‘ตรีนุช’สั่งสพฐ.วางมาตรการสร้างความปลอดภัยให้นักเรียน หลังเด็ก ม.2 โดดตึกเสียชีวิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/657271

‘ตรีนุช’สั่งสพฐ.วางมาตรการสร้างความปลอดภัยให้นักเรียน หลังเด็ก ม.2 โดดตึกเสียชีวิต

วันอังคาร ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 16.41 น.

วันที่ 31 พฤษภาคม 2565 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ) เปิดเผยกรณีมีนักเรียนหญิงชั้น ม.2 โรงเรียนมัธยมชื่อดังแห่งหนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ตกลงมาจากอาคารเรียนชั้น 8 เสียชีวิต  ว่า  ได้รับรายงานจากนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) แล้ว รู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมาก  จึงมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาสาเหตุและรายงานข้อเท็จจริง ว่า สาเหตุอะไรที่ทำให้เด็กตกตึกเสียชีวิต ซึ่งจากรายงานเบื่องต้น อาจจะเกิดจากปัญหาครอบครัว ปัญหาเพื่อน หรือปัญหาเรื่องเรียน นอกจากนี้ ตนได้กำชับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)สำนักงานเขตพื้นที่ฯ และผอ.โรงเรียนไปหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นและรายงานให้ตนทราบ รวมถึงหามาตรการความปลอดภัยให้กับนักเรียน โดยมาตรการนั้นต้องสอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ด้วย  ดังนั้น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และโรงเรียนทุกแห่ง ต้องมีมาตรการความปลอดภัยของนักเรียนให้ชัดเจน  เพราะความปลอดภัยในสถานศึกษาเป็นนโยบายที่รัฐบาล และศธ.เน้นย้ำอย่างมากและเน้นย้ำมาตลอด

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า ตนมีความเป็นห่องอย่างมาก และปัจจุบัน ศธ.เปิดเรียนแบบออนไซต์หลังจากที่เด็กไม่ได้เรียนในโรงเรียนมาเป็นเวลานาน เมื่อเด็กเข้ามาเรียนในโรงเรียนก็อาจจะมีความเครียด ประสบปัญหาการอยู่ร่วมกัน จึงเห็นเคสเด็กชกต่อย เด็กบูลลี่กันจำนวนมาก จึงมอบนโยบายกับ สพฐ.ไปว่า  โรงเรียนทุกแห่งต้องเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง และเฝ้าระวังพฤติกรรมของเด็กๆ เพื่อจับตามอง และหาทางดูแลเด็กเหล่านี้เป็นพิเศษ 

“ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนต้องเข้มแข็งมากกว่าเดิม ดิฉันได้เน้นย้ำไปว่า สพฐ. ผู้อำนวยการ สพท.  และผู้อำนวยการโรงเรียนทุกแห่ง จะต้องมีมาตรการอย่างไรให้สอดคล้องกับบริบทในพื้นที่ของตน  เพื่อป้องกันไม่ให้เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นอีก” น.ส.ตรีนุช กล่าว 

ด้านนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวว่า  เบื้องต้นได้รับรายงานจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา(สพม.) นครราชสีมา ว่าเด็กที่เสียชีวิตไม่ได้กลับบ้านตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม จึงมีแนวโน้มว่าเด็กอาจจะอยู่โรงเรียนทั้งคืน หรืออาจจะมาโรงเรียนแต่เช้า จากการที่ครูและโรงเรียนตรวจสอบในอาคารเรียนพบว่าบริเวณหน้าลิฟท์โดยสาร ชั้น 8 มีกระเป๋าใส่หนังสือของเรียนและสิ่งของสัมภาระจำนวน 2 ใบ และถุงเท้า รองเท้าวางอยู่บนระเบียงทางเดิน จึงสันนิษฐานว่าเด็กอาจจะตกลงมาจากชั้น 8 

นายอัมพร กล่าวต่อว่า ขณะนี้อยู่ระหว่าง ตรวจสอบหามูลเหตุ แรงจูงใจของนักเรียนคนดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยในสถานศึกษามาตลอด เช่น ก่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยของนักเรียนและสถานศึกษา แต่ยังเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอยู่ตลอด แสดงว่ามาตรการในการควบคุมกำกับดูแลอาจจะยังไม่เข้มข้นพอ 

“วันนี้ โรงเรียนและผู้ปกครอง ต้องร่วมกันดูแลช่วยเหลือ ติดตามนักเรียน เช่น ถ้าผู้ปกครองพบว่าเด็กไม่กลับบ้าน และติดต่อครู เพื่อให้ครูช่วยติดตามเด็กอีกทางหนึ่ง พร้อมกับติดต่อกับเพื่อนของนักเรียน เพื่อช่วยกันดูแล ตามหาอีกทางด้วย เป็นต้น ดังนั้น ถ้าระบบถูกออกแบบ และดูแลด้วยความห่วงใย จะเข้าถึงปัญหาของเด็กได้ง่ายขึ้น โดยครูจะต้องดูแลนักเรียนเป็นรายบุคคล อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 7 มิถุนายน นี้ ผมจะประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นการศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศ เพื่อย้ำให้โรงเรียนเข้มงวดเรื่องความปลอดภัยของนักเรียน” นายอัมพร กล่าว

‘คุณหญิงกัลยา’ชูCoding ขยายผลโครงการอัจฉริยะเกษตรประณีตสู่ 346 รร.ทั่วประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/657219

'คุณหญิงกัลยา'ชูCoding ขยายผลโครงการอัจฉริยะเกษตรประณีตสู่ 346 รร.ทั่วประเทศ

วันอังคาร ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 14.48 น.

