อย.เผยขั้นตอนพิจารณาขึ้นทะเบียนวัคซีน ‘สปุตนิก’ สะดุด ยังขาดส่งข้อมูลสำคัญ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/580484

อย.เผยขั้นตอนพิจารณาขึ้นทะเบียนวัคซีน'สปุตนิก'สะดุด ยังขาดส่งข้อมูลสำคัญ

อย.เผยขั้นตอนพิจารณาขึ้นทะเบียนวัคซีน’สปุตนิก’สะดุด ยังขาดส่งข้อมูลสำคัญ

วันอังคาร ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 16.51 น.

อย.แจง”คินเจนไบโอเทค”วัคซีนสปุตนิก ยังขาดส่งข้อมูลสำคัญ ทำขั้นตอนพิจารณาสะดุด

15 มิ.ย.64 นายแพทย์ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ตามที่บริษัท คินเจน ไบโอเทค จำกัด ได้ยื่นเอกสารขออนุญาตวัคซีนสปุตนิก วี กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) นั้น ขณะนี้ อย. ได้รับข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2564 ซึ่ง อย. ตรวจสอบแล้วพบว่าข้อมูลล่าสุดที่ยื่นเป็นข้อมูลชุดเดิมที่เคยยื่นกับ อย. แล้ว ยังคงขาดข้อมูลสำคัญที่ใช้ในการพิจารณาด้านความปลอดภัย คุณภาพ และหลักฐานการแสดงมาตรฐานการผลิต GMP PIC/S หรือเทียบเท่า

“โดยข้อมูลที่ขาดคิดเป็นร้อยละ 50 ของข้อมูลที่ใช้ในการพิจารณาทั้งหมด เช่น ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับตัวยาสำคัญ รายละเอียดวิธีวิเคราะห์ของตัวยาสำคัญและผลิตภัณฑ์ยา ข้อมูลการศึกษาเกี่ยวกับความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์  ทั้งนี้ อย. ได้แจ้งทางบริษัท คินเจน ไบโอเทค จำกัด ให้จัดส่งข้อมูลสำคัญที่ใช้ในการพิจารณาโดยเร่งด่วนเป็นครั้งที่ 3 แล้ว”นายแพทย์ไพศาล กล่าว

เช็ครายชื่อที่นี่! โปรดเกล้าฯแต่งตั้งครั้งใหญ่ ’61 ศาสตราจารย์’ จากหลายมหาวิทยาลัย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/580394

เช็ครายชื่อที่นี่! โปรดเกล้าฯแต่งตั้งครั้งใหญ่ '61 ศาสตราจารย์'จากหลายมหาวิทยาลัย

เช็ครายชื่อที่นี่! โปรดเกล้าฯแต่งตั้งครั้งใหญ่ ’61 ศาสตราจารย์’จากหลายมหาวิทยาลัย

วันอังคาร ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 14.26 น.

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2564 ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ศาสตราจารย์ (ศ.) จำนวน 61 ราย โดยผู้ที่ได้รับพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ดังต่อไปนี้

1.รศ.พรพิมพ์ กอแพร่พงศ์ ม.มหิดล 2.รศ.นิพนธ์ จิรภาไพศาล ม.มหิดล 3.รศ.ศิริพร วัชชวัลคุ ม.ธรรมศาสตร์ 4.รศ.ธงชัย นันทนรานนท์ ม.สงขลานครินทร์ 5.รศ.บุญชัย อุกฤษชน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 6.รศ.อนงค์นาฏ สมหวังธนโรจน์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 7.รศ.สนทยา ลิ้มมัทวาภิรัติ์ ม.ศิลปากร 8.รศ.วงศา เล้าหศิริวงศ์ ม.ขอนแก่น 9.รศ.ยุพาภรณ์ อารีย์พงษ์ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ 10.รศ.ยุทธนา ขำสุวรรณ์ ม.เชียงใหม่

11.รศ.เชษฐ์ ติงสัญชลี ม.ศิลปากร 12.รศ.นรินทร์ สังข์รักษา ม.ศิลปากร 13.รศ.ต้นข้าว ปาณินท์ ม.ศิลปากร 14.รศ.เสาวณิต สุขภารังสี ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ 15.รศ.สุรพงษ์ สมสุข สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง 16.รศ.ดอกรัก มารอด ม.เกษตรศาสตร์ 17.รศ.เอื้อมพร วีรสมหมาย ม.เกษตรศาสตร์ 18.รศ.หรรษา วัฒนานุกิจ ม.เกษตรศาสตร์ 19.รศ.เรือเอกหญิงภิญนิตา จันธุวนิตย์ ม.มหิดล 20.รศ.สายัณห์ สดุดี ม.สงขลานครินทร์

