ผอ.ฟ้า-ศิษยานุศิษย์‘หลวงปู่เมฆ สัจจาสโภ’ร่วมพิธีทักษิณานุปทาน แจกทุนการศึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/668305

ผอ.ฟ้า-ศิษยานุศิษย์‘หลวงปู่เมฆ สัจจาสโภ’ร่วมพิธีทักษิณานุปทาน แจกทุนการศึกษา

วันพฤหัสบดี ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 19.21 น.

ผอ.ฟ้า-ศิษยานุศิษย์‘หลวงปู่เมฆ สัจจาสโภ’ร่วมพิธีทักษิณานุปทาน แจกทุนการศึกษา

21 กรกฎาคม 2565 น.ส.พรทิพา สุพัฒนุกูล หรือ ผอ.ฟ้า ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ช่องฟ้าให้ ทีวี 160 จาน PSI  และศิษยานุศิษย์ ร่วมพิธีทักษิณานุปทาน ทำบุญถวาย หลวงปู่เมฆ สัจจาสโภ(สิทธิราชา) 116 ปี ชาตกาล หลวงปู่เมฆ สัจจาสโภ ท่านได้ถึงแก่มรณภาพ เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2534 เวลา 06.45 น.รวมสิริอายุ ได้ 85 ปี ปัจจุบันสังขารหลวงปู่เมฆบรรขุอยู่ในโลงแก้ว ที่วัดลำกะดาน จนถึงปัจจุบัน 

พิธีดังกล่าวจัดขึ้นโดยมี พระครูวิธาน วรานุกูล เป็นประธานฝ่ายสงฆ์  และ ผอ.ฟ้า พรทิพา เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ท่ามกลางเหล่าบรรดาลูกศิษย์ คณะศิษยานุศิษย์ รวมไปถึงผู้ที่ให้การเคารพเลื่อมใสศรัทธา ในหลวงปู่เมฆ มาร่วมพิธีในวันนี้เป็นจำนวนมาก ทั้งนี้การประกอบพิธีได้กำหนดให้มีการประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ การถวายจตุปัจจัยไทยทานพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์  สวดพระพุทธมนต์ และเข้าสู่พิธีทักษิณานุประทาน การทอดผ้าไตรบังสุกุล พระสงฆ์อนุโมทนา และในเวลา 11.00 น. พิธีถวายภัตราหารเพล เป็นอันเสร็จพิธี จากนั้น ผอ.ฟ้า พรทิพา ได้มอบทุนการศึกษาจำนวน 5  ทุน ให้กับนักเรียนจากโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สตรีวิทยา2 ซึ่งเป็นโรงเรียนในพื้นที่

-005

วช.​หนุนวิสาหกิจชุมชน กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านเหมือดแอ่ สร้างผลิตภัณฑ์ฝ้ายทอมือ สู่ตลาดโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/668253

วช.​หนุนวิสาหกิจชุมชน กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านเหมือดแอ่ สร้างผลิตภัณฑ์ฝ้ายทอมือ สู่ตลาดโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 16.53 น.

วช.​หนุนวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านเหมือดแอ่  จ.อุบลราชธานี สร้างผลิตภัณฑ์ฝ้ายทอมือผ้าทออีสาน สู่ตลาดโลก

วันที่ 21 กรกฎาคม 2565 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านเหมือดแอ่ อำเภอนาตาล จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อดูผลสำเร็จงานวิจัยสร้างสรรค์วิชาการงานศิลป์ จากผลงานโครงการวิจัย เรื่อง “การจัดการความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยี การฟอก ย้อม พิมพ์ การออกแบบ และการสร้างผลิตภัณฑ์ฝ้ายทอมือสู่เชิงพาณิชย์” โดยมี ผศ.ดร. รัตนพล มงคลรัตนาสิทธิ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เป็นหัวหน้าโครงการ เพื่อส่งเสริมและขับเคลื่อนให้วิสาหกิจชุมชนซึ่งผลิตสิ่งทอพื้นเมืองที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น ให้ผ้าทออีสาน เป็นที่ต้องการของตลาดเพิ่มขึ้น โดยนำองค์ความรู้จากการวิจัยและนวัตกรรมเข้าไปส่งเสริมและสนับสนุน

