‘โรงเรียนสตรีวิทยา 2’ ประกาศหยุดเรียน 1 วัน หลังมีน้ำท่วมในโรงเรียนหลายจุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/654146

‘โรงเรียนสตรีวิทยา 2’ ประกาศหยุดเรียน 1 วัน หลังมีน้ำท่วมในโรงเรียนหลายจุด

วันพุธ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 07.47 น.

‘โรงเรียนสตรีวิทยา 2’ ประกาศหยุดเรียน 1 วัน หลังมีน้ำท่วมในโรงเรียนหลายจุด

เมื่อเวลาประมาณ 06.00 น.วันที่ 18 พฤษภาคม 2565 โรงเรียนสตรีวิทยา 2 ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ประกาศแจ้งผู้ปกครองและนักเรียนเรื่องการหยุดเรียน 1 วัน เนื่องจากเกิดน้ำท่วมขังภายในโรงเรียน ผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก “ประชาสัมพันธ์ โรงเรียนสตรีวิทยา ๒ ในพระราชูปถัมภ์ฯ Pr Station SW2” ระบุว่า “18 พฤษภาคม 2565 เรียนผู้ปกครองทุกท่านและนักเรียนทุกคน เนื่องจากเมื่อคืน ฝนตกหนักมาก น้ำท่วมภายในโรงเรียนหลายบริเวณ ปริมาณสูงมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา และในขณะนี้ยังมีน้ำภายนอกไหลทะลักเข้ามาในบริเวณโรงเรียนอยู่ตลอด  ทำให้ไม่สามารถสูบน้ำออกได้ทัน จึงขอแจ้งให้นักเรียนหยุดเรียนเป็นเวลา 1 วัน วันที่ 18 พฤษภาคม 2565”

เลิกแบน‘บุหรี่ไฟฟ้า’ทำเยาวชนสูบพุ่ง แพทย์ยก‘นิวซีแลนด์’บทเรียนถึง‘ไทย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/654025

เลิกแบน‘บุหรี่ไฟฟ้า’ทำเยาวชนสูบพุ่ง  แพทย์ยก‘นิวซีแลนด์’บทเรียนถึง‘ไทย’

วันพุธ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.15 น.

รศ.ดร.พญ.เริงฤดี ปธานวนิช อาจารย์ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เปิดเผยเมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2565 ว่า ที่ประเทศนิวซีแลนด์ หลังจากในปี 2561 ที่มีนโยบายยกเลิกการห้ามบุหรี่ไฟฟ้าแบบมีนิโคตินและสนับสนุนการใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพื่อช่วยคนสูบบุหรี่ให้เลิกสูบ ผลที่ตามมาคือ พบเยาวชนนิวซีแลนด์ติดบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นจากการสำรวจล่าสุด พบว่า 1 ใน 5 ของนักเรียนชั้นมัธยมของนิวซีแลนด์ติดบุหรี่ไฟฟ้า และความชุกของเยาวชนที่ต้องสูบบุหรี่ไฟฟ้าเป็นประจำทุกวันเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 1.8 เป็นร้อยละ 9.6 หรือกว่า 5 เท่า

ที่สำคัญคือกว่าร้อยละ 80 ของเด็กมัธยมที่เคยลองสูบบุหรี่ไฟฟ้าไม่เคยสูบบุหรี่ธรรมดามาก่อนซึ่งสถานการณ์นี้เป็นสิ่งที่แพทย์ในนิวซีแลนด์แสดงความเป็นห่วงเพราะประวัติศาสตร์กำลังซ้ำรอยโดยแท้จริงแล้วบุหรี่ไฟฟ้าคือผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ธุรกิจบุหรี่ต้องการให้มาแทนบุหรี่ธรรมดา ที่น่าห่วงที่สุดคือการเสพติดนิโคตินในกลุ่มเยาวชนที่สมองยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ ฤทธิ์ของนิโคตินส่งผลเสียมากมายต่อสมองของเยาวชนทั้งเรื่องการเรียน ความจำ

และยังพบว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้ามีความสัมพันธ์กับอาการซึมเศร้าที่เพิ่มขึ้นในเยาวชน ส่วนผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวของบุหรี่ไฟฟ้ายังไม่ชัดเจน ทั้งนี้ นิวซีแลนด์เป็นประเทศที่ถูกยกย่องว่ามีมาตรการควบคุมยาสูบที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง จากการประเมินขององค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่า นิวซีแลนด์ได้คะแนนเต็มทุกเรื่องทั้งการห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ การห้ามโฆษณายาสูบ บริการเลิกบุหรี่ และระบบภาษียาสูบ ซึ่งเมื่อเทียบกับประเทศไทยแล้วยังห่างไกลและไทยยังต้องพัฒนาประสิทธิภาพของการควบคุมยาสูบอีกมาก

“นิวซีแลนด์มีมาตรการควบคุมยาสูบดีขนาดนี้ หลังจากยกเลิกการแบนบุหรี่ไฟฟ้า ยังทำให้บุหรี่ไฟฟ้าระบาดหนักในเยาวชนขนาดนี้ แล้วประเทศไทยที่การควบคุมยาสูบยังไม่ดีเท่า จะเป็นอย่างไร จึงอยากฝากถึงรัฐบาลว่า การพิจารณากฎหมายเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า ควรต้องศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้าน และพิจารณาบริบทของประเทศไทยเป็นสำคัญ” รศ.ดร.พญ.เริงฤดี กล่าว

