‘สทน.’หนุนราชภัฏ เพิ่มศักยภาพ ด้านงานวิจัยและพัฒนานิวเคลียร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/628176

‘สทน.’หนุนราชภัฏ เพิ่มศักยภาพ  ด้านงานวิจัยและพัฒนานิวเคลียร์

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิชรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวในขณะลงพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม เนื่องในโอกาสเปิดโครงการเยี่ยมชมวิถีเกษตรพร้อมติดตามการดำเนินงานโครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน ตามแนวพระราชดำริ และหลักสูตรชลกร ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีมหาสารคาม ว่า กระทรวงศึกษาธิการมีเป้าหมายที่จะยกระดับวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี ทั้ง 47 แห่งทั่วประเทศ ให้เป็นแหล่งเรียนรู้สร้างโอกาสและผลิตผู้ประกอบการด้านการเกษตรครบวงจร ตั้งแต่การผลิตไปจนถึงเชิงพาณิชย์ โดยการเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านการเกษตรและแต่ละพื้นที่ ผนวกกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อให้ผู้เรียนเกิดทักษะและสามารถนำองค์ความรู้ไปใช้ได้จริง โดยวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี มหาสารคามจะเป็นต้นแบบนำร่องในการเป็นแหล่งสร้างผู้ประกอบการด้านการเกษตรรุ่นใหม่ ที่ทันสมัย ทันโลก

“วิทยาลัยเกษตรฯ จะเป็นแหล่งการเรียนรู้ด้านการเกษตรรูปแบบใหม่ โดยการนำทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในวิทยาลัยฯ มาผนวกกับการท่องเที่ยวเกษตรผสมผสานด้วยระบบการบริหารจัดการที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของบุคลากรนักเรียน นักศึกษา เป็นการต่อยอดนำวิถีเกษตรของวิทยาลัยฯ ไปสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยว สร้างการเรียนรู้วิถีเกษตรและสร้างรายได้ให้กับนักศึกษาในวิทยาลัย เป็นการต่อยอดอาชีพในอนาคต เรามีเป้าหมายที่จะยกระดับผู้เรียนอาชีวศึกษาเกษตรให้มีอาชีพที่มั่นคง สร้างผู้ผลิต สร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่” ดร.คุณหญิงกัลยา กล่าว   

นายปรัชญา ตะภา ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีมหาสารคาม กล่าวว่า  วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีมหาสารคาม พร้อมรับนโยบาย ดร.คุณหญิงกัลยาโสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ต้องการส่งเสริมให้นักศึกษาอาชีวะเกษตรได้รับการพัฒนาศักยภาพ คุณภาพ และยกระดับให้เป็นอาชีพที่มั่นคงสู่การเป็นต้นแบบของเกษตรกรยุคใหม่ ตลอดจนพัฒนาสถานศึกษาให้เป็นแหล่งเรียนรู้วิถีเกษตรแก่ชุมชน

สำหรับโครงการเยี่ยมชมวิถีเกษตรที่จัดขึ้นในครั้งนี้จะเป็นการเยี่ยมชมวิถีชีวิตเกษตรชุมชน และเกษตรสมัยใหม่ชีววิถี ซึ่งเป็นผลงานของนักศึกษาปัจจุบันของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีมหาสารคาม รวมไปถึงติดตามโครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน ตามแนวพระราชดำริ และการจัดการหลักสูตรชลกร โดยปัจจุบันการขับเคลื่อนโครงการบริหารจัดการน้ำจะเน้นในการให้ชุมชนมีส่วนร่วมและสร้างชลกรในวิทยาลัยผ่านหลักสูตรชลกร ซึ่งปัจจุบันเป็นรุ่นที่ 1 ได้รับการสนับสนุนทุนการศึกษาให้เรียนฟรีทุกคนจนจบหลักสูตร

ทั้งนี้ นอกเหนือจากการจัดการเรียนการสอนในหลักสูตรชลกรแล้ว วิทยาลัยยังได้ดำเนินการจัดการฝึกอบรมให้แก่ประชาชนและชุมชนใกล้เคียง ในโครงการบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตร ด้วยระบบบ่อปิด และบ่อเปิด ในหลักสูตรระยะสั้นซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่จำนวนมาก

กยศ.หั่นดอกเบี้ยกู้-ลดเงินต้น กระตุ้นเด็กเรียน’อาชีวะ-ปริญญาตรี’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/628142

กยศ.หั่นดอกเบี้ยกู้-ลดเงินต้น กระตุ้นเด็กเรียน'อาชีวะ-ปริญญาตรี'

วันพุธ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2565, 14.16 น.

เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2565 นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ผู้จัดการ กยศ.) เปิดเผยภายหลังประชุมหารือร่วมกับ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ว่า ตนได้นำเสนอการทำงานที่ผ่านมาว่า กยศ.ได้ทำอะไรบ้าง ซึ่งมีหลายเรื่องที่สามารถเชื่อมโยงกับ ศธ.ได้ เช่น โครงการส่งเสริมการพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital) เพื่อรองรับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย และ 3 โครงสร้างพื้นฐาน โดย กยศ.กระตุ้นให้เด็กกู้ยืมเงินเรียนในระดับปริญญาตรีและระดับอาชีวศึกษา ในสาขาวิชาที่เป็นความต้องการของ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยระดับอาชีวศึกษา กยศ.จะคิดอัตราดอกเบี้ยเพียง 0.5% และได้ส่วนลดเงินต้น 50% ส่วนระดับปริญญาตรี กยศ.จะคิดอัตราดอกเบี้ย 0.5% และได้ส่วนลดเงินต้น 30% ซึ่ง กยศ.ดำเนินโครงการนี้มาแล้วกว่า 2 ปี

“ในปี การศึกษา 2564 กยศ.เตรียมงบประมาณไว้กว่า 4 หมื่นล้าน และ กยศ.ไม่ได้ใช่งบประมาณแผ่นดินเข้ามาช่วยดำเนินการแล้ว ขณะนี้ผมีผู้ขอกู้แล้วกว่า 600,000 คน ซึ่งมีจำนวนมากที่สุดจากที่ กยศ.ตั้งกองทุนมา ดังนั้น กยศ.จะสามารถเป็นหลักประกันให้ทุกครอบครัวและเด็กทุกคนที่ขาดแคลนก็สามารถกู้ยืมเงินเรียนได้แน่นอน” นายชัยณรงค์ กล่าว

นายชัยณรงค์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ กยศ.ได้เสนอโครงการสร้างวินัยทางการเงินให้กับเด็กๆ เพื่อให้เด็กที่กู้เงิน กยศ.ในอนาคตมีวินัยทางการเงิน และจะไม่ผิดนัดในการชำระหนี้ ทั้งนี้ ยังพูดถึงการแก้ไขปัญหาหนี้สินให้กับบุคลากรของ ศธ.ที่กู้เงิน กยศ.ว่าจะสามารถดำเนินการช่วยเหลือให้ราบรื่นได้อย่างไร โดย น.ส.ตรีนุช รับทราบการทำงานของ กยศ.และเห็นด้วยที่จะให้ กยศ.เร่งผลักดันให้ความรู้ทางการเงินกับเด็กๆ และมอบหมายให้ตั้งคณะกรรมการร่วมกันระหว่าง ศธ.และ กยศ.เพื่อผลักดันโครงการต่างๆ ร่วมกันต่อไป

ผู้จัดการ กยศ.กล่าวถึงกรณีผู้กู้เงิน กยศ.ออกมาร้องเรียนว่ายังไม่ได้รับเงินค่าเทอม หรือได้รับเงินกู้ล่าช้า ว่า ในปีการศึกษา 2564 ที่ผ่านมา กยศ.ปล่อยกู้ให้กับผู้เรียนกว่า 600,000 คนแล้ว วงเงินกว่า 37,000 ล้านบาท ผ่านสถานศึกษากว่า 4,000 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งปลายปี 2564กยศ.ส่งเงินกู้ไปให้แล้วประมาณ 5 แสนคน ส่วนสาเหตุที่เด็กได้รับเงินล่าช้าอีกประมาณ 10,000 คน กยศ.ต้องตรวจสอบเอกสารที่เด็กยื่นกู้มา ซึ่งมีหลายสาเหตุที่ทำให้ได้รับเงินช้า เช่น สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ที่ทำให้สถานศึกษาเลื่อนการเปิดเทอม และช่วงที่รัฐบาลมีมาตรการเยียวยาและช่วยเหลือนักเรียนและผู้ปกครอง โดยการลดค่าเทอม ทำให้ กยศ.ต้องปรับปรุงตัวเลขใหม่ และมีเด็กบางรายกรอกเอกสารผิดช่อง แนบเอกสารมาไม่ครบ กยศ.ต้องตีกลับไปให้จัดเตรียมเอกสารมาใหม่ ทำให้ได้รับเงินล่าช้า แต่ถ้าผู้กู้ส่งเอกสารกลับมาถูกต้องครบทุกอย่างแล้วกยศ.ก็จะโอนเงินให้ภายใน 7 วัน

“ที่หลายคนไปลือกันว่า กยศ.ไม่มีเงินจ่ายให้กับผู้กู้แล้วนั้น ผมขอยืนยันว่า กยศ.ยังมีเงินจ่ายให้เพียงพอ แต่คนที่ยังไม่ได้รับเงินเพราะยังติดปัญหาเอกสารไม่ถูกต้อง และขณะนี้ กยศ.ก็ได้พัฒนาระบบให้ผู้กู้สามารถกู้ผ่านทางออนไลน์ และผ่านมือถือได้แล้ว รวมถึงหากผู้กู้รายใดต้องการจ่ายเงินคืนให้กับ กยศ.ก็สามารถทยอยจ่ายเงินคืนได้เป็นรายวัน โดยที่ไม่ต้องรอจ่ายคืนเป็นรายปี” ผู้จัดการ กยศ.กล่าว

‘อว.’สร้างความภูมิใจให้เด็กไทย มอบรางวัล‘Prime Minister’s Science Award 2021’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/627894