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า ภาครัฐมีนโยบายพัฒนาและส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน เพื่อให้เกิดการสร้างเศรษฐกิจและสังคมที่เข้มแข็ง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จึงสนับสนุนทุนวิจัยใน “โครงการการจัดการความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีการฟอก ย้อม พิมพ์ การออกแบบ และการสร้างผลิตภัณฑ์ฝ้ายทอมือ สู่เชิงพาณิชย์” ของ “ผศ.ดร.รัตนพล มงคลรัตนาสิทธิ์” จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เพื่อส่งเสริมและขับเคลื่อนให้วิสาหกิจชุมชน ซึ่งผลิตสิ่งทอพื้นเมืองที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น สามารถต่อยอดประกอบธุรกิจเชิงพาณิชย์ และยกระดับผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ เพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่และชุมชน โดยความร่วมมือของทุกภาคส่วนวิจัยที่มีความพร้อมในการสนับสนุนองค์ความรู้ไปถ่ายทอด เพื่อพัฒนากระบวนการผลิต พัฒนาอาชีพ และพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับชุมชน เป็นฐานรากการพัฒนาเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ที่มีความมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

ผศ.ดร.รัตนพล มงคลรัตนาสิทธิ์ อาจารย์ประจำคณะอุตสาหกรรมสิ่งทอและออกแบบแฟชั่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร​ เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้คนมีความสนใจในวิถีชุมชน วิถีชาวบ้าน ความเป็นธรรมชาตินิยม รวมถึงผลิตภัณฑ์ชุมชนและภูมิปัญญาท้องถิ่นมากขึ้น ซึ่งผ้าทอของอีสานก็เป็นอีกหนึ่งจุดสนใจที่กำลังได้รับความนิยม และเป็นที่ต้องการของตลาดเพิ่มขึ้น จึงควรที่จะส่งเสริมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าทออีสานในรูปแบบต่าง​ ๆ ให้ได้มาตรฐาน มีความเป็นสากลและเป็นที่ต้องการของตลาดทั่วโลก โดยวิสาหกิจชุมชน​ กลุ่ม​ผ้าทอมือย้อมสีธรรมชาติ​บ้าน
เหมือดแอ่​ จังหวัด​อุบลราชธานี​ ได้รังสรรค์​ผลิตภัณฑ์​ผ้าฝ้าย​ ผ้าย้อมครามที่เป็น​อัตลักษณ์​ของ​จังหวัด​ภาคอีสาน​ และเป็นแหล่งผลิตผ้าไหม​ ผ้าฝ้าย​ ผ้าย้อมคราม​ก่อให้เกิดการแปรรูป​ผลิตภัณฑ์​ผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีครามจากธรรมชาติ​ อาทิเช่น​ ผ้าพันคอ​จากผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีคราม​ ผลิตภัณฑ์​กระเป๋า​ผ้าฝ้าย​ย้อมสีพิมพ์​สีจากใบมังคุ​ด​ และผลิตภัณฑ์​หมวกบักเก็ต​จากผ้าฝ้ายทอมือ มีการผสมผสาน​วัฒนธรรม​ต่างชาติ​ ทำให้ผ้าทอมือของไทยมีรูป​แบบและลวดลาย​ที่มีความเป็​นสากลและเป็​นที่นิยมในต่างประเทศ​ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจตามหลักปรัชญา​เศรษฐกิจพอเพียง​ ยกระดับ​คุณภาพผ้าฝ้าย​ทอมือ​ หมู่บ้าน​ท่องเที่ยว​เชิง​วัฒนธรรม​วิถีลุ่มน้ำ​โขง​ ชี​ มูล​ ได้อย่างยั่งยืน

ซึ่งในการดำเนินงานมีการประสานงานกับศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 7 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จังหวัดอุบลราชธานี ในการคัดเลือกกลุ่มวิสาหกิจชุมชน บริเวณจังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดยโสธร และจังหวัดศรีสะเกษ เข้าร่วมกิจกรรมในโครงการฯ จำนวนทั้งสิ้น 70 คน สำหรับการต่อยอดงานวิจัยในอนาคตจะเน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยีดังกล่าวให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่ฟอก ย้อม พิมพ์ ตลอดจนการทอผ้าด้วยเส้นด้ายฝ้ายทั่วประเทศที่สนใจเทคโนโลยีนี้ โดยทางทีมผู้วิจัยได้จัดทำคู่มือองค์ความรู้​ เรื่อง “การฟอก ย้อม พิมพ์ ออกแบบ และการสร้างผลิตภัณฑ์ผ้าฝ้ายทอมือ” เพื่อใช้ในการเผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆ เช่น เว็บไซต์ของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติwww.nrct.go.th และคณะอุตสาหกรรมสิ่งทอและออกแบบแฟชั่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เป็นต้น ซึ่งในคู่มือดังกล่าวกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสามารถนำไปประยุกต์ใช้และปฏิบัติตามได้ 

