นายกฯรับมอบครอบพระเศียรทองคำ เผยทวงคืนสมบัติชาติคืนสู่ไทยแล้ว 611 รายการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/660146

นายกฯรับมอบครอบพระเศียรทองคำ เผยทวงคืนสมบัติชาติคืนสู่ไทยแล้ว 611 รายการ

วันอังคาร ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 10.27 น.

นายกฯ รับมอบครอบพระเศียรทองคำ และเครื่องปั้นดินเผาสมัยลพบุรีจากแหล่งเตาจังหวัดบุรีรัมย์ 164 รายการ มูลค่า 83 ล้านบาท เป็นสมบัติของชาติ มรดกล้ำค่า ก่อประโยชน์ต่อการศึกษาโบราณคดี-ประวัติศาสตร์ชาติไทย กรมศิลปากรเตรียมจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ 

14 มิ.ย.65 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันนี้  เวลา 08.45 น. ณ โถงกลาง ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และนายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นำคณะผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม เข้าพบ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์การรับมอบโบราณวัตถุเพื่อเป็นมรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ ของคณะกรรมการติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทย ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้ชม “ครอบพระเศียรทองคำ” ที่รับคืนมาจากสหรัฐอเมริกา และโบราณวัตถุ “เครื่องปั้นดินเผาสมัยลพบุรีจากแหล่งเตาจังหวัดบุรีรัมย์”

หลังจากนั้น ได้รับมอบสมุดบัญชีโบราณวัตถุเครื่องปั้นดินเผาสมัยลพบุรีจำนวน 164 รายการ และมอบประกาศเกียรติคุณผู้มอบโบราณวัตถุแก่กรมศิลปากรให้กับนายโยธิน ธาราหิรัญโชติ ซึ่งเป็นผู้ประสงค์มอบโบราณวัตถุให้แก่นายกรัฐมนตรีในนามของรัฐบาล เพื่อเป็นสมบัติของชาติ ประกอบด้วยโบราณวัตถุชิ้นเอกและหนังสือบัญชีโบราณวัตถุ เครื่องปั้นดินเผาสมัยลพบุรีจากแหล่งเตาโบราณในจังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 164 รายการ มูลค่า 83 ล้านบาท โดยกรมศิลปากรจะนำไปจัดแสดงในนิทรรศการถาวร ห้องประวัติศาสตร์โบราณคดีสมัยลพบุรี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร เพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าชมและศึกษาหาความรู้ตามเจตนารมณ์ของผู้มอบ

นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณในนามของรัฐบาลและคนไทยทั้งประเทศ ที่ได้รับมอบโบราณวัตถุไว้เพื่อให้เป็นสมบัติของคนไทยต่อไปเพราะเป็นมรดกอันล้ำค่า และเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาโบราณคดีและประวัติศาสตร์ชาติไทย ตลอดจนมีคุณค่าทั้งทางวิชาการและทางจิตใจที่ได้เก็บรักษาภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ อันจะนำไปสู่การสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของบรรพชนไทยในอดีตรวมถึงอัตลักษณ์ชาติไทย และยังเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นคนละเอียดอ่อน ละเมียดละไม ความเพียร ความพยายามซึ่งเป็นสิ่งที่คนไทยมีชื่อเสียงมาตั้งแต่สมัยอดีต ขอให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ศึกษาเรียนรู้เพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจในความเป็นชาติ ความเป็นคนไทยที่ใช้เวลาเรียนรู้พัฒนาสะสมผ่านหลายช่วงเวลา นอกจากนี้ยังแสดงถึงอารยธรรมไทยที่มีความเจริญมาอย่างยาวนาน ตลอดจนสร้างความภาคภูมิใจและเป็นแบบอย่างที่ดี กระตุ้นเตือนให้ประชาชนและคนรุ่นหลังรักและหวงแหนในมรดกของชาติ ไม่หลงลืมประวัติศาสตร์ชาติไทย ความเป็นมา วัฒนธรรมประเพณีที่ทำให้คนไทยและประเทศไทยอยู่ได้จนทุกวันนี้

ทั้งนี้ กระทรวงวัฒนธรรมได้รายงานผลการทำงานของคณะกรรมการติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทยต่อนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งกรรมการฯ ชุดนี้ขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2560 โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธาน อธิบดีกรมศิลปากร เป็นเลขานุการ ตลอดระยะเวลา 5 ปีของการดำเนินงานของคณะกรรมการฯ ที่ประกอบด้วยหน่วยงานราชการ ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการอิสระ เครือข่ายภาคประชาชน และสื่อมวลชนร่วมกันดำเนินงานโดยใช้วิธีทางการทูตผ่านกระทรวงการต่างประเทศ ประสานความร่วมมือกับรัฐบาลประเทศต่าง ๆ สามารถติดตามและรับมอบโบราณวัตถุได้รวม 9 ครั้ง จำนวน 611 รายการ เป็นผลของการดำเนินงานของคณะกรรมการติดตามโบราณวัตถุในครั้งแรก จำนวน 2 รายการ ได้แก่ ทับหลังจากปราสาทเขาโล้น จังหวัดสระแก้ว และทับหลังจากปราสาทหนองหงส์ จังหวัดบุรีรัมย์ รับกลับคืนจากสหรัฐอเมริกาเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2564

ส่วนอีก 8 ครั้ง จำนวน 609 รายการ เป็นการประสานงานร่วมกันของกระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงการต่างประเทศกับส่วนราชการประเทศต่าง ๆ ช่วยตรวจสอบและแจ้งส่งมอบโบราณวัตถุไทยกลับคืน ได้แก่ โบราณวัตถุสมัยก่อนประวัติศาสตร์ และโบราณวัตถุประเภทรูปเคารพ รวมถึงครอบพระเศียรพระพุทธรูปทองคำ และโบราณวัตถุเครื่องปั้นดินเผา ศิลปะลพบุรี จำนวน 164 ชิ้น ซึ่งผลการดำเนินงานของคณะกรรมการฯได้สร้างกระแสความเข้าใจแก่ประชาชนทั้งในและนอกประเทศ ให้เห็นคุณค่าของโบราณวัตถุหากได้กลับคืนสู่ประเทศต้นกำเนิด โดยมีผู้ครอบครองโบราณวัตถุทั้งในประเทศและนอกประเทศ แจ้งความประสงค์ที่จะมอบโบราณวัตถุแก่รัฐบาลไทย ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา

สำหรับครอบพระเศียรทองคำ มูลค่า 1 ล้านบาท กระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้แทนรับมอบจากชาวอเมริกัน ครอบพระเศียรทองคำนี้มีเนื้อทองคำ 95 เปอร์เซ็นต์ ใช้เป็นเครื่องประดับพระเศียรพระพุทธรูป ประกอบด้วยส่วนครอบพระเศียรกว้าง 14 เซนติเมตร ยาว 17.6 เซนติเมตร น้ำหนัก 12.7 กรัม และส่วนพระรัศมีสูง 12.7 เซนติเมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 4 เซนติเมตร น้ำหนัก 28.9 กรัม เทคนิคดุนทองและตีทอง ในเบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นโบราณวัตถุศิลปะล้านนา อายุราวพุทธศตวรรษที่ 20-21 สร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา โดยนิยมใช้ประดับพระเศียรพระพุทธรูปแกะสลักจากหิน และนำส่งมอบให้กรมศิลปากรเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา 

ซัมซุงชวนเยาวชนไทยประชันไอเดีย นวัตกรรมเพื่อสังคมที่ดีขึ้นแบบยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/660039

ซัมซุงชวนเยาวชนไทยประชันไอเดีย  นวัตกรรมเพื่อสังคมที่ดีขึ้นแบบยั่งยืน

วันอังคาร ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด จัดโครงการ Samsung Solve for Tomorrow 2022 ชวนเยาวชนที่กำลังศึกษาในระดับชั้นมัธยมปีที่ 4-5 และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 1-2 ร่วมประกวดออกแบบนวัตกรรม ภายใต้
หัวข้อ “Innovation for Sustainable Communities, Good Health and Well-being” โดยประยุกต์ใช้ความคิดสร้างสรรค์และทักษะความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์และคณิตศาสตร์ (STEM) ในการนำเสนอโซลูชันเพื่อพัฒนาสังคมให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ซึ่ง 20 ทีมที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับโอกาสเข้าร่วมเวิร์กช็อปกับผู้เชี่ยวชาญ พร้อมรับเงินสนับสนุนในการพัฒนาโซลูชันต้นแบบ (Prototype) รวมถึงเงินรางวัลและแท็บเลตซัมซุงสำหรับ 3 ทีมผู้ชนะ มูลค่ารวมกว่า 900,000 บาท

ทั้งนี้ โครงการ Samsung Solve for Tomorrow คือโครงการประกวดออกแบบนวัตกรรมระดับสากลของซัมซุงจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์เพื่อแก้ไขปัญหา พร้อมพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ และการทำงานเป็นทีม อันเป็นทักษะสำคัญแห่งยุค ตลอดจนเป็นพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพและสร้างสรรค์

ปีนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ซัมซุงจัดโครงการ Samsung Solve for Tomorrow ขึ้นในประเทศไทย ซึ่งได้รับความร่วมมือจากภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ บริษัท ทีอีเอสอาร์ จำกัด บริษัทที่ปรึกษาด้านวิศวกรรม ในการร่วมพัฒนาโครงการ ตลอดจนจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ และให้คำปรึกษาด้านเทคนิคกับผู้เข้าร่วมโครงการ เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ให้กลายเป็นโซลูชันที่จับต้องได้และตอบโจทย์ ความต้องการของสังคมในที่สุด

ผู้ที่สนใจเข้าร่วมประกวด จะต้องจัดทีมที่ประกอบด้วยนักเรียน 4 คน และอาจารย์ที่ปรึกษา 1 ท่านจากสถานศึกษาเดียวกัน โดยสามารถอ่านรายละเอียด พร้อมส่งใบสมัครออนไลน์และลิงก์วีดีโอนำเสนอผลงาน ได้ที่ http://www.solvefortomorrow.in.th ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 กรกฎาคม

นักวิจัย มรภ.นครราชสีมา สร้าง AI เฝ้าระวังติดตามคอนเทนต์ค้ามนุษย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/660042

นักวิจัย มรภ.นครราชสีมา สร้าง AI  เฝ้าระวังติดตามคอนเทนต์ค้ามนุษย์

วันอังคาร ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ปฐมาภรณ์ เถาว์พัน อาจารย์ประจำหลักสูตรเทคโนโลยีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการหลักสูตรข้อมูลดิจิทัล คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา กล่าวถึงที่มาและวัตถุประสงค์งานวิจัยระบบเฝ้าระวังติดตามคอนเทนต์บนสื่อสังคมออนไลน์ที่เกี่ยวกับการค้ามนุษย์ ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ว่า ปัจจุบันการค้าประเวณีเด็กมีรูปแบบที่ซับซ้อนและมีการหลบซ่อนมากขึ้น เช่น การขายบริการผ่านสื่อออนไลน์ ร้านเกมส์ เด็กกลุ่มเสี่ยงต่อการถูกล่อลวงเข้าสู่การค้าประเวณี ได้แก่ เด็กเร่ร่อน เด็กแรงงานต่างชาติ เด็กผู้ลี้ภัย เด็กชนกลุ่มน้อย และเด็กไร้สัญชาติ ขณะเดียวกันพบว่ามีเด็กจำนวนไม่น้อยที่เข้าสู่การค้าประเวณีโดยสมัครใจ และส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 15-17 ปี

คณะผู้วิจัยได้พัฒนาเครื่องช่วยตรวจจับคัดกรองคอนเทนต์และสื่อลามกอนาจาร ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาไปเป็นการค้าประเวณีในเด็ก ทั้งโดยสมัครใจ และไม่สมัครใจ ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์บนสื่อสังคมออนไลน์ โดยคาดหวังว่าระบบที่พัฒนาขึ้นนี้ จะสามารถช่วยให้ประหยัดทั้งงบประมาณ กำลังพล และเป็นเครื่องมือแจ้งเตือนและตรวจสอบคอนเทนท์บนสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ด้วยปัญญาประดิษฐ์ที่มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล สามารถวัดค่าและประเมินผลได้ ทำให้การค้าประเวณีและการค้ามนุษย์ในเด็กมีจำนวนลดลงอันจะส่งผลให้การจัดอันดับของประเทศไทยในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์อยู่ในลำดับที่ดีขึ้น

งานวิจัยชิ้นนี้เริ่มต้นโดยการรวบรวมข้อความ โพสต์หรือแฮชแท็ก (Hashtag) ที่มีความเกี่ยวข้องและมีความสัมพันธ์กันในเชิงความหมายที่เกี่ยวกับคดีการค้ามนุษย์ จากทวิตเตอร์ (Twitter) และจากการสัมภาษณ์ตำรวจที่เกี่ยวกับคดีการค้ามนุษย์ จำนวน 30 นายหลังจากได้คัดเลือกเฉพาะ tweet ที่มีคำค้น (Keywords) ที่ได้มาจากการสัมภาษณ์กลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเกี่ยวกับคดีการค้ามนุษย์ทั้งสิ้น 261,022 tweets ที่รวบรวมได้จากคำค้นที่กำหนดไว้ใน Trafficking Thai Corpus และให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอีกครั้ง เพื่อจัดกลุ่มประโยคในการค้าประเวณี โดยเจ้าหน้าส่วนใหญ่ระบุว่า เข้าข่ายการกระทำความผิดในมาตรา 6 ของพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551