คุณหญิงกัลยา ชู Coding ขยายผลโครงการอัจฉริยะเกษตรประณีตสู่ 346 โรงเรียนทั่วประเทศ

31 พ.ค.65 ดร. คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ตรวจเยี่ยมโรงเรียนห้วยสักวิทยาคม และโรงเรียนบ้านดอยช้าง จังหวัดเชียงราย เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการอัจฉริยะเกษตรปราณีตในโรงเรียน เมื่อวันที่ 26-27 พฤษภาคม 2565 โครงการนี้เน้นให้นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษารู้จักการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ ตามหลัก Coding ตามแนวทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (STI) โดยบูรณาการให้เกิดสัมฤทธิผลทางการเกษตร ซึ่งคือ Coding for Farm โดยผ่านการวางแผนผลิตสินค้าเกษตร ซึ่งถือเป็นหนึ่งในอาชีพหลักของประเทศไทย และเพื่อให้ไทยดำเนินสู่การเป็นครัวโลก

เมื่อปีการศึกษา 2564 กระทรวงศึกษาธิการเปิดโครงการนำร่องในโรงเรียน 6 แห่งคือ โรงเรียนห้วยสักวิทยาคม และโรงเรียนบ้านทุ่งช้าง จังหวัดเชียงราย ส่วนที่เชียงใหม่มี 3 แห่งคือ โรงเรียนศรีสังวาลย์ โรงเรียนเชียงดาววิทยาคม และโรงเรียนอมก๋อยวิทยาคม ส่วนที่ลำพูนคือโรงเรียนเวียงมอกวิทยาคม โครงการนี้ประสบผลสำเร็จดีมากจึงขยายโครงการไปยังโรงเรียนอื่น ๆ อีก 346 แห่ง แบ่งเป็นโรงเรียนระดับประถมศึกษา 237 แห่ง มัธยมศึกษา 109 แห่ง โครงการนี้ใช้เวลาเพียง 5-6 เดือนก็ประสบความสำเร็จอย่างสูง สร้างรายได้อย่างเป็นรูปธรรม จึงมีโรงเรียนกว่า 600 แห่งสนใจสมัครร่วมโครงการ แต่ผ่านการคัดเลือกเพียง 346 แห่งเท่านั้น ทั้งนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะขยายโครงการนี้ต่อไปให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพราะมั่นใจว่าจะสามารถขยายความรู้ไปยังชุมนุมรอบ ๆ โรงเรียนได้ และจะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนได้ในที่สุด

และในโอกาสนี้ ดร. คุณหญิงกัลยาได้ทำพิธีเปิดร้านกาแฟเด็กดอยช้างคอฟฟี่ ในบริเวณโรงเรียนชุมชนดอยช้าง ร้านกาแฟแห่งนี้บริหารจัดการโดยครู นักเรียน และชาวชุมชนดอยช้าง ใช้วัตถุดิบ คือ เมล็ดกาแฟ และผลผลิตทางการเกษตรจากชุมชน ถือเป็นการต่อยอดองค์ความรู้ สร้างประสบการณ์ สร้างรายได้ให้เด็กนักเรียนและโรงเรียน

ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/656983

ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ

วันอังคาร ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.รวิดา วิริยกิจจา (คนกลาง) คณบดีคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (UTCC)  ผู้แทนมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) กับ คุณอภิชาติ์ หงษ์หิรัญเรือง (คนที่สองจากขวา) กรรมการผู้อำนวยการ สายธุรกิจ บีอีซีสตูดิโอ บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยผู้แทนจากสถาบันการศึกษามหาวิทยาลัยรัฐและเอกชน จำนวน 11 สถาบัน เพื่อให้การสนับสนุนการรับสมัครงานและการฝึกงานของนักศึกษาและศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยรวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ ในการสรรหาคัดเลือกบุคลากรเข้าทำงานกับบริษัท และความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการ ณ ห้องประชุมชั้น 31 อาคารมาลีนนท์ 1 บริษัท บีอีซีเวิลด์จำกัด (มหาชน) เขตคลองเตย กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้

มมส เปิดรับนิสิต 3 รอบ ผู้สมัครทะลุ 10,000 คน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/656978

มมส เปิดรับนิสิต 3 รอบ  ผู้สมัครทะลุ 10,000 คน

วันอังคาร ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

รองศาสตราจารย์ ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เปิดเผยว่า หลังจากที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) ได้เปิดรับสมัครบุคคลเข้าศึกษา ในระดับปริญญาตรี รอบที่ 1 Portfolio รอบที่ 2 โควตาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และรอบที่ 3 Admission ประจำปีการศึกษา 2565 ที่ผ่านมา มีนักเรียนจากทั่วประเทศสมัครเข้าศึกษา ผ่านการคัดเลือก และยืนยันสิทธิ์ทั้ง 3 รอบแล้ว มากกว่า 10,000 คน   