โดยผู้สนใจติดตามรายละเอียดได้ที่เพจ​ Facebook​ : ผ้าชมดาว​ และ​ เพจ​ Facebook​ : ​ครามนาผ้าฝ้าย​ หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่โทร​ศัพท์086-2626754,061-9523623 อีกทั้ง​ผลิตภัณฑ์​ดังกล่าว​ ​​จะจัดแสดงให้เยี่ยมชมในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2565 ( Thailand Research Expo 2022 )”  ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-5 สิงหาคม 2565 ภายใต้แนวคิด​ “วิจัยเพื่อพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์​ 

สว.ชวนเด็กๆ วาดภาพสิ่งแวดล้อมไทยในอนาคต เทิดพระเกียรติ ‘พระพันปีหลวง’12 ส.ค.2565

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/668225

สว.ชวนเด็กๆ วาดภาพสิ่งแวดล้อมไทยในอนาคต เทิดพระเกียรติ 'พระพันปีหลวง'12 ส.ค.2565

วันพฤหัสบดี ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 15.37 น.

สมาชิกวุฒิสภา เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้เด็กทั่วประเทศร่วมแสดงฝีมือด้านศิลปะ โดยเชิญชวนให้ส่งผลงานการวาดภาพสิ่งแวดล้อมไทยในอนาคต ชิงรางวัลทุนการศึกษารวมกว่า 50,000 บาท

พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เปิดเผยว่า ทางคณะกรรมาธิการฯ ได้เล็งเห็นความสำคัญของเด็ก ที่จะเติบโตเป็นอนาคตสำคัญในการพัฒนาประเทศ จึงได้เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ด้านศิลปะให้เด็กๆ จากทั่วประเทศ แสดงฝีมือการวาดภาพโดยจัดโครงการประกวดภาพวาดเชิงสร้างสรรค์ ในหัวข้อ “สิ่งแวดล้อมไทยในอีก 20 ปีข้างหน้า(ในความคิดของฉัน)” เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565

และระลึกถึงพระราชเสาวนีย์ที่ว่า “พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า ป่าที่ถวายความจงรักภักดีต่อน้ำ พระเจ้าอยู่หัวสร้างอ่างเก็บน้ำ ฉันจะสร้างป่า” พระราชดำรัส สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชทานแก่ราษฎรบ้านถ้ำติ้ว อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร

เมื่อ 20 ธันวาคม พ.ศ.2525 ทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้จัดตั้ง “โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่” อันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีพระราชประสงค์ให้ประชาชนกับป่าอยู่ร่วมกันอย่างพึ่งพาอาศัยกันเกื้อกูลกัน สร้างความเจริญงอกงามให้แก่กันและกัน คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ได้รับใส่เกล้าใส่กระหม่อม โดยนำพระราชเสาวนีย์ดังกล่าว มาขยายต่อในกลุ่มเด็กและเยาวชน ตามภาระบทบาทหน้าที่ของสมาชิกวุฒิสภา เพื่อให้พระราชเสาวนีย์ดังกล่าวเผยแพร่ไปยังกลุ่มเด็กเยาวชน และผู้ปกครอง รวมถึงผู้รับข้อมูลข่าวสารกิจกรรมทั่วประเทศ

พลเอก มารุต ปัชโชตะสิงห์ สมาชิกวุฒิสภา ประธานคณะทำงานโครงการฯ กล่าวว่า “คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุมิสภา ต้องการให้เด็กๆ ซึ่งเป็นพลังที่สำคัญของชาติ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และได้สืบค้น เรียนรู้ยุทธศาสตร์ชาติด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่สมาชิกวุฒิสภาได้ดำเนินการเร่งรัด ติดตาม ประสานงาน ให้เกิดการพัฒนา เปลี่ยนแปลง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปในทางที่ดีที่ถูกต้องตามยุทธศาสตร์ชาติที่ได้วางไว้ นอกจากจะเป็นการรณรงค์เรื่องความรักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รักประเทศชาติแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมความรัก และการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นหนึ่งในสถาบันหลักของชาติ ให้กับเด็กๆ ทั่วประเทศได้อีกทางหนึ่ง อีกทั้งยังสร้างการรับรู้ให้กับสาธารณชนทั่วประเทศ ผ่านการนำเสนอข้อมูลข่าวสารของการดำเนินงานทางสื่อโซเซียล และสื่อหลากหลายช่องทางอีกด้วย”

โครงการประกวดภาพวาดเชิงสร้างสรรค์ ในหัวข้อ “สิ่งแวดล้อมไทยในอีก 20 ปีข้างหน้า

(ในความคิดของฉัน)” เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 เปิดรับสมัครวันนี้ ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2565 โดยรับสมัครนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 ส่งภาพวาดตามหัวข้อดังกล่าว(ไม่จำกัดเทคนิค) รางวัลชนะเลิศ ทุนการศึกษา 10,000 บาท โล่รางวัล และเกียรติบัตร จาก พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา และรางวัลอื่นๆ รวมกว่า 23 รางวัล

สามารถดูรายละเอียดการสมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่ เฟสบุ๊กของ สมาคมศูนย์ข่าวเยาวชนไทย www.facebook/ThaiYouthNewsCenter โดยผู้เข้ารอบ 23 คนสุดท้ายจะได้รับเชิญร่วมพิธีมอบรางวัล ณ อาคารรัฐสภา และนักเรียนที่ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดทุกคนจะได้รับเกียรติบัตรอีกด้วย

สอศ.ซักซ้อมจัดการศึกษาอาชีวะสร้างช่างฝีมือฯ สร้างมาตรฐานคุณภาพ สู่ความยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/668195

สอศ.ซักซ้อมจัดการศึกษาอาชีวะสร้างช่างฝีมือฯ สร้างมาตรฐานคุณภาพ สู่ความยั่งยืน

วันพฤหัสบดี ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 14.38 น.

สอศ.ซักซ้อมจัดการศึกษาอาชีวะสร้างช่างฝีมือฯ สร้างมาตรฐานคุณภาพ สู่ความยั่งยืน

วันที่ 21 ก.ค.2565 นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(เลขาธิการ กอศ.)  เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ร่วมกับวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีกาญจนบุรี จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อซักซ้อมและสร้างความเข้าใจในแนวทางการดำเนินงานโครงการอาชีวศึกษาสร้างช่างฝีมือตามแนวทางโรงเรียนพระดาบส ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ระหว่างวันที่ 21-22 กรกฎาคม 2565 ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีกาญจนบุรี

นายสุเทพ กล่าวว่า การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อซักซ้อมแนวทางการดำเนินงานโครงการอาชีวะ สร้างช่างฝีมือ ตามแนวทางโรงเรียนพระดาบส ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 เพื่อสร้างความเข้าใจผู้บริหารสถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการอาชีวะ สร้างช่างฝีมือ ตามแนวทางโรงเรียนพระดาบส ทั้ง 30 แห่ง ซึ่งเป็นสถานศึกษาใหม่ที่เข้าร่วมโครงการฯ 18 แห่ง ได้เข้าใจในบริบท และแก่นแท้ในการจัดการเรียนการสอนของโครงการฯ สามารถนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เก็บเกี่ยวประสบการณ์จากสถานศึกษา 12 แห่ง ในโครงการระยะที่ 1 เป็นพี่เลี้ยงและต้นแบบ สร้างการขับเคลื่อนนำไปสู่การเพิ่มปริมาณในการสร้างคุณภาพการจัดการอาชีวศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.)ตามแนวทางโรงเรียนพระดาบส และขยายผลด้านการบริหารจัดการและการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนการพัฒนาครู ผู้เรียนสู่สถานศึกษาต่าง ๆ 

เลขาธิการ กอศ. กล่าวต่อว่าการจัดการศึกษาในโครงการฯ ซึ่งตามเจตนารมณ์ของโครงการฯ ไม่ได้เน้นปริมาณ เน้นในเรื่องของคุณภาพ สิ่งสำคัญคือเข้ามาเรียนแล้วจะต้องมีอาชีพจบแล้วมีงานทำอย่างแท้จริง ซึ่งการจัดการเรียนการสอนแบบ Block Course นี้จะเป็นกรอบ ของการเรียนอาชีพ เพื่อให้มีอาชีพ มีงานทำ โดย สอศ. มีเป้าหมายเพิ่มเติมในการสร้างและหารายได้ระหว่าเรียนให้แก่ผู้เรียน ด้วย “บ้านอาชีพ” สถานที่ฝึกทักษะอาชีพ จำหน่ายผลิตภัณฑ์ และการให้บริการของผู้เรียน และจะได้นำไปสู่การขยายผลสถานศึกษาในสังกัด พร้อมทั้งเตรียมแผนพัฒนาต่อยอดแก่ผู้เรียนในโครงการฯ ซึ่งใช้ระยะเวลาเรียนตามหลักสูตร 1 ปี 10 อาชีพช่างพื้นฐาน (ช่างเขียนแบบ ช่างตะไบ ช่างไม้ ช่างไฟฟ้า ช่างปูน ช่างเหล็ก ช่างเชื่อมและช่างยนต์) +1 เกษตร (10+1) ด้วยการสะสมหน่วยกิต หรือ Cradit Bank เพื่อให้ ผู้เรียนในโครงการฯ ได้มีโอกาสรับวุฒิทางการศึกษาเพิ่มขึ้น
 

‘ตรีนุช’ย้ำสถานศึกษาต้องปลอดกัญชา ‘สพฐ.’ จี้ ร.ร.ทำความเข้าใจประโยชน์-โทษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/668191

‘ตรีนุช’ย้ำสถานศึกษาต้องปลอดกัญชา ‘สพฐ.’ จี้ ร.ร.ทำความเข้าใจประโยชน์-โทษ

วันพฤหัสบดี ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 14.29 น.

