สามเสนฯสะเทือน ครู-นร.โวยลั่นยังต้องมาเรียน-สอนปกติทั้งที่เป็นกลุ่มเสี่ยง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/623428

สามเสนฯสะเทือน ครู-นร.โวยลั่นยังต้องมาเรียน-สอนปกติทั้งที่เป็นกลุ่มเสี่ยง

วันจันทร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 18.07 น.

สามเสนฯสะเทือน ครูโวยลั่นถูกสั่งให้มาทำงานปกติทั้งที่เป็นกลุ่มเสี่ยงโดยไม่ได้ให้กักตัวที่บ้านตามมาตรฐาน สธ.แต่อย่างใด ขณะที่ นร.บ่นปอดเด็กไม่มีความหมายหรืออย่างไร

วันที่ 20 ธันวาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่มีข่าวว่ามีครูโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) 1 คน เนื่องจากผลการตรวจ RT-PCR เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.เป็นบวกนั้น

ล่าสุดวันนี้ บุคลากรคนหนึ่งของโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ได้ออกมาระบุว่า ยังคงมีการให้ครูหมวดคณิตศาสตร์ทั้ง 15 คนที่ทำงานร่วมกับครูที่ติดโควิด-19 มาทำงานตามปกติ ไม่ได้กักตัวที่บ้านแต่อย่างใด  ทำให้เด็กนักเรียนที่ได้เรียนกับครูที่ติดโควิด-19 และครูคนอื่น ๆเกิดความกังวลและกลัวการระบาดเพราะ หากติดจะลำบากและยังมีครอบครัวให้ดูแล

“โดยครูทั้ง 15 คนนี้พึ่งจะได้รับการตรวจ ATK ในวันนี้เป็นครั้งแรก ไม่ได้ตรวจเป็นครั้งที่สองตามที่ ผอ.โรงเรียนกล่าว และหลังตรวจ ATK แล้ว ครูฝ่ายอนามัยเป็นผู้แจ้งให้ครูทั้ง 15 คนกลับบ้านได้ และให้มาตรวจ  ATK อีกครั้งในวันพุธนี้ โดยที่ไม่ใช่ผอ.เป็นคนบอกให้ครูกลับบ้าน และโรงเรียนสามเสนฯยังไม่เคยให้นักเรียนรับการตรวจ ATK เลยตั้งแต่เปิดเรียนออนไซต์ นักเรียนพึ่งได้ตรวจ ATK วันนี้เป็นครั้งแรก ซึ่งครูหลายเองก็ลำบากใจและเคยแจ้งให้ทางผู้บริหารโรงเรียนตรวจ ATK เพื่อความปลอดภัยของทุกคนในโรงเรียนเพราะ ไม่รู้ว่าเด็กๆ เดินไปไหนมากันบ้าง ส่วนเด็กก็ลำบากใจว่าทำไมจากเหตุการณ์ครั้งนี้โรงเรียนไม่เลื่อนสอบกลางภาคออกไปก่อน หรือเปลี่ยนการสอบเป็นรูปแบบออนไลน์ ก็ได้เพื่อความปลอดภัยของนักเรียนและครู โดยนักเรียนบางคนบ่นถึงขั้นว่า ปอดของนักเรียนไม่มีความหมายหรือ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้งานประชาสัมพันธ์ โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ประกาศแจ้งข่าวว่า ตามที่โรงเรียนสามเสนวิทยาลัยได้รับแจ้งผลการตรวจยืนยันการติดเชื้อโควิด-19 ด้วยการตรวจ RT-PCR ผลเป็นบวกของคุณครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ จึงขอชี้แจงรายละเอียดดังนี้

-วันพฤหัสบดี ที่ 16 ธันวาคม 2564 คุณครูท่านดังกล่าว เริ่มมีไข้ และได้ตรวจการติดเชื้อโควิด-19 ด้วย ATK ผลเป็นลบ

-วันศุกร์ ที่ 17 ธันวาคม 2564 ยังคงมีไข้และทำการตรวจการติดเชื้อโควิด-19 ด้วย ATK อีกครั้ง ผลเป็นบวก ทางโรงเรียนจึงให้คุณครูไปตรวจยืนยันผลการติดเชื้อโควิด-19 ด้วยการตรวจ RT-PCR ที่โรงพยาบาล ในวันเสาร์ที่ 18 ธันวาคม 2564 พบว่า ผลเป็นบวก

ดังนั้น โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย จึงสั้งการให้คุณครูท่านดังกล่าวเข้ารับการรักษาตามกระบวนการและขอแจ้งให้นักเรียนที่เรียนกับคุณครูท่านนั้น ปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ของโรงเรียนอย่างเคร่งครัด (สวมหน้ากากอนามัย และล้างมือสม่ำเสมอ) และสามารถเข้ารับการตรวจคัดกรองการติดเชื้อโควิด-19 เบื้องต้น ด้วย ATK ตามที่โรงเรียนได้จัดเตรียมไว้ให้

เตือน!อย่าหลงเชื่อแก๊งตุ๋นหาผลประโยชน์ อ้างช่วยสอบครูผู้ช่วย-รองผอ.-ผอ.ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/623397

เตือน!อย่าหลงเชื่อแก๊งตุ๋นหาผลประโยชน์ อ้างช่วยสอบครูผู้ช่วย-รองผอ.-ผอ.ได้

วันจันทร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 16.50 น.