‘อว.’สร้างความภูมิใจให้เด็กไทย  มอบรางวัล‘Prime Minister’s Science Award 2021’

วันพุธ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดโครงการ “Prime Minister’s Science Award 2021” ขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ดำเนินงานโดย องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติและเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้กับเยาวชนที่ได้ทำคุณประโยชน์และเป็นตัวอย่างอันดีด้านวิทยาศาสตร์ให้กับประเทศ และเป็นที่ประจักษ์ในเวทีระดับนานาชาติ

รวมทั้งยกย่องเชิดชูเกียรติครูวิทยาศาสตร์ที่อุทิศตนอย่างต่อเนื่องในการส่งเสริมการพัฒนาเยาวชนให้มีความสนใจด้านวิทยาศาสตร์และพัฒนาศักยภาพเพื่อความพร้อมต่อไปในอนาคต รวมทั้งเพื่อช่วยกระตุ้นให้เยาวชนเกิดแรงบันดาลใจ และสนับสนุนส่งเสริมให้ครูมีกำลังใจมากขึ้น ร่วมผลักดันการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ซึ่งโครงการนี้นับเป็นความท้าทายสำหรับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากอยู่ในช่วงที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด 19 ในประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม ผลงานของเยาวชนที่ส่งเข้าประกวดครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงโครงงานวิทยาศาสตร์ที่มีคุณภาพ โดยผลงานสามารถสะท้อนมุมมองความคิดของเยาวชนได้อย่างชัดเจน สร้างสรรค์ และผสมผสานต่อแนวคิดด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ๆ โดยเยาวชนเหล่านี้ได้ศึกษาค้นคว้าและใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อนำไปพัฒนาคุณภาพชีวิต พร้อมทั้ง โครงงานของเยาวชนคนไทยจะช่วยแก้ไขปัญหาการใช้ชีวิตของผู้คนที่เกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืนต่อไปในอนาคตอีกด้วย

สำหรับรางวัลปีนี้ประกอบด้วย 1.รางวัล Prime Minister’sScience Project Award 2021 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 2.รางวัล Prime Minister’s Science Project Award 2021 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยแบ่งออกเป็น 3 สาขาได้แก่ สาขาวิทยาศาสตร์กายภาพ,สาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ และ สาขาวิทยาศาสตร์ประยุกต์ โดยในประเภทโครงงาน “สาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ” ที่ตอบโจทย์ในการพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์อย่างมีประสิทธิภาพ

กับ “โครงงาน Rapid Osteoporosis Risk Assessment: Non-Invasive Detection Kit of Calcium, Phosphate and pH in Human Sweat” ซึ่งผลงานนี้ได้รับรางวัล Prime Minister’s Science Project Award 2021ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย สาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ เป็นหนึ่งสุดยอดผลงานจากโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ โดยมีเยาวชนในทีมได้แก่ นายพัฒฒ์ พฤฒิวิลัย,นายกฤษฏิ์ กสิกพันธุ์ และนายกรวีร์ลีลาอดิศร และที่ปรึกษาโครงงาน ได้แก่ นายเกียรติภูมิ รอดพันธุ์

แนวคิดของโครงงานนี้เกิดจากการค้นพบว่า ปัจจุบันคนไทยเกิดโรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) ค่อนข้างมากและพบเห็นได้บ่อยขึ้นและการประเมินความเสี่ยงเบื้องต้นยังไม่ได้รับความถูกต้องมากเท่าที่ควรจึงได้นำมาพัฒนาและสร้างสรรค์นวัตกรรมที่จะสามารถบ่งบอกความเสี่ยงในการเป็นภาวะโรคกระดูกพรุนได้ ด้วยวิธีการ Self-Assessment (การประเมินตนเอง) แบบ Non-Invasive (ขั้นตอนทางการแพทย์ที่ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดหรือใส่เครื่องมือแพทย์เข้าไปในร่างกาย)

ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการดูแลสุขภาพของประชากรของประเทศทุกคน โดยใช้ชุดตรวจซึ่งเป็นนวัตกรรมทดสอบบริเวณเหงื่อสามฟังก์ชั่น เพื่อการตรวจวัดปริมาณระดับไมโครของแคลเซียมฟอสเฟต และ pH สู่การบ่งชี้แนวโน้มภาวะเสี่ยงการเกิดโรคกระดูกพรุนถือเป็นผลงานที่สามารถนำไปต่อยอดและพัฒนาไปสู่วงการแพทย์ต่อไปได้ในอนาคต

อีกหนึ่งผลงานในประเภทโครงงาน “สาขาวิทยาศาสตร์กายภาพ” กับ “โครงงานการพัฒนาสมการเฮลิคอยด์เพื่อเพิ่มอัตราการไหลของอุปกรณ์ลำเลียงลิ่มเลือดในการรักษาทางการแพทย์”ที่คว้ารางวัล Prime Minister’s Science Project Award 2021 ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายสาขาวิทยาศาสตร์กายภาพ เป็นผลงานจากโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย เพชรบุรี โดยมีเยาวชนในทีม ได้แก่ นายพิตตินันท์หาญสิงห์กุญช์, นายนนทนัตถ์ เวทยานนท์และ นายพัชรพล รุจิพรพงษ์ที่ปรึกษาโครงงาน ได้แก่ นายศักดิ์นรินทร์จันทร์นาค และนางสาวพิชญ์สินีคงสุคนธ์