วันที่ 21 กรกฏาคม 2565 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยกรณีนักเรียนในจังหวัดลำปางลักลอบนำกัญชาเข้าไปขายในโรงเรียน ว่า ที่ผ่านมา ศธ.ประกาศ แนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับกัญชาหรือกัญชงในสถานศึกษา ส่วนราชการ หรือหน่วยงานในสังกัด และในกำกับของ ศธ.ตั้งแต่ แรก ๆ ที่มีการปลดล็อกกัญชากัญชงแล้ว  และได้มีการเน้นย้ำมาตลอดว่า สถานศึกษาต้องปลอดกัญชาทุกกรณี สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นที่จังหวัดลำปาง ก็ได้กำชับกับไปแล้วว่าจะต้องไม่ให้เกิดขึ้นอีก สำหรับมาตรการในการดูแลเด็กนั้น ศธ.ได้เน้นย้ำและกำชับหน่วยงานในกำกับอยู่เสมอ แต่ขณะเดียวกันทุกฝ่ายจะต้องให้ความร่วมมือด้วยไม่ว่าจะเป็นผู้ปกครอง ชุมชน  

ด้านนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวว่า ทุกวันนี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) พยายามสื่อสารและทำความเข้าใจว่า กัญชง กัญชา ก็เหมือนบุหรี่ ที่แม้จะไม่ผิดกฎหมาย แต่ก็มีความผิดได้เพราะระเบียบของโรงเรียนมีห้ามอยู่ ซึ่งขณะนี้ทุกโรงเรียนได้พยายามสื่อสารทำความเข้าใจประเด็นนี้แล้ว  เพราะต้องยอมรับว่าเดิม อาจมีปัญหาความไม่เข้าใจ คำว่า “กัญชาเสรี” คือ ไม่ใช่เป็นการเสรีกัญชาทั้งหมด แต่เป็นการเสรีทางการแพทย์ ซึ่งการใช้กัญชาก็ยังต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของแพทย์ หรือการใช้ กัญชา กัญชงเพื่อการศึกษาวิจัย  ต้องอยู่ภายใต้การกำกับ  ควบคุม  และดูแลอย่างใกล้ชิดของผู้บริหารสถานศึกษา  หัวหน้าส่วนราชการ  หรือหัวหน้าหน่วยงานนั้นๆ แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังไม่เข้าใจ เพราะฉะนั้นจะต้องมีการสื่อสารทำความเข้าใจให้มากขึ้น 

“ประเด็นสำคัญที่จะต้องเร่งชี้แจงทำความเข้าใจกับนักเรียน ชี้ให้เห็นว่า กัญชง กัญชา มีพิษต่อร่างกายหากใช้ไม่ถูกวิธี หรือใช้ในปริมาณมากเกินความจำเป็น และการนำมาใช้ไม่ถูกวิธีไม่ว่าอะไรก็ตาม สิ่งที่มีประโยชน์มาก ก็อาจมีโทษมากได้  เพราะฉะนั้น สิ่งที่ต้องทำใน 2 เรื่อง คือ บอกกล่าวเรื่องกติกา อะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ในโรงเรียน  และ บอกถึงประโยชน์และโทษของชง กัญชาด้วย” นายอัมพร กล่าว

อบรมเขียนลายสังคโลกลงบนวัสดุ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/667977

อบรมเขียนลายสังคโลกลงบนวัสดุ

วันพฤหัสบดี ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นางอุไรวรรณ โพธิ์นาค ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเมืองเก่า “ศรีอินทราทิตย์” สพป.สุโขทัย เขต 1 นำคณะครูและนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมการเขียนลายสังคโลกลงบนวัสดุเช่น กระเป๋า เสื้อ แก้ว โดยมีวิทยากรจาก ปราชญ์ท้องถิ่นในชุมชนตำบลเมืองเก่า “บ้านปรีดาภิรมย์” เพื่อบูรณาการการจัดการเรียนรู้ร่วมกับชุมชน โดยใช้องค์ความรู้ของ ปราชญ์ท้องถิ่น เพื่อเรียนรู้งานศิลปะ สืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมทักษะชีวิตในการดำรงชีพตามวิถีชุมชนอย่างยั่งยืนให้กับนักเรียน ตลอดจนส่งเสริมอาชีพในอนาคตด้วย 

