ปิดตำนาน 76 ปี โรงเรียนวรรณวิทย์ ใจกลางสุขุมวิท ยุติการสอนเป็นภาคเรียนสุดท้าย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/630492

ปิดตำนาน 76 ปี โรงเรียนวรรณวิทย์ ใจกลางสุขุมวิท ยุติการสอนเป็นภาคเรียนสุดท้าย

วันเสาร์ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2565, 21.23 น.

วันที่ 22 มกราคม 2565เพจเฟซบุ๊ก “ศิษย์เก่าโรงเรียนวรรณวิทย์” โพสต์ข้อความระบุว่า จะมีการจัดงาน สิ้นเสียงระฆังวรรณวิทย์ ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ นี้ เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ณ โรงเรียนวรรณวิทย์ สุขุมวิทซอย 8

จึงขอเรียนเชิญศิษย์วรรณวิทย์ และเพื่อนศิษย์ทุกท่านร่วมงาน โดยแอดมินเพจยังได้ระบุด้วยว่า ไม่อยากให้ถึงวันนี้ แต่ทุกสิ่งย่อมมีวันสิ้นสุดคุณครู และพวกเราทุกคน ทำทุกอย่างเต็มที่แล้วทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ล้วนมีแต่สิ่งดีๆ ให้น่าจดจำ

สำหรับโรงเรียนวรรณวิทย์ ก่อตั้งโดยหม่อมผิว สุขสวัสดิ์ ณ อยุธยา เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2489 ที่เรือนไม้ชั้นเดียวในซอยสุขุมวิท 4 ถนนสุขุมวิท หรือ ซอยสมาหาร โรงเรียนวรรณวิทย์ ในระยะแรกเริ่มก่อตั้งมีนักเรียนเพียง 7 คนเท่านั้น หม่อมผิว เป็นครูใหญ่เอง สั่งสอนอบรมนักเรียนเองด้วย โดยมีความมุ่งมั่นที่จะให้เป็นสถานศึกษา ที่ให้ทั้งวิชาความรู้ รวมทั้งอบรมสั่งสอนศิลธรรม จรรยา ขนบประเพณี และพลศึกษาไปด้วย ปัจจุบันมีหม่อมราชวงศ์รุจีสมร สุขสวัสดิ์ อายุ 101 ปี เป็นครูใหญ่

‘ตรีนุช’เปิดโครงการ ‘อาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ’ วก.ป่าซาง ระยะแรกรับ 5,200 คน 87 วิทยาลัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/630439

'ตรีนุช'เปิดโครงการ 'อาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ' วก.ป่าซาง ระยะแรกรับ 5,200 คน 87 วิทยาลัย

วันเสาร์ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2565, 17.37 น.

“ตรีนุช” เปิดโครงการ “อาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ” วก.ป่าซาง ระยะแรกรับ 5,200 คน 87 วิทยาลัยทั่วประเทศ 

วันที่ 22 มกราคม 2565 ที่วิทยาลัยการอาชีพ(วก.)ป่าซาง จ.ลำพูน น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานเปิดโครงการ “สร้างโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชน เพื่อผลิตกำลังคนของประเทศ” (อาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ) และพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ดึงเด็กยากจนเข้าสู่ระบบการศึกษา 

น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า โครงการนี้เป็นกิจกรรมต่อเนื่องกับโครงการ “พาน้องกลับมาเรียน” โดยมีวัตถุประสงค์ในการสร้างโอกาสทางการศึกษา และการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ เพื่อให้ผู้ที่จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นที่ขาดโอกาสทางการศึกษาได้เข้าศึกษาต่อในสายอาชีพ ตามนโยบาย ศธ. ที่จะลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ในการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียนที่ตกหล่น จากระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานภาคบังคับ ได้เรียนต่อ 100% ซึ่งเป็นการผนึกกำลังบูรณาการในการทำงานร่วมกันของ 4 หน่วยงานหลัก ได้แก่ สอศ. สพฐ. สช. และ กศน. ซึ่งรับผิดชอบกำกับดูแลเกี่ยวกับการศึกษาของเด็กนักเรียนโดยตรง 

“โครงการนี้ ทาง สอศ.ได้จัดเตรียมงบประมาณสำหรับปีการศึกษา 2565 ไว้แล้ว โดยสามารถให้การสนับสนุนน้อง ๆ ที่สนใจเข้าเรียนทางสายอาชีพในระดับประกาศณียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จำนวน 5,200 คน ในวิทยาลัยการอาชีพ และวิทยาลัยเกษตร จำนวน 87 แห่ง โดยเป็นการเรียนฟรี และมีที่พักมาตรฐานให้พักฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายตลอดระยะเวลา 3 ปีของการเรียน อีกทั้งยังสนับสนุนให้น้อง ๆ มีรายได้ผ่านการจัดทำโครงการหารายได้ระหว่างเรียน รวมถึงการหาแหล่งงานให้ทำภายหลังจบการศึกษาอีกด้วย คาดหมายว่าตลอด 10 ปีของโครงการ จะรับได้จำนวน 8 รุ่น มีน้องๆเข้าร่วมโครงการ ประมาณ 110,000 คน และภายใต้การดูแลของวิทยาลัยอาชีวศึกษาทั่วประเทศใน 77 จังหวัด รวม 169 แห่ง” น.ส.ตรีนุช กล่าว 