เตือน!อย่าหลงเชื่อแก๊งตุ๋นหาผลประโยชน์ อ้างช่วยสอบครูผู้ช่วย-รองผอ.-ผอ.ได้

20 ธันวาคม 2564 ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า อ.ก.ค.ศ. สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ประกาศรับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เฉพาะจังหวัดยะลา นราธิวาส ปัตตานี และ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา คือ อำเภอจะนะ อำเภอสะบ้าย้อย อำเภอเทพา และอำเภอนาทวี จำนวน 6 อัตรา และประกาศรับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ยกเว้นเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เฉพาะจังหวัดยะลา นราธิวาส ปัตตานี และ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา คือ อำเภอจะนะ  อำเภอสะบ้าย้อย อำเภอเทพา และอำเภอนาทวี  จำนวน 258 อัตรา 

ทั้งนี้ กำหนดการสมัครคัดเลือก ให้ผู้ประสงค์สมัครเข้ารับการคัดเลือกยื่นสมัครสอบด้วยตนเอง ในระหว่างวันที่ 10-16 มกราคม 2565 เวลา 08.30 – 16.30 น. ณ สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดที่ตนเองสังกัดเท่านั้น โดยไม่เว้นวันหยุดราชการ  สำหรับวิธีการสมัคร ให้ผู้สมัคร ดาวน์โหลดใบสมัคร ได้ที่เว็บไซต์กลุ่มงานจัดการงานบุคคล 2 สำนักบริหารงานบุคคลและนิติการ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ http://ipa.vec.go.th

เลขาธิการ กอศ.  กล่าวต่อว่า เนื่องจากขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษามี ประกาศรับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งระดับรองผู้อำนวยการสถานศึกษา และก่อนหน้านั้น ได้มีประกาศรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตำแหน่งครูผู้ช่วย เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2564 ที่ผ่านมา และในเร็วๆนี้จะประกาศคัดเลือกผู้อำนวยการสถานศึกษาในสังกัด สอศ. จึงเกรงว่าอาจมีผู้แอบอ้างเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ จากผู้สมัครสอบเป็นจำนวนมาก โดยเสนอว่า สามารถช่วยผู้สมัครสอบให้สอบได้ โดยใช้วิธีการต่างๆ หรือจะเป็นการกล่าวอ้างว่ารู้จักข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่สามารถช่วยผู้สมัครสอบ ให้สอบได้ หรือให้ได้รับคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้ง ฯลฯ

“ขอแจ้งให้ผู้สมัครสอบ และผู้ที่เข้ารับสมัครคัดเลือกฯ ทราบโดยทั่วกันว่า อย่าได้หลงเชื่อตกเป็นเหยื่อของผู้ที่แอบอ้างว่าจะช่วยเหลือใด ๆ เพราะมีขั้นตอนการปฏิบัติอย่างชัดเจนในทุกการสอบเช่นในการดำเนินการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการ ให้ดำเนินการคัดเลือกเป็นไปตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี โดยยึดถือระบบคุณธรรม ความเสมอภาค ความโปร่งใส และตรวจสอบได้ หากปรากฏว่ามีการทุจริต หรือส่อไปในทางไม่สุจริต หรือดำเนินการผิดพลาดอันอาจทำให้เกิดความไม่เป็นธรรม อ.ก.ค.ศ. สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สามารถพิจารณาแก้ไข หรือยกเลิกการคัดเลือกในครั้งนี้ได้” เลขาธิการ กอศ.  กล่าว

เลขาธิการ กอศ. กล่าวอีกว่า สอศ. ขอร่วมเป็นหนึ่งกับกระทรวงศึกษาธิการในการรณรงค์ ภายใต้แนวคิด “กระทรวงศึกษาธิการโปร่งใส ไม่ทนต่อการทุจริต (MOE TRUST & Zero Tolerance)” เพื่อแสดงให้เห็นถึงพลังความร่วมมือ และเจตนารมณ์ร่วมกันของคนกระทรวงศึกษาธิการในการต่อต้านคอร์รัปชัน การทุจริต การอาศัยช่องโหว่ทางกฎหมายเพื่อการเอื้อประโยชน์ และการขาดจิตสำนึก

โบราณสถานวัดภูมินทร์-พระพุทธรูปมีรอยแตกร้าวหลังเกิดแผ่นดินไหวในลาว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/623335

โบราณสถานวัดภูมินทร์-พระพุทธรูปมีรอยแตกร้าวหลังเกิดแผ่นดินไหวในลาว

วันจันทร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 13.45 น.

รองผู้ว่าฯ พร้อม ปภ.น่าน และนายกเทศมนตรีเมืองน่าน ออกสำรวจความเสียหายจากแผ่นดินไหวที่ประเทศลาวขนาด 5.8 พบโบราณสถานสำคัญที่วัดภูมินทร์ วัดที่มีอายุหลายร้อยปีโดยรอบมีรอยแตกร้าวหลายจุด ทั้งภายนอกและภายในตัวพระวิหาร พบองค์พระพุทธรูปบริเวณเข่า ข้อมือ มีรอยแตกร้าวเพิ่มเติม อุโบสถ แผ่นกระเบื้องหลังคาหลุด 

วันที่ 20 ธ.ค.64 นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นายวรวิทย์ อินต๊ะใจ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่านออกสำรวจโบราณสถานสำคัญในพื้นที่เทศบาลเมืองน่าน จากที่เกิดแผ่นดินไหวที่ประเทศลาว ขาด 5.8 ริกเตอร์ จุดศูนย์กลางอยู่บริเวณกลุ่มรอยเลื่อนเดียนเบียนฟู ห่างจาก อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน 20 กิโลเมตร ระบุว่า เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.64 เวลา 04.06 น.เกิดแผ่นดินไหว จุดศูนย์กลางอยู่บริเวณ ประเทศลาว ที่ละติจูด 19.45 องศาเหนือ ลองจิจูด 101.37 องศาตะวันออก ขนาด 5.8 ความลึก 10 กิโลเมตร ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของ บ้านน้ำช้าง ต.ขุนน่าน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน ประมาณ 20 กิโลเมตร ได้รับแจ้งรู้สึกสั่นไหวบริเวณ อ.เมืองน่าน 

นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า จากการออกสำรวจโบราณสถานสำคัญที่วัดภูมินทร์ เป็นวัดที่มีอายุหลายร้อยปี โดยรอบมีรอยแตกร้าวหลายจุด ทั้งภายนอกและภายในตัวพระวิหาร โดยมีความเสียหายเบื้องต้นดังนี้ องค์พระพุทธรูป บริเวณเข่า ข้อมือ มีรอยแตกร้าวเพิ่มเติม อุโบสถ แผ่นกระเบื้องหลังคาหลุดนอกจากนั้นยังมี่ที่ วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน จ.น่าน วัดพระธาตุเขาน้อย ต.ดู่ใต้ อ.เมืองน่าน จ.น่าน และวัดพระธาตุแช่แห้งอารามหลวง ตำบลม่วงตึ้ด อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน เนื่องจากขณะนี้องค์พระธาตุกำลังอยู่ระหว่างการบูรณะซ่อมแซม เพื่อเตรียมเฝ้าระวังจากสถานการณ์แผ่นดินไหว 
          
นายวรวิทย์ อินต๊ะใจ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน กล่าวว่า จากเหตุแผ่นดินไหวดังกล่าวที่รับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนในพื้นที่จังหวัดน่าน ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน เบื้องต้นได้แจ้งให้ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของแต่ละพื้นที่ออกสำราจบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบเพื่อดำเนินการช่วยเหลือต่อไป

ด้านนายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน กล่าวเพิ่มอีกว่า ในการสำรวจความเสียหายในเบื้องต้นพบว่าบริเวณสถานที่โบราณสถานที่สำคัญในเขตเทศบาลเมืองน่าน นั้น ต้องรอทางเจ้าหน้าที่กรมศิลปกร ออกมาสำรวจให้ล่ะเอียดอีกรอบหนึ่ง 

‘มข.’รับรางวัลต่อต้านคอร์รัปชั่นปี’64

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/623163

‘มข.’รับรางวัลต่อต้านคอร์รัปชั่นปี’64

วันจันทร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นางณัฐสมล ธนกุลรังสฤษดิ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่ได้รับรางวัลประกาศเกียรติคุณจากสมาคมผู้สื่อข่าวต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) ติดต่อกันมาหลายปี ซึ่งต้องขอขอบคุณทางสมาคมฯ ที่ได้มอบรางวัลให้แก่ทางมหาวิทยาลัยขอนแก่น ในการเป็นสถาบันการศึกษาดีเด่นต่อต้านคอร์รัปชั่น ถือเป็นรางวัลที่ทรงเกียรติของมหาวิทยาลัย ในการสะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินการและบริหารงานภายใต้หลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใสที่ดี

“ผู้บริหารของมหาวิทยาลัยขอนแก่นทุกท่าน ได้ให้ความสำคัญอย่างมากในการบริหารงานที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ตามหลักธรรมาภิบาล ปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และมีกระบวนการตรวจสอบทุกขั้นตอนอย่างชัดเจน ทั้งในส่วนของเนื้องานและตัวบุคคล ดังนั้น การได้รับรางวัลในครั้งนี้ จะนำไปสู่การพัฒนาและยึดมั่นในการบริหารงานอย่างโปร่งใส เป็นธรรม ไร้การคอร์รัปชั่น” ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษ กล่าว

นางณัฐสมล กล่าวต่อไปว่า อย่างไรก็ตาม มข. ได้มีการจัดทำแผนปฎิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริตมาตั้งแต่ปี 2556 ซึ่งถูกกำหนดในแผนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัย รวมทั้งการปลูกฝังและปลุกจิตสำนึกในการต่อต้านการทุจริตเน้นการปรับเปลี่ยนฐานความคิดของคนในทุกภาคส่วน มีการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานในการต่อต้านการทุจริตและพัฒนาเครือข่าย

พัฒนาความร่วมมือกับองค์กรต่อต้านการทุจริตและเครือข่ายระหว่างประเทศ มีการพัฒนาระบบบริหารและเครื่องมือในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต รวมถึงเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการต่อต้านการทุจริต ซึ่งการที่ทางมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้เข้าร่วมกับสมาคมผู้สื่อข่าวต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) ถือเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือในการแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นไม่ให้เกิดขึ้นในสถาบันการศึกษาและสังคมไทย

ทั้งนี้ สมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) ได้จัดงานมอบรางวัล “ANTI-CORRUPTION AWARDS 2021” ส่งเสริมการต้านคอร์รัปชั่น ประจำปี 2564 โดยมี นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เป็นประธานพิธีมอบรางวัล แบ่งเป็น 3 สาขา บุคคล องค์กร และสื่อมวลชน พร้อมมอบใบประกาศเกียรติคุณให้กับ 10 สถาบันการศึกษาที่ยึดหลักธรรมาภิบาล บริหารงานด้วยความโปร่งใส ซื่อสัตย์ สุจริต และมีส่วนร่วมในการต่อต้านการ
ทุจริตคอร์รัปชั่