‘วิถีถิ่น วิถีไทย’ภาคเหนือ สร้างงาน สร้างรายได้ เยียวยาศิลปินพื้นบ้าน ผู้ประกอบการวัฒนธรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/667973

‘วิถีถิ่น วิถีไทย’ภาคเหนือ สร้างงาน สร้างรายได้  เยียวยาศิลปินพื้นบ้าน ผู้ประกอบการวัฒนธรรม

วันพฤหัสบดี ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

อีกหนึ่งงานที่น่าไปเที่ยวชมที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ได้จัดงานมหกรรมวัฒนธรรมแห่งชาติ “วิถีถิ่น วิถีไทย” ในพื้นที่ภาคเหนือขึ้น ณ จังหวัดแพร่ ภายใต้ชื่องาน มหกรรมวัฒนธรรมแห่งชาติวิถีถิ่นวิถีไทยเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และงานสมโภชพระบรมธาตุช่อแฮ 16 ปี พระอารามหลวง “ม่วนอ๊ก ม่วนใจ๋ เที่ยวไทยเมืองเหนือ งามเหลือชาติพันธุ์ นมัสการพระธาตุช่อแฮ” 24-26 กรกฎาคม 2565

กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับจังหวัดแพร่ ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐ เอกชนผู้ประกอบการและเครือข่ายทางวัฒนธรรม 17 จังหวัดภาคเหนือ จัดงานครั้งนี้ขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และน้อมนำพระราชปณิธาน มาเป็นแนวทางในการสืบสาน รักษา และต่อยอดงานศิลปวัฒนธรรมของชาติให้คงอยู่อย่างยั่งยืน กระตุ้นเศรษฐกิจและฟื้นฟูการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

ตลอดจนส่งเสริมและสนับสนุนภูมิปัญญาชาวบ้านให้มีพื้นที่ในการนำเสนอคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่น ฟื้นฟู เยียวยา และสร้างขวัญกำลังใจให้กับศิลปินพื้นบ้านและผู้ประกอบการทางวัฒนธรรม ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

ไฮไลท์ในงานนอกจากการจัดพิธีสมโภชพระธาตุช่อแฮ กิจกรรมส่งเสริมแนวคิด “รวมพลคนปีขาล” เชิญชวนคนปีขาลมาสักการบูชาองค์พระธาตุประจำปีเกิด ร่วมทำบุญบูรณปฏิสังขรณ์องค์พระธาตุช่อแฮเพื่อกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวในจังหวัดแพร่เพิ่มมากขึ้นแล้ว ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พิธีไหว้ครูศิลปินพื้นบ้านภาคเหนือ โดยมีศิลปินแห่งชาติและศิลปินพื้นบ้านจาก 17 จังหวัดภาคเหนือเข้าร่วม การแสดงแสง สี เสียง ศิลปวัฒนธรรมภาคเหนือ กว่า 20 ชุดการแสดง เช่น การแสดงชุด “นพชัยเภรีฤกษ์ เบิกฟ้าเวียงโกศัย”

การแสดงของศิลปิน “อนันต์ ไมค์ทองคำ” การแสดงโขนรามเกียรติ์ ชุด “ลักษมีสีดา” การแสดง ชุด “ยลศิลป์ ถิ่นเมืองเหนือ”การจัดแสดงวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ภาคเหนือ การแสดงจากคณะศิลปินที่มีชื่อเสียงจาก 17 จังหวัดภาคเหนือ การประกวดขบวนแห่ “รวมพลคนปีขาล นมัสการพระธาตุช่อแฮ สีสันชาติพันธุ์ มหัศจรรย์เมืองเหนือ” ประกอบด้วย ขบวนแห่เครื่องสักการะองค์พระธาตุช่อแฮ จาก 8 อำเภอในจังหวัดแพร่ ขบวนแห่ 9 กลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดแพร่ และ 17 กลุ่มชาติพันธุ์จังหวัดภาคเหนือ ชิงโล่รางวัลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม การออกร้านจำหน่ายอาหารและสินค้าของกลุ่มชาติพันธุ์ ของดีเมืองเหนือและผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม (CPOT) กว่า 70 ร้านค้า เป็นต้น

การจัดมหกรรมวัฒนธรรมแห่งชาติวิถีถิ่น วิถีไทย 4 ภาค ในปี 2565 เป็นไปตามนโยบายสำคัญของกระทรวงวัฒนธรรม ในการนำ Soft Power ของไทย มาพัฒนาและต่อยอดให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ

การจัดงานดังกล่าวยังมีส่วนสำคัญในเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามและยังให้เด็ก เยาวชนได้เรียนรู้วิถีชีวิต ซึมซับประเพณีศิลปวัฒนธรรมของตนเอง มีความภูมิใจในความเป็นไทย โดยการจัดงานมหกรรมวัฒนธรรมแห่งชาติ “วิถีถิ่น วิถีไทย”ในพื้นที่ภาคเหนือ ณ จังหวัดแพร่ ระหว่างวันที่ 24-26 กรกฎาคม 2565ครั้งนี้ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 45,000 คน โดยคาดว่าจะมีเงินหมุนเวียนในพื้นที่จังหวัดแพร่และจังหวัดใกล้เคียงไม่น้อยกว่า 35 ล้านบาท

ชนิตร ภู่กาญจน์

นักศึกษา ศิลปศาสตร์ มทร.ธัญบุรี อัปความรู้ เตรียมเข้าสู่อุตสาหกรรมการบิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/667978

นักศึกษา ศิลปศาสตร์ มทร.ธัญบุรี  อัปความรู้ เตรียมเข้าสู่อุตสาหกรรมการบิน

วันพฤหัสบดี ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาดอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) เผยว่า มทร.ธัญบุรี ได้จัดโครงการ “Open Sky Challenging Project with BATC : ค้นฟ้า ท้าทาย บินไกลกับ BATC” โดยทางคณะศิลปศาสตร์ ได้ร่วมมือกับบริษัทบางกอกแอร์ เอวิเอชั่นเทรนนิ่งเซ็นเตอร์ จำกัด เพื่อพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาให้มีความพร้อมทั้งด้านวิชาการและวิชาชีพ สำหรับสาขาวิชาอุตสาหกรรมการบริการการบิน ถือเป็นสาขาวิชาชีพที่ต้องการความเชื่อมั่นจากสาธารณชน จึงต้องทั้งเรียนในห้องเรียนและรับความรู้จากผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ตรง โดยเฉพาะด้านความปลอดภัยและเป็นมาตรฐานสากล

ผศ.ดร.นิศากร สิงหเสนี คณบดีคณะศิลปศาสตร์ มทร.ธัญบุรี เผยว่า บริษัทบางกอกแอร์ เอวิเอชั่นเทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ จำกัด หรือ BATC เป็นบริษัทย่อยของบริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ที่เป็นโรงเรียนการบินและเป็นศูนย์ฝึกอบรมด้านการบินของ IATA ระดับภูมิภาคแห่งเดียวในประเทศไทย นักศึกษาในโครงการจะจัดอบรมศูนย์นวัตกรรมและความรู้ มทร.ธัญบุรี DD Mall กทม. และสนามบินตราด ต.ท่าโสม อ.เขาสมิง จ.ตราด เพื่อให้นักศึกษานำความรู้ที่ได้รับจากการอบรม เข้าใจการทำงานความรับผิดชอบของพนักงานให้บริการภาคพื้นดิน และพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินไปเชื่อมโยงกับความรู้ที่ได้รับในห้องเรียนได้โดยการสัมผัสการปฏิบัติงานจริง โดยนักศึกษาที่ร่วมโครงการจะได้ความรู้ด้านการให้บริการการฝึกอบรมด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ครอบคลุมหลายส่วนของอุตสาหกรรมการบิน เพื่อเสริมประสบการณ์อย่างเป็นมืออาชีพก่อนจะเข้าสู่โลกการทำงานหลังสำเร็จการศึกษา

วธ.เอาใจวัยรุ่น เล่าประวัติศาสตร์ ชาติไทยผ่านลายเส้นการ์ตูน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/667980

วธ.เอาใจวัยรุ่น เล่าประวัติศาสตร์  ชาติไทยผ่านลายเส้นการ์ตูน

วันพฤหัสบดี ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กำลังเตรียมจัดทำหนังสือประวัติศาสตร์ชาติไทยฉบับการ์ตูน โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของไทยในแต่ละยุคสมัย อาทิ สมัยสุโขทัย สมัยอยุธยา สมัยธนบุรี และสมัยรัตนโกสินทร์ เป็นต้น เพื่อจูงใจให้เด็ก เยาวชน และประชาชนได้ตระหนักรู้และเห็นความสำคัญประวัติศาสตร์ชาติไทยที่สืบทอดมั่นคงมาอย่างยาวนาน สร้างจิตสำนึกรักชาติ ความภาคภูมิใจในความเป็นเอกราชของชาติไทยให้ได้รับความรู้ความเข้าใจของประวัติศาสตร์อย่างแท้จริง ส่งเสริมให้เกิดการศึกษาอดีต เข้าใจปัจจุบันและสามารถนำประวัติศาสตร์สร้างสรรค์อนาคตต่อไปได้ 