21.รศ.จันตรี สินศุภฤกษ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 22.รศ.รัตน์ศิริ ทาโต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 23.รศ.สมเดช ศรีชัยรัตนกู, ม.เชียงใหม่ 24.รศ.ระวิวรรณ โอฬารรัตน์มณี ม.เชียงใหม่ 25.รศ.สุขนา ชวนิชย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 26.รศ.ดวงใจ ทิวทอง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 27.รศ.พระมหาหรรษา ธมฺมาโส ม.จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร.) 28.รศ.ธเนศ รัตนวิไล ม.สงขลานครินทร์ 29.รศ.ฤดีกร วิวัฒนวิไล ม.สงขลานครินทร์ 30.รศ.กิตติ ประเสริฐสุข ม.ธรรมศาสตร์

31.รศ.ธนะเศรษฐ์ ง้าวหิรัญพัฒน์ ม.ศิลปากร 32.รศ.นฤมล ธีรวัฒน์ ม.เชียงใหม่ 33.รศ.สุรีย์ เลขวรรณวิจิตร ม.เชียงใหม่ 34.รศ.กมลวิช เลาประสพวัฒนา ม.สงขลานครินทร์ 35.รศ.สว่างวัน ไตรเจริญวิวัฒน์ ม.รามคำแหง 36.รศ.ดวงดาว อาจองค์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 37.รศ.วิโฬฏฐ์ วัฒนานิมิตกูล มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา 38.รศ.รังสินี โสธรวิทย์ ม.เกษตรศาสตร์ 39.รศ.กนกอร สมปราชญ์ ม.ขอนแก่น 40.รศ.สุดา ลุยศิริโรจนกุล ม.มหิดล

41. รศ.กำธร พฤกษานานนท์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 42.รศ.รัฐพงษ์ เจียมจริยธรรม จุฬาลง กรณ์มหาวิทยาลัย 43.รศ.วีระศักดิ์ ชลไชยะ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 44.รศ.มานิต คิดอยู่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 45.รศ. ธงสรวง อิศรางกูร ณ อยุทธยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  46.รศ.สุพล ลิมวัฒนานนท์ม.ขอนแก่น  47.รศ.ทรงศักดิ์ เกียรติชูสกุล ม.ขอนแก่น  48.รศ.จิตติ หาญประเสริญพงษ์ ม.สงขลานครินทร์  49.รศ.ศาสตรา สุดสวาท สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ 50.รศ. ไพบูลย์ ปัญญาคะโป ม.ศรีปทุม

51.รศ.จินตนา สัตยาศัย  ม.ขอนแก่น 52.รศ.ทิพยา เอกลักษณ์ณานันท์ ม.ขอนแก่น 53.รศ.วันชัย สะตะ ม.ขอนแก่น 54.รศ.นฤมล เจริญศิริพรกุล ม.ขอนแก่น 55.รศ.พนกฤษณ คลังบุญครอง ม.ขอนแก่น  56.รศ.สุพัฒน์ บุณยฤทธิกิจ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง 57.รศ. มงคล มงคลวงศ์โรจน์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง 58.รศ. สุรินทร์ คำฝอย สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง 59.รศ.อนุเทพ รังสีพิพัฒน์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 60.รศ.นันทนิตย์ วานิชาชีวะม.ศิลปากร และ 61. รศ.เสกสิต โอสถากุล ม.สงขลานครินทร์

ด้าน ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) เปิดเผยว่า ตนในฐานะ รมว.อว.ขอแสดงความยินดีกับศาสตราจารย์ใหม่ทั้ง 61 คน จากทุกมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะจาก ม.ศรีปทุม  มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา และ ม.รามคำแหง และขอยืนยันว่า อว.จะทำให้กระบวนการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการในการแต่งตั้งศาสตราจารย์ เพื่อนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เป็นไปอย่างเรียบร้อยและรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และเพื่อให้บุคลากรของ อว. ได้เห็นโอกาสหรือเส้นทางความก้าวหน้าทางวิชาการของตนเอง 

สอศ.รัฐ-เอกชน 794 แห่งพร้อมเปิดเทอมผ่าน On Site-Online #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/580321

สอศ.รัฐ-เอกชน 794 แห่งพร้อมเปิดเทอมผ่าน On Site-Online

สอศ.รัฐ-เอกชน 794 แห่งพร้อมเปิดเทอมผ่าน On Site-Online

วันอังคาร ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 11.58 น.

สอศ.รัฐ-เอกชน 794 แห่งพร้อมเปิดเทอมผ่าน On Site-Online ส่วนพื้นที่สีแดงเข้ม 4 จังหวัดผ่านออนไลน์เท่านั้น

15 มิถุนายน 2564  นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ได้ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมการเปิดภาคเรียน ที่ 1/2564 ของสถานศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ โดยในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้เข้าตรวจเยี่ยม ณ วิทยาลัยเทคนิคเชียงใหม่ ในการจัดการเรียนการสอนแบบผสมผสาน รูปแบบการจัดการศึกษาทางไกล Online และ Excellence center ทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล สาขาเทคโนโลยีและสารสนเทศ  และเยี่ยมชมการจัดการเรียนการสอนรูปแบบ On Site ในสาขาช่างเทคนิคพื้นฐาน และสาขาช่างกลโรงงาน  

