด้วยกล้องโทรทรรศน์แบบสะท้อนแสงดอปโซเนียนซึ่งมีปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวง สร้างความตื่นเต้นให้กับนักเรียน ที่ อ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์

เยาวชน ‘APEC Voice of the future 2022’ ให้สัมภาษณ์รายการโทรทัศน์ THAI PBS

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/692020

เยาวชน ‘APEC Voice of the future 2022’  ให้สัมภาษณ์รายการโทรทัศน์ THAI PBS

เยาวชน ‘APEC Voice of the future 2022’ ให้สัมภาษณ์รายการโทรทัศน์ THAI PBS

วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ตัวแทนเยาวชนไทย จาก APEC Voice of the future 2022 นายธาม ทัพพะรังสี นักศึกษาสาขาวิชาธุรกิจระหว่างประเทศ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้รับเชิญ จากรายการ “วันใหม่วาไรตี้” ทางสถานีโทรทัศน์ THAI PBS ให้สัมภาษณ์สด ในรายการ ประเด็นทางสังคม เสียงจากเยาวชน แรงผลักช่วยพัฒนาเศรษฐกิจโลกดำเนินรายการโดย คุณภัคนันท์ ธนาศรม ณ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส

ทั้งนี้ ตัวแทนเยาวชนไทยจากสถาบันการศึกษาของประเทศไทยจำนวน 12 คน จะได้เป็นตัวแทนเข้าร่วมทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อนำเสนอมุมมอง และแนวทางออกเกี่ยวกับประเด็นปัญหา ที่ส่งผลต่ออนาคตของเศรษฐกิจภูมิภาค
เอเชีย-แปซิฟิก รวมถึงเข้ารับฟังวิสัยทัศน์ของผู้บริหารจากบริษัทชั้นนำของโลกที่มาร่วมการประชุม APEC 2022 Thailand ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพภายใต้แนวคิดหลัก “Open. Connect.Balance.” ระหว่างวันที่ 13-19 พฤศจิกายน 2565 โดยมีตัวแทนเยาวชนและผู้ให้ความรู้รวมกว่า 130 คน จาก 21 เขตเศรษฐกิจเดินทางมาเข้าร่วมงาน

‘คุณหญิงกัลยา’ หารือความร่วมมือ สถ. ขยายองค์ความรู้บริหารจัดการน้ำฯสู่ชุมชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/692026

‘คุณหญิงกัลยา’ หารือความร่วมมือ สถ.  ขยายองค์ความรู้บริหารจัดการน้ำฯสู่ชุมชน

‘คุณหญิงกัลยา’ หารือความร่วมมือ สถ. ขยายองค์ความรู้บริหารจัดการน้ำฯสู่ชุมชน

วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย โฆษกรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช) เปิดเผยว่า ดร.คุณหญิงกัลยา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานโครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน ตามแนวพระราชดำริ พร้อมคณะทำงานโครงการบริหารจัดการน้ำฯ และนายขจร ศรีชวโนทัย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและคณะผู้บริหารร่วมหารือความร่วมมือและสนับสนุนเพื่อการขับเคลื่อนโครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน ตามแนวพระราชดำริ โดย ดร.คุณหญิงกัลยา ได้กล่าวว่าโครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน ตามแนวพระราชดำริ ได้ขับเคลื่อนผ่านกลไกของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีทั้ง 47 แห่งทั่วประเทศ ปัจจุบันมีวิทยาลัยเกษตรฯที่เปิดการเรียนการสอนหลักสูตร “ชลกร” 12 แห่ง โดยมีเป้าหมายที่จะให้วิทยาลัยเกษตรฯ ทั้ง 47 แห่ง เปรียบเสมือน 47 ชุมชน โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทาน ซึ่งคิดเป็นกว่า 80% ของพื้นที่ทั้งหมดของประเทศ ให้สามารถบริหารจัดการน้ำได้สำหรับความร่วมมือกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นที่เป็นหน่วยงานที่มีศักยภาพ ทำงานใกล้ชิดกับชุมชน และเพื่อ
สนับสนุนการพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการบริหารทรัพยากรน้ำ การบูรณาการสร้างการเรียนรู้ของชุมชน ในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมการสร้างศักยภาพ การผลิตชลกรและถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ท้องถิ่น อีกทั้งสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำโดยชุมชนอย่างยั่งยืน

