สพม.สุโขทัยคว้าเหรียญเงินระดับประเทศ ในการแข่งขันคณิตศาสตร์นานาชาติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/598558

สพม.สุโขทัยคว้าเหรียญเงินระดับประเทศ ในการแข่งขันคณิตศาสตร์นานาชาติ

สพม.สุโขทัยคว้าเหรียญเงินระดับประเทศ ในการแข่งขันคณิตศาสตร์นานาชาติ

วันอังคาร ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายมนตรี คงเจริญ ผู้อำนวยการโรงเรียนสุโขทัยวิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุโขทัย (สพม.สุโขทัย) ร่วมแสดงความยินดีกับ เด็กชายคุณัชญ์ กิจสนาโยธิน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ได้รับเหรียญเงินระดับ Grade 6 ในการแข่งขันคณิตศาสตร์นานาชาติ World Mathematics Invitational 2021 (WMI) และเหรียญทองแดงระดับ Grade 6 ในการแข่งขัน Asia International Mathematical Olympaid 2021 (AIMO 2021)ว่าการแข่งขันคณิตศาสตร์นานาชาติ World Mathematics Invitational 2021 (WMI) และการแข่งขัน Asia International Mathematical Olympaid 2021 (AIMO 2021) เป็นการแข่งขันคณิตศาสตร์นานาชาติ ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างสถาบันและองค์กรทางด้านคณิตศาสตร์ทั่วโลก ปัจจุบันมีประเทศสมาชิกมากกว่า20 ประเทศ อาทิ ไทย ไต้หวัน อเมริกา สาธารณรัฐประชาชนจีน เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ มาเลเซีย ไนจีเรีย ฮ่องกง มาเก๊า อิหร่าน บัลแกเรีย อินเดีย คาซัคสถาน กัมพูชา เมียนมาออสเตรเลีย บราซิล ตุรกี เวียดนาม มองโกเลีย และลาว โดยเป็นการจัดการแข่งขันผ่านระบบออนไลน์เป็นครั้งแรก อันเนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโรคไวรัสโคโรนา 2019

เด็กไทย คว้ารางวัลนวัตกรรมการอนุรักษ์น้ำ ในงาน World Water Week กรุงสตอกโฮล์ม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/598555

เด็กไทย คว้ารางวัลนวัตกรรมการอนุรักษ์น้ำ ในงาน World Water Week กรุงสตอกโฮล์ม

วันอังคาร ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยถึงความสำเร็จของเด็ก นักเรียนไทยระดับ ม.4 โรงเรียนดำรงราษฎร์สงเคราะห์หลังคว้ารางวัล The Winner of Diploma of Excellence ในการประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมการอนุรักษ์น้ำ Stockholm Junior water prize 2021 (SJWP 2021) ด้วยเครื่องมือสร้างเข็มขัดดูดซับความชื้น เพิ่มธาตุอาหารให้แก่ท่อนพันธุ์อ้อยระยะแรกปลูก และประหยัดน้ำในการเพาะปลูกแม้ในพื้นที่แห้งแล้ง ซึ่งเป็นการสนับสนุน SDGs และโมเดล BCG Economy ณ กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน

คุณหญิงกัลยา เปิดเผยว่า จากการที่สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ได้คัดเลือกนักเรียนไทย 2 คน ได้แก่ นายธนวิชญ์ น้ำใจดี และนายฟิวเจอร์คงชู นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนดำรงราษฎร์สงเคราะห์ เข้าร่วมการประกวด จากโรงเรียนดำรงราษฎร์สงเคราะห์ จังหวัดเชียงราย เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมในการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ Stockholm Junior Water Prize 2021 (SJWP 2021) ในงาน World Water Week ณ กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ซึ่งจัดขึ้นในรูปแบบออนไลน์ระหว่างวันที่ 23-27 สิงหาคม 2564 และ ได้คว้ารางวัล The Winner of Diploma of Excellence จาก ผลงานวิจัยชื่อ “Bio-Moisture-Nutrient Absorbing Belt for Promoting the Sugarcane Seedlings Growth from the Local Waste” หรือ เข็มขัดดูดซับความชื้นและให้ธาตุอาหารจากวัสดุเหลือทิ้งในชุมชนเพื่อการดูแลท่อนพันธุ์อ้อยระยะแรกปลูก สร้างความปีติยินดีให้กับคนไทยเป็นอย่างยิ่ง ถือเป็นความภาคภูมิใจให้กับตัวนักเรียน ครอบครัว ครูผู้สอน ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพราะน้ำ และสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งยวด โดยเฉพาะเรื่องสิ่งแวดล้อมที่ถือเป็นเทรนด์สำคัญของโลก

การประกวด Stockholm Junior Water Prize เป็นการประกวดที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนทั่วโลกอายุระหว่าง 15-20 ปี เกิดความตระหนักและร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ โดย H.R.H. Crown Princess Victoria ทรงให้ความสำคัญและเป็นองค์อุปถัมภ์มาตลอด 25 ปี ซึ่งการประกวดนี้จัดขึ้นร่วมกับการประชุม World Water Week ณ กรุงสตอกโฮล์ม ในปี 2021 นี้มีเยาวชนเข้าร่วมประกวด จำนวน 44 คนจาก 32 ประเทศ เยาวชนเหล่านี้จะต้องผ่านการประกวดในแต่ละประเทศและได้รับคัดเลือกเป็นผู้แทนระดับประเทศ การประกวดปีนี้ มีรางวัลทั้งสิ้น 3 รางวัลได้แก่ รางวัล The Winner of Stockholm Junior Water Prize 2021 เป็นของเยาวชนจากประเทศสหรัฐอเมริกา รางวัล The Winner of Diploma of Excellence เป็นของเยาวชนจากประเทศไทย และรางวัลสุดท้ายเป็นรางวัลที่ให้ผู้สนใจร่วมโหวตคือ รางวัล The Winner of People Choice’s Award เป็นของเยาวชนจากประเทศบราซิล