ทั้งนี้ นางสาวตรีนุช ได้เป็นประธานมอบอุปกรณ์ช่วยป้องกันบุคลากรทางการแพทย์สู้ภัย COVID-19 ซึ่งเป็นสิ่งประดิษฐ์ นวัตกรรม โดยอาชีวศึกษาจังหวัดเชียงใหม่ และ อาชีวศึกษาจังหวัดแพร่ เพื่อสนับสนุนงานบริการทางการแพทย์  ได้แก่ 1. หน้ากากป้องกัน COVID- 19 แบบแรงดันบวก จำนวน 3 ชุด  2.กล่องป้องกันเชื้อฟุ้งกระจายเกราะคุ้มภัย COVID-19 จำนวน 12 ชุด  และ 3. แท่นกดเจลแอลกอฮอล์แบบเท้าเหยียบ จำนวน 10 ชุด โดยมี คณะแพทย์และผู้บริหารโรงพยาบาลนครพิงค์ เป็นผู้รับมอบ ให้กับโรงพยาบาลนครพิงค์  ณ วิทยาลัยเทคนิคเชียงใหม่

เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวต่อไปว่า สำหรับวันเปิดเรียนวันแรกของสถานศึกษาอาชีวศึกษาทั้งภาครัฐและภาคเอกชน มีจำนวน 793 แห่ง โดยมีสถานศึกษาอาชีวศึกษาทั้งภาครัฐ และภาคเอกชนที่อยู่ในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุด หรือพื้นที่สีแดงเข้ม 4 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ มีจำนวน 89 แห่ง ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. มีคำสั่งห้ามจัดการเรียนการสอนแบบ On Site คือ ห้ามใช้สถานศึกษาจัดการเรียนการสอนเด็ดขาด  จึงได้ดำเนินการเปิดการเรียนการสอนเแบบ Online ทั้งหมด  

สำหรับสถานศึกษาอาชีวศึกษา ที่อยู่ในเขตพื้นที่สีแดงและสีส้ม จำนวน 704 แห่ง มีรูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบผสมผสาน ระหว่าง online กับ on site จำนวน 468 แห่ง  แบบ online จำนวน 149 แห่ง และแบบ on site จำนวน 87 แห่ง ซึ่งได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดให้นักเรียน นักศึกษาสามารถไปเรียนในสถานศึกษาได้ ซึ่งก็ได้รับรายงานว่าเป็นไปด้วยความเรียบร้อย บรรยากาศของสถานศึกษาหลายๆพื้นที่ นักเรียน นักศึกษาที่เดินทางมาเรียน ได้พบเจอและพูดคุยกับเพื่อนๆเป็นวันแรก             

ทั้งนี้ สถานศึกษาได้ทำตามมาตรการอย่างเข้มงวด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง และบุคลากรในสถานศึกษา เช่น มีการคัดกรอง ตรวจวัดอุณหภูมิทั้งนักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง และครูผู้สอน ตั้งแต่หน้าทางเข้า กำหนดจุดยืนให้มีระยะห่างระหว่างกัน บริการเจลแอลกอฮอล์สำหรับล้างมือ มีการรักษาระยะห่างภายในโรงอาหารและพื้นที่ต่าง ๆ และที่สำคัญ ทุกคนจะต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลาที่อยู่ในสถานศึกษา  

สถานศึกษาในสังกัด สอศ. ซึ่งจัดการเรียนการสอนทางด้านวิชาชีพ ที่เน้นการปฏิบัติเป็นหลัก แต่เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดที่ยังคงมีอยู่ และด้วยประสบการณ์ในการจัดการเรียนการสอนของปีการศึกษาที่ผ่านมา ทำให้สถานศึกษาอาชีวศึกษาได้ปรับตัวในการจัดรูปแบบการเรียนการสอน มีการเรียนรู้ในการใช้เทคโนโลยีให้กับครูผู้สอน รวมทั้งปรับเนื้อหาให้มีความเหมาะสมกับรูปแบบวิธีการสอน นักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษาจึงยังสามารถเรียนรู้ได้ตลอดเวลา แม้ว่าจะมีการปรับรูปแบบ วิธีการสอนไปจากเดิม

ชาวภาคใต้ปลื้มปีติ ส่งประกวดผ้าลายพระราชทาน ‘ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/580244

ชาวภาคใต้ปลื้มปีติ ส่งประกวดผ้าลายพระราชทาน ‘ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’

ชาวภาคใต้ปลื้มปีติ ส่งประกวดผ้าลายพระราชทาน ‘ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’

วันอังคาร ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ชาวภาคใต้ปลื้มปีติ

ส่งประกวดผ้าลายพระราชทาน

‘ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’

ประชาชนชาวภาคใต้ ปลื้มปีติ ส่งประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” กว่า 200 ผืน ยกระดับความร่วมสมัย ก้าวไกลสู่ระดับสากลเพื่อวิถีชุมชนที่ยั่งยืน

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2564 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เป็นประธานในการประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” ระดับภาค ร่วมด้วย นายไกรสร วิศิษฏ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ผศ.ดร.วิชิต สุขทร รองอธิการบดีรักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ทีมคณะกรรมการ นำโดย นายศิริชัย ทหรานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย นายธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย นายกุลวิทย์ เลาสุขศรี บรรณาธิการบริหารนิตยสารโว้ก ประเทศไทย นางสาวรติรส ภู่วิภาดาวรรธน์ และคณะ ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติ สื่อมวลชน ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช

นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมุ่งมั่นที่จะสืบสานพระราชปณิธานของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านและภูมิปัญญาไทย เพื่อฟื้นฟูมรดกงานศิลป์ล้ำค่าของแผ่นดินไทยอย่างแท้จริง ด้วยพระอัจฉริยภาพ พระองค์ทรงต่อยอดผสมผสานมุมมองด้านแฟชั่นที่ร่วมสมัย แต่ยังคงไว้ซึ่งการสืบสานอัตลักษณ์ เรื่องราวประจำภูมิภาค เป็นคุณูปการอย่างยิ่งแก่ปวงชนคนไทยไม่ว่าจะในชนบทและเมือง ทรงพระราชทานแบบลายผ้า ชื่อลาย “ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” แก่พสกนิกรชาวไทย อันเป็นสิ่งที่ประจักษ์ชัดถึงพระปรีชาสามารถในด้านการออกแบบ ตอกย้ำให้เกิดความเชื่อมั่นว่าความงดงามของผ้าไทยจะคงอยู่คู่กับสังคมไทย

ด้วยพระทัยอันเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา หนุนให้พี่น้องช่างฝีมือ กลุ่มทอผ้า ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ยังคงสามารถสร้างรายได้หมุนเวียนเลี้ยงดูครอบครัว จึงนำมาซึ่งความซาบซึ้งจนมีคำกล่าวถึงสิ่งที่พระองค์ทรงพระราชทานว่า “เปรียบเสมือนน้ำทิพย์ที่หยาดลงในทะเลทราย” และด้วยพระวิริยะอุตสาหะของพระองค์ที่ทรงเสด็จไปยังหัวเมืองทั้ง 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ ถึง 2 รอบ พระองค์ได้มีพระกรุณาแนะแนวทางการพัฒนา ยกระดับ ให้กลุ่มหัตถกรรมทั้งหลายได้เพิ่มความประณีต ใส่ฝีมือ ใส่ลูกเล่นลงไป ผลงานที่ปรากฏในวันนี้จำนวน 203 ผืนในส่วนของภาคใต้ และ 3,215 ผืนจากทั่วประเทศ

โดยในวันนี้ เป็นการประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ”ระดับภาคใต้ โดยในพื้นที่ภาคใต้มีจังหวัดที่เข้าร่วม 14 จังหวัด เพื่อคัดเลือกผ้าพื้นถิ่น จาก 4 ภูมิภาค เหลือเพียง 75 ผืน เข้าตัดสินในระดับประเทศ สำหรับการประกวดผ้าของจุดดำเนินการภาคใต้ จัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช มีจำนวนผ้าที่ส่งเข้าประกวดทั้งสิ้น 203 ผืน แยกเป็น 10 ประเภท ส่วนใหญ่เป็นผ้าบาติก/ผ้ามัดย้อม จำนวน 105 ผืน รองลงมา คือ ผ้ายกดอก 21 ผืน, ผ้ามัดหมี่ 2 ตะกอ 20 ผืน, ผ้าพิมพ์ลาย 16 ผืน, ผ้าปักมือ 16 ผืน, ผ้าเทคนิคสร้างสรรค์ 11 ผืน, ผ้ายกเล็ก 8 ผืน, ผ้าเทคนิคผสม 4 ผืน, ผ้ามัดหมี่ 3 ตะกอขึ้นไป 1 ผืน และผ้าจกทั้งผืน 1 ผืน ตามลำดับ

ทั้งนี้ กรมการพัฒนาชุมชน จะมีการดำเนินการประกวดโดยเริ่มจากระดับภาค ไปสู่ระดับประเทศ โดยจุดแรกในพื้นที่ภาคกลาง ณ จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2564, จุดที่ 2 ภาคใต้ ระหว่างวันที่ 13 – 14 มิถุนายน 2564 จ.นครศรีธรรมราช, จุดที่ 3 ภาคเหนือ ระหว่างวันที่ 17 – 18 มิถุนายน 2564 จ.เชียงใหม่ และจุดที่ 4 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างวันที่ 24 – 26 มิถุนายน 2564 จ.อุดรธานี ต่อด้วยการประกวดในรอบ Semi Final รอบตัดสิน 75 ผืนสุดท้าย ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ณ โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร และประกาศผลรอบตัดสิน 75 ผืนสุดท้าย ในวันที่ 5 กรกฎาคม 2564

สำหรับการประกวดในระดับประเทศ รอบตัดสินรางวัล ระหว่างวันที่ 27 – 29 กรกฎาคม 2564 ณ ทรูไอคอนฮอลล์ ห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม โดยกรมการพัฒนาชุมชน และสภาสตรีแห่งชาติ ในพระราชินูปถัมน์ ได้กราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารี รัตนราชกัญญา เสด็จพระราชดำเนินมาเป็นองค์ประธานในการตัดสิน

โคก หนอง นา เเห่งน้ำใจเเละความหวัง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/580113

โคก หนอง นา เเห่งน้ำใจเเละความหวัง

โคก หนอง นา เเห่งน้ำใจเเละความหวัง

วันอังคาร ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายกิติศักดิ์ ไทวะกิรติ ผู้อำนวยการโรงเรียนโนนเจริญพิทยาคม อำเภอบ้านกรวด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์ ร่วมกับ กำนันตำบลโนนเจริญ พร้อมด้วย ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ร่วมโครงการปลูกป่ารักษาธรรมชาติ ปกป้อง รักษา รู้คุณค่าทรัพยากรธรรมชาติ และโครงการอารยเกษตรสืบสานรักษาต่อยอด ตามเเนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงด้วย ณ บริเวณ “โคก หนอง นาแห่งน้ำใจเเละความหวัง” โรงเรียนโนนเจริญพิทยาคม

อว. ร่วมกับเอกชน สร้างมืออาชีพด้านกีฬาอีสปอร์ต เร่งพัฒนาต่อเนื่อง เพื่อยกระดับให้ได้มาตรฐานสากล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/580122

อว. ร่วมกับเอกชน สร้างมืออาชีพด้านกีฬาอีสปอร์ต เร่งพัฒนาต่อเนื่อง เพื่อยกระดับให้ได้มาตรฐานสากล

อว. ร่วมกับเอกชน สร้างมืออาชีพด้านกีฬาอีสปอร์ต เร่งพัฒนาต่อเนื่อง เพื่อยกระดับให้ได้มาตรฐานสากล

วันอังคาร ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการและโฆษกกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม ว่า (อว.) กล่าวว่า ได้ร่วมมือกับ บริษัท อินโฟเฟด จำกัด จัดทำโครงการ UEC University eSportsChampionship 2020 ขึ้น เพื่อตอบรับต่อการเติบโตของวงการกีฬาอีสปอร์ตและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง และเพื่อเร่งพัฒนาบุคลากรไทยให้มีมาตรฐานในระดับสากล พร้อมทั้งพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ ส่งเสริมให้ดำเนินการวิจัยและสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อพัฒนาชุมชน สังคม และประเทศ โดยเข้าไปร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และบุคคลหรือหน่วยงานในต่างประเทศ เพื่อเป้าหมายในการขับเคลื่อนการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของไทยไปสู่มาตรฐานในระดับสากล อีกทั้งยังเพิ่มอันดับความสามารถการแข่งขันในระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน ภายในปีพ.ศ. 2580

ด้าน นายจิรยศ เทพพิพิธ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ก่อตั้ง บริษัท อินโฟเฟด จำกัด ผู้ก่อตั้งสนามกีฬา “Thailand eSports Arena” เพื่อการแข่งขันกีฬาอีสปอร์ตแห่งแรกในประเทศไทย เปิดเผยว่า โครงการได้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ หลักสูตร Zero to Hero เพื่อสนับสนุน ต่อยอดส่งเสริมอาชีพในวงการอีสปอร์ตโดยการผลักดันในส่วนของ Academy เพื่อให้รู้สำคัญให้แก่เหล่านักแข่งและStreamers ในอุตสาหกรรม รวมทั้งส่งเสริมด้าน Digital Entertainment เพื่อสร้างอาชีพใหม่ให้แก่เยาวชนไทยผ่านการ Reskill, Upskill และ Newskillเสริมความรู้ สร้างทักษะ และความสามารถบ่มเพาะ 3 อาชีพหลัก eSportsPro-Player, Content Creator และ Production Organizer รองรับตลาดอีสปอร์ตที่เติบโตต่อเนื่อง และส่วนที่ 2 คือ จัดการแข่งขันกีฬาอีสปอร์ตระดับอุดมศึกษา โดยมีนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศมาร่วมในรายการ University eSportsChampionship 2020 ชิงทุนการศึกษารวม 1 ล้านบาท เมื่อกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

สำหรับการแข่งขันในครั้งนี้มีผู้ที่ได้รับทุนการศึกษาทั้งหมด 16 ทีมจากทั่วประเทศ ได้แก่ เกม PUBGMobile อันดับ 1 ทีมหนูน้อยหมวกแดง จากโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย โรงเรียนเชียงใหม่คริสเตียน โรงเรียน มอ.วิทยานุสรณ์สุราษฎร์ธานี โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต และโรงเรียนเทพศิรินทร์ และรางวัลรองลงมาอีก 7 ทีม เกม Arena ofValor อันดับ 1 ทีม Bacon Dream จากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โรงเรียนกาญจนานุเคราะห์ และโรงเรียนเทพศิรินทร์ และรางวัลรองลงมาอีก7 ทีม

ก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่แทนที่โดนไฟไหม้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/580112

ก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่แทนที่โดนไฟไหม้

ก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่แทนที่โดนไฟไหม้

วันอังคาร ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

พลตรี นพดล รอดกลาง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 ค่ายสมเด็จพระนเรศวร สนับสนุนกำลังพลร่วมก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ โรงเรียนบ้านหนองไม้ยางดำอ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก ทดแทนอาคารเรียนที่ถูกเพลิงไหม้ พร้อมทั้งร่วมปลูกพืชผักสวนครัว และมอบอุปกรณ์การเรียนกีฬาแก่นักเรียน โดยมีนายกิตติพงษ์ โปร่งเจริญ รอง ผอ.สพป.พิษณุโลก เขต 2 และ ผู้บริหารสถานศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษาร่วมรับมอบ

วิถีสยามมรดกวัฒนธรรมไทย : กรุงเทพฯเมืองฟ้าอมร มหานครแห่งสารพัดช่าง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/580111

วิถีสยาม มรดกวัฒนธรรมไทย : กรุงเทพฯเมืองฟ้าอมร มหานครแห่งสารพัดช่าง

วิถีสยาม มรดกวัฒนธรรมไทย : กรุงเทพฯเมืองฟ้าอมร มหานครแห่งสารพัดช่าง

วันอังคาร ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

บริเวณตรอกเฟื่องนคร และตรอกวิสูตร ย่านทำทองในสมัยก่อน พ.ศ.๒๔๔๐

ใครที่เกิดในจังหวัดกรุงเทพมหานคร หรือใช้ชีวิตอยู่เป็นระยะเวลานานจนคุ้นเคยจะสังเกตว่า จังหวัดกรุงเทพฯนั้น มีหลายชุมชนที่มีชื่อเรียกบ่งบอกถึงอาชีพหลักของชุมชนนั้นๆอย่างไม่ต้องคาดเดา ถือเป็นอัตลักษณ์หนึ่งของชุมชนดั้งเดิมในกรุงเทพมหานคร

ผู้เขียนได้ศึกษาข้อมูลจากหนังสือ ชุมชนดั้งเดิม ใต้ร่มพระบารมีจักรีวงศ์ ซึ่งกล่าวถึงงานช่างและงานหัตถกรรมไว้อย่างน่าสนใจ และจุดประกายให้เด็กที่เกิดในกรุงเทพฯ เป็นชาวไทยเชื้อสายจีนอย่างผู้เขียน รู้สึกอยากกลับไปเรียนเลือกเรียนวิชาช่างขึ้นมาทันที

สัปดาห์นี้จึงขอนำเรื่องราวมาเล่าต่อ ถือซะว่าเรามาชวนกันย้อนเวลากลับสู่กรุงเทพฯยุคที่สงบเงียบ เรียบง่าย ผู้คนน้อยๆ ถนนก็โล้งโล่ง อากาศปลอดฝุ่นควัน ไปด้วยกันนะคะ..

ใจความตอนหนึ่งของหนังสือกล่าวไว้ว่า ช่วงรัชกาลที่ ๑ ถึง รัชกาลที่ ๕บริเวณรอบพระนครและภายในพระนคร เป็นพื้นที่บ้านเรือนของขุนนางเสนาบดีส่วนรอบนอกออกไปเป็นอาคารห้องแถวหรือย่านตลาดของชุมชนชาวจีนในสำเพ็งและเยาวราช ซึ่งราษฎรส่วนใหญ่เป็นชุมชนหมู่บ้าน มีอาชีพทำหัตถกรรมพื้นบ้านและค้าขาย เช่น ทอผ้า ทำพานเงิน จักสาน ทำบาตรพระ ทำเครื่องทอง ตีทองคำเปลว ทำโอ (ภาชนะใส่ของ) สายรัดประคด ช่างก่ออิฐถือปูน ฯลฯ ซึ่งจะมีทั้งที่เป็นกลุ่มคนที่อยู่มาแต่เดิม และกลุ่มคนมีฝีมือที่ย้ายมาจากแหล่งอื่น เช่น เขมร ทวาย มลายู ญวน และลาว เป็นต้น ส่วนใหญ่ได้รับพระราชทานที่ดินเพื่อตั้งบ้านเรือน และศาสนสถานประจำชุมชน บางส่วนเข้ารับราชการเป็นช่างหลวง สังกัดกรมกองต่างๆ เช่น ช่างทองเชื้อสายมลายูมุสลิม ช่างทำพานหรือเครื่องเงินเชื้อสายลาว ซึ่งจะไม่ถูกเกณฑ์แรงงานและสามารถได้รับบรรดาศักดิ์ ขึ้นอยู่กับเจ้านายและขุนนางระดับสูง ตามวังต่างๆ เรียกกันว่าช่างเชลย

ช่างในหมู่ไพร่หลวงของราชสำนัก ประกอบด้วย ช่างฝีมือหลายแผนกด้วยกันเช่น ช่างเขียน ช่างปั้น ช่างรัก ช่างปูน ช่างแกะช่างกลึง ช่างหุ่น ช่างหุนกระจก ช่างบุช่างหล่อ ช่างแผ่ดีบุก ช่างเหล็ก ช่างเรือช่างดอกไม้เพลิง ช่างสลักหนัง ช่างชาดสีสุกช่างฉลองพระบาท ช่างเลื่อยงา ช่างฟอก ช่างบาตร ช่างประดับกระจก ช่างปิดกระจกช่างดัดต้นไม้ ช่างเหลารางปืน ช่างเงิน ช่างทองช่างมุก ช่างย้อมผ้าสีขี้ผึ้ง ช่างต่อฝาบาตรช่างเขียนน้ำกาว ช่างสาน ช่างคร่ำ ช่างทอสายคัมภีร์ ช่างทำฝักพระแสง ช่างสานพระมาลา ช่างทำกรรไกร ช่างชำระพระแสง ช่างฟันช่อฟ้าหางหงส์ ฯลฯ แสดงให้เห็นว่าในเมืองพระนครนั้น มีชุมชนที่มีฝีมือในเชิงต่างๆ เพื่อรับใช้ราชสำนัก โดยเฉพาะในยุคสร้างบ้านแปงเมือง เพื่อให้พระราชวังสง่างามเฉกเช่นครั้งกรุงศรีอยุธยา

ชุมชนวัดสระเกศ ย่านทำพลุตะไล และดอกไม้ไฟ

นอกจากช่างหลวง ก็ยังมีช่างชาวบ้านทั่วไปสืบทอดมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา แต่เมื่อเวลาผ่านไป ช่างฝีมือบางประเภทขาดการสืบสอบ ส่งผลให้สูญหายไป ที่หลงเหลือมาถึงปัจจุบันเพียงไม่กี่ประเภท เช่น

งานช่างโลหะ เช่น บาตรพระขันลงหิน ขันน้ำพานรอง เครื่องถมช่างเงินช่างทอง ทองคำเปลวอยู่ที่ชุมชนบ้านบุ บ้านบาตร บ้านช่างหล่อบ้านพานถม ตรอกบวรรังษี ตรอกมัสยิดจักรพงษ์ และชุมชนวัดสุทัศน์เทพวราราม

เครื่องดนตรีไทย แถววัดใหม่อมตรส รวมถึงงานปักชุดโขน ตรอกเขียนนิวาสน์-ไก่แจ้ ชุมชนทำขลุ่ยและแคนที่บ้านลาว หัวโขน เครื่องแต่งตัวละคร ตุ๊กตานางรำ ในบ้านโขนไทยซอยท่าน้ำวัดสุวรรณ

งานประดิษฐ์ เช่น งานร้อยพวงมาลัย งานแกะสลักผลไม้ แถบแพร่งภูธร งานแทงหยวก แถววัดใหม่อมตรส ทำกรงนกเขา และงานเครื่องจักสานที่หนองจอก

ทำหม้อ และ ภาชนะหุงต้ม ที่บ้านหม้อ ชุมชนญวนที่อพยพเข้ามาตั้งแต่กรุงรัตนโกสินทร์ ปัจจุบันบ้านหม้อเป็นย่านร้านค้าเครื่องเพชร อัญมณีและเครื่องประดับ

งานถักทอสายรัดประคดถุงตะเคียวหุ้มบาตรพระ ที่ชุมชนบ้านสายตรงข้ามวัดเทพธิดาราม ชุมชนตรอกพระยาเพชรฯ หรือป้อมมหากาฬ และนำส่งไปจำหน่ายที่ย่านสังฆภัณฑ์ ตลาดเสาชิงช้า กล่าวกันว่าการทอสายรัดประคดที่บ้านสายรัดประคด เริ่มขึ้นครั้งแรกตั้งแต่รัชกาลที่ ๔ เมื่อราว พ.ศ.๒๔๐๐

งานทอผ้า ที่ชุมชนบ้านครัวซึ่งเป็นชุมชนมลายู

งานไม้ ที่ชุมชนวัดสระเกศโรงเลื่อยไม้แถวบางโพ ซึ่งเป็นกลุ่มชาวจีนไหหลำ

งานทำพลุตะไล และดอกไม้ไฟ อยู่บริเวณย่านหลังวัดสระเกศ

โอ้..กรุงเทพฯเมืองฟ้าอมร สมแล้วที่เป็นมหานครอันเต็มไปด้วยเรื่องราวมากมาย และภูมิปัญญาของผู้คนที่พานำไปสู่การพัฒนา เปลี่ยนแปลงไปเป็นสังคมใหม่ วิถีชีวิตแบบใหม่ มีเรื่องชวนให้อยากค้นหาไม่รู้จบสิ้น

โอกาสหน้าผู้เขียนจะแตกประเด็นงานช่างหรืองานหัตถกรรมเด่นๆของบางชุมชนในกรุงเทพฯตั้งแต่อดีตสู่ยุคปัจจุบันมาเล่าให้อ่านกันอีกครั้ง หวังว่าคงยังไม่เบื่อกันนะคะ

จุฬาฯ ยังติดอันดับ Top 100 ของโลก ด้านชื่อเสียงทางวิชาการ ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/580118

จุฬาฯ ยังติดอันดับ Top 100 ของโลก  ด้านชื่อเสียงทางวิชาการ ติดต่อกันเป็นปีที่ 2

จุฬาฯ ยังติดอันดับ Top 100 ของโลก ด้านชื่อเสียงทางวิชาการ ติดต่อกันเป็นปีที่ 2

วันอังคาร ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของโลก QS World University Rankings 2022 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็น 1 ใน 100 มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงด้านวิชาการ (Academic Reputation)ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 โดยอยู่ในอันดับที่ 96 ของโลกเช่นเดียวกับปีที่แล้ว ซึ่งถือว่าเป็นอันดับที่ดีที่สุดของมหาวิทยาลัยในประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้จุฬาฯ ยังคงครองอันดับ 1 มหาวิทยาลัยไทยเป็นปีที่ 13ติดต่อกัน (ตั้งแต่ปี 2009) และติดอันดับ 215 มหาวิทยาลัยระดับโลกโดยในปีนี้มีสถาบันอุดมศึกษาร่วมการจัดอันดับ 1,751 แห่งจากทั่วโลก เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 147 แห่ง

ด้านการเป็นที่ยอมรับจากนายจ้าง(Employer Reputation) จุฬาฯ อยู่ในอันดับ 101 ของโลก ซึ่งอันดับดีขึ้นจากปีที่แล้วที่อยู่ในอันดับ 125 เช่นเดียวกับในด้านสัดส่วนของอาจารย์ต่อนิสิต (Faculty Student) และสัดส่วนของนิสิตชาวต่างชาติ (International Student) จุฬาฯ ได้คะแนนในปีนี้สูงขึ้นเช่นกัน

ธรรมศาสตร์ พัฒนาเอไอ คัดกรองภาวะปอด ผู้ป่วยโควิด-19 สำหรับโรงพยาบาลทั่วประเทศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/580115

ธรรมศาสตร์ พัฒนาเอไอ คัดกรองภาวะปอด ผู้ป่วยโควิด-19 สำหรับโรงพยาบาลทั่วประเทศ

ธรรมศาสตร์ พัฒนาเอไอ คัดกรองภาวะปอด ผู้ป่วยโควิด-19 สำหรับโรงพยาบาลทั่วประเทศ

วันอังคาร ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

รองศาสตราจารย์ ดร.จาตุรงค์ ตันติบัณฑิต อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (TSE) เปิดเผยว่าความอยู่รอดของประชากรโลกจากการระบาดของโรคโควิด-19 กลายเป็นวาระสำคัญด้านสาธารณสุขของทั่วโลก ซึ่งในระหว่างที่หลายประเทศรวมถึงประเทศไทยกำลังเร่งรณรงค์เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ด้วยการฉีดวัคซีน ธรรมศาสตร์ได้มีส่วนร่วมโดยนำนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์“เอไอเชสต์ฟอร์ออล” (AIChest4All)ไปช่วยคัดกรองความผิดปกติภาวะปอดอักเสบในผู้ป่วยโควิด-19 ซึ่งทำได้อย่างแม่นยำกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ รู้ผลทันที ส่งผลให้สามารถคัดกรองผู้ป่วยที่มีความเสี่ยง ในกรณีที่มีอาการปอดอักเสบได้ทันท่วงที ซึ่งก่อนหน้าที่จะพัฒนาเอไอดังกล่าว การวินิจฉัยความผิดปกติจากภาพถ่ายเอกซเรย์ (X-Ray) จะใช้การแปรผลจะใช้เวลาเกือบ 5 นาทีต่อภาพ ในขณะที่ “เอไอเชสต์ฟอร์ออล” (AIChest4All) ใช้เวลาประมวลผลได้อย่างรวดเร็ว เพียงแค่ 1-2 วินาทีต่อภาพ อำนวยความสะดวกในการทำงานของทีมแพทย์อย่างยิ่ง และได้นำไปใช้งานจริงในโรงพยาบาลของรัฐทั่วประเทศ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแล้ว

“เอไอเชสต์ฟอร์ออล” (AI Chest4All) เป็นเอไอ ได้ร่วมพัฒนา กับกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เพื่อช่วยจำแนกกลุ่มอาการและความรุนแรงจากภาพถ่ายเอกซเรย์ (X-ray) ทรวงอก ได้อย่างถูกต้องแม่นยำและรวดเร็ว อาทิ มะเร็งปอด วัณโรค ความผิดปกติของหัวใจ ความผิดปกติภายในทรวงอก และปอดอักเสบ ทำงานบนระบบคลาวด์ (Cloud) ที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อโยงข้อมูลภาพฟิล์มเอกซเรย์ (X-Ray)จากโรงพยาบาลของรัฐในสังกัดกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขที่มีอยู่หลายร้อยแห่งทั่วประเทศ เพื่อนำมาประมวลผล และส่งผลที่ได้กลับไปยังทีมแพทย์จากต้นทางในทันที สามารถรู้ผลเรียลไทม์

โดยปัจจุบัน TSE ได้ดำเนินการติดตั้งเซ็นเตอร์ของระบบกล่าวไว้2 แห่ง คือ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ศูนย์รังสิต) และโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี ซึ่งถูกออกแบบให้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง