‘ครูโอ๊ะ’ประชุมขับเคลื่อนการจัดการศึกษา’กัญชาและกัญชงสร้างสุขภาพสร้างรายได้’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/654518

'ครูโอ๊ะ'ประชุมขับเคลื่อนการจัดการศึกษา'กัญชาและกัญชงสร้างสุขภาพสร้างรายได้'

วันพฤหัสบดี ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 13.33 น.

“ครูโอ๊ะ”ประชุมขับเคลื่อนการจัดการศึกษา”กัญชาและกัญชงสร้างสุขภาพสร้างรายได้” ดัน กศน.ให้ความรู้เรื่องกัญชาและกัญชงอย่างถูกต้อง

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2565 ที่หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนการจัดการศึกษา “กัญชาและกัญชงสร้างสุขภาพสร้างรายได้” โดยมีผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ผู้อำนวยการ กศน.จังหวัด และ กศน.อำเภอ ภญ.ผกากรอง ขวัญข้าว ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร นายสมคิด ดำน้อย ผู้อำนวยการศูนย์การวิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเชียงราย ผู้แทนจากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ผู้แทนจากภาควิชาอาชีวศึกษา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เข้าร่วม

นางกนกวรรณ กล่าวว่า ถือเป็นการจัดประชุมเพื่อขับเคลื่อนการศึกษากัญชาและกัญชงสร้างรายได้ให้ประชาชน ซึ่งก่อนหน้านี้ กศน.เคยมีการประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนงานนี้อย่างจริงจัง แต่เมื่อเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ทำให้ต้องหยุดไป ปัจจุบันประชาชนเรียกร้องมาตลอดว่าเมื่อไหร่จะมีการจัดสัมนาประชุมเชิงปฏิบัติการฯ เพราะประชาชนเฝ้ารออยากนำกัญชามาสร้างรายได้ รวมถึงการดูแลสุขภาพ ดังนั้น เมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 คลี่คลายลง กศน.จึงสานต่อเพื่อขับเคลื่อนให้ความรู้เกี่ยวกับกัญชาและกัญชงอย่างถูกต้อง

นางกนกวรรณ กล่าวต่อว่า กศน.ถือเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทโดยตรงในการให้ความรู้เรื่องกัญชาและกัญชงกับผู้เรียนอย่างถูกต้องทั้งในเชิงวิชาการและในเชิงอาชีพ ซึ่งที่ผ่านมา กศน.ได้จัดทำหลักสูตรการศึกษาเกี่ยวกับกัญชาและกัญชง ให้เป็นวิชาเลือกในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ขณะนี้ กศน.ได้ขยายหลักสูตรกัญชาและกัญชงให้มีถึงระดับมัธยมต้นแล้ว ทั้งนี้ กศน.ไม่ได้มองว่าจะต้องให้ความรู้กับผู้เรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานเท่านั้น มองว่าควรให้ความรู้ประชาชนทุกช่วงวัยให้มารับความรู้ ได้รับประโยชน์ ได้อบรมด้านอาชีพและสามารถพัฒนาต่อยอดขายสินค้าเกี่ยวกับกัญชาและกัญชงได้จริง รู้กลไกทางการตลาด และประชาชนในระดับรากหญ้าจะต้องได้รับการคุ้มครองภูมิปัญญา คุ้มครองสิทธิประโยชน์ที่เป็นของคนไทย

“วันนี้ดิฉันได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการ กศน.จังหวัด วางแนวทางและทำแผนปฏิบัติงานให้ชัดเจนว่าต่อไปจะทำอย่างไรให้ประชาชนได้เข้าถึงความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับกัญชาและกัญชง โดยต้องให้ความรู้ทั้งผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และให้ความรู้กับประชาชนทั่วไป พร้อมกับให้แต่ละพื้นที่สำรวจว่าในพื้นที่ของตนมีผู้ที่ขออนุญาตปลูกกัญชาอย่างถูกต้องมีจำนวนเท่าใด พร้อมกับวางแผนอบรมเชิงวิชาการให้ประชาชนได้มีความรู้ สามารถนำกัญชาและกัญชงไปใช้อย่างถูกต้อง ไม่เป็นอันตรายและปลอดภัยต่อไป” นางกนกวรรณ กล่าว

– 006

‘กทม.’ ประกาศสั่งปิดเรียนทำความสะอาด หลังเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.-ส.ก. 23 พ.ค.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/654472

'กทม.' ประกาศสั่งปิดเรียนทำความสะอาด หลังเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.-ส.ก. 23 พ.ค.นี้

วันพฤหัสบดี ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 11.14 น.