เทคโนสงขลา สืบสานประเพณีสารทเดือนสิบ อบรมปฏิบัตการเทคโนโลยีช่วยทุ่นแรงชาวบ้าน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/598557

เทคโนสงขลา สืบสานประเพณีสารทเดือนสิบ อบรมปฏิบัตการเทคโนโลยีช่วยทุ่นแรงชาวบ้าน

เทคโนสงขลา สืบสานประเพณีสารทเดือนสิบ อบรมปฏิบัตการเทคโนโลยีช่วยทุ่นแรงชาวบ้าน

วันอังคาร ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ดร.กันตภณ มะหาหมัด คณบดีคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (มรภ.สงขลา) เปิดเผยถึงโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการด้านเทคโนโลยีศิลปหัตถกรรมท้องถิ่นและภูมิภาค ครั้งที่ 11สาธิตทำขนมเจาะหู ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ด้วยโปรแกรม Zoom ณ ลานอเนกประสงค์ อาคาร 74 คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มรภ.สงขลา ว่า ทางคณะฯ เล็งเห็นถึงความสำคัญในการสืบสานทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม จึงได้เชิญวิทยากร นางมณฑา เพชรสุวรรณ์ บุคลากรสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มรภ.สงขลา ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการทำขนมพื้นบ้านภาคใต้ มาบรรยายให้ความรู้ในเรื่อง ความเป็นมาและขั้นตอนการทำขนมเจาะหู พร้อมทั้งสาธิตการทำขนมเจาะหู โดยคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรมได้นำความรู้ด้านเทคโนโลยีมาช่วยทุ่นแรงในการผสมแป้ง ช่วยลดเวลาในการเตรียมแป้งสำหรับทำขนมเจาะหู ทั้งยังสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประกอบอาชีพเสริมสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัวอีกด้วย ซึ่งการทำขนมเจาะหู จัดให้เป็นวัฒนธรรมพื้นบ้านอย่างหนึ่งของตนภาคใต้ การที่คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มรภ.สงขลา ได้ประยุกต์ใช้ความรู้ด้านเทคโนโลยีมาใช้ก็เพื่อทุ่นแรงในการผสมแป้งทำขนมเจาะหู เพื่อหวังลดเวลาเตรียมวัตถุดิบ ช่วยชุมชนมีรายได้เลี้ยงครอบครัว อีกทางหนึ่งด้วย

ดร.ศรีวรรณ ขำตรี ผู้ช่วยคณบดีคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มรภ.สงขลา กล่าวว่า ขนมเจาะหูเป็นหนึ่งในขนมที่ใช้ในการจัดหฺมฺรับ หรือสำรับ ในประเพณีสารทเดือนสิบของคนใต้ หรือที่คนคุ้นเคยว่างานทำบุญชิงเปรต เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้พ่อแม่ปู่ย่าตายายและญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว และผู้ที่ตกนรกหรือเรียกว่าเปรตจะได้รับอนุญาตให้มาพบกับญาติ ของตนในเมืองมนุษย์ได้ในวันแรม 1 ค่ำ เดือนสิบ (10) และกลับไปสู่นรกดังเดิม ในวันแรม 15 ค่ำเดือนสิบโดยในงานบุญเดือนสิบเมืองนครศรีธรรมราช จะเรียกขนมเจาะหูว่า ขนมดีซำ มีความหมายแทนเงินหรือเบี้ย เพราะมีลักษณะคล้ายกับเบี้ยหอย แต่จังหวัดอื่นๆ ก็จะเรียกแตกต่างกันออกไป เช่น ขนมเบซำ และขนมเจาะรู

ด้าน ผศ.วีรชัย มัฎฐารักษ์ รองคณบดีฝ่ายยุทธศาสตร์การพัฒนานักศึกษาและกิจการพิเศษ คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มรภ.สงขลา ผู้เสนอโครงการ กล่าวว่า ทางคณะฯ ได้ประยุกต์ใช้ความรู้ทางด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรมบูรณาการร่วมกับการเรียนการสอนในรายวิชาเทคโนโลยีการจัดการอุตสาหกรรมเพื่อชุมชน ซึ่งอาจารย์ผู้สอนได้ให้โจทย์นักศึกษาในการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้เพื่อการแก้ปัญหาชุมชน โดยงานกลุ่มดังกล่าวมี นายสุริยา สิงเนี่ยว นายพงศธร สยมพร นายวัชรพล สุวรรณชาตรี และ นายนที นวลแก้ว สาขาวิชาเทคโนโลยีการจัดการอุตสาหกรรม (ต่อเนื่อง) ได้นำเสนอการแก้ปัญหาการผสมแป้ง เพื่อปรับปรุงกระบวนการผลิตและส่งเสริมการผลิตของผลิตภัณฑ์ขนมเจาะหูเพื่อทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมสืบทอด อนุรักษ์และส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมทางด้านศิลปหัตถกรรมท้องถิ่นภาคใต้ ให้นักศึกษา มรภ.สงขลา และประชาชนทั่วไปที่สนใจได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นต่อไป