นายอิทธิพล กล่าวอีกว่า ขณะนี้ วธ. อยู่ระหว่างการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยฉบับแรกเป็นการเผยแพร่ประวัติศาสตร์ในสมัยสุโขทัย ด้วยความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ อาทิผู้เชี่ยวชาญด้านภาษา เอกสารและหนังสือ โบราณคดี พิพิธภัณฑ์ วรรณกรรมและประวัติศาสตร์ไทย จากกรมศิลปากร และร่วมกับนักวาดการ์ตูนและนักเขียนการ์ตูนชื่อดัง อาทิ ดร.ณัฐพงศ์ ลาภบุญทรัพย์และนางประภาสินี เจริญสกุลชัยพรเป็นต้น เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางการจัดทำหนังสือ รวบรวม และเรียบเรียงต้นฉบับ รวมทั้งเพื่อพิจารณาตรวจสอบเนื้อหาต้นฉบับให้ถูกต้อง เรียบร้อยและครบถ้วนสมบูรณ์ โดยภายในหนังสือจะมีเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทย สมัยสุโขทัย เล่าถึงชีวิตความเป็นอยู่ บุคคลสำคัญ แหล่งอารยธรรม และมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญ โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็นตอนต่างๆได้แก่ การเมืองการปกครองเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเศรษฐกิจและการค้า สังคม การชลประทาน ศาสนาและพระภิกษุรูปสำคัญ วัฒนธรรมและประเพณี ลายสือไทย วรรณกรรมและปรับไตรภูมิพระร่วง สถาปัตยกรรม ประติมากรรมและจิตรกรรม

นายอิทธิพล กล่าวด้วยว่าหนังสือ “ประวัติศาสตร์ชาติไทย ฉบับการ์ตูน” เป็นหนังสือที่จะทำให้เด็ก เยาวชนมีความสนใจศึกษา เรียนรู้ ประวัติศาสตร์ได้อย่างเพลิดเพลิน และเข้าใจง่ายด้วยตัวละครในวัย ที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งตัวละครหลักจะเป็นนักเรียนที่ดำเนินเรื่องราวการเรียนรู้ในห้องเรียนและนอกห้องเรียนมีภาพสีสันสวยงาม มีการใช้ภาษาที่สละสลวยซึ่งจะสร้างความรับรู้และความเข้าใจ ให้ทั้งความบันเทิง และความรู้ควบคู่กัน ทั้งนี้ วธ.คาดว่าจะเผยแพร่ภายในปี 2565และจะแจกจ่ายหนังสือนี้ไปยังห้องสมุดโรงเรียน และสถาบันอุดมศึกษาต่างๆเพื่อให้นักเรียน นักศึกษาและประชาชนได้อ่านเพื่อค้นคว้าหาความรู้ อีกทั้งยังได้จัดทำหนังสือนี้ในรูปแบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book อี-บุ๊ก) เพื่อการเข้าถึงอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น

มูลนิธิสมาน-คุณหญิงเบญจา แสงมลิ มอบรางวัลบุคคลดีเด่นด้านการศึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/667974

วันพฤหัสบดี ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสมเกียรติ ชอบผล ประธานคณะกรรมการมูลนิธิสมาน-คุณหญิงเบญจา แสงมลิ เปิดเผยว่า มูลนิธิได้ประกาศผลการคัดเลือกและยกย่องบุคคลดีเด่นผู้ทำคุณประโยชน์ด้านการศึกษา ประจำปี 2565 จำนวน 6 สาขา

สาขาพระสงฆ์ พระราชเสนาบดี (จรัล สิริธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่ในพระอารามหลวง ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ สาขาผู้บริหารการศึกษา นายสยาม เรืองสุกใส ผู้อำนวยการโรงเรียนล่องแพวิทยา ตำบลแม่สวด อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 2 สาขาครูภาษาไทยนางปิยวรรณ บัวพันธ์ ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนอนุบาลบ้านด่านตำบลกะเปอร์  อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง สำนักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษาระนอง สาขาครูสังคมศึกษา นายกรณ์ภูพงษ์ ศิลปเตชอังกูร
ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนกรรณสูตรศึกษาลัย ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุพรรณบุรี เขต 1สาขาการศึกษาก่อนประถมศึกษา นางสาวสายฝน เอี่ยมสิทธิ์ ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนอนุบาลสมุทรสงคราม ตำบลแม่กลอง อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสงคราม และสาขาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย นายชำนาญนิลกระวัตร ผู้ใหญ่บ้านสันติสุข หมูที่ 7 ตำบลสุคิริน อำเภอเมืองสุคิริน จังหวัดนราธิวาส

บุคคลดีเด่นทั้ง 6 สาขา จะเข้ารับพระราชทานรางวัลเข็มเชิดชูเกียรติมูลนิธิฯ จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม 2565 เวลา 09.00 น. ณ วังสระปทุม