ทั้งนี้ ผู้วิจัยได้นําเสนอการ จัดทำคลังคำศัพท์การค้าประเวณี (Thailand Trafficking Corpus) เพื่อช่วยให้ระบบการสืบค้นข้อมูลบนสื่อสังคมออนไลน์ เช่น Twitter มีประสิทธิภาพ ค้นหาข้อมูลได้ตรงจุดและสามารถตัดสินใจเพื่อวิเคราะห์ความรู้สึก โดยจำแนกข้อมูล tweets ที่สืบค้นมาได้ว่า เข้าข่ายคดีค้ามนุษย์รูปแบบใดแบบจำลองที่พัฒนาขึ้น มีความแม่นยำถึง 89% โดยใช้ข้อมูลเพียง 66,960 tweets ในการเทรนแบบจำลอง และใช้ข้อมูล 16,740 tweets ในการทดสอบประสิทธิภาพของแบบจำลอง และยังได้จัดทำระบบในการเฝ้าระวังติดตามคอนเทนต์บนสื่อสังคมออนไลน์ที่เกี่ยวกับการค้ามนุษย์ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เพื่อการประมวลผลภาษาธรรมชาติเชิงลึก ด้วยการพัฒนา Web Application ในลักษณะของ Dashboard ที่ใช้งานง่ายและมีประสิทธิภาพ

โพลศุภนิมิตฯเผย ‘การศึกษา’ เหตุผลที่คนไทยอยากช่วยเด็กยากไร้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/660038

โพลศุภนิมิตฯเผย ‘การศึกษา’  เหตุผลที่คนไทยอยากช่วยเด็กยากไร้

วันอังคาร ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย จัดทำโพลสำรวจความคิดเห็นสอบถามประชาชนทั่วไป จำนวน 100 คน ในเรื่องของ อะไรคือเหตุผล ที่คุณตัดสินใจช่วยเหลือเด็กยากไร้ ด้วยตัวเลือก 5 เหตุผล คือ 1) เด็กได้มีโอกาสไปโรงเรียนทุกวัน 2) เด็กมีร่างกายแข็งแรง มีอาหาร 5 หมู่ กินครบ 3 มื้อ 3) ครอบครัวเด็กมีอาชีพ มีรายได้สามารถเลี้ยงดูให้เด็กมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น 4) น้ำมีความจำเป็น ขอให้ชุมชนที่เด็กอาศัยอยู่มีน้ำสะอาดกินและใช้ 5) เด็กได้รับการปกป้องคุ้มครอง และมีสิทธิตามที่เด็กพึงได้รับ

พบว่าเหตุผลที่คนให้ความสำคัญมากที่สุดอันดับแรก คือเรื่องของการศึกษา อยู่ที่ 26% อยากให้เด็กได้มีโอกาสไปโรงเรียนทุกวัน รองลงมาคือเรื่องของสิทธิเด็ก คิดเป็น 25% และอันดับสามคือเรื่องของความสมบูรณ์ของร่างกายและจิตใจ มีอาหาร 5 หมู่ กินครบ 3 มื้อ 21% อีก 2 เหตุผลมีความสำคัญรองลงมาคือเรื่องของครอบครัวของเด็กที่ควรมีความสามารถในการเลี้ยงดูเพื่อให้เด็กมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น 17% และสุดท้ายคือเรื่องของสุขอนามัยด้านน้ำดื่มน้ำใช้ 11%

จากข้อมูล กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ปีการศึกษา 1/2564 มีเด็กยากจนหรือนักเรียนยากจนพิเศษรวมประมาณ 1.9 ล้านคน เมื่อเทียบกับเด็กทั้งหมด ในช่วงวัยเรียนการศึกษาภาคบังคับที่มีประมาณ 9 ล้านคน ถือว่ามีจำนวนเด็กยากจนที่สูงพอสมควร ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมาทำให้รายได้ของครอบครัวเด็กกลุ่มนี้ลดลงเหลือเฉลี่ยเดือนละ 1,094 บาท อีกทั้งยังพบว่า รายได้จากการเกษตรหรือด้านอื่นๆ ส่วนใหญ่ลดลง แต่มีรายได้ที่เพิ่มมาจากสวัสดิการรัฐ และเงินช่วยเหลือเยียวยาแทน

จากผลสำรวจ ได้ตอกย้ำถึงความจำเป็นในด้านต่างๆ ที่สะท้อนให้เห็นถึงชีวิตความเป็นอยู่ รวมทั้งปัญหาที่เผชิญอยู่ร่วมกันในปัจจุบัน นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงควรเร่งให้ความช่วยเหลือเด็กยากไร้และกลุ่มเปราะบาง ในขณะเดียวกันนอกจากการศึกษาแล้ว เด็กไทยทุกคนควรได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานตามที่ควรจะได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความคุ้มครองเด็ก มีครอบครัวที่อบอุ่น และภาวะโภชนาการที่เหมาะสม

นิติศาสตร์ จุฬาฯจับมือ Chandler MHM พัฒนาทักษะนิสิตนักศึกษาทั่วประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/660040

นิติศาสตร์ จุฬาฯจับมือ Chandler MHM  พัฒนาทักษะนิสิตนักศึกษาทั่วประเทศ

วันอังคาร ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และบริษัท แชนด์เล่อร์ เอ็มเอชเอ็ม บริษัทกฎหมายขนาดใหญ่ ร่วมกันจัดโครงการ “THE LAWNCH PAD for lawyers” เพื่อเปิดโอกาสให้แก่นิสิตนักศึกษาชั้นปีสุดท้ายในคณะนิติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วประเทศ ที่มีความสนใจในการประกอบอาชีพเป็นที่ปรึกษากฎหมายใน law firms ได้มีโอกาสเสริมสร้างและฝึกฝนทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงาน ทั้งในส่วนของทักษะทางกฎหมายในเนื้องานในแผนกต่างๆ (Legal Skills) และทักษะอื่นๆ ที่จำเป็นในการทำงาน (Essential Non- Legal Skills) ผ่านการฝึกปฏิบัติจากกรณีศึกษา เพื่อก้าวเข้าสู่ชีวิตการทำงานด้วยความพร้อมทั้งความรู้และทักษะในการทำงานได้จริง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปารีณา ศรีวนิชย์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงที่มาของโครงการว่า มีจุดเริ่มต้นมาจากโครงการทักษะสำคัญในการทำงานด้านกฎหมาย (Essential Skills for Legal Practice) ซึ่งทางคณะฯ ได้ร่วมกับหน่วยงานชั้นนำในวิชาชีพทางกฎหมายต่างๆ ในการเตรียมพัฒนาและเสริมสร้างทักษะการทำงานด้านกฎหมายให้แก่นิสิตชั้นปีสุดท้ายของคณะฯ ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ถึง ต้นเดือนพฤษภาคม 2565 ที่ผ่านมา ซึ่งก็ได้มีกระแสตอบรับกับความคิดเห็นเชิงบวกที่ได้รับจากนิสิตผู้เข้าร่วมเป็นอย่างมาก และทางบริษัท แชนด์เล่อร์เอ็มเอชเอ็ม จำกัด หนึ่งในหน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว ได้หารือกับคณะฯ และเห็นพ้องต้องกันที่จะขยายโอกาสดีๆ เช่นนี้ให้แก่นิสิตนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยอื่น ๆ อย่างเปิดกว้างด้วย