‘กทม.’ ประกาศสั่งปิดเรียนทำความสะอาดอุปกรณ์ที่ใช้ในการเรียน-อาคารสถานที่ ให้ปลอดเชื้อโควิด หลังเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.-ส.ก. 23 พ.ค.นี้

19 พ.ค.65 เพจเฟซบุ๊ก “สำนักงานยุทธศาสตร์การศึกษา สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร” ได้ประกาศแจ้งปิดโรงเรียนในสังกัด กทม. ในวันที่ 23 พ.ค.65 เพื่อป้องกันการแพร่ระบาตของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVD-19) ตามข้อกำหนด 6 มาตรการหลัก (DMHT- RC) 6 มาตรการเสริม (SSET.CQ) และแนวทาง 7 มาตรการเข้มสำหรับสถานศึกษา 

โดยข้อความระบุว่า “ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโศโรนา 2019 (COV0-19) มีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง และคณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีประกำศ ลงวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2565 กำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีประกาศให้มีการเลือกตั้ง และผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร ได้มีประกาศ ลงวันที่ 24 มีนาคม พ ศ. 2565 กำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในวันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 ในการปฏิบัติงานในวันดังกล่าวได้มีการใช้วัสดุอุปกรณ์และอาคารสถานที่ของโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครรวมทั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากรุงเทพมหานครได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งมีความเสี่ยงในการสัมผัสเชื้อไววัสโคโรนา 2019 (COVD-19)

เพื่อป้องกันการแพร่ระบาตของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVD-19) ตามข้อกำหนด 6 มาตรการหลัก (DMHT- RC) 6 มาตรการเสริม (SSET.CQ) และแนวทาง 7 มาตรการเข้มสำหรับสถานศึกษา

จึงให้โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครจัดการค้านอนามัยสิ่งแวล้อมให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานและทำความสะอาดอาคารสถานที่และวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการเรียนการสอนให้ปลอดเชื้อและปลอดภัยก่อนการจัดการเรียนการสอนปกติ อาศัยอำนาจตามระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการสั่งปิดสถานศึกษาชั่วคราวเนื่องจากเหตุพิเศษ พ.ศ. 2543 ข้อ 5 (3) จึงให้ปิตโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร ในวันจันทร์ที่ 23 พฤษภาคม 2565 และให้จัดการสอนชดเชยในภายหลัง” .-008 

‘ตรีนุช’ให้ความมั่นใจมีงบฯจ้างครู-ธุรการโรงเรียนต่อเนื่อง กำชับ สพฐ.จ่ายเงินตรงเวลา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/654466

'ตรีนุช'ให้ความมั่นใจมีงบฯจ้างครู-ธุรการโรงเรียนต่อเนื่อง กำชับ สพฐ.จ่ายเงินตรงเวลา

วันพฤหัสบดี ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 10.34 น.

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2565 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า จากการที่ตนได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการจัดการเรียนการสอนที่จังหวัดสมุทรปราการ และได้รับฟังปัญหาของครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่ต้องการให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ช่วยเหลือ ซึ่งพบว่า ครูธุรการ มีความมั่นใจว่าสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะจ้างต่อถึงสิ้นปีงบประมาณ 2565 หรือ ถึงวันที่ 30 กันยายน 2565 หรือไม่ พร้อมทั้งบอกด้วยว่าไม่ได้รับเงินเดือนค่าจ้างประจำทุกเดือน บางเดือนไม่ได้รับ แต่ไปรวมจ่าย 2 เดือน ซึ่งตนได้สอบถามไปยัง ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) แล้วพบว่า ที่ผ่านมามีปัญหาในการได้รับจัดสรรงบประมาณที่ไม่เป็นไปตามแผน และขณะนี้ได้แก้ไขแล้ว อีกทั้งเมื่อวันที่ 15 มี.ค.2565 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็ได้มีมติอนุมัติจัดสรรงบประมาณ 1,800 ล้านบาท เพื่อมาดูแลครูทั้งหมด ซึ่งเป็นกลุ่มหลัก ได้แก่ ครูผู้สอน กลุ่มครูขาดแคลน กลุ่มครูคลังสมอง ครูวิทย์-คณิต กลุ่มครูที่ดูแลน้องเด็กพิเศษ บุคลากรด้านธุรการ และนักการภารโรงแล้ว จึงขอให้มั่นใจได้ว่า สพฐ.จะจ้างต่อเนื่องถึงวันที่ 30 กันยายนแน่นอน และตนได้กำชับไปด้วยว่าให้จ่ายเงินเดือนครูตรงเวลา