โดยแนวคิดของโครงงานนี้ เกิดจากปัจจุบันคนไทยมีอัตราการเสียชีวิตจากภาวะลิ่มเลือดอุดตันเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นโรคที่เกิดขึ้นเมื่อลิ่มเลือดหรือทรอมบัส มีขนาดใหญ่มากจนสามารถอุดตันหลอดเลือด สามารถพบเห็นได้บ่อยในรูปแบบของโรคต่างๆ เช่น เส้นเลือดในสมองอุดตัน หรือ ภาวะหลอดเลือดดำอุดตันที่พบได้บ่อย ซึ่งแนวทางการรักษาโรคลิ่มเลือดอุดตันนั้นมีหลายวิธี แต่ด้วยความเจริญทางเทคโนโลยีและวิทยาการต่างๆ ในปัจจุบันพบว่า มีวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากคือวิธี Mechanical Thrombectomy

ซึ่งเป็นการนำเอาลิ่มเลือดที่อุดตันออกผ่านทางสายสวนเพื่อเปิดหลอดเลือดให้เลือดสามารถไหลเวียนได้ตามปกติ เป็นหัตถการที่ต้องใช้ความละเอียดขั้นสูงซึ่งจะได้ผลดีเมื่อทำงานในเครื่องเอกซเรย์สองระนาบ ข้อดีของวิธีการรักษานี้คือ สามารถลดภาวะแทรกซ้อน อัตราความพิการและอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยลงและวิธีการนี้มีการนำเกลียวเฮลิคอยด์เข้ามาใช้ในการลำเลียงลิ่มเลือดออก โดยจากการศึกษาพบว่ามีเฮลิคอยด์อีกหลายชนิดเช่น เฮลิคอยด์ทรงกรวย เฮลิคอยด์ทรงกระบอก เฮลิคอยด์ทรงพาราโบลอยด์

ด้วยเหตุนี้เยาวชนจึงเกิดความสนใจที่จะศึกษาการลำเลียงลิ่มเลือดด้วยเกลียวเฮลิคอยด์ชนิดต่างๆ รวมถึงนำรูปเรขาคณิตที่น่าสนใจเพิ่มเติมคือ Reuleaux Triangle กับ Squircle มาสร้างแบบจำลองสายลำเลียงลิ่มเลือดจากการพัฒนาสมการเฮลิคอยด์รูปแบบใหม่โดยใช้โปรแกรม SolidworksSimulation ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ได้รับการยอมรับในทางวิศวกรรมการออกแบบแบบจำลอง โดยนำสมการความต่อเนื่องในเรื่องของอัตราการไหลเชิงปริมาตรเข้ามาช่วยในการหาอัตราการไหลของลิ่มเลือดผ่านสายลำเลียงลิ่มเลือด

หาความสัมพันธ์และคุณสมบัติเกลียวเฮลิคอยด์แต่ละชนิดกับอัตราการไหลของลิ่มเลือด โดยประยุกต์เกลียวเฮลิคอยด์ที่มีคุณสมบัติที่ลำเลียงเลือดมีอัตราการไหลสูงมาเป็นเฮลิคอยด์รูปแบบใหม่ที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของการลำเลียงลิ่มเลือดในทางการแพทย์ได้รวดเร็วมากขึ้น ซึ่งถือเป็นผลงานที่เยาวชนไทยสามารถนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาสร้างสรรค์ผลงานเพื่อช่วยเหลือและเป็นประโยชน์ต่อสังคมและชุมชนนำไปสู่ความก้าวหน้าที่มีศักยภาพของประเทศไทยต่อไป

ทั้งนี้ กระทรวง อว. ร่วมด้วย อพวช. สวทช. และสมาคมวิทย์ฯมุ่งเน้นให้เยาวชนเป็นตัวอย่างที่ดีและพร้อมผลักดันเยาวชนไปสู่เวทีระดับนานาชาติ รวมทั้งครู อาจารย์ในด้านวิทยาศาสตร์ ให้มีเวทีและโอกาสในการแสดงความสามารถและสร้างสรรค์ผลงานวิทยาศาสตร์นำไปสู่การพัฒนาวงการวิทยาศาสตร์ของไทยไปสู่ระดับโลก ผ่านโครงการ Prime Minister’s ScienceAward

ซึ่งรางวัลจากโครงการฯ นี้จะเป็นขวัญกำลังใจให้กับเยาวชน ครูและสถาบันการศึกษาได้เป็นอย่างดีในการที่จะมุ่งมั่นพัฒนาและสร้างสรรค์ผลงานทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรมและสิ่งแวดล้อมต่อไปในอนาคต!!!