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า ในปีการศึกษา 2565 จะเปิดทุกสาขาวิชาในระดับ ปวช. ที่สถานศึกษานั้นเปิดทำการสอน โดยจะเน้นให้ความสำคัญในภาคปฏิบัติ ส่วนวิชาสามัญที่เป็นพื้นฐานในการเรียนยังคงมีอยู่ แต่จะบูรณาการเข้ากับการเรียนเนื้อหาทางวิชาชีพ ในทางปฏิบัติ ซึ่ง สอศ.จะประสานกับ สพฐ.เพื่อสำรวจนักเรียนที่กำลังจะจบการศึกษาชั้น ม.3 ที่มีความประสงค์ในการเรียนต่อทางด้านสายอาชีพ แต่ครอบครัวขาดทุนทรัพย์ในการสนับสนุน ซึ่งเป็นเด็กกลุ่มเป้าหมายหนึ่งในการลดความเหลื่อมล้ำ และป้องกันเด็กตกหล่นจากระบบการศึกษา ให้เข้ามารับการศึกษาสายอาชีพแทน 

ทั้งนี้ หลังเป็นประธานพิธีฯ น.ส.ตรีนุช ได้เดินตรวจดูความพร้อมของหอพักหญิง สำหรับผู้ที่จะเข้าเรียนในโครงการ “อาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ” ของวิทยาลัยการอาชีพป่าซาง ด้วย

สำหรับจำนวน 87 สถานศึกษาที่เปิดรับนักเรียนที่จบมัธยมศึกษาตอนต้น ในระยะแรก ประกอบด้วย วิทยาลัยเทคนิค 1 แห่งวิทยาลัยการอาชีพ 39 แห่ง วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี 47 แห่ง แยกเป็นภูมิภาค ประกอบด้วย ภาคเหนือ 26 แห่ง ภาคกลาง 19 แห่ง ภาคใต้ 19 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 18 แห่งภาคตะวันออกและ กทม. 5 แห่ง

ด้านนายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) ได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานตามนโยบาย ศธ. ภายใต้โครงการ “อาชีวะสร้างโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชน เพื่อผลิตกำลังคนของประเทศ” หรือ “อาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ” โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 ปีการศึกษา 2565 ได้คัดเลือกสถานศึกษาที่มีความพร้อมในการรับผู้เรียนเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 87 แห่ง ทั่วประเทศ โดยสามารถรับปริมาณนักเรียนเข้าร่วมโครงการฯ ได้จำนวน 5,200 คน ส่วนระยะที่ 2 ตั้งแต่ปีการศึกษา 2566-2574 เพิ่มสถานศึกษาที่มีความพร้อมในการรับผู้เรียนเข้าร่วมโครงการฯรวมทั้งสิ้น 169 แห่ง ทั่วประเทศ โดยจะสามารถสร้างโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชนรวมทั้งสิ้น 116,000 คน 

เลขาธิการ สอศ.กล่าวต่อว่า โครงการ “อาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ” เป็นการสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษาทุกช่วงวัย ตลอดจนส่งเสริมสนับสนุน พัฒนาศักยภาพกำลังคน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน รวมทั้งปลูกฝังค่านิยมด้านคุณธรรม จริยธรรม ให้แก่นักเรียนสายอาชีพ ที่มีฐานะยากจนขาดโอกาสทางการศึกษา ในพื้นที่ห่างไกล ให้ได้รับการสนับสนุนทางด้านการศึกษา มีทักษะวิชาชีพ สามารถทำงานประกอบอาชีพได้ ทั้งยังช่วยเพิ่มปริมาณผู้เรียน สร้างทางเลือกสำหรับผู้เรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นที่มีความสนใจในการเรียนต่อสายอาชีพเข้าสู่การศึกษาระดับอาชีวศึกษา 

“เด็กกลุ่มเป้าหมายที่จะเข้าร่วมโครงการ มี 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรก เป็นเด็กที่ตกหล่นจากระบบการศึกษาไปแล้ว ที่ จบ ม.3 แล้วไม่ได้เรียนต่อ หรือที่ตกค้างมาหลายปี สามารถเข้ามาเรียนในโครงการนี้ได้ทั้งการศึกษานอกระบบและการศึกษาปกติ และกลุ่มที่ 2 คือ กลุ่มที่กำลังจะจบ ม.3 ซึ่ง เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เด็กกลุ่มนี้ตกหล่นจากระบบการศึกษา เนื่องจากวิเคราะห์แล้วพบว่ามีเด็กที่คาดว่าจะตกหล่นจากระบบการศึกษาด้วยสาเหตุหลักคือเรื่องของฐานะทางครอบครัวที่ยากจน และความไม่พร้อมในการศึกษา ถึงแม้จะมีโครงการเรียนฟรี 15 ปี แต่ยังมีเรื่องของค่าใช้จ่ายในการเรียน ทั้งค่าอาหาร ค่าที่พักและค่าใช้จ่ายอื่นอีก แต่โครงการนี้จะมีทั้งหอพักให้อยู่ฟรี มีอาหารเลี้ยง 3 มื้อ และยังให้เด็กทำงานหารายได้ระหว่างเรียนอีกด้วย “นายสุเทพ กล่าว 

ขณะที่ นายธีรศักดิ์ อรุณวัชรพันธ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพป่าซาง จ.ลำพูน กล่าวว่า วิทยาลัยการอาชีพป่าซาง เน้นบริหารจัดการศึกษา ภายใต้แนวคิด “การอาชีพ…เพื่อชุมชน” ที่ต้องการส่งเสริมให้เด็กที่มีต้นทุนชีวิตไม่มาก ได้มีโอกาสเข้าศึกษาต่อสายอาชีพ ซึ่งผู้เรียนส่วนใหญ่ เป็นชนเผ่าชาติพันธุ์ต่าง ๆ เช่น ม้ง อาข่า กะเหรี่ยง จากดอยสูงสู่การเรียนรู้ 7 สาขาวิชาอาชีพ ส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆในศาสตร์ที่ผู้เรียนมีความสนใจ 