‘Normal Diversity ความปกติที่แตกต่าง’ ชวนสังคมเข้าใจ..หลากหลายแต่อยู่ร่วมกันได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/654027

‘Normal Diversity ความปกติที่แตกต่าง’  ชวนสังคมเข้าใจ..หลากหลายแต่อยู่ร่วมกันได้

วันพุธ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผ่านพ้นไปแล้วกับ “IDAHOT” หรือวันสากลยุติความเกลียดกลัวคนรักร่วมเพศ คนข้ามเพศ และคนรักสองเพศ ซึ่งตรงกับวันที่ 17 พฤษภาคม ของทุกปี โดยในปีนี้ มูลนิธิเครือข่ายเพื่อนกะเทยเพื่อสิทธิมนุษยชน, ร่วมกับมูลนิธิเพื่อนพนักงานบริการ และ Astraea Lesbian Foundation for Justice ได้ร่วมจัดงานเสวนา เรื่อง “Normal Diversity ความปกติที่แตกต่าง” ไปเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 13 พ.ค. 2565 ที่ผ่านมา ณ Samyan Co-Op กรุงเทพฯ และถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊คแฟนเพจ เครือข่ายเพื่อนกะเทยเพื่อสิทธิมนุษยชน

ผศ.ดร.รณภูมิ สามัคคีคารมย์ ประธานมูลนิธิเครือข่ายเพื่อนกะเทยเพื่อสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นผู้กล่าวเปิดงานในครั้งนี้ ระบุว่า บางคนอาจคิดว่า วัน IDAHOT เป็นวันของผู้มีความหลากหลายทางเพศแต่ในความจริงมันคือวันของทุกคน และเราหวังสักวันหนึ่งวัน IDAHOT นี้จะหายไป เพราะเมื่อไม่มีความเกลียดชังแล้ว วัน IDAHOT ก็ไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป

แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส Miss Universe Thailand 2021 ผู้ผลักดันแนวคิด Real size beauty กล่าวว่า Real size beauty มาจากสิ่งที่แอนถูกแยกออกมาตรฐานความงามปกติ แล้วคิดว่าเราสามารถทำอะไรได้มากกว่านี้ จึงได้ทำแคมเปญนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นตัวอย่างให้กับทุกคนได้เห็นว่า เราสามารถภูมิใจในตนเองได้เพราะมันคือหุ่นของเรา มันคือหน้าตาของเรา ฉะนั้นเราไม่ควรมาจำกัดความสวยความงามว่าต้องเป็นแบบนี้ ซึ่งมันยากมากเพราะเราต้องสู้กับคนที่ไม่เข้าใจ สู้กับคนที่ไม่อยากฟัง แต่เราต้องพูดจนกว่าจะเขาฟัง เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

ณชเล บุญญาภิสมภาร รองประธานมูลนิธิเครือข่ายเพื่อกะเทยเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า เราทำงานด้านสิทธิมนุษยชนของผู้มีความหลากหลายทางเพศมามากกว่าสิบปี ฉะนั้นสิทธิแรกที่เราต้องพูดถึงคือสิทธิในร่างกาย เพราะแทบทุกครั้งสิทธิในร่างกายของเรามักจะถูกอธิบายโดยคนอื่นเสมอร่างกายแบบไหนที่ดี ร่างกายแบบไหนที่แข็งแรง ร่างกายแบบไหนที่สวย และร่างกายแบบไหนที่หล่อ ดังนั้นการทำงานด้านสิทธิคือการที่ทำให้เจ้าของร่างกายนั้นมีพื้นที่ที่จะอธิบายร่างกายตนเอง และเราสามารถมีความสุขในร่างกายตนเองได้โดยไม่ต้องสรรหาคำอธิบายจากคนอื่น

นับดาว องค์อภิชาติ เจ้าหน้าที่หน่วยบริการคนหูหนวก (SWING Deaf Support Unit) และผู้อำนวยการประกวด Miss Mister & Miss Queens Deaf Thailand กล่าวว่า เรามองว่าคนหูหนวกนั้นมีความสามารถไม่ต่างจากคนหูดี แต่คนหูดีกลับมองไม่เห็น และบางครั้งก็มองว่าคนหูหนวกไม่มีความรู้ จึงทำให้อยากที่จะจัดการประกวดนี้ขึ้นมา อยากให้ทุกคนมาแสดงศักยภาพของตนเอง อยากให้ทุกคนมาเห็นแสงของคนหูหนวก และหวังให้คนทั่วไปเห็นถึงความสามารถเห็นถึงทักษะที่ไม่แตกต่างจากคนหูดี พวกเราก็คือคนปกติที่อยู่ในสังคมได้เหมือนกัน

ในช่วงท้าย ณชเล บุญญาภิสมภาร รองประธานมูลนิธิเครือข่ายเพื่อกะเทยเพื่อสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นผู้กล่าวปิดงาน โดยทิ้งท้ายว่า คุณไม่ต้องเป็น LGBT (ผู้มีความหลากหลายทางเพศ) ที่สนับสนุนLGBT และการที่คุณสนับสนุนส่งเสริมคุณอาจจะต้องถูกแรงท้าทายจำนวนมหาศาลเพราะสังคมยังมองว่ามันไม่ใช่เรื่องปกติ แต่คุณเป็นคนหนึ่งที่ทำให้เห็นว่าความแตกต่างหลากหลายมันเป็นเรื่องสวยงามและปกติ ต้องขอขอบคุณทุกคนที่อยู่ตรงนี้ว่าคุณกำลัง Show up พลังของการเปลี่ยนแปลงสังคมให้ความแตกต่างสวยงามอย่างแท้จริง!!!