“นับเป็นความนิยมอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี ที่นักเรียนให้ความสนใจสมัครเข้ามาศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ด้วยคุณภาพ และมาตรฐานในการจัดการเรียนการสอน มีบรรยากาศสิ่งแวดล้อมที่ดี รวมถึงบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาแล้วประสบความสำเร็จบอกต่อเรื่องราวจากรุ่นสู่รุ่น อีกทั้งมีการันตีคุณภาพ ที่ได้รับการจัดอันดับจากTimes Higher Education University Impact Rankings2022 อย่างก้าวกระโดดในปีนี้ โดยไต่อันดับจากเดิม 801 – 1000ขยับอันดับดีขึ้นเป็น 301 – 400 และเป็นที่ 5 ร่วมระดับประเทศนั่นหมายถึง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กำลังจะก้าวเข้าสู่ความเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของเอเชีย”

สำหรับนักเรียนที่สนใจเข้าศึกษาต่อมหาวิทยาลัยมหาสารคาม สามารถสมัครได้ในรอบที่ 4 ซึ่งเป็นรอบสุดท้าย  ในปีการศึกษา 2565 โดยเปิดรับสมัครคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรี  ประจำปีการศึกษา 2565 รอบที่ 4 Direct Admission  รับสมัครและคัดเลือกครั้งที่ 1 วันที่ 25 พฤษภาคม-2 มิถุนายน 2565 ครั้งที่ 2วันที่ 3- 14 มิถุนายน 2565 สมัครได้ที่เว็บไซต์ของคณะ/วิทยาลัยโดยตรง 

สพป.พิษณุโลก เขต 2 อบรม เสริมสมรรถนะครูผู้ช่วย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/656980

วันอังคาร ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ผกาภรณ์ พลายสังข์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 เปิดเผยว่า สพป.พิษณุโลก เขต 2 ได้รับบรรจุและแต่งตั้งผู้ผ่านการคัดเลือกเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วยจำนวน 175 ราย จึงได้เตรียมการจัดอบรมปฏิบัติการเสริมสร้างสมรรถนะครูผู้ช่วยสู่การเป็นครูมืออาชีพ ในวันที่ 3-5 มิถุนายน 2565ที่โรงเรียนวัดบ้านมุง อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก

หลักสูตรในการอบรม ได้แก่ เส้นทางความก้าวหน้าในวิชาชีพครู การเขียนแผนการจัดการเรียนรู้สู่การจัดการเรียนในชั้นเรียน วินัย คุณธรรม จริยธรรม ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน DLTV สู่ความสำเร็จ ทักษะการใช้สื่อ ภาษาในการจัดการเรียนการสอน การดำรงชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง การจัดการเรียนรู้นอกห้องเรียน จิตวิญญาณความเป็นครู การติดตามและประเมินผลการจัดการเรียนการสอน ชุมชนแห่งการเรียนรู้ PLC กิจกรรมจิตอาสา

ม.วลัยลักษณ์ คว้า 3 รางวัล สหกิจศึกษาดีเด่นระดับชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/656974

ม.วลัยลักษณ์ คว้า 3 รางวัล สหกิจศึกษาดีเด่นระดับชาติ

วันอังคาร ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

อาจารย์ ดร.อัตนันท์ เตโชพิศาลวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์สหกิจศึกษาและพัฒนาอาชีพ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เปิดเผยว่า หลังจากที่ผลงานทางด้านสหกิจศึกษาของมหาวิทยาลัย จำนวน 8 ผลงาน ได้รับการคัดเลือกจากเครือข่ายสหกิจภาคใต้ตอนบน เข้าร่วมประกวดผลงานสหกิจศึกษาในระดับประเทศ ซึ่งจัดโดยสำนักปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) และได้ดำเนินการคัดเลือกและตัดสินการประกวดรางวัลผลงานสหกิจศึกษาฯ ดีเด่นระดับชาติ ไปแล้วนั้น ม.วลัยลักษณ์สามารถคว้ารางวัลสหกิจศึกษาฯในเวทีระดับชาติ มาได้จำนวน 3 รางวัล

“รางวัลที่ได้รับ ได้แก่ รางวัลสถานศึกษาดำเนินการนวัตกรรมสหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงานดีเด่น รางวัลนักศึกษาสหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงานที่มีโครงงานและผลการปฏิบัติงาน และด้านนวัตกรรมดีเด่น รางวัลดีเด่นระดับชาติ ได้แก่ นายธันวา ทองเกลี้ยง สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์เชิงคำนวณ ไปปฏิบัติสหกิจศึกษาณ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) และรางวัลสถานประกอบการขนาดใหญ่ดำเนินการสหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน ดีเด่น ได้แก่ เครือโรงแรมอนันตรา ภูเก็ต รีสอร์ท เสนอโดยมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์”