วิถีสยามมรดกวัฒนธรรมไทย : เสน่ห์วัฒนธรรมแดนสวรรค์ตะวันตก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/598559

วิถีสยาม มรดกวัฒนธรรมไทย : เสน่ห์วัฒนธรรมแดนสวรรค์ตะวันตก

วิถีสยาม มรดกวัฒนธรรมไทย : เสน่ห์วัฒนธรรมแดนสวรรค์ตะวันตก

วันอังคาร ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

กาญจนบุรี เป็นจังหวัดหนึ่งที่ตั้งอยู่ในภาคตะวันตกของประเทศไทยมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 19,473 ตารางกิโลเมตร ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ รองจากจังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดเชียงใหม่ และถือเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันตกมีระยะทางห่างจากกรุงเทพฯประมาณ129 กิโลเมตร สามารถเดินทางไป-กลับได้ จึงเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวในเมืองหลวงที่มักจะเลือกเดินทางมาพักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์

ชุมชนคุณธรรมวัดท่าขนุน จ.กาญจนบุรี คือ 1 ใน30 ชุมชน ที่ร่วมลุ้นเป็น 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ ประกอบด้วย3 ชุมชนย่อย ได้แก่ ชุมชนคุณธรรมวัดท่าขนุน ชุมชนคุณธรรมริมฝั่งแควน้อย ชุมชนคุณธรรมพัฒนาทองผาภูมิ มี พระครูวิลาศกาญจนธรรม ดร. เป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการชุมชนและเข้าใจบริบทของชุมชนอย่างชัดเจน ร่วมกับคณะกรรมการ ชุมชนที่มีความรู้ความสามารถทั้ง 3 ชุมชน บริหารจัดการชุมชนด้วยพลังบวร ตามแนวทางร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผลประโยชน์ พึ่งพาตนเอง พึ่งพากันเอง รวมพลังพัฒนาต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม สร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน นำเอาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาเป็นภูมิคุ้มกัน น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในการดำเนินชีวิต เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน โดยบูรณาการการดำเนินงานร่วมกับภาครัฐ วัฒนธรรมจังหวัด ภาคเอกชนทั้งในและนอกพื้นที่ รวมทั้งคนในชุมชนที่มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม

ที่นี่เป็นพื้นที่ที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนาน ประกอบกับคนในชุมชนมีความหลากหลายทางชาติพันธุ์จึงมีศิลปวัฒนธรรม ประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ มีสถานที่ท่องเที่ยวและวิวทิวทัศน์ที่มีความสวยงามมากมาย

วัดท่าขนุน ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญภายในชุมชน โดยภายในวัดมีสถานที่ให้นักท่องเที่ยวได้เที่ยวชมและกราบไหว้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์หลายจุด เช่น สมเด็จองค์ปฐม 21 ศอก พระพุทธรูปเงิน ทอง นาก สรีระสังขารหลวงปู่สาย (พระครูสุวรรณเสลาภรณ์) อดีตเจ้าอาวาสวัดท่าขนุน ซึ่งมรณภาพมา 28 ปีแล้ว แต่กายสังขารยังไม่เน่าเปื่อย พระพุทธรูปและพระพุทธเจติยคีรีบนยอดเขา และเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ของวัดท่าขนุน

นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมอื่นๆ เช่น ศาสนาสถาน ตลาดวัฒนธรรม ถนนสายวัฒนธรรม ตลาดน้ำพิพิธภันฑ์พื้นบ้าน ศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาตร์ เช่น โบราณสถาน แหล่งโบราณคดี อุทยานประวัติศาตร์ และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ในช่วงสำคัญของยุคสมัย

ส่วนใครที่ชอบทางด้านการเกษตร ที่นี่ก็ยังมีแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร เช่น สวนเกษตรอินทรีย์ สวนสมรม ไร่ สวน นา ฟาร์ม เกษตรผสมผสาน มีโครงการในพระราชดำริ ให้เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาติบุกป่าเขาถ้ำลอด น้ำตก ทะเล ชายหาด ป่าชายเลย จุดชมวิวน้ำพุร้อน น้ำแร่ ที่นี่มีครบแลนด์มาร์คจุดเช็คอินภายในบริเวณวัดท่าขนุนจะมีอยู่ 7 แห่ง คือ 1. สะพานแขวนหลวงปู่สาย วัดท่าขนุน 2.ศาลาร้อยปีหลวงปู่สาย 3.บ้านหลบภัยเชลยศึก 4.เส้นทางรถไฟสายประวัติศาสตร์ 5.ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง 6.สักการะพระพุทธรูปและพระพุทธเจติคีรี บนยอดเขา7.สักการะรอยพระพุทธบาท รอยพระบาทและจุดชมวิว ภายในชุมชนคุณธรรมต้นแบบวัดท่าขนุน เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติเป็นภูเขาสูงสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของอำเภอทองผาภูมิได้แบบ 360 องศา และบนยอดเขามีรอยพระพุทธบาทให้นักท่องเที่ยวได้สักการะ