โดย มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็น 1 ใน 10 สถาบันการศึกษาที่เข้าร่วมรับมอบใบประกาศเกียรติคุณ ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก หรือ ททบ.5 กรุงเทพฯ ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 3 โดยมีวัตถุประสงค์ในการ ยกย่อง เชิดชู บุคคล องค์กร และสื่อมวลชน ที่ยึดหลักธรรมาภิบาล ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมานะ อุตสาหะ ซื่อสัตย์ สุจริต ให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ เน้นปลุกจิตสำนึกเยาวชน นิสิต นักศึกษา ประพฤติตนเป็นคนดี ตอบแทนคุณแผ่นดิน

ปลัด อว. สุดปลื้ม ปิดงานยิ่งใหญ่ ‘มหกรรมดนตรี อว. เทิดพระเกียรติ 5 ธ.ค.64

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/623262

ปลัด อว. สุดปลื้ม ปิดงานยิ่งใหญ่ 'มหกรรมดนตรี อว. เทิดพระเกียรติ 5 ธ.ค.64

วันอาทิตย์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 21.16 น.

ปลัด อว. สุดปลื้ม ปิดงานยิ่งใหญ่ “มหกรรมดนตรี อว. เทิดพระเกียรติ 5 ธันวาคม 2564” “มทร.ธัญบุรี” จัดเต็ม วงดนตรีไทย โชว์กลางกรุง

วันที่ 19 ธันวาคม 2564 บรรยากาศงาน “มหกรรมดนตรี อว.เทิดพระเกียรติ 5 ธันวาคม 2564 ธ สถิตในดวงใจ ไทยนิรันดร์” อบอวลไปด้วยความสุข คณะผู้บริหาร อว. ร่วมร้องเพลงพรปีใหม่ กับคณะวงดนตรีไทย และประชาชนที่มาร่วมงาน

ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  กล่าวว่า มหกรรมดนตรี อว. เทิดพระเกียรติ 5 ธันวาคม 2564 ปิดฉากอย่างสมบูรณ์ สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ได้ร่วมกันจัดงาน “มหกรรมดนตรี อว. เทิดพระเกียรติ 5 ธันวาคม 2564 ธ สถิตในดวงใจ ไทยนิรันดร์” นี้ กว่า 70 แห่ง ทุกภูมิภาคของประเทศ ในวันที่ 5 ธันวาคม จัดเกือบทุกจังหวัด ในกรุงเทพมหานคร ที่ผ่านมา กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้จัดงาน “มหกรรมดนตรี อว.เทิดพระเกียรติ 5 ธันวาคม 2564 ธ สถิตในดวงใจ ไทยนิรันดร์” โดยมีวงดนตรีของนิสิต นักศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดของ อว. ผลัดเปลี่ยนและหมุนเวียนกันมาจัดแสดง รวม 15 วันที่จัดแสดง ระหว่างวันที่ 5-19 ธันวาคม 2564 ซึ่งแบ่งเป็น 3 ช่วง ช่วงแรกระหว่างวันที่ 5-7 ธันวาคม 2564 ณ ลานพาร์คพารากอนโดยมีวงดนตรีจาก วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล, มหาวิทยาลัยสยาม และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ช่วงที่ 2 จัดระหว่างวันที่ 8-12 ธันวาคม 2564 ณ ไอคอนสยาม ริเวอร์พาร์ค โดยมีวงดนตรีจาก มหาวิทยาลัยรามคำแหง, มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, มหาวิทยาลัยรังสิต, และมหาวิทยาลัยศิลปากร และช่วงที่ 3 จัดระหว่างวันที่ 13-19 ธันวาคม 2564 ณ ลานหน้าเซ็นทรัลเวิล์ด โดยมีวงดนตรีจาก สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, มหาวิทยาลัยสยาม, สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,  รร. สาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี  ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา มีวงดนตรีสากล วงดนตรีไทย วงดนตรีเครื่องสาย ร่วมถึงการแสดง 70 สถาบัน ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี มีประชาชนให้ความสนใจมาฟังดนตรีเทิดพระเกียรติ ที่สำคัญมีน้อง ๆ นิสิต นักศึกษา ศิษย์เก่าของสถาบันต่าง ๆ ร่วมจัดแสดงเป็นการเทิดพระเกียรติมหกรรมการรวมตัวกันของสมาชิกของ อว. ครั้งใหญ่ที่สุด ที่ได้ร่วมใจมาน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระผู้ทรงเป็น “อัครศิลปิน” ในโอกาสเดียวกัน ได้ส่งความสุขให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทย อีกด้วย

มหกรรมดนตรี อว.เทิดพระเกียรติ 5 ธันวาคม 2564 ธ สถิตในดวงใจ ไทยนิรันดร์ ได้รับความสนใจจากนักเรียน นักศึกษา ตลอดจนประชาชนทั่วไปเข้าร่วมชมคับคั่ง ซึ่งวันนี้เป็นวันสุดท้าย โดยได้รับเกียรติจากศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มาร่วมชมการแสดง พร้อมมอบช่อดอกไม้แสดงความชื่นชม และขอบคุณ คณะดนตรีที่มาร่วมแสดงในครั้งนี้ นอกจากนี้ยังมี ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และรองศาสตราจารย์ ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เข้าร่วมชมการแสดงฯ 