รมว.ศธ.กล่าวต่อว่า สำหรับในปีงบประมาณ 2566 ศธ.ได้เสนอโครงการสนับสนุนนโยบายและจุดเน้นของ ศธ.ในส่วนของการจ้างครูและธุรการ โรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 3 โครงการ วงเงินทั้งสิ้น 6,108 ล้านบาท โดยจะจ้างต่อเนื่องทุกคน จำแนกเป็น โครงการครูผู้ทรงคุณค่าของแผ่นดิน จำนวน 610 คน วงเงิน 104 ล้านบาท โครงการครูคลังสมอง จำนวน 1,757 คน กับ โครงการจ้างเหมาครูและบุคลากรต่างๆสำหรับโรงเรียนปกติ จำนวน 44,291 คน วงเงินรวม 6,004 ล้านบาท ซึ่ง ครม.ได้ให้ความเห็นชอบ และนำเสนอต่อรัฐสภาซึ่งมีมติรับหลักการในวาระ 1 แล้ว และขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2566 ขอให้มั่นใจได้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และกระทรวงศึกษาธิการ ได้ให้ความสำคัญกับบุคลากรทุกกลุ่ม ทั้งนี้ ตนขอขอบคุณครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคน ที่มุ่งมั่น ให้การศึกษาที่มีคุณภาพแก่เยาวชนของชาติ

สพฐ.มอบหมาย สพม.สุโขทัย เป็นหน่วยพัฒนาข้าราชการครูฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/654344

สพฐ.มอบหมาย สพม.สุโขทัย  เป็นหน่วยพัฒนาข้าราชการครูฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้มอบหมายให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุโขทัย (สพม.สุโขทัย) เป็นหน่วยพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา (ตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษาและตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา)ในรูปแบบออนไลน์ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมี ดร.อนันต์ พันนึกผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ (สพร.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เป็นประธานพิธีเปิดการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาฯโดยมีผู้เข้ารับการพัฒนาจากภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคกลางภาคตะวันออก และภาคอีสาน จำนวน 309 คน  

ผู้ผ่านการคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา ตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษาและตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา จะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ ก.ค.ศ.กำหนด ใช้วิธีการพัฒนาที่หลากหลายตามองค์ประกอบตัวชี้วัด รายละเอียดการประเมินผลและเกณฑ์การตัดสินการพัฒนาตามหลักการและวัตถุประสงค์ของการพัฒนา โดยแบ่งเป็น
3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การเสริมสร้างสมรรถนะ (Competency) ณ หน่วยพัฒนา สพม.สุโขทัย  ระหว่างวันที่ 16-22 พฤษภาคม 2565 ระยะที่ 2 การเรียนรู้ในสภาพจริง (Authentic Learning) ณ สถานศึกษาและองค์กรต้นแบบที่หน่วยงานต้นสังกัดกำหนดระหว่างวันที่ 23-27 พฤษภาคม 2565 และระยะที่ 3 การจัดทำและนำเสนอแผนกลยุทธ์พัฒนาการศึกษาในสถานศึกษา (Strategy Formulation) ณ หน่วยพัฒนา สพม.สุโขทัย  

มทร.รัตนโกสินทร์ เป็นเจ้าภาพ สัมมนาเครือข่ายนักศึกษา มทร.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/654346

มทร.รัตนโกสินทร์ เป็นเจ้าภาพ  สัมมนาเครือข่ายนักศึกษา มทร.

วันพฤหัสบดี ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ดนุช ตันเทอดทิตย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเครือข่ายกิจการนักศึกษา 9 มทร. ครั้งที่ 5 และโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเครือข่ายสภานักศึกษา 9 ราชมงคลแห่งประเทศไทย (9R) ครั้งที่ 11

โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.อุดมวิทย์ ไชยสกุลเกียรติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ต้อนรับในนามเจ้าภาพจัดโครงการทั้งสอง ที่สังขละบุรี กาญจนบุรีเมื่อกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

เครือข่ายกิจการนักศึกษา 9 มทร. และเครือข่ายสภานักศึกษา 9 ราชมงคลแห่งประเทศไทย (9R) เป็นเครือข่ายความร่วมมือ จากมหาวิทยาลัย 9 แห่ง ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี
ราชมงคลรัตนโกสินทร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน

การจัดงานสัมมนาขึ้นครั้งนี้ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ประสบการณ์ และแนวทางปฏิบัติที่ดีในการดำเนินงานด้านการพัฒนานักศึกษา ตลอดจนการส่งเสริมประสิทธิภาพของกระบวนการพัฒนานักศึกษาสู่บัณฑิตที่มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งกันและกัน โดยประเด็นในการสัมมนาที่น่าสนใจ ได้แก่ การอภิปรายเรื่องนโยบายการบริหารจัดการกิจการนักศึกษาแบบวิถีใหม่ (New normal) และนวัตกรรมด้านกิจการนักศึกษาโดยผู้บริหารมหาวิทยาลัยทั้ง 9 แห่ง การอภิปรายเรื่องการส่งเสริมและช่วยเหลือนักศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดโควิด-19 โดยผู้นำสภานักศึกษา 9 มหาวิทยาลัย การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOA) เครือข่ายสภานักศึกษา 9 ราชมงคลแห่งประเทศไทย (9R) กิจกรรมนิทรรศการ 48 ปี ราชมงคลและผลงานด้านกิจกรรมนักศึกษา และกิจกรรมเรียนรู้พัฒนาทักษะการทำงานอื่นๆ เป็นต้น