อาจารย์ ดร.อัตนันท์ กล่าวว่า จากการปรับรูปแบบสหกิจศึกษาเป็น 8 เดือน ทำให้มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เป็นมหาวิทยาลัยที่ทุกหลักสูตรมีการใช้ CWIE(Cooperative and Work IntegratedEducation) เพื่อพัฒนาคุณภาพบัณฑิตตามนโยบายของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมในการผลักดัน CWIE Platform และผลจากการปรับเปลี่ยนดังกล่าวยังส่งผลให้ช่วงที่ผ่านมาบัณฑิตที่เข้ากระบวนการสหกิจศึกษา8 เดือน มีโอกาสได้งานทำในสถานประกอบการที่ไปปฏิบัติสหกิจศึกษาเพิ่มมากขึ้น

“กระบวนการดังกล่าวมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มีการเตรียมความพร้อมทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการพัฒนานักศึกษาและคณาจารย์ การปรับหลักสูตรเพื่อให้สอดคล้องกับสหกิจศึกษา และการสร้างความร่วมมือกับสถานประกอบการ ทำให้ทุกกระบวนการส่งเสริมให้นักศึกษามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กลายเป็นบัณฑิตที่มีทักษะวิชาการและวิชาชีพตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานในยุคปัจจุบัน” อาจารย์ ดร.อัตนันท์กล่าวทิ้งท้าย

อาจารย์จุฬาฯ แนะป้องกัน‘โรคฝีดาษลิง’ ใช้สุขอนามัยที่เราป้องกันโควิด-19 ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/656973

อาจารย์จุฬาฯ แนะป้องกัน‘โรคฝีดาษลิง’ ใช้สุขอนามัยที่เราป้องกันโควิด-19 ได้

วันอังคาร ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผศ.น.สพ.ดร.สว่าง เกษแดงสกลวุฒิ ภาควิชาพยาธิวิทยาและหน่วยชันสูตรโรคสัตว์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคฝีดาษลิงว่า พาหะของโรคคือสัตว์ฟันแทะ เช่น กระรอก หนู แพรีด็อก ฯลฯ โดยติดเชื้อได้จากการโดนสารคัดหลั่งจากสัตว์ป่วยที่มีเชื้ออยู่ ส่วนการแพร่เชื้อจากคนสู่คนพบในประเทศอังกฤษ เป็นการติดจากสารคัดหลั่งเนื่องจากมีการใกล้ชิดกัน แต่ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนว่าติดจากการมีเพศสัมพันธ์หรือไม่ ส่วนการแพร่กระจายเชื้อผ่านอากาศ (Airborne) เกิดขึ้นได้แต่น้อยมาก

สำหรับอาการและความรุนแรงของโรคฝีดาษลิง ผศ.น.สพ.ดร.สว่าง กล่าวว่า ระยะ 3-4 วันแรก ผู้ที่ติดเชื้อจะมีอาการเหมือนการติดเชื้อไวรัสคือมีไข้ ปวดหัว ปวดตัวไม่มีแรง บางคนอาจเจ็บคอ หลังจากนั้นที่ผิวหนังจะมีลักษณะเป็นผื่น ตุ่มหนองขึ้นเหมือนอีสุกอีใส แล้วก็จะค่อยๆ แห้งกลายเป็นสะเก็ด และสามารถหายเองได้ในระยะเวลา 2-4 สัปดาห์ และโรคนี้ไม่ได้รุนแรงมาก เมื่อติดเชื้อแล้วมีอัตราการเสียชีวิตอยู่ที่1-10% เท่านั้น ถึงแม้อัตราการเสียชีวิตจะต่ำ แต่สิ่งที่ต้องระวังคือเราไม่รู้ว่าใครติดแล้วจะรุนแรงแค่ไหน ดังนั้นควรป้องกันตนเองและไม่ไปสัมผัสเชื้อจะดีที่สุด

“เนื่องจากโรคฝีดาษลิงเป็นเชื้อไวรัสจึงไม่มีวิธีการรักษาแต่มีการศึกษาเกี่ยวกับโรคฝีดาษสำหรับคนที่มีการปลูกฝีพบว่าสามารถป้องกันได้ 85% ซึ่งปัจจุบันไม่มีการปลูกฝีแล้ว การทดลองให้ยาต้านไวรัสสำหรับผู้ป่วยโรคฝีดาษลิงยังไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดี 100% กำลังอยู่ในขั้นการทดลอง และต้องศึกษาอย่างละเอียดเนื่องจากยาต้านไวรัสอาจมีผลข้างเคียงที่รุนแรงได้ สำหรับเรื่องวัคซีนในอดีตมีวัคซีนฝีดาษในคน แต่ประเทศไทยหยุดการฉีดวัคซีนฝีดาษเนื่องจากอุบัติการณ์ของโรคน้อยลง ทั้งนี้ วัคซีนฝีดาษสามารถป้องกันโรคฝีดาษลิงได้ 80% เนื่องจากเป็นเชื้อไวรัสในกลุ่มเดียวกัน” ผศ.น.สพ.ดร.สว่าง กล่าว

