‘เอนก’ เผยผู้หายป่วยโควิดกลับบ้าน 3 วันติด รวม 4,153 คน -ฉีดวัคซีนกว่า 22 ล้านโดสทั่วประเทศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/594286

'เอนก'เผยผู้หายป่วยโควิดกลับบ้าน 3 วันติด รวม 4,153 คน -ฉีดวัคซีนกว่า 22 ล้านโดสทั่วประเทศ

‘เอนก’เผยผู้หายป่วยโควิดกลับบ้าน 3 วันติด รวม 4,153 คน -ฉีดวัคซีนกว่า 22 ล้านโดสทั่วประเทศ

วันพุธ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 16.19 น.

วันที่ 11 สิงหาคม 2564 ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า วันนี้ (11 ส.ค.) ถือเป็นอีกครั้งที่จำนวนผู้หายป่วยจากโควิด -19 ได้กลับบ้านมากกว่าผู้ติดเชื้อรายใหม่ และนับเป็นวันที่ 3 ติดต่อกันตั้งแต่วันที่ 9  – 11 ส.ค.2564 โดยในวันที่ 9 ส.ค.มีผู้หายป่วยกลับบ้านมากกว่าผู้ติดเชื้อรายใหม่ 216 ราย วันที่ 10 ส.ค.จำนวน 2,963 ราย และวันที่ 11 ส.ค.จำนวน 974 รายตามลำดับ รวมกัน 3 วัน หายป่วยกลับบ้านถึง 4,153 คน อย่างไรก็ตามแน่นอนว่า จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังคงอยู่ในระดับสูง คือ ประมาณ 2 หมื่นรายในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ผู้หายป่วยกลับบ้านเริ่มมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกัน จะสังเกตได้จากในวันที่ 3 ส.ค.2564 จำนวนผู้หายป่วยกลับบ้านเกือบสูงเท่าผู้ติดเชื้อรายใหม่ ต่างกันเพียง 311 ราย ต่อมาในวันที่ 6 ส.ค.2564 เป็นครั้งแรกตั้งแต่ประกาศล็อคดาวน์เมื่อวันที่ 12 ก.ค.2564 ที่จำนวนผู้หายป่วยกลับบ้านมากกว่าผู้ป่วยรายใหม่เกือบ 800 ราย อีกทั้งผู้ป่วยที่กำลังรักษาตัวอยู่นั้นเริ่มค่อยๆ ลดลงจากจำนวนสูงสุดเมื่อวันที่ 8 ส.ค.2564 มีถึง 214,786 ราย แต่ในวันนี้เหลือผู้ป่วยที่กำลังรักษาตัว 210,042 ราย จะเห็นว่ามีความเป็นไปได้ที่จำนวนผู้หายป่วยจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งย่อมจะทำให้มีเตียงรองรับผู้ป่วยรายใหม่มากขึ้น ในขณะเดียวกันเราก็ต้องพยายามควบคุมจำ นวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ไม่ให้มากกว่านี้ และพยายามรักษาผู้ป่วยหนักให้ดีเพื่อจะส่งผลให้จำนวนผู้เสียชีวิตลดลงเรื่อย ๆ

รมว.อว. กล่าวต่อว่า ขณะนี้ ทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการล็อคดาวน์ และมีการระดมฉีดวัคซีนอย่างเห็นได้ชัด โดยฉีดวัคซีนไปแล้วเกือบ 22 ล้านโดสทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 10 ส.ค.วันเดียวฉีดทั่วประเทศได้ถึง 491,388 โดส อย่างไรก็ตาม เราต้องไม่ประมาทและควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์และพยาบาลอย่างต่อเนื่อง อีกไม่นานสถานการณ์น่าจะเริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ
 

‘สมเด็จพระสังฆราช’ มีพระดำรัสถวายพระพร ‘สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/594211

'สมเด็จพระสังฆราช'มีพระดำรัสถวายพระพร'สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง'

‘สมเด็จพระสังฆราช’มีพระดำรัสถวายพระพร’สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง’

วันพุธ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 12.49 น.

“สมเด็จพระสังฆราช”มีพระดำรัสถวายพระพร”สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม

เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระดำรัสถวายพระพรแด่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๔ ความว่า

อภิลักขิตสมัยเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ได้เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่ง อาตมภาพในนามคณะสงฆ์ ขอตั้งกัลยาณจิต สำแดงความปีติโสมนัสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษามาโดยสวัสดี นับถึงบัดนี้ได้ ๘๙ พรรษาบริบูรณ์

สมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ทรงประกอบพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ เพื่อเกื้อกูลสรรพชีวิตทั้งมนุษย์ สัตว์ตลอดจนพฤกษ์ไพร ให้ดำรงคงความผาสุกร่มเย็น เป็นนิพัทธราชจริยามาเนิ่นนานหลายทศวรรษ พระราชจริยวัตรอันอ่อนโยนละมุนละม่อม น้อมนำดวงจิตของพสกนิกรให้คลายความรุ่มร้อนแห้งแล้งกลับชุ่มเย็น ทรงแผ่พระเมตตาการุณยจิตอย่างอเนกอนันต์ ทรงสร้างสรรค์พลังแห่งความเป็นมารดาผู้รักและปรารถนาดีต่อบุตรอย่างจริงใจ พระเมตตาบารมีประการนี้ ย่อมบังเกิดแต่พระราชธรรมอันเป็นเหตุเชื่อมโยงให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับเมตตาธรรม กล่าวคือ “ขันติธรรม” เพราะความอดทนอดกลั้น ย่อมจะทำให้บุคคลผู้ประสบโลกธรรมอันไม่น่าพึงใจ สามารถยับยั้งไม่ปฏิบัติตอบโต้ความรุนแรงที่ได้รับ โดยอาศัยความอดทนอยู่ได้ สงบอยู่ได้  ฉะนั้น ผู้ถึงพร้อมด้วยเมตตาและขันติ ทั้งสองประการ ย่อมเป็นที่รักที่ชอบใจของมหาชนทั่วไป สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า “มนาโป โหติ ขนฺติโก.” แปลความว่า “ผู้มีความอดทนย่อมเป็นที่ชอบใจ” ในทุกสถาน

อุดมมงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษา จึงขอประชาราษฎร จงสมัครสมานปรองดองกันสนองพระมหากรุณาธิคุณด้วยการประพฤติตนเสมือนลูกที่ดี เป็นผู้คิดดี พูดดี และทำดี มีความอดทนอดกลั้น และมีไมตรีจิตแผ่เผื่อเอื้อเฟื้อต่อกันอย่างไม่เลือกที่รักผลักที่ชัง เพื่อ “แม่แห่งชาติ” จักได้ทรงพระเกษมสำราญเบิกบานด้วยพระกำลังอันเข้มแข็ง และทรงเบาพระราชหฤทัยว่าลูกไทยของพระองค์ ล้วนมีสติสำนึกรู้อยู่ในคุณธรรม พร้อมเป็นกำลังของชาติบ้านเมืองสืบไป

ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และพระราชกุศลธรรมจริยา โปรดอภิบาลรักษาสมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ให้ทรงพระเจริญด้วยจตุรพิธพรชัย เสด็จสถิตเป็นกำลังพระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเป็นมิ่งขวัญของประเทศชาติ ตราบจิรัฏฐิติกาล เทอญ.

‘คุณวุฒิวิชาชีพ’ การพัฒนากำลังคน ‘โลจิสติกส์’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/594008

‘คุณวุฒิวิชาชีพ’ การพัฒนากำลังคน‘โลจิสติกส์’

‘คุณวุฒิวิชาชีพ’ การพัฒนากำลังคน‘โลจิสติกส์’

วันพุธ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เมื่อช่วงปลายเดือนก.ค. 2564 ที่ผ่านมา คณะกรรมการที่ปรึกษาเพื่อการพัฒนากำลังคนด้านโลจิสติกส์ได้ร่วมประชุมกับทาง “สคช.” สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) โดยได้นำเสนอ “รายงานวิเคราะห์แนวหน้าอุตสาหกรรมและการพัฒนากำลังคนด้านโลจิสติกส์” ซึ่งสามารถสรุปตามประเภทของงานได้ดังนี้ 1.การขนส่งสินค้าภายในประเทศ และให้บริการพัสดุด่วน (เฉพาะการให้บริการขนส่งสินค้าทางถนน) ซึ่งมีทักษะสำคัญคือ ทักษะด้านการบริการ การขาย จิตบริการ มารยาท ทัศนคติที่ดี คุณภาพการให้บริการ ทักษะการแก้ไขปัญหา

ทั้งนี้ ผู้ปฏิบัติงานสามารถปรับตัวได้ดีในการใช้เทคโนโลยีด้านการขนส่ง และบริษัทเองก็มีการวางแผนพัฒนาพนักงานให้ใช้เทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารงานขนส่งสินค้าทางถนนเป็นตำแหน่งที่ขาดแคลน เช่นเดียวกับจำนวนผู้ขับขี่พาหนะหลายประเภทยังไม่เพียงพอต่อปริมาณงาน เช่น รถบรรทุกขนาดเล็ก รถบรรทุกขนาดใหญ่ รถบรรทุกลากจูง และรถบรรทุกวัตถุอันตราย ส่วนอาชีพผู้ให้บริการจัดส่งเอกสารและพัสดุด่วนภายในประเทศ จะพบปัญหาขาดแคลนในองค์กรขนาดเล็ก

2.ด้านการบริหารและการจัดเก็บสินค้า ดูแลและบริการคลังสินค้า สำหรับความต้องการกำลังคนมีแนวโน้มลดลงโดยเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่ เนื่องจากการนำเทคโนโลยี เช่น หุ่นยนต์ มาใช้แทน ขณะที่งานวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analysis) เป็นอาชีพที่มีความต้องการมากขึ้นเพราะต้องการแรงงานมีฝีมือมาช่วยจัดการเทคโนโลยีต่างๆ อนึ่งผู้ปฏิบัติงานคลังสินค้า ผู้ควบคุมคลังสินค้าอันตราย ผู้ควบคุมคลังสินค้าไซโล และผู้ควบคุมคลังสินค้าห้องเย็น อาจเป็นอาชีพที่ความต้องการไม่ลดลงหรือแม้แต่เพิ่มขึ้นก็ได้ หากการพัฒนาอุตสาหกรรม เช่น เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เป็นไปตามแผน

3.ด้านการบริการด้านพิธีการส่งออกและนำเข้าสินค้า ด้วยความที่งานด้านนี้ต้องประสานงานกับกรมศุลกากรเป็นหลัก การพัฒนาเทคโนโลยีนั้นขึ้นอยู่กับว่าทางกรมศุลกากรมีการพัฒนาไปมากน้อยเพียงใด สำหรับตำแหน่งงานที่น่าจะลดความต้องการลงคือ ผู้ปฏิบัติงานถ่ายลำและผ่านแดนระดับ ผู้ปฏิบัติพิธีการและตรวจปล่อยสินค้า เพราะกรมศุลกากรพัฒนาระบบ E-PaperlessE-payment และ E-tracking ในขณะที่งานดังกล่าวเป็นงานเอกสาร

อย่างไรก็ตาม ผู้ปฏิบัติงานสินค้าควบคุมการส่งออกและนำเข้าผู้ผ่านพิธีการศุลกากร และผู้ชำนาญการศุลกากร เป็นงานมีแนวโน้มความต้องการสูงขึ้น อนึ่ง เขตเศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดน 10 จังหวัด ต้องคำนึงถึงขีดจำกัดในการเชื่อมต่อของประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียนด้วย โดยหากต้องการให้ประสบความสำเร็จก็จะต้องผลักดันผ่านแผนแม่บทว่าด้วยความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน (Master Plan on ASEAN Connectivity 2021- MPAC (2025) ฉบับสมบูรณ์ (ค.ศ.2016-2025)