แจงเหตุครูตู่รับรองหลักสูตรใหม่ช้า สพฐ.ชี้Active Learningเรียนเป็นสุข

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/654015

แจงเหตุครูตู่รับรองหลักสูตรใหม่ช้า สพฐ.ชี้Active Learningเรียนเป็นสุข

วันอังคาร ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 15.43 น.

17 พ.ค.2565 ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) ในฐานะกำกับดูแลสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)เปิดเผยว่า หลักสูตรการศึกษาของชาติที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมีเพียงหลักสูตรเดียว คือ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 และมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดฯ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) ส่วนกระแสข่าวที่ว่าจะนำหลักสูตรใหม่ หรือ หลักสูตรฐานสมรรถนะมาใช้ ตนก็ยังไม่เข้าใจ เพราะตอนนี้เราก็จัดการเรียนการสอนเพื่อมุ่งสู่สมรรถนะอยู่แล้ว เพียงแต่ที่ผ่านมายังไม่มีการปรับการจัดการเรียนรู้ เพราะเราติดตำรามากเกินไป ทำให้เวลาเรียนกับเนื้อหาที่จะใส่เข้าไปไม่สอดคล้องกัน นักเรียนจึงไม่มีเวลาคิดสร้างสรรค์  มีแต่เวลาจำกับทำความเข้าใจเท่านั้น  แต่ถ้าครูรวมกลุ่มคุยกัน (PLC) และบูรณาการให้เป็นหน่วยการเรียนรู้เหมือนที่โรงเรียนจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย โรงเรียนกำเนิดวิทย์ และอีกหลายโรงเรียนทำกัน ซึ่งจะทำให้เด็กเรียนอย่างมีความสุข สนุก และอยากมาโรงเรียน เพราะเรียนรู้เรื่อง

“หลักสูตรใหม่ หรือ หลักสูตรฐานสมรรถนะ ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นกระบวนการ ยังไม่มีโรงเรียนไหนนำมาใช้เลย จึงยังบอกไม่ได้ว่า หลักสูตรนี้ดีจริงหรือไม่ ซึ่งอาจจะดีก็ได้ แต่ถ้าเป็นหลักสูตรเดิมก็ไม่ต้องรออะไร สามารถทำได้เลยแค่ปรับวิธีจัดการเรียนรู้เท่านั้น   จริง ๆ แล้วส่วนที่เป็นปัญหาไม่ใช่ตัวหลักสูตร แต่เป็นส่วนของการนำไปใช้  เพราะฉะนั้นเมื่อปัญหาเป็นส่วนของการนำไปใช้ก็ต้องปรับให้ถูกคน คือ ไปปรับที่พื้นที่ซึ่งถ้าทำได้ก็ไม่มีปัญหาอะไร ก็จะไปถึงสมรรถนะได้ และไม่ทำให้ครูสับสนด้วย”

ดร.เกศทิพย์ กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่กังวลกันคือ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 และมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดฯ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) มีตัวชี้วัดจำนวนมาก  แต่ถ้าดูชื่อหลักสูตรคือ หลักสูตรอิงมาตรฐาน เพราะฉะนั้นเราไม่ต้องไปดูตัวชี้วัดแต่ให้ไปดูตามมาตรฐาน จะทำให้การติดเนื้อหาจากตัวชี้วัดน้อยลง ซึ่งจะทำให้เด็กเรียนรู้อย่างมีความหมาย เช่น หน่วยการเรียนรู้ Cooking ที่หนูสนใจ ก็จะรวมตัวชี้วัดหลาย ๆ ตัว ไม่จำเป็นต้องติดเนื้อหาทุกตัวชี้วัด ก็จะทำให้เด็กมีเวลาคิดสร้างสรรค์งานได้ ขณะที่หลักสูตรใหม่ที่กำลังทำกันก็เป็นการแก้ปัญหาตัวชี้วัด แต่เพราะเป็นการวิ่งตามผลลัพธ์การเรียนรู้ หรือ Learning Outcome (LO) ทำให้โรงเรียนที่จะนำไปใช้ต้องไปแตก LO เอง ซึ่งยังไม่มีโรงเรียนใดทำเลย เพราะฉะนั้นจึงยังไม่มีการทดลอง ทำให้เข้าใจสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ ศ.กิตติคุณ วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี บอกว่า ไม่ได้ขัดอะไรเลย เพียงแต่ตอนนี้ยังอยู่ในกระบวนการ จึงอยากให้มีความชัดเจนเพื่อให้สามารถนำไปใช้อย่างสมบูรณ์

รองเลขาธิการ กพฐ.กล่าวด้วยว่า สำหรับเด็กไทยที่คว้า 1 ใน 6 รางวัลสูงสุด พร้อมกัน 10 รางวัลจากเวที “Regeneron ISEF 2022” การประกวดโครงงานของนักเรียนมัธยมศึกษา ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อเร็ว ๆ นี้ ก็เป็นตัวอย่างของโรงเรียนที่เน้นการเรียนการสอนแบบ Active Learning หรือ การเรียนการสอนที่เน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมและได้ลงมือปฏิบัติ ซึ่งทำให้นักเรียนได้ต่อยอดองค์ความรู้ และนักเรียนที่เรียนด้วยการปฎิบัติก็จะเรียนอย่างมีความสุข

อาชีวะอุบลฯ ต้อนรับนักเรียน นักศึกษา รับเปิดเทอมใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/653988

อาชีวะอุบลฯ ต้อนรับนักเรียน นักศึกษา รับเปิดเทอมใหม่

วันอังคาร ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 14.34 น.

วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ต้อนรับนักเรียน นักศึกษา รับเปิดเทอมใหม่ พร้อมสร้างความตระหนัก เน้นย้ำต้องใส่ใจการป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ตามมาตรการ D-M-H-T-T

วันนี้ (17 พ.ค.65) เวลา 07.30 น. ณ บริเวณหน้าเสาธง อาคารเรียน 7 วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี นำโดย นางลฎาภา  แสวงทรัพย์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี พร้อมด้วย นางสาวเพ็ญใจ ชัยวงศ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากร ได้กล่าวให้โอวาทพบปะนักเรียนระดับชั้น ปวช.2  เพื่อสร้างความตระหนักและความเข้าใจด้านการจัดการเรียนการสอน และมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ตามแนวทางที่วิทยาลัยกำหนด คือ มาตรการ D-M-H-T-T คือ D = Distancing คือการเว้นระยะห่างกับคนอื่นอย่างน้อย 1-2 เมตร  M = Mask Wearing คือการสวมหน้ากากผ้า หรือหน้ากากอนามัย  H = Hand Washing คือการหมั่นล้างมือบ่อยๆ ทั้งน้ำสบู่ และเจลแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ T = Testing คือตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายสม่ำเสมอ T = Thai Cha na คือการสแกนแอปไทย-ชนะทุกครั้งที่เดินทางไปสถานที่ต่างๆ  

ทั้งนี้ได้เน้นย้ำเรื่องการสวมใส่หมวกกันน็อค สร้างวินัยจราจร ในการขับขี่อย่างปลอดภัยด้วย สำหรับมาตรการการเข้าแถวหน้าเสาธง เพื่อจำกัดจำนวนคน และเว้นระยะห่างทางสังคม วิทยาลัยฯ มีนโยบายเข้าแถว 5 วันใน 1 สัปดาห์ เข้าตามชั้นปี ได้แก่ วันจันทร์ ระดับชั้น ปวช.1  วันอังคาร ระดับชั้น ปวช.2  วันพุธ ระดับชั้น ปวช.3  วันพฤหัสบดี ระดับชั้น ปวส.1 และวันศุกร์ ระดับชั้น ปวส.2

‘ตรีนุช’ตรวจเยี่ยมการเปิดภาคเรียนออนไซต์วันแรก ‘นร.’เปิดใจเรียนออนไลน์ไม่สนุก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/653960

'ตรีนุช'ตรวจเยี่ยมการเปิดภาคเรียนออนไซต์วันแรก ‘นร.’เปิดใจเรียนออนไลน์ไม่สนุก

วันอังคาร ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 11.24 น.

“ตรีนุช” ตรวจเยี่ยมการเปิดภาคเรียนออนไซต์วันแรก ‘นร.’เปิดใจเรียนออนไลน์ไม่สนุก

17 พ.ค.65 เมื่อเวลา 07.00 น. น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) นายสุทธิชัย จรูญเนตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการ ศธ. และนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการจัดการเรียนการสอนในช่วงเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 เพื่อตรวจเยี่ยมมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019  กิจกรรมหน้าเสาธง และกิจกรรม Home Room ที่โรงเรียนราชวินิต กรุงเทพมหานคร  

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโรงเรียนราชวินิต ได้เตรียมความพร้อมโดยปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 อย่างเคร่งครัด มีจุดคัดกรอง 2 จุด ที่บริเวณประตูทางเข้าโรงเรียนมีครูคอยรอรับ มีการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายนักเรียน ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ ให้นักเรียนสวมหน้ากากอนามัย และเดินผ่านตะแกรงน้ำยาฆ่าเชื้อล้างพื้นรองเท้าก่อนเข้าภายในโรงเรียน

จากนั้น คุณครูจะพานักเรียนไปยังห้องเรียน ให้นักเรียนถอดรองเท้า มีการเช็คชื่อ  ส่วนภายในห้องเรียนทางโรงเรียนได้จัดโต๊ะโดยให้เว้นระยะห่างประมาณ 1 เมตร แต่ละโต๊ะมีฉากพลาสติกใสกั้น ส่วนการกินอาหารกลางวัน ในเด็กระดับชั้นประถมจัดให้เด็กทานในห้องเรียนได้ ส่วนระดับมัธยมศึกษา จะแบ่งเวลาให้เด็กออกมาทานข้าวที่โรงอาหารปต่ละโตะก็มีฉากพลาสติกกันด้วย ทั้งนี้ นักเรียนสามารถนำอาหารกลับมาทานที่ห้องเรียนได้ เพื่อลดการแออัด โดยครูจะคอยทำความเข้าใจเพื่อไม่ให้นักเรียนรวมกลุ่มกันเป็นจำนวนมาก 

