มสด. ร่วมมือการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์กับโรงเรียนไทรน้อย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/595851

มสด.ร่วมมือการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์กับโรงเรียนไทรน้อย

มสด.ร่วมมือการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์กับโรงเรียนไทรน้อย

วันพฤหัสบดี ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ดร.สวงศ์ บุญปลูก รองอธิการบดีฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ และ ผศ.ดร.ฐิตินาถ สุคนเขตร์ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ร่วมลงนามผ่านระบบ Online กับ นายปิติ ยางกลาง ผู้อำนวยการโรงเรียนไทรน้อย ร่วมมือการสอนด้านวิทยาศาสตร์ ซึ่งการร่วมมือในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนการสอนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้มีความเข้มแข็งพัฒนาหลักสูตรแบบบูรณาการผสมผสานกับแนวทางชีวิตใหม่ โดยใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์ม และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยสวนดุสิต กับโรงเรียนที่อยู่ในเขตพื้นที่บริการ ของมหาวิทยาลัย

ม.สงขลานครินทร์ พัฒนาด้านนานาชาติและดิจิทัล มุ่งขับเคลื่อนและยกระดับสู่มหาวิทยาลัยแนวหน้าของโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/595853

ม.สงขลานครินทร์ พัฒนาด้านนานาชาติและดิจิทัล  มุ่งขับเคลื่อนและยกระดับสู่มหาวิทยาลัยแนวหน้าของโลก

ม.สงขลานครินทร์ พัฒนาด้านนานาชาติและดิจิทัล มุ่งขับเคลื่อนและยกระดับสู่มหาวิทยาลัยแนวหน้าของโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผศ.ดร.เถกิง วงศ์ศิริโชติ รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) เปิดเผยว่า ล่าสุดในปี 2563-2564 ม.อ.เป็น 1 ใน 10 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ที่ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อดำเนินโครงการพลิกโฉมระบบอุดมศึกษาของประเทศไทย (Reinventing University System)  

ทั้งนี้ โครงการพลิกโฉมระบบอุดมศึกษาของประเทศไทย ม.อ. มุ่งให้สอดรับกับยุคที่โลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในด้านความเป็นมหาวิทยาลัยนานาชาติและด้านดิจิทัลเพื่อรับกับโลกในปัจจุบันและอนาคต โดยจะขับเคลื่อนสู่ความเป็นนานาชาติผ่าน 4 โครงการย่อย อาทิ 1.โครงการยกระดับหลักสูตรสู่การรองรับระดับนานาชาติ (Leveraging to international Accreditation) โดยคัดเลือกหลักสูตรเด่นที่นานาชาติยอมรับและพยายามให้ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ และการขับเคลื่อนเรื่อง Dual/Double/Joint Degree ให้มากขึ้น  2.โครงการ PSU Open Mobility โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศร่วมสอนพร้อมจัดสัมมนาออนไลน์ที่มีอาจารย์และนักวิจัยชาวต่างประเทศมาเป็นวิทยากร และเปิดให้นักศึกษาและบุคลากรเรียนหลักสูตรนานาชาติผ่านแพลตฟอร์มระดับโลก 3.โครงการพลิกโฉมการยอมรับในระดับสากล (Reinventing Global Visibility) มุ่งสร้างการรับรู้ให้กับ ม.อ. โดยทำงานร่วมกับองค์กรระดับโลก เช่น QS Asia-Pacific Professional Leaders in Education (QS-APPLE) Conference and Exhibition โดยจัดการประชุมร่วมกับพันธมิตรระดับโลก  และ 4.โครงการความเป็นนานาชาติภายในมหาวิทยาลัย ส่งเสริมศักยภาพพลเมืองโลกเพื่อการสร้างสรรค์นวัตกรรมและงานวิจัย (Internationalization at Home : Enhancing Global Competency for innovation creativity and research) ซึ่งจะจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมความเป็นนานาชาติแก่นักศึกษาทั้ง 5 วิทยาเขต โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศมาให้ความรู้ผ่านทางออนไลน์ในช่วงที่เกิดแพร่ระบาดไวรัส COVID-19  

สำหรับการขับเคลื่อนด้านดิจิทัลภายใต้โครงการ “วิทยาศาสตร์ดิจิทัลเพื่อสร้างนวัตกรรมสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรมนุษย์ และสิ่งแวดล้อม” เพื่อเพิ่มขีดความสามารถหลากหลายให้กับบุคลากรและองค์กรและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนเมืองและเชื่อมโยงความเจริญสู่ชนบท เปิดหลักสูตร Data Science ในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก มีนักศึกษารุ่นแรกประมาณ 40 คน ผ่านการเรียนรูปแบบออนไลน์ ซึ่งนักศึกษาให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ซึ่งล่าสุดกำลังจะมีบัณฑิตคนแรกในหลักสูตรนี้ 

