กาโตะพ่นพิษ!‘พุทธะอิสระ’ซัดพระอุปัชฌาย์-เจ้าคณะผู้ปกครองปิดฟ้าด้วยฝ่ามือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/650736

กาโตะพ่นพิษ!‘พุทธะอิสระ’ซัดพระอุปัชฌาย์-เจ้าคณะผู้ปกครองปิดฟ้าด้วยฝ่ามือ

วันอาทิตย์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 10.43 น.

กาโตะพ่นพิษ ‘พุทธะอิสระ’ซัดพระอุปัชฌาย์-เจ้าคณะผู้ปกครองปิดฟ้าด้วยฝ่ามือ จี้ถามจะรับผิดชอบอย่างไร

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2565 พุทธะอิสระ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย และอดีตแกนนำ กปปส. โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊ก “หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara)” ระบุใจความว่า  ยิ่งแก้ก็ยิ่งยุ่ง ยิ่งทำให้สังคมเขาเหยียดหยาม ดูถูกว่า สงฆ์ปกครองว่าไม่เที่ยงธรรม

๑ พฤษภาคม ๒๕๖๕

พระสงฆ์ องค์เณร สมัยนี้เขาหลงลืมคำว่า พระธรรมวินัยไปเสียแล้ว

ข่าวคลิปสาวไส้อันฉาวโฉ่ที่ดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับนักเทศน์หนุ่มชื่อดังที่ปรากฏตามสื่อทุกช่อง จนเป็นที่ฮือฮากันไปทั่วสังคม

บรรดาแฟนคลับโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ถือหางอยู่ก็ออกมาปกป้องว่า ถูกกลั่นแกล้ง ใส่ร้าย มีขบวนการอิจฉาคอยบ่อนทำลาย

แต่พวกที่ไม่ใช้แฟนคลับก็ให้สงสัยว่า อะไรๆ มันดูจะเหมือนกันเสียขนาดนั้น ทั้งลีลาการพูดจา ทั้งน้ำเสียง แถมมีหลักฐานสลิปโอนเงินให้สาวเจ้าไปหลายหมื่น ทั้งที่ปากของนักเทศน์ก็ปฏิเสธว่า ไม่เคยรู้จัก ไม่เคยเห็นหน้า

พอชาวบ้านเข้าไปค้นรูปเก่ามาแฉ แกก็แถไปว่า  เขาแค่มาทำบุญด้วยเฉยๆ

อ้าว…ลิ้นไม่มีกระดูก มันก็อย่างงี้แหละ จะมาเอาอะไรกับอาตมา

ดูท่าลีลาแบบนี้มันจะคล้ายๆ กับอดีตนักเทศน์ชื่อดังที่รีบสึกไปก่อนหน้านี้

กิริยาพูดจาพลิกไปพลิกมาแบบนี้ ภาษาพระท่านเรียกว่า ทุมมังกุ คนผู้เก้อยาก พูดเป็นภาษาชาวบ้านก็คือ หน้าด้านนั้นเอง

และไอ้ที่แปลกใจยิ่งนักก็คือ ไหนว่า ธรรมยุติ เขาไม่จับเงินไง แล้วพี่หลวงไปเอาเงินที่ไหนโอนให้สีกาทีละหลายๆ หมื่น

หากไม่ได้เป็นญาติ ไม่เคยมีบุญคุณอุปถัมภ์ บำรุงกันมาแต่เก่าก่อน หรือไม่เคยมีความสัมพันธ์อันลึกล้ำ พี่หลวงจะโอนไปให้สาวเจ้าทำไม

ทั้งที่ผู้หญิงอื่นก็ไปวัดนี้มีเป็นร้อยเป็นพัน ทำไมคุณเธอเหล่านั้นไม่ได้รับเงินจากพี่หลวงบ้าง

แล้วไม่ใช่โอนครั้งเดียว โอนให้หลายครั้ง ธรรมยุติไม่มีเงินเป็นของส่วนตัวไม่ใช่หรือ แล้วเอาที่ไหนไปเปย์สาว

ล่าสุดได้ยินมาว่า สาวเจ้าออกมาขอโทษสังคม โดยอ้างว่า ตนเป็นไบโพลาร์คิดไปเอง

สังคมเขาก็ยิ่งสงสัยหละซิว่า หากสาวเจ้าคิดไปเอง แล้วพี่หลวงก็คิดไปเองกับเธอด้วยหรือ ถึงขนาดมีคลิปเสียงที่พูดทั้งปลอบ ทั้งขู่ ทั้งข้อร้องสารพัดลีลา ที่จะกล่อมให้สาวเจ้าหลงเชื่อ คนที่เขามีสติปัญญาเขาฟังออกว่า นี่มันไม่ใช่คำพูดของนักบวชคุยกับคนป่วย

แต่มันเป็นคำพูดของชายหญิงที่มีสัมพันธ์อันลึกล้ำมาหลายครั้ง แต่ฝ่ายชายกำลังจะตีตัวออกออกห่าง ด้วยความกลัวว่า จะถูกแฉ

ล่าสุดก็เห็นว่า พี่หลวงได้ส่งทีมงานส่วนตัวไปเกลี้ยกล่อมญาติสาวเจ้า ให้เปลี่ยนท่าทีอยู่เงียบๆ

งานนี้คงจะมีโบนัสก้อนใหญ่อะไรๆ มันก็เลยเป็นอย่างที่สังคมมึนงงกันอยู่ในเวลานี้

และที่เลวร้ายก็คือ พระภิกษุผู้ที่นำเรื่องนี้มาเปิดเผย กลายเป็นผู้ผิด ถูกเจ้าอาวาสไล่ออกจากวัด โทษฐานก่อความวุ่นวาย สร้างเรื่องให้พุทธศาสนาเสียหาย

(นี่มันบ้าชัดๆ สังคมสงฆ์เราคุ้นเคยกับวิธีปิดฟ้าด้วยฝ่ามือกันมายาวนาน เขาทำกันแบบนี้มาจนเคยชิน กลายเป็นที่กังขาของชาวบ้าน นี่แหละงานถนัดของผู้ปกครองสงฆ์)

แต่ที่ไม่ควรตีมึนก็คือ พระอุปัชฌาย์และเจ้าคณะปกครองของพี่หลวง ที่ไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมายเถรสมาคม และหลักพระธรรมวินัยกันหรือไง

พระธรรมวินัยกำหนดไว้ชัดในหน้าที่ของพระอุปัชฌาย์ว่า ให้บวชแก่ผู้ใดต้องให้การกำกับดูแล อบรมสั่งสอนภิกษุนั้นจนกว่าภิกษุนั้นจะมีอายุพรรษาพ้น ๕ พรรษา

*******************************************************

พระอุปัชฌาย์มีหน้าที่หลักๆ 2 อย่างคือ เป็นผู้รับผิดชอบและรับรองผู้บวชในพิธีบรรพชาอุปสมบทและเป็นผู้รับปกครองดูแล แนะนำ ตักเตือนและติดตามความเป็นอยู่ของผู้ที่ตนบวชให้ เหมือนบิดาปกครองดูแลบุตร หากไม่ทำตามนี้มีความผิดฐานไม่เอื้อเฟื้อต่อพระธรรมวินัย ปรับอาบัติปาจิตตีย์