“วิทยาลัยการอาขีพป่าซาง เป็นหนึ่งสถานที่ในระยะแรก ที่เปิดโครงการ “อาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ”  ขอให้ผู้ปกครองวางใจและเชื่อมั่นในระบบการบริหารจัดการ หอพักวิทยาลัยฯ ทั้งความปลอดภัยและการเอาใจใส่ของครูพี่เลี้ยง ตลอดจนเสริมสร้างคุณภาพชีวิตในทุกมิติ เพื่อให้พวกเขาเป็นคนดี คนเก่ง อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ปัจจุบันมีผู้เรียน กว่า 150 คน ที่ได้มีโอกาสศึกษาต่อ  และพักอาศัยในหอพักหญิง และหอพักชาย ของวิทยาลัยฯ เราอยากทำให้เป็น “วิทยาลัยแห่งนวัตกรรมและความสุข” นายธีรศักดิ์ กล่าว 
  

‘ตรีนุช’ปัดยังไม่เห็นหนังสือลาออกของ ‘ธนพร’ เตรียมประชุมบอร์ด สกสค.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/630435

'ตรีนุช'ปัดยังไม่เห็นหนังสือลาออกของ 'ธนพร' เตรียมประชุมบอร์ด สกสค.

วันเสาร์ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2565, 17.35 น.

วันที่ 22 มกราคม 2565 ที่วิทยาลัยการอาชีพป่าซาง จ.ลำพูน น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยกรณี นายธรพร สมศรี เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) แถลงลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการ สกสค.ว่า ตนยังไม่ได้รับหนังสือลาออกอย่างเป็นทางการ เห็นแต่อยู่ในระบบ  ซึ่งเรื่องนี้ตนจะนำเข้าบอร์ด สกสค.พิจารณาร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้ออกมาเป็นมติอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ ต้องยึดสัญญาจ้าง และกฎหมายต่างๆที่เกี่ยวข้อง ส่วนที่นายธนพรบอกว่าลาออกแล้ว ตามสัญญาต้อง

หลวงปู่’ติช นัท ฮันห์’ผู้นำจิตวิญญาณชาวเวียดนาม มรณภาพในวัย95ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/630365

หลวงปู่'ติช นัท ฮันห์'ผู้นำจิตวิญญาณชาวเวียดนาม มรณภาพในวัย95ปี

วันเสาร์ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2565, 09.10 น.

22 มกราคม 2564  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทวิตเตอร์ทางการของติช นัท ฮันห์ แจ้งว่า “ชุมชนหมู่บ้านพลัมนานาชาติแห่งพุทธศาสนาสัมพันธ์ของประกาศว่า อาจารย์ติช นัท ฮันห์ ผู้เป็นที่รักของเรา มรณภาพแล้วอย่างสงบที่วัดตื่อเฮี้ยว ในเมืองเว้ของเวียนาม เมื่อเวลาเที่ยงคืน วันที่ 22 ม.ค.2022 ในวัย 95 ปี”

สำหรับ ติช นัท ฮันห์ ชื่อเดิมคือ เหวียน ซวน เบ่า เกิดเมื่อปี 1926 (พ.ศ.2463) บวชเป็นสงฆ์ในช่วงที่โฮจิมินห์ เป็นผู้นำปลดปล่อยเวียดนามออกจากเจ้าอาณานิคมฝรั่งเศส

ติช นัท ฮันห์ เป็น นักบวชผู้พูดได้ถึง 7 ภาษารายนี้ เคยบรรยายที่มหาวิทยาลัยพรินซ์ตันและโคลัมเบียในสหรัฐช่วงต้นทศวรรษ 60 จากนั้นกลับเวียดนามในปี 1963 (พ.ศ.2506) เพื่อร่วมกับพระสงฆ์พุทธฝ่ายค้านที่กำลังต่อต้านสงครามเวียดนามมากขึ้นทุกขณะถึงขนาดที่พระสงฆ์หลายรูปประท้วงพลีชีพ

“ข้าพเจ้าเห็นคอมมิวนิสต์และฝ่ายต่อต้านคอมมิวนิสต์ฆ่าและทำลายล้างกันเอง เพราะต่างฝ่ายต่างเชื่อว่าพวกเขาผูกขาดความจริงเพียงฝ่ายเดียว เสียงของข้าพเจ้าถูกกลบด้วยระเบิด ปืนครก และเสียงตะโกนก้อง” ติช นัท ฮันห์เขียนไว้ในปี 2518

ขณะที่เพจ Thai Plum Village ได้โพสต์ข้อความระบุว่า เราขอเชื้อเชิญครอบครัวทางจิตวิญญาณทั่วโลกได้หยุดใช้ชั่วเวลาสักครู่ในความสงบ และกลับคืนสู่ลมหายใจแห่งสติ เพื่อที่เราจะได้โอบรับหลวงปู่ไว้ในหัวใจ ในสันติและความสำนึกคุณด้วยความรักต่อทุกสิ่งที่ท่านได้มอบให้ไว้ในโลก

‘ธนพร’ไขก๊อกเลขาฯสกสค. หลังปมค้านเกณฑ์ประเมินยืดเยื้อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/630274

‘ธนพร’ไขก๊อกเลขาฯสกสค. หลังปมค้านเกณฑ์ประเมินยืดเยื้อ

วันศุกร์ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2565, 17.24 น.