“ม.อ. พร้อมเดินหน้าระบบสนับสนุนการศึกษาก้าวสู่ความเป็นสากล และส่งเสริมให้นักวิชาการผลิตผลงานทางวิชาการระดับนานาชาติอย่างมีคุณภาพ โดยโครงการ Reinventing University
System มุ่งหวังให้นักศึกษาทุกระดับที่ต้องการพัฒนาตนเอง รวมทั้งอาจารย์ซึ่งมหาวิทยาลัยได้จ้างนักวิจัยรุ่นใหม่ ที่มีความเชี่ยวชาญและความสามารถสูงทั้งชาวไทยและต่างประเทศประมาณ 40 คน เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนและสร้างสรรค์งานวิจัยร่วมกัน และสนับสนุนให้กับบุคลากรอื่นๆ ที่ต้องการพัฒนาตนเองด้านภาษาและเทคโนโลยี เพื่อเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก”ผศ.ดร.เถกิง กล่าว  

ทีเซลส์ จับมือ วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค จัดงาน Bio Asia Pacific 2021 ส่งเสริมผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์สู่พาณิชย์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/595854

ทีเซลส์ จับมือ วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค จัดงาน Bio Asia Pacific 2021 ส่งเสริมผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์สู่พาณิชย์

ทีเซลส์ จับมือ วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค จัดงาน Bio Asia Pacific 2021 ส่งเสริมผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์สู่พาณิชย์

วันพฤหัสบดี ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ดร.ศิรศักดิ์ เทพาคำ ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS : Thailand Centre of Excellence for Life Sciences) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า “อุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ (Life Sciences Industry) ในประเทศไทยซึ่งครอบคลุมอุตสาหกรรมยา (Pharmaceuticals)เครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์ (Medical Device and Equipment)เครื่องสำอาง-อาหารเสริม (Cosmetics and Food Supplement) และบริการสุขภาพ (Healthcare)มีมูลค่ามากกว่า 1.3 ล้านล้านบาทในปัจจุบัน  โดยมีปัจจัยหนุนมาจากความต้องการด้านการแพทย์และสุขภาพที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง รวมถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ขั้นตอนการค้นคว้าวิจัยจนถึงกระบวนการผลิต ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในปัจจุบัน ได้กลายเป็นตัวเร่งให้อุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ ทั้งในด้านการค้นคว้าพัฒนาวัคซีน การผลิตยา นวัตกรรมเกี่ยวกับเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์เติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัดส่งผลให้ทิศทางของอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ในประเทศไทยและของโลกมีแนวโน้มขยายตัวได้อีกมาก ทั้งนี้ อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร ยังเป็นในหนึ่งอุตสาหกรรมเป้าหมายเพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคตหรือ New S-Curve ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้อุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ในประเทศ มีอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดด

ทีเซลส์ ได้เล็งเห็นโอกาสจากการเติบโตดังกล่าวและตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งด้านคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจ จึงได้ร่วมมือกับวีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค จัดงาน Bio Asia Pacific 2021 ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมให้เกิดการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ในทุกสาขา เข้าสู่กระบวนการผลิตเชิงพาณิชย์ รองรับความต้องการของตลาดและมีส่วนในการขับเคลื่อนและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมในทุกมิติ หลังจากสถานการณ์โรคโควิด-19คลี่คลาย รวมถึงมุ่งหวังขยายเครือข่ายความร่วมมือทั้งในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ด้วยการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี สนับสนุนให้เกิดความร่วมมือทางธุรกิจ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับงานวิจัยเพื่อเข้าสู่การลงทุนในอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดโลก

งาน Bio Asia Pacific 2021 ระหว่างวันที่ 1-3 กันยายน 2564บนแพลตฟอร์มออนไลน์ Virtual Exhibition & Conference เต็มรูปแบบ ภายใต้แนวคิด From Recovery to Resilience After COVID-19 พบกับการประชุมสัมมนาและนิทรรศการ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้เทคโนโลยี นวัตกรรม การค้นคว้าวิจัยด้านชีววิทยาศาสตร์ในหลากหลายสาขา ร่วมเปิดมุมมองวิเคราะห์ทิศทางของอุตสาหกรรมด้านการแพทย์และสุขภาพในประเทศไทยหลังโควิด-19 จากนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญของไทยและนานาชาติ พร้อมกิจกรรมการนัดหมายเจรจาธุรกิจทางออนไลน์ เชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้ประกอบการ นักลงทุนและองค์กรชั้นนำของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก สร้างโอกาสขยายการลงทุนในธุรกิจชีววิทยาศาสตร์ และการประกวดเฟ้นหาสุดยอดหุ่นยนต์ทางการแพทย์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย ต่อยอดเสริมศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลก ตั้งเป้าผลักดันอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพ ให้เป็นกลไกขับเคลื่อนฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมหลังวิกฤติโควิด-19 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้แล้ววันนี้ ที่ www.bioasiapacific.com สอบถามข้อมูลที่ info@bio-asiapacific.com