ดร.คุณหญิงกัลยา อธิบดีฯ และผู้บริหารกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ข้อสรุปเบื้องต้นร่วมกันว่าจะนำองค์ความรู้เรื่องการบริหารจัดการน้ำขยายไปสู่ชุมชนให้มากที่สุดภายใต้บทบาทหน้าที่ของแต่ละภาคส่วน และจะมีการตั้งคณะทำงานในการทำงานร่วมกันต่อไป ซึ่งกรมฯ มีสถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น ทำหน้าที่ในการจัดฝึกอบรมในเรื่องต่างๆ ให้กับบุคลากรและคนในชุมชน จึงมีความเป็นไปได้ว่าจะร่วมมือกันในการนำวิชาความรู้ในหลักสูตร “ชลกร”หรือองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องไปเติมเพื่อขยายผลสู่ชุมชน ซึ่งเชื่อว่าถ้าประชาชนมีความรู้เรื่องการบริหารจัดการน้ำแล้วก็จะไม่จนอีกต่อไป

นายขจร ศรีชวโนทัย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ระบุว่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ดูแลท้องถิ่น 7,850 แห่ง และเห็นถึงความสำคัญของการบริหารจัดการน้ำที่เป็นส่วนหนึ่งในการบริหารโครงสร้างพื้นฐาน ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องทุกปี และมีการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ด้วย มีความยินดีที่จะร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพของคนให้มีความรู้ในเรื่องการบริหารจัดการน้ำเพื่อนำไปขยายผลในแต่ละชุมชน ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับพื้นที่มาก

ศึกษาดูงาน ITA Online

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/692018

ศึกษาดูงาน ITA Online

ศึกษาดูงาน ITA Online

วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ผกาภรณ์ พลายสังข์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 พร้อมผู้บริหารต้อนรับ นายบุญล้อม โสภาพรม ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 2 ผู้บริหารและบุคลากร พร้อมนำเสนอการพัฒนาและยกระดับผลการประเมินคุณธรรม และความโปร่งใสในการดำเนินงานของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาออนไลน์ (ITA Online) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ในโอกาสศึกษาดูงาน เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

ธรรมศาสตร์ จับมือ สถาบันจัดสอบนานาชาติ สอบเทียบวุฒิ ม.6 ทั้งนักเรียนไทย-ต่างชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/692024

ธรรมศาสตร์ จับมือ สถาบันจัดสอบนานาชาติ  สอบเทียบวุฒิ ม.6 ทั้งนักเรียนไทย-ต่างชาติ

ธรรมศาสตร์ จับมือ สถาบันจัดสอบนานาชาติ สอบเทียบวุฒิ ม.6 ทั้งนักเรียนไทย-ต่างชาติ

วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ“Pearson VUE” บริษัทด้านการสอบนานาชาติ ผู้ดำเนินมาตรฐานการจัดสอบระดับนานาชาติ เช่น GMAT, GED และ Thammasat Competency Test Center (TCTC) เปิดศูนย์สอบ “GED Testing Center” เพื่อเพิ่มทางเลือกและอำนวยความสะดวกให้กับนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายทั้งไทยและต่างชาติที่สนใจสอบเทียบวุฒิมัธยมศึกษาปีที่ 6 เพื่อศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาของมหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ ภายใต้เกณฑ์การสอบ “GED” ซึ่งเป็นการสอบเทียบวุฒิในระบบอเมริกันอันเป็นที่ยอมรับในทั่วโลก

รศ.ดร.สุรัตน์ ทีรฆาภิบาล รองอธิการบดีฝ่ายบริหารท่าพระจันทร์และวิเทศสัมพันธ์ มธ. เปิดเผยว่า ปัจจุบัน มธ. กำลังขยายโอกาสทางการศึกษาออกไปให้กว้างขึ้นในทุกๆ มิติ เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาที่อยู่ในภูมิภาคและพื้นที่อื่นๆทั่วโลกได้มีโอกาสเท่าเทียมกัน การเพิ่มความเป็นนานาชาติของมหาวิทยาลัยจะส่งผลดีต่อทั้งคณาจารย์ และนักศึกษา ที่จะได้รับประสบการณ์ แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมเกิด Soft Skill ด้านการสื่อสาร ความยืดหยุ่นการปรับตัว ฯลฯ ซึ่งจะช่วยให้สามารถทำงานร่วมกับคนอื่นได้ทุกที่