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี นำวงดนตรีไทย จากภาควิชานาฏดุริยางคศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มาบรรเลงเพลงส่งท้ายในงานมหกรรมดนตรี อว. เทิดพระเกียรติ 5 ธันวาคม 2564 ได้บรรเลงเพลงทั้งหมด 7 เพลง อาทิ การแสดงรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เพลงโหมโรงมหาราช (วงปี่พาทย์ผสมเครื่องสาย) เพลงแขกขาว เถา (วงเครื่องสายเครื่องคู่) เพลงเต่ากินผักบุ้ง สองชั้น (วงปี่พาทย์ผสมเครื่องสาย) เพลงไทยดำเนินดอย เพลงเขมรโพธิสัตว์ (วงดนตรีไทยพิเศษ) และเพลงเงี้ยวรำลึก (วงปี่พาทย์ไม้แข็ง) ซึ่งการแสดงในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความสามารถและความตั้งใจในการทำนุบำรุง สืบสานศิลปวัฒนธรรมประจำชาติของไทย และการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง รัชกาลที่ 9 ให้ซาบซึ้งอยู่ในใจของผู้ที่ได้รับชม และรับฟัง

ช่วงท้ายของการจัดงานมหกรรมดนตรี อว. เทิดพระเกียรติ 5 ธันวาคม 2564 ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำทีมคณะผู้บริหาร ขึ้นเวทีร้องเพลง พรปีใหม่ ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ที่กำลังจะมาถึง

ม.เกริก จัดประชุมวิชาการระดับชาติ เน้นพัฒนางานวิจัยด้านสังคมและนวัตกรรม ไทย-จีน สู่ความยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/623100

ม.เกริก จัดประชุมวิชาการระดับชาติ เน้นพัฒนางานวิจัยด้านสังคมและนวัตกรรม ไทย-จีน สู่ความยั่งยืน

วันอาทิตย์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 00.03 น.

ม.เกริก จัดประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 17 เน้นพัฒนางานวิจัยด้านสังคมและนวัตกรรม ไทย-จีน สู่ความยั่งยืน สอดคล้องกับทิศทางการเติบโตของโลกในยุคปัจจุบัน

18 ธันวาคม 2564 ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเกริกวิชาการระดับชาติ ประจำปี 2564 ครั้งที่ 17 เรื่อง “ทิศทางการพัฒนางานวิจัยด้านสังคมและนวัตกรรม ไทย-จีน สู่ความยั่งยืน” ณ มหาวิทยาลัยเกริก กรุงเทพมหานคร โดยมีคณะผู้บริหาร คณาจารย์ นักวิจัย นักศึกษา จากมหาวิทยาลัยเกริก เข้าร่วมในงานดังกล่าว

ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า การวิจัยและนวัตกรรม มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา เป็นนโยบายหลักของ กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งทุกมหาวิทยาลัยจะต้องนำนโยบายนี้ไปขยายผลต่อยอดให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด โดยมหาวิทยาลัยเกริกได้จัดประชุมวิชาการระดับชาติมาอย่างต่อเนื่อง ในปีนี้มุ่งเน้นประเด็นวิชาการและความร่วมมือระหว่างประเทศที่สำคัญ คือ ทิศทางการพัฒนางานวิจัยด้านสังคมและนวัตกรรมไทย-จีน สู่ความยั่งยืน สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวง ซึ่งหวังว่าการประชุมครั้งนี้จะช่วยพัฒนาคุณภาพการศึกษา และการวิจัยไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ การพัฒนางานวิจัยระดับนานาชาติ โดยเฉพาะด้านสังคมและนวัตกรรมไทย-จีนเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากทั้ง 2 ประเทศมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาอย่างยาวนาน อีกทั้งประเทศจีนมีนักวิจัย มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมมากมาย สามารถร่วมมือพัฒนางานวิจัยร่วมกันและต่อยอดสร้างนวัตกรรมอย่างยั่งยืนได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม กระทรวงศึกษาธิการ พยายามเพิ่มช่องทางการสื่อสารเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนหรือผู้สนใจสามารถเข้าถึงแหล่งผลงานวิจัยได้สะดวกมากยิ่งขึ้น เพื่อขยายผลต่อยอดผลงานวิจัยสู่การนำไปใช้ได้จริง อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ

ด้านรองศาสตราจารย์สุพัฒน์ ธีรเวชเจริญชัย รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเกริก ได้จัดให้มีการประชุมวิชาการระดับนานาชาติต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 17 แล้ว เพื่อเป็นเวทีสำหรับการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการของคณาจารย์ประจำและคณาจารย์จากภายนอกมหาวิทยาลัย เป็นการส่งเสริมในการบริการวิชาการสู่สังคมโลกในการพัฒนาประเทศ รวมทั้งเปิดโอกาสให้นักศึกษาปัจจุบันได้มีส่วนร่วมในการแสดงผลงานทางวิชาการ และจัดกิจกรรมส่งเสริมความรักและความสามัคคีในหมู่คณะ ทั้งยังเป็นการประกันคุณภาพการศึกษาของคณะวิชาการและมหาวิทยาลัยเกริก

สำหรับการจัดงานประชุมวิชาการครั้งนี้แบ่งเป็นการปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “การศึกษาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม” โดย ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นอกจากนี้ยังมีการบรรยายพิเศษในหัวข้อที่น่าสนใจ ได้แก่ “สัมพันธ์ไทย-จีน สู่การศึกษาที่ยั่งยืน” โดยผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญ ศาสตราจารย์ฟู่ เจิงโหยว ที่ปรึกษาอาวุโสสถาบันขงจื่อแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และการบรรยายพิเศษ เรื่อง “ทิศทางการพัฒนาเมืองสู่ความยั่งยืน โดยนายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งการนำเสนอผลงานวิชาการของนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษารวมทั้งนักวิจัยภายนอก

