อว. เผยทั่วโลกฉีดวัคซีนแล้ว 2,357 ล้านโดส ไทยอันดับ 3 เอเชียฉีดแล้ว 6,188 ล้านโดส #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/580257

อว.เผยทั่วโลกฉีดวัคซีนแล้ว 2,357 ล้านโดส ไทยอันดับ 3 เอเชียฉีดแล้ว 6,188 ล้านโดส

อว.เผยทั่วโลกฉีดวัคซีนแล้ว 2,357 ล้านโดส ไทยอันดับ 3 เอเชียฉีดแล้ว 6,188 ล้านโดส

วันจันทร์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 21.13 น.

อว. เผยทั่วโลกฉีดวัคซีนแล้ว 2,357 ล้านโดส ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ รวมกว่า 65.153 ล้านโดส ขณะที่ของไทย ณ วันที่ 14 มิถุนายน ฉีดวัคซีนแล้ว 6,188,124 โดส เป็นอันดับ 3 ของเอเชีย

14 มิถุนายน 2564 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลกแล้ว 2,357 ล้านโดส ใน 199 ประเทศ/เขตปกครอง โดยขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลกที่ 36.1 ล้านโดสต่อวัน และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อพิจารณารายประเทศพบว่าอิสราเอลได้ฉีดวัคซีนครอบคลุมเกินครึ่งของประชากรแล้ว ในขณะที่สหรัฐอเมริกามีจำนวนการฉีดวัคซีนสูงที่สุดที่ 309 ล้านโดส โดยมีชาวอเมริกันกว่า 144 ล้านคนได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว”

ด้านอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แล้ว มียอดรวมกันที่ประมาณ 65.153 ล้านโดส โดยสิงคโปร์ฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค (42.5% ของประชากร) ในขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีนในจำนวนมากที่สุดที่ 32.03 ล้านโดส

สำหรับประเทศไทยข้อมูล ณ วันที่ 14 มิถุนายน 2564 ได้ฉีดวัคซีนแล้วกว่า 6,188,124 โดส โดยฉีดให้กับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงมากที่สุดในสัดส่วนกว่า 42.8%
ในการฉีดวัคซีน จำนวน 2,357 ล้านโดสนี้ อว. ขอรายงานสถิติที่สำคัญ คือ

1. ข้อมูลการฉีดวัคซีนล่าสุดของประเทศไทย ณ วันที่ 14 มิถุนายน 2564

จัดสรรวัคซีนแล้วทั้งหมด 7,022,380 โดส
จำนวนการฉีดวัคซีนสะสม 6,188,124 คน ใน 77 จังหวัด แบ่งเป็น
-เข็มแรก 4,531,914 โดส (6.8% ของประชากร)
-เข็มสอง 1,656,210 โดส (2.5% ของประชากร)

2. จำนวนวัคซีนตั้งแต่ 28 ก.พ.-14 มิ.ย. 64 พบว่า ประเทศไทยฉีดวัคซีนแล้ว 6,188,124 โดส (อัตราการฉีดล่าสุดเฉลี่ย 3 วันย้อนหลัง ตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย. 64 ซึ่งเป็นการฉีดวัคซีนวาระแห่งชาติ

174,366 โดส/วัน ประกอบด้วย
วัคซีน AstraZeneca
– เข็มที่ 1 1,521,364 โดส
– เข็มที่ 2 34,636 โดส
วัคซีน Sinovac
– เข็มที่ 1 3,010,550 โดส
– เข็มที่ 2 1,621,574 โดส
3. สรุปข้อมูลการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของไทย
ก. กลุ่มเป้าหมาย บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข
– เข็มที่1 100.9%
– เข็มที่2 86.5%
ข. อสม.
– เข็มที่1 22.5%
– เข็มที่2 10.4%
ค. ผู้มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป
– เข็มที่1 6.0%
– เข็มที่2 0.3%
ง. ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง 7 โรคกลุ่มโรค
– เข็มที่1 7.5%
– เข็มที่2 1.5%
ช. เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโรค
– เข็มที่1 25.7%
– เข็มที่2 12.7%
ซ. ประชาชนทั่วไป
– เข็มที่1 6.8%
– เข็มที่2 2.0%
รวมทุกกลุ่ม
– เข็มที่1 9.1%
– เข็มที่2 3.3%
4. รายงานผู้มีอาการข้างเคียงภายหลังได้รับการฉีดวัคซีน
– 90.54% ไม่มีผลข้างเคียง
– 9.46% มีผลข้างเคียงไม่รุนแรง ประกอบด้วย
– ปวดกล้ามเนื้อ 2.27%
– ปวดศีรษะ 1.69%
– ปวด บวม แดง ร้อน บริเวณที่ฉีด 1.21%
– เหนื่อย อ่อนเพลีย ไม่มีแรง 1.10%
– ไข้ 0.74%
– คลื่นไส้ 0.51%
– ท้องเสีย 0.33%
– ผื่น 0.28%
– ปวดกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้ออ่อนแรง 0.22%
– อาเจียน 0.14%
– อื่น ๆ 0.97%