อีกสิ่งหนึ่งที่โดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ของชุมชน นั่นคือ ผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม ได้แก่ ผ้าทอกะเหรี่ยง ซึ่งเป็นผ้าทอของชาติพันธุ์กะเหรี่ยงในชุมชนโดยใช้กี่กระตุกในการทอ มีสีสันสดใสเป็นเอกลักษณ์ มีทั้งเสื้อผ้าผู้ชาย เสื้อผ้าผู้หญิง ย่าม และอื่นๆ รวมทั้งเครื่องจักสาน ที่พัฒนาแปรรูปไม้ไผ่ ซึ่งมีอยู่มากในชุมชนทำให้เกิดมูลค่าเพิ่ม นำไปจักสานทำเป็นของใช้ เช่น ตะกร้า กระเป๋า ฯลฯ รวมทั้งผลผลิตทางการเกษตรที่สามารถเลือกซื้อเป็นของขวัญ ของฝาก ของที่ระลึกได้ และอีกมากมายหลายอย่างที่น่าสนใจแต่บรรยายไม่หมด มีโปรแกรมแพ็กเกจท่องเที่ยวไว้สำหรับบริการนักท่องเที่ยวด้วย

เอาเป็นว่าถ้า หากใครสนใจลองติดต่อไปที่ เฟซบุ๊คชุมชนคุณธรรมวัดท่าขนุน ดูนะคะ แล้วทุกคนจะได้ผ่อนได้พักได้รักษ์วัฒนธรรมไปพร้อมกันค่ะ

‘คุณหญิงกัลยา’ หารือความร่วมมือการศึกษาและท่องเที่ยวไทย-กัมพูชา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/598696

'คุณหญิงกัลยา'หารือความร่วมมือการศึกษาและท่องเที่ยวไทย-กัมพูชา

‘คุณหญิงกัลยา’หารือความร่วมมือการศึกษาและท่องเที่ยวไทย-กัมพูชา

วันจันทร์ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 21.43 น.

“คุณหญิงกัลยา”หารือที่ปรึกษาสมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน ถึงความร่วมมือการศึกษาและท่องเที่ยวไทย-กัมพูชา

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2564 ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) ให้การต้อนรับ ดร.ซกกรัดทะยา ซก (Dr.SOK SOKRETHYA) ที่ปรึกษา สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวกัมพูชา ทำหน้าที่ผู้แทนนายกรัฐมนตรี ราชอาณาจักรกัมพูชา ในโอกาสที่มาเยือนประเทศไทย โดยมี นายภูมิสรรค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ที่ปรึกษารัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์และนโยบายรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช) และนางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย โฆษกประจำตัวรัฐมนตรี ร่วมให้การต้อนรับ

ในการนี้ได้มีการหารือแลกเปลี่ยนแนวทางความร่วมมือในด้านการศึกษาและการท่องเที่ยวในอนาคตของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะแนวทางที่จะผลักดันให้วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี (วษท.) พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ในรูปแบบของธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งเป็นการนำทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในวิทยาลัยเกษตรฯ มาผนวกกับการท่องเที่ยวเกษตรผสมผสาน ด้วยระบบการบริหารจัดการที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของบุคลากร นักเรียน นักศึกษา

ฟันเปรี้ยง! สวธ.ทำหนังสือแจ้ง ‘สุชาติ สวัสดิ์ศรี’ ถูกถอดจากศิลปินแห่งชาติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/598673

ฟันเปรี้ยง!สวธ.ทำหนังสือแจ้ง‘สุชาติ สวัสดิ์ศรี’ ถูกถอดจากศิลปินแห่งชาติ

ฟันเปรี้ยง!สวธ.ทำหนังสือแจ้ง‘สุชาติ สวัสดิ์ศรี’ ถูกถอดจากศิลปินแห่งชาติ

วันจันทร์ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 19.53 น.

“กรมส่งเสริมวัฒนธรรม” ทำหนังสือแจ้งมติคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ยกเลิกการยกย่องเชิดชูเกียรติ “สุชาติ สวัสดิ์ศรี” ศิลปินแห่งชาติ ระบุมีเวลา 30 วันทำหนังสือชี้แจง

30 สิงหาคม 2564 นางสาวอัจฉราพร พงษ์ฉวี รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เปิดเผยว่า ตามที่ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้รับแจ้งจากคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ในคราวประชุมครั้งที่ 3/2564 เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 19 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา เรื่องที่ประชุมได้พิจารณาในวาระการประชุมลับ เรื่องนายสุชาติ สวัสดิ์ศรี ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจําปีพุทธศักราช 2554 ว่า “คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ โดยมติด้วยคะแนนเสียงมากกว่าสองในสามของจํานวนคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ที่เข้าร่วมประชุม ให้ยกเลิก การยกย่องเชิดชูเกียรติ นายสุชาติ สวัสดิ์ศรี ศิลปินแห่งชาติ เนื่องจากมีความประพฤติเสื่อมเสียต่อการเป็นศิลปินแห่งชาติ ตามข้อ 10 วรรคสอง ของกฎกระทรวงกําหนดสาขา คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือก และประโยชน์ตอบแทนของศิลปินแห่งชาติ พ.ศ. 2555 และแก้ไขเพิ่มเติมในกฎกระทรวงกําหนดสาขา คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือก และประโยชน์ตอบแทนของศิลปินแห่งชาติ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2563 ข้อ 2”

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม จึงได้มีหนังสือลงวันที่ 30 สิงหาคม 2564 แจ้งมติข้างต้นแก่นายสุชาติ สวัสดิ์ศรี และหากไม่เห็นด้วยกับมติดังกล่าวให้นายสุชาติ สวัสดิ์ศรี มีหนังสือชี้แจงต่อคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ณ สํานักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ภายใน 30 วัน นับแต่ได้รับหนังสือแจ้ง