นายเจษฎา สวัสดิพงษ์ ทนายความหุ้นส่วนผู้จัดการของบริษัท แชนด์เล่อร์ เอ็มเอชเอ็ม จำกัด เปิดเผยว่า เรามีความตั้งใจในการที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการมุ่งพัฒนานักกฎหมาย และเปิดโอกาสให้แก่ นิสิตนักศึกษาได้มีความรู้และทักษะที่จำเป็นในการทำงาน โดยเฉพาะใน law firms ซึ่งในโครงการนี้ทางเราก็มีคณะที่ปรึกษากฎหมายที่มีความเชี่ยวชาญในแผนกต่างๆ กว่า20 คน ที่พร้อมจะเข้ามาร่วมกันให้ความรู้กับนิสิตนักศึกษา โดยผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจะได้เข้ารับการอบรมในเรื่องต่างๆ รวม 12 หัวข้อ และยังมีสิทธิเข้าร่วมแข่งขันเพื่อชิงรางวัลมูลค่ารวม 120,000 บาท โดยสามารถสมัครได้ตามช่องทางที่กำหนดภายในวันที่ 15-30 มิถุนายน 2565

‘แทมมี ดักเวิร์ธ’ชื่นชม’คุณหญิงกัลยา’ ผลักดันไทยเป็นเจ้าภาพสัมมนานานาชาติเรื่องน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/660108

'แทมมี ดักเวิร์ธ'ชื่นชม'คุณหญิงกัลยา' ผลักดันไทยเป็นเจ้าภาพสัมมนานานาชาติเรื่องน้ำ

วันจันทร์ ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 20.59 น.

วุฒิสมาชิก นางแทมมี ดักเวิร์ธ ชาวอเมริกันเชื้อสายไทย ชื่นชม ดร. คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ผลักดันให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพสัมมนานนานาชาติเรื่องน้ำได้เป็นครั้งแรก และสนับสนุนการขับเคลื่อนโครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน ตามแนวพระราชดำริ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และจะเตรียมสานต่อความร่วมมือระหว่างปไทยกับสหรัฐอเมริกาในอนาคต

13 มิ.ย.65 นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และโฆษกประจำตัวรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ดร.คุณหญิงกัลยา) กล่าวว่า โครงการบริหารน้ำโดยชุมชนตามแนวพระราชดำริ ร่วมกับองค์การบริหารจัดการน้ำและน้ำเสียสากลหรือ WWM จะจัดงานสัมมนาการบริหารจัดการน้ำนานาชาติ Water And Waste Management International Conference & Expo Thailand เป็นครั้งแรกในไทย ระหว่างวันที่ 16-17 มิถุนายน 2565 โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำที่เป็นที่ยอมรับในระดับโลกจำนวนมากมาร่วมงาน

ทั้งนี้ วุฒิสมาชิกรัฐอิลลินอยส์ ลัดดา แทมมี ดักเวิร์ธ ได้ส่งคลิปแสดงความยินดีกับคุณหญิงกัลยาและคณะผู้จัดงาน ที่สามารถผลักดันประเทศไทยให้เป็นเจ้าภาพการจัดงานนี้ และชื่นชมยกย่อง ดร. คุณหญิงกัลยาที่ให้ความสำคัญ และขับเคลื่อนโครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชนตามแนวพระราชดำริมาอย่างต่อเนื่อง และสามารถเชิญผู้เชี่ยวชาญการบริหารจัดการน้ำระดับโลกมารวมตัวเพื่อหาแนวทางจัดการน้ำและน้ำเสีย และหารือประเด็นเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืนในเขตเมืองและชนบท ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อประเทศไทย การน้อมนำแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาใช้ ถือเป็นที่ยอมรับในระดับสากล และเป็นนิมิตรหมายที่ดีเพราะจะส่งผลต่อความร่วมมือระหว่างกันในอนาคตระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะทำให้การศึกษาของไทยโดยเฉพาะด้านอาชีวเกษตร ซึ่งกำกับโดยคุณหญิงกัลยา สามารถยกระดับองค์ความรู้ในระดับสากลได้โดยการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับต่างประเทศที่มีแนวทางในการบริหารจัดการน้ำเพื่อประโยชน์ของสาธารณชน

ทีม Descendere ร.ร.อัสสัมชัญ คว้าแชมป์โลก Annual CanSat Competition 2022

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/659951

ทีม Descendere ร.ร.อัสสัมชัญ คว้าแชมป์โลก Annual CanSat Competition 2022

วันจันทร์ ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 14.27 น.

ทีม Descendere โรงเรียนอัสสัมชัญ  คว้าแชมป์โลก Annual CanSat Competition 2022

โรงเรียนอัสสัมชัญ ขอแสดงความยินดีกับ ทีม Descendere โรงเรียนอัสสัมชัญ ได้รับรางวัลชนะเลิศ  อันดับที่ 1 คว้าแชมป์โลก การแข่งขัน Annual CanSat Competition 2022 ณ เมือง Blacksburg รัฐ Virginia ประเทศสหรัฐอเมริกา ด้วยคะแนน 86.2185% และ ทีม Gravity ได้อันดับ 7 ด้วยคะแนน 66.4924%

สำหรับการแข่งขัน Annual CanSat Competition 2022 เป็นการแข่งขันดาวเทียมจิ๋ว (Cansat) ตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย โดยมีทีมตัวแทนจากประเทศต่างๆ จากทั้งสิ้น 23 ทีม เข้ารอบชิงชนะเลิศ จาก 11 ประเทศทั่วโลก เพื่อคัดเลือกหาผู้ชนะเลิศ ระหว่างวันที่ 9-12 มิถุนายน พ.ศ. 2565  ณ เมือง Blacksburg รัฐ Virginia ประเทศสหรัฐอเมริกา

สมาชิก ทีม Descendere ได้แก่

1. ปิติภูมิ อาชาปราโมทย์
2. กฤษฎา สิงหะคเชนทร์
3. ธรรศวริทธิ์ เครือคล้าย
4. นุชิต วิจิตรกิจจา
5. กิตติภณ อมรประเสริฐกิจ
6. สุวิจักขณ์ ปิยะนพโรจน์
7. ฆฤณ กวีวงศ์สุนทร
8. อัคคนิรุทธิ์ ปานเดช

อาจารย์ที่ปรึกษา Joshua Staubs, Ph.D.