น.ส.ตรีนุช กล่าวภายหลังการตรวจเยี่ยมว่า สำหรับภาพรวมการเปิดเรียนวันแรก เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โรงเรียนมีความพร้อมที่จะรับมือสถานการณ์ต่าง ๆเป็นอย่างดี โดยภาพรวมโรงเรียนราชวินิต มีนักเรียนกว่า 2,500 คน มาเรียนออนไซต์วันแรก กว่า 2,200 คน ซึ่งมีนักเรียนกว่า 300 คน ที่ยังไม่มั่นใจ ทางโรงเรียนจึงจัดการเรียนการสอนรูปแบบอื่นให้เพื่อให้นักเรียนเข้าถึงการศึกษาได้มากที่สุด ในกรณีที่พบนักเรียนติดเชื้อโควิด-19 ทางโรงเรียนมีห้องแยกเพื่อกักตัวรอส่งต่อให้โรงพยาบาลในเครือข่ายให้ดูแลนักเรียนต่อไป หากถ้าพบนักเรียนที่มีความเสี่ยงสูง หรือมีความเสี่ยงในการติดเชื้อ โรงเรียนก็มีห้องเรียนแยก (School Isolation) เพื่อให้นักเรียนเข้ามาเรียนในโรงเรียนได้ 

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า ตนได้กำชับหน่วยงานหลักของศธ. และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) เคร่งครัดปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่กระทรวงสาธารณสุข ( สธ.) กำหนดอย่างเข้มงวด ไม่ว่าเป็นมาตรการ 6-6-7 การสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ และเว้นระยะห่าง เป็นต้น ที่สำคัญโรงเรียนต้องเตรียมความพร้อมให้นักเรียน โดยเตรียมสภาพจิตใจนักเรียนก่อน เพื่อให้นักเรียนมีความสุขที่ได้กลับมาในบ้านหลังที่สอง ส่วนการสอนเสริมเรื่องต่างๆ ก็ขอให้ทำควบคู่ไปกับการดูแลสภาพจิตใจของเด็กด้วย

“ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดสรรวัคซีนให้กับครู และนักเรียน โดยเฉพาะนักเรียนในกลุ่มอายุ 5-11 ปี ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างทยอยฉีด ส่วนกลุ่มครูและนักเรียนอายุ 12-18 ปี นั้นได้รับวัคซีนเข็ม 3 แล้ว นอกจากนี้ ศธ. ได้ทำงานประสานกับสธ. ออกมาตราการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ประกอบกับปีที่ผ่านมาเราได้มีประสบการณ์การเรียนการสอนแบบผสมผสานมาก่อน ผู้ปกครองและสังคมจึงสบายใจมากขึ้น เพราะรับรู้ถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และการปฏิบัติตัวในการอยู่ร่วมกันในสังคมได้ และจากการพูดคุยกับผู้ปกครอง และนักเรียนในวันนี้ พบว่านักเรียนมีความสุขมาก ๆที่ได้กลับมาเรียนออนไซต์ และได้มาอยู่กับครูและได้มาพบเพื่อน ๆ ซึ่งนักเรียนได้สะท้อนว่าการเรียนออนไลน์ไม่สนุก และไม่เข้าใจเหมือนกับเรียนในโรงเรียน วันนี้เด็กดีใจที่ได้เจอเพื่อนใหม่ ๆ ได้เรียนรู้ใหม่ๆ จะทำให้มีการพัฒนาอย่างรอบด้านมากขึ้น” น.ส.ตรีนุช กล่าว

ด้านนางสาวฐิตาชญาน์ บุญถาวร มารดาของ ด.ช. ฐติศักดิ์  บุญถาวร นักเรียน ชั้น ป.4 ร.ร.ราชวินิต กล่าวว่า นั่งมอร์เตอร์ไซต์มาส่งลูกเรียนวันแรก ก็รู้สึกตื้นเต้น หลังจากที่ลูกต้องเรียนออนไลน์มา 2 ปี ซึ่งการเรียนออนไลน์คุณครูเอาใจใส่ดีและตนก็ช่วยดูแล ผลการเรียนก็เป็นที่หน้าพอใจ ซึ่งโรงเรียนนี้ดีมาก หากเด็กคนไหนเรียนไม่ทันครูก็จะสอนเพิ่มเป็นรายคนให้ เด็กจึงไม่เครียด และช่วงเปิดเทอมในสับปดาห์แรกนี้ คุณครูก็จะทดสอบว่าที่ผ่านมาแต่ละคนมีความรู้ระดับเพียงพอหรือไม่และจะสอนปรับพื้นฐานให้ ถือว่าที่ผ่านมาการเรียนของลูดไม่มีผลกระทบใดๆ  

“วันนี้เปิดเรียนวันแรก ก็สอนลูกให้รู้จักป้องกันตัวเอง เตรียมเจลล้างมือให้พกติดตัวมา และบอกให้ล้างมือบ่อย เตรียมแมสมาให้ 2 อัน หลังทานข้าวเสร็จก็ให้เปลี่ยนอันใหม่ เพื่อป้องกันโควิด” นางสาวฐิตาชญาน์ กล่าว

‘โรงเรียนอัสสัมชัญ’เปิดเทอมวันแรก คุมเข้มมาตรการเฝ้าระวังโควิด (ประมวลภาพ)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/653941

'โรงเรียนอัสสัมชัญ'เปิดเทอมวันแรก คุมเข้มมาตรการเฝ้าระวังโควิด (ประมวลภาพ)

วันอังคาร ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 09.12 น.

โรงเรียนอัสสัมชัญ เปิดภาคเรียน ปีการศึกษา 2565 คุมเข้มมาตรการเฝ้าระวัง ควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19)

17 พ.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โรงเรียนอัสสัมชัญ เขตบางรัก กรุงเทพฯ เปิดเรียนภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา2565 โดยใช้แนวทางตามมาตรการเฝ้าระวัง ควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) ของโรงเรียนอัสสัมชัญ โดยมี ภราดา ดร.อาวุธ ศิลาเกษ ผู้อำนวยการโรงเรียนอัสสัมชัญ พร้อมด้วย ภราดาคฑาวุธ สิทธิโชคสกุล ผู้จัดการโรงเรียน และคณะครู ดูแลการตรวจคัดกรองนักเรียน บุคลากรของโรงเรียนอัสสัมชัญ

สำหรับการเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 ทางโรงเรียนอัสสัมชัญ วางแนวทางในการจัดการเรียนการสอนตามมาตรการเฝ้าระวัง ควบคุมและป้องกันสาธาณสุข ประกอบด้วย การตรวจคัดกรองนักเรียน บุคลากรของโรงเรียน ทุกคนก่อนมาโรงเรียน โดยให้ส่งผลตรวจ ATK ตามที่งานสุขอนามัยกำหนด การประเมินความเสี่ยงตนเองผ่าน Application Thai Save Thai, จัด Screening Zone, สำหรับคัดกรอง ช่วงเช้าก่อนเข้าเรียน ผ่านเครื่องวัดอุณหภูมิจากใบหน้า (Face Scan) และ เครื่องพ่นฆ่าเชื้อจากสารธรรมชาติในซุ้มคัดกรอง การสวมหน้ากากอนามัยตลอกเวลาที่อยู่ภายในโรงเรียน, การล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ ในกรณีพบผู้ที่มีอุณหภูมิสูงเกิน 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป จะนำไปยังสถานที่ แยกกักตัวในโรงเรียน (School Isolation) เพื่อดูแลรักษาเบื้องต้น ส่วนข้อมูลเกี่ยวกับการฉีดวัคซีน ครู นักเรียนและบุคลากรของโรงเรียนอัสสัมชัญ ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม มากกว่าร้อยละ 90 และเตรียมในการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น เข็ม 3 และ 4 เร็วๆ นี้

รูปแบบการจัดการเรียนการสอนสำหรับนักเรียนหลักสูตรสถานศึกษา ใช้รูปแบบออนไซต์ (On-site) และ ออนไลน์ (Online) นักเรียนทุกห้องเรียนจะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม เพื่อสลับวันมาเรียนที่โรงเรียน นักเรียนที่มาเรียนที่โรงเรียน จะเข้าเรียนในห้องเรียนกับครูประจำวิชา ส่วนนักเรียนที่เรียนออนไลน์ที่บ้าน เรียนกับครูประจำวิชาโดยการถ่ายทอดสดผ่าน Microsoft Teams สำหรับนักเรียนหลักสูตรโปรแกรมภาษาอังกฤษ ใช้รูปแบบ On-site รายวิชาพลศึกษา ศิลปะพื้นฐาน ซึ่งเป็นรายวิชาที่เน้นการปฏิบัติเป็นหลัก เพื่อให้นักเรียนทุกคนได้รับการฝึกปฏิบัติกับครูผู้สอนอย่างมีประสิทธิภาพ นักเรียนกลุ่มที่มาโรงเรียนจะแบ่งเป็นกลุ่มย่อย เรียนกับครูประจำวิชา นักเรียนกลุ่มที่เรียนออนไลน์ (Online) ที่บ้านจะเรียนจากบทเรียนใน AC Online Classroom หรือทำงานที่ได้รับมอบหมาย การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดและการสัมผัสกัน จะใช้แนวทางปฏิบัติตามรูปแบบ Small Bubble หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมข้ามกลุ่ม/ ข้ามห้อง ให้มีการติดตามประเมินความเสี่ยงต่างๆ ในทุกกิจกรรม, การจัดโต๊ะ-เก้าอี้ ในห้องเรียน สำหรับนักเรียน ไม่เกิน 30 คน/ ห้อง เว้นระยะห่าง (Social Distancing) รวมถึง มาตรการการควบคุมดูแลการเดินทางเข้าและออกจากสถานศึกษา (Seal Route) อย่างเข้มข้น

ทั้งนี้ โรงเรียนอัสสัมชัญ จะปรับรูปแบบการเรียนการสอน เป็นระบบ On-Site เต็มรูปแบบอีกครั้ง หากมาตรการเฝ้าระวัง ควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) ของโรงเรียนอัสสัมชัญ มีผลการดำเนินงานในการดูแลนักเรียนและบุคลากรของโรงเรียนได้ดี รวมถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) ภายในประเทศลดน้อยลง

ม.สวนดุสิต ได้รับใบอนุญาตจาก รง. ให้บริการความปลอดภัยแห่งแรก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/653819

ม.สวนดุสิต ได้รับใบอนุญาตจาก รง. ให้บริการความปลอดภัยแห่งแรก

วันอังคาร ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.พรธิดา เทพประสิทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์สิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า ศูนย์สิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ดำเนินงานเป็นศูนย์ฝึกปฏิบัติงานของนักศึกษา และนักเรียน ด้านการศึกษาวิจัย และการให้บริการตรวจวัด และวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการด้านสิ่งแวดล้อม อนามัยสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน จึงได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนและการอนุญาตให้บริการเพื่อส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ซึ่งกรมสวัสดิการฯได้พิจารณาและอนุญาตให้ มหาวิทยาลัย สวนดุสิต เป็นหน่วยงานนิติบุคคลให้บริการด้านความปลอดภัยด้านดังกล่าว ถือเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกแห่งเดียวที่ได้รับใบอนุญาต