สพม.โคราช สแกนทั้งสำนักงานเขต ‘ตรวจ ATK’ สกัดโอมิครอน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/627629

สพม.โคราช สแกนทั้งสำนักงานเขต 'ตรวจ ATK' สกัดโอมิครอน

วันอังคาร ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายปริญญา  จุฑาสงฆ์  ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครราชสีมา พร้อมนาย นำทีมข้าราชการในสังกัด กว่า 80 คน “ตรวจ ATK”  พร้อมพ่นยาฆ่าเชื้อในสำนักงานเขตฯ เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจและลดการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (covid 19)   โดยเฉพาะสายพันธุ์โอมิครอน ที่กำลังแพร่ระบาด   โดยมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา และเจ้าหน้าที่ฮุก 31 เข้ามาเป็นผู้ดำเนินการให้ในครั้งนี้

นักเรียนพิเศษ ‘รร.ถนอมราษฎร์บำรุง’ คว้ารองแชมป์โลกครั้งของทีมชาติไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/627636

นักเรียนพิเศษ 'รร.ถนอมราษฎร์บำรุง'  คว้ารองแชมป์โลกครั้งของทีมชาติไทย

วันอังคาร ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายชนาธิป ดีมั่น (น้องอาร์ต) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ห้องเรียนกีฬา โรงเรียนถนอมราษฎร์บํารุง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก นักเตะทีมชาติไทย  ฟุตบอล 7 คน ของสมาคมกีฬาคนพิการทางสมองแห่งประเทศไทยคว้ารองแชมป์ กีฬาฟุตบอล 7 คน ในระดับนานาชาติ รายการ 2021 International Trophy Barcelona   ณ เมืองบาร์เซโลน่า ราชอาณาจักรสเปน ซึ่งเป็นการแข่งขันระดับชิงแชมป์โลกครั้งแรกของทีมชาติไทย

นายชนาธิป ดีมั่น (น้องอาร์ต) เป็นนักเรียนพิเศษ ที่มีความมุ่งมั่นทางด้านกีฬา และทางโรงเรียนถนอมราษฎร์บำรุง  ได้สนับสนุนทีมโค้ชในการฝึกฝน บวกกับวินัยที่น้องอาร์ตฝึกซ้อมมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีวันที่ภาคภูมิใจในที่สุด

ในการนี้ นายอวยชัย ศรีตระกูล ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก ได้กล่าวชื่นชม และให้กำลังใจในการก้าวเข้าสู่สนามฟุตบอลนานาชาติในลำดับต่อไป

นิสิตสัตวแพทย์ จุฬาฯ ชนะเลิศ ออกแบบฟาร์มสุกรระดับนานาชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/627644

นิสิตสัตวแพทย์ จุฬาฯ ชนะเลิศ  ออกแบบฟาร์มสุกรระดับนานาชาติ

วันอังคาร ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ทีมนิสิตคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯประกอบด้วย นายสภาวุฒิ จันทร์โหนงน.ส.พิไรรัตน์ กิระนันทวัฒน์ นายจักรวรรดิ ร่วมพัฒนา และ น.ส.กมลวรรณ จันทร์มณีคว้ารางวัลชนะเลิศการประกวดออกแบบฟาร์มเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางชีวภาพที่ดีในฟาร์มสุกรขนาดเล็กและขนาดกลางในภูมิภาคเอเชีย จากงาน “FAO-FAVA Regional Webinar in Celebration WAAW 2021” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ จากผลงานที่มีชื่อว่า “Project 4S-CUVET swine farm”

สภาวุฒิ จันทร์โหนง นิสิตชั้นปีที่ 6คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ตัวแทนทีมนิสิตสัตวแพทย์ จุฬาฯ ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศการออกแบบฟาร์มสุกรในครั้งนี้เปิดเผยว่า การประกวดออกแบบฟาร์ม
“The WAAW Farm DesignChallenge 2021” จัดโดยสมาพันธ์สมาคมสัตวแพทย์แห่งเอเชีย (FAO-FAVA) เป็นการประกวดออกแบบฟาร์มด้วยระบบ Biosecurity หรือฟาร์มที่ มีระบบการจัดการและมาตรการทางกายภาพที่ดำเนินการเพื่อป้องกันควบคุมโรค โดยลดความเสี่ยงของการนำเชื้อโรคเข้ามาสู่ฟาร์มสุกรขนาดกลางและเล็ก มีความจุสุกรสูงสุด 5,000 ตัว เพื่อเป็นแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนาระบบ biosecurityในฟาร์มสุกร และการเลี้ยงสุกรที่ดีตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ (welfare) เกษตรกรสามารถดำเนินการและป้องกันโรคได้จริงโดยใช้ต้นทุนและงบประมาณที่คุ้มค่ามีความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในท้องถิ่นและเป็นที่ยอมรับทางสังคม การประกวดในครั้งนี้มีนิสิตนักศึกษาและผู้สนใจซึ่งมาจากประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียส่งผลงานเข้าร่วมประกวดจำนวน 19 ทีม โดยมี 6 ทีมจากประเทศไทยเข้าร่วมการประกวดในครั้งนี้