เลี้ยงลูกเชิงบวก! สสส.จับมือเพจดัง ลุยโครงการ ‘คุณเปลี่ยน-ลูกเปลี่ยนปี 2’ สู้ยุคโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/598668

เลี้ยงลูกเชิงบวก! สสส.จับมือเพจดัง ลุยโครงการ'คุณเปลี่ยน-ลูกเปลี่ยนปี 2'สู้ยุคโควิด

เลี้ยงลูกเชิงบวก! สสส.จับมือเพจดัง ลุยโครงการ’คุณเปลี่ยน-ลูกเปลี่ยนปี 2’สู้ยุคโควิด

วันจันทร์ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 19.40 น.

สสส. ร่วมมือเพจดัง เดินหน้าโครงการคุณเปลี่ยน ลูกเปลี่ยน ปี 2 เหตุครอบครัวเครียดหนักช่วงลูกเรียนออนไลน์ ชวนผู้เชี่ยวชาญและพ่อแม่อาสา ขยายห้องเรียนผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์ แนะวิธีเลี้ยงลูกเชิงบวก สร้างบรรยากาศเรียนออนไลน์ให้ลูก

30 สิงหาคม 2564 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ บริษัท ทูลมอโร จำกัด จัดเสวนาออนไลน์ ‘ลูกหลานเรียนออนไลน์ จะสื่อสารอย่างไรให้เข้าใจ’ ภายใต้โครงการคุณเปลี่ยน ลูกเปลี่ยน ปีที่ 2 เพื่อส่งเสริมความตระหนักรู้ให้ครอบครัวรู้วิธีการสื่อสารเชิงบวกกับเด็กระหว่างเรียนออนไลน์ช่วงโควิด-19

นางสาวณัฐยา บุญภักดี ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว สสส. กล่าวว่า จากสถานการณ์การระบาดโควิด-19  ทำให้เด็กต้องเรียนออนไลน์ตามแผนการสอนของโรงเรียน ซึ่งผู้ปกครองอาจต้องพบอุปสรรคโดยเฉพาะ ปัญหาเด็กขาดสมาธิและรู้สึกกดดันกับการเรียนผ่านจอ  จึงเป็นความท้าทายของผู้ปกครองที่ต้องมีทักษะสื่อสารและวิธีเลี้ยงลูกเชิงบวกให้เหมาะสมกับเด็กยุคนี้ สสส. จึงเดินหน้าโครงการคุณเปลี่ยน ลูกเปลี่ยน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 มุ่งเน้นการพัฒนาระบบการเรียนรู้ออนไลน์เพื่อความสะดวกสำหรับผู้ปกครอง โดยจะมีพ่อแม่อาสา นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ กระบวนกร นักพัฒนาเด็กและครอบครัว ร่วมดำเนินงานเป็นผู้นำกลุ่มระหว่างเรียนด้วยจำนวน 60 คน

นางสาวณัฐยา กล่าวว่า จากการติดตามผลกระทบช่วงเรียนออนไลน์ของเด็กไทย พบสาเหตุเบื้องลึกที่ทำให้เครียดกันทั้งบ้าน คือ 1.เด็กถูกปล่อยให้เรียนออนไลน์เพียงลำพังซึ่งเป็นเรื่องยาก ไม่สอดคล้องกับพัฒนาการของช่วงวัย 2.เด็กและผู้ปกครองสื่อสารกันน้อยลงเพราะใช้เวลากับโลกออนไลน์มากขึ้น และ 3.ผู้ปกครองขาดทักษะสมัยใหม่ในการเลี้ยงดูเด็กโดยเฉพาะการเลี้ยงลูกเชิงบวกส่งผลให้การสื่อสารไม่ได้ผล  สาเหตุเหล่านี้ส่งผลให้บรรยากาศในบ้านตึงเครียด และไม่มีความสุข ส่งผลเสียต่อพัฒนาการทั้งร่างกาย จิตใจ และสมองของเด็ก โครงการคุณเปลี่ยน ลูกเปลี่ยน มุ่งพัฒนาห้องเรียนออนไลน์ในรูปแบบ “กลุ่มพ่อแม่” เพื่อช่วยให้เกิดการเรียนรู้และฝึกทักษะการเลี้ยงลูกในยุคใหม่ภายใต้การสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญ และกลุ่มพ่อแม่อาสาที่ผ่านการเรียนด้วยตัวเองและพบว่าความสัมพันธ์ในครอบครัวดีขึ้น โดย สสส. มุ่งหวังให้ครอบครัวเป็นพื้นที่สุขภาวะสำหรับสมาชิกทุกวัยเพื่อให้เกิดความเข้มแข็งพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ในอนาคต