มทร.ศรีวิชัย มอบอุปกรณ์ป้องกันการแพร่เชื้อ COVID-19 ให้โรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่ใช้ในห้องอาหารและหอผู้ป่วย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/595852

มทร.ศรีวิชัย มอบอุปกรณ์ป้องกันการแพร่เชื้อ COVID-19  ให้โรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่ใช้ในห้องอาหารและหอผู้ป่วย

มทร.ศรีวิชัย มอบอุปกรณ์ป้องกันการแพร่เชื้อ COVID-19 ให้โรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่ใช้ในห้องอาหารและหอผู้ป่วย

วันพฤหัสบดี ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

รศ.ดร.จารุวัฒน์ เจริญจิต รองคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์และบุคลากรคณะวิศวกรรมศาสตร์ ร่วมส่งมอบอุปกรณ์ป้องกันเชื้อไวรัส COVID-19 ได้แก่ อุปกรณ์ฉากกั้นอะคริลิก และกล่องป้องกันการฟุ้งกระจายของเชื้อไวรัส ซึ่ง ดวงใจ นพวงศ์ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคล และบุคลากรโรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่ ร่วมรับมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์    

การส่งมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่ในครั้งนี้ เพื่อนำไปใช้ในการติดตั้งป้องกันการแพร่กระจายเชื้อในห้องพักรับประทานอาหารของเจ้าหน้าที่หอผู้ป่วยใน และนำไปใช้ในการทำหัตถการกับผู้ป่วยโรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่ อีกทั้งยังช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสCOVID-19 ในขณะปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

ศธ.หนุนเดินหน้าเรียนออนไลน์ แม้โควิดกระทบ เร่งพัฒนาการเรียนการสอนให้เข้ากับสถานการณ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/595855

ศธ.หนุนเดินหน้าเรียนออนไลน์ แม้โควิดกระทบ เร่งพัฒนาการเรียนการสอนให้เข้ากับสถานการณ์

ศธ.หนุนเดินหน้าเรียนออนไลน์ แม้โควิดกระทบ เร่งพัฒนาการเรียนการสอนให้เข้ากับสถานการณ์

วันพฤหัสบดี ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงประเด็นเสนอให้หยุดการเรียนการสอน 1 ปี เพราะมองว่าการเรียนออนไลน์จะทำให้การเรียนไม่มีประสิทธิภาพ และไม่มีคุณภาพนั้น ว่า แม้ภาคการศึกษาจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่การเรียนการสอนยังต้องดำเนินการต่อไป ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบ On-site On-air On-demand On-hand หรือ On-lineทุกอย่างไม่สามารถหยุดได้ แม้แต่ละรูปแบบการเรียนการสอนอาจจะมีปัญหาบ้าง แต่อย่างน้อยนักเรียนแต่ละระดับชั้นยังมีโอกาสเขาถึงระบบการเรียนการสอน ที่ผ่านมากระทรวงศึกษาธิการไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้พัฒนาการเรียนการสอนโดยเฉพาะรูปออนไลน์อย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการสอนออนไลน์ Project 14 ซึ่งจัดทำโดยสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) โดยรวบรวมบทเรียน และจัดทำสื่อการสอนออนไลน์ตั้งแต่ชั้น ป.1-ม.6 ขึ้นมากว่า 2,000 ชุด เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ได้จากทุกที่ทุกเวลา

“ไม่ว่าจะการเรียนหรือการทำงานย่อมมีปัญหา ถึงจะไม่มีเรื่องโควิด-19 การเรียนการสอนก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุค ตามสถานการณ์อยู่แล้ว การเรียนออนไลน์ไม่ได้สร้างปัญหาทุกคน แต่อาจเกิดปัญหาบางกลุ่ม บางระดับ บางอาชีพผู้ปกครอง ซึ่งต้องขอแสดงความเห็นใจผู้ปกครองทุกท่าน น้องๆ นักเรียนที่วันนี้ต้องปรับตัวอย่างมากเพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ ซึ่งไม่มีใครทราบว่าจะกลับมาสู่ภาวะปกติได้อีกเมื่อไร แต่ถึงอย่างไรทุกคนก็ต้องปรับตัวภายใต้วิถีใหม่หรือ New Normal ที่จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ในอนาคตเชื่อว่าแม้จะสามารถกลับมาสอนในห้องเรียนตามปกติได้แล้ว แต่การเรียนการสอนในบางวิชาอาจเปลี่ยนรูปแบบไปจากเดิม ซึ่งจะดีกว่าเดิมอย่างแน่นอน”ดร.คุณหญิงกัลยา กล่าว

ดร.คุณหญิงกัลยากล่าวต่อว่า ที่ผ่านมากระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดรูปแบบการเรียนการสอนไว้ถึง 5 รูปแบบเพื่อให้มีความเหมาะสมต่อการรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่เมื่อสถานการณ์ของโลกเปลี่ยนแปลง เราคงต้องอยู่กับวิถีชีวิตแบบใหม่ การเรียนการสอนอาจต้องผสมผสานกันทั้งในรูปแบบออนไลน์และรูปแบบเดิม รูปแบบการเรียนออนไลน์คาดว่าจะอยู่กับเราตลอดไป จึงจำเป็นต้องวางแผนพัฒนาทักษะครูและนักเรียนให้มีความพร้อมมากขึ้นทั้งการจัดหาอุปกรณ์และเทคโนโลยีให้กับทั้งผู้เรียนและผู้สอน และการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบเพื่อให้เหมาะสมกับการเรียนออนไลน์

ส่วนเรื่องอุปกรณ์การเรียน และเทคโนโลยีนั้นถือเป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่มีความสำคัญ จะต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อการเรียนของเด็กไทย โดยขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการได้ร่วมกับภาคเอกชนและสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย ได้จัดหาอุปกรณ์ (smart devices) ประกอบการเรียนออนไลน์ให้แก่นักเรียนได้ยืมใช้งานจากโรงเรียน รวมไปถึงทางคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะเข้ามาให้ความช่วยเหลือทางด้านอินเตอร์เนต เพื่อลดภาระทั้งครูและผู้ปกครองเป็นเวลา 2 เดือน คือ ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม ถึง 15 ตุลาคม 2564 หรือจนกว่าสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย

นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการ ยังได้ปรับแผนปฏิบัติการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อไม่ให้เป็นภาระเพิ่มสำหรับครู โดยยังคงเดินหน้าปฏิรูปหลักสูตร ให้การศึกษาพัฒนาเด็กไทยให้มีความรู้และทักษะให้ทำงานเป็น ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับสังคมได้ดี โดยได้มีการปรับหลักสูตรฐานสมรรถนะใหม่ที่แตกต่างจากเดิมในสาระสำคัญ เช่น ช่วงชั้นประถมศึกษาตอนต้น หรือ ชั้น ป.1-ป.3 เวลาเรียนลดลง โดยลดจาก 1,000 ชั่วโมง เป็น 800 ชั่วโมง ปลดล็อกด้านตัวชี้วัด เด็กเรียน 7 สาระการเรียนรู้ แทน 8 สาระการเรียนรู้ เป็นต้น

ทั้งนี้คณะกรรมการอำนวยการปรับปรุงหลักสูตรฯ ได้นำแผนที่ปรับเปลี่ยนใหม่ดังกล่าว เสนอต่อคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ไปเมื่อวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมานี้ และคาดว่าจะจัดให้นำร่องทดลองใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะในเขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ได้ประมาณวันที่ 1 กันยายน 2564 โดยจะทยอยเผยแพร่คู่มือ หลักสูตร ที่มีตัวอย่างสถานการณ์และกิจกรรมการเรียนรู้ที่ปรับใช้ในพื้นที่และในรูปแบบการสอนออนไลน์ได้

“ดิฉันขอให้กำลังใจครู ผู้ปกครอง นักเรียน และบุคลากรทางการศึกษาทุกคน ในการก้าวผ่านภาวะวิกฤติ และขอยืนยันว่าเราจะไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง ดังความตั้งใจของดิฉันในการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาภายใต้แนวคิด ทันสมัย-เท่าเทียม-ยั่งยืน” ดร.คุณหญิงกัลยา กล่าว

20 สิงหานี้ ชวนชม ‘ดาวพฤหัสบดีใกล้โลกที่สุดในรอบปี’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/596007

20 สิงหานี้ ชวนชม'ดาวพฤหัสบดีใกล้โลกที่สุดในรอบปี'

20 สิงหานี้ ชวนชม’ดาวพฤหัสบดีใกล้โลกที่สุดในรอบปี’

วันพุธ ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 22.00 น.

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2564 นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า ในวันศุกร์ที่ 20 สิงหาคม 2564 นี้ ดาวพฤหัสบดีจะโคจรเข้ามาอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามดวงอาทิตย์ ดวงอาทิตย์ โลก และดาวพฤหัสบดีจะเรียงตัวอยู่ในแนวเดียวกันโดยมีโลกอยู่ตรงกลาง นับเป็นตำแหน่งใกล้โลกมากที่สุดในรอบปี ห่างจากโลกประมาณ 600 ล้านกิโลเมตร เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า จะเห็นดาวพฤหัสบดีปรากฏสว่างทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ จากนั้นจะสังเกตได้ยาวนานจนถึงรุ่งเช้า หากฟ้าใส ไร้เมฆฝน สามารถเห็นชัดเจนด้วยตาเปล่า และถ้าสังเกตผ่านกล้องโทรทรรศน์ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 8 นิ้ว และมีกำลังขยายตั้งแต่ 50 เท่าขึ้นไป จะสังเกตเห็นแถบเมฆบนดาวพฤหัสบดีอย่างชัดเจน นอกจากนี้ ในคืนดังกล่าวยังมีดาวเสาร์ปรากฏสว่างถัดจากดาวพฤหัสบดีไปทางทิศตะวันตกอีกด้วย

“ดาวพฤหัสบดีจะโคจรเข้ามาในตำแหน่งใกล้โลกทุกๆ 13 เดือน ครั้งต่อไปจะเข้ามาใกล้โลกในวันที่ 27 กันยายน 2565 ขอเชิญชวนผู้สนใจชมความสวยงามของดาวพฤหัสบดีในช่วงเวลาดังกล่าว ผู้สนใจสามารถสังเกตการณ์อยู่ที่บ้านได้อย่างปลอดภัย ห่างไกลโควิด-19 รับชมถ่ายทอดสดปรากฏการณ์ “ดาวพฤหัสบดีใกล้โลกที่สุดในรอบปี” พร้อมกันทั่วประเทศ ในวันที่ 20 สิงหาคม 2564 เริ่มตั้งแต่เวลา 20.00 – 21.00 น.ทางเฟซบุ๊กสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ https://www.facebook.com/NARITpage เตรียมพร้อมสัญญาณภาพจากหอดูดาวทั้ง 4 ภูมิภาค ได้แก่ อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา นครราชสีมา ฉะเชิงเทรา และสงขลา” นายศุภฤกษ์ กล่าว

เปิดรายละเอียด! แนวทางจ่ายเงินเยียวยานักเรียน-ผู้ปกครอง 2,000 บาท #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/595990

เปิดรายละเอียด! แนวทางจ่ายเงินเยียวยานักเรียน-ผู้ปกครอง 2,000 บาท

เปิดรายละเอียด! แนวทางจ่ายเงินเยียวยานักเรียน-ผู้ปกครอง 2,000 บาท

วันพุธ ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 20.12 น.

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2564 นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ มีมาตรการลดภาระทางการศึกษาให้แก่นักเรียนและผู้ปกครอง ด้วยการจ่ายเงินเยียวยานักเรียนคนละ 2,000 บาท นั้น ตนขอชี้แจงทำความเข้าใจเพิ่มเติมว่า การจ่ายเงิน 2,000 บาท จะจ่ายตามจำนวนนักเรียน เช่น หากผู้ปกครองมีบุตรหลานเรียนอยู่ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน (อนุบาล – ม.6) จำนวน 1 คน ก็จะได้รับเงินเยียวยา 2,000 บาท แต่หากมีบุตรหลานเรียนอยู่ จำนวน 3 คน ก็จะได้รับเงินรวม 6,000 บาท โดยคนที่จะรับเงินเยียวยาคือผู้ปกครอง หากนักเรียนอยู่กับพ่อแม่ ผู้ปกครองก็คือพ่อแม่ แต่หากนักเรียนอยู่กับญาติ ผู้ปกครองก็คือญาติที่นักเรียนอาศัยอยู่ด้วย ซึ่งครูประจำชั้นต้องรู้ข้อมูลในส่วนนี้ แต่หากเด็กอยู่กับมูลนิธิหรืออยู่บ้านพักเด็ก ทางโรงเรียนก็สามารถจ่ายเงินเยียวยาให้กับนักเรียนโดยตรงได้ โดยระบุว่าเด็กคนนี้อยู่บ้านพักเด็กที่ไหนหรืออยู่กับมูลนิธิอะไร เพื่อเป็นการยืนยันว่าเด็กอยู่กับใครและเงินถึงมือเด็กหรือไม่

สำหรับนักเรียนที่จะได้รับเงินเยียวยา ต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนนักเรียนของโรงเรียนที่ได้ลงข้อมูลไว้ ณ วันที่ 25 มิถุนายน 2564 เมื่อมีรายชื่อเป็นนักเรียนอยู่ที่ไหน สพฐ. ก็จะจัดสรรเงินไปตามรายชื่อของนักเรียนที่อยู่ในโรงเรียนนั้น โดยโรงเรียนจะจ่ายเงินให้เฉพาะนักเรียนที่มีตัวตนจริง ส่วนนักเรียนที่ไม่มีชื่อในทะเบียนในวันที่ 25 มิ.ย. แต่มาเรียนเพิ่มเติมในโรงเรียนนั้น นักเรียนจะยังมีชื่ออยู่ที่โรงเรียนเดิม ทางโรงเรียนใหม่ก็ต้องเพิ่มชื่อนักเรียนเข้าไป แล้วรายงานไปยังสำนักงานเขตฯ ในส่วนนี้ทางโรงเรียนยังไม่สามารถจ่ายเงินได้ จนกว่าสำนักงานเขตฯ จะเคลียร์ข้อมูลให้เรียบร้อยจึงจะอนุมัติการจ่ายเงินได้ โดยสรุปคือ ทุกโรงเรียนต้องสำรวจรายชื่อนักเรียนของตนเอง ว่ายังมีชื่ออยู่ในโรงเรียนครบถ้วนหรือไม่ และยังมีตัวตนอยู่จริงหรือไม่ หากมีครบไม่ได้ย้ายออกไปไหนถือว่าจบไม่มีปัญหา แต่หากมีย้ายออกไปก็ให้โรงเรียนกรอกข้อมูลเข้ามาว่าเด็กย้ายไปอยู่ที่ไหน หรือหากมีเด็กย้ายเข้ามาก็ให้กรอกข้อมูลว่ารับย้ายมาจากที่ไหนด้วย

นายอัมพร กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงระหว่างการเตรียมการ เมื่อเงินลงมาถึงโรงเรียนแล้วเราอยากให้เงินถึงผู้ปกครองภายใน 3 วัน โดยให้โรงเรียนถือปฏิบัติตามแนวทางในหนังสือฉบับใหม่ที่ได้ส่งไปเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2564 ซึ่งได้แจ้งว่าในส่วนของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาต้องเปิดบัญชีใหม่เพื่อรองรับ ส่วนโรงเรียนจะมีการซักซ้อมวิธีปฏิบัติเพื่อให้เข้าใจตรงกันอีกครั้งหนึ่ง แต่สิ่งที่เราห่วงมากที่สุดก็คือฐานข้อมูลของนักเรียน และการเตรียมการวิธีจ่ายเงินให้กับผู้ปกครองนักเรียน โดยจะมีแนวปฏิบัติแจ้งออกไปให้ทราบอีกครั้งภายในสัปดาห์นี้ พร้อมกับเน้นย้ำว่าเมื่อ สพฐ.ได้รับเงินจัดสรรเมื่อใดก็จะโอนเงินไปยังบัญชีของสำนักงานเขตฯ ภายในวันเดียวกันนั้น และให้เขตฯโอนต่อไปยังโรงเรียนภายใน 3 วัน เมื่อถึงบัญชีโรงเรียนแล้ว ขอให้โรงเรียนโอนเงินหรือจ่ายเงินถึงมือผู้ปกครองภายใน 3 วันเช่นเดียวกัน โดยรวมแล้วทั้งกระบวนการขอให้จบภายใน 7 วัน

ในส่วนของการจ่ายเงินนั้น เราได้กำหนดแนวทางไว้ 2 ประเด็น คือ หากผู้ปกครองมีบัญชีธนาคารก็สามารถโอนเงินเข้าบัญชีผู้ปกครองได้โดยตรง แต่หากใช้วิธีโอนเงินไม่ได้ จะให้โรงเรียนบริหารจัดการผ่านครูประจำชั้น ในการออกแบบการจ่ายเงินสดให้ผู้ปกครอง เช่น นัดหมายผู้ปกครองเข้ามารับเงินสดที่โรงเรียน แต่ต้องเป็นไปตามมาตรการป้องกันโรคของ ศบค.โดยให้ผู้ปกครองลงลายมือชื่อพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาทะเบียนบ้าน เพื่อเป็นหลักฐานในการจ่ายเงิน ทั้งนี้ ขอให้ทางโรงเรียนสื่อสารกับผู้ปกครองให้เข้าใจตรงกันว่า ในขณะนี้ สพฐ.ยังไม่ได้รับเงินจัดสรรจากกระทรวงการคลังมาถึงกระทรวงศึกษาธิการ จึงยังไม่มีเงินลงไปถึงโรงเรียน ซึ่งเมื่อใดที่เงินลงไปถึงโรงเรียนแล้ว ก็จะดำเนินการจ่ายเงินให้กับผู้ปกครองภายใน 3 วัน

“ทั้งนี้ นักเรียนและผู้ปกครองที่มีบุตรหลานกำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียน สังกัด สพฐ.สามารถตรวจสอบสถานะการมีสิทธิ์ตามโครงการให้ความช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา (COVID-19) ในอัตรา 2,000 บาทต่อคน ได้แล้วที่เว็บไซต์ https://student.edudev.in.th โดยจะต้องมีข้อมูลเลขประจำตัวประชาชนและเลขประจำตัวนักเรียน ที่โรงเรียนรายงานเข้ามาในระบบและยืนยันข้อมูล ณ วันที่ 25 มิ.ย.2564 (กรณีที่มีการย้ายสถานศึกษาหลังวันที่ 25 มิ.ย.2564 ให้ใช้เลขประจำตัวของโรงเรียนเดิมจึงจะพบสิทธิ์ และนักเรียนที่มีอายุต่ำกว่าเกณฑ์หรือเกินเกณฑ์ จะยังไม่ได้รับสิทธิ์ในรอบนี้)” เลขาธิการ กพฐ.กล่าว

อาชีวะอุบลฯ คว้ารางวัลชนะเลิศ ‘นักขายมืออาชีพ’ ในงาน ACBA 2021 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/595921

อาชีวะอุบลฯ คว้ารางวัลชนะเลิศ ‘นักขายมืออาชีพ’ ในงาน ACBA 2021

อาชีวะอุบลฯ คว้ารางวัลชนะเลิศ ‘นักขายมืออาชีพ’ ในงาน ACBA 2021

วันพุธ ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 17.30 น.

สุดยอด นักขายมือโปร นักศึกษาสาขาวิชาการตลาด อาชีวะอุบลฯ คว้ารางวัลชนะเลิศการแข่งขัน “นักขายมืออาชีพ” ออนไลน์  ในงาน “บริหารธุรกิจวิชาการ ครั้งที่ 7 (ACBA 2021)” ที่ ราชภัฏอุบลฯ

18 สิงหาคม 2564  วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี นำโดย ดร.พงษ์ศักดิพล ทาแก้ว ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี พร้อมด้วยครูสาขาวิชาการตลาด ได้แก่ นางสาวอรทัย ปริต นางสาวศกลรัตน์ อุทธา นางประภัสสร คำเจริญ นางสาววชิราภรณ์ เขม้นดี และนางสาวดวงดาว จันทร นำนักศึกษาในสาขาวิชาการตลาด เข้าร่วมแข่งขันทักษะทางการตลาด ในการประกวด “นักขายมืออาชีพ” หัวข้อ The Best Salesman 2021 ประจำปี 2564  ด้วยไลฟ์สดการขายผ่านระบบออนไลน์   ใช้เวลา ไม่เกิน 5 นาที ผ่านโปรแกรม Google Meet  และตอบคำถามจากคณะกรรมการอีก 5 นาที  ในรอบชิงชนะเลิศ

ทั้งนี้ตัวแทนนักเรียน นักศึกษา สาขาวิชาการตลาด วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี สามารถทำคะแนนผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศได้ จำนวน 2 คน จากผู้ผ่านเข้ารอบทั้งหมด จำนวน 12 คน ได้แก่ นางสาวพรชิตา ดุจดา และนายธีรเมศ ชายน้ำเค็ม นักศึกษา ปวส.1 สาขาวิชาการตลาด 

สำหรับผลการแข่งขันปรากฏว่า นายธีรเมศ ชายน้ำเค็ม นักศึกษา ปวส.1 สาขาวิชาการตลาด  สามารถคว้ารางวัลชิงชนะเลิศจากการแข่งขันได้สำเร็จ ได้รับโล่รางวัล เกียรติบัตรและเงินรางวัล จำนวน 3,000 บาท  เอาชนะใจกรรมการได้ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ เห็ดเผาะพร้อมทานสำเร็จรูป ด้วยการนำเสนอที่มีความน่าสนใจและให้รายละเอียดในเนื้อหาที่ครบถ้วนสมบูรณ์ตามหลักการขาย

ส่วนรองชนะเลิศอันดับ1 ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคยโสธร  รองขนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่   มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย

รางวัลชมเชยอันดับ 1 ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ  และ รางวัลชมเชยอันดับ 2 ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี

กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของงาน “บริหารธุรกิจวิชาการ ครั้งที่ 7 (ACBA 2021)” ตามโครงการพัฒนาศักยภาพด้านการจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 พร้อมส่งเสริมความเป็นเลิศทางวิชาการด้านบริหารธุรกิจและการจัดการ จัดโดย คณะบริหารธุรกิจและการจัดการ มหาวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ระหว่างวันที่ 15-19 สิงหาคม 2564

สุดซาบซึ้ง! ‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’ พระราชทานบัตรแสดงความยินดี ‘น้องแต้ว’ คว้าทองแดงโอลิมปิก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/595871

สุดซาบซึ้ง! ‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’พระราชทานบัตรแสดงความยินดี 'น้องแต้ว' คว้าทองแดงโอลิมปิก

สุดซาบซึ้ง! ‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’พระราชทานบัตรแสดงความยินดี ‘น้องแต้ว’ คว้าทองแดงโอลิมปิก

วันพุธ ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 15.55 น.

วันที่ 18 สิงหาคม 2564 ภายในห้องประชุมชั้นสาม ที่ว่าการอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้จัดให้มีพิธีมอบบัตรอวยพรแสดงความยินดีแก่ผู้ได้รับเหรียญทองแดง ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 32 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยนายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้อัญเชิญบัตรอวยพรแสดงความยินดี จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี เพื่อมอบให้แก่นางสาวสุดาพร สีสอนดี หรือ น้องแต้ว นักกีฬามวยสากลสมัครเล่นหญิงทีมชาติไทย เจ้าของเหรียญทองแดงโอลิมปิก

ในพิธีนายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยนายธีระพงศ์ ช่วยชู นายอำเภอเกาะสมุย หัวหน้าส่วนราชการ พร้อมด้วยนายสมชาย พูลสวัสดิ์ ผู้จัดการทีม และประธานพัฒนาเทคนิคสมาคมกีฬามวยสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ได้นำนางสาวสุดาพร สีสอนดี หรือ น้องแต้ว พร้อมด้วยนักกีฬามวยสากลสมัครเล่น และสตาร์ฟโค้ชชุดโอลิมปิกประเทศญี่ปุ่นเข้าร่วมพิธี

นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ประธานในพิธีได้ถวายความเคารพพร้อมเปิดกรวยถวายราชสักการะหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ถือพานพระราชทานบัตรอวยพรแสดงความยินดี วางบนแท่นหน้าพระฉายาลักษณ์พร้อมทำความเคารพ

จากนั้นนางสาวสุดาพร สีสอนดี ได้ทำความเคารพพร้อมเข้ารับพระราชทานบัตรอวยพรแสดงความยินดีจากพานเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ จากนั้นนางสาวสุดาพร สีสอนดี ได้กล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร พร้อมโชว์บัตรอวยพรที่มีลายพระหัตถ์ข้อความภายในบัตรอวยพร “ขอแสดงความยินดีกับคุณสุดาพร ที่ประสบความสำเร็จในกีฬาโอลิมปิก”

นางสาวสุดาพร สีสอนดี กล่าวว่า ตนเองได้ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ที่ได้พระราชทานบัตรอวยพรให้เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ซึ่งตนเองจะทุ่มเทในการฝึกซ้อมต่อไปเพื่อชัยชนะในการสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย และวงการมวยสากลสมัครเล่นของประเทศไทยต่อไป ส่วนความรู้สึกดีในวันนี้ตนเองอยากส่งต่อให้กับเพื่อนๆ นักกีฬาทุกคนขอให้ทุ่มเทฝึกซ้อม ซึ่้งวันหนึ่งสิ่งที่ฝันจะเป็นจริง และวันนั้นจะได้มีความภาคภูมิใจเหมือนตนเองเช่นวันนี้

‘กรมการแพทย์’ เปิดลงทะเบียน คนท้องอายุครรภ์ตั้งแต่ 12 สัปดาห์ขึ้นไป ฉีดไฟเซอร์ 20 ส.ค.นี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/595850

'กรมการแพทย์'เปิดลงทะเบียน คนท้องอายุครรภ์ตั้งแต่ 12 สัปดาห์ขึ้นไป ฉีดไฟเซอร์ 20 ส.ค.นี้

‘กรมการแพทย์’เปิดลงทะเบียน คนท้องอายุครรภ์ตั้งแต่ 12 สัปดาห์ขึ้นไป ฉีดไฟเซอร์ 20 ส.ค.นี้

วันพุธ ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 15.26 น.

วันที่ 18 สิงหาคม 264 เฟซบุ๊กเพจ กรมการแพทย์ โพสต์ข้อความระบุว่า กรมการแพทย์ โดยโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี ร่วมกับห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์บางกะปิ ขอเชิญลงทะเบียนฉีดวัคซีนไฟเชอร์ (Pfizer) สำหรับหญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 12 สัปดาห์ขึ้นไป และมีหลักฐานมาแสดงที่ไม่เคยรับวัคซีน โควิด 19 มาก่อน

ลงทะเบียนวันที่ 20 ส.ค. 64 ตั้งแต่ 08.00 น. ฉีดวัคซีนวันที่ 23 ส.ค. 64 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ที่ MCC Hall ชั้น 4 เดอะมอลล์บางกะปิ