5. ในภูมิภาคอาเซียน ได้ฉีดวัคซีนแล้วครบ 10 ประเทศ รวมจำนวน 65,153,775 โดส ได้แก่

1. อินโดนีเซีย จำนวน 32,039,910 โดส (7.4%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinovac และ AstraZeneca
2. ฟิลิปปินส์ จำนวน 6,948,549 โดส (4.6%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinovac, Pfizer, Sputnik V และ AstraZeneca
3. ไทย จำนวน 6,188,124 โดส (6.8%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinovac และ AstraZeneca
4. กัมพูชา จำนวน 5,428,433 โดส (17.4%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinopharm, AstraZeneca และ Sinovac
5. มาเลเซีย จำนวน 4,490,270 โดส (9.6%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Pfizer, AstraZeneca และ Sinovac
6. สิงคโปร์ จำนวน 4,392,067 โดส (42.5%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Pfizer และ Moderna
7. พม่า จำนวน 2,994,900 โดส (N/A* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca
8. เวียดนาม จำนวน 1,498,323 โดส (1.5%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca
9. ลาว จำนวน 1,110,856 โดส (9.7%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinopharm, Sputnik V
10. บรูไน จำนวน 62,343 โดส (11.5%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca และ Sinopharm

* คำนวณจากจำนวนฉีด/จำนวนประชากร/2 เหมือนกันทุกประเทศ

6. จำนวนการฉีดวัคซีนแยกตามภูมิภาค

1. เอเชียและตะวันออกกลาง 59.11%
2. อเมริกาเหนือ 16.51%
3. ยุโรป 16.52%
4. ลาตินอเมริกาและแคริบเบียน 5.91%
5. แอฟริกา 1.66%
6. โอเชียเนีย 0.29%

7. ประเทศที่ฉีดวัคซีนแล้วมากที่สุด 4 ประเทศลำดับแรกที่ฉีดวัคซีนมากกว่า 100 ล้านโดส รวมกันเกือบ 70% ของปริมาณการฉีดวัคซีนทั่วโลก

1. จีน จำนวน 878.52 ล้านโดส (31.4% ของจำนวนการฉีดทั่วโลก)
2. สหรัฐอเมริกา จำนวน 309.32 ล้านโดส (48.3%)
3. สหภาพยุโรป จำนวน 298.35 ล้านโดส (33.6%)
4. อินเดีย จำนวน 253.20 ล้านโดส (9.3%)

8. ประเทศที่ฉีดวัคซีนครอบคลุมประชากรมากที่สุด มี 10 ประเทศที่ฉีดวัคซีนให้กับประชากรอย่างน้อย 25% แล้ว ได้แก่ (เฉพาะประเทศที่มีประชากรมากกว่า 500,000 คน)

1. มัลดีฟส์ (65.4% ของประชากร) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford และ Sinopharm )
2. สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (64.2%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, Pfizer/BioNTech, Sinopharm และ Gamaleya)
3. บาห์เรน (63.5%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, Pfizer/BioNTech, Sinopharm และ Gamaley)
4. อิสราเอล (58.7%) (ฉีดวัคซีนของ Pfizer/BioNTech และ Moderna)
5. สหราชอาณาจักร (53.4%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford Moderna และ Pfizer/BioNTech)
6. ชิลี (53.4%) (ฉีดวัคซีนของ Pfizer/BioNTech และ Sinovac)
7. มองโกเลีย (50.9%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford Moderna, Pfizer/BioNTech และ Sinopharm)
8. กาตาร์ (50.0%) (ฉีดวัคซีนของ Pfizer/BioNTech)
9. ฮังการี (48.5%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, Pfizer/BioNTech, Sinopharm และ Gamaley)
10. สหรัฐอเมริกา (48.3%) (ฉีดวัคซีนของ Pfizer/BioNTech Moderna และ Johnson&Johnso

‘ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์’ เผยยอดจองวัคซีน ‘ซิโนฟาร์ม’ วันแรกเกือบ 7 พันองค์กร กว่า 3 ล้านบุคคล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/580241

'ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์'เผยยอดจองวัคซีน'ซิโนฟาร์ม' วันแรกเกือบ 7 พันองค์กร กว่า 3 ล้านบุคคล

‘ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์’เผยยอดจองวัคซีน’ซิโนฟาร์ม’ วันแรกเกือบ 7 พันองค์กร กว่า 3 ล้านบุคคล

วันจันทร์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 20.02 น.

วันที่ 14 มิถุนายน เพจเฟซบุ๊ก ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ Chulabhorn Royal Academy แจ้งรายงานผลสรุปจำนวนองค์กรที่ยื่นความประสงค์ขอรับวัคซีนตัวเลือก “ซิโนฟาร์ม” ประจำวันที่ 14 มิถุนายน 2564 ตั้งแต่เปิดระบบยื่นความประสงค์ผ่านช่องทางออนไลน์ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ตั้งแต่เวลา 8.00 น. จนถึง 16.00 น.ในวันนี้

โดยระบุว่า มีองค์กรยื่นความประสงค์ จำนวน 6,938 องค์กร จำนวนบุคคลที่องค์กรยื่นขอรับการจัดสรร 3,182,006 คน

ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบ ความครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูลและเอกสาร โดยองค์กรที่ยื่นความประสงค์สามารถติดตามประกาศการจัดสรรวัคซีนตัวเลือกทางเว็บไซต์และสื่อต่างๆ ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

‘ตรีนุช’ ลงพื้นที่เชียงใหม่ตรวจเปิดเทอมวันแรก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/580199

'ตรีนุช'ลงพื้นที่เชียงใหม่ตรวจเปิดเทอมวันแรก

‘ตรีนุช’ลงพื้นที่เชียงใหม่ตรวจเปิดเทอมวันแรก

วันจันทร์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 17.47 น.

รมว.ศึกษาธิการ ลงพื้นที่เชียงใหม่ ให้กำลังใจครูฉีดวัคซีน ตรวจเยี่ยมการเปิดเทอมวันแรกของปีการศึกษา 2564 พร้อมเจาะแผนจัดการเรียนการสอนรับสถานการณ์โควิด-19 ของ 3 โรงเรียน 1 วิทยาลัยเทคนิค เผยภาพรวมทั่วประเทศเรียบร้อยดี ย้ำสถานศึกษาการ์ดไม่ตก คำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุดของนักเรียน ครู และบุคลากร

เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ที่จังหวัดเชียงใหม่ นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้เดินทางลงพื้นที่ให้กำลังใจครูที่เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ (โรงพยาบาลแม่และเด็ก) ตรวจเยี่ยมนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ในการเปิดเทอมวันแรกของภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ที่โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เชียงดาว โรงเรียนบ้านป่าติ้ว โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ และวิทยาลัยเทคนิคเชียงใหม่ พร้อมทั้งมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลนครพิงค์

นางสาวตรีนุช กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่จัดอยู่ในพื้นที่ควบคุม หรือ พื้นที่สีส้ม ตามประกาศของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) การเปิดเทอมในวันแรกนี้ ตนได้มาตรวจเยี่ยมโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เชียงดาว ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำพักนอน โรงเรียนบ้านป่าติ้ว เป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สอนตั้งแต่อนุบาลถึงมัธยมศึกษาปีที่ (ม.) 3 โดยทั้ง 2 โรงเรียนจัดการเรียนการสอนในรูปแบบ On-site เรียนที่โรงเรียน ส่วนโรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษา สอน ม.1-ม.6 และวิทยาลัยเทคนิคเชียงใหม่ จัดการเรียนการสอนสายอาชีพ นักเรียนเดินทางไป-กลับ โดยทั้ง 2 แห่ง แบ่งนักเรียนออกเป็น 2 กลุ่มสลับกันมาเรียนคนละวัน กลุ่ม On-site ก็มาเรียนแบบปกติที่โรงเรียน กลุ่มที่อยู่บ้านก็เรียนแบบ On-line ผ่านอินเทอร์เน็ต ทั้งนี้ สถานศึกษาทั้ง 4 แห่ง ยังได้จัดการเรียนการสอนที่ยืดหยุ่นตามความสะดวกของผู้ปกครอง เช่น หากผู้ปกครองต้องการให้เด็กเรียน On-line ที่บ้าน เนื่องจากยังไม่มีผู้ใดในบ้านโดยเฉพาะผู้สูงอายุได้ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ทางโรงเรียนก็อนุญาตให้เรียน On-line ที่บ้านได้โดยไม่ต้องสลับมาเรียนที่โรงเรียน ขณะเดียวกันก็พบว่าโรงเรียนได้ยืดหยุ่นในการจัดการเรียน On-line โดยไม่บังคับให้นักเรียนต้องนั่งเรียนหน้าจอตลอดเวลา และครูผู้สอนในแต่ละรายวิชาก็ไม่ได้มอบหมายงานมากเกินกำลังของนักเรียน ขณะเดียวกันถ้าเด็กอยู่ไกลไม่สามารถเดินทางมาเรียนได้ก็มีการจัดส่งเอกสาร ใบงานให้นักเรียนได้เรียนแบบ 0n-hand ผสมผสานไปด้วย

“ จากการตรวจเยี่ยมเห็นแผนการสอนของโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เชียงดาว โรงเรียนบ้านป่าติ้ว โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ และ วิทยาลัยเทคนิคเชียงใหม่ แล้วพบว่า ทั้ง 4 แห่งสามารถจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์โควิดได้ดี มีการเลือกรูปแบบการเรียนการสอนได้เหมาะสม กับบริบทของสถานศึกษาและสถานการณ์ในพื้นที่ และเมื่อดูการจัดการที่โรงเรียนแล้วทำให้เห็นว่ามีความปลอดภัย เพราะก่อนเปิดเทอมทางโรงเรียนก็ได้ดำเนินการประเมินความพร้อมตามตัวชี้วัดของกระทรวงสาธารณสุข และเมื่อเปิดเรียนก็ปฏิบัติการตามมาตรการของ ศบค. ภายใต้คำแนะนำของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานอย่างเคร่งครัด ตั้งแต่การรับนักเรียนเข้าโรงเรียน ก็ได้มีการตรวจวัดอุณหภูมิ มีจุดบริการเจลแอลกอฮอล์ มีการเว้นระยะห่างของโต๊ะเรียนภายในชั้นเรียน เว้นระยะห่างที่นั่งในโรงอาหาร รวมถึงพื้นที่จัดกิจกรรมการเรียนการสอน และจากการพูดคุยกับนักเรียน ผู้ปกครอง และครู ก็พบว่ามีความมั่นใจในมาตรการของทางสถานศึกษาเช่นกัน ดิฉันจึงมั่นใจว่าโรงเรียนจะสามารถสอนได้ครบสาระตามที่หลักสูตรกำหนด รวมถึงการสอนชดเชยในช่วงเวลาที่ขยับการเปิดเทอมออกมา 19 วันด้วย อย่างไรก็ตาม ดิฉันได้เน้นย้ำให้ผู้บริหารติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด-19อย่างใกล้ชิด คำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุดของนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นสำคัญ การ์ดต้องไม่ตก” รมว.ศึกษาธิการ กล่าว

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวด้วยว่า สำหรับภาพรวมการเปิดภาคเรียนที่ 1/2564 ของสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการทั่วประเทศ เท่าที่ได้รับรายงานทราบว่าเป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี ยังไม่พบปัญหาใดๆ โดยสถานศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) จำนวน 29,058 โรงเรียน จำแนกเป็นสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) 183 เขต เปิดเทอมตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.2564 จำนวน 11,660 โรงเรียน เปิดเทอม วันที่ 14 มิ.ย.จำนวน 14,567 โรงเรียน และอื่นๆ 372โรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา 62 เขต เปิดเทอมตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.2564 จำนวน 1,292 โรงเรียน เปิดเทอม วันที่ 14 มิ.ย.จำนวน 1,006 โรงเรียน และอื่นๆ 61 โรงเรียน ซึ่งโรงเรียนในสังกัด สพฐ.ได้เปิดสอนที่สถานศึกษาแล้ว 19,434 โรงเรียน ทั้งนี้ โรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียนค่อนข้างมาก และโรงเรียนที่ตั้งอยู่พื้นที่รอบนอกเมืองส่วนใหญ่เลือกใช้รูปแบบการเรียนการสอนผสมระหว่าง On-site กับ 0n-hand

อาชีวะอุบลฯ คุมเข้มมาตรการป้องกันโควิด-19 รับเปิดเรียนรูปแบบ on site วันแรก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/580164

อาชีวะอุบลฯ คุมเข้มมาตรการป้องกันโควิด-19  รับเปิดเรียนรูปแบบ on site  วันแรก

อาชีวะอุบลฯ คุมเข้มมาตรการป้องกันโควิด-19 รับเปิดเรียนรูปแบบ on site วันแรก

วันจันทร์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 16.43 น.https://www.youtube.com/embed/5w0AFDplUUM

14 มิถุนายน 2564 วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี นำโดย ดร.พงษ์ศักดิพล ทาแก้ว ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี พร้อมด้วย  คณะผู้บริหาร ครู ต้อนรับนักเรียน นักศึกษา เข้าสู่การเรียนในระบบปกติ รูปแบบแบ่งกลุ่มผู้เรียน on site ณ สถานศึกษา เป็นวันแรก จากที่ 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ระหว่างวันที่ 24 พฤษภาคม -12 มิถุนายน 2564  วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี จัดการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์ 100 เปอร์เซ็นต์ที่บ้านพักอาศัยของผู้เรียน

โดยเช้าวันนี้ หลังการเข้าแถวเคารพธงชาติเสร็จ ดร.พงษ์ศักดิพล ทาแก้ว ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ได้กล่าวพบปะนักเรียน นักศึกษา เพื่อสร้างความตระหนักและความเข้าใจด้านการจัดการเรียนการสอนและมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 ให้แก่นักเรียน นักศึกษาก่อนเข้าเรียน ทั้งนี้สถานศึกษาได้กำหนดการจัดการเรียนการสอนรูปแบบแบ่งกลุ่มผู้เรียน on site ที่สถานศึกษา ด้วยแนวปฏิบัติ คือ  กำหนดให้นักเรียน นักศึกษา จัดตารางเข้าชั้นเรียน/ฝึกปฏิบัติ ในแต่ละชั้นเรียน แบ่งผู้เรียนเป็น 2 กลุ่ม  กลุ่มละไม่เกิน 20 คน ซึ่งสลับกลุ่มมาเรียนเป็นรายสัปดาห์ ด้วยการจัดให้กลุ่ม 1 มาเรียนที่สถานศึกษา ให้กลุ่ม 2  เรียนแบบออนไลน์ที่บ้านพักอาศัย ตามชั่วโมงในตารางเรียน และในสัปดาห์ถัดไปให้กลุ่มที่ 2  เรียนที่สถานศึกษา และกลุ่มที่ 1 เรียนแบบออนไลน์ที่บ้านพักอาศัย สลับกลุ่มไปเช่นนี้ จนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จะคลี่คลาย หรือมีประกาศเปลี่ยนแปลงจาก จ.อุบลฯ

ทั้งนี้เพื่อลดจำนวน นักเรียน นักศึกษา ในสถานศึกษาให้น้อยลง ลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19  นอกจากนี้สถานศึกษายังได้มีมาตรการเข้มงวดในมาตรการป้องกันตนเองให้ห่างไกลจากการแพร่ระบาด โดย ครู บุคลากร และนักเรียน นักศึกษาทุกคนจะต้องผ่านจุดคัดกรอง ตรวจวัดอุณหภูมิ บริเวณทางเข้าออกของวิทยาลัยฯ ทุกครั้ง  พร้อมกำหนดมาตรการสวมหน้ากากผ้า หน้ากากอนามัย หรือ Face Shield  ทุกคน 100  เปอร์เซ็นต์  ต้องล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ หรือแอลกอฮอล์ ก่อนเข้าเรียนหรือเข้าห้องปฏิบัติการทุกครั้ง จัดห้องเรียน และห้องปฏิบัติการเว้นระยะห่าง ระหว่างโต๊ะเรียนแต่ละตัว และควบคุมภายในห้องเรียนให้นักเรียน นักศึกษา ทำความสะอาดโต๊ะ เก้าอี้ อุปกรณ์ เครื่องมือ ครุภัณฑ์ ที่ใช้ในการจัดการเรียนการสอนก่อน และหลังเรียนทุกครั้ง

สำหรับจำนวนนักเรียน นักศึกษา ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ประจำปีการศึกษา 2564 นี้ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)  จำนวน 1,635 คน  ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) จำนวน  1,424  คน  รวมทั้งสิ้น  3,059   คน

ราชทัณฑ์เผยผู้ติดเชื้อรายใหม่ 784 ราย แนวโน้มดีขึ้น-รักษาหายแล้ว 24,525 ราย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/580163

ราชทัณฑ์เผยผู้ติดเชื้อรายใหม่ 784 ราย แนวโน้มดีขึ้น-รักษาหายแล้ว 24,525 ราย

ราชทัณฑ์เผยผู้ติดเชื้อรายใหม่ 784 ราย แนวโน้มดีขึ้น-รักษาหายแล้ว 24,525 ราย

วันจันทร์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 16.41 น.

วันที่ 14 มิถุนายน 2564 เวลา 16.00 น. นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์  เปิดเผยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถาน(ข้อมูล ณ วันที่ 13 มิถุนายน 2564 เวลา 16.00 น. มีผู้ต้องขังติดเชื้อรายใหม่จำนวน 784 ราย รักษาหายเพิ่ม 908 ราย ทำให้มีผู้ต้องขังติดเชื้อที่ยังอยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ 7,798 ราย และไม่มีผู้เสียชีวิตในวันนี้  ขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดในวันนี้ พบว่ามีเรือนจำ/ทัณฑ สถานที่เป็นเรือนจำสีขาวไม่พบการแพร่ระบาดคงที่ จำนวน 129 แห่ง และพบการแพร่ระบาด 12 แห่งคงเดิม โดยมีจำนวน 2 แห่งที่อยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อลดสถานะจากเรือนจำสีแดงเป็นเรือนจำสีขาว เนื่องจากไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในเรือนจำ/ทัณฑสถาน คือเรือนจำจังหวัดนนทบุรี และทัณฑสถานวัยหนุ่มกลาง แต่ยังต้องรอประเมินสถานการณ์จนครบ 28 วันที่ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ก่อน จึงจะปรับเป็นเรือนจำปกติได้ ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการได้ภายในเดือนมิถุนา ยนนี้ รวมถึงเรือนจำกลางเชียงใหม่ และทัณฑสถานวัยหนุ่มกลาง ที่มีการคัดแยกพื้นที่สีขาวและพื้นที่แพร่ระบาดออกจากกันชัดเจน รวมถึงเรือนจำพิเศษกรุงเทพหานคร และเรือนจำพิเศษธนบุรี ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาปรับลดสถานะได้ในระยะต่อไป

นายอายุตม์ กล่าวต่อว่า สถานการณ์การต่างๆ เริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้นจากจำนวนผู้ติดเชื้อที่รักษาหายรายวันที่มีมากกว่าจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ ส่งผลให้ผู้ติดเชื้อที่ยังอยู่ในการดูแลของกรมราช ทัณฑ์มีจำนวนลดลง และต่ำกว่า 8,000 รายต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 โดยวันนี้ (14 มิถุนายน 2564) มีจำนวนผู้หายป่วยสะสมอยู่ที่ 24,525 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 75 ของผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมด และคาดว่าจะมีอัตราผู้ที่หายป่วยเพิ่มขึ้นอีกจำนวนมาก จากจำนวนผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว ที่มีมากกว่าร้อยละ 90 ของผู้ติดเชื้อที่ยังอยู่ระหว่างการรักษาทั้งหมด รวมถึงแนวโน้มของจำนวนผู้ป่วยกลุ่มสีแดงและสีเหลืองที่ลดลง ภายใต้การรักษาของทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ และโรงพยาบาลเรือนจำกลางบางขวาง ซึ่งมีความสามารถในการดูแลรักษาผู้ป่วยได้เป็นอย่างดี มีอุปกรณ์ เครื่องมือที่ใช้ในการรักษา และระบบการส่งต่อการรักษาที่เป็นระบบ ส่งผลให้อัตราการเสียชีวิตจากการป่วยด้วยโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ของผู้ต้องขังมีเพียงร้อยละ 0.09 ของผู้ติดเชื้อทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตาม แม้ทุกฝ่ายจะพยายามรักษาอย่างเต็มประสิทธิภาพ และเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างน้อย แต่ก็ยังเกิดความสูญเสียขึ้น ในนามกรมราชทัณฑ์ จึงขอแสดงความเสียใจต่อทุกความสูญเสียที่เกิดขึ้นมา ณ โอกาสนี้ 

นายอายุตม์ กล่าวว่า แม้ว่าสถานการณ์จะยังไม่เป็นปกติ และยังมีเรือนจำที่พบการแพร่ระบาดอยู่บ้าง แต่นับได้ว่ามีแนวโน้มของการสถานการณ์ที่ดีขึ้น ทำให้การบริหารจัดการด้านเวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ต่างๆ เริ่มเป็นระบบและเพียงพอต่อความต้องการ ทั้งจากการเบิกจ่ายตามงบประ มาณ และการบริจาคของหน่วยงานทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ซึ่งต้องขอขอบคุณทุกๆ ความช่วยเหลือมาอีกครั้ง โดยสิ่งของที่กรมราชทัณฑ์ได้รับมา ได้ดำเนินการจัดสรรไปยังเรือนจำ/ทัณฑ สถานต่างๆ ไปแล้ว และอยู่ระหว่างการจัดสรรเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการใช้งานมากที่สุด

ศบค. กางมาตรการ ‘เปิดเทอม’ ย้ำ 4 จว. สีแดงเข้มงดเรียนที่โรงเรียน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/580149

ศบค.กางมาตรการ‘เปิดเทอม’ ย้ำ 4 จว.สีแดงเข้มงดเรียนที่โรงเรียน

ศบค.กางมาตรการ‘เปิดเทอม’ ย้ำ 4 จว.สีแดงเข้มงดเรียนที่โรงเรียน

วันจันทร์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 16.16 น.

ศบค.กางมาตรการ‘เปิดเทอม’ ย้ำ 4 จว.สีแดงเข้มงดเรียนที่โรงเรียน

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 14 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันช่วงหนึ่ง (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘ศบค.-สธ.-กทม.’แถลงวัคซีนอลเวง กราบขออภัยปชช.-ยันคนถูกเลื่อนฉีดก่อน) ว่า วันที่ 14 มิ.ย.นี้ เป็นวันเปิดเทอมวันแรก หลายคนเป็นห่วงการส่งเด็กไปโรงเรียน และมีความเห็นที่ต่างกัน คือ อยากและไม่อยากให้ไปเรียน แต่เมื่อเราต้องอยู่กับโรคนี้ก็ต้องปรับวิถีชีวิต และด้านหนึ่งเด็กมีโอกาสติดเชื้อได้ แต่ความรุนแรงของโรคไม่มาก ดังนั้นคนที่ต้องดูแลคือครูอาจารย์ พ่อแม่พี่น้อง ผู้ปกครองที่ควรจะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด และครูก็เป็นบุคคลเป้าหมายที่ได้รับวัคซีน

ทั้งนี้การเรียนมีหลายระบบตามที่กระทรวงศึกษาธิการออกแบบมา โดยพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ยังไม่ให้ไปเรียนที่โรงเรียน แต่ให้เรียนแบบใช้เครื่องมือทางไกลมาช่วย ส่วนพื้นที่ควบคุม 17 จังหวัด สามารถจัดการเรียนได้เช่นเดียวกันกับพื้นที่ 56 จังหวัด จึงฝากผู้ปกครองดูแลสุขอนามัยของเด็ก โรคต้องไม่ปิดกั้นการเรียนรู้และพัฒนาการ สิ่งที่เกิดขึ้นล้วนดีเสมอ ขอให้นำทุกเรื่องมาสอนลูกหลานว่าแม้จะเกิดโรคระบาด แต่เด็กก็จะได้เรียนหนังสือในหลายรูปแบบซึ่งล้วนดีทั้งนั้น

‘ครูโอ๊ะ’ ให้กำลังใจคนไทย ผู้ปกครอง นักเรียน ให้ผ่านสถานการณ์โควิด-19 ไปให้ได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/580135

'ครูโอ๊ะ'ให้กำลังใจคนไทย ผู้ปกครอง นักเรียน  ให้ผ่านสถานการณ์โควิด-19 ไปให้ได้

‘ครูโอ๊ะ’ให้กำลังใจคนไทย ผู้ปกครอง นักเรียน ให้ผ่านสถานการณ์โควิด-19 ไปให้ได้

วันจันทร์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 15.57 น.

วันที่ 14 มิถุนายน 2564 นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ (รมช.ศธ.) เปิดเผยภาพรวมในการเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 วันแรก( 14 มิ.ย.)ของโรงเรียนในสังกัด สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน ปัญหาจากการเปิดเรียนวันแรก อย่างไรก็ตาม ตนเน้นย้ำไปว่าให้โรงเรียนปฏิบัติตามมาตรการที่ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) กำหนด  ซึ่งในแต่ละจังหวัดก็สามารถจัดการศึกษาตามบริบทของพื้นที่ สามารถจัดการศึกษาตามความถนัดของตนได้  โดย ศธ.ได้กำหนดแนวทางการจัดการเรียนการสอนภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือโควิด-19 ในโรงเรียนไปปรับใช้  5 รูปแบบ ดังนี้  On-site, On-air, Online ,On-demand, และ On-hand 

“ดิฉันมองว่าตอนนี้เราต้องให้กำลังใจคนไทยทั้งประเทศ ให้กำลังใจผู้ปกครอง ลูกๆหลานๆ นักเรียน และให้กำลังใจโรงเรียน ให้ผ่านสถานการณ์โควิด-19 ไปให้ได้  ซึ่งเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน ที่ผ่านมา ดิฉันได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความพร้อมในการจัดการศึกษาของโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดปราจีบุรี  พบว่าโรงเรียนได้เตรียมการดี โดยโรงเรียนออกแบบการเรียนการสอนให้ตรงกับบริบทของตน คือ เน้นการเรียนการสอนผ่านทางออนไลน์ และแต่ละโรงเรียนได้เตรียมใบงานให้กับนักเรียน โดยในจังหวัดปราจีนบุรี ยังไม่เปิดสอนที่โรงเรียน(On-site) แต่ครูและบุคลากรทางการศึกษามีการเตรียมพร้อมจัดการเรียนการสอนอย่างดี ทุกหน่วยงานส่งเสริมสนับสนุนช่วยเหลือกันและกันเป็นอย่างดี” รมช.ศธ. กล่าว 

กศน.จับมือ 8 หน่วยงานภาคีเครือข่ายร่วมจัดการศึกษาทางไกล ไม่ว่าอยู่ที่ไหนเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/580133

กศน.จับมือ 8 หน่วยงานภาคีเครือข่ายร่วมจัดการศึกษาทางไกล ไม่ว่าอยู่ที่ไหนเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา

กศน.จับมือ 8 หน่วยงานภาคีเครือข่ายร่วมจัดการศึกษาทางไกล ไม่ว่าอยู่ที่ไหนเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา

วันจันทร์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 15.54 น.

วันที่ 14 มิถุนายน 2564 ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ (รมช.ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการจัดการศึกษาทางไกลระหว่าง สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) กับหน่วยงานเครือข่าย และเปิดบ้าน สทก. ว่า  สถาบันการศึกษาทางไกล (สทก.) มีหน้าที่จัดการศึกษาทางไกล ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมถึงการพัฒนาหลักสูตร สื่อกระบวนการเรียนรู้  การวัดประเมินผล ระบบการบริหารและบริการ  การวิจัยและพัฒนาการส่งเสริมและประสานเครือข่ายเพื่อการดำเนินงานการศึกษาทางไกล ด้วยหลักการจัดการศึกษาในลักษณะนี้ทำให้ สทก. สามารถเป็นทางเลือกและสามารถเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการบริการทางการศึกษา สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่มีเวลาว่างไม่แน่นอน และอยู่ในพื้นที่ห่างไกล โดยไม่มีข้อจำกัดของพื้นที่  และปัจจุบันด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19  ส่งผลให้เกิดข้อจำกัดในการบริการการศึกษาแบบต้องเข้าชั้นเรียน ซึ่งอาจทำให้กลุ่มเป้าหมายมีข้อจำกัดในการรับบริการทางการศึกษา  ดังนั้นเพื่อให้การบริหารจัดการและบริการการศึกษาทางไกล สามารถตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย โดยไม่มีข้อจำกัดเชิงพื้นที่และเวลา สทก.จึงร่วมกับ 8 หน่วยงาน เพื่อพัฒนาการศึกษาทางไกล  ประกอบด้วย  กรมราชทัณฑ์, กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน, กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ, กรมพลศึกษา, สมาคม EIS แห่งประเทศไทย, มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา (มรภ.สส.), องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และ โรงเรียนทิวไผ่งาม สังกัด สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.)

มช.ศธ. กล่าวต่อว่า แต่ละหน่วยงานจะร่วมมือกันเพื่อจัดการศึกษาทางไกล ภายใต้ กศน.  เพื่อช่วยกันจัดการศึกษากระจายและให้ทุกคน ทุกช่วงวัยเข้าถึงการศึกษา เช่น กรมราชทัณฑ์ ช่วยจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานและจัดการศึกษาต่อเนื่องให้กับผู้ต้องขังทั่วประเทศ  กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จะจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้กับเด็กและเยาวชนในความดูแลของกรมพินินจฯ ทั่วประเทศ พร้อมกับจัดทำหลักสูตรการอบรมเพื่อพัฒนาทักษะชีวิตร่วมกัน  กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ จะจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้คนพิการทั่วประเทศ  ส่วนกรมพละศึกษา จะจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้กับนักกีฬาทั้งภาคภาษาไทยและภาคภาษาอังกฤษ ทั้งในและต่างประเทศ  ส่วน สมาคม EIS แห่งประเทศไทย จะเป็นที่ปรึกษาด้านสื่ออนไลน์ ร่วมผลิตสื่อให้กับนักศึกษาภาคภาษาอังกฤษ,   มรภ.สส. จะเป็นหน่วยจัดอบรม สัมนม ศูนย์สอบ  CFR และให้บริการวิชาการ,  ขสมก. จะจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้กับบุคลากรในสังกัด และโรงเรียนทิวไผ่งาม จะเป็นหน่วยบริการจัดการศึกษา และร่วมจัดการศึกษาภาคภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ซึ่งมีแพทฟอร์มทางการศึกษาอย่างดีจากประเทศชั้นนำ

“ความร่วมมือกันครั้งนี้ ทำให้เห็นได้ว่าเราจะจัดการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพและทั่วถึงที่จะช่วยให้คนทุกกลุ่ม ทุกช่วงวัย เข้าถึงการศึกษาได้มากขึ้นเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ เพราะไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็สามารถเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา และผู้เรียนสามารถเรียนวิชาเลือกเสรีได้เพื่อเสริมทักษะอาชีพต่าง ๆที่หลากหลาย ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา จนถึงระดับมัธยมปลาย สามารถนำวุฒิที่จบไปเรียนต่อยอดระดับปริญญาตรีได้ด้วย ผู้ที่สนใจสามารถเข้ามาลงทะเบียนเรียนผ่านhttp://www.dei.ac.th ได้ทันที” นางกนกวรรณ กล่าว 

อว.ขานรับนโยบายนายกฯ ตั้ง ‘ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม’ มุ่งสื่อสารข้อเท็จจริง-ชัดเจน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/580101

อว.ขานรับนโยบายนายกฯ ตั้ง'ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม' มุ่งสื่อสารข้อเท็จจริง-ชัดเจน

อว.ขานรับนโยบายนายกฯ ตั้ง’ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม’ มุ่งสื่อสารข้อเท็จจริง-ชัดเจน

วันจันทร์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 14.43 น.

อว.ขานรับนโยบายนายกฯ ตั้ง”ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม” มุ่งสื่อสารข้อเท็จจริง-ชัดเจน และสร้างความเข้าใจให้สาธารณชน

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2564 ผศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการ รมว.และโฆษกกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ อว.ได้จัดตั้งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม/บิดเบือน ประจำ อว.ตามคำสั่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการต่อต้านข่าวปลอม/บิดเบือน มีตนเป็นประธาน และมีทีมโฆษก รวมทั้งผู้อำนวยการกองต่างๆ ของสำนักงานปลัด อว.มีที่ทำการ ณ ศูนย์บริการร่วม กองกลาง ชั้น 1 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวง อว.ถนนพระราม 6 เขตราชเทวี กรุงเทพฯ

ผศ.ดร.ดวงฤทธิ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา อว.ได้มีการดำเนินการด้านการตรวจสอบข่าวปลอมอย่างต่อเนื่องร่วมศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (AFNC Thailand) ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมอย่างใกล้ชิด ทางแอปพลิเคชั่นไลน์อย่างสม่ำเสมอ โดยกลุ่มสื่อสารองค์กร สำนักงานปลัด อว.เป็นหน่วยประสานงาน หาข้อมูลและสนับสนุนการชี้แจงประเด็นข่าวปลอม ดังนั้น การตั้งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมฯ ประจำ อว.จะทำให้ อว.สามารถติดตาม ตรวจสอบข้อมูลที่เผยแพร่ผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อสังคมออนไลน์ และสื่อต่างๆ พร้อมวิเคราะห์ผลกระทบและแนวโน้มของการแพร่กระจายข่าวปลอม/บิดเบือน รวมถึงสามารถประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อมูล ชี้แจงให้ข้อเท็จจริง แก้ไขความเข้าใจผิดและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องของสาธารณชน ตลอดจนยังสามารถผลิตและนำเสนอชุดข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อเผยแพร่ต่อประชาชนและสาธารณชน ผ่านกลไกภาคสื่อสารมวลชนและกลไกต่างๆ ได้ โดยกรอบการทำงานตรวจสอบติดตามเบื้องต้นจะไม่เกินเวลา 1 วันหรือภายใน 24 ชั่วโมง

‘โควิด’ ผู้ติดเชื้อยังพุ่ง ‘นครปฐม’ เลื่อนเปิดเทอมเป็นเดือน ก.ค. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/580058

‘โควิด’ผู้ติดเชื้อยังพุ่ง ‘นครปฐม’เลื่อนเปิดเทอมเป็นเดือนก.ค.

‘โควิด’ผู้ติดเชื้อยังพุ่ง ‘นครปฐม’เลื่อนเปิดเทอมเป็นเดือนก.ค.

วันจันทร์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 11.35 น.

‘โควิด’ผู้ติดเชื้อยังพุ่ง ‘นครปฐม’เลื่อนเปิดเทอมเป็นเดือนก.ค.

14 มิถุนายน 2564 ตามมติกระทรวงศึกษาธิการที่กำหนดให้เปิดภาคเรียนเป็นวันแรกในวันนี้ แต่ที่จังหวัดนครปฐม ทาง สพฐ.นครปฐม ได้ประกาศให้ทุกโรงเรียนของจังหวัดนครปฐม เลื่อนการเปิดเรียนออกไปก่อนเป็นเดือนกรกฎาคม 2564 เนื่องจากว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ของจังหวัดนครปฐม ยังระบาดไม่หยุด เช่น คลัสเตอร์โรงงานไก่ในเขต อ.สามพราน พบผู้ติดเชื้อเกือบ 500 คน เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ที่ผ่านมา จนทำให้ตัวเลขของผู้ติดเชื้อของจังหวัดนครปฐม ยังสูงอยู่ จึงต้องประกาศเลื่อนการเปิดเทอมออกไปก่อน และถ้าปลายเดือนมิถุนายนนี้ ผู้ติดเชื้อยังไม่ลดลงจะมีการประเมินอีกครั้งว่าเดือนกรกฎาคมจะเปิดภาคเรียนได้หรือไม่