การประชุมเกริกวิชาการระดับชาติในปีนี้ ภายใต้หัวข้อทิศทางการพัฒนางานวิจัยด้านสังคมและนวัตกรรม ไทย-จีน สู่ความยั่งยืน เนื่องจากในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา จีนถือเป็นประเทศที่มีอิทธิพลต่อโลกเป็นอย่างมาก และยังเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีและการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบันประเทศจีนเป็นประเทศที่โดดเด่นและเป็นหนึ่งในมหาอำนาจที่ถูกจับตามองมากที่สุด ดังนั้น การพัฒนางานวิจัยด้านสังคมและนวัตกรรมไทย-จีนจึงมีความสำคัญและมีส่วนผลักดันให้เกิดองค์ความรู้ที่สอดคล้องกับทิศทางการเติบโตของโลก ซึ่งนับเป็นโอกาสอันดีเพราะมหาวิทยาลัยเกริกมีผู้บริหาร และคณาจารย์ ที่มีความรู้ความสามารถและวิสัยทัศน์ที่จะพัฒนาการศึกษาให้ก้าวไกลและสอดคล้องต่อการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โลก จึงเชื่อมั่นว่าความร่วมมือกันทางวิชาการของทั้งประเทศไทยและประเทศจีนในครั้งนี้ จะสามารถผลักดันให้เกิดการพัฒนางานวิจัยร่วมกันของทั้ง 2 ประเทศทั้งด้านสังคมและนวัตกรรมได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน -(016)

‘ตรีนุช’เดินหน้าสานต่อโรงเรียนคุณภาพ สร้างเครือข่ายพัฒนานักเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/623040

'ตรีนุช'เดินหน้าสานต่อโรงเรียนคุณภาพ สร้างเครือข่ายพัฒนานักเรียน

วันเสาร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 16.42 น.

วันที่ 18 ธันวาคม 2564 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.ที่ผ่านมาตนได้ไปเป็นประธานเปิดงาน “ TUB-UBON : มิติใหม่โรงเรียนคุณภาพมัธยมศึกษา ” ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ อุบลราชธานี ได้ชมการแสดงโปงลางของนักเรียน และ นิทรรศการหลักสูตรที่หลากหลาย อาทิ ห้องเรียนพิเศษ ห้องเรียน E-Sport, ห้องเรียนภาษาต่างประเทศ, ห้องเรียนฟุตบอล, ห้องเรียนศิลปะ ทำให้เห็นถึงความสามารถที่หลากหลายของนักเรียน รวมถึงห้องเรียนทวิศึกษา ที่จัดการเรียนการสอบหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) บวกกับ หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งทำให้นักเรียนสายสามัญศึกษา ได้มีโอกาสเข้ามาสัมผัสการเรียนในสายอาชีพ ซึ่งเป็นการช่วยเสริมจุดแข็งให้ผู้เรียน ได้มีทั้งองค์ความรู้และทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงานและการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21

“ดิฉันขอชื่นชมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่ได้ผลักดันเรื่องการสร้างความเชื่อมั่น ไว้วางใจให้กับสังคม หรือ TRUST ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) คือ เรื่อง “โรงเรียนคุณภาพ” โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ อุบลราชธานี หรือ TUP-UBON เป็นตัวอย่างของโรงเรียนมัธยมคุณภาพประจำจังหวัดที่มีความน่าเชื่อถือ โดยเห็นได้จากการออกแบบหลักสูตรที่มีความหลากหลาย เพื่อรองรับศักยภาพและความต้องการของผู้เรียนที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตามดิฉันฝากให้เน้นย้ำถึงหลักใหญ่ ของการพัฒนาโรงเรียนมัธยมคุณภาพประจำจังหวัด คือ ทำอย่างไรให้โรงเรียนมีคุณภาพ และได้มาตรฐานตามบริบทของตนเอง ลดความเหลื่อมล้ำให้เกิดความเท่าเทียม มีความพร้อมในการจัดการเรียนการสอน มีอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เอื้อต่อการเรียนรู้ เน้นผู้บริหารและครูที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพให้แก่ผู้เรียน ซึ่งการสร้างเครือข่ายของโรงเรียนเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญ” รมว.ศธ.กล่าว

นางสาวตรีนุช กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ตนยังได้เป็นประธานเปิดงาน “การเปิดตลาดน้ำซับ@UBN4 เวทีคนอวดดี อวดเก่ง อวดรู้ สู่อาชีพ”ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) อุบลราชธานี เขต 4 ด้วย ซึ่งพบว่า สพป.เขต 4 ได้นำนโยบายของ ศธ. และที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้มอบไว้มาปฏิบัติเป็นรูปธรรม ทั้งรูปแบบการทำงาน TRUST 12 นโยบายการจัดการศึกษา 7 วาระเร่งด่วน รวมถึง สพฐ.วิถีใหม่ วิถีคุณภาพ การใช้พื้นที่เป็นฐาน ใช้นวัตกรรมในการขับเคลื่อน โดยทาง สพป.เขต 4 ได้นำแนวนโยบายดังกล่าวมาพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ PARA MODEL หรือ การเรียนรู้แบบคู่ขนาน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษา ทั้ง 5 ON โดยเน้นความปลอดภัยของผู้เรียนเป็นสำคัญ ซึ่งช่วยพลิกวิกฤตในการจัดการศึกษา ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ให้ผู้เรียนไม่พลาดโอกาสที่จะเรียนรู้ และยังได้สร้างผลงานเป็นที่ประจักษ์