และ 4.ด้านการขนส่งสินค้าและให้บริการศูนย์กระจายสินค้าระหว่างประเทศ ด้วยความที่เน้นการปฏิบัติงานที่พื้นที่ขนส่งสินค้าเป็นหลัก ทำให้เทคโนโลยีที่เข้ามาไม่มี
ผลกระทบต่อกำลังคนในอาชีพ จากสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันผู้ประกอบการใช้วิธีการจ้างพนักงานผ่านผู้ให้บริการ (Outsource) แทนการจ้างงานประจำ ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ กรณีนี้ไม่มีผลกระทบต่อจำนวนแรงงานในธุรกิจ

การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศอาจไม่ส่งผลกระทบต่อความต้องการกำลังคน เนื่องจากเมื่อเกิดการขยายโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การเพิ่มศูนย์กระจายสินค้า วิธีการเคลื่อนย้ายกำลังคน คือย้ายแรงงานจากส่วนงานปัจจุบัน ไปยังส่วนที่เพิ่มเติมใหม่ทดแทนการจ้างงาน ผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศผู้ปฏิบัติงานการกระจายสินค้าระหว่างประเทศทางทะเล ทางอากาศ และทางบก มีความต้องการแรงงานเพิ่มขึ้นจากการเติบโตของภาคธุรกิจ E-Commerce และธุรกิจนำเข้า-ส่งออกสินค้า ส่วนผู้ปฏิบัติการพิธีการศุลกากรสินค้าเร่งด่วน ผู้ปฏิบัติการพิธีศุลกากรสินค้าเร่งด่วนระหว่างประเทศ เป็นอาชีพที่ขาดแคลนแรงงานสูง

สำหรับผลการกำหนดแนวทางขับเคลื่อนการพัฒนากำลังคนของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ มี 4 ข้อ ประกอบด้วย 1.การเทียบเคียงหลักสูตรฝึกอบรมกับมาตรฐานอาชีพ โดยนำหน่วยสมรรถนะเทียบกับรายวิชาของหลักสูตรฝึกอบรม หากเห็นว่าสอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพ สคช. จะดำเนินการขึ้นทะเบียนหลักสูตรดังกล่าว และเมื่อผู้ผ่านการฝึกอบรมเข้าสู่กระบวนการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ จะได้รับประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพเพื่อแสดงว่าได้ผ่านการฝึกอบรมและการประเมินสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพต่อไป

2.การขับเคลื่อนการประเมินสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพเพื่อให้การรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ การขับเคลื่อนการประเมินสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพโดยวิธีการเทียบโอนประสบการณ์ทำงานเพื่อการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ เพื่อสร้างโอกาสให้กับผู้ที่มีประสบการณ์การทำงาน โดยนำหลักฐานความสามารถที่ได้จากการทำงาน เข้าสู่การประเมินสมรรถนะ

3.การขับเคลื่อนการผลิตและพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ มุ่งเน้นการพัฒนากำลังคนในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ ได้แก่ 3.1 กลุ่มสาขาอาชีพด้านโลจิสติกส์โครงสร้างพื้นฐาน(Logistic Infrastructure) กับ 3.2 กลุ่มสาขาอาชีพโลจิสติกส์และซัพพลายเชน(Logistics and Supply Chain) และ 4.การนำมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพไปใช้ในการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะและหลักสูตรระยะสั้น การจัดการเรียนรู้
ฐานสมรรถนะในสถานศึกษา พร้อมส่งเสริมให้เข้าสู่กระบวนการประเมินสมรรถนะตามมาตรฐานอาชีพ

เพื่อให้ได้รับการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพควบคู่ไปกับการได้รับวุฒิการศึกษา!!!

สิ้นศิลปินแห่งชาติ ‘ดร.ชำเรือง วิเชียรเขตต์’ ประติมากรนามธรรมของไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/594120

สิ้นศิลปินแห่งชาติ 'ดร.ชำเรือง วิเชียรเขตต์' ประติมากรนามธรรมของไทย

สิ้นศิลปินแห่งชาติ ‘ดร.ชำเรือง วิเชียรเขตต์’ ประติมากรนามธรรมของไทย

วันอังคาร ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 18.52 น.

วันที่ 10 สิงหาคม 2564 นายชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) เปิดเผยว่า ดร.ชำเรือง วิเชียรเขตต์ ศิลปินแห่งชาติ ถึงแก่กรรม วันจันทร์ที่ 9 สิงหาคม 2564 เวลา 05.45 น. ที่บ้านเลขที่ 34/15 ตำบลท่าทราย อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี เนื่องจากโรคชรา สิริรวมอายุ 90 ปี โดยทางญาติแจ้งว่า ได้กำหนดสวดพระอภิธรรมศพ ในวันอังคารที่ 10 สิงหาคม 2564 เวลา 18.30 น. ณ วัดเวฬุวัน ตำบลนิคม อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ และได้กำหนดพิธีประชุมเพลิงศพ ในวันพุธที่ 11 สิงหาคม 2564 เวลา 13.30 น. ณ ฌาปนสถานวัดเวฬุวัน

อธิบดี สวธ.เปิดเผยอีกว่า นอกจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) ในฐานะหน่วยงานที่ดำเนินการยกย่องเชิดชูเกียรติศิลปินแห่งชาติ เผยแพร่และถ่ายทอดผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชน แล้ว ยังให้การช่วยเหลือด้านต่าง ๆ ด้วยการมอบเงินช่วยเหลือเมื่อเสียชีวิตเพื่อร่วมการบำเพ็ญกุศลศพ จำนวน 20,000 บาท และเงินช่วยเหลือค่าจัดทำหนังสือเพื่อเผยแพร่ผลงานเมื่อเสียชีวิตเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 150,000 บาท ตามระเบียบสวัสดิการของศิลปินแห่งชาติ

สำหรับประวัติของ ดร.ชําเรือง วิเชียรเขตต์ เกิดเมื่อวันที่ 2 มีนาคม พุทธศักราช 2474 ที่จังหวัดกาฬสินธุ เป็นศิลป์นอาวุโสคนสําคัญด้านประติมากรรม ซึ่งมีผลงานดีเด่นเป็นที่ยอมรับในวงการศิลปะและศิลปศึกษาโดยทั่วไป ได้สร้างสรรค์ผลงานประติมากรรมจํานวนมาก และอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลายาวนาน มีผลงานแสดงในนิทรรศการศิลปะและสถาบันศิลปะทั้งในและนอกประเทศ และมีผลงานติดตั้งในสาธารณสถานหลายแห่ง ได้รับรางวัลเกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง ประเภทประติมากรรมจากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ และได้รับเลือกเป็นผู้แทนไทยในการประชุมปฏิบัติการประติมากรรมอาเซียน 

ดร.ชําเรือง วิเชียรเขตต์เป็นผู้บุกเบิกและยืนหยัดการสร้างสรรค์ประติมากรรม เป็นเวลามากกว่า 40 ปี ผลงานจากประติมากรรมแบบจริงไปสู่แบบนามธรรม เป็นประติมากรนามธรรมคนแรก ๆของไทย ผลงานประติมากรรมของ ดร.ชําเรือง วิเชียรเขตต์ อยู่ในแนวสร้างสรรค์และสุนทรีย์ ซึ่งมีคุณประโยชน์ต่อมนุษย์และสังคมเป็นอย่างยิ่ง  นอกจากงานสร้างสรรค์ศิลปะแล้ว ได้ทําหน้าที่เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ โดยเป็น อาจารย์สอนวิชาศิลปะที่วิทยาลัยช่างศิลป์และมหาวิทยาลัยศิลปากร และสถาบันอื่นอีกหลายแห่ง ในด้านการให้บริการแก่ชุมชนนั้น ดร.ชําเรือง วิเชียรเขตต์ได้เข้าร่วมกิจกรรมทางศิลปะเพื่อสังคม และให้บริการทางวิชาการเมื่อได้รับการขอความร่วมมือโดยตลอดมา 

อาจจะกล่าวได้ว่า ดร.ชําเรือง วิเชียรเขตต์ เป็นหลักสําคัญในด้านประติมากรรมของวงการศิลปะและศิลปศึกษาของไทยเรา ท่านยังดํารงชีวิตและสร้างสรรค์ศิลปะอย่างเรียบง่ายด้วยคุณธรรมและจริยธรรม อุทิศตนให้กับศิลปะและสังคมมาเป็นเวลาอันยาวนาน เป็นตัวอย่างแก่คนรุ่นหลังเป็นอย่างดียิ่ง ดร.ชําเรือง  วิเชียรเขตต์จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ประติมากรรม) พุทธศักราช 2539

เตรียมตัวให้พร้อม! พรุ่งนี้ ‘ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์’ เปิดจองซิโนฟาร์ม สำหรับบุคคลธรรมดา รอบ 3 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/593968

เตรียมตัวให้พร้อม! พรุ่งนี้ ‘ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์’ เปิดจองซิโนฟาร์ม สำหรับบุคคลธรรมดา รอบ 3

เตรียมตัวให้พร้อม! พรุ่งนี้ ‘ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์’ เปิดจองซิโนฟาร์ม สำหรับบุคคลธรรมดา รอบ 3

วันอังคาร ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 14.10 น.

วันที่ 10 สิงหาคม 2564 ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ แจ้งกำหนดการ เปิดลงทะเบียนขอรับการจัดสรรวัคซีน “ซิโนฟาร์ม” สำหรับ “บุคคลธรรมดา” รอบ 3 จำนวน 100,000 ราย ในวันพุธที่ 11 สิงหาคม 2564 โดยจะเปิดระบบลงทะเบียนในเวลา 08.18 น. และจะเปิดระบบการจองวัคซีนสำหรับผู้ที่ลงทะเบียนสำเร็จในเวลา 14.00 น.

ทั้งนี้ ผู้ที่ลงทะเบียนสำเร็จในรอบที่ 3 สามารถเข้ามาดำเนินการจองวัคซีน เลือกโรงพยาบาล เลือกวันนัดฉีดและโอนเงินให้เสร็จสิ้นได้ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม เวลา 14.00 น. ถึงวันที่ 13 สิงหาคม 2564 เวลา 18.00 น.

หากไม่ได้เข้ามาดำเนินการตามวันที่กำหนดระบบจะลบข้อมูลท่านออกจากการลงทะเบียนโดยอัตโนมัติ และท่านต้องลงทะเบียนใหม่อีกครั้ง หากประสงค์ขอรับการจัดสรรในครั้งต่อไป

ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนขอรับการจัดสรรวัคซีนซิโนฟาร์มสำหรับบุคคลธรรมดาได้ 2 ช่องทาง

1) เว็บไซต์ https://sinopharm.cra.ac.th

2) แอพพลิเคชั่น CRA SINOP ทั้งระบบ iOS และ Android ทั้งนี้ อย่าลืมอัพเดตแอพพ์เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด

เงื่อนไขการลงทะเบียนจองวัคซีน

– ขอสงวนสิทธิเฉพาะสำหรับประชาชนที่ยังไม่เคยรับวัคซีนเข็มแรกและพร้อมเข้าฉีดวัคซีนได้ทันทีเท่านั้น

– ลงทะเบียนจองวัคซีนด้วยเลขที่บัตรประชาชนของผู้ที่จะเข้ารับการฉีดวัคซีนเท่านั้น คนต่างชาติ ใช้เลขที่หนังสือเดินทาง หรือเลขที่บัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย

– อัตราค่าวัคซีนซิโนฟาร์ม 2 โดสต่อคน 1,554 บาท (โดสละ 777 บาท) โดยทุกๆ 2 โดส ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จะบริจาคสมทบครึ่งโดสให้กับผู้ด้อยโอกาส

– ภายหลังจากชำระเงินค่าวัคซีนเรียบร้อยแล้ว ไม่สามารถเปลี่ยนสิทธิให้ผู้อื่นได้ทุกกรณี

– เลือกวันเข้ารับการฉีดในโรงพยาบาลที่กำหนดได้ตั้งแต่วันที่ 23 ส.ค.-5 ก.ย.2564

โรงพยาบาลที่เข้าร่วมให้บริการฉีดวัคซีนซิโนฟาร์มสำหรับบุคคลธรรมดาตามภาคต่างๆ ดังนี้

กรุงเทพฯและปริมณฑล

• โรงพยาบาลจุฬาภรณ์
• โรงพยาบาลปิยะเวท
• โรงพยาบาลพญาไท 3
• โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์
• โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 อินเตอร์
• โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 แอร์พอร์ต
• โรงพยาบาลอินเตอร์เมด
• โรงพยาบาลกรุงเทพ
• โรงพยาบาลวิชัยเวช แยกไฟฉาย
• โรงพยาบาลวิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล หนองแขม
• โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ
• โรงพยาบาลเทพธารินทร์
• โรงพยาบาลบางปะกอก 1
• โรงพยาบาลเวชธานี
• โรงพยาบาลมิชชั่น
• โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ สมุทรปราการ
• โรงพยาบาลแพทย์รังสิต ปทุมธานี
• โรงพยาบาลเอกชัย สมุทรสาคร
• โรงพยาบาล อินเตอร์กำแพงแสน นครปฐม
• โรงพยาบาลกรุงเทพสนามจันทร์ นครปฐม
• โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ นนทบุรี
• โรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ สมุทรปราการ

ภาคกลาง

• โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ จ.นครสวรรค์
• โรงพยาบาลมิตรภาพเมโมเรียล จ.สระบุรี
• โรงพยาบาลเอกชนเมืองกำแพง จ.กำแพงเพชร
• โรงพยาบาลพริ้นซ์ จ.อุทัยธานี
• โรงพยาบาลพิษณุเวช จ.พิจิตร
• โรงพยาบาลเพชรรัตน์ จ.เพชรบูรณ์
• โรงพยาบาลศรีสุโข จ.พิจิตร
• โรงพยาบาลศรีสวรรค์ จ.นครสวรรค์
• โรงพยาบาลเมืองนารายณ์ จ.ลพบุรี
• โรงพยาบาลมหาชัยแม่กลอง จ.สมุทรสงคราม
• โรงพยาบาลศุภมิตร จ.สุพรรณบุรี
• โรงพยาบาลพิษณุเวช จ.พิษณุโลก
• โรงพยาบาลรวมแพทย์ จ.พิษณุโลก

ภาคใต้

• โรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่ จ.สงขลา
• โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ จ.นราธิวาส
• โรงพยาบาลสงขลา
• โรงพยาบาลสิโรรส จ.ยะลา
• โรงพยาบาลรวมแพทย์ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช
• โรงพยาบาลนครินทร์ จ.นครศรีธรรมราช
• โรงพยาบาลนครคริสเตียน จ.นครศรีธรรมราช
• โรงพยาบาลวิรัชศิลป์ จ.ชุมพร
• โรงพยาบาลราษฎร์ยินดี หาดใหญ่ จ.สงขลา
• โรงพยาบาลวัฒนแพทย์อ่าวนาง จ.กระบี่
• โรงพยาบาลวัฒนแพทย์ จ.ตรัง
• โรงพยาบาลโรคผิวหนังเขตร้อนภาคใต้ จ.ตรัง
• โรงพยาบาลสิโรรส จ.ปัตตานี
• โรงพยาบาลควนขนุน จ.พัทลุง

ภาคอีสาน

• โรงพยาบาลกรุงเทพอุดร จ.อุดรธานี
• โรงพยาบาลนอร์ทอีสเทอร์น-วัฒนา จ.อุดรธานี
• โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จ.นครราชสีมา
• โรงพยาบาลปากช่องนานา จ.นครราชสีมา
• โรงพยาบาลพริ้นซ์ อุบลราชธานี
• โรงพยาบาลโขงเจียม อุบลราชธานี
• โรงพยาบาลขอนแก่น ราม จ.ขอนแก่น
• โรงพยาบาลกรุงเทพขอนแก่น
• โรงพยาบาลเมืองเลยราม จ.เลย
• โรงพยาบาลพริ้นซ์ จ.ศรีสะเกษ
• โรงพยาบาลชัยภูมิ
• โรงพยาบาลสุรินทร์รวมแพทย์ จ.สุรินทร์
• โรงพยาบาลรวมแพทย์ (หมออนันต์) จ.สุรินทร์
• โรงพยาบาลหนองคาย-วัฒนา จ.หนองคาย
• โรงพยาบาลบุรีรัมย์ราม จ.บุรีรัมย์
• โรงพยาบาลรักษ์สกล จ.สกลนคร
• โรงพยาบาลรวมแพทย์ จ.หนองคาย
• โรงพยาบาลนาแก จ.นครพนม
• โรงพยาบาลร้อยเอ็ดธนบุรี จ.ร้อยเอ็ด
• โรงพยาบาลมุกดาหารอินเตอร์เนชั่นแนล จ.มุกดาหาร
• โรงพยาบาลกาฬสินธุ์-ธนบุรี จ.กาฬสินธุ์

ภาคตะวันออก 

• โรงพยาบาลชลบุรี
• โรงพยาบาลปิยะเวชช์ บ่อวิน จ.ชลบุรี
• โรงพยาบาลจุฬารัตน์ระยอง
• โรงพยาบาลสิริเวช จันทบุรี
• โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 11 จ.ฉะเชิงเทรา
• โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี

ภาคเหนือ

• โรงพยาบาลเชียงใหม่ใกล้หมอ จ.เชียงใหม่
• โรงพยาบาลลานนา จ.เชียงใหม่
• โรงพยาบาลเชียงใหม่เมดิคอลเซ็นเตอร์
• โรงพยาบาลพริ้นซ์ จ.ลำพูน
• โรงพยาบาลลำพูนใกล้หมอ จ.ลำพูน
• โรงพยาบาลพิษณุเวช จ.อุตรดิตถ์
• โรงพยาบาลเขลางค์นคร-ราม จ.ลำปาง
• โรงพยาบาลแพร่-ราม จ.แพร่
• โรงพยาบาลพะเยา ราม จ.พะเยา
• โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ศรีบุรินทร์ จ.เชียงราย

ภาคตะวันตก

• โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์
• โรงพยาบาลมหาชัยเพชรรัชต์ จ.เพชรบุรี
• โรงพยาบาลกรุงเทพเมืองราช จ.ราชบุรี
• โรงพยาบาลสินแพทย์กาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี
• โรงพยาบาลนครแม่สอด อินเตอร์เนชั่นแนล จ.ตาก

สพฐ. จัดงาน นวัตกรรม Active Learning โรงเรียนกลุ่มเป้าหมาย 349 โรงเรียนเข้าร่วม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/593750

สพฐ. จัดงาน นวัตกรรม Active Learning  โรงเรียนกลุ่มเป้าหมาย 349 โรงเรียนเข้าร่วม

สพฐ. จัดงาน นวัตกรรม Active Learning โรงเรียนกลุ่มเป้าหมาย 349 โรงเรียนเข้าร่วม

วันอังคาร ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดกิจกรรม “12 สัปดาห์ พัฒนานวัตกรรม Acive Learning AL วิถีใหม่ วิถีคุณภาพ”โดยดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการ กพฐ. เป็นผู้เปิดงาน และมีหน่วยงานเกี่ยวข้องอาทิ สพฐ. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา โรงเรียนในสังกัดเข้าร่วมจำนวน 349 โรงเรียน ในรูปแบบออนไลน์ ในวันเปิดตัวโครงการ เมื่อวันที่ 7สิงหาคมที่ผ่านมา โดยมีกิจกรรมเสวนาวิชาการ การจัดสวนสนุกแห่งการเรียนรู้ 5 ห้องด้วยกัน ประกอบด้วย ห้องที่หนึ่ง “ครูขอบอก” ห้องที่สอง“Tips Tricks Tools ห้องที่ 3 “ปั้นครูเป็นYoutuber” ห้องที่สี่ “Fab Lab นวัตกรน้อย” และห้องที่ห้า “ห้องเรียนเชิงบวก” และจะจัดกิจกรรมต่อเนื่องแบบเข้มข้นต่อเนื่องไปอีก 12 สัปดาห์

คณะเภสัชฯ ม.อ.ได้รับคัดเลือกเป็น ‘สถาบันตัวอย่าง’ มีมาตรฐานการเรียนการสอนใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/593749

คณะเภสัชฯ ม.อ.ได้รับคัดเลือกเป็น ‘สถาบันตัวอย่าง’  มีมาตรฐานการเรียนการสอนใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล

คณะเภสัชฯ ม.อ.ได้รับคัดเลือกเป็น ‘สถาบันตัวอย่าง’ มีมาตรฐานการเรียนการสอนใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล

วันอังคาร ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผศ.ดร.ณัฐาศิริ ฐานะวุฑฒ์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) เปิดเผยว่า ล่าสุด คณะเภสัชศาสตร์ ม.อ. จึงได้รับเลือกเป็นสถาบันตัวอย่างดีเด่นที่มีการสอนการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผลจากเครือข่ายด้านการศึกษา 5 วิชาชีพได้แก่ แพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์สัตวแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์และพยาบาลศาสตร์ จัดโดยคณะอนุกรรมการส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผล สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข โดยผ่านหลักเกณฑ์การคัดเลือกสถาบันการศึกษาตัวอย่าง 5 ด้าน ได้แก่ 1.นโยบาย ที่มีแนวทางปฏิบัติและการติดตามการพัฒนาการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผล 2.การกำหนดให้การใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล3 ด้านการจัดการเรียนการสอนที่เน้น Active Learning และลักษณะของ Problem-based pharmacotherapy ตลอดจนส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนในลักษณะของสหวิชาชีพ ซึ่งการจัดการเรียนการสอนการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล 4.การพัฒนาอาจารย์เกี่ยวกับการสอนการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผลอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง และ 5.การประเมินสมรรถนะด้านการใช้ยาอย่างสมเหตุ สมผลของนักศึกษาที่จะสำเร็จการศึกษา โดยคณะอนุกรรมการพัฒนาหลักสูตรและความปลอดภัยของผู้ป่วยในสถาบันการศึกษาเภสัชศาสตร์ ประเมินภาพรวมของคณะเภสัชศาสตร์ 19 สถาบัน

วิถีสยามมรดกวัฒนธรรมไทย : ‘เที่ยวชุมชน ยลวิถี’ กับ ‘พลังบวร’ ที่หลอมรวมคนไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/593744

วิถีสยาม มรดกวัฒนธรรมไทย : ‘เที่ยวชุมชน ยลวิถี’ กับ ‘พลังบวร’ ที่หลอมรวมคนไทย

วิถีสยาม มรดกวัฒนธรรมไทย : ‘เที่ยวชุมชน ยลวิถี’ กับ ‘พลังบวร’ ที่หลอมรวมคนไทย

วันอังคาร ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

“บวร” ตามความหมายจากพจนานุกรม แปลว่า ประเสริฐ ลํ้าเลิศ แต่ “บวร” ในความหมายที่ผู้เขียนจะกล่าวถึงในวันนี้ คือการรวมสิ่งที่หล่อหลอมอบรมคนในสังคมไทยมาช้านาน ได้แก่ บ้าน วัดโรงเรียน ซึ่ง ๓ สิ่งนี้ สร้างพลังให้สังคมและผู้คนในชุมชนได้อยู่ร่วมกันอย่างอบอุ่นสงบสุข พึ่งพาช่วยเหลือแบ่งปัน ถ้อยทีถ้อยอาศัย เด็ก เยาวชน เคารพผู้อาวุโส กล่อมเกลาให้คนในสังคมประพฤติปฏิบัติไปในทางที่ถูกต้องดีงาม มีคุณธรม จริยธรรม โดยมีสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ

ด้วยพระอัจฉริยภาพของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ได้ทรงเห็นความสำคัญของ “บวร” อย่างละเอียดลึกซึ้ง และทรงมีพระราชดำริในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของปวงชนชาวไทยด้วย “พลังบวร” จีงทรงสนับสนุนให้ บ้าน วัด โรงเรียน ประสานการพัฒนาร่วมกัน เพื่อก่อประโยชน์สูงสุดในลักษณะที่มีการพึ่งพาอาศัยเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ตลอดทั้งได้พระราชทานหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตให้กับประชาชนทุกระดับ ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ด้วยการดำเนินชีวิตในทางสายกลาง มีความพอเพียงอย่างสมดุลและยั่งยืน

กระทรวงวัฒนธรรม ได้ดำเนินงานชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาของเศษฐกิจพอเพียง นำพลังบวรขับเคลื่อนสังคมไทย ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๕๙ เกิดเป็นชุนชนระดับต่างๆ รวมกว่า ๒๕,๐๐๐ ชุมชนทั่วประเทศ และในจำนวนนี้มีชุมชนคุณธรรม ที่ได้รับการพัฒนาต่อยอด สู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจำนวน ๑,๐๐๐ ชุมชนหรือที่เรียกว่า “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ซึ่งเป็นชุมชนที่ใช้ “พลังบวร”เป็นกลไกในการขับเคลื่อนการพัฒนา โดยนำเสน่ห์แห่งวิถีชีวิต ความงดงามทางศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญา ทางวัฒนธรรม อาหารพื้นบ้าน ของฝากของที่ระลึกผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม ตลอดจนความงดงามทางธรรมชาติ ความเป็นเจ้าบ้านที่ดี ความอบอุ่นด้วยไมตรีแบบคนไทย มาส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน ส่งผลให้ชุมชนคุณธรรม เป็นชุมชนที่มีศักยภาพและความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวผู้มาเยือนจากทั่วประเทศ

และเมื่อเร็วๆ นี้ กระทรวงวัฒนธรรม ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐ เอกชน เครือข่ายด้านศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม รวมทั้งภาคประชาชนในการนำทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างสรรค์สินค้าและบริการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยจะขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ภายใต้โครงการ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี”นำอัตลักษณ์วิถีชีวิตวัฒนธรรมและประเพณีของชุมชนมาให้นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติได้ชมและศึกษาเรียนรู้ ซึ่งจะนำร่องโครงการดังกล่าวโดยคัดเลือกชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงขับเคลื่อนด้วยพลังบวร ที่มีศักยภาพและความพร้อมด้านการท่องเที่ยวในทุกมิติของจังหวัด เพื่อรับรางวัล ๑๐ สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี”

สำหรับการคัดเลือก ๑๐ สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชนยลวิถี” จะคัดเลือกจากชุมชนคุณธรรมฯที่มีศักยภาพและความพร้อมด้านการท่องเที่ยวในทุกมิติของจังหวัด ๗๖ จังหวัด รวม ๒๒๘ ชุมชน ให้เหลือ ๑๐ ชุมชนเพื่อรับรางวัล ๑๐ สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชนยลวิถี” ซึ่งได้กำหนดเกณฑ์พิจารณาคัดเลือก เช่น อัตลักษณ์ความโดดเด่นของชุมชน สถานที่ท่องเที่ยว อาหาร ผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย (CPOT) เมื่อคัดเลือกชุมชนได้แล้ว กระทรวงวัฒนธรรมจะขับเคลื่อนโครงการ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด-19) คลี่คลาย

และเพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติและเป็นขวัญกำลังใจแก่ชุมชนคุณธรรม ที่ดำเนินการพัฒนาต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมและพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของชุมชนในทุกมิติอย่างเข้มแข็ง โดยการนำทุนทางวัฒนธรรมที่เป็นภูมิทางสังคม ภูมิปัญญา และภูมิทางวัฒนธรรมของชุมชน มาพัฒนาต่อยอดเพื่อให้เกิดคุณค่าและมูลค่า นำเสน่ห์แห่งวิถีชีวิตของชุมชน มาเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวและผู้มาเยือน เสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็ง สร้างโอกาสสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่ประชากร ช่วยฟื้นฟูชุมชนและสังคมจากวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด-19) และเกิดการอนุรักษ์ สืบสานรักษา ต่อยอด มรกดทางวัฒนธรรมของชุมชนให้คงอยู่อย่างยั่งยืน กระทรวงวัฒนธรรม จึงเห็นควรให้ทั้ง ๑๐ สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” รับมอบโล่ห์รางวัลจากนายกรัฐมนตรี

แน่นอนว่าคนไทยในยามนี้ต่างเฝ้ารอให้วิกฤติโรคระบาดซาลง เพื่อกลับไปใช้ชีวิตอย่างปกติเหมือนเดิม เมื่อถึงเวลานั้นผู้เขียนเชื่อว่า การท่องเที่ยวจะเป็นเป้าหมายอันดับต้นๆ ของผู้คนที่จะออกไปปลดปล่อย หลังจากที่เก็บตัวตึงเครียดอยู่กับบ้านมานาน

เมื่อผู้คนคึกคัก การท่องเที่ยวและรายได้หมุนเวียนคึกคัก นั่นย่อมหมายถึงความสุข ความหวัง และรอยยิ้มของคนไทยในชุมชนจะกลับมาอีกครั้ง โครงการ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ภายใต้รากแห่ง “พลังบวร” นี้ จึงถือเป็นโครงการสำคัญอีกโครงการหนึ่งของชาติในอันที่จะสร้างความพร้อมรองรับผู้คนทันทีที่กุญแจประตูอิสรภาพแห่งการท่องโลกกว้างถูกปลดออก โดยระยะเวลาในการดำเนินกิจกรรม “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” อยู่ในช่วงระหว่างวันที่ ๒ กรกฎาคม-๓๐ กันยายน ๒๕๖๔ ซึ่งขณะนี้หลายจังหวัดได้รายงานข้อมูลด้านต่างๆ นำเสนอแล้ว แต่ละพื้นที่ต่างชูสถานที่ท่องเที่ยว อัตลักษณ์ วัฒนธรรม ภูมิปัญญา และอื่นๆ ที่โดดเด่นไม่แพ้กัน

นศ.คณะมนุษย์ มรภ.สงขลา คว้า 10 รางวัล ประกวดทักษะวิชาการ ‘CSD สัมพันธ์’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/593748

นศ.คณะมนุษย์ มรภ.สงขลา คว้า 10 รางวัล ประกวดทักษะวิชาการ ‘CSD สัมพันธ์’

นศ.คณะมนุษย์ มรภ.สงขลา คว้า 10 รางวัล ประกวดทักษะวิชาการ ‘CSD สัมพันธ์’

วันอังคาร ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ดร.รัชชพงษ์ ชัชวาลย์ คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มรภ.สงขลา เปิดเผยว่านักศึกษาชั้นปีที่ 4 หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสวัสดิการสังคม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (มรภ.สงขลา) ได้รับรางวัลการประกวดทักษะวิชาการ ในการประชุมวิชาการการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นและสังคม (CSD สัมพันธ์) ครั้งที่ 20 รวม 10 รางวัล ได้แก่ รางวัล “ระดับดีมาก” การประกวด CSD Young Talks หัวข้อ “การเปลี่ยนผ่านศาสตร์พระราชาสู่จิตอาสาเพื่อสังคม” รางวัล “ระดับดี”การประกวด Best PracticeAwards ผลงานเรื่อง ฝายชะลอน้ำจากพลังความร่วมมือ รางวัล“ระดับดี” การประกวดการแข่งขันแผนที่ความคิด จำนวน 2 รางวัลการนำเสนอผลงานแบบบรรยาย “ระดับดี” จำนวน 4 รางวัล รางวัลการนำเสนอผลงานแบบบรรยาย“ระดับชมเชย” อีกจำนวน2 รางวัล

สพฐ.เลื่อนสอบ ‘ครูผู้ช่วย’ ไม่มีกำหนด เหตุโควิดยังระบาดอย่างหนัก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/593747

สพฐ.เลื่อนสอบ'ครูผู้ช่วย'ไม่มีกำหนด เหตุโควิดยังระบาดอย่างหนัก

สพฐ.เลื่อนสอบ’ครูผู้ช่วย’ไม่มีกำหนด เหตุโควิดยังระบาดอย่างหนัก

วันจันทร์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 16.00 น.

วันที่ 9 สิงหาคม 2564 ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 หลายจังหวัดถูกประกาศให้เป็นพื้นที่สีแดงเข้ม เนื่องจากพบการแพร่ระบาดเป็นบริเวณกว้างและมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ต้องประกาศเลื่อนการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กลุ่มทั่วไป ประจำปี 2564 ที่มีผู้สมัครสอบไว้แล้วจำนวน 175,403 รายออกไป จากเดิมกำหนดจัดสอบภาค ก ในช่วงกลางเดือน กรกฎาคมออกไปเป็นวันที่ 28 สิงหาคม นั้น

 เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ขณะนี้ยังคงระบาดอย่างหนัก ประกอบกับศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ประกาศห้ามจัดประชุม สัมมนา และรวมกลุ่มตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป จึงทำให้การจัดสอบครูผู้ช่วยดังกล่าวไม่สามารถดำเนินการได้ ดังนั้นจึงต้องมีการเลื่อนการสอบออกไปอย่างไม่มีกำหนดอีกครั้ง 
           
ว่าที่ร.ต.ธนุ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (ประธาน กมว.) เสนอให้จัดสอบครูผู้ช่วยรูปแบบออนไลน์แทนนั้น ส่วนตัวตนเห็นว่าก็เป็นแนวคิดที่ดี แต่ถ้าจะทำจริงคงต้องเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ในฐานะคนออกหลักเกณฑ์ สพฐ.คนจัดสอบ มีการจ้างมหาวิทยาลัยมาช่วยออกข้อสอบและจัดทำโปรแกรมการสอบในระบบออนไลน์ รวมถึงศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ที่เป็นคนกำกับดูแลการสอบในแต่ละจังหวัดมาหารือร่วมกัน เพราะเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่

 และเป็นเรื่องใหม่ที่จะต้องรอบคอบ เพราะการสอบครูผู้ช่วยแบบออนไลน์นั้นคงไม่ใช่การเรียนออนไลน์แบบทั่ว ๆ ไปแน่ ยิ่งเรามีผู้สมัครสอบเป็นจำนวนมากยิ่งต้องคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัย เช่น หากจะให้สอบแบบออนไลน์ที่บ้านแล้วจะออกแบบอย่างไรเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตในการสอบเกิดขึ้น เป็นต้น ดังนั้นหากจะดำเนินการก็ต้องมาพูดคุย เซ็ตและออกแบบระบบ รวมถึงโปรแกรมที่จะใช้เพื่อให้เกิดความบริสุทธิ์ยุติธรรมกับผู้เข้าสอบทุกคนให้ได้ อย่างไรก็ตามด้วยสถานการณ์ ณ ขณะนี้ตนคิดว่าการสอบออนไลน์ถือเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะเราไม่รู้ว่าสถานการณ์จะดีขึ้น และ ศบค.จะอนุญาตให้จัดสอบแบบออนไซต์ได้เมื่อไหร่