ผศ.น.สพ.ดร.สว่าง เผยว่าสิ่งที่น่ากังวลที่สุดของโรคฝีดาษลิงในประเทศไทย คือการเดินทางท่องเที่ยวไปยังประเทศที่มีผู้ติดเชื้อ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะที่ด่าน สนามบินต้องเฝ้าระวัง และมีระบบตรวจสอบอย่างเคร่งครัดซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้ตั้งหน่วยงานที่ทำหน้าที่ดูแลในส่วนนี้แล้ว อีกส่วนหนึ่งที่ต้องระวังคือสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะเลี้ยงสัตว์ฟันแทะ การนำสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะสัตว์ต่างถิ่นเข้ามาโดยไม่รู้ที่มาเป็นสิ่งที่น่ากลัว เพราะถึงแม้สัตว์จะเป็นพาหะนำโรคแต่อาการของสัตว์จะไม่แสดงออกชัดเจน จึงต้องเฝ้าระวังสัตว์ที่นำเข้ามา และควรให้ความรู้กับคนที่เลี้ยงสัตว์ต่างถิ่นในเรื่องความเสี่ยงและวิธีการรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล

“สำหรับการป้องกันโรคฝีดาษลิง สุขอนามัยที่เราป้องกันโควิด-19 ในขณะนี้สามารถป้องกันโรคฝีดาษลิงได้เช่นกัน เพราะโรคฝีดาษลิงจะติดได้จากสารคัดหลั่ง การเว้นระยะห่างกัน 1-2 เมตร ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และแอลกอฮอล์เจลหลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ที่มีประวัติมาจากพื้นที่เสี่ยงและมีอาการ ก็จะสามารถช่วยป้องกันโรคนี้ได้” อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญจากคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวทิ้งท้าย

อาจารย์ ม.ศรีปทุม ได้รับรองคุณภาพ มาตรฐานอาจารย์มืออาชีพจากอังกฤษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/656976

อาจารย์ ม.ศรีปทุม ได้รับรองคุณภาพ มาตรฐานอาจารย์มืออาชีพจากอังกฤษ

วันอังคาร ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยศรีปทุม เห็นความสำคัญของการปฏิรูปการเรียนการสอนผลักดันให้อาจารย์ให้ได้รับรองสมรรถนะวิชาชีพอาจารย์ตามกรอบมาตรฐานของสหราชอาณาจักร UKPSF ประเทศอังกฤษ ประสบผลสำเร็จ

ม.ศรีปทุม มีอาจารย์ที่ผ่านการรับรองคุณภาพด้านการเรียนการสอนตามกรอบมาตรฐานอาจารย์มืออาชีพ ของประเทศอังกฤษ UK Professional Standards Framework ในระดับ Senior Fellowรวมจำนวน 5 ราย ได้แก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สิรินธรสินจินดาวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์สนับสนุนและพัฒนาการเรียนการสอน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ไพบูลย์สุขวิจิตร บาร์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะศิลปศาสตร์ดร.มุกดาฉาย แสนเมือง หัวหน้าสาขาวิชาบริหารธุรกิจ คณะบริหารธุรกิจ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รัฐสภา แก่นแก้ว ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์มีเดีย ด้านวิชาการ และ อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชลธิศ เอี่ยมวรวุฒิกุล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์

ปัจจุบันมหาวิทยาลัยศรีปทุม นับเป็นอันดับ 1ของมหาวิทยาลัยเอกชนในประเทศไทย ที่มีคณาจารย์คุณภาพ ระดับ Senior Fellow ตามกรอบมาตรฐาน ของ UKPSF 

กอ.รมน.-วช.ส่งมอบผลสำเร็จงานวิจัยและนวัตกรรม แก้ปัญหาภัยแล้งให้กับชุมชนมุกดาหาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/657042

กอ.รมน.-วช.ส่งมอบผลสำเร็จงานวิจัยและนวัตกรรม แก้ปัญหาภัยแล้งให้กับชุมชนมุกดาหาร

วันจันทร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 16.48 น.

วันที่ 30 พฤษภาคม 2565 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร​ (กอ.รมน.)​ ร่วมกับ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)และ​ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร จัดพิธีส่งมอบนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งและยกระดับการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ​โดย พล.ท.อุดม 
โกษากุล ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 1 กอ.รมน.​ และ​ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ประธานกล่าวเปิดงานพิธีส่งมอบนวัตกรรมให้แก่พื้นที่​ ตำบลเหล่าหมี จังหวัดมุกดาหาร และ ศ.ดร.ทศวรรษ สีตะวัน หัวหน้าโครงการวิจัย นายวลัยพรรณ น้อยสันเทียะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร และ นายทักษิณ สุวรรณไตรย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนสยามกลการ 4 ให้การต้อนรับ โดยมีหัวหน้ากลุ่มตัวแทนวิสาหกิจทั้ง 8 กลุ่ม พร้อมด้วยสื่อมวลชน ให้เกียรติเข้าร่วมงาน ณ โรงเรียนสยามกลการ 4 ตำบลเหล่าหมี อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร กิจกรรมดังกล่าวเป็นผลสำเร็จของการดำเนินงานในโครงการวิจัย เรื่อง “การแก้ปัญหาภัยแล้งเพื่อการเกษตรที่เหมาะสมของชุมชนสังคมจังหวัดมุกดาหารด้วยนวัตกรรม” ซึ่งมี ศ.ดร.ทศวรรษ สีตะวัน สาขาวิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย

พล.ท.อุดม โกษากุล ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 1 กอ.รมน. กล่าวว่า​ โครงการนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร โดยศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 1​กอ.รมน. เป็นหน่วยงานที่พิจารณาคัดเลือกพื้นที่ ต.เหล่าหมี​ อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร แห่งนี้เพื่อดำเนินโครงการนี้ และได้ส่งให้ทางสำนักงานการวิจัยแห่งชาติได้พิจารณาสนับสนุนงบประมาณ เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ด้วยวิจัยและนวัตกรรม มีการติดตามการดำเนินงานตั้งแต่เริ่มโครงการ จากสนับสนุนของส่วนราชการต่าง​ ๆ ในจังหวัดมุกดาหาร กิจกรรมการส่งมอบผลงานวิจัยและนวัตกรรมในโครงการเรื่อง “การแก้ปัญหาภัยแล้งเพื่อการเกษตรที่เหมาะสมของชุมชนสังคมจังหวัดมุกดาหารด้วยนวัตกรรม” นี้ เป็นกิจกรรมในรูปแบบขยายผลองค์ความรู้จากผลงานงานวิจัยและนวัตกรรม​ โดย วช. ให้การสนับสนุนองค์ความรู้ เทคโนโลยี รถเข็นสูบน้ำพลังงานเซลล์แสงอาทิตย์ ระบบอบลมร้อนแบบพาราโบลาโดมพลังงานเซลล์ไปถ่ายทอดขยายผลเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้สูงขึ้นสนับสนุนผลผลิตการวิจัย เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป 

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช.  เป็นหน่วยงานภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)  มีภารกิจหลักในการให้ทุนวิจัยและนวัตกรรมแก่นักวิจัย หน่วยงานในระบบวิจัยและนวัตกรรม ในประเด็นสำคัญของประเทศ ทั้งด้านวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ รวมทั้งสหสาขาวิชาการ โดยมุ่งเน้นผลงานวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์และแก้ไขปัญหาได้จริงอย่างทันท่วงที ทั้งเชิงวิชาการ เชิงเศรษฐกิจ เชิงสังคมชุมชน และเชิงนโยบาย เพื่อใช้เป็นกลไกในการพัฒนาและแก้ปัญหาเร่งด่วนที่สำคัญปัญหา​ภัยแล้ง​เป็นปัญหา​เร่งด่วน​ที่จะต้องได้รับการแก้ไข ในการบูรณาการขับเคลื่อนภายใต้ความร่วมมือระหว่าง วช. และ กอ.รมน . โดยมี​ ม.​ราชภัฏ​สกลนคร​ ในการลงพื้นที่​ การนำประโยชน์องค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ชุมชนต้นแบบด้วยงานวิจัยและนวัตกรรมผ่านกลไกการดำเนินงานของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคง​ มีความมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมในการสนับสนุนงานเสริมสร้าง ความมั่นคงของรัฐ ความมั่นคงทางสังคม ความมั่นคงทางทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม พลังงาน และอาหาร รวมถึงความมั่นคงเชิงพื้นที่ ตลอดจนเพื่อนำการวิจัยมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริงในการปฏิบัติและการถ่ายทอดสู่ศูนย์เรียนรู้ของเครือข่ายปราชญ์เพื่อความมั่นคง เครือข่ายพื้นที่ชุมชนนำไปสู่ชุมชนที่มีศักยภาพ ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยรูปแบบการขยายผลองค์ความรู้จากผลงานงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตจากผลสำเร็จนำไปสู่การส่งมอบผลงานวิจัยและนวัตกรรมในโครงการวิจัย เรื่อง “การแก้ปัญหาภัยแล้งเพื่อการเกษตรที่เหมาะสมของชุมชนสังคมจังหวัดมุกดาหารด้วยนวัตกรรม” วช. ให้การสนับสนุนองค์ความรู้ เทคโนโลยี รถเข็นสูบน้ำพลังงานเซลล์แสงอาทิตย์ ระบบอบลมร้อนแบบพาราโบลาโดมพลังงานเซลล์แสงอาทิตย์เคลื่อนที่ได้ โรงเรือนแปรรูปผลิตภัณฑ์ที่ได้รับมาตรฐาน อย. และสถานีสูบน้ำพลังงานเซลล์แสงอาทิตย์จากความร่วมมือของทั้งสองหน่วยงานในการขยายผลองค์ความรู้จากผลงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมร่วมผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การพัฒนาโดยผสานความรู้ร่วมผนึกกำลังสู่การพัฒนาเศรษฐกิจทั้งในพื้นที่และเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ วช. หวังเป็นอย่างยิ่งว่ากิจกรรมนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทุกภาคส่วนและเป็นต้นแบบการทำงานวิจัยแบบบูรณาการให้กับนักวิจัยเพื่อร่วมกันสร้างสรรค์และพัฒนาประเทศไทยให้เติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