สภาวุฒิเผยถึงจุดเด่นของผลงาน“Project 4S-CUVET swine farm” ว่า เป็นการออกแบบฟาร์มสุกรที่ตอบโจทย์การประกวดครั้งนี้อย่างชัดเจน ประกอบด้วย4 S คือ Smallholder (การออกแบบสำหรับฟาร์มสุกรขนาดเล็กและขนาดกลาง)Safe (การป้องกันความเสี่ยงการเกิดโรคต่างๆ) Sustainability (การนำมาใช้ใหม่โดยการใช้พลังงานแสงอาทิตย์) และ Smart (มีการเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้ในฟาร์ม เช่น การใช้หลังคาที่ทำจากหญ้าแฝก(vetiver grass) การใช้มูลสุกรมาทำถ่านชีวภาพ (biochar) ที่สำคัญคือการนำเสนอที่โดดเด่นน่าสนใจในรูปแบบวีดีโอความยาว 8 นาที ที่ทำให้เห็นภาพที่ชัดเจนเข้าใจง่าย

“ทีมของเรามีเวลาเตรียมตัวในการประกวด 1 เดือน ขั้นตอนการออกแบบฟาร์มสุกรเริ่มจากการทำความเข้าใจกับรายละเอียดและจุดประสงค์ของการประกวด เกณฑ์การตัดสินการวางแผนการทำงานร่วมกับอาจารย์ที่ปรึกษาซึ่งเป็นอาจารย์ในคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ นำโดย อ.สพ.ญ.ดร.มรกต นันทไพฑูรย์ จากนั้นจึงเริ่มต้นการทำงาน พวกเราทั้ง 4 คน ในทีมแบ่งหน้าที่กันตามความถนัดของแต่ละคนแบ่งออกเป็น ฝ่ายวิชาการ ฝ่ายทำโมเดล ฝ่ายตัดต่อวีดีโอ และฝ่ายทำเอกสารข้อมูลนำเสนอ การประกวดครั้งนี้มีความท้าทายความสามารถของพวกเราอย่างมากเนื่องจากระยะเวลาที่กระชั้นชิดในการเตรียมตัวก่อนส่งผลงานเข้าประกวด การทำงานในสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งต้องสื่อสารผ่านทางออนไลน์ รวมถึงการเรียนรู้ทักษะเพิ่มเติมในเรื่องการผลิตวีดีโอเพื่อนำเสนอผลงาน อาจารย์ที่ปรึกษาได้ช่วยแนะนำแนวทางต่างๆ ซึ่งมีส่วนเป็นอย่างยิ่งในความสำเร็จครั้งนี้” สภาวุฒิ กล่าว

สภาวุฒิได้เผยถึงประสบการณ์อันมีค่าที่ได้รับจากการเข้าร่วมการประกวดครั้งนี้ว่า เป็นโอกาสได้ฝึกการทำงานร่วมกันเป็นทีม ได้เรียนรู้และลงมือทำสิ่งใหม่ๆ เช่น การวาดผังฟาร์มสองและสามมิติ การตัดต่อวีดีโอ การเตรียมสคริปต์ ฯลฯ ได้นำความรู้ที่ได้จากการเรียนร่วมกับการสืบค้นข้อมูลและการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญมาบูรณาการให้เกิดเป็นผลงานที่เป็นรูปธรรม

มรภ.สงขลา ผูกสัมพันธ์ ‘ม.จงหนาน’ ส่ง นศ. ร่วมค่ายภาษาและวัฒนธรรมจีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/627634

มรภ.สงขลา ผูกสัมพันธ์ 'ม.จงหนาน'  ส่ง นศ. ร่วมค่ายภาษาและวัฒนธรรมจีน

วันอังคาร ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

มรภ.สงขลา สร้างสัมพันธภาพ “ม.จงหนาน” ส่งนักศึกษาสาขาวิชาภาษาจีน เข้าค่ายภาษาและวัฒนธรรมจีนออนไลน์ แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ประสบการณ์ ร่วมกับเพื่อนชาวต่างชาติจาก 24 ประเทศทั่วโลก

หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาจีน คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (มรภ.สงขลา) สร้างสัมพันธภาพทางการศึกษาระหว่างไทยและจีน นำนักศึกษาเข้าร่วมค่ายภาษาและวัฒนธรรมจีนออนไลน์ จัดโดยมหาวิทยาลัยจงหนาน (Central South University) สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 5-17 มกราคม 2564 โดยมีนักศึกษาสาขาวิชาภาษาจีนเข้าร่วมจำนวน 18 คน อาจารย์ 4 คน

ในการนี้ นายปริญญา สีดำ นักศึกษา มรภ.สงขลา ได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนกล่าวอวยพรในพิธีเปิด ซึ่งกิจกรรมที่จัดขึ้นนี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 200 คนจาก 24 ประเทศทั่วโลก ถือเป็นโอกาสดีในการสร้างสัมพันธภาพทางการศึกษาร่วมกันระหว่าง มรภ.สงขลา กับสถาบันการศึกษาในต่างประเทศ