“การได้รับอนุญาตในครั้งนี้เนื่องจากเรามีความพร้อมทุกด้าน ได้แก่บุคลากรของศูนย์สิ่งแวดล้อมฯ มีคุณวุฒิการศึกษา ด้านวิทยาศาสตร์ สาขาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม สาขาอนามัยสิ่งแวดล้อม และสาขาอาชีวอนามัย และ ความปลอดภัยที่สามารถดำเนินการตรวจวัดและวิเคราะห์ได้ตามที่กฎกระทรวงกำหนด สำหรับด้านเครื่องมือ เนื่องจากศูนย์สิ่งแวดล้อมฯได้รับการรับรองมาตรฐานห้องปฏิบัติการISO/IEC 17025 จากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมในห้องปฏิบัติการทดสอบและสอบเทียบเครื่องแก้ว วัดปริมาตร ส่วนในด้านสถานที่นั้นห้องปฏิบัติการของศูนย์ ได้มีการควบคุมคุณภาพด้านสถานที่และสภาวะแวดล้อมในการปฏิบัติงานตามมาตรฐานห้องปฏิบัติการ ISO/IEC 17025 และมาตรฐานความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองใน“โครงการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยห้องปฏิบัติการวิจัยในประเทศไทย”ของสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ”ดร.พรธิดากล่าว

เด็กดีอาชีวะได้เฮ! ยกระดับสู่สากล เรียนฟรี/อยู่ฟรี เพิ่มขึ้นอีก 7 สถาบัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/653818

เด็กดีอาชีวะได้เฮ! ยกระดับสู่สากล  เรียนฟรี/อยู่ฟรี เพิ่มขึ้นอีก 7 สถาบัน

วันอังคาร ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สทนช. ลงนามความร่วมมือ (MOU) ที่จะมีการลงนามความร่วมมือ (MOU) ในอนาคตระหว่าง 3 หน่วยงาน คือ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย ที่รับผิดชอบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เพื่อสนับสนุน ทั้งเรื่ององค์ความรู้, การพัฒนาหลักสูตรชลกร รวมถึงการรองรับอาชีพให้กับนักเรียนวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีที่จบหลักสูตรชลกรในอนาคต ซึ่งความร่วมมือที่จะเกิดขึ้นในครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในภารกิจและแผนการขับเคลื่อนนโยบายด้านการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ

สำหรับผลการหารือกับทาง สทนช. นั้นมีแนวทางที่จะมีการลงนามความร่วมมือ (MOU) ในอนาคตระหว่าง 3 หน่วยงานคือ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย ที่รับผิดชอบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสทนช. เพื่อสนับสนุนทั้งเรื่ององค์ความรู้, การพัฒนาหลักสูตรชลกร รวมถึงการรองรับอาชีพให้กับนักเรียนวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีที่จบหลักสูตรชลกรในอนาคต ซึ่งความร่วมมือที่จะเกิดขึ้นในครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในภารกิจและแผนการขับเคลื่อนนโยบายด้านการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ รวมถึงเป็นการสนองพระราชปณิธานของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่พระองค์ทรงห่วงใยพสกนิกรเพื่อให้มีน้ำกินน้ำใช้และแก้ปัญหาความยากจน

คุณหญิงกัลยากล่าวว่า ทั้งนี้หลักสูตร “ชลกร”รุ่นที่ 2 เปิดรับสมัครนักศึกษาระดับ ปวส. ภายใต้โครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน ตามแนวพระราชดำริ สาขาช่างกลเกษตร สาขางานการบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตร(ชลกร) ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 1 มิถุนายน 2565 โดยผู้สมัครจะได้รับการสนับสนุนดังนี้ 1.ได้รับการสนับสนุนค่าเล่าเรียน โดยได้รับการงดเว้นค่าหน่วยกิตตลอดหลักสูตร 2 ปี” จากดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช 2.ได้รับสวัสดิการหอพักฟรี ภายในวิทยาลัย

มจธ. หนุน ‘เซฟติสท์ ฟาร์ม’ สร้างรายได้ให้ชุมชนริมคลองทุ่งครุ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/653817

มจธ. หนุน ‘เซฟติสท์ ฟาร์ม’  สร้างรายได้ให้ชุมชนริมคลองทุ่งครุ

วันจันทร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 14.56 น.

ดร.กัญจนีย์ พุทธิเมธี อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) กล่าวถึง “เซฟติสท์ ฟาร์ม (SAFETist Farm)”ว่ามีที่มาจากที่ตนเองและทีมวิจัย ภายใต้โครงการ Green Thonburiได้เข้าไปสนับสนุน “เซฟติสท์ ฟาร์ม(SAFETist Farm)” ซึ่งเกิดจากความฝันและความมุ่งมั่นของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงพื้นที่กว่า 2 ไร่เศษริมคลองบางมด จากที่เคยปลูกส้มแล้วถูกทิ้งร้าง ให้กลายเป็นแหล่งผลิตอาหารที่ปลอดภัยสำหรับคนในกลุ่มเมื่อสองปีก่อน