ศ.ดร.ทศวรรษ สีตะวัน หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวว่า วช. ได้สนับสนุนทุนในการวิจัยในการดำเนินงานในเรื่องของ การแก้ปัญหาภัยแล้งเพื่อการเกษตรที่เหมาะสมของชุมชนสังคมจังหวัดมุกดาหารด้วยนวัตกรรม และ การพัฒนาเชิงพื้นที่เพื่อการเกษตรโดยใช้เครื่องสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับชุมชนสังคม ซึ่งเป็นการสนับสนุนสถาบันการศึกษาที่มีองค์ความรู้จากงานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรม พร้อมถ่ายทอดขยายผลเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้สูงขึ้นโดยกลไกบูรณาการเชิงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานพัฒนาหน่วยงานภาคปฏิบัติในพื้นที่ และหน่วยงานร่วมขยายผลสนับสนุนผลผลิตการวิจัย วช. ร่วมกับ กอ.รมน.และ​ม.ราชภัฏสกลนคร ได้ดำเนินการถ่ายทอดเทคโนโลยีองค์ความรู้การใช้พลังงานทดแทนในการสูบน้ำเพื่อการเกษตรโดยใช้เซลล์แสงอาทิตย์ แก่กลุ่มเป้าหมายมาแล้วมากกว่า 50 ชุมชน ดังนั้น ทางคณะผู้วิจัยร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร จึงเสนอโครงการ “การแก้ปัญหาภัยแล้งและยกระดับผลผลิตทางการเกษตรที่เหมาะสมของชุมชนสังคมจังหวัดมุกดาหารด้วยนวัตกรรม” การแก้ปัญหาภัยแล้งและการบริหารจัดการน้ำศักยภาพผลผลิตทางการเกษตร ที่เหมาะสมกับบริบทของชุมชนในการถ่ายทอดและส่งมอบนวัตกรรมโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนและภาคีเครือข่าย ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพและมาตรฐานสู่การสร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างมีส่วนร่วมสู่ความเข้มแข็งของชุมชน ในพื้นที่ บ้านเหล่าหมี บ้านนาซิง และบ้านนายอ ตำบลเหล่าหมี อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร โดยการนำนวัตกรรม รถเข็นสูบน้ำพลังงานเซลล์แสงอาทิตย์ โรงอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์แบบสมาร์ท ระบบอบลมร้อนแบบพาราโบลาโดมพลังงานเซลล์แสงอาทิตย์ สถานีสูบน้ำด้วยพลังงานเซลล์แสงอาทิตย์ การถ่ายทอดองค์ความรู้รูปแบบแปรรูปผลิตภัณฑ์จากการเกษตรด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ การพัฒนาตราสินค้า และบรรจุภัณฑ์ที่เป็นอัตลักษณ์ของชุมชนกลุ่มเป้าหมาย นำไปสู่การแก้ปัญหาภัยแล้งและผลผลิตทางการเกษตรสู่ชุมชนโดยการจัดทำเป็นเอกสารตีพิมพ์ เผยแพร่ สื่อมัลติมิเดีย และคู่มือเผยแพร่กับชุมชนในพื้นที่ด้วยการนำองค์ความรู้ทางเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนช่วยแก้ปัญหาในพื้นที่เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน และเป็นการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ของวิสาหกิจแปรรูปผลิตภัณฑ์จากการเกษตรในจังหวัดมุกดาหารเกิดกระบวนการพัฒนาและต่อยอดกลุ่มวิสาหกิจอย่างเป็นรูปธรรม สร้างความมั่นคง สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ได้อย่างยั่งยืน

ภายในงานมีการนำเสนอผลผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของโครงการ จำนวน 8 กลุ่มวิสาหกิจ ได้แก่ 1.) กลุ่มวิสาหกิจชุมชนอาหารปลอดภัยไทท่าห้วยคำ 2.) กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงสัตว์บ้านเหล่าแขมทอง 3.)วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ไทนาซิง 4.) กลุ่มแปรรูปกล้วยน้ำว้า บ้านเหล่าหมี 5.) กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์และปลูกไม้ผลบ้านนายอ 6.) กลุ่มอาชีพเศรษฐกิจพอเพียงบ้านนาซิงแปรรูปอ้อย 7.) กลุ่มปลูกมัลเบอรรี่บ้านนา​ ซิงแปรรูปจากหม่อน และ 8.) กลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลอดภัยไทนาซิง และมีการสาธิตนวัตกรรม ประกอบด้วย รถเข็นสูบน้ำพลังงานเซลล์แสงอาทิตย์แบบมัลติฟังก์ชัน เครื่องอบลมร้อนแบบพาราโบลาโดมพลังงานเซลล์แสงอาทิตย์เคลื่อนที่ได้ ทั้งนี้ ผู้บริหาร วช. ผู้ร่วมงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมด้วยสื่อมวลชน ได้เดินทางไปเยี่ยมชมจุดติดตั้งสถานีสูบน้ำ ณ อ่างเก็บน้ำร่องสิม และเยี่ยมชมสถานที่ผลิตอาหารมาตรฐานหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตอาหาร ณ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์และปลูกไม้ผลบ้านนายอ ซึ่งการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมก้าวสู่ประเทศไทยที่มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

นักกฎหมายฝีมือดีหอบประสบการณ์30ปี ตั้งบริษัทที่ปรึกษาหนุนนักลงทุนไทย-เทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/656763

นักกฎหมายฝีมือดีหอบประสบการณ์30ปี  ตั้งบริษัทที่ปรึกษาหนุนนักลงทุนไทย-เทศ

วันจันทร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นักกฎหมายฝีมือดี นำโดยดร.นิ่มนวล ผิวทองงาม กรรมการกฎหมายธุรกิจ และกฎระเบียบ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย ทีมนักกฎหมาย ประกอบด้วย นายสุชาติ ชมกุล อดีตประธานสภาทนายความจังหวัดนนทบุรี,นายวราพันธ์ กนกวงศ์เสถียร น.ส.มณี
ตันติเวชกุล, นายขรรค์ไชย ศิริคุณพงศ์และน.ส.ศศิพัชร์ อัครกุลศานต์ ร่วมกับนักธุรกิจชื่อดัง น.ส.ภิญญ์ชยุตม์อัครกุลศานต์ มองเห็นว่า หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายการลงทุนจะกลับมาคึกคักอีกครั้งจึงร่วมกันก่อตั้ง บริษัทเอเชีย ลีกัลฟรอนเทียร์ ลอว์ ออฟฟิศ ขึ้นมา

น.ส.ภิญญ์ชยุตม์ ในฐานะ ประธานกรรมการบริษัทเอเซีย ลีกัล ฟรอนเทียร์ ลอว์ ออฟฟิศ กล่าวว่า บริษัทเกิดจากการรวมตัวกันระหว่างนักกฎหมาย และนักธุรกิจ ที่มองเห็นถึงความสำคัญทางด้านการลงทุน ทั้งในและต่างประเทศ ที่ต้องมีตัวบทกฎหมาย เป็นตัวชี้นำ ในการดำเนินธุรกิจ บริษัทนี้จึงเป็นแหล่งรวมผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายธุรกิจโดยเฉพาะ เพื่ออำนวยความสะดวก ให้คำปรึกษาแก่นักลงทุนไทยที่สนใจที่จะไปลงทุนในกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ตลอดจนทวีปยุโรปซึ่งรวมถึงประเทศรัสเซีย ในทางกลับกัน ยังพร้อมที่จะอำนวยความสะดวกให้แก่นักลงทุนต่างชาติที่สนใจที่จะมาลงทุนในไทย

ขณะที่ น.ส.ศศิพัชร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและกฎหมายภาษียกตัวอย่างเจ้าของบริษัทส่วนใหญ่ มักประสบปัญหาเมื่อธุรกิจเติบโตแล้วเจอกรณีสรรพากรเข้าตรวจสอบภาษีอากรและต้องจ่ายเบี้ยปรับ เงินเพิ่มเป็นจำนวนเงินสูงถึงร้อยละ 20 ต่อเดือนแม้ที่บริษัทจะมีพนักงานบัญชีอยู่แล้ว แต่พนักงานบัญชีส่วนใหญ่ล้วนยังไม่เข้าใจกฎหมายภาษีอากรที่ยุ่งยากและซับซ้อน กับทั้งคำศัพท์ทางกฎหมายก็เป็นเรื่องที่เข้าใจยาก ดังนั้นเมื่อเกิดข้อพิพาทหรือเป็นประเด็นทางภาษีเกิดขึ้น พนักงานบัญชีจึงยากที่จะแก้ไขหรือเจรจาเพื่อให้เกิดผลดีแก่บริษัทหรือผู้ประกอบการ

ด้าน ดร.นิ่มนวล กล่าวว่า การจัดตั้งบริษัทในครั้งนี้ ได้รวบรวมผู้มากประสบการณ์ด้านกฎหมายธุรกิจ ที่มีความชำนาญเฉพาะด้าน ทั้งการว่าความ การให้คำปรึกษากฎหมายธุรกิจภาษี การลงทุนในต่างประเทศ และการให้คำปรึกษานักลงทุนต่างชาติที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย แบบครบทุกองศา ด้วยเล็งเห็นว่า ในโลกที่เชื่อมต่อกัน การที่ธุรกิจจะประสบความสำเร็จและเติบโตอย่างมั่นคงได้ จะต้องมีการวางแผนธุรกิจและการลงทุนให้อยู่บนพื้นฐานและกรอบของกฎหมาย

ซึ่งการไปลุยเอาดาบหน้าแบบลูกทุ่งๆ ที่คุ้นเคยและทำเป็นประจำจะเป็นความเสี่ยงที่ผู้ประกอบการควรหลีกเลี่ยง ดังนั้นความตั้งใจของผู้ก่อตั้งบริษัท คือประสบการณ์กว่า 30 ปีของหุ้นส่วนแต่ละท่าน มาเป็นส่วนหนึ่ง ที่ร่วมกันทำให้นักธุรกิจและนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ ได้มีที่ปรึกษาทางกฎหมายที่เชี่ยวชาญด้านธุรกิจคอยเดินไปพร้อมกัน อันจะทำให้ธุรกิจเติบโตและประสบผลสำเร็จได้โดยไม่ต้องเสี่ยงเรื่องการดำเนินธุรกิจที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดกฎหมาย เพราะสูตรแห่งความสำเร็จที่เหมือนกันทั้งโลก คือ ธุรกิจต้องควบคู่ไปกับกฎหมาย เปรียบเสมือนการวางรากฐานที่ดี ย่อมจะไม่มีปัญหาในภายหลัง