สมาชิก ทีม Gravity ได้แก่
1. พุทธิพงศ์ สวัสดิบุญหนา
2. ริชภูมิ  อุดมพรวิรัตน์
3. กฤตยชญ์ สวิง
4. กฤตวัฒน์ ปุญญพัฒนกุล
5. เวธน์วศิน ศิริรัตน์อัสดร
6. ศุภวิชญ์ แก้วนิรัตน์
7. ณรงค์ภัทร ราศรีเพ็ญงาม
8. บุญฤทธิ์ ปฐมนันทพงศ์
9. พศิน ตันติรัฐพงศ์

อาจารย์ที่ปรึกษา

1. ดร. พีระเมศร์ โชติกวีกิจญาดา

ครูที่ปรึกษา

1. มาสเตอร์ พชร ภูมิประเทศ
2. มาสเตอร์ณัฐกิตติ์ ขวัญกิจพิศาล 

แฉอดีตขรก.ตั้งแก๊งตกเบ็ด ตุ๋นเงินแสนหลอก‘ฝากเด็ก’รับราชการได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/659896

แฉอดีตขรก.ตั้งแก๊งตกเบ็ด ตุ๋นเงินแสนหลอก‘ฝากเด็ก’รับราชการได้

วันจันทร์ ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 11.31 น.

‘ปลัด ศธ.’ฉุนอดีตข้าราชการตกเบ็ด อ้างฝากเด็กเข้ารับราชการได้ เรียกหลักแสน ขู่พบทุจริตตัดสิทธิสอบตลอดชีพ วางมาตรการสกัดทุจริตเข้ม

13 มิถุนายน 2565 นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานปลัด ศธ. ได้ประกาศรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา 38 ค (2) ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ ประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน พ.ศ. 2565 จำนวน 208 อัตรา โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคม ถึงวันที่ 10 มิถุนายน จัดสอบวันที่ 3 กรกฎาคม นี้นั้น พบว่ามีผู้สนใจสมัครสอบกว่า 30,000 คน

“เริ่มมีรายงานข่าวการทุจริตเข้าให้ได้ยิน โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งได้รับรายงานว่า มีกลุ่มอดีตข้าราชการในพื้นที่ ตกเบ็ดผู้สมัคร โดยอ้างว่าสามารถฝากเข้ารับราชการได้ ซึ่งตนขอยืนยันว่าไม่เป็นเรื่องจริง การสอบเข้ารับราชการทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอน ด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม ไม่มีเส้นสายหรือเด็กฝากอย่างเด็ดขาด เพราะข้อสอบเป็นความลับ และจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีการออกข้อสอบ” นายสุภัทร กล่าว

นายสุภัทร ยอมรับว่า การสอบแข่งขันตำแหน่ง 38 ค (2) ครั้งนี้ ได้รับความสนใจ มีผู้สมัครเข้ามาค่อนข้างมาก และเริ่มมีกระแสข่าว ว่ามีกลุ่มแอบอ้างว่าสามารถฝากเข้ารับราชการได้ แต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายรายละหลายแสนบาท ซึ่งยืนยันว่าไม่เป็นความจริง และหากผู้สมัครรายใดหลงเชื่อ และคิดจะทุจริตตั้งแต่เริ่มเข้ารับราชการ ถือว่าไม่มีความเหมาะสม หากตรวจสอบพบจะถูกตัดสิทธิเข้ารับราชการตลอดชีวิต ตนจะไม่ปล่อยไว้อย่างเด็ดขาด เพราะขนาดยังไม่ได้เข้ารับราชการ ยังคิดจะโกงแล้ว ก็ไม่สมควรเข้ารับราชการ ถือว่ามีความผิดอย่างร้ายแรง ส่วนผู้ที่ทำการตกเบ็ด แอบอ้างว่าสามารถให้ความช่วยเหลือเข้ารับราชการได้นั้น หากเป็นข้าราชการมีโทษสถานเดียว คือไล่ออก แต่หากเกษียณอายุราชการไปแล้ว ก็จะส่งเรื่องให้คณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ต่อไป

ปลัด ศธ. กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ยืนยันว่าการจัดสอบเข้ารับราชการจะต้องเป็นไปด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม ซึ่งตนได้เชิญผู้ดูแลการจัดสอบมาหารือ มาตรการป้องกันการทุจริต ให้มีความเข้มงวดทั้งการจัดสอบ การออกข้อสอบ แม้กระทั่งการเก็บและการเฉลยข้อสอบ เพื่อไม่ให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ นอกจากนี้ ยังเตรียมความพร้อมจัดสอบผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ซึ่งอยู่ระหว่างปรับแก้รายละเอียดในหลักเกณฑ์การคัดเลือกให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น คาดว่าจะดำเนินการรับสมัครสอบได้ปลายเดือนมิถุนายน นี้ และจะดำเนินการจัดสอบในเดือนกรกฎาคม นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับตำแหน่งที่เปิดรับทั้ง 208 อัตรา แบ่งเป็น ตำแหน่งประเภทวิชาการระดับปฏิบัติการ 143 อัตรา ดังนี้  นักการเงินและบัญชี 13 อัตรา นักวิชาการตรวจสอบภายใน 12 อัตรา นักวิชาการพัสดุ 15 อัตรา นักประชาสัมพันธ์ 3 อัตรา นักทรัพยากรบุคคล 30 อัตรา นักวิชาการศึกษา 43 อัตรา นักวิเคราะห์นโยบายและแผน 19 อัตรา  นิติกร 8 อัตรา และตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน เจ้าหน้าที่ธุรการ 65 อัตรา

นวัตกรรมสร้างสรรค์เพื่อการศึกษายุค‘Metaverse’ เครื่องมือครูยุค‘5G’วางรากฐานเด็กไทยสู่โลกอนาคต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/659741

นวัตกรรมสร้างสรรค์เพื่อการศึกษายุค‘Metaverse’  เครื่องมือครูยุค‘5G’วางรากฐานเด็กไทยสู่โลกอนาคต