นายสุรเสกข์ ยุทธิวัฒน์ ผู้ก่อตั้งบริษัท ทูลมอโร จำกัด กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19ผู้ปกครองมีความเครียดและความกังวลต่อเรื่องรายได้ที่ลดลง ภาระหน้าที่ต่าง ๆ แถมต้องแบ่งเวลามาช่วยดูแลลูกเรื่องการเรียนมากขึ้น ภาวะที่ผู้ปกครองต้องแบกรับความเครียดและความกดดันที่มากขึ้น มีแนวโน้มทำให้เกิดความรุนแรงในครอบครัวมากขึ้น โดยเฉพาะถ้าบุตรหลานมีพฤติกรรมที่ไม่ได้ดั่งที่ผู้ปกครองคาดหวัง โครงการคุณเปลี่ยนลูกเปลี่ยน ที่ทำร่วมกับ สสส. เป็นปีที่ 2 จึงนำเสนอการสอนทักษะการสื่อสารเชิงบวกในรูปแบบออนไลน์ ด้วยวิธีการเรียนรู้แบบ Online Support Group  ใช้เวลาเรียน 7 วัน เพื่อให้ผู้ปกครองมีวิธีจัดการอารมณ์ได้ดีเมื่อต้องเจอเหตุการณ์ที่ไม่ได้เป็นไปอย่างที่คาดหวัง และมีวิธีการสื่อสารในสิ่งที่ต้องการกับบุตรหลานตามหลักการสื่อสารเชิงบวกอย่างถูกต้อง เพื่อส่งเสริมสัมพันธภาพและลดความรุนแรงในครอบครัว จากการดำเนินงานที่ผ่านมาปัจจุบันมีผู้ร่วมเรียนรู้ผ่านเว็บไซต์ กว่า 4,200 คน สำหรับผู้ปกครองที่สนใจเข้ากลุ่มเรียนรู้ก็สามารถเรียนผ่านแอปพลิเคชันไลน์ โดยหลักสูตรในปีที่ 2 เน้นการสื่อสารระหว่างเด็กกับผู้ปกครองเรื่องการเรียนออนไลน์ของเด็ก เพื่อสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน และใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้โดยที่ไม่มีพฤติกรรมเชิงลบต่อกัน หลักสูตรแบ่งช่วงอายุเด็ก 2 กลุ่ม คือ 1.เด็กประถม อายุ 7-12 ปี และ 2.เด็กวัยรุ่น อายุ 13-18 ปี ทั้ง 2 หลักสูตรจะช่วยเรื่องการดูแลเด็กที่ไม่มีสมาธิเรียนออนไลน์ รวมถึงการแก้ปัญหาเด็กติดจอที่แอบเล่นเกมระหว่างเรียนออนไลน์ โดยเปิดรับสมัครผู้ปกครองจำนวน 600 คน จากนั้นจะคัดเลือกผู้ปกครอง 100 คน ที่เข้าร่วมกิจกรรมทางแอปพลิเคชั่นไลน์แล้วนำทักษะที่ได้เรียนรู้ไปปฏิบัติจนเกิดผลดีมาพัฒนาเป็นผู้ปกครองอาสา เพื่อช่วยส่งเสริมให้ผู้ปกครองคนอื่นๆ เลี้ยงลูกเชิงบวกกันในวงกว้าง ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลหรือสอบถามได้ที่แฟนเพจเฟซบุ๊ก Toolmorrow และ http://www.คุณเปลี่ยนลูกเปลี่ยน.com

พ.ญ.วิมลรัตน์ วันเพ็ญ ผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพจิตที่ 13 กระทรวงสาธารณสุข ที่ปรึกษาหลักสูตรการเรียนรู้โครงการคุณเปลี่ยน ลูกเปลี่ยน กล่าวว่า เด็กต้องเรียนออนไลน์เป็นเวลานาน ผู้ปกครองต้องมีความรู้พื้นฐาน 3 อย่าง คือ 1.จัดสถานที่ให้เด็กมีสมาธิในการเรียนรู้ 2.จัดตารางเรียนให้เด็กมีโอกาสผ่อนคลาย เช่น ออกกำลังกาย เล่นโซเชียลมีเดียได้ แต่ต้องไม่เกิน 2 ชั่วโมง/วัน 3.ดูแลการบ้านของเด็ก ถ้าเป็นเด็กเล็กหรือเด็กประถม ผู้ปกครองต้องใส่ใจมากกว่าเด็กมัธยมที่ส่วนใหญ่สามารถดูแลรับผิดเองได้  4.ทำใจยอมรับว่าการเรียนออนไลน์มีข้อจำกัดสำหรับเด็กบางคน ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอาจไม่เหมือนกับอยู่ที่โรงเรียน และ 5.ผู้ปกครองต้องจัดตารางพ่อแม่ให้มีเวลาพักผ่อน หรือปล่อยวางจากสถานการณ์ที่มีข้อจำกัดในการเลี้ยงเด็ก และที่สำคัญต้องใช้พฤติกรรมเชิงบวกกับลูก ซึ่งจะช่วยให้หลายครอบครัวผ่านปัญหาเรียนออนไลน์ได้ ที่สำคัญต้องสร้างวงจรพฤติกรรมเชิงบวกให้กับเด็ก โดยลดคำบ่น เพิ่มคำชม และไม่สื่อสารแบบประชดประชัน เพื่อทำให้เด็กสัมผัสถึงความรัก ความห่วงใย

น.ส.ภิญญา วิทยฐานกรณ์ ผู้ปกครองที่เข้าร่วมโครงการคุณเปลี่ยน ลูกเปลี่ยน กล่าวว่า ตนเข้าร่วมหลักสูตรนี้ เพราะต้องการนำองค์ความรู้มาพัฒนาตัวเองเพื่อปรับใช้ในการเลี้ยงดูลูกๆ และส่วนตัวสนใจเรื่องการสื่อสารเชิงบวกกับเด็กๆ เป็นพิเศษอยู่แล้ว หลังจากการเรียนก็ได้ผันตัวเองมาเป็น ‘พ่อแม่อาสา’ นำความรู้มาต่อยอด และส่งต่อให้กับพ่อ แม่ ผู้ปกครองหลายๆ คน ได้แก่ การจัดการอารมณ์ผู้ปกครองเพื่อเป็นพื้นฐานในการปรับพฤติกรรมเด็ก เทคนิกการใช้ I-Message เพื่อสื่อสารและรับฟังเด็กเชิงบวก และการให้คำชม เพราะจะทำให้เด็กรู้สึกยินดีทุกครั้ง ซึ่งการใช้องค์ความรู้เหล่านี้ทำให้ลูกสามารถเรียนออนไลน์ได้อย่างมีสมาธิ โดยไม่รู้สึกกดดันหรือถูกบังคับจากผู้ปกครอง เพราะมีตารางเวลาชีวิตที่ชัดเจน จึงอยากให้พ่อแม่ทุกคนมาเข้าร่วมโครงการคุณเปลี่ยน ลูกเปลี่ยนด้วยกัน เพราะความรู้และคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญทุกคนสามารถนำไปใช้ในชีวิตได้จริง

ศธ.เผยคลังส่งเงินเยียวยา 2 พันบาทให้แล้ว เร่งจัดสรรส่งตรงถึงผู้ปกครอง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/598623

ศธ.เผยคลังส่งเงินเยียวยา 2 พันบาทให้แล้ว เร่งจัดสรรส่งตรงถึงผู้ปกครอง

ศธ.เผยคลังส่งเงินเยียวยา 2 พันบาทให้แล้ว เร่งจัดสรรส่งตรงถึงผู้ปกครอง

วันจันทร์ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 17.50 น.

ศธ.เผยคลังส่งเงินเยียวยา 2 พันบาทให้แล้ว เร่งจัดสรรส่งตรงถึงผู้ปกครอง

30 สิงหาคม 2564 นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) เปิดเผยว่า สำหรับความคืบหน้า การดำเนินการตามมาตรการช่วยเหลือผู้ปกครอง นักเรียน นักศึกษา ที่กำลังศึกษาอยู่ในสถานศึกษาสังกัด ศธ.ทั้งภาครัฐ และเอกชน ที่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล และไม่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐ และสถานศึกษานอกสังกัด ศธ.ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ชั้นอนุบาล-ม.6 และอาชีวศึกษา ในอัตรา 2,000 บาทต่อคน โดยจ่ายผ่านสถานศึกษา และให้สถานศึกษาจ่ายตรงให้นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ปกครองรวม 11 ล้านคน วงเงิน 21,600 ล้านบาท ขณะนี้ ศธ.ได้รับงบประมาณดังกล่าวจากกระทรวงการคลังแล้ว

สำหรับการจ่ายเงินเยียวยาให้นักเรียน นักศึกษาในสังกัด ศธ. แต่ละหน่วยงานจะจัดสรรเงินตามกระบวนการที่ได้วางแผนไว้  ซึ่งผู้ปกครองอาจจะไม่ได้รับเงินในเวลาเดียวกัน เพราะแต่ละหน่วยงานมีขั้นตอนและวิธีการที่แตกต่างกัน ในส่วนของสำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.) ในวันนี้ตนได้ส่งงบประมาณไปให้หน่วยงานที่กำกับดูแลแล้ว คือ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.)

“เมื่อ สช.ได้รับเงินแล้วก็จะโอนไปที่คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) และทาง กศจ.ก็โอนเงินให้ทางโรงเรียนเอกชน และโรงเรียนก็โอนไปให้ผู้ปกครองและนักเรียน สำหรับในส่วนของ กศน.  เมื่อได้รับเงินจาก สป.ศธ.แล้ว กศน.ก็จะโอนเงินไปให้ กศน.อำเภอ ทาง กศน.อำเภอก็จะโอนไปให้ กศน.ชุมชน เพื่อทำการจ่ายเงินเยียวยาผู้ปกครอง นักเรียน นักศึกษาต่อไป  ซึ่งการดำเนินการโอนเงินก็ให้ดำเนินไปตามขั้นตอนและระยะเวลาที่กำหนดไว้” นายสุภัทร กล่าว

นายสุภัทร กล่าวต่อว่า เพื่อให้เงินถึงมือผู้ปกครองโดยเร็วและสะดวกขึ้น ตนจึงได้ส่งหนังสือถึงกระทรวงการคลัง เพื่อขอเปลี่ยนข้อกำหนดการจ่ายเงิน ซึ่งจากเดิมกำหนดว่าต้องโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทยเท่านั้น ขอเป็นจ่ายเงินสดหรือโอนต่างธนาคารได้หรือไม่  เพราะผู้ปกครองและนักเรียนบางคนอาจมีปัญหาต้องเปิดบัญชีใหม่  ดังนั้น เพื่อให้การเบิกจ่ายงบประมาณในส่วนนี้มีความสะดวกรวดเร็วขึ้น  ซึ่งขณะนี้ ศธ.อยู่ระหว่างติดตามว่าทางกระทรวงการคลังจะให้ดำเนินการในรูปแบบที่เสนอขอไปได้หรือไม่

ปลัด ศธ. กล่าวอีกว่า ส่วนที่นายกรัฐมนตรี ได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครองว่า มีโรงเรียนเอกชนอาจจะหักเงิน 2,000 บาท กับผู้ปกครองที่ยังค้างจ่ายค่าเทอมในภาคเรียนที่ 1 อยู่นั้น ทางโรงเรียนเอกชนคงไม่สามารถทำได้  อย่างไรก็ตามตนจะส่งหนังสือทำความเข้าใจเกี่ยวกับการจ่ายเงินเยียวยาให้ผู้ปกครอง ถึงสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) อีกครั้ง เพราะตามมติ ครม.เงินจำนวนนี้ต้องส่งถึงผู้ปกครองโดยตรงโรงเรียนไม่สามารถหักเงินในส่วนนี้ได้

เตรียมสมุดปากกา! ‘ตรีนุช’ ลุ้นเด็กฉีดวัคซีนตามแผน ‘เทอม 2’ กลับมาเรียนที่โรงเรียนได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/598575

เตรียมสมุดปากกา!‘ตรีนุช’ลุ้นเด็กฉีดวัคซีนตามแผน ‘เทอม 2’กลับมาเรียนที่โรงเรียนได้

เตรียมสมุดปากกา!‘ตรีนุช’ลุ้นเด็กฉีดวัคซีนตามแผน ‘เทอม 2’กลับมาเรียนที่โรงเรียนได้

วันจันทร์ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 16.19 น.

เตรียมสมุดปากกา!‘ตรีนุช’ลุ้นเด็กฉีดวัคซีนตามแผน ‘เทอม 2’กลับมาเรียนที่โรงเรียนได้

30 สิงหาคม 2564 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยถึงความเป็นไปได้ในการเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ในรูปแบบ Onsite หรือเรียนที่โรงเรียน ว่า ถ้าวัคซีนที่จะฉีดให้กับเด็กที่มีอายุ 12-18 ปี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาและอาชีวศึกษา ส่งเข้ามาตามแผนที่วางไว้ ไม่มีการคาดเคลื่อน ก็มีความเป็นไปได้ที่จะเปิดเรียนตามปกติที่โรงเรียนได้ เพราะพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญและมีความเป็นห่วงครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนมาโดยตลอด ส่วนเด็กระดับปฐมวัยและระดับประถมศึกษานั้น จะต้องประเมินความปลอดภัยอีกครั้ง ซึ่งระหว่างนี้จะให้นักเรียนรับการเรียนการสอนในรูปแบบ On-Air  Online และ On hand ไปก่อน

วัดภัทรสิทธาราม ออกคำสั่งให้ ‘พระอานนท์’ พ้นวัด ปมให้กำลัง ‘ผกก.โจ้’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/598521

วัดภัทรสิทธาราม ออกคำสั่งให้'พระอานนท์'พ้นวัด ปมให้กำลัง'ผกก.โจ้'

วัดภัทรสิทธาราม ออกคำสั่งให้’พระอานนท์’พ้นวัด ปมให้กำลัง’ผกก.โจ้’

วันจันทร์ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 14.37 น.

วันที่ 30 สิงหาคม 2564 จากกรณีที่ พระอานนท์ ธัมโชโต พระวัดภัทรสิทธาราม จ.นครสวรรค์ ให้กำลังใจ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล อดีต ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ หรือ ผู้กำกับโจ้ หลังถูกจับข้อหาทำร้ายผู้ต้องหายาเสพติดจนเสียชีวิต โดยนำอาหารมาให้ เนื่องจากไม่เชื่อว่า ผู้กำกับโจ้จะตั้งใจกระทำดังกล่าว 

ล่าสุด วัดภัทรสิทธาราม ได้ออกหนังสือคำสั่งเจ้าอาวาส ลงนาม พระครูปลัดวันชาติ วิชาโต ประกาศเรื่อง ให้พระอานนท์ พ้นออกจากวัดภัทรดิทธาราม ตั้งแต่วันนี้ เนื่องจากปฏิบัติตนผิดทางโลกวัชชะ ซึ่งไม่เหมาะสมกับสมณาสารูปอันควรแก่การประพฤติ ข้อความในประกาศ ระบุว่า

“ด้วย พระอานนท์ ธมฺมโชโต สังกัดวัดไพรสณฑ์ศักดาราม ตำบลหล่มสัก อำเภอพล่มสัก จังหวัดเพรรบูรณ์ ได้มาของพักอาศัยเพื่อเข้าศึกษา ปริญญาตรี ได้ตั้งแต่ ปี 2563 ได้ปฏิบัติตนประพฤติผิดทางโลกวัชชะ จึงเป็นที่ติเตียนไปทั่วคณะสงฆ์ที่ได้ออกเผยแพร่ทางสื่อต่างๆ ซึ่งไม่เหมาะสม กับสมณสารูปอันควรแก่การประพฤติ และได้ส่งผลกระทบต่อคณะสงฆ์โดยรวมในเขตพื้นที่ เพื่อให้การปกครองคณะสงฆ์ภายในวัดเป็นไปด้วยความเรียบร้อยดีงามดำรงไว้ซึ่งคุณงามแห่งสมณะนั้น

ดังนั้น จึงอาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 พิจารณาให้ พระอานนท์ ธมุมโชโต (คนธาร์) สังกัดวัดไพรสณฑ์ศักดาราม ตำบลหล่มสัก อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ พ้นออกจากวัดภัทรสิทธาราม ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

นอกจากนี้ พระครูปลัดวันชาติ วิชาโต เจ้าอาวาสวัดภัทรสิทธาราม ยังได้ทำหนังสือส่งไปยัง เจ้าอาวาสวัดไพรสณฑ์ศักดาราม เพื่อรายงานการดำเนินการพระประพฤติผิดด้วย