ปรับยกกระทรวงวัฒนธรรม งานใหญ่ที่น่าจับตามอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/654348

ปรับยกกระทรวงวัฒนธรรม  งานใหญ่ที่น่าจับตามอง

วันพฤหัสบดี ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ได้ปรับบทบาทและภารกิจเป็นกระทรวงสังคมกึ่งเศรษฐกิจ ส่งเสริมให้วัฒนธรรมสร้างเศรษฐกิจฐานราก สร้างงาน สร้างรายได้แก่ชุมชนและประเทศ รวมทั้งส่งเสริมการเรียนรู้ การสร้างสรรค์และการจัดการองค์ความรู้ด้านศิลปะ ศาสนาและวัฒนธรรมที่ดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ที่ทำให้เกิดการส่งเสริมให้วัฒนธรรมสร้างเศรษฐกิจฐานราก สร้างงาน สร้างรายได้แก่ชุมชนและประเทศ รวมทั้งส่งเสริมการเรียนรู้ การสร้างสรรค์และการจัดการองค์ความรู้ด้านศิลปะ ศาสนาและวัฒนธรรมที่ดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

จากการที่ นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้ปรับบทบาทและภารกิจให้กระทรวงวัฒนธรรมกลายเป็นกระทรวงสังคมกึ่งเศรษฐกิจ โดยการส่งเสริมให้วัฒนธรรมสร้างเศรษฐกิจฐานรากสร้างงาน สร้างรายได้แก่ชุมชนและประเทศถือได้ว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีเกี่ยวกับการพัฒนาวัฒนธรรมครั้งใหญ่เลยทีเดียว

นอกจากนี้ ยังได้มีส่งเสริมการเรียนรู้ การสร้างสรรค์และการจัดการองค์ความรู้ด้านศิลปะ ศาสนาและวัฒนธรรมที่ดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยใช้เทคโลยีสารสนเทศเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร องค์ความรู้ทางด้านวัฒนธรรม ภายใต้เว็บไซต์ของกระทรวงวัฒนธรรม http://www.m-culture.go.th ให้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชน รวมถึงผู้ที่สนใจศึกษาค้นคว้า เพื่อผลักดันให้เกิดการส่งเสริมการเรียนรู้อย่างกว้างขวาง ทุกเวลา ทุกสถานที่ซึ่งในขณะนี้วธ.อยู่ระหว่างดำเนินการพัฒนาเว็บไซต์ ภายใต้มาตรฐานเว็บไซต์ภาครัฐ เพื่อให้บริการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารผ่านเว็บไซต์มีความทันสมัย มีข้อมูลสมบูรณ์มากขึ้น รวมถึงพัฒนาระบบเว็บไซต์ให้ได้ตามมาตรฐานสากล OWASP ช่วยยกระดับการพัฒนา e-Government ของชาติให้ก้าวหน้าสู่ระดับมาตรฐานสากล จะปรับปรุงเว็บไซต์ให้แล้วเสร็จภายในปีนี้

ข่าวนี้จึงถือได้ว่าเป็นข่าวดีที่ประเทศชาติได้พัฒนางานวัฒนธรรมให้ทันสมัย ทันกับความเปลี่ยนแปลงของสังคมได้อย่างกลมกลืน

ใครที่อยากรู้เรื่องข้อมูลงานทางด้านวัฒนธรรมจะได้รู้ถึงรากเหง้าของความเป็นไทยมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นองค์ความรู้
ระบบฐานข้อมูลกลางทางวัฒนธรรม ทำเนียบศิลปินแห่งชาติ ศิลปินพื้นบ้าน มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติและอุทยานประวัติศาสตร์ โบราณสถานและโบราณวัตถุ ศาสนสถาน วันสำคัญของชาติและศาสนา เทศกาล ประเพณีท้องถิ่น แหล่งเรียนรู้และชุมชนคุณธรรม ท่องเที่ยวชุมชน ยลวิถี การวิจัยชาติพันธุ์ การให้บริการจองศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศ การขออนุญาตร้านเกม ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ และหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะข้อมูลอุตสาหกรรมวัฒนธรรมที่มีศักยภาพ 5 ด้าน ( 5 F ) ได้แก่ 1.อาหาร (Food) 2.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ (Film) 3.ผ้าไทยและการออกแบบแฟชั่น (Fashion) 4.มวยไทย (Fighting) และ 5.การอนุรักษ์และขับเคลื่อน เทศกาล ประเพณีสู่ระดับโลก(Festival) อีกทั้งสามารถเชื่อมโยงและแสดงข้อมูลจากฐานข้อมูลที่มีอยู่ในระบบศูนย์ข้อมูลด้านวัฒนธรรมที่วธ.มีอยู่ และพัฒนาให้รองรับกับการพัฒนาศูนย์ข้อมูลใหญ่ของ วธ. (M-Culture Big Data) เพื่อต่อยอดและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจบนแพลตฟอร์มเศรษฐกิจวัฒนธรรมใหม่

ใครที่อยากเห็นการพัฒนาทางวัฒนธรรม ไปดูกันได้เลย

โดย…ชนิตร ภู่กาญจน์

ศธ.ปัดกำหนด’ทรงผม’ อ้างเป็นเรื่อง รร.-ผู้ปกครอง-นร.แต่ละพื้นที่ ถกกันเอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/654318

ศธ.ปัดกำหนด'ทรงผม' อ้างเป็นเรื่อง รร.-ผู้ปกครอง-นร.แต่ละพื้นที่ ถกกันเอง

วันพุธ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 16.20 น.