วันจันทร์ ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ร่วมกับ ศูนย์สื่อสาธารณะเพื่อเด็กและครอบครัว ไทยพีบีเอส (ThaiPBS) แถลงข่าว “โครงการนวัตกรรมสร้างสรรค์เพื่อการศึกษาสำหรับเด็กยุค Metaverse” ความร่วมมือครั้งสำคัญของสื่อสาธารณะและภาคการศึกษา ที่ผนึกกำลังกันสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อการศึกษา เป็นเครื่องมือในการจัดการเรียนการสอนให้กับครูทั้งระดับประถมศึกษา และปฐมวัย ภายใต้ 1.โครงการ คิดเรนเจอร์สชวนครูวิทย์-คณิต มาคิดให้ WOW ปี 6 และ 2.โครงการ KIDDY CODE สนุกโค้ด สนุกคิด

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า “รู้สึกชื่นชมยินดีกับสถานีไทยพีบีเอส ที่จัดทำโครงการอันเป็นประโยชน์มาอย่างต่อเนื่องยาวนานจนเข้าสู่ปีที่ 6 เด็กในยุคศตวรรษที่ 21 ต้องสามารถวางแผน คิดวิเคราะห์ เป็นเหตุเป็นผล เชิงวิทยาศาสตร์ มีภูมิคุ้มกันมีความสุข แก้ปัญหาชีวิตได้ ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลง

“ผู้ใหญ่ต้องส่งเสริมและฝึกฝนให้เด็กมีทักษะเหล่านี้ ที่เรียกว่า unplugged coding ผ่านการเล่น การเรียนรู้ ทั้งในครอบครัว จากงานบ้าน งานสวน งานครัว สร้างมูลค่าเพิ่มให้ครอบครัวได้
เป็นพื้นฐานสู่อนาคตในการเผชิญปัญหาที่ซับซ้อนขึ้นเป็นทักษะที่โลกสมัยใหม่ต้องการ ทั้งเด็กปฐมวัย ประถมต้น ประถมปลาย มีความจำเป็นต้องเรียนรู้มีระบบคิด ซึ่ง coding ง่ายกว่าที่คิด พิชิตยุคดิจิทัล all for coding, coding for all และ metaverse จะเป็นตัวกรองให้เด็กเรียนรู้ ทั้งในจินตนาการและในโลกความจริง” รมช.ศธ. กล่าว

รศ.ดร.วิลาสินี พิพิธกุล ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ไทยพีบีเอส เป็นองค์กรสื่อสาธารณะที่มีเป้าหมายในการเป็นสื่อที่สร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคม มีแผนดำเนินงานภายใต้ประโยชน์ของสาธารณะเป็นที่ตั้ง เพื่อนำไปสู่สังคมคุณภาพและคุณธรรม โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ไทยพีบีเอสให้ความสำคัญรูปแบบรายการเด็กที่ออกอากาศทางไทยพีบีเอส จึงเป็นรายการที่เน้นส่งเสริมทักษะด้านการเรียนรู้

ส่งเสริมให้มีสื่อสำหรับเด็กที่มีคุณภาพและคุณค่าสาธารณะสอดคล้องเหมาะสมกับช่วงปฐมวัย สามารถนำความรู้จากเนื้อหารายการไปบูรณาการอย่างสร้างสรรค์ เพื่อใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนให้กับครูและนักเรียน ดังเช่นโครงการ คิดเรนเจอร์สชวนครูวิทย์-คณิต มาคิดให้ WOW ปี 6 และ โครงการ KIDDY CODE สนุกโค้ด สนุกคิด นำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับการเรียนรู้วิทยาการคำนวณสำหรับเด็กปฐมวัย (อายุ 4-7 ปี) ให้เด็กๆ รู้จักกระบวนการคิดเชิงวิเคราะห์ คิดอย่างเป็นระบบด้วยเหตุผลอย่างเป็นขั้นเป็นตอนเพื่อแก้ปัญหาต่างๆ

“เป็นเรื่องราวรอบตัว และสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เพื่อให้เด็กๆ สามารถเชื่อมโยงแนวความคิดนี้กับชีวิตจริงของพวกเขาได้ จัดทำในรูปแบบคลิปวีดีโอเรื่องวิทยาศาสตร์ และเกมการ์ด สำหรับเด็กปฐมวัย แจกให้ครูโรงเรียนอนุบาลนำไปเป็นสื่อกิจกรรมวิทยาการคำนวณภายในห้องเรียน” รศ.ดร.วิลาสินี กล่าว

อาจารย์ฤทัย จงสฤษดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารค่ายวิทยาศาสตร์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า ครูเป็นหัวใจสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาเด็กให้มีคุณภาพ การส่งเสริมครูให้มีศักยภาพและความพร้อมในการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในอนาคตเป็นสิ่งสำคัญมากในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน การเตรียมคนสำหรับอนาคต จึงจำเป็นมากที่เราจะทราบแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของโลกหรือ Mega Trends ทำให้เกิดผลกระทบและเกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ เช่น เศรษฐกิจ สังคม ธุรกิจ วัฒนธรรม และชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในสังคม

“ในปีนี้ ได้เลือก 4 เรื่องที่สำคัญมาอบรม ได้แก่ Jump to Metaverse for Innovative Learning กระโดดเข้าโลกเสมือนเพื่อสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ของเด็ก, เติมความรู้ สร้างทักษะ สู่สมรรถนะ หนูทำได้แก้ปัญหาเป็นแบบเต็ม STEAM, โลกสวยและน่าอยู่ด้วยมือเรา…แนวทางและกิจกรรมจัดการศึกษา เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Education for Sustainable Development) และโค้ดให้ม่วนชวนให้คิด เสริมทักษะความเข้าใจและการใช้ เทคโนโลยีดิจิทัล ทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21 (Coding in Action)” อาจารย์ฤทัย กล่าว

รศ.ดร.วรรณพงษ์ เตรียมโพธิ ประธานกรรมการศูนย์ความเป็นเลิศเพื่อสะเต็มศึกษา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า ปีนี้ทางทีมสะเต็มของเราได้ออกแบบกิจกรรม โดยยังเน้นการเรียนรู้ตามวิถีสะเต็มและใช้สโลแกนสำหรับกิจกรรมครั้งนี้ว่า “สนุกคิดพิชิตปัญหาด้วยสะเต็ม” โดยภาพรวมกิจกรรมจะมุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์เพื่อให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และการแก้ปัญหาผ่านการร่วมด้วยช่วยกันเรียนรู้ทำงานกันเป็นทีมในการแก้ปัญหาหรือก้าวผ่านความท้าทายที่กำหนดให้