*******************************************************

และไอ้ที่เลวร้ายก็คือ บวชได้แค่สองพรรษา เจ้าคณะปกครองดันแต่งตั้งให้รักษาการณ์เจ้าอาวาสเสียงั้น

นี่มันวิปริตกันไปใหญ่แล้ว

แถมยังปล่อยให้ตระเวนไปเทศน์สอนธรรมแก่ชนทั้งหลาย โดยไม่มีพระอุปัชฌาย์หรือพระผู้ใหญ่ติดตามไปกำกับดูแล

ไหนใครบอกว่า นักบวชฝ่ายธรรมยุติ เคร่งครัดในหลักพระธรรมวินัยไงหละ

แล้ววัตรปฏิบัติขั้นพื้นฐานที่ผู้เข้ามาบวชใหม่ต้องปฏิบัติมันหายไปไหน

พระอุปัชฌาย์และเจ้าคณะปกครองควรจะรับผิดชอบยังไง

พี่หลวงก็ช่างเหลือเกิน บวชมาได้ไม่กี่วันก็ดันซ่า ปีกกล้าขาแข็ง ทำเป็นเก่งออกไปแสดงธรรมหาเงินเสียแล้ว อิติปิโส พาหุง ยังงูๆ ปลาๆ ไม่ต้องว่ากันถึงธรรม แล้วเอาอะไรไปสอนญาติโยม

การแสดงธรรมของพระผู้มีพระภาคเจ้าไม่เหมือนการแสดงหนังตะลุงหรือร้องเพลงนะหลวง

สิ่งที่เกิดขึ้นกับพี่หลวงอยู่นี่ก็เป็นการพิสูจน์ได้ว่า พี่หลวงไม่ได้เข้าถึงธรรมขององค์พระผู้มีพระภาคเจ้าจริงๆ อย่างที่พี่หลวงแสดงอวดชาวบ้านเขาเลย

ดูลีลาการแสดงของหลวงแล้ว มันไม่ต่างอะไรกับสองนักเทศน์ชื่อดังที่สึกออกไปนั้นเลย หรือหลวงไปก็อปปี้พฤติกรรมของพวกเขามา

การปล้นศรัทธาชาวบ้าน เงินทอง ลาภ ยศ ที่ได้มาสุดท้ายมันจบลงอย่างไร ตัวอย่างรุ่นพี่เขาทำไว้ มีให้รุ่นน้องอย่างพี่หลวงเห็นแล้ว

งานนี้คงต้องมีคนรับผิดชอบ กรณีปล่อยให้พระนวกะ ตระเวนไปปล้นศรัทธาหาเงินแล้วได้รับอวยยศเป็นถึงรักษาการณ์เจ้าอาวาส

ทั้งที่มีข้อบังคับห้ามไว้

ท่านเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุติว่าไง

อยากบอกพี่หลวงว่า ดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ เลวระยำอยู่ที่ทำตัว ถูกผิดหลวงรู้อยู่แก่ใจ ผู้ใดทำกรรมไว้อย่างไร ย่อมได้รับผลของกรรมนั้น

ไม่รู้ว่าพี่หลวงจะรู้กรรมทันข้อนี้หรือเปล่า ถึงแม้จะหนีสึกออกไปแล้วก็มิอาจหนีพ้นผลกรรมที่ตนทำไปได้

เวรกรรม เวรกรรม

พุทธะอิสระ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง … ‘หลวงพี่กาโตะ’สึกแล้ว! ยอมรับอ่อนในพระธรรมวินัย ลาแฟนคลับขอยุติอุปสรรคต่างๆ

‘หลวงพี่กาโตะ’สึกแล้ว! ยอมรับอ่อนในพระธรรมวินัย ลาแฟนคลับขอยุติอุปสรรคต่างๆ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/650719

'หลวงพี่กาโตะ'สึกแล้ว! ยอมรับอ่อนในพระธรรมวินัย ลาแฟนคลับขอยุติอุปสรรคต่างๆ

วันอาทิตย์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 00.45 น.

จากกรณีคลิปเสียงที่ถูกระบุว่าคล้ายกับพระพงศกร จันทร์แก้ว หรือพระกาโตะ พระนักเทศน์ชื่อดังที่ จ.นครศรีธรรมราช ถูกกล่าวหาว่ามีความสัมพันธ์กับสีการายหนึ่ง และต่อมาหญิงคนดังกล่าวออกมายอมรับว่าเป็นคนสร้างเรื่องขึ้นมาเนื่องจากป่วยเป็นไบโพลาร์ ขณะที่มีการตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัดขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยเฉพาะกรณีเรื่องคลิปเสียงที่มีการปล่อยออกมา เชิญผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานภายนอกมาตรวจสอบร่วมกับพระสังฆาธิการ พระวินยาธิการ และสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนั้น (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : สำนักพุทธฯชี้กรณี’พระกาโตะ’ ถ้าผิดขั้นอาบัติปาราชิก ต้องให้ลาสิกขา)

ล่าสุด เฟซบุ๊ก พงศกร จันทร์แก้ว ซึ่งเป็นชื่อเดิมของ”หลวงพี่กาโตะ” ได้โพสต์คลิปพิธีลาสิกขาของหลวงพี่กาโตะ พร้อมระบุข้อความว่า วันนี้ เวลา 21:34 น.เจ้าคณะภาค 16 พระราชวิสุทธิกวี เจ้าคณะจังหวัดนครศรี พระครูสิริธรรมาภิรัตน์ เจ้าคณะอำเภอฉวาง พระครูอรรคธรรมโกวิท (พระอุปัชฌาย์) ข้าพเจ้าขอลาสิขา เพื่อยุติอุปสรรคต่างๆ อนุโมทนาบุญด้วย พี่ๆ เเม่ๆ น้องๆ เเฟนคลับทุกท่าน 

ขณะที่หลวงพี่กาโตะ กล่าวในพิธิลาสิกขาว่า“ ในฐานะที่อาตมาภาพ บวชเพราะโยมแม่ และหวังพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ให้กับโยมแม่ แต่ในเมื่อมีอุปสรรค อาตมาเป็นเพียงพระนวกะจึงอ่อนในพระธรรมวินัยมาก เพื่อที่จะลบอุปสรรคนี้ จึงตัดสินใจยุติในการดำรงเพศบรรพชิต จึงขอโอกาสขอขมาพระอาจารย์ทุกรูปและก็ทำการลาสิขา ณ วันนี้

ขอบคุณข้อมูลเฟซบุ๊ก พงศกร จันทร์แก้ว

สำนักพุทธฯชี้กรณี’พระกาโตะ’ ถ้าผิดขั้นอาบัติปาราชิก ต้องให้ลาสิกขา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/650711

สำนักพุทธฯชี้กรณี'พระกาโตะ' ถ้าผิดขั้นอาบัติปาราชิก ต้องให้ลาสิกขา

วันเสาร์ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2565, 21.22 น.