“ตรีนุช”อ้าง ศธ.ไม่ได้เป็นคนกำหนดทรงผม เป็นเรื่องของ รร.-ผู้ปกครอง-นร.แต่ละพื้นที่ ถกกันเอง “เลขาฯกพฐ.”ขอกลุ่มนักเรียนเลว อย่าเคลื่อนไหวภาพใหญ่

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 18 พฤษภาคม 2565 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกลุ่มนักเรียนเลว ชูป้ายเรียกร้องให้ปฏิรูปการศึกษา และเปิดเสรีทรงผมนักเรียน ว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เน้นย้ำมาโดยตลอดว่าเรื่องทรงผมนักเรียนไม่ได้ระเบียบแต่อย่างใดในการที่จะกำหนดทรงผม เนื่องจาก ศธ.มีบริบทอยู่หลายบริบทด้วยกัน และได้คุมระดับนโยบาย จึงไม่ได้มีบริบทลงไปยังสถานศึกษา คณะกรรมการการสถานศึกษา โรงเรียน ดังนั้น ขอย้ำว่ามาตรการต่างๆ หรือการลงโทษต่างๆ ในเรื่องระเบียบทรงผมนั้นเราไม่เน้นและไม่มีการลงโทษนักเรียนในมิติของความรุนแรง แต่เน้นมิติเรื่องการศึกษา และเน้นเรื่องระเบียบวินัย จึงไม่ได้มีข้อห้ามเรื่องของทรงผม ทั้งนี้ ให้โรงเรียนและคณะกรรมการสถานศึกษาจะเป็นคนออกแบบในเรื่องมาตรการทรงผมนักเรียน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางกลุ่มนักเรียนเลวยื่นข้อเรียกร้องให้แก้กฎกระทรวงเพื่อให้สามารถตัดทรงผมได้อย่างเสรี น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า ทาง ศธ.ไม่มีกำหนดเรื่องทรงผมชัดเจน แต่เป็นการเปิดช่องให้มีความยืดหยุ่น เพื่อให้สถานศึกษา คณะกรรมการบริหารสถานศึกษา ผู้ปกครอง นักเรียน เป็นคนออกแบบ เพื่อทำมาตรการนี้ร่วมกัน

ด้าน นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ตามระเบียบกำหนดให้เป็นบทบาทของคณะกรรมการบริหารสถานศึกษาว่าจะให้ทรงผมเป็นอย่างไร โดยเน้นการมีส่วนร่วมของนักเรียน ผู้ปกครอง คณะครู เป็นหลัก ได้กำชับไปยังหน่วยปฏิบัติ อีกทั้งการอยู่ร่วมกันในสังคมต้องมีกติกา หากใครฝ่าฝืนก็เป็นไปตามกติกาว่าต้องทำอย่างไร แต่ไม่มีเรื่องของการให้ใช้ความรุนแรงกับนักเรียน ทั้งนี้ ย้ำว่าเรื่องของการกำหนดทรงผมขึ้นอยู่กับแต่ละโรงเรียนว่าจะมีระเบียบเรื่องทรงผมอย่างไร ให้โรงเรียนเป็นคนกำหนดมาตรฐานร่วมกับคณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง นักเรียน

เมื่อถามว่า ขณะนี้กลุ่มนักเรียนเลวกำลังมองว่าถูกจำกัดสิทธิ นายอัมพร กล่าวว่า คิดว่าน่าจะเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องของผู้ที่คิดดรามาอย่างนั้น แต่ถ้าเข้าใจในระเบียบและหันกลับไปดูที่สถานศึกษาของตัวเองในแต่ละพื้นที่ เพราะระเบียบอยู่ที่โรงเรียน ไม่ต้องเคลื่อนไหวมาเป็นภาพใหญ่ เมื่อถามย้ำว่า แต่หากโรงเรียนอ้างว่าต้องฟังจาก ศธ.จะทำอย่างไร นายอัมพร กล่าวว่า จะอ้างไม่ได้ เพราะระเบียบไม่เปิดให้อ้าง (ข่าวที่กี่ยวข้อง : ‘นักเรียนเลว’ป่วน!ดักเจอ‘บิ๊กตู่’ชูป้ายทวงปฏิรูปการศึกษา-เปิดเสรีทรงผม)

ศธ.ยันมีแผนเผชิญเหตุรับมือโควิดทุกโรงเรียน ย้ำไม่จำเป็นต้องปิดทั้ง รร.อีกต่อไป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/654317

ศธ.ยันมีแผนเผชิญเหตุรับมือโควิดทุกโรงเรียน ย้ำไม่จำเป็นต้องปิดทั้ง รร.อีกต่อไป

วันพุธ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 16.14 น.