รศ.ดร.สุรัตน์ กล่าวต่อไปว่า การก้าวสู่มหาวิทยาลัยระดับนานาชาตินั้น เกิดขึ้นได้ทั้งการออกไปร่วมแลกเปลี่ยนหรือศึกษาต่อยังต่างประเทศ ผ่านโครงการและความร่วมมือกับสถาบันชั้นนำต่างๆ และการนำความเป็นนานาชาติเข้ามาอยู่ภายในรั้วมหาวิทยาลัย ซึ่ง GED Testing Center จะเป็นหนึ่งในกลไกที่เข้ามาช่วยผลักดันในส่วนนี้ และยังเป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนที่จบมัธยมศึกษาตอนปลายจากหลายประเทศ ได้สอบเพื่อนำวุฒิไปเทียบเข้ามหาวิทยาลัยต่างๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศหรือแม้แต่นักเรียนไทยเองที่อาจอยู่ระดับชั้น ม.4-5 แต่รู้สึกว่ามีความรู้ที่พร้อมจะเทียบ ม.6 ก็สามารถสอบ GED นี้แล้วข้ามไปเรียนต่อในมหาวิทยาลัยได้ทันทีในปัจจุบัน มธ. มีนักศึกษาชาวต่างชาติประมาณ 600 คน และเชื่อว่าศูนย์สอบนี้จะมีส่วนช่วยผลักดันให้ตัวเลขเพิ่มขึ้นได้เป็น 1,500 คน ภายใน 3-4 ปี ซึ่งนอกจากการจัดสอบ GED แล้วยังอาจมีความร่วมมือการจัดสอบมาตรฐานอื่นๆ เช่น GMAT ที่ใช้ประกอบการศึกษาต่อในหลักสูตรบริหารธุรกิจได้ทั่วโลกตามมาด้วยในอนาคต

Mr. CT Hemingway-Turner; Vice President Global Operations and Government Affairs, GED Testing Service กล่าวว่า มาตรฐาน GED ได้รับการยอมรับจากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลก รวมทั้งมหาวิทยาลัย TOP 3 ของสหรัฐอเมริกา อย่างสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด หรือแม้แต่มาตรฐานการสอบอื่นๆ ภายใต้บริษัท Pearson VUE ซึ่งเป็นบริษัทผู้ดำเนินการเกี่ยวกับศูนย์สอบที่ใหญ่ที่สุดในโลก การสอบ GED มีความยืดหยุ่นที่สูงสามารถนัดวันและเวลาที่ผู้สอบสะดวกเองได้ ขณะเดียวกันภายหลังการสอบ ก็รู้ผลได้ทันทีภายในไม่เกิน 10 ชั่วโมง โดยการสอบ GED มีส่วนช่วยให้นักเรียนนักศึกษาทั่วโลกกว่า 21 ล้านคน สามารถเข้ารับการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น”Mr. CT Hemingway กล่าว

ด้าน นายทวีศักดิ์ จ้าวชวนชม GED International Director กล่าวว่า การมีศูนย์สอบ GED ที่ มธ. จะไม่ได้เป็นเพียงการสร้างโอกาสให้กับนักศึกษาภายในรั้ว มธ. ที่จะได้รับประสบการณ์ทางการศึกษา ในสิ่งแวดล้อมที่มีความเป็นนานาชาติมากขึ้น แต่โอกาสนี้ยังเปิดให้กับนักเรียนทุกคนที่สนใจจะไปศึกษาต่อยังต่างประเทศ เพราะมาตรฐาน GED นั้นสามารถนำไปใช้ยื่นได้กับมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลก

มูลนิธิเฮอริเทจ ม.ศรีนครินทรวิโรฒ ให้บริการทันตกรรมเด็ก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/692019

มูลนิธิเฮอริเทจ ม.ศรีนครินทรวิโรฒ ให้บริการทันตกรรมเด็ก

มูลนิธิเฮอริเทจ ม.ศรีนครินทรวิโรฒ ให้บริการทันตกรรมเด็ก

วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

มูลนิธิเฮอริเทจ (ประเทศไทย) ภายใต้การดูแลของเครือเฮอริเทจ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ร่วมกับ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จัดทำโครงการ “ทันตแพทย์อาสา” นำโดย วลัยทิพย์ ซื่อตรงมั่นคง ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร เครือเฮอริเทจ และ อ.ทพญ.พันทิพย์ สังวรินทะ รองผู้อำนวยการฝ่ายการรักษา และบริการวิชาการคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เพื่อให้บริการทางทันตกรรมเบื้องต้นแก่เด็ก และเยาวชนในชุมชนวัดดวงแข