‘ธนพร’ไขก๊อกเลขาฯสกสค. หลังปมค้านเกณฑ์ประเมินยืดเยื้อ

เมื่อเวลา 16.20 น.วันที่ 21 มกราคม 2565 นายธนพร สมศรี เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.)​ โพสต์คลิปวิดีโอผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เปิดเผยว่า จากที่ตนได้ยืนยันว่าจะไม่ร่วมสังฆกรรมกับกระบวนการประเมินผลงานของเลขาธิการ สกสค.รอบปีงบประมาณ 2564 ซึ่งมีเส้นตายเมื่อต้นเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ทั้งที่ได้จัดทำผลงานประเมินทั้ง 7 เล่มไว้เสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ที่ไม่ได้ส่งตามกำหนดเนื่องจากเกณฑ์ประเมินที่ไม่เป็นธรรม และได้ร้องขอความเป็นธรรมต่อนายกรัฐมนตรี และยังไม่ได้รับการพิจารณาค้างไว้อยู่ โดยขณะนี้คณะกรรมการประเมินฯก็ได้แจ้งต่อคณะกรรมการ สกสค. (บอร์ด ​สกสค.) ว่า ตนไม่ส่งผลงานเพื่อให้บอร์ด​พิจารณา​ แต่จนวันนี้คือวันที่ 21 ม.ค.65 ผ่านมากว่าครึ่งเดือน ก็ยังไม่มีการพิจารณา​จากบอร์ด​เลย ซึ่งตนทราบเหตุผลลึกๆว่า เป็นเพราะอะไร

“คงจะ​เป็นเรื่อง​ยาก หากบอร์ด สกสค.​บางท่านที่เป็นถึงข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ยังมีคุณธรรมอยู่จะไปใช้เหตุที่ผมไม่ส่งผลงานประเมิน เพราะยังค้านเกณฑ์​ประเมินที่ไม่ถูกต้องจนถึงขนาดต้องร้องขอความเป็นธรรมต่อท่าน​นายก​รัฐมนตรี​อยู่นั้น มาเป็นเหตุพิจารณา​ว่าผมผิดสัญญา​จ้างแล้วจะเลิกจ้างผมได้ลง” นายธนพร ระบุ

นายธนพร กล่าวต่อว่า แต่​ผู้มีอำนาจก็ยังมีเครื่องมืออื่นอีก คือ การพิจารณา​แผนการปฏิบัติงานของเลขาธิการ สกสค.ในปี 65 ซึ่งตามสัญญา​จ้าง หากบอร์ด สกสค.​ไม่อ​นุมัติ​ให้แผนปี 65 ผ่าน 2 ครั้ง​ สามารถ​ใช้เป็นเหตุเลิกจ้างตนได้เช่นกัน ซึ่งขอตั้งข้อสังเกตว่า ตนได้ส่งแผนปี 65 ตามสัญญา​จ้างให้บอร์ด​พิจารณา​ตั้งแต่เมื่อ 30 ส.ค.64 คือก่อนเริ่มปีงบประมาณ 2565 ราว 30 วัน แต่บอร์ด สกสค.​เพิ่งจะขุดเอาเรื่องแผนปฏิบัติงานของเลขาธิการ สกสค.ขึ้นมาพิจารณา​ในช่วงที่ตนค้านเกณฑ์และไม่เข้าร่วมการประเมินผลงาน

“แผนงานปี 65 ของผมที่ บอร์ด ​สกสค. บอกว่าไม่ผ่าน เมื่อวันที่​ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นครั้งที่ 1 และมีเส้นตายว่า ผมต้องส่งแผนให้บอร์ด​พิจารณาครั้งสุดท้าย​คือวันนี้ (21 ม.ค.) คงไม่ต้องถามว่า ถ้าผมส่งแผนงานปี 65 อีกครั้งผลจะออกมาเป็นอย่างไร เพราะถ้าบอร์ดไม่ให้ผ่านอีก ก็สามารถ​เลิกจ้างผมได้” เลขาธิการ สกสค.กล่าว

นายธนพร กล่าวอีกว่า ที่น่าสังเวชใจคือ วันนี้วันที่ 21 ม.ค.65 ซึ่งปีงบประมาณ 2565 เริ่มตั้งแต่ 1 ต.ค.64 ผ่านมากว่า 4 เดือนแล้ว แผนการทำงานของเลขาธิการ สกสค.ที่จะใช้ในการขับเคลื่อนองค์กรตามปีงบประมาณเพิ่งถูกขุดขึ้นมาพิจารณา​ และจำเป็นต้องเน้นย้ำให้สังคมทราบด้วยว่า เจตนารมณ์ที่แท้จริงของการประเมินผลงาน หรือการพิจารณาแผนปฏิบัติงานในอนาคต มีไว้เพื่อปรับปรุงและพัฒนางานของผู้บริหารในเชิงสร้างสรรค์​ ไม่ใช่มีไว้ใช้เป็นเครื่องมือที่จะทำให้ใครต้องพ้นจากตำแหน่งแต่อย่างใด สิ่งที่เกิดขึ้นกับตนคงเพียงพอที่จะเป็นหลักฐานยืนยันว่า มีอำนาจเหนือระบบราชการ ที่ไม่ได้ต้องการให้ตนอยู่ในตำแหน่งนี้ต่อไป และหากตนยังยื้อต่อไปจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อองค์กร สกสค.ที่ตนรัก เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องเหล่านี้ขึ้น งานและโครงการพัฒนาต่างๆเมื่อนำเข้าประชุมบอร์ดหลายต่อหลายครั้งแต่ไม่ได้พิจารณา​เลย แม้แต่การใช้งบประมาณของปี 65 ก็ยังอนุมัติแค่กรอบวงเงิน ยังไม่สามารถดำเนินการตามปกติได้