ซึ่งได้พยายามออกแบบสถานการณ์ให้ครอบคลุมในมิติต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาสมรรถนะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน โดยกิจกรรมจะครอบคลุมทั้งที่เกี่ยวกับคน สัตว์ สิ่งของ และสถานการณ์จะออกแบบให้เป็นทั้งที่เป็นเหตุการณ์ที่อยู่บนโลกและดาวอังคาร เช่น กิจกรรมที่ผู้เรียนรับบทบาทเป็นนักพันธุศาสตร์ในการสร้างสายพันธุ์แมลงใหม่เพื่อเป็นต้นแบบในการสร้างเป็นหุ่นยนต์เพื่อไปสำรวจดาวอังคาร และกิจกรรมที่เกี่ยวกับเรื่องปากท้องใกล้ตัวที่ผู้เรียนจะรับบทเป็นนักสืบ FDA ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว เป็นต้น

“จากประสบการณ์ที่ผ่านมาทางทีมเราเชื่อว่า ผู้เรียนจะได้รับแรงบันดาลใจกระตุ้นปลุกเร้า เพื่อมุ่งสัประยุทธ์พิชิตความท้าทาย โดยใช้ความรู้และทักษะด้าน STEM และสามารถประยุกต์ใช้ประโยชน์ในการแก้ปัญหาและสร้างองค์ความรู้ใหม่ได้ด้วยตนเอง เพราะเราเชื่อว่า วันนี้ โรงเรียนจะไม่ใช่โรงสอนอีกต่อไป ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่เราสอนมากเท่าไร แต่ขึ้นอยู่กับการที่นักเรียนของเราสามารถเรียนรู้ได้เท่าไร เรียนรู้ตามรูปแบบที่ถนัด เรียนรู้ให้เต็มศักยภาพ และให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เป็นผู้ที่มีทักษะการเรียนรู้ที่สามารถออกแบบและหาทรัพยากรการเรียนรู้ด้วยตนเองได้ จนนำไปสู่ผู้เรียนที่เป็นผู้รู้จริง ทำได้ ใช้ประโยชน์เป็น” รศ.ดร.วรรณพงษ์ กล่าว

นางวรินทร์เนตร เติมศิริกมล ผู้ผลิตรายการคิดเรนเจอร์ส และผู้จัดทำโครงการ คิดเรนเจอร์ส ชวนครูวิทย์-คณิต มาคิดให้ WOW ปี 6 และ โครงการ KIDDY CODE สนุกโค้ด สนุกคิด กล่าวว่ากิจกรรมเหล่านี้ เป็นโครงการที่ต่อยอดมาจากรายการ Kid Rangers ของไทยพีบีเอส ที่จะนำเสนอรูปแบบการเรียนรู้แบบบูรณาการ และ STEM ศึกษา ผ่านการผจญภัยไปทำภารกิจของเด็กๆ ในที่ต่างๆทั่วประเทศ โดยกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กประถมศึกษา เราจึงจัดกิจกรรมอบรมครู เพื่อนำสื่อเพื่อการเรียนรู้จากหน้าจอสู่ห้องเรียน

“กิจกรรมอบรมนี้จัดมาเป็นปีที่ 6 แล้ว ก่อนหน้านี้จะมีการจัดในรูปแบบ on-site ไปยังหัวเมืองต่างๆ ทั่วประเทศ และช่วงโควิดที่ผ่านมาก็ปรับเป็นรูปแบบ online โดยคุณครูจะได้มาอัปเดตนวัตกรรม หรือเทรนด์ ทางการศึกษาใหม่ๆ แล้วนำกลับไปลองใช้กับนักเรียนในห้องเรียน จากนั้นก็จะมีการจัดประกวดคลิป VDO การสอนของคุณครูตามเนื้อหาที่คุณครูได้รับการอบรมไป คุณครูที่ชนะ 5 ท่านก็จะได้ไปดูการจัดการเรียนการสอนใหม่ๆ ที่ต่างประเทศ” นางวรินทร์เนตร กล่าว

สำหรับโครงการนวัตกรรมสร้างสรรค์เพื่อการศึกษาสำหรับเด็กยุค Metaverse ประกอบด้วย 2 โครงการ ได้แก่ “โครงการ คิดเรนเจอร์ส ชวนครูวิทย์-คณิต มาคิดให้ WOW ปี 6” และ “โครงการ KIDDY CODE สนุกโค้ด สนุกคิด” จัดด้วยรูปแบบไฮบริด คือทั้ง on-site และ online ด้วยกัน โดยจะเดินทางไปยังหัวเมือง 5 จังหวัดทั่วประเทศและจัดอบรมครูที่สมัครมา on-site จำนวน 50 คนในขณะเดียวกัน จะมีการ Live สื่อสารถึงครูในรูปแบบ online อีกด้วย

ทั้งนี้ 4 Mega Trends กับการศึกษาของเด็กในโลกอนาคต คือ 4 เรื่องสำคัญในแวดวงการศึกษา ที่ครูไทยควรเตรียมพร้อมเรียนรู้ เพื่อส่งต่อเนื้อหาเหล่านี้ให้เด็กนักเรียนในศตวรรษที่ 21 เพราะเป็นสิ่งจำเป็นต่อการพัฒนาโลกในอนาคตอันใกล้ ได้แก่ 1.Jump to Metaverse for Innovative Learning กระโดดเข้าโลกเสมือนเพื่อสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ของเด็ก 2 เติมความรู้ สร้างทักษะ สู่สมรรถนะ หนูทำได้แก้ปัญหาเป็นแบบเต็ม STEAM 3.โลกสวยและน่าอยู่ด้วยมือเรา แนวทางและกิจกรรมจัดการศึกษา เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน และ 4.โค้ดให้ม่วน ชวนให้คิด เสริมทักษะความเข้าใจและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21

โครงการ KIDDY CODE สนุกโค้ด สนุกคิดเป็นโครงการที่ส่งเสริมการเรียนรู้เรื่อง แนวคิดเชิงคำนวณและ Unplugged Coding ให้กับเด็กปฐมวัย หรือเด็กอนุบาล แบบครบวงจร โดยมีตั้งแต่คลิป VDO เพื่อการเรียนรู้ ชื่อรายการ KIDDY CODE สนุกโค้ด สนุกคิด นำเสนอเกี่ยวกับการฝึกคิดเชิงคำนวณของเรื่องราวในชีวิตประจำวัน อีกทั้งยังมีการฝึกแก้ไขโจทย์ปัญหาที่มาในรูปแบบนิทาน และกิจกรรม Unplugged Coding สนุกๆ รวมไปถึงการฝึกให้เด็กรู้จักสิ่งที่เป็นเทคโนโลยีดิจิทัล รอบตัวแบบง่ายๆ จำนวน 20 ตอน

ออกอากาศในช่องทางที่หลากหลายของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส จากนั้นนำตัวรายการโทรทัศน์มาต่อยอดเป็นการ์ดเกม ที่คุณครูสามารถนำไปเป็นสื่อในการเรียนการสอนแบบ Unplugged Coding อย่างสนุกสนานในห้องเรียน กับเด็กปฐมวัย จำนวน 3,000 ชุด และมีการจัดกิจกรรมอบรมครูปฐมวัย เพื่อสอนเทคนิควิธีการใช้คลิปรายการ และการ์ดเกมเพื่อสอนนักเรียนในห้องเรียนให้สนุกและมีความสุขกับการเรียนรู้แบบ Unplugged Coding

เตรียมพร้อม‘เด็กอาชีวะ’สู่ยุคเปลี่ยนผ่าน ‘วิศวะมหิดล’ถ่ายทอดความรู้‘ยานยนต์ไฟฟ้า’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/659745

เตรียมพร้อม‘เด็กอาชีวะ’สู่ยุคเปลี่ยนผ่าน  ‘วิศวะมหิดล’ถ่ายทอดความรู้‘ยานยนต์ไฟฟ้า’

วันจันทร์ ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล นำโดย รศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดี ผศ.ดร.กฤษฎา อัศวสกุลเกียรติ รองคณบดีฝ่ายเสริมสร้างความร่วมมือและกิจกรรมเพื่อสังคม และ ผศ.ดร.รุ่ง กิตติพิชัย หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล ร่วมกับ วิทยาลัยการอาชีพบ้านโป่ง จ.ราชบุรีเปิดโครงการ “ยกระดับเยาวชนด้วยศาสตร์วิศวกรรมเครื่องกลสู่อุตสากรรมไทย 5.0” จัดกิจกรรมถ่ายทอดความรู้ “การเตรียมความพร้อมรถยนต์…สู่เทคโนโลยีพลังงานทดแทน” โดยมี อาจารย์อนุชา จันทร์สนิท ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี มาเป็นเกียรติในงาน มุ่งยกระดับศักยภาพบุคลากรครูผู้สอนและนักศึกษาอาชีวะรองรับอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่

ผศ.ดร.รุ่ง กิตติพิชัย หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ในการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมรถยนต์จากเครื่องยนต์สันดาปไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ของประเทศไทย ต้องขับเคลื่อนพัฒนาองค์ความรู้ในหลายภาคส่วน ตั้งแต่ภาคการศึกษาซึ่งผลิตบุคลากร ภาคอุตสาหกรรมและเอสเอ็มอี และภาคประชาชนผู้ใช้ยานยนต์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นผู้นำด้านวิศวกรรมศาสตร์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลจากคณะกรรมการ ABET ถึง 6 หลักสูตร

ได้ร่วมกับวิทยาลัยการอาชีพบ้านโป่ง จ.ราชบุรี จัดกิจกรรมถ่ายทอดความรู้ เรื่อง การเตรียมความพร้อมรถยนต์…สู่เทคโนโลยีพลังงานทดแทน วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาและบุคลากรในสถาบันการศึกษาอาชีวะทางด้านวิศวกรรมยานยนต์และแนวโน้มของยานยนต์ยุคใหม่ในอนาคต นำความรู้และทักษะที่ได้รับมาพัฒนากระบวนการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ยกระดับให้นักศึกษาอาชีวะ ปวช.ปี 1-3 สามารถเข้าสู่การเรียนรู้ภาคปฎิบัติร่วมกับภาคอุตสาหกรรมสมัยใหม่ในอนาคตได้ต่อไป

ในประเทศไทยมีหลายจังหวัดที่มีการเติบโตของอุตสาหกรรมอู่ต่อรถยนต์ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ เช่น ชลบุรี ราชบุรี นครราชสีมา ฉะเชิงเทรา ทั้งนี้ ราชบุรี เป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีชื่อเสียงในอุตสาหกรรมนี้และมีอู่ต่อรถยนต์จำนวนหลายสิบแห่ง สร้างงานสร้างรายได้ให้ท้องถิ่นและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง นอกจากนี้ตลาดดัดแปลงรถยนต์เก่าทั่วประเทศจากใช้น้ำมันระบบสันดาปภายในให้เป็นระบบไฟฟ้า เปิดโอกาสกว้างแก่ผู้ประกอบการอู่รถยนต์ที่ต้องปรับตัวในการตอบโจทย์การลดใช้น้ำมันและลดปัญหามลพิษ อีกทั้งราคาไม่แพงและเข้าถึงง่าย

ตลอดจนตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติและนโยบายภาครัฐในการส่งเสริมใช้รถยนต์พลังไฟฟ้า ในการถ่ายทอดความรู้ครั้งนี้มุ่งเน้นนักศึกษาอาชีวะซึ่งจะเป็นแรงงานในอนาคต ได้เรียนรู้การทำงานของรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ซึ่งมีส่วนประกอบต่างๆ เช่น 1.แผงโซลาร์เซลล์ (Solar Panel) ทำหน้าแปลงพลังงานแสงที่ได้รับเป็นพลังงานไฟฟ้า 2.ตัวควบคุมประจุการชาร์จ (Charger) ทำหน้าที่ประจุพลังงานไฟฟ้าที่ได้รับจากแผงโซลาร์เซลล์เข้าไปยังแบตเตอรี่ 3.แบตเตอรี่ (Battery) สำหรับกักเก็บพลังงานไฟฟ้าที่ได้รับจากแผงโซลาร์เซลล์

4.ตัวควบคุมมอเตอร์ (Motor Controller) ทำหน้าที่เป็นตัวควบคุมการจ่ายไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ไปยังมอเตอร์เพื่อควบคุมความเร็วและแรงบิดของมอเตอร์ 5.มอเตอร์ (Motor) ทำหน้าที่แปลงพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกลเพื่อขับเคลื่อนตัวรถยนต์ นอกจากนี้ ยังเสริมความรู้ด้านการตรวจเช็ครถยนต์และการบำรุงรักษารถยนต์ระบบสันดาปภายในซึ่งยังคงใช้งานไปอีกหลายปีให้มีประสิทธิภาพอีกด้วย โดยเน้นการวิเคราะห์สาเหตุของปัญหา เพื่อแก้ไขได้ตรงจุด โดยสร้างเสริมทักษะการแก้ปัญหาเครื่องยนต์ในสถานการณ์ต่างๆ

เช่น รถสตาร์ทไม่ติด การทำงานของเครื่องยนต์ส่วนประกอบของมอเตอร์สตาร์ท การตรวจสอบระบบจุดระเบิด การทำงานของระบบปั๊มเร่งในคาร์บูเรเตอร์ การตรวจสอบและซ่อมโซลินอยด์ การ
วัดกำลังอัดในกระบอกสูบเครื่องยนต์ การหาจุดขัดข้องของไดสตาร์ท เป็นต้น โดยมี นายปัญญา เส็งแดง ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล และนายอภินพ พรศรี งานวิศวกรรมเพื่อความรับผิดชอบต่อสังคม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นวิทยากร