ทั้งนี้ การจัดการศึกษามีผู้เรียนเป็นเป้าหมายแห่งการพัฒนา เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด และเป็นโจทย์สำหรับทุกเขตพื้นที่ฯ ที่จะต้องแสวงหาวิธีการ ที่จะทำให้ผู้เรียนของเรามีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้หลักความปลอดภัย วันนี้นอกเหนือไปจากการเรียนรู้แล้วจะต้องคิดถึงการต่อยอดองค์ความรู้ ออกมาเป็นทักษะ ออกมาเป็นผลงาน ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ หรือสร้างรายได้ให้กับผู้เรียน เพื่อให้การพัฒนาทักษะอาชีพ เป็นการศึกษาเพื่อสร้างอาชีพอย่างแท้จริง

รมว.ศธ. กล่าวด้วยว่า วันนี้เรากำลังอยู่ระหว่างการจัดการเรียนการสอนในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ซึ่งเป็นการจัดการเรียนการสอนท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ซึ่งตนได้ติดตามข้อมูลการแพร่ระบาดในสถานศึกษาของแต่ละจังหวัดมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นข้อมูลในการประเมินความพร้อม รวมถึงกำหนดมาตรการที่จำเป็น เพื่อช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ซึ่งทราบว่า จังหวัดอุบลราชธานี มีจำนวนโรงเรียนที่เปิดเรียนเแบบ On-site ถึง 238 โรงเรียน มากเป็นอันดับ 6 ของประเทศ แต่หากมองเป็นเปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับจำนวนโรงเรียนทั้งจังหวัดที่มีอยู่ทั้งหมด 1,268 โรงเรียนแล้ว ก็คิดเป็น 19% เท่านั้น ซึ่งนับว่ายังต้องช่วยกันสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ปกครอง และประชาชนให้มากขึ้น ซึ่งการเข้ารับวัคซีน ก็เป็นทางหนึ่งที่จะช่วยให้ทุกคนผ่านพ้นสถานการณ์ในครั้งนี้ไปด้วยกัน
 

สถาบันมะเร็งแห่งชาติ และ ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ร่วมประชุมขับเคลื่อนโครงการราชทัณฑ์ปันสุข

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/622972

สถาบันมะเร็งแห่งชาติ และ ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ร่วมประชุมขับเคลื่อนโครงการราชทัณฑ์ปันสุข

วันศุกร์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 20.00 น.

สถาบันมะเร็งแห่งชาติ และ ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ร่วมประชุมขับเคลื่อนโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565

นพ.สกานต์ บุนนาค ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ นพ.วัฒน์ชัย มิ่งบรรเจิดสุข ผู้อำนวยการทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ นพ.ดนุภัทร รัตนวราห ประธานคณะกรรมการโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ และคณะเจ้าหน้าที่ของทั้งสองหน่วยงาน ได้ร่วมประชุมปรึกษาหารือแผนการดูแลรักษาผู้ต้องขังที่มีความเสี่ยงหรือป่วยเป็นโรคมะเร็ง ตลอดจนวางแผนถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านโรคมะเร็ง เพื่อให้ผู้ต้องขังกลุ่มดังกล่าวได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม อันเป็นการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภายใต้โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ณ ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2564

ปลัดศธ. เผย สอบคัดเลือก ศธจ.ต้องบริสุทธิ์ยุติธรรม ถ้าพบหลักฐานทำผิดฟันไม่เลี้ยง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/622914

ปลัดศธ. เผย สอบคัดเลือก ศธจ.ต้องบริสุทธิ์ยุติธรรม ถ้าพบหลักฐานทำผิดฟันไม่เลี้ยง

วันศุกร์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 18.03 น.

วันที่  17 ธันวาคม 2564 นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ปลัดศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(สป.ศธ.)  ประกาศรับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศึกษาธิการจังหวัด(ศธจ.) ที่ว่างอยู่ 18 ตำแหน่ง ซึ่งจะมีการสอบข้อเขียนภาค ก ความรู้ ความสามารถเกี่ยวกับการบริหารงานในหน้าที่ และความรู้ ความสามารถเกี่ยวกับการวิเคราะกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน ในวันที่ 19 ธันวาคม นี้ที่โรงเรียนราชวินิตมัธยม โดยมีผู้มีสิทธิ์สอบจำนวน 88 คน แต่ขณะนี้มีข่าวว่าเริ่มมีการซื้อขายตำแหน่ง ล้ว ทั้งที่ยังไม่ได้ออกข้อสอบเลย และได้มีการเก็บตัวกรรมการออกข้อสอบและกรรมการคัดเลือกแล้วตั้งแต่เมื่อวาน โดยไม่มีใครได้ออกไปไหนเลย ดังนั้นข้อสอบจะไม่มีทางรั่วออกจากกรรมการแน่นอน การสอบครั้งนี้จะขึ้นบัญชีไว้ 2 ปี ใครสอบผ่าน 60% ก็จะขึ้นบัญชีทั้งหมด ซึ่งคาดว่าบัญชีนี้จะใช้ถึงปี 2566  

“ผมยืนยันว่าการสอบคัดเลือกในยุคของผมต้องเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม จะคัดเลือกคนที่ดีที่สุดเป็น ศธจ. การจ่ายเงินไม่มีทางเป็นไปได้ ความชั่วร้ายอย่างนั้นจะต้องไม่เกิดขึ้นในยุคของผม ผมเติบโตมาโดยไม่เคยซื้อขายตำแหน่ง เพราะฉะนั้นลูกน้องผมก็ต้องไม่ซื้อตำแหน่ง ต้องเติบโตมาด้วยความรู้ความสามารถของตัวเขาเอง  เพราะฉะนั้น การคัดเลือกต้องเป็นไปอย่างยุติธรรมแน่นอน ถ้ามีหลักฐานผมก็ไม่เลี้ยงไส้แน่ คนเราทำงานผิดพลาดได้ โกงไม่ได้” ปลัด ศธ.กล่าว  

‘พระมหาสมปอง’ลาสิกขา 29 ธ.ค.นี้-เพื่อไทยปืนไวทาบเล่นการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/622793

'พระมหาสมปอง'ลาสิกขา 29 ธ.ค.นี้-เพื่อไทยปืนไวทาบเล่นการเมือง

วันศุกร์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 14.14 น.