“วันนี้ผมจึงตัดสินใจแล้วว่า ผมจะเสียสละตนเอง ด้วยการลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการ สกสค. เพื่อให้องค์กรที่ผมรักเดินหน้าต่อไปได้” นายธนพร กล่าว

นายธนพร กล่าวด้วยว่า ตามสัญญาจ้างเลขาธิการ สกสค.นั้นได้ระบุไว้ว่า หากมีการลาออกก่อนครบวาระ จะมีผลในอีก 90 วัน ก็ขอยืนยันว่า เวลาที่เหลืออยู่จะมุ่งมั่นทุ่มเทการทำงานให้กับ สกสค.อย่างสุดความสามารถ ตามปณิธานที่ตั้งไว้ตั้งแต่รับตำแหน่ง และหวังว่า บอร์ด สกสค.จะสนับสนุนการดำเนินแผนงานและยุทธศาสตร์ต่างๆด้วย ทั้งนี้ หลังเสร็จสิ้นภารกิจกับ สกสค.แล้ว ตนจะฝากข้อมูลผลงาน และแผนงานต่างๆที่วางไว้ให้ สกสค. ในระบบฐานข้อมูลของ สกสค. อย่างน้อยๆผู้ที่จะมาทำงานต่อจากตน จะสามารถนำสิ่งดีๆเหล่านี้ไปต่อยอดและพัฒนาเพื่อครูและบุคลากรทางการศึกษาต่อไปด้วย

“ผมทำงานที่ สกสค.ตั้งแต่ปี 2562 จนปัจจุบัน​ปี 2565 ได้สัมผัสรับรู้​หัวใจที่มีความรัก องค์กร และตั้งใจทำงานของทุกคนใน สกสค. ผมขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมแรงร่วมใจกันทำงาน มาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ขอให้กรณีของผมเป็นกรณีสุดท้ายที่เป็นเหยื่อของอำนาจที่อยู่เหนือระบบราชการ ซึ่งขาดธรรมาภิบาล และปลุกให้สังคมได้ตื่นขึ้น ทั้งนี้ผมขอยืนยันจะเดินหน้าต่อไปในบทบาทการทำงานเพื่อส่วนรวม เพื่อครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อปฏิรูปอำนาจที่อยู่เหนือระบบราชการ และผมจะสู้ต่อไปเพื่อพัฒนาให้สังคมไทยสร้างสรรค์” นายธนพร กล่าวในที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเย็นวันเดียวกัน นายธนพรได้เรียกประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงาน สกสค. เพื่อแจ้งข่าวการตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งให้ทราบ และยืนยันว่าในห้วงเวลาที่เหลือก่อนการลาออกจะมีผลในอีก 90 วัน จะมุ่งมั่นทุ่มเทการทำงานให้กับ สกสค.อย่างสุดความสามารถ และขอความร่วมมือบุคลากรของ สกสค.ในการร่วมกันพัฒนาปฏิรูปองค์กร สกสค.ต่อไป ซึ่งผู้บริหารระดับสูงของสำนักงาน สกสค. ต่างแสดงความเห็นใจและให้กำลังใจนายธนพรอย่างอบอุ่น แต่ก็เข้าใจเหตุผลที่นายธนพร ต้องตัดสินใจลาออก

‘ตรีนุช’เล็งตั้งขรก.ปฏิบัติหน้าที่เลขาฯคุรุสภาแทน‘ดิศกุล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/630273

‘ตรีนุช’เล็งตั้งขรก.ปฏิบัติหน้าที่เลขาฯคุรุสภาแทน‘ดิศกุล’

วันศุกร์ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2565, 17.19 น.

“ตรีนุช” เล็งตั้งข้าราชการปฏิบัติหน้าที่เลขาฯคุรุสภา หลังเลิกจ้าง “ดิศกุล” เหตุประเมินผลงานไม่ผ่านเกณฑ์ ด้าน “ดิศกุล” ยอมรับพลาดเอง “ซื่อโดยเจตนา”

21 มกราคม 2565 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆนี้ ตนในฐานะประธานกรรมการคุรุสภาได้ลงนามในหนังสือบอกเลิกสัญญาจ้าง นายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการคุรุสภา สืบเนื่องจากที่ประชุมคณะกรรมการคุรุสภา เมื่อวันที่ 18 ม.ค.65 ได้พิจารณาผลการประเมินผลงานและการประเมินผลสัมฤทธิ์การปฏิบัติงานของนายดิศกุล ในรอบปีงบประมาณ พ.ศ.2564 แล้วมีมติ เห็นชอบผลการประเมินตามที่คณะอนุกรรมการประเมินเสนอฯ โดยเห็นว่าผลการประเมินรอบปีงบฯ 2564 เป็นการประเมินครอบคลุมการปฏิบัติงาน แสดงถึงประสิทธิภาพและประสิทธิผลการปฏิบัติงานของเลขาธิการคุรุสภา และปรากฏผลการประเมินได้คะแนนร้อยละ 59.65 ไม่ผ่านเกณฑ์การตัดสินที่ต้องผ่านร้อยละ 75 จึงถือได้ว่าไม่ผ่านการประเมินตามสัญญาจ้างเลขที่ 2/2563 เป็นเหตุให้คณะกรรมการคุรุสภาบอกเลิกสัญญาจ้างนายดิศกุล และได้ส่งหนังสือแจ้งซึ่งนายดิศกุลก็ได้รับทราบแล้ว

นางสาวตรีนุช กล่าวด้วยว่า บอร์ดคุรุสภาได้ใช้ระยะเวลากว่า 3 เดือนในการพิจารณาผลการประเมินผลงานและการประเมินผลสัมฤทธิ์การปฏิบัติงานของนายดิศกุล อย่างครอบคลุมรอบด้าน ทั้งจากเอกสารที่เจ้าตัวเสนอมา การสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้อง และบุคลากรในสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา จนกระทั่งมีมติดังกล่าวออกมา อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การปฏิบัติงานของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา รวมทั้งการดำเนินงานของคณะกรรมการคุรุสภาไม่สะดุด และเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตนจะอาศัยอำนาจตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 7/2558 เรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการคุรุสภา คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา และคณะกรรมการบริหารองค์การค้าของสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริม สวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ข้อ 6 ที่ระบุว่าในระหว่างที่เลขาธิการคุรุสภา หยุดการปฏิบัติหน้าที่ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พิจารณามอบหมายให้รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ หรือข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการ ในระดับเดียวกันขึ้นไปปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อน

“ในสัปดาห์หน้า ดิฉันจะมีคำสั่งมอบหมายให้ข้าราชการ ซึ่งมีความรู้ ความสามารถ เชี่ยวชาญด้านวิชาชีพครู และเข้าใจผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา มาปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภาไปพลางก่อน ขณะเดียวกัน คณะกรรมการคุรุสภา ก็จะดำเนินการสรรหาเลขาธิการคุรุสภาต่อไป” รมว.ศธ. กล่าว

ด้านนายดิศกุล กล่าวว่า เมื่อเห็นหนังสือบอกเลิกสัญญาจ้าง ก็ได้หยุดปฏิบัติงานทันที ตนมองว่าเกณฑ์การประเมินฯที่ตั้งไว้ว่าต้องผ่านที่ร้อยละ 75 ซึ่งเป็นไปไม่ได้ จึงยอมรับว่าพลาดเองที่เซ็นรับทราบเกณฑ์การประเมินไป เพราะเราเป็นข้าราชการนับถือผู้บังคับบัญชา เมื่อผู้บังคับบัญชาเอาเกณฑ์ประเมินมาให้ จึงต้องเซ็นรับไว้ก่อน แต่เมื่อตนยื่นอุทธรณ์ขอยกเว้นการประเมินบางตัวที่ไม่สามารถวัดความเที่ยงตรงได้ เช่น การจัดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ที่กำหนดไว้ว่าใน 1 ปี ต้องจัดสอบ 2 ครั้ง แต่ในความจริงแล้วจัดสอบได้ครั้งเดียว เพราะคณะกรรมการคุรุสภา และคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) ตกลงกันไม่ได้ว่าควรจะสอบวิชาเอกหรือไม่ จึงทำให้การจัดสอบล่าช้า ทำให้ไม่สามารถจัดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ครั้งที่ 2 ได้ทัน ซึ่งเรื่องนี้จะกระทบการประเมินข้ออื่นๆด้วย แต่คณะกรรมการประเมินฯไม่รับพิจารณา และอ้างว่าตนเซ็นรับทราบไปแล้ว

“ผมถือว่าผมเป็นคนพลาดเองที่ซื่อโดยเจตนา เพราะได้เซ็นยอมรับเกณฑ์การประเมินไปแล้ว ถือเป็นการเอากฎหมายมาฆ่ากัน แต่ผมมองว่าผมไม่แพ้ในการทำงาน เพราะสังคมรับรู้อยู่แล้วว่าผมเป็นคนอย่างไร ทำงานอย่างไร มีหลักฐานการทำงานที่เป็นผลประจักษ์ ส่วนจะดำเนินการทางกฎหมายหรือไม่ ก็ขอให้สังคมเป็นผู้พิจารณาตัดสินดีกว่า” นายดิศกุล กล่าว

ขณะที่ ดร.บัณฑิตย์ ศรีพุทธางกูร ประธานคณะกรรมการประเมินผลการปฏิบัติงานของเลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า เลขาธิการคุรุสภาได้ส่งผลงานการปฏิบัติงานมาให้คณะกรรมการประเมินผลงาน ซึ่งคณะกรรมการก็ได้ประเมินแล้วเห็นว่า บางเรื่องเลขาธิการคุรุสภา ไม่สามารถดำเนินการให้สำเร็จได้ ซึ่ง ดร.ดิศกุล ยอมรับว่าบางเรื่องไม่สามารถดำเนินการได้ เนื้องจากสถานการณ์ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 2019 ดังนั้นผลการประเมินจึงไม่ผ่านตามวัตถุประสงค์ของหลักเกณฑ์ที่วางไว้

ม.รังสิต ประกาศเกียรติคุณ ‘วิเชียร ชิณวงษ์’ วีรบุรุษแห่งทุ่งใหญ่นเรศวรฯ รับรางวัลสุริยเทพทองคำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/630196

ม.รังสิต ประกาศเกียรติคุณ 'วิเชียร ชิณวงษ์' วีรบุรุษแห่งทุ่งใหญ่นเรศวรฯ รับรางวัลสุริยเทพทองคำ

วันศุกร์ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2565, 14.23 น.

วันที่ 21 มกราคม 2564 ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์เพซบุ๊ก ระบุว่า คำประกาศเกียรติคุณ
วิเชียร ชิณวงษ์
รางวัลสุริยเทพทองคำ
ในพิธีประสาทปริญญามหาวิทยาลัยรังสิต
ประจำปี 2564
ภาคเช้า 9.00 น วันที่ 23 มกราคม 2565

วิเชียร ชิณวงษ์ วีรบุรุษแห่งทุ่งใหญ่นเรศวรฯ ผู้ที่ได้รับการยกย่องกรณีนำเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมนายทุนใหญ่และพวก ขณะกำลังลักลอบล่าสัตว์ป่าสงวนและฆ่าเสือดำ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๑ ที่ผ่านมา

การเข้าจับกุมในครั้งนี้แม้ว่าจะได้รับความกดดันจากหลายฝ่าย ในฐานะตัวแทนของผู้กล้าและด้วยจิตวิญญาณของข้าราชการที่ดี ไม่ยอมรับสินบน ทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์สุจริต เพื่อรักษากฎหมายและชีวิตของสัตว์ป่าไทย จึงไม่เกรงกลัวต่ออิทธิพลใดๆ จนนำมาสู่การจับกุมหนึ่งในมหาเศรษฐีของประเทศไทยที่กระทำความผิดต่อคดีดังกล่าวในที่สุด

ปัจจุบัน วิเชียร ชิณวงษ์ มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยบางทรายตอนบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร (ศูนย์ปฏิบัติการพัฒนาฟื้นฟูวิจัยป่าต้นน้ำเหนือ อ่างเก็บน้ำห้วยตาเปอะ) และยังคงทำงานดูแลธรรมชาติตามเดิม

มหาวิทยาลัยรังสิต พิจารณาแล้วเห็นว่า ด้วยคุณงามความดี ยึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรมในการทำงานของ วิเชียร ชิณวงษ์ ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างยิ่งต่อบ้านเมือง

ทั้งยังเป็นแบบอย่างที่ดีต่อนักศึกษาและบุคลากรของมหาวิทยาลัยรังสิต ตลอดจนบุคคลภายในชาติ

จึงสมควรได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติให้รับ รางวัลสุริยเทพทองคำ ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๔

‘ตรีนุช’ร่วมงานรําลึกคุรุวีรชนชายแดนใต้ ครั้งที่ 12 เติมเต็มให้เข้าถึงโอกาสไม่แพ้ภาคอื่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/630047

'ตรีนุช'ร่วมงานรําลึกคุรุวีรชนชายแดนใต้ ครั้งที่ 12 เติมเต็มให้เข้าถึงโอกาสไม่แพ้ภาคอื่น

วันพฤหัสบดี ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2565, 19.12 น.

เสมา 1 เปิดงานรําลึกคุรุวีรชนชายแดนใต้ ครั้งที่ 12 ลั่นเติมเต็มให้พี่น้องในจังหวัดชายแดนใต้เข้าถึงโอกาสได้ไม่แพ้ภูมิภาคอื่น ย้ำครูต้องเปลี่ยนจาก “ผู้สอน” เป็น “ผู้อำนวยการเรียนรู้” ทำให้สังคม เป็น “ห้องเรียนชีวิต”

วันนี้ (20 ม.ค.) ที่โรงแรมเซาท์เทิร์นวิวปัตตานี จังหวัดปัตตานี มีพิธีคารวะอนุสรณ์สถานคุรุวีรชนชายแดนใต้ โดยมีนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานในพิธี นายสุทธิชัย จรูญเนตร ที่ปรึกษา รมว.ศธ., นายณรงค์ ดูดิง ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ,นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) , พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และ นายนิพันธ์ บุญหลวง ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี  ร่วมพิธี

โดยนางสาวตรีนุช เทียนทอง กล่าวตอนหนึ่งในการเป็นประธานเปิดงานรำลึกคุรุวีรชนชายแดนใต้ ครั้งที่ 12 ว่า สมาพันธ์ครูจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมกับ หน่วยงานทางการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้จัด งานรำลึกคุรุวีรชนชายแดนใต้ ครั้งที่ 12 ขึ้น เพื่อระลึกถึง คุณงามความดี และ ความเสียสละ ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ นับตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา รวมทั้งสิ้น 183 ราย ซึ่งตนได้มีโอกาสรับฟัง และติดตามสถานการณ์การจัดการเรียนการสอนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มาโดยตลอด ก็เข้าใจ และเห็นใจถึง ความยากลำบากของเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษาที่นี่ รวมถึงน้อง ๆ ลูกหลานนักเรียน ที่ต้องประสบ และได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบดังกล่าว

“ดิฉันคิดว่า เหตุการณ์เหล่านี้ คงไม่ใช่สิ่งที่ใคร ๆ ต่างอยากให้เกิดขึ้น เพียงแต่ทว่า เมื่อเกิดขึ้นมาแล้ว ก็ต้องเป็นหน้าที่ของพวกเรา ไม่ว่าส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค หรือท้องถิ่น เราต้องเข้ามาดูแลพี่น้องเราที่นี่ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน และการดำรงชีวิต สิ่งใดที่ยังขาดเหลือ เราก็ต้องมาช่วยกันเติมให้เต็ม ให้พี่น้องในจังหวัดชายแดนใต้ของเรา สามารถเข้าถึงโอกาสได้ไม่แพ้พี่น้องภูมิภาคอื่น ๆ ทั่วประเทศ” รมว.ศธ.กล่าว

นางสาวตรีนุช กล่าวต่อไปว่า วันนี้ แม้ว่าสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จะค่อย ๆ ทุเลาลงไปบ้างแล้ว แต่ยังมีอยู่สิ่งหนึ่งที่พวกเราและพี่น้องชาวจังหวัดชายแดนใต้ ต้องประสบพบเจอไม่ต่างกัน คือ การแพร่ระบาดของเชื้อโรคไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ซึ่งในส่วนของ กระทรวงศึกษาธิการ เอง ที่ผ่านมาตนได้มอบนโยบายในการจัดการศึกษาและป้องกันควบคู่กัน โดยจัดให้มีการเรียนการสอนทั้ง 5 รูปแบบ หรือ 5 On มีการฉีดวัคซีนครูและบุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนวัคซีนนักเรียน สำหรับเด็กที่มีอายุระหว่าง 12-17 ปี และล่าสุด ทาง ศบค. ชุดเล็ก ได้เห็นชอบในหลักการ ให้มีการขยายช่วงอายุของเด็กที่จะได้รับวัคซีน ลงมาเป็นระหว่างอายุ 5-11 ปี มี 6 มาตรการหลัก 6 มาตรการเสริม และ 7 มาตราเข้มงวด เช่น ต้องใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ และ มีแผนเผชิญเหตุ สำหรับสถานศึกษา  ซึ่งทั้ง 3 ส่วนนี้ตนเชื่อว่า เพียงพอต่อการรับมือ

รมว.ศธ. กล่าวด้วยว่าสถานการณ์โควิด-19 ที่กำลังระบาดอยู่ ณ ขณะนี้ ขอเพียงแค่เราไม่ตื่นตระหนก และอยู่ร่วมกับโควิด-19ให้ได้ เพราะเราต้องยอมรับความจริงว่า โลกจะไม่มีทางกลับไปเป็นเหมือนเดิมแบบที่เราเคยเป็นมาก่อน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องเข้าใจถึงความผันผวนนี้ และปรับตัวให้มีทักษะที่จะสามารถอยู่รอดท่ามกลางกระแสของการพัฒนาที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ได้ ซึ่งสิ่งที่จะทำให้พวกเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา จะต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับสถานการณ์ ณ เวลานี้ คือ ทำอย่างไรให้ผู้เรียนของเราไม่พลาดโอกาสที่จะเรียนรู้ วันนี้ ครูของเราต้องเปลี่ยนจาก “ผู้สอน” มาเป็น “ผู้อำนวยการเรียนรู้” ที่จะคอยจุดประกาย และสร้างแรงบันดาลใจให้เด็ก ๆ เกิดการเรียนรู้ ได้ทุกที่ ทุกเวลา ให้ชุมชน และสังคมของเขา เป็น “ห้องเรียนชีวิต” ที่จะทำให้พวกเขาเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพของสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จังหวัดปัตตานี และพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้อื่น ๆ ซึ่งมีเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ของชุมชน สังคม ที่มีความพิเศษ และโดดเด่นกว่าหลาย ๆ ภูมิภาคในประเทศไทย ก็เชื่อว่ามีสิ่งดี ๆ ที่น่าเรียนรู้ ให้เด็ก เยาวชน รวมถึงพวกเราทุกคน ได้เข้ามาเก็บเกี่ยว เรียนรู้ และซึมซับวัฒนธรรมของที่นี่อีกมากมาย

ศธ.เปิดไทม์ไลน์ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ ให้เด็กอายุ 5 ปี ไม่เกิน 12 ปี ต้นก.พ.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/629990

ศธ.เปิดไทม์ไลน์ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ ให้เด็กอายุ 5 ปี ไม่เกิน 12 ปี ต้นก.พ.นี้

วันพฤหัสบดี ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2565, 16.18 น.

ศธ.เปิดไทม์ไลน์ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ ให้เด็กอายุ 5 ปี ไม่เกิน 12 ปี ต้นก.พ.นี้

20 มกราคม 2565 กระทรวงศึกษาธิการ เปิดไทม์ไลน์ (Timeline) การเตรียมความพร้อมการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ ในเด็กอายุ 5 ปี ไม่เกิน 12 ปี (11 ปี 11 เดือน 29 วัน) ของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ซึ่งคาดว่าจะเริ่มฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 เป็นต้นไป และเข็มที่ 2 ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2565 เป็นต้นไป

ปลัดวธ.ร่วมกิจกรรมโครงการ‘ปฏิทินเก่าเราขอนะ ไดอารี่ ปฏิทินใหม่เราแบ่งปัน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/629749

ปลัดวธ.ร่วมกิจกรรมโครงการ‘ปฏิทินเก่าเราขอนะ ไดอารี่ ปฏิทินใหม่เราแบ่งปัน’

วันพฤหัสบดี ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกิจกรรมโครงการ “ปฏิทินเก่าเราขอนะ ไดอารี่ ปฏิทินใหม่เราแบ่งปัน” กิจกรรมหนึ่งในการพัฒนาองค์กรคุณธรรมของกองพิธีการศพที่ได้รับพระราชทาน และสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ได้ร่วมบริจาคปฏิทินตั้งโต๊ะเก่า เพื่อนำไปบริจาคผลิตเป็นสมุดอักษรเบรลล์ สำหรับผู้พิการทางสายตา และไดอารี่ ปฏิทินใหม่เราแบ่งปัน เพื่อแบ่งปันให้กับผู้ที่ประสงค์รับไปใช้ประโยชน์ โดยมีนายชนะกิจ คชชี ผู้อำนวยการกองพิธีการศพที่ได้รับพระราชทาน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ บริเวณชั้น 6 อาคารวัฒนธรรมวิศิษฏ์ กระทรวงวัฒนธรรม

ผู้สนใจร่วมบริจาคปฏิทินตั้งโต๊ะเก่า หรือไดอารี่ ปฏิทินใหม่ ได้ที่กองพิธีการศพที่ได้รับพระราชทาน ชั้น 5 อาคารวัฒนธรรมวิศิษฏ์ กระทรวงวัฒนธรรม