คุณวิไลวรรณ ประทุมวงศ์ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง SAFETist Farm กล่าวว่า ตนเองและเพื่อนๆ ต้องการมีพื้นที่สำหรับผลิตอาหารที่ปลอดภัยไว้รับประทานเองจึงมาเช่าสวนส้มบางมดร้างแปลงนี้และพัฒนาเป็นฟาร์มกสิกรรมขึ้น โดยนำความรู้ต่างๆ มาช่วยกันพลิกฟื้นสภาพพื้นที่ที่เป็นดินเค็ม ให้เป็นแปลงเกษตรปลอดสาร จนสามารถปลูกผักปลอดภัยไร้สารเคมีนำมาแบ่งปันให้กับสมาชิกภายในกลุ่มไว้รับประทานกันได้ และเมื่อโครงการ Green Thonburi เลือกฟาร์มแห่งนี้เป็นต้นแบบของเศรษฐกิจสีเขียวในพื้นที่ทุ่งครุ จึงใช้ความรู้ที่ได้จากการปลูกเพื่อบริโภคมาต่อยอดเป็นการสร้างรายได้ภายใต้ชื่อ “ครอบครัวตะกร้าผัก” โดยนำผักและผลิตผลที่เก็บได้ในฟาร์มมาจัดเป็นชุดตะกร้าผักสด และจัดส่งถึงบ้านครอบครัวที่สมัครเป็นสมาชิกครอบครัวตะกร้าผักโดยตรงโดยไม่ต้องผ่านคนกลางสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง ปัจจุบันเรามีสมาชิกครอบครัวตะกร้าผัก 30 กว่าราย ทำให้ฟาร์มมีรายได้เพียงพอจะดูแลสมาชิกที่อยู่ประจำในฟาร์มได้แล้วก้าวต่อไปก็คือการขยายสมาชิกเป็น 100 ครอบครัว ในสิ้นปีนี้ พร้อมกับการเชิญชวนคนในชุมชนและพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ ที่สนใจจะปลูกผักขาย ได้เข้ามาเรียนรู้แลกเปลี่ยนเทคนิคการปลูกผักในพื้นที่ดินเค็มและน้ำกร่อย เพื่อขยายเครือข่ายปลูกผักให้มีผลผลิตที่หลากหลายและเพียงพอตลอดปี”คุณวิไลวรรณ ให้ข้อมูล

นอกจากปัจจุบันเป็นพื้นที่เกษตรที่มีรายได้จากทั้งผัก ไข่ไก่ ไข่เป็ด สมุนไพรรวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปต่างๆ เช่น สบู่ น้ำยาล้างจาน ฯลฯ แล้ว SAFETist Farmยังเป็นแหล่งเรียนรู้นิเวศวิถีริมคลอง และเป็นสถานที่ฝึกอบรมให้ความรู้กับคนในชุมชนและเกษตรกรที่สนใจ หนึ่งในนั้นคือ ชุมชนใต้สะพาน ประชาอุทิศ 76 เขตทุ่งครุ ซึ่งเป็นชุมชนที่มีรายได้ต่อครัวเรือน3,000-6,500 บาทต่อเดือน คนในชุมชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพคัดแยกขยะขายของเก่า และรับจ้างทั่วไป โดยใช้ชื่อ“โครงการพัฒนาอาชีพสร้างแหล่งอาหารปลอดภัยอย่างยั่งยืน” จัดโดยศูนย์อาสาสร้างสุข ในนามสยามอารยะ ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) โดยทีมงาน SAFETist Farmต้องการนำความรู้ด้านการเกษตรจากฟาร์ม มาถ่ายทอดให้คนในชุมชน และเกิดการปฏิบัติได้จริง เพื่อเป็นรายได้เสริมของแต่ละครอบครัว ผ่านกิจกรรมอบรมที่มีให้เลือก 3 อาชีพ คือ “อาชีพเลี้ยงไส้เดือน” “อาชีพเพาะต้นอ่อน” และ “อาชีพปลูกผักกระถาง”

คุณอรอุมา สาดีน ผู้จัดการSAFETist Farm ให้ข้อมูลว่า นอกจากคนในชุมชนที่เข้าร่วมกิจกรรมจะได้เทคนิคและวิธีการ รวมถึงวัตถุดิบและอุปกรณ์ที่สามารถนำไปทำได้จริงที่บ้านของตนเองแล้ว  จะมีการ “ประกันการรับซื้อ” ผลผลิตในช่วงแรก เช่น รับซื้อยอดทานตะวันอ่อนในราคาขีดละ 15 บาท (150 บาท/กก.) รับซื้อมูลไส้เดือนกิโลกรัมละ 10 บาท ซึ่งเป็นแรงจูงใจแรกที่ทำให้คนในชุมชนเกิดความสนใจและมีการอบรมไปแล้วกว่า 50 คน

“ทั้งหมดนี้ คือการตอบโจทย์ของโครงการ Green Thonburi ที่ต้องการให้โมเดลเศรษฐกิจสีเขียว ของ SAFETist Farm เป็นต้นแบบของธุรกิจสีเขียวที่นอกจากสามารถสร้างรายได้เลี้ยงตัวเองได้แล้ว ยังเป็นตัวอย่างของการใช้เศรษฐกิจสีเขียวมาเป็นแนวทางขับเคลื่อนการรักษาพื้นที่สีเขียว และเป็นแนวทางที่ช่วยให้เกิดการใช้ประโยชน์จากพื้นที่รกร้างด้วยปัญหาดินเค็มในเขตทุ่งครุและพื้นที่ใกล้เคียงให้กลับมาเป็นพื้นที่เกษตรกรรมที่มีประโยชน์” คุณอรอุมากล่าวทิ้งท้าย