แฟนคลับเอาใจช่วย “พระมหาสมปอง” กราบลา “พระพยอม” เตรียมลาสิกขาวันที่ 29 ธ.ค.นี้ ก่อนมุ่งหน้าทำธุรกิจในชื่อแบรนด์ “แม่ปอง” ส่วนอนาคตสนใจเล่นการเมือง เปรยคุย “วัน อยู่บำรุง” อยากทำทีมโฆษกพรรคเพื่อไทย แต่ถ้าไม่ได้ ยังมีเบอร์ “สิระ” พรรคพลังประชารัฐอยู่

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 17 ธันวาคม 2564 ที่วัดสวนแก้ว  ต.บางเลน  อ.บางใหญ่  จ.นนทบุรี พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต พระนักเทศน์ชื่อดัง จากวัดสร้อยทอง เดินทางไปกราบลาพระราชธรรมนิเทศ หรือพระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว หลังตัดสินใจเตรียมลาสิกขา  พร้อมทั้งร่วมฉันเพล กับพระพยอม

พระมหาสมปอง  กล่าวว่า เบื้องต้นจะลาสิกขาในวันที่ 29 ธ.ค.เวลา 13.09 น.ที่วัดสระเกศ แต่ขอห้ามสื่อมวลชนไปทำข่าว แต่จะบันทึกคลิปไว้ให้ และวันที่ 30 ธ.ค.จะไปออกรายการชื่อดัง ส่วนวันที่ 31 ธ.ค.เดินทางไปสวดมนต์ข้ามปีที่ปากช่อง จ.นครราชสีมาที่ต้องเลื่อนวันสึก จากเดิมวันที่ 2 ม.ค.2565 ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดแม่ ทางพระผู้ใหญ่บอกว่า ฤกษ์ไม่ดีหากสึกในวันนั้น ส่วนตัวก็เชื่อเรื่องแบบนี้ เพราะบวชมา 30 กว่าปี แต่ถ้าให้เลือกวันที่ 1 หรือ 3 ม.ค.2565 ก็กลัวไม่มีอะไรให้ทีมงานทำ จึงเลือกเองเป็นวันที่ 29 ธ.ค.นี้แทนสาเหตุที่สึก ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความไม่เป็นธรรมในวงการสงฆ์ ใครจะขึ้นเป็นเจ้าอาวาส ไม่ได้สนใจอยู่แล้ว ความยุติธรรมในโลกนี้ไม่มีร้อยเปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว เราเข้าใจ

พระมหาสมปอง  กล่าวต่อว่า  หลังจากลาสิกขา จะมุ่งไปทำธุรกิจครบวงจร ภายใต้ชื่อแบรนด์ “แม่ปอง” จะทำธุรกิจคอสเมติก หรือแม่ปอง คอสเมติก , แม่ปองของกิน (ปลาร้า น้ำพริก กาแฟ) , แม่ปองของใช้ (ยาสีฟัน) , การเขียนหนังสือ หรือทำรายการชวนวัยรุ่นเข้าวัด อาจชักชวนน้องจัดร่วมกัน (อดีตพระมหาไพรวัลย์) , ค่ายเพลง แม่ปองฮักมิวสิกที่เชียงใหม่ รับออดิชั่นรับคนทุกเพศวัยมาร้องเพลง , และรับรีวิวสินค้า รวมถึงสินค้าบางอย่างจะฝาก “พิมรี่พาย” ขาย โดยทุกยอดการขาย จะคืนสู่สังคม 10 เปอร์เซ็นต์

“ส่วนเรื่องลงเล่นการเมือง มีการพูดคุยกันจริง เพราะอยากช่วยเหลือสังคม โดยอาจเข้าไปทำหน้าที่ทีมโฆษกพรรคใดพรรคหนึ่ง เบื้องต้นมีการพูดคุยกับคุณวัน อยู่บำรุง ที่ช่วยพูดคุยให้กับผู้ใหญ่พรรคเพื่อไทย ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการพูดคุย และขอออกไปทำธุรกิจสักพัก จนถึงเวลาที่เหมาะสมเสียก่อน แต่ถ้าไม่ได้ ส่วนตัวมีเบอร์คุณสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐอยู่  เบื้องต้นมีการยื่นข้อเสนอ 3 ข้อ อาทิ 1.ช่วยชดใช้หนี้ 10 ล้านบาท 2.ขอเงินขวัญถุงติดตัว เพราะตนเองไม่มีเงินเลย 3.ขอเงินเดือนให้มีรายได้ครองชีพได้ โดยขอย้ำว่า ถ้าตนเองเล่นการเมืองในอนาคต จะไม่ทิ้งอุดมการณ์ที่จะช่วยเหลือประชาชน”พระมหาสมปอง กล่าว -001