สำนักพุทธฯเผยมติ มส.แจ้งเจ้าคณะปกครองสงฆ์เร่งสอบกรณีอื้อฉาวของ”พระกาโตะ” ยืนยันสอบต้นตอคลิปเสียงให้ได้ข้อยุติแม้ฝ่ายหญิงจะมีการอ้างกุเรื่องเพราะป่วยไบโพลาร์ก็ตาม หากพบผิดจริงถึงขั้นอาบัติปาราชิก ต้องลาสิกขา

จากกรณีคลิปเสียงที่ถูกระบุว่าคล้ายกับพระพงศกร จันทร์แก้ว หรือพระกาโตะ พระนักเทศน์ชื่อดังที่ จ.นครศรีธรรมราช ถูกกล่าวหาว่ามีความสัมพันธ์กับสีการายหนึ่ง และต่อมาหญิงคนดังกล่าวออกมายอมรับว่าเป็นคนสร้างเรื่องขึ้นมาเนื่องจากป่วยเป็นไบโพลาร์นั้น

30  เม.ย.65 นายสมบัติ พิมพ์สอน รองโฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มีการนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) เพื่อรับทราบเมื่อวานนี้ (29 เม.ย.65) ทำให้มหาเถรสมาคมมีมติแจ้งเจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์ทุกระดับ กวดขันอย่างเข้มงวดให้พระภิกษุ สามเณรในปกครองประพฤติตามพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด และได้มอบหมายให้ คณะทำงานฝ่ายปกครองของมหาเถรสมาคมไปกำหนดมาตรการเพิ่มเติมอีกชั้นหนึ่ง

นายสมบัติ กล่าวว่า กรณีหลวงพี่กาโตะ แม้ฝ่ายหญิงจะออกมายอมรับว่ากุเรื่องขึ้นมา แต่มีการตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัดขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยเฉพาะกรณีเรื่องคลิปเสียงที่มีการปล่อยออกมา จะต้องเชิญผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานภายนอกมาตรวจสอบร่วมกับพระสังฆาธิการ พระวินยาธิการ และสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด ซึ่งจะต้องสอบให้ข้อเท็จจริงปรากฏ ไม่ได้ยุติเพียงเท่านี้

“หากพบว่ามีความผิดตามกฎมหาเถรสมาคมจะต้องมีการลงนิคหกรรม หรือการลงโทษภิกษุตามพระธรรมวินัยเพื่อให้เข็ดหลาบ ถ้ามีการพิสูจน์ได้ว่าอาบัติชั้นไหน ก็ต้องลงโทษชั้นนั้น เช่น อาบัติปาราชิก ก็ต้องให้ลาสิกขา และต้องดูว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏผิดกฎหมายด้วยหรือไม่”นายสมบัติ กล่าว

ส่วนกรณีมีการตั้งข้อสังเกตว่าเหตุการครั้งนี้ เกี่ยวข้องกับการขัดแย้งผลประโยชน์ภายในวัดหรือไม่ นายสมบัติ กล่าวว่า คณะกรรมการที่เจ้าคณะจังหวัดแต่งตั้งขึ้น จะต้องไปตรวจสอบข้อเท็จจริง เนื่องจากเรื่องภายในวัด เรื่องของพระสงฆ์ โดยนโยบายของมหาเถรสมาคม จะให้คณะสงฆ์แก้ไขปัญหาในวัด ในจังหวัดนั้นๆ จึงให้เจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์ไปดำเนินการให้ยุติ หากในพื้นที่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ก็จะมีการส่งเรื่องไปตามลำดับชั้นขึ้นไป ตั้งแต่ เจ้าอาวาส เจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะภาค และเข้ามาถึงส่วนกลางเจ้าคณะใหญ่ แต่คงไม่ถึงขั้นนั้น คาดว่าจะได้ข้อยุติให้เร็วที่สุด เพื่อตอบปัญหาข้อคาใจของสังคม

เปิดหลักสูตร Innovative Capital Enhancement นวัตกรรมขั้นสูงกับการระดมทุน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/650462

เปิดหลักสูตร Innovative Capital Enhancement นวัตกรรมขั้นสูงกับการระดมทุน

วันศุกร์ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2565, 15.23 น.

มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เดินหน้าร่วมกับ สถาบัน ทรี ซิกซ์ โอ อะคาเดมี สถาบันแห่งแรกในประเทศไทยด้านความรู้การเงินการลงทุนที่ได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุนสถาบันในตลาดทุนของประเทศที่พัฒนาแล้วและเป็นที่เชื่อมั่นในระดับนานาชาติ และเป็นสถาบันที่มุ่งเน้นด้านเทคโนโลยีจากสถาบันการเงินในระดับ World Class ที่ประสบความสำเร็จบนโลกของการลงทุน ระดมทุน ครั้งนี้ได้ผนึกกำลังกับสถาบันการศึกษาชั้นแนวหน้าของประเทศไทย กับ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ที่เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนชั้นนำที่ยอมรับในประเทศไทยและในระดับนานาชาติ เปิดหลักสูตรแนวใหม่ด้านการเงินการลงทุนสำหรับผู้บริหารระดับสูง INNOVATIVE CAPITAL ENHANCEMENT & EXTREMITY (ICE -X) ที่จะสร้างความมั่นคงแข็งแรงในการวางแผนการเงินการลงทุน องค์ความรู้ที่เผยความลับที่ให้การยอมรับในตลาดโลก

ภราดา ดร.บัญชา แสงหิรัญ อธิการบดี มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ กล่าวว่า ตลอดกว่า 5 ทศวรรษที่ผ่านมา เรามุ่งเดินหน้าสถาบันให้เป็นสถาบันการอุดมศึกษาชั้นนำของประเทศที่ผลิตบัณฑิต มหาบัณฑิต และดุษฎีบัณฑิต ที่มีคุณภาพ โดยคณะบริหารธุรกิจและเศรษฐศาสตร์ ถือเป็นหลักสูตรนานาชาติชั้นนำของประเทศไทย ที่สามารถนำองค์ความรู้ไปสร้างประโยชน์ให้แก่ตนเอง สังคม ประเทศ มุ่งอบรมและให้การศึกษาเพื่อให้บัณฑิตเป็นผู้ที่มีสมรรถภาพทางปัญญาและมีคุณธรรม พร้อมยกระดับความรู้นักศึกษาให้เทียบเท่าระดับโลก และก้าวสู่การเป็น World Class University

ภราดา ดร.บัญชา กล่าวอีกว่า ความร่วมมือในการเปิด หลักสูตรแนวใหม่ด้านการเงินการระดมทุนในตลาดทุนนานาชาติสำหรับผู้บริหารระดับสูง INNOVATIVE CAPITAL ENHANCEMENT & EXTREMITY (ICE -X) ถือเป็นมิติใหม่ที่เราได้ศึกษาร่วมกันกับ สถาบัน ทรี ซิกซ์ โอ อะคาเดมี องค์กรด้านการเงินการลงทุนที่ได้รับการยอมรับจากกลุ่มผู้บริหาร นักลงทุนในประเทศ และที่สำคัญสถาบัน ทรี ซิกซ์ โอ อะคาเดมี ยังประกอบด้วยผู้บริหารด้านการเงินการลงทุนและระดมทุนจากต่างประเทศให้การยอมรับและเป็นเครื่องการันตีถึงการบริหารงานในระดับนานาชาติ

การเปิดหลักสูตรในครั้งนี้ จะเป็นการยกระดับการศึกษา การลงทุน ระดมทุน ให้เทียบเท่าตลาดทุนระดับ world class ถึงการเป็นนักลงทุนสถาบัน หลักสูตร Innovative Capital Enhancement หรือ ICE- X ยังเป็นการมองหาทิศทางที่มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล พร้อมยังเปิดโอกาสสำคัญในการเติมเต็มความรู้ และสร้าง Connection ให้แก่ผู้อบรม องค์ความรู้นี้เราจะร่วมกันยกระดับ นักคิด นักธุรกิจ นักลงทุนไทย เปิดวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลเพื่อสร้างแรงผลักดันในภาคเศรษฐกิจ การใช้เครื่องมือของตลาดทุนนานาชาติในประเทศที่พัฒนาแล้วมาพัฒนาธุรกิจของไทยตั้งแต่ขนาด SME ที่มีจำนวนมากที่สุดของประเทศเราพัฒนาเฉกเช่นตลาดทุนชั้นนำของโลก ทำให้บริษัทและนักธุรกิจของไทย เติบโตของส่วนทุนแบบก้าวกระโดดและสามารถมีชื่อเสียงอยู่ในตลาดทุนชั้นนำของโลก

ผศ.ดร.สันติ เติมประเสริฐสกุล ผู้อำนวยการหลักสูตรของ ICE -X  สถาบัน ทรี ซิกซ์ โอ อะคาเดมี กล่าวว่า ทรี ซิกซ์ โอ อะคาเดมี เป็นสถาบันแห่งแรกในประเทศไทยที่ให้ความรู้เรื่องการเป็นนักลงทุนสถาบันในตลาดทุนที่พัฒนาแล้วชั้นนำของโลก ซึ่งสถาบันฯ ก่อตั้งโดยการรวมตัวของผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ด้านการเงินการลงทุนและระดมทุนทั้งในประเทศไทยและในตลาดระดับนานาชาติกว่า 20 ท่าน และคณะกรรมการการศึกษาที่มองถึงเป้าหมายร่วมกันในการรับมือกับปัญหาของนักธุรกิจและผู้ลงทุนไทยที่ยังต้องติดอยู่ในกรอบความคิดแบบเดิมๆ ในด้านเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่บนโลกของการลงทุน ระดมทุน โดยสถาบันได้นำความรู้ของนักลงทุนสถาบันในประเทศพัฒนาแล้วในระดับ World Class มาถ่ายทอด เพื่อสร้าง Mind set ในการสอนระบบและโอกาสในมุมมองใหม่

ดังนั้น การระดมทุน คือ โอกาสที่ยิ่งใหญ่ในมุมมองของ สถาบันฯ ที่ต้องการเปิดโอกาสทางความคิด เนื่องด้วยโลกของการส่งข้อมูลข่าวสารในยุคดิจิทัลและยุค Quantum computer คือ อนาคตของการเงินการลงทุนที่มองการณ์ไกลในตลาดการลงทุนแห่งอนาคต หลักสูตรแนวใหม่ด้านการเงินการลงทุนสำหรับผู้บริหารระดับสูง INNOVATIVE CAPITAL ENHANCEMENT & EXTREMITY (ICE -X)  เป็นการผลักดันให้บริษัทและนักธุรกิจจากไทยก้าวไปข้างหน้าด้วยส่วนทุนที่เติบโตแบบก้าวกระโดด โดยการเข้าจดทะเบียนระดมทุนในตลาดทุนภายในระยะเวลาที่สั้นที่สุดในโลกน้อยกว่า 4 เดือน เพื่อเศรษฐกิจที่มั่งคั่งยั่งยืนและสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทย จากความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ครั้งนี้ ทรี ซิกซ์ โอ อะคาเดมี มองถึงการปิดช่องโหว่ทางการลงทุน ที่สร้างองค์ความรู้ใหม่และให้ความเข้าใจ พร้อมสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระดับโลก มองถึงการพัฒนาระบบ รวดเร็ว สร้างโอกาสกับนักลงทุน ผู้บริหาร และองค์ความรู้ใหม่ ๆ ให้กับ นิสิต นักศึกษา รวมถึงองค์กร นักธุรกิจ ผู้ประกอบการ ซึ่ง ทรี ซิกซ์ โอ อะคาเดมี มีความมุ่งหวังให้สถาบันการเงินชั้นนำเข้าถึงระดับนานาชาติ World Class ในตลาดทุนประเทศที่พัฒนาแล้ว เป็นองค์ความรู้ที่ไม่มีการเปิดเผย Public knowledge โดยเฉพาะเป็นความรู้ขั้นสูงสุดของการระดมทุนที่ได้พิสูจน์แล้วในตลาดทุนนานาชาติทั่วโลก

มท.จัดพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระพรคล้ายวันประสูติ‘เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/650388

มท.จัดพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระพรคล้ายวันประสูติ‘เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ’

วันศุกร์ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2565, 10.52 น.

กระทรวงมหาดไทย จัดพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระกุศลและถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร 29 เมษายน 2565

เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2565  เวลา 07:00 น. ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร. วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เป็นประธานพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระกุศลและถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร 29 เมษายน 2565 โดยมี นายชยาวุธ จันทร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน นายชัยวัฒน์  ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ด้านบริหาร นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง นายธนาคม จงจิระ อธิบดีกรมการปกครอง นายประยูร รัตนเสนีย์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย นายโสภณ สุวรรณรัตน์ รองหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนส่วนราชการระดับกรม นายชีระ วงศบูรณะ ผู้อำนวยการองค์การจัดการน้ำเสีย ผู้แทนหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย นางกุลทรัพย์ ชื่นโกสุม นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ นางกุสุมาล พงษ์สิทธิถาวร อุปนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ คณะกรรมการสมาคมแม่บ้านมหาดไทย คณะกรรมการสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ และพี่น้องประชาชน ร่วมพิธี

โอกาสนี้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร. วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นำผู้ร่วมพิธีถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และตักบาตรพระสงฆ์และสามเณร จำนวน 30 รูป เพื่อถวายเป็นพระกุศล โดยได้รับเมตตาจาก เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร นำพระภิกษุสงฆ์ สามเณร เดินบิณฑบาต เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติฯ เสร็จแล้ว นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดกรวยกระทงดอกไม้ ธูปเทียนแพ ถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร และวางแจกันดอกไม้เบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร และ ดร. วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย วางแจกันดอกไม้เบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร

จากนั้น นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นำผู้ร่วมพิธีฯ กล่าวถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร โดยมีใจความสำคัญว่า สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ได้ทรงอุทิศพระองค์ปฏิบัติพระกรณียกิจนานัปการ ด้วยพระวิริยะอุตสาหะเพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่พสกนิกรชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทรงสืบสานพระบรมราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตามโครงการจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” เพื่อเป็นแบบอย่างในการพัฒนาสภาพแวดล้อม และความเป็นอยู่ของชุมชนให้ดีขึ้น ทรงเป็นแบบอย่างให้แก่ประชาชนทุกหมู่เหล่าในการสมัครใจช่วยเหลือผู้อื่น ทรงยอมเสียสละกำลังพระวรกาย เวลาส่วนพระองค์ และพระสติปัญญา ในการทรงงานที่เป็นสาธารณประโยชน์ ในขณะเดียวกัน ก็ทรงมุ่งมั่นในการศึกษาในระบบอย่างต่อเนื่อง เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั้งยังทรงสนพระทัยในธรรม ด้วยการเสด็จไปยังวัดต่าง ๆ เพื่อทรงบำเพ็ญพระกุศล อีกทั้งยังได้ทรงสนทนาธรรมกับเจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เป็นการส่วนพระองค์ อยู่เป็นเนืองนิจ

“เนื่องในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ กระทรวงมหาดไทย ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมกันถวายความจงรักภักดี ด้วยการปฏิบัติบูชาผ่านกิจกรรมจิตอาสาเราทำความ ดี ด้วยหัวใจ ในทุกจังหวัด ทั่วประเทศ และร่วมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ  วันที่ 29 เมษายน 2565 ผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ https://royaloffice.th ระหว่างวันที่ 28-30 เมษายน 2565 ผ่านระบบออนไลน์ https://wellwishes.royaloffice.th/ โดยพร้อมเพรียงกัน” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวในช่วงท้าย  

รวมพลังอาชีวะอุบลฯ ฝึกสอนประดิษฐ์ผีเสื้อเฉลิมพระเกียรติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/650335

รวมพลังอาชีวะอุบลฯ ฝึกสอนประดิษฐ์ผีเสื้อเฉลิมพระเกียรติ

วันพฤหัสบดี ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2565, 19.47 น.

งดงามผีเสื้อแห่งความภักดี รวมพลังอาชีวะอุบลฯ ฝึกสอนประดิษฐ์ผีเสื้อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระเกียรติพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565

วันนี้ (28 เม.ย.65) เวลา 08.00 น. ณ หอประชุมจังหวัดอุบลราชธานี ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี นายทรงพล วิชัยขัทคะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี นางศลิษา ภิรมย์รัตน์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุบลราชธานี ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดอุบลราชธานี เยี่ยมชม และให้กำลังใจ หน่วยงานภาครัฐ และเอกชนที่ร่วมประดิษฐ์ผีเสื้อและออกแบบรูปแบบผีเสื้อ ในโครงการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงฯ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระเกียรติพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 การประดิษฐ์ผีเสื้อผ้าอัตลักษณ์พื้นถิ่น 90 ตัว ร่วมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ ณ บริเวณถนนราชดำเนินกลาง กรุงเทพมหานคร และจัดแสดงดอกไม้ป่าพระราชทาน ผีเสื้อแห่งความภักดี 90,290 ตัว จังหวัดอุบลราชธานี ณ บริเวณทุ่งศรีเมือง จังหวัดอุบลราชธานี 

ในส่วนของชีวศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี  นำโดยนายธาตรี พิบูลมณฑา ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคอุบลราชธานี ประธานกรรมการอาชีวศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วยนางลฎาภา แสวงทรัพย์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี นางสาวธนิดา วรรณแก้ว รองผู้อำนวยการฝ่ายแผนงานและความร่วมมือ และนายมนตรี สุริยพันตรี รองผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคอุบลราชธานี นำตัวแทนครูจากวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี วิทยาลัยเทคนิคอุบลราชธานี ร่วมงานในครั้งนี้ด้วย

โดยวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ตัวแทนครูและนักเรียน นักศึกษา จัดฝึกอบรมให้กับกลุ่มตัวแทนประชาชนจังหวัดอุบลราชธานี ร่วมกับสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 7 มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และ กศน.อุบลราชธานี เป็นต้นแบบ  ให้กับผู้เข้ารับการฝึกอบรมต้นแบบ จำนวน 160 คน ได้แก่สมาคมช่างตัดเสื้อ, คณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัด, กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี, หอการค้าจังหวัด, ครูและนักเรียน กศน., กลุ่มอาชีพ OTOP,เยาวชน,นักศึกษา ม.อุบลฯ,นักศึกษา ม.ราชภัฏอุบลฯ, นักศึกษาวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลฯ, สมาคมคนพิการ, สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 7, ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติ และแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมขยายผลไปยังหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมทั้งเยาวชนและประชาชนในจังหวัดอุบลราชธานี ที่พร้อมรวมพลังจัดทำผีเสื้อเพื่อเฉลิมพระเกียรติฯ ด้านวิทยาลัยเทคนิคอุบลราชธานี ได้จัดทำโครงสร้างผีเสื้อขนาดใหญ่ ตัวละ 100 เซนติเมตร จำนวน 5 ตัว ให้แต่ละหน่วยงานที่ฝึกสอนในวันนี้ด้วย เพื่อนำไปประดับตกแต่งผีเสื้อให้สวยงาม ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างที่หน่วยงานทั้ง 5 หน่วยงานกำลังดำเนินการประดับตกแต่ง 

สำหรับการสอนประดิษฐ์ผีเสื้อในวันนี้ ตัวแทนที่เข้ารับการอบรมดังกล่าวจะต้องขยายผลโดยฝึกสอนการประดิษฐ์ผีเสื้อ ให้กับกลุ่มประชาชนกลุ่มเป้าหมายในอำเภอและชุมชนของตน จากนั้นจะได้นำผีเสื้อที่ประดิษฐ์สวยงามตามอัตลักษณ์ของลายผ้าพื้นถิ่นดอกบัว จัดส่งสำนักงานจังหวัดอุบลราชธานี ในวันที่ 16 พฤษภาคม 2565 เพื่อนำไปจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงฯ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระเกียรติพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 ณ กรุงเทพมหานคร และจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯที่ มณฑลพิธีทุ่งศรีเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ตลอดเดือนสิงหาคม 2565 ด้วย

‘ตรีนุช’หนุนพัฒนาคุณภาพ ร.ร.เอกชนนอกระบบ กลุ่มร.ร.บริบาล รองรับประชากรสูงอายุ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/650247

'ตรีนุช'หนุนพัฒนาคุณภาพ ร.ร.เอกชนนอกระบบ กลุ่มร.ร.บริบาล รองรับประชากรสูงอายุ

วันพฤหัสบดี ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2565, 15.51 น.

วันที่ 28 เม.ย.65 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานเปิดการประชุมพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาโรงเรียนเอกชนนอกระบบ กลุ่มโรงเรียนบริบาล(การดูแลผู้สูงอายุ/ผู้ดูแลผู้สูงอายุ) โดยมีนายพีรศักดิ์ รัตนะ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เลขาธิการ กช.) นายประยูร หรั่งทรัพย์ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (รองเลขาธิการ กข.) ดร.สุภาวดี ดวงศิริ นายกสมาคมโรงเรียนบริบาล ผู้บริหาร และครูผู้สอนในโรงเรียนเอกชนนอกระบบ กลุ่มโรงเรียนบริบาล เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุมปิ่นเกล้า โรงแรมรอยัล ชิตี้ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร

นางสาวตรีนุช กล่าวว่า ประเทศไทยก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมสูงวัย (Aged Society)มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 และคาดการณ์ว่าจะเป็นประเทศกำลังพัฒนาประเทศแรกของโลก ที่ก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุแบบสมบูรณ์เนื่องจากอัตราการเกิดของคนไทยมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยมีจำนวนการเกิดเพียง 6 แสนคนต่อปี หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไปแล้ว คาดการณ์ว่าใน พ.ศ. 2574 ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุระดับสุดยอด (Super-Aged Society) นั้นคือมีผู้สูงอายุมากกว่าร้อยละ 28 ของจำนวนประชากรทั้งหมด สถานการณ์นี้เป็นผลมาจากการพัฒนาเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศ ประกอบกับความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการแพทย์ทำให้ประชากรมีอายุยืนยาว นโยบายการวางแผนครอบครัวหรือการควบคุมการมีบุตร ทำให้เกิดการลดภาวะเจริญพันธุ์อย่างรวดเร็ว และการลดลงอย่างต่อเนื่องของระดับการเสียชีวิตของประชากร  จำนวนและสัดส่วนประชากรสูงอายุของไทยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้รัฐบาลต้องดำเนินมาตรการจูงใจเพื่อสร้างบุคลากรดูแลผู้สูงอายุ และส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานในอาชีพผู้ดูแลผู้สูงอายุที่สอดคล้องกับสถานการณ์ของประเทศไทยด้วย                  

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า ประชุมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้รับใบอนุญาต ผู้บริหาร และครู/ผู้สอน โรงเรียนเอกชนนอกระบบกลุ่มโรงเรียนบริบาล (การดูแลผู้สูงอายุ/ผู้ดูแลผู้สูงอายุ) มีความเข้าใจในข้อกฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้องและแนวปฏิบัติในการนำมาตรฐานหลักสูตรผู้ดูแลผู้สูงอายุ ไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถเชื่อมโยงกับมาตรฐานอาชีพตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติในอนาคตได้ เพื่อนำไปสู่การเพิ่มศักยภาพความสามารถในการแข่งขันของผู้เรียนสำหรับการประกอบอาชีพในสาขาอาชีพผู้ดูแลผู้สูงอายุ เพื่อให้เกิดรายได้ที่เหมาะสมและเป็นธรรมสำหรับผู้เรียนต่อไป

“รัฐบาลโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการพัฒนาประชากรผู้สูงอายุ และเด็กประถมวัย จึงมีการประกาศนโยบายพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต โดยให้ 7 กระทรวง ประกอบด้วย  ศธ. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กระทรวงมหาดไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กระทรวงแรงงาน และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) มาทำงานบูรณาการเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการ์ที่เปลี่ยนแปลงของประเทศ” น.ส.ตรีนุช กล่าว 

รมว.ศธ. กล่าวด้วยว่า ศธ.ได้สนับสนุนการเรียนรู้ทุกช่วงวัย โดยเฉพาะการศึกษานอกระบบของโรงเรียนเอกชน ที่ศธ.ต้องการส่งเสริม สนับสนุนให้โอกาสให้กับผู้ที่สนใจและสามารถต่อยอดสร้างอาชีพได้ด้วย ซึ่งตนมอบหมายให้ สช. ไปหาแนวทางดูแลสนับสนุนกลุ่มโรงเรียนนอกระบบเพิ่มเติม เช่น พัฒนาหลักสูตรร่วมกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.)ให้สอดคล้องและทันสมัยสอดรับกับการเปลี่ยนแปลง หรือยื่นข้อเสนอต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) พิจารณาเปิดโอกาสให้ผู้เรียนโรงเรียนเอกชนนอกระบบ ในสาขาที่ขาดแคลนและจำเป็น เช่น สาขาการดูแลผู้สูงอายุ การนวดสปา เป็นต้น สามารถยื่นกู้เงิน กยศ.ได้ เบื้องต้นทาง กมธ.วิสามัญฯให้ความเห็นชอบเรื่องดังกล่าวแล้ว ถือเป็นนโยบายของรัฐที่ต้องการให้ผู้เรียนในทุกระดับ และผู้เรียนทุกระบบ สามารถเข้าถึงการเรียนรู้ทุกด้าน ไม่ว่าจะเห็นการเรียนสายสามัญ หรือสายอาชีพ

ด้านนายพีรศักดิ์  กล่าวเพิ่มเติมว่า  การประชุมพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาโรงเรียนเอกชนนอกระบบกลุ่มโรงเรียนบริบาล (การดูแลผู้สูงอายุ/ผู้ดูแลผู้สูงอายุ ในครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 – 29 เมษายน 2565 มีผู้เข้าร่วมประชุมถึงจำนวน 200 คน ทั้งผู้รับใบอนุญาต ผู้บริหาร และครู/ผู้สอน จากโรงเรียนเอกชนนอกระบบกลุ่มโรงเรียนบริบาล ที่อยู่ในการกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน จำนวน 223 โรง โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) สภาการพยาบาล สมาคมโรงเรียนบริบาล ประธานกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนจังหวัด ในการจัดประชุมทางวิชาการ ด้วยการบรรยาย และการจัดเวทีเสวนให้ความรู้โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ รวมถึงการซักถาม แลกเปลี่ยนความรู้ ให้แก่ผู้รับใบอนุญาต ผู้บริหและครู/ผู้สอน โรงเรียนเอกชนนอกระบบ กลุ่มโรงเรียนบริบาล เพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษโรงเรียนเอกชนนอกระบบกลุ่มโรงเรียนบริบาล (การดูแลผู้สูงอายุ/ผู้ดูแลผู้สูงอายุ) ต่อไป

‘คุรุสภา’มอบรางวัลครูถิรคุณให้’ครูต่าย’ เพื่อเชิดชูเกียรติครูผู้เสียสละ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/650214

'คุรุสภา'มอบรางวัลครูถิรคุณให้'ครูต่าย' เพื่อเชิดชูเกียรติครูผู้เสียสละ

วันพฤหัสบดี ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2565, 14.35 น.

28 เมษายน 2565 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  (ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการคุรุสภา ว่าสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา เสนอให้ที่ประชุมพิจารณาหลักเกณฑ์และวิธีการประกาศเกียรติคุณยกย่องครูผู้เสียสละ และมีอุดมการณ์ในวิชาชีพ ได้รับ “รางวัลครูถิรคุณ” เพื่อสร้างขวัญกำลังใจในการทำงานให้กับครู และบุคลากรทางการศึกษา ที่ทำงานทุ่มเท และปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละ ซึ่งรางวัลครูถิรคุณ จะมอบให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาในทุกสังกัด ดังนั้น ถ้าพบครูและบุคลากรทางการศึกษาในทุกสังกัดปฏิบัติหน้าที่อย่างทุ่มเท ก็สามารถเสนอชื่อให้คณะกรรมการคุรุสภาพิจารณา และมีมติอนุมัติให้รางวัลเชิดชูเกียรตินี้ได้ 

“เมื่อพิจารณาจากกรณี น.ส.กาญจนี ใจชื้น หรือ ครูต่าย ครูอัตราจ้าง ของศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดตาก สาขาแม่สอด ที่ได้เข้าช่วยเหลือนักเรียนที่กำลังวิ่งข้ามถนน เป็นเหตุให้ถูกรถจักรยานยนต์พุ่งชน จนได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อวันที่ 8 เมษายน และได้เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลแม่สอด และได้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 13 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งที่ประชุมเห็นว่า ครูต่าย ควรได้รับการช่วยเหลือ ยกย่อง เชิดชูเกียรติและประกาศเกียรติคุณให้ได้รับ “รางวัลครูถิรคุณ” ผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ มีจิตวิญญาณครู และเป็นผู้มีอุดมการณ์ในวิชาชีพครู  ต่อไปคุรุสภาจะจัดทำหลักเกณฑ์ และวิธีการประกาศเกียรติคุณยกย่องครูผู้เสียสละ และมีอุดมการณ์ในวิชาชีพ เพื่อรับ “รางวัลครูถิรคุณ” โดยมอบให้แก่ น.ส.กาญจนี ใจชื้น (ครูต่าย) ครูอัตราจ้าง ของศูนย์การศึกษาพิเศษประจำ จ.ตาก สาขาแม่สอด เป็นครั้งแรก” น.ส.ตรีนุช กล่าว 

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแต่งตั้ง นายบูรพาทิศ พลอยสุวรรณ์ และ นางอรสา ภาววิมล ให้ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการคุรุสภา โดยทั้ง 2 ราย มีวาระการดำรงตำแหน่งเท่ากับวาระการดำรงตำแหน่งของ นายประวิต เอราวรรณ์  รักษาการเลขาธิการคุรุสภา ดังนั้น เมื่อนายประวิต พ้นตำแหน่งไป ก็จะทำการสรรหารองเลขาธิการคุรุสภาขึ้นใหม่ด้วย อย่างไรก็ตาม ในการประชุมครั้งนี้ ยังไม่ได้หารือถือเรื่องหลักเกณฑ์การสรรหาเลขาธิการคุรุสภา เพราะขณะนี้หลักเกณฑ์ดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการจัดทำ จึงยังไม่ได้มีการหารือเรื่องนี้ในที่ประชุม

‘บอร์ด ก.ค.ศ.’เห็นชอบร่างหลักเกณฑ์เฟ้น ‘ผอ.-รอง ผอ.เขตพื้นที่ฯ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/650213

‘บอร์ด ก.ค.ศ.’เห็นชอบร่างหลักเกณฑ์เฟ้น ‘ผอ.-รอง ผอ.เขตพื้นที่ฯ’

วันพฤหัสบดี ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2565, 14.32 น.

“บอร์ด ก.ค.ศ. “ เห็นชอบเปลี่ยนเกณฑ์คัดเลือก ผอ.-รองผอ.สพท. สพฐ.เตรียมประกาศหลักเกณฑ์และเปิดรับสมัคร มิ.ย.นี้  

วันที่ 28 เมษายน 2565  น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 4/2565 ว่า ที่ประชุมเห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และตำแหน่งรองผู้อำนวยการ สพท. สังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สืบเนื่องจาก ก.ค.ศ. ได้กำหนดมาตรฐานตำแหน่งของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาใหม่ และมีผลบังคับใช้ทันที ส่งผลให้คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งของตำแหน่งต่างๆ ในแต่ละสายงานเปลี่ยนไป ประกอบกับบริบทปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไป ก.ค.ศ. จึงดำเนินการปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกฯ ให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับสภาพบริบทในปัจจุบัน สามารถคัดเลือกผู้อำนวยการ สพท. และรองผู้อำนวยการสพท. ที่มีความรู้ความสามารถ ตรงตามคุณลักษณะงานตามมาตรฐานตำแหน่ง โดยสรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้ หลักเกณฑ์และวิธีการฯที่ปรับปรุงในครั้งนี้ใช้สำหรับการคัดเลือกฯในทุกพื้นที่ โดยกำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือกฯ ให้เป็นไปตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ตามมาตรฐานตำแหน่งฯ ตาม ว 3/2564 และมีบัญชีเดียวไม่แยกเป็นบัญชี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) และ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) ซึ่งผู้บริหารต้องสามารถขับเคลื่อนนโยบายในการบริหารจัดการศึกษาได้ทุกระดับและทุกพื้นที่

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า ส่วนหลักสูตรการคัดเลือก ควรกำหนดให้มี 3 ภาค เช่นเดิม ได้แก่ ภาค ก ความรู้เกี่ยวกับการบริหารงานในหน้าที่ และความสามารถในการวิเคราะห์กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานและการนำไปใช้ ประกอบด้วย 2 วิชา คือ วิชาความรู้เกี่ยวกับการบริหารงานในหน้าที่ และวิชาความสามารถในการวิเคราะห์กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานและการนำไปใช้ ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน ภาค ข ความสามารถทางการบริหาร ตามองค์ประกอบการประเมิน ดังนี้ ประวัติและประสบการณ์ทางการบริหาร และ ผลงาน ภาค ค ความเหมาะสมกับตำแหน่ง ตามองค์ประกอบ ดังนี้ วิสัยทัศน์และแนวทางการพัฒนา เขตพื้นที่การศึกษา สัมภาษณ์ 

ส่วนเกณฑ์การตัดสิน ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกภาค ก ต้องได้คะแนน ไม่ต่ำกว่าร้อยละห้าสิบ จึงจะมีสิทธิเข้ารับการประเมิน ภาค ข และ ภาค ค ผู้ได้รับการคัดเลือกต้องได้คะแนน ภาค ก ภาค ข และ ภาค ค แต่ละภาคไม่ต่ำกว่าร้อยละห้าสิบ และต้องได้คะแนนรวมไม่ต่ำกว่าร้อยละหกสิบ โดยให้นำคะแนนทั้ง 3 ภาค มารวมกัน เพื่อให้ได้ผู้บริหารการศึกษาที่มีคุณภาพ มีความรู้ ความสามารถ ทักษะ มีประสบการณ์ และศักยภาพ สามารถขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาให้มีประสิทธิภาพนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ส่วนการขึ้นบัญชี กำหนดให้มีอายุ 2 ปี การบรรจุและแต่งตั้ง ผู้ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติครบตามมาตรฐานตำแหน่ง และจะต้องประเมินสัมฤทธิผลการปฏิบัติหน้าที่ เป็นระยะเวลา 1 ปี นับแต่วันที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้ง ทั้งนี้การพัฒนาผู้ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งฯ ให้เป็นไปตามที่ส่วนราชการกำหนด

“หลังจากนี้ สพฐ.ก็จะเร่งประกาศหลักเกณฑ์คัดเลือกผู้อำนวยการ สพท. และรองผู้อำนวยการ สพท. ภายในวันที่ 15 พฤษภาคม เปิดรับสมัครภายเดือนมิถุนายน นี้  และต้องเร่งดำเนินการคัดเลือกให้เสร็จภายในเดือนกันยายน เพื่อมาปฏิบัติหน้าที่ทดแทนตำแหน่งที่ว่างกว่า 60 ตำแหน่งในเดือน ต.ค. ต่อไป ทั้งนี้ ที่ประชุมยังเน้นว่าในการคัดเลือกผู้อำนวยการ สพท.และรองผู้อำนวยการ สพท.ให้เพิ่มเรื่องมาตรฐานจริยธรรมเป็นหลัก เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ด้วย  เพราะคนที่ถูกเลือกมาเป็นผู้บริหารระดับสูงแล้ว นอกเหนือจากความสามารถในการบริหารงานก็จะต้องมีจริยธรรมควบคู่ด้วย”  น.ส.ตรีนุช กล่าว 

‘นิด้าโพล’เช็คเรตติ้ง‘ยธ.’ ประชาชนพอใจนโยบายแค่ไหน คาดหวังอะไรบ้าง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/650153

‘นิด้าโพล’เช็คเรตติ้ง‘ยธ.’ ประชาชนพอใจนโยบายแค่ไหน คาดหวังอะไรบ้าง

วันพฤหัสบดี ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2565, 09.35 น.

‘นิด้าโพล’เช็คเรตติ้ง‘ยธ.’ประชาชนพอใจนโยบายแค่ไหน-คาดหวังอะไรบ้าง

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ร่วมกับ สำนักงานกิจการยุติธรรม เผยแพร่ผลการสำรวจเรื่อง “การดำเนินงานด้านกระบวนการยุติธรรมของกระทรวงยุติธรรม” สอบถามความคิดเห็นประชาชนกลุ่มตัวอย่างอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,310 คน ระหว่างวันที่ 3-22 มี.ค. 2565 พบว่า

1.ความพึงพอใจในนโยบายการแก้หนี้และไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือน กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ร้อยละ 50.52 พอใจ รองลงมา ร้อยละ 17.96 เฉยๆ ร้อยละ 15.16 พอใจมาก ร้อยละ 12.91 ไม่ค่อยพอใจ และร้อยละ 3.45 ไม่พอใจอย่างมาก 2.ความพึงพอใจในนโยบายการให้โอกาสผู้ต้องขังกลับคืนสู่สังคมและนิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ร้อยละ 53.48 พอใจ รองลงมา ร้อยละ 17.25 เฉยๆ ร้อยละ 14.44 ไม่ค่อยพอใจ ร้อยละ 10.93 พอใจมาก และร้อยละ 3.90 ไม่พอใจอย่างมาก

3.ความพึงพอใจในนโยบายการช่วยเหลือเยียวยาเหยื่อและผู้เสียหายตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559 กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ร้อยละ 51.53 พอใจ รองลงมา ร้อยละ 21.23 เฉยๆ ร้อยละ 11.85 ไม่ค่อยพอใจ ร้อยละ 11.77 พอใจมาก และร้อยละ 3.62 ไม่พอใจอย่างมาก 4.ความพึงพอใจในนโยบายการปราบปรามยาเสพติดและยึดทรัพย์ตัดเครือข่ายวงจรยาเสพติด กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ร้อยละ 39.88 พอใจ รองลงมา ร้อยละ 21.56 พอใจมาก ร้อยละ 19.09 ไม่ค่อยพอใจ ร้อยละ 10.24 ไม่พอใจอย่างมาก และร้อยละ 9.23 เฉยๆ 

5.ความพึงพอใจในนโยบายการผลักดัน (ร่าง) พ.ร.บ.มาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ. … กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ร้อยละ 46.02 พอใจ รองลงมา ร้อยละ 18.29 ไม่ค่อยพอใจ ร้อยละ16.08 เฉยๆ ร้อยละ 12.47 พอใจมาก และร้อยละ 7.14 ไม่พอใจอย่างมาก 6.ความพึงพอใจในนโยบายการปลดล็อคพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติด กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ร้อยละ 42.80 พอใจ รองลงมา ร้อยละ 26.75 เฉยๆ ร้อยละ12.72 ไม่ค่อยพอใจ ร้อยละ10.95 พอใจมาก และร้อยละ 6.78 ไม่พอใจอย่างมาก 

7.การรับรู้หรือเคยได้ยินงานบริการของกระทรวงยุติธรรม 5 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 การร้องทุกข์ เช่น ผู้เสียหายแชร์ลูกโซ่ ค้ามนุษย์ (กรมสอบสวนคดีพิเศษ-DSI) ร้อยละ 89.92 อันดับ 2 งานบริการสาธารณะของผู้ต้องขัง เช่น การขุดลอกคูคลอง (กรมราชทัณฑ์) ร้อยละ 88.63 อันดับ 3 การแจ้งเบาะแส เช่น คดีแชร์ลูกโซ่ ค้ามนุษย์ (กรมสอบสวนคดีพิเศษ-DSI) ร้อยละ 88.17 อันดับ 4 งานให้บริการติดต่อหรือเยี่ยมผู้ต้องขัง (กรมราชทัณฑ์) ร้อยละ 88.09 และอันดับ 5 งานคุมความประพฤติ เช่น การรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ การฝึกอาชีพ การใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) ในการคุมความประพฤติ (กรมคุมประพฤติ) ร้อยละ 88.02 

และ 8.ความคาดหวังต่อกระทรวงยุติธรรมในการแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชน 5 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1  พัฒนาระบบการบริการของหน่วยงานในกระทรวงยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพ ประชาชนเข้าถึงอย่างเท่าเทียม ร้อยละ 27.46 อันดับ 2 เผยแพร่ความรู้ความเข้าใจด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมให้แก่ประชาชน ร้อยละ 17.42 อันดับ 3 ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด รวมทั้งอาชญากรรมพิเศษให้มีประสิทธิภาพ ร้อยละ 16.40 อันดับ 4 พัฒนาระบบแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดและการช่วยเหลือดูแลผู้พ้นโทษ ร้อยละ 11.61 และอันดับ 5 พัฒนาระบบป้องกันอาชญากรรมเพื่อสร้างความปลอดภัยในสังคม ร้อยละ 8.36

หมายเหตุ : คำถามด้านนโยบายในข้อ 1-6 สำรวจเฉพาะกลุ่มตัวอย่างที่เคยได้ยินนโยบายดังกล่าว