“ตรีนุช”ยันมีแผนเผชิญเหตุรับมือโควิดทุกโรงเรียน มีการรายงานเข้า ศธ.ทุกวัน ย้ำไม่จำเป็นต้องปิดทั้ง รร.อีกต่อไป

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 18 พฤษภาคม 2565 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์โควิด-19 ภายในโรงเรียนหลังจากเปิดภาคเรียนวันแรก ว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีความพร้อมในการรับมืออยู่แล้ว เพราะได้ทยอยเปิดภาคเรียนมากกว่า 50% แล้ว ศธ.ได้ทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในการสร้างมาตรการในการเรียน เช่น เว้นระยะห่าง สวมหน้ากาก ล้างมือ และตนเองมีความห่วง จึงได้ขอให้โรงเรียนเร่งฉีดวัคซีน โดยเฉพาะครูได้ฉีดเข็มกระตุ้นไปแล้ว อีกทั้งนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา เด็กเล็ก ได้ทยอยฉีดวัคซีนอยู่ จึงไม่มีน่ากังวลแต่อย่างใด

อีกทั้งตนได้กำชับหน่วยงานหลักของ ศธ.ให้เร่งดำเนินการมาตรการตามที่ สธ.ให้ไว้อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะแผนเผชิญเหตุ ได้เตรียมความพร้อมว่าหากมีการติดโควิด-19 หรือมีการแพร่ระบาด ไม่จำเป็นจำต้องปิดทั้งโรงเรียนอีกต่อไป ให้เป็นไปตามแผนที่ระบุว่าปิดเฉพาะบางห้องเรียน ให้ทำความสะอาดภายในไม่กี่ชั่วโมงให้สามารถกลับเข้าเรียนได้อย่างรวดเร็ว และเข้าสู่ภาวะปกติได้

น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ทาง ศธ.ได้ให้มีการประเมินสถานการณ์อยู่ตลอดเวลาทุกวัน โดยให้แต่ละโรงเรียนรายงานมายังส่วนกลางของ ศธ.ซึ่งมีการรายงานเข้ามาว่าสถานการณ์ของการเปิดภาคเรียนนี้เป็นอย่างไร เพราะขณะนี้ได้เปิดครบ 100% แล้ว

ด่วน! บอร์ดกช.ไฟเขียวปล่อยกู้ร.ร.เล็ก-ลดเบี้ยปรับช่วยลดภาระ เสริมสภาพคล่อง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/654268

ด่วน! บอร์ดกช.ไฟเขียวปล่อยกู้ร.ร.เล็ก-ลดเบี้ยปรับช่วยลดภาระ เสริมสภาพคล่อง

วันพุธ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 14.32 น.

วันที่ 18 พฤษภาคม 2565 นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบปรับปรุงแก้ไขประกาศเกี่ยวกับการดำเนินงานของกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบ จำนวน 4 ฉบับ เพื่อให้ความช่วยเหลือ บรรเทาภาระหนี้สินและเสริมสภาพคล่องด้านการบริหารจัดการโรงเรียนเอกชน สำหรับสาระสำคัญของการแก้ไข ดังนี้ 1.ปรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการกู้ยืมเงินเพื่อขยายโอกาสให้โรงเรียนขนาดเล็ก สามารถกู้ยืมเงินจากกองทุนได้มากขึ้น โดยเปิดโอกาสให้โรงเรียนที่เปิดสอน 1 ระดับ ที่มีนักเรียนไม่ต่ำกว่า 60 คนสามารถขอกู้ได้ จากเดิมที่ต้องมีนักเรียนไม่ต่ำกว่า 120 คน โรงเรียนที่เปิดสอน 2 ระดับ เปิดโอกาสให้โรงเรียนที่มีนักเรียนไม่ต่ำกว่า 120 คนสามารถขอกู้ได้ จากเดิมที่ต้องมีนักเรียนไม่ต่ำกว่า 180 คน ส่วนกรณีที่มีนักเรียนต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด แต่มีเหตุผลจำเป็นให้อยู่ในอำนาจของคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องพิจารณาเป็นราย ๆ ไป

นางกนกวรรณ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังแก้ไขการกำหนดเบี้ยปรับ กรณีผิดนัดไม่ชำระหนี้ จากเดิมต้องชำระเบี้ยปรับร้อยละ10 ของยอดค้างชำระทั้งหมด เป็น ชำระเบี้ยปรับร้อยละ 12 ของเงินต้นในงวดที่ผิดนัด สำหรับโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามภาคใต้ เพื่อให้สอดคล้องกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

“การปรับประกาศครั้งนี้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับโรงเรียนเอกชน ซึ่งก่อนหน้าที่จะมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19โรงเรียนเอกชนจะกู้เพื่อซ่อมแซมและก่อสร้างอาคาร โดยไม่จำกัดวงเงิน แต่พอมีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 จะเปิดให้โรงเรียนได้กู้เพื่อเสริมสภาพคล่อง วงเงินไม่เกินโรงเรียนละ 3 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาในเบื้อต้น โดยขณะนี้กองทุนฯ มีเงินหมุนเวียนอยู่กว่า 200 ล้าน ที่จะสามารถปล่อยกู้ได้ และหากวงเงินลดต่ำน้อยกว่านี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) ก็สามารถเสนอขอเพิ่มวงเงินได้ โดยจากข้อมูลก่อนการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 มีโรงเรียนกู้เงินกองทุนฯทั้งหมด 64 แห่ง แต่หลังจากมีสถานการณ์โควิด-19 พบว่ามีโรงเรียนกู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องเพิ่มขึ้นเป็น 407 แห่ง ในส่วนนี้หากโรงเรียนใดมีปัญหาไม่สามารถชำระหนี้ได้ ทางสช.จะผ่อนผันการชำระหนี้ให้โรงเรียน โดยมีโรงเรียนขอผ่อนผันการชำระหนี้มาทั้งหมด 21 แห่ง” นางกนกวรรณ กล่าว

‘ตรีนุช’ตรวจเยี่ยมโครงการ ‘อาชีวะอยู่ประจํา เรียนฟรี มีอาชีพ’ ฝากอาจารย์ดูแลความปลอดภัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/654254

'ตรีนุช'ตรวจเยี่ยมโครงการ 'อาชีวะอยู่ประจํา เรียนฟรี มีอาชีพ' ฝากอาจารย์ดูแลความปลอดภัย

วันพุธ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 14.13 น.

วันที่ 18 พฤษภาคม 2565 ที่วิทยาลัยอาชีพบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พร้อมด้วยนายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ  กอศ.) ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ  ร่วมตรวจเยี่ยมการดําเนินงานตามโครงการ อาชีวะสร้างโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชน เพื่อผลิตและพัฒนากําลังคนของประเทศ หรือ “อาชีวะอยู่ประจํา เรียนฟรี มีอาชีพ” ณ วิทยาลัยการอาชีพบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา  พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการ จากสถานประกอบการภายใต้ ความร่วมมือกับวิทยาลัยการอาชีพบางปะกง  พบปะพูดคุยกับผู้ปกครอง และนักเรียน ที่เข้าร่วมโครงการอาชีวะอยู่ประจำเรียนฟรี มีอาชีพ เยี่ยมชมหอพักนักเรียนหญิง และหอพักนักเรียนชาย  โดย วิทยาลัยการอาชีพบางปะกง มีนักเรียนเข้าร่วมโครงการจำนวน 41 คน (ชาย 22 คน หญิง 19 คน) สาขาช่างยนต์, เมคคาทรอนิกส์,การบัญชี,  ธุรกิค้าปลีก, และ สาขาการจัดการ  โดยมี นายณัฐพงษ์ สงวนนจิต  รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ผู้บริหารสถานศึกษา ครู อาจารย์ ผู้ปกครอง และนักเรียนให้การต้อนรับ

โดย น.ส.ตรีนุช กล่าวภายหลังลงพื้นที่ติดตามโครงการ  “อาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ”  ว่า หลังจากที่ ศธ.ประกาศที่จะลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ช่วยเหลือเด็กตกหล่นให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา ซึ่งเรื่องดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ความสำคัญอย่างมาก ศธ. จึงตั้งโครงการ อาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ เพื่อให้เด็กที่ด้อยโอกาสทางการศึกษาได้กลับเข้ามาเรียนในระบบ และช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ที่ผ่านมา ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จัดเตรียมสถานที่ในวิทยาลัยที่มีความพร้อม เพื่อนำร่องโครงการดังกล่าว โดยมีวิทยาลัยที่มีความพร้อมในการนำร่อง จำนวน 88 แห่งทั่วประเทศ  โดยในปี 2565 สามารถรองรับเด็กเข้าสู่โครงการฯได้กว่า 5,000 คน โดยในระยะแรกนี้มีผลตอบรับที่ดี มีเด็กสนใจเข้าศึกษามากถึง 3,600 คน หรือประมาณ 60-70% โดยโครงการนี้จะรับเด็กที่ยากจน เข้ามาศึกษาต่อในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) โดยที่เด็กไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย มีที่พัก มีอาหารให้ฟรี นอกจากนี้ สอศ.ร่วมกับภาคเอกชนในพื้นที่หางานให้กับผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนมีรายได้ระหว่างเรียนด้วย 

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า จากการตรวจเยี่ยมวิทยาลัยอาชีพบางปะกง พบว่าวิทยาลัยมีความพร้อม เพราะอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) และมีผู้ประกอบการภาคเอกชนจำนวนมากที่สามารถเข้ามาช่วยเหลือการจัดการศึกษา เบื้องต้นพบว่า มีเด็กที่เข้าร่วมโครงการฯ ที่มาจากหลากหลายจังหวัด  โดยทางโครงการอาชีวะเรียนฟรีฯ จะเปิดรับสมัครผู้ที่สนใจเข้าเรียนไปจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม นี้ หรืออาจจะยืดหยุ่นเปิดรับไปเรื่อยๆ เพื่อให้น้องๆได้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา

“ส่วนการรับเด็กเข้าโครงการอาชีวะเรียนฟรีฯ ปีการศึกษา 2566  ได้มอบหมายให้ สอศ.คอยมอนิเตอร์และประชาสัมพันธ์ โรงเรียนสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อนำให้น้อง ๆที่สนใจเข้ามาเรียน สร้างงาน สร้างอาชีพในระหว่างเรียน ทั้งนี้ ดิฉันได้ฝากหน่วยงานหลัก รวบรวมข้อมูล และนำเสนอโครงการดังกล่าวให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติงบประมาณที่จะนำมาพัฒนาอาคารสถานที่ และเงินอุดหนุนรายหัว เพื่อจะนำมาดำเนินโครงการรองรับเด็กเข้ามาเรียนในปีต่อ ๆไปด้วยและกำชับ สอศ.ว่านอกเหนือจากการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้ผู้เรียนแล้ว ให้ดูแลความปลอดภัยในสถานศึกษาเป็นเรื่องสำคัญ เพราะมีเด็กจากหลากหลายที่เข้ามาอยู่ร่วมกัน ดังนั้น ต้องดูแลความปลอดภัย อย่างระมัดระวัง รอบคอบและใกล้ชิด เพราะผู้ปกครองได้ให้ความไว้วางใจส่งบุตรหลานมาเรียนกับเราแล้ว” น.ส.ตรีนุช กล่าว

ด้านนางสาวนอง  พงษ์สุระ  อายุ 46 ปี  กล่าวว่า ตนเป็นชาว จ.ศรีษะเกศ ย้ายมาเช่าบ้านอยู่ที่ จ.สมุทรปราการ  ประกอบอาชีพขายผลไม้ มีรายได้ไม่มาก ถือว่าโชคดีอย่างมากที่ลูกสาว  คือ นางสาวณัฐริกา ศรีน้อย  ได้เข้าเรียนในโครงการ “อาชีวะอยู่ประจํา เรียนฟรี มีอาชีพ”  สาขาวิชาธุรกิจค้าปลีก ระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) 1 วิทยาลัยการอาชีพบางปะกง  ซึ่งลูกสาวนบอกว่า อยากเรียนไปด้วยและระหว่างเรียนมีรายได้ ได้ประสบการณ์ในการทำงาน เวลาไปทำงานจะได้ไม่มีปัญหา และสามารถช่วยแม่ประหยัดค่าใช้จ่าย ก็ขอขอบคุณทางโรงเรียนที่แนะแนวโครงการดีๆให้เด็กได้มาเรียน

“ก็ห่วงที่ลูกสาวมาอยู่ประจำ แต่มีอาจารย์คอยดูแล และมีไลน์กลุ่ม สามารถติดต่อครูและลูกสาวได้ตลอด และบอกให้เขาดูแลตัวเองและขยันเรียน วันนี้ได้มาเห็นก็คลายความห่วงใยลง” นางสาวนอง กล่าว

ขณะที่ นายสุชาติ ศรนาคา  นักเรียนชั้น ปวช. 1 สาขาช่างยนต์ นักเรียนในโครงการ “อาชีวะอยู่ประจํา เรียนฟรี มีอาชีพ” วิทยาลัยการอาชีพบางปะกง กล่าวว่า ตนจบชั้น ม. 3 จากโรงเรียนวัดวังวิเวการาม จ.กาญจนบุรี  ที่ได้มาเรียนในโครงการ “อาชีวะอยู่ประจํา เรียนฟรี มีอาชีพ” เนื่องจากมีครูแนะแนวจากวิทยาลัยอาชีวะ เข้าไปแนะแนวในโรงเรียนของตน ว่าอาชีวะมีโครงการเรียนฟรีฯ และระหว่างเรียนก็มีโครงการหารายได้ด้วย  ซึ่งตนอยากเรียนสาขาช่างยนต์อยู่แล้ว ประกอบกับทางบ้านมีรายได้น้อย ตนจึงได้สมัครเข้าเรียนในโครงการดังกล่าว ก็จะตั้งใจเรียนไปจน ปวช. และตั้งใจจะเรียนให้จบถึงระดับ ชั้น ปวส.