พร้อมกันนี้ ทางมหาวิทยาลัยจงหนานยังได้มอบของที่ระลึกให้แก่ รศ.ดร.ทัศนา ศิริโชติ อธิการบดีมรภ.สงขลา และ ดร.รัชชพงษ์ ชัชวาลย์ คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ โดยมี อาจารย์สุดารัตน์ วงศ์กระจ่าง ประธานหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาจีน เป็นตัวแทนมอบ

นิสิตเกษตร มมส. ปลูกผักปลอดสาร พร้อมออกวางจำหน่ายในราคาถูก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/627631

นิสิตเกษตร มมส. ปลูกผักปลอดสาร  พร้อมออกวางจำหน่ายในราคาถูก

วันอังคาร ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

กลุ่มนิสิตชั้นปีที่ 3 สาขาเกษตรศาสตร์ หลักสูตรวิชาเทคโนโลยีการเกษตร คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม(มมส) เก็บผลผลิตจากการปลูกผักปลอดสารพิษ ในแปลงทดลองและวิจัยทางการเกษตร มหาวิทยาลัยมหาสารคาม  และพร้อมที่จะออกจำหน่ายให้กับกลุ่มผู้บริโภคโดยตรงในราคาถูกและยุติธรรมไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง โดยมีผักที่ปลูกตามฤดูกาล เช่น มะเขือเทศ ผักบุ้ง ผักชี คะน้า กวางตุ้ง ผักสลัด ฯลฯ

ราคาจำหน่ายได้แก่   ผักบุ้ง กิโลกรัมละ 20 บาท , ผักชีจีน กิโลกรัมละ 30 บาท ผักคะน้า กิโลกรัมละ 40 บาท และผักกวางตุ้ง ถุงละ 20 บาท ส่งถึงที่ในเขตพื้นที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (เขตพื้นที่ขามเรียง)

สยามอะเมซิ่งพาร์ค ฉลองวันเด็ก ให้เที่ยวน้ำ สวนสนุกฟรีตลอดมค.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/627633

สยามอะเมซิ่งพาร์ค ฉลองวันเด็ก  ให้เที่ยวน้ำ สวนสนุกฟรีตลอดมค.

วันอังคาร ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สยามอะเมซิ่งพาร์คเปิดให้เด็กส่วนสูงไม่เกิน 130 ซม. เที่ยวสวนน้ำสวนสนุกฟรี ตลอดเดือนมกราคม 2565 พร้อมโปรโมชั่นบัตรรายวันผู้ใหญ่ ซื้อล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ลดสูงสุด 61% เริ่มต้นเพียง 350 บาท จากปกติ 900 บาท

เด็กๆจะได้พบกับทะเลเทียมที่ใหญ่ที่สุดในโลก รับรองโดยกินเนสเวิลด์เรคคอร์ดส  ไซ-แอมลากูน คอมเพล็กซ์สไลเดอร์จากแคนาดา  เครื่องเล่นมากมายที่ใช้บริการได้พร้อมกันทั้งครอบครัว ทั้งไซ-แอมทาวเวอร์ หอคอยชมวิวติดแอร์ที่สูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จูราสสิกแอดเวนเจอร์ ผจญภัยไปในโลกไดโนเสาร์กับรถจี๊ปไรเดอร์ ล็อกฟลูม ล่องแก่งใหญ่ยักษ์ระดับโลก และเครื่องเล่นมาตรฐานสากลอีกมากมาย

สยามอะเมซิ่งพาร์คได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยเพื่อนักท่องเที่ยว SHA Plus+ ให้บริการความสนุกภายใต้มาตรการการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล (Universal Prevention) และมาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร (Covid Free Setting) อย่างเคร่งครัด พนักงานบริการได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบโดส และมีการตรวจคัดกรองทุก

อาจารย์เศรษฐศาสตร์ มธ.ชี้‘หมูแพง’ สะท้อนประสิทธิภาพ‘กรมปศุสัตว์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/627646

อาจารย์เศรษฐศาสตร์ มธ.ชี้‘หมูแพง’   สะท้อนประสิทธิภาพ‘กรมปศุสัตว์’

วันอังคาร ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

อาจารย์วีระวัฒน์ ภัทรศักดิ์กำจร อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวถึงปรากฏการณ์ราคาเนื้อหมูแพงในขณะนี้ว่า สาเหตุที่ทำให้ราคาเนื้อหมูแพงขึ้นเป็นเพราะเกิดโรคระบาดในหมูจนทำให้หมูล้มตายเป็นจำนวนมาก ซึ่งเหตุการณ์นี้อาจเทียบเคียงกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อ 1-2 ปีที่ผ่านมา นั่นคือโรคระบาดที่เกิดขึ้นในวัว ที่ชื่อว่า “โรคลัมปี สกิน” หรือ LSD ซึ่งโรคดังกล่าวไม่ใช่โรคประจำถิ่น ประเทศไทยจึงไม่มียารักษาในขณะนั้น

“ในขณะนั้นมีความพยายามที่จะนำยาเข้ามา แต่ก็ถูกรัฐปรามว่ายาดังกล่าวต้องผ่านการรับรอง ซึ่งรัฐจะเป็นผู้จัดหาให้ สุดท้ายก็ทอดเวลายาวนานออกไปจนกระทั่งบริษัทยาเอกชนได้รับการอนุมัติให้นำยาเข้ามาขาย โรค LSD จึงสิ้นสุด ซึ่งในปัจจุบันสถานการณ์ในหมูก็คล้ายคลึงกัน” อาจารย์วีระวัฒน์ กล่าว

อาจารย์วีระวัฒน์ กล่าวต่อไปว่า การเกิดโรคระบาดในหมูจึงสะท้อนถึงประสิทธิภาพและการวางมาตรการรองรับที่อาจไม่ดีพอของกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะหน่วยงานหลักในการควบคุมดูแลในเรื่องนี้ ฉะนั้นความตระหนักถึงปัญหาและการเตรียมความพร้อมจึงเป็นสิ่งสำคัญ

“เราคงไม่ทราบว่าเหตุการณ์นี้มีเบื้องลึกเบื้องหลังหรือมีอะไรที่ซ่อนเร้นอยู่หรือไม่ เราคงไม่สามารถไปกล่าวโทษใครได้แต่สิ่งที่สะท้อนคือประสิทธิภาพในการป้องกันและการมีมาตรการรองรับเมื่อเกิดเหตุ ที่ต้องมีมากกว่านี้” อาจารย์วีระวัฒน์กล่าว

อาจารย์วีระวัฒน์ กล่าวอีกว่า เราทราบข่าวเรื่องโรคระบาดภายหลังที่ผลกระทบเกิดขึ้นเป็นห่วงโซ่ไปแล้ว เราพบว่ามีผู้เลี้ยงสุกรจำนวนหนึ่งที่หยุดประกอบการไปแล้ว เนื่องจากต้นทุนสูงขึ้นจนแบกรับไม่ไหวทั้งจากอาหารสัตว์ที่ราคาแพงและการเกิดโรคระบาด ขณะที่ผู้บริโภคปลายทางก็เผชิญกับราคาเนื้อหมูที่แพงขึ้นแล้ว ฉะนั้นมาตรการของรัฐบาล อาทิ สั่งห้ามส่งออกเนื้อหมู หรือการตั้งจุดจำหน่ายเนื้อหมูราคาถูก อาจเป็นสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ในขณะนี้ แต่หากต้องการทำให้ดีกว่ารัฐจำเป็นต้องอุดหนุนราคาด้วย ซึ่งก็ต้องพิจารณาให้รอบคอบว่าจะอุดหนุนไปที่ไหน ระหว่างเกษตรกรผู้เลี้ยงหมู พ่อค้าคนกลาง เขียงหมู หรือทั้งหมด

อาจารย์วีระวัฒน์ กล่าวว่า ณ จุดนี้ คงเป็นเรื่องยากที่จะกลับไปแก้ที่โครงสร้างหรือกลับไปที่การป้องกันตั้งแต่แรก ที่สำคัญคือเราไม่สามารถไปกล่าวหาใครได้ว่าเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากมาตรการห้ามส่งออก หรือการปล่อยให้เกิดโรคระบาดในหมูหรือไม่ อย่างไรก็ตาม หมูเป็นสัตว์ที่ใช้เวลาเลี้ยง
ไม่นานก็สามารถจำหน่ายได้ คาดการณ์กันว่าประมาณ 6 เดือน สถานการณ์จะคลี่คลายลง ฉะนั้นประเด็นจึงอยู่ที่ว่า หลังจากนี้กรมปศุสัตว์จะเตรียมความพร้อมในการรับมือกับโรคระบาดที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคตอย่างไร เพราะเป็นหน้าที่โดยตรงของกรมปศุสัตว์ที่จะทำงานเชิงรุกเพื่อติดตามสถานการณ์ คาดการณ์
และเฝ้าระวังเหตุการณ์อย่างสม่ำเสมอ

“เมื่อปีที่ผ่านมาผู้บริหารของกรมปศุสัตว์ได้ให้สัมภาษณ์ว่าประเทศไทยไม่มีโรคอหิวาต์ในหมูอย่างแน่นอน แต่ผลการตรวจสอบของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กลับพบโรคระบาดในปี 2564 ซึ่งก็คือปีที่แล้ว คำถามคือมีการปิดข่าวหรือไม่ เนื่องจากการส่งออกเนื้อสัตว์หรือการส่งออกอาหาร เป็นอุตสาหกรรมใหญ่ที่มีความสำคัญของประเทศ หากเกิดโรคระบาดในประเทศย่อมกระทบต่อความเชื่อมั่นต่อผู้บริโภค” อาจารย์วีระวัฒน์ กล่าว

อาจารย์วีระวัฒน์ กล่าวด้วยว่า ในฐานะผู้บริโภคที่เป็นประชาชนทั่วไป ควรได้รับคำอธิบายถึงสาเหตุที่ราคาเนื้อหมูแพงขึ้นอย่างทันทีทันใด และที่สำคัญคือหากสาเหตุเกิดจากโรคระบาดตามที่สื่อมวลชนรายงาน ความรับผิดชอบโดยตรงก็จะต้องตกอยู่ที่กรมปศุสัตว์อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง