งานเข้า ‘พระมหาสมปอง’ ! มติ มส.ชี้พฤติกรรมเข้าข่ายยุ่งการเมือง ประสานต้นสังกัดสอบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/570506

งานเข้า'พระมหาสมปอง'! มติ มส.ชี้พฤติกรรมเข้าข่ายยุ่งการเมือง ประสานต้นสังกัดสอบ

งานเข้า’พระมหาสมปอง’! มติ มส.ชี้พฤติกรรมเข้าข่ายยุ่งการเมือง ประสานต้นสังกัดสอบ

วันอังคาร ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 14.53 น.

มติ มส. ย้ำชัด”พระมหาสมปอง”เข้าข่ายยุ่งเกี่ยวการเมือง “อนุชา” เร่ง พศ.ประสานและตรวจสอบไม่ให้เกิดความเสื่อมเสียในวงการสงฆ์

วันที่ 4 พ.ค.64 นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่สื่อสังคมออนไลน์ได้นำเสนอความคิดเห็นของพระมหาสมปอง ตาลปุตโต วัดสร้อยทอง แสดงความคิดเห็นการทำงานของรัฐบาลช่วงสถานการณ์โควิด-19 ผ่านสื่อช่องทางต่างๆ อีกทั้งมีการทำการประชาสัมพันธ์โฆษณาขายสินค้า (ปุ๋ยน้ำ) ออกสื่อสังคมออนไลน์ โดยตนได้สั่งการให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เสนอเรื่องนี้ต่อที่ประชุมมหาเถรสมาคมเพื่อพิจารณาความเห็นต่อการแสดงออกที่ไม่เหมาะสมดังกล่าว ซึ่งถือว่าไม่เป็นกิจของสงฆ์

ล่าสุด ที่ประชุมมหาเถระสมาคม ครั้งที่ 11/2564 เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2564 มีมติเห็นว่าการกระทำดังกล่าวของพระมหาสมปอง เข้าข่ายการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง และเป็นการแสดงที่ไม่เหมาะสม และมอบหมายให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติประสานพระสังฆาธิการที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกำชับให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเร่งดำเนินการตามมติมหาเถรสมาคมโดยด่วน โดยให้ประสานเจ้าอาวาสวัดต้นสังกัด รวมถึงเจ้าคณะปกครองสงฆ์ที่เกี่ยวข้อง พร้อมตรวจสอบพฤติกรรมของพระสงฆ์ที่มีการกระทำที่ไม่ใช่กิจของสงฆ์ เพื่อมิให้เกิดความเสื่อมเสียวงการสงฆ์และพระพุทธศาสนาอีกต่อไป

อว.ใช้ iMap เชื่อมโยงข้อมูลดาวเทียม หนุนบริหารข้อมูลเชิงพื้นที่ในสถานการณ์โควิด -19 ในเขต กทม. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/570470

อว.ใช้ iMap เชื่อมโยงข้อมูลดาวเทียม หนุนบริหารข้อมูลเชิงพื้นที่ในสถานการณ์โควิด -19 ในเขต กทม.

อว.ใช้ iMap เชื่อมโยงข้อมูลดาวเทียม หนุนบริหารข้อมูลเชิงพื้นที่ในสถานการณ์โควิด -19 ในเขต กทม.

วันอังคาร ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 14.06 น.

4 พฤษภาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้(3 พ.ค.) ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม(อว.) เปิดเผยว่า อว. โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ จิสด้า ใช้ระบบบูรณาการข้อมูลที่เรียกว่า iMAP สนับสนุนการบริหารข้อมูลเชิงพื้นที่ในสถานการณ์โควิด – 19 ให้กับ ศปก.ศบค. โดยนำข้อมูลภูมิสารสนเทศและข้อมูลภาพจากดาวเทียมมาใช้ประกอบการกำหนดพื้นที่ เสี่ยงต่อการแพร่ระบาด มุ่งเป้าหมายให้เกิดการควบคุมที่มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลสูงสุด

ทั้งนี้ iMAP เป็นระบบการเชื่อมโยงข้อมูลด้านภูมิสารสนเทศจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรายงานสถานการณ์ให้อยู่ในรูปแบบแผนที่ และ Dash board สถานการณ์ผู้ติดเชื้อรายอำเภอและรายจังหวัด การติดตามทิศทางและการกระจายตัวของโรค เพื่อใช้วางแผนด้านการตรวจเชิงรุก  การบริหารจัดการทรัพยากรทางการแพทย์ เครื่องมือทางการแพทย์ และวัคซีน เป็นต้น

รมว.อว. กล่าวต่อว่า  ปัจจุบัน อว.ได้เร่งพัฒนาระบบ iMAP สำหรับใช้บริหารสถานการณ์ฯ ในพื้นที่กรุงเทพ มหานคร ซึ่งเป็น 1 ใน 6 จังหวัดสีแดงเข้มที่ต้องมีการควบคุมสูงสุดและเข้มงวด โดย จิสด้า ได้รับมอบหมายจากที่ประชุม ศปก. ศบค.ให้บูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กทม. กรมควบคุมโรค วช./อว. เพื่อรวบรวมข้อมูลที่ตั้งโรงพยาบาลสนามตามจุด ต่างๆ ข้อมูลชุมชนแออัดจากการเคหะแห่งชาติ รวมถึงข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาประกอบการรายงานผล และใช้ประกอบการตัดสินใจในเชิงนโยบายให้กับ ศปก.ศบค. ซึ่งจะนำไปสู่การบริหารทรัพยากรทางการแพทย์ได้อย่างเต็มศักยภาพ และการกำหนดเป็นมาตรการต่างๆ ที่เหมาะสม เพื่อลดการแพร่ระบาดในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครให้ได้อย่างรวดเร็ว

จุฬาฯทุ่มสุดตัว หลังรัฐปลดล็อกกัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจ เพิ่มงานวิจัยทั้งเรื่องอาหาร ยา และส่งเสริมทุกรูปแบบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/570321

จุฬาฯทุ่มสุดตัว หลังรัฐปลดล็อกกัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจ  เพิ่มงานวิจัยทั้งเรื่องอาหาร ยา และส่งเสริมทุกรูปแบบ

จุฬาฯทุ่มสุดตัว หลังรัฐปลดล็อกกัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจ เพิ่มงานวิจัยทั้งเรื่องอาหาร ยา และส่งเสริมทุกรูปแบบ

วันอังคาร ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผศ.ภญ.ดร.รุ่งเพ็ชร สกุลบำรุงศิลป์ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ เปิดเผยถึงการจัดตั้งศูนย์วิจัยยาเสพติดวิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข ซึ่งเป็นศูนย์แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศ ที่ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก (WHO Collaborating Centre for Research and Training in Drug Dependence) ว่าในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา จุฬาฯ ผลิตงานวิจัยเกี่ยวกับกัญชาน้อยมาก ผิดกับปัจจุบัน (หลังปลดล็อก) ที่มีผลงานหลากหลายประเด็นและจำนวนมากนอกจากผลงานวิจัยจาก Chula C.A.N.S.แล้วคณะอื่นๆ เช่น เภสัชศาสตร์กับ ทันตแพทยศาสตร์ ยังร่วมกันสร้างสรรค์งานวิจัยเพื่อพัฒนายากัญชาทางทันตกรรม เช่น ยาป้ายบรรเทาอาการอักเสบของแผลในปาก บางคณะก็สนใจการรักษาโรคระบบประสาท เช่น พาร์กินสัน โรคลมชัก เป็นต้น

ผศ.ภญ.ดร.รุ่งเพ็ชร สกุลบำรุงศิลป์ เปิดเผย เพิ่มเติมอีกว่า จุฬาฯ พร้อมจับมือภาคเอกชนและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเร่งวิจัย เดินหน้าพัฒนาสารพัดผลิตภัณฑ์จากกัญชาอย่างต่อเนื่องภาคเอกชน อาทิ บลูม เมดิก้า บจก. ก็หันมาลงทุนร่วมกับจุฬาฯ พัฒนากัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ สุขภาพและความงามโดยคณะเภสัชศาสตร์และคณะวิทยาศาสตร์ร่วมกันพัฒนาสายพันธุ์กัญชาคุณภาพเพื่อผลิตสารสกัดสำหรับตำรับยาอาหารเสริมและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวประเดิมด้วยการศึกษาสารสกัด ที่ออกฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัสโคโรนา ที่มาจากกัญชาสายพันธุ์ไทย ซึ่งมีสารออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท (THC) สูงกว่ากัญชาสายพันธุ์ต่างประเทศ โดยพื้นที่ปลูกกัญชาในโครงการนี้อยู่ที่ อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ และล่าสุดศูนย์วิจัยยาเสพติด วิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข จุฬาฯ ได้ร่วมมือกับธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) พัฒนาสายพันธุ์กัญชาที่เหมาะสมสำหรับนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ทั้งยังสนับสนุนการจัดตั้งโรงสกัดสารจากกัญชาที่ได้มาตรฐานทางการแพทย์ (Medical Grade) การจัดหาเทคโนโลยีการผลิตและจำหน่ายครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ อีกด้วย

สำหรับในส่วนของการส่งเสริมภาคเกษตรกรรม ยุทธศาสตร์หนุนเกษตรไทย จุฬาฯ ได้จัดทำโครงการนำร่อง ต้นแบบโรงเรือนปลูกกัญชาที่จังหวัดสระบุรีภายใต้การดำเนินงานของศูนย์วิจัยยาเสพติด วิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข จุฬาฯ เพื่อยกระดับงานวิจัยและขยายพันธุ์กัญชาคุณภาพสำหรับการแพทย์ งานพัฒนาสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับสภาพอากาศท้องถิ่นและงานจำแนกกลุ่มสายพันธุ์ต่างๆ ในประเทศไทยโดยมีพื้นที่กว่าหนึ่งไร่ของจุฬาฯ ได้รับการควบคุมคุณภาพเป็นพิเศษ ทั้งเรื่องการปลูกและการบำรุงนอกจากนี้ ทางโครงการยังจัดอบรมเกษตรกรในพื้นที่เป็นเวลาหนึ่งวันได้ทดลองปลูกจริงด้วยเทคนิคทางชีวภาพ เริ่มรุ่นแรกปลายเดือนเมษายน 2564

ในภาคส่วนของเรื่องอาหาร จุฬาฯได้จัดทำ อาหาร สุขภาพไอศกรีมกัญชา เป็นเรื่องที่จะต้องศึกษาวิจัยในเรื่องนี้ว่าจะต้องใช้ปริมาณของกัญชาเท่าไรจึงจะไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ให้การสนับสนุนด้านงบประมาณกับศูนย์วิจัยยาเสพติด วิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข จุฬาฯ สำหรับดำเนินโครงการวิจัยการใช้กัญชาอย่างพอเหมาะในส่วนประกอบอาหาร

รศ.ภญ.ดร.สรกนก วิมลมั่งคั่ง ภาควิชาเภสัชเวทและเภสัชพฤกษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ ประธานคลัสเตอร์วิจัยกัญชาและสารธรรมชาติจากกัญชา เปิดเผยว่าไอศกรีมกัญชาของคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ เป็นต้นแบบของผลิตภัณฑ์จากกัญชาที่มีการควบคุมคุณภาพได้มาตรฐานแตกต่างจากอาหารที่มีส่วนผสมกัญชาตามท้องตลาดทั่วไป โดยไอศกรีมกัญชาของจุฬาฯ มี 3 สูตร สูตรแรกคือกัญชาล้วน สองคือกัญชาผสมชาเขียวโฮจิฉะ และอีกสูตรคือกัญชาผสมชามัทฉะ ทั้งชาเขียวโฮจิฉะและมัทฉะก็มีกลิ่นคล้ายกัญชาอยู่แล้ว พอนำมาผสมกันก็ลงตัว โดยกรรมวิธีการทำไอศกรีมเริ่มจากกระบวนการเตรียมวัตถุดิบ การหมักซึ่งควบคุมคุณภาพตั้งแต่การปลูกแล้วสำหรับเคล็ดลับของไอศกรีมกัญชาจุฬาฯ อยู่ที่การตากแห้งด้วยกลวิธีพิเศษที่ยังคงกลิ่นเฉพาะของใบกัญชา จากนั้นจึงนำมาบดเป็นผงก่อนที่จะนำไปผลิตเป็นไอศครีมกัญชาออกวางจำหน่าย

อ.ภญ.ดร.วราลี ยอดสุรางค์ ภาควิชาเภสัชวิทยาและสรีรวิทยา คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ ผู้ผลิตไอศกรีมกัญชา กล่าวเสริมว่าไอศกรีมกัญชานี้ได้ผ่านการควบคุมปริมาณสาร THC ไม่ให้เกิน 0.2% ตามกำหนดของกระทรวงสาธารณสุข นอกจากนี้ จุฬาฯ ยังจำกัดอายุผู้ซื้อต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี พร้อมระบุโรคที่ผู้ป่วยไม่ควรรับประทาน โดยไอศกรีมกัญชาลอตแรกมีเพียง 500 กระปุก วางจำหน่ายที่ร้าน Healthyplatz By Double T ของสมาคมนิสิตเก่าเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ และในอนาคต คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ มีโครงการจัดอบรมการทำไอศกรีมกัญชาให้แก่ผู้ที่สนใจด้วย

วิถีสยาม มรดกวัฒนธรรมไทย : ‘เพชรบุรี’ เมืองแห่งประวัติศาสตร์เก่าแก่ อารยธรรมที่ผ่านเรื่องเล่าไม่รู้จบแห่งสยาม (ตอนที่ 1) #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/570323

วิถีสยาม มรดกวัฒนธรรมไทย : ‘เพชรบุรี’ เมืองแห่งประวัติศาสตร์เก่าแก่  อารยธรรมที่ผ่านเรื่องเล่าไม่รู้จบแห่งสยาม (ตอนที่ 1)

วิถีสยาม มรดกวัฒนธรรมไทย : ‘เพชรบุรี’ เมืองแห่งประวัติศาสตร์เก่าแก่ อารยธรรมที่ผ่านเรื่องเล่าไม่รู้จบแห่งสยาม (ตอนที่ 1)

วันอังคาร ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ท่ามกลางความวุ่นวายยุ่งเหยิงของวิถีการใช้ชีวิต การดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดและนานาทัศนะของผู้คนในปัจจุบัน ทำให้ผู้เขียนมีความรู้สึกว่า ชีวิตเราหนึ่งชีวิตผ่านร้อนผ่านหนาวมายาวนานแต่กลับให้รู้สึกถึงความไวเหลือเกินไวจนนึกโหยหาความเป็นอดีตที่สงบสามัคคีและร่มเย็นกว่า มีคนจำนวนไม่น้อยที่รู้สึกเช่นนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่เคยผ่านริ้วรอยของยุคสมัยที่เปลี่ยนผ่าน การบูรณการอันนำไปสู่การพัฒนาของเทคโนโลยี รวมถึงพฤติกรรมของผู้คน หากแต่สิ่งหนึ่งที่ผู้หลักผู้ใหญ่ หรือคนรุ่นใหม่ที่มีหัวใจอนุรักษ์ต่างดำรงไว้เพื่อให้คงอยู่ถึงความเป็นไทย นั่นคือวัฒนธรรมที่เปรียบเสมือนมรดกล้ำค่าคงความเป็นเอกลักษณ์ไทยจากรุ่นสู่รุ่น

การเดินทางของชีวิตหนึ่งนั้นว่ายาวนานแล้ว แต่ทว่าการเดินทางของแผ่นดินที่เคยได้ชื่อว่า “สยาม” นั้นกลับยาวนานยิ่งกว่า หากจะนำเรื่องราวมาบันทึกเป็นตัวอักษร ทั้งหมด ระยะทางรอบดินแดนแห่งนี้จะเพียงพอเป็นพื้นที่สำหรับตัวอักษรให้ผู้คนได้บอกเล่าหรือไม่ ผู้เขียนยังไม่แน่ใจ

จนกระทั่งมาให้เห็นหนังสือ “ชุมชนดั้งเดิม ใต้ร่มพระบารมีจักรีวงศ์” ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อการเผยแพร่โดย กระทรวงวัฒนธรรม จึงได้รับรู้ถึงความเป็นมาของจังหวัดเพชรบุรีที่มีเนื้อหาน่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับคนในยุคใหม่ที่มีไม่มากนัก จะมีโอกาสได้รับรู้ถึงความงดงามของประเทศสยามในอดีตที่รุ่งเรืองไม่แพ้เมืองสำคัญใหญ่ๆ ของโลกเช่นกันผู้เขียนจึงได้เข้าไปค้นคว้าหาเรื่องราวจากอดีตอันงดงามของเมืองเพชรบุรีเมื่อร้อยปีก่อนมาเพิ่มเติมให้อ่านกันละเอียดมากขึ้น

เมืองเพชรบุรี มีประวัติศาสตร์ยาวนาน เป็นเมืองที่เคยรุ่งเรืองมาตั้งแต่สมัยโบราณและเป็นเมืองหน้าด่านที่สำคัญของไทยในกลุ่มหัวเมืองฝ่ายตะวันตกตั้งอยู่บริเวณที่ราบลุ่มริมฝั่งแม่น้ำเพชรบุรีเป็นแหล่งอยู่อาศัยของชุมชนมาแต่สมัยประวัติศาสตร์ และมีพัฒนาการเข้าสู่ยุคสมัยต่างๆ จากฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเพชรบุรี มีวัดกำแพงแลง และย้ายมายังฝั่งตะวันตกซึ่งมีวัดมหาธาตุเป็นศูนย์กลางสืบเนื่องมาจนถึงสมัยสุโขทัย อยุธยา เป็นเมืองท่าค้าขายทางเรือที่สำคัญ มีภูมิประเทศทั้งเป็นที่สูงติดเทือกเขาและที่ราบชายฝั่งทะเล มักเรียกชื่อสั้นๆ ว่า เมืองเพชร ปรากฏชื่อเรียกในเอกสารต่างประเทศ เช่น พิพรีย์ พิพพีล์ หรือ ฟิฟรี และจากหลักฐานในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ปรากฏชื่อว่าศรีชัยวัชรปุร อีกด้วย

อนุสรณ์แห่งพระราชวังรามราชนิเวศน์ได้ก่อผลให้เกิดอนุสรณ์ต่างๆ ใน จ.เพชรบุรี อีกมากมาย เช่น ถนนราชดำเนิน ถนนราชดำริ ถนนดำรงรักษ์ ถนนบริพัตร สะพานอุรุพงษ์ ถนนหาดเจ้าสำราญ รถไฟสายหาดเจ้าสำราญต้นมะฮอกกานี และทุนศิลปาชีพ สิ่งเหล่านี้ได้ก่อให้เกิดผลประโยชน์ต่อชาวเพชรบุรีเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะถนนทั้ง 4 สายคือ ถนนราชดำเนิน ดำรงรักษ์ ราชดำริ และถนนบริพัตร ที่ทรงปลูกต้น “มะฮอกกานี” เกือบ 1,000 ต้น ประดับริมถนน เป็นพันธุ์จากต่างประเทศในคราวเสด็จประพาสยุโรป ครั้งที่ 2

มะฮอกกานี เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่เนื้อแข็ง ใบใหญ่ มีกลิ่นหอม เป็นไม้เศรษฐกิจและนิยมปลูกเป็นไม้ประดับ เป็นไม้ที่พระองค์ทรงรักและหวงแหนยิ่ง ได้ให้ความร่มรื่น สวยงาม เป็นศักดิ์เป็นศรีแก่บ้านเมืองเป็นพระราชมรดกให้ลูกหลานชาวเมืองเพชรได้อนุรักษ์และภูมิใจตลอดมา

แต่น่าเสียดายที่ปัจจุบันนี้ หน่วยราชการภาครัฐ ได้โค่นและตัดต้นมะฮอกกานีไปเกือบหมด บางส่วนเคลื่อนย้ายไว้ในอุทยานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.4) โดยให้เหตุผลว่าเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจร และอุบัติเหตุ ไม่เว้นแม้แต่ต้นมะฮอกกานีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งเคยอยู่หน้าพระราชวังแห่งนี้

ผู้เขียนคิดว่าจะเขียนเรื่องของ จังหวัดเพชรบุรี ให้จบลงในตอนเดียว แต่ทั้งจากเนื้อหาที่ได้มาจากหนังสือ “ชุมชน
ดั้งเดิม ใต้ร่มพระบารมีจักรีวงศ์” และจากการค้นคว้าเพิ่มเติมอีกหลายแห่ง ล้วนแต่มีความสนุก น่ารู้ และน่าภาคภูมิใจยังมีอีกมากมาย ไม่สมควรที่จะปล่อยให้หลุดหายไปเฉยๆ เลยขออภัยที่จะต้องขอเก็บไว้ลงเป็นตอนที่ 2 ในวันอังคารหน้าก็แล้วกันนะคะมันยากที่จะตัดสินใจทิ้งจริงๆ เจ้าค่ะเจ้านายขาพระราชวังพระนครคีรี ในอดีต (ภาพจาก
หนังสือ ชุมชนดั้งเดิม ใต้ร่มพระบารมีจักรีวงศ์
จัดทำโดยกระทรวงวัฒนธรรม)พระราชวังพระนครคีรี ในอดีต (ภาพจาก หนังสือ ชุมชนดั้งเดิม ใต้ร่มพระบารมีจักรีวงศ์ จัดทำโดยกระทรวงวัฒนธรรม)พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.5 เสด็จ ประพาสเมืองเพชรบุรี พ.ศ.2452 ด้านหลังจะเห็นพระนครคีรี (เขาวัง) (ภาพจาก หนังสือชุมชนดั้งเดิม ใต้ร่มพระบารมีจักรีวงศ์ จัดทำโดยกระทรวงวัฒนธรรม)

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.5 เสด็จ ประพาสเมืองเพชรบุรี พ.ศ.2452 ด้านหลังจะเห็นพระนครคีรี (เขาวัง) (ภาพจาก หนังสือชุมชนดั้งเดิม ใต้ร่มพระบารมีจักรีวงศ์ จัดทำโดยกระทรวงวัฒนธรรม)

‘ตรีนุช’ สั่งเตรียมพร้อมรับเปิดเทอม 1 มิ.ย. -จัดสอบเข้า ‘ม.1,ม.4’ รร.ดัง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/570265

'ตรีนุช'สั่งเตรียมพร้อมรับเปิดเทอม 1 มิ.ย.-จัดสอบเข้า'ม.1,ม.4'รร.ดัง

‘ตรีนุช’สั่งเตรียมพร้อมรับเปิดเทอม 1 มิ.ย.-จัดสอบเข้า’ม.1,ม.4’รร.ดัง

วันจันทร์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 14.15 น.

เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2564 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมเปิดภาคเรียนปีการศึกษา 2564 ในวันที่ 1 มิ.ย.นี้ ว่า ขณะนี้มีโรงเรียนหลายประเภทที่ไม่กระทบในการเปิดภาคเรียน แต่ตนห่วงความรู้สึกของผู้ปกครองบางคนที่กังวลในเรื่องความปลอดภัย และตนกังวลเรื่องการสอบเข้าเรียนในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 (ม.1) และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 (ม.4) ที่เด็กอาจจะต้องมีการเดินทางข้ามจังหวัดเพื่อไปสอบเข้าเรียนในโรงเรียนดังหรือโรงเรียนยอดนิยม ซึ่งมีอยู่จำนวน 240 กว่าแห่งทั่วประเทศ ในวันที่ 22 พ.ค.นี้ ดังนั้น ตนจึงมีความห่วงใย และการสอบแต่ละแห่งมีผู้เข้าสอบมากกว่าพันคน และที่ผ่านมามักมีผู้ปกครองจำนวนมากเดินทางมาให้กำลังใจบุตรหลานที่เข้าสอบด้วย  ดังนั้น ตนจึงมอบปลัดศธ.และเลขาธิการ กพฐ.ไปหารือกับศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) วางมาตรการในการจัดสอบ แบบ Social Distancing เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขในการป้องกันโรค นอกจากนี้ ตนได้มอบหมายให้เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) และเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(เลขาธิการ กอศ.) ทำการบ้านในการเตรียมความพร้อมการจัดสอบเข้าเรียนชั้น ม.1 และ ม.4 รวมถึง การเตรียมความพร้อมรับเปิดเทอมในวันที่ 1 มิ.ย.นี้

“ก็ยอมรับว่าขณะนี้มีเด็กกลุ่มหนึ่งที่เรียนผ่านระบบออนไลน์ได้ แต่ก็ยังมีเด็กอีกกลุ่มหนึ่ง ที่อุปกรณ์ไม่พร้อม ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ได้ขอให้เลขาธิการ กพฐ.ส่งการบ้านไปให้ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา(ผอ.สพท.)ทุกแห่ง เพื่อรับฟังความคิดเห็นในแต่ละพื้นที่ว่ามีความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนรูปแบบใดใน 5 แบบ คือ 1.On Site 2.On Air 3.Online 4.On Demand และ 5.On Hand ทั้งนี้ เพื่อให้ทราบว่าแบบใดเหมาะสมที่สุดกับผู้เรียนในแต่ละพื้นที่ ซึ่งคาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอนช่วงเปิดเทอมวันที่ 1 มิ.ย.นี้ และเพื่อลดความกังวลของผู้ปกครองด้วย” รมว.ศธ.กล่าว

รมว.ศธ.กล่าวถึงกรณีที่มีนักวิชาการไม่เห็นด้วยที่ ศธ.เลื่อนเปิดเทอมจากวันที่ 17 พ.ค.เป็นวันที่ 1 มิ.ย.จะทำให้คุณภาพการศึกษาลดลง 40 – 50% นั้น ก็ถึอว่าเป็นความห่วงใยของสังคม แต่อยากให้เข้าใจว่าขณะนี้สถานการณ์ไม่ปกติ อาจจะมีผลกระทบเกิดขึ้นได้ถ้าเปิดเทอมในวันที่ 17 พ.ค.เพราะหากโรคมีการแพร่ระบาดกลับมาอีกละลอก ก็อาจจะไม่ใช่เปิดเทอมวันที่ 1 มิ.ย.แต่อาจจะเลื่อนเปิดเทอมไปเมื่อไหร่ก็รู้ จึงคิดว่าไม่มีคำว่าใช่และถูกที่สุด แต่คิดว่าการเปิดเทอมในวันที่ 1 มิ.ย.เป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดในเวลานี้ เพราะเรายึดความปลอดภัยของเด็กเป็นอันดับหนึ่ง เพราะการแพร่กระจายในเด็กเกิดขึ้นง่ายและเร็วมาก

รมว.ศธ.กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมากระทรวงศึกษาธิการ ได้เสนอขอให้ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) พิจารณาเรื่องการฉีดวัคซีนให้กับครูในพื้นที่สีแดงเข้ม 6 จังหวัดก่อน ประมาณ 1 แสนโดส และกำลังจะขอให้ฉีดวัคซีนให้กับครูในพื้นที่ความเสี่ยงสูงอีกด้วย โดยจะขอให้ครูได้ฉีดวัคซีนก่อนเปิดภาคเรียนในวันที่ 1 มิ.ย.นี้ เพื่อให้วัคซีนมีผลในการป้องกันโรค ส่วนการฉีดวัคซีนให้นักเรียนนั้นเป็นมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขที่จะพิจารณา ซึ่งขณะนี้ตนก็พยายามติดตามให้อยู่ ก็อยากทุกคนได้ฉีดวัคซีนแต่เนื่องจากวัคซีนยังมีอยู่จำกัด

‘เอนก’ ระดมกลุ่มโรงพยาบาลหลักของโรงเรียนแพทย์ UHosNet ทำงานร่วมกับ สธ. และ กทม. อย่างใกล้ชิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/570256

‘เอนก’ ระดมกลุ่มโรงพยาบาลหลักของโรงเรียนแพทย์ UHosNet ทำงานร่วมกับ สธ. และ กทม. อย่างใกล้ชิด

‘เอนก’ ระดมกลุ่มโรงพยาบาลหลักของโรงเรียนแพทย์ UHosNet ทำงานร่วมกับ สธ. และ กทม. อย่างใกล้ชิด

วันจันทร์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 13.31 น.

“เอนก เหล่าธรรมทัศน์” รมว.อว. ระดมกลุ่มโรงพยาบาลหลักของโรงเรียนแพทย์ UHosNet ทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และ กทม. อย่างใกล้ชิด ปรับ รพ.สนามให้พร้อมรับผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มสีเหลือง และขยายห้องปฏิบัติการร่วมตรวจคัดกรองและค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในชุมชน  ด้าน ปลัด อว.ให้จิสด้าใช้ข้อมูลดาวเทียมสำรวจพื้นที่และจุดเสี่ยงพร้อมปรับงบประมาณสนับสนุนอุปกรณ์เครื่องมือการแพทย์ช่วยหมอแนวหน้า

3 พฤษภาคม 2564 ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) เปิดเผยว่า หลังจากที่ อว.ได้สนับสนุนโรงพยาบาลสนามทั่วประเทศ เพื่อรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด – 19 ระลอก 3 ซึ่งสามารถรองรับผู้ป่วยได้เป็นอย่างดี ดังนั้น อว.จะมีการดำเนินการเพิ่มเติมเพื่อช่วยคลี่คลายสถานการณ์ โดยจะขยายกำลังมาดูแลผู้ป่วยกลุ่มเหลือง ส้ม แดง ได้ มากขึ้น จากเดิมที่ดูแลกลุ่มเขียวเป็นหลักด้วย รพ.สนาม  ทั้งนี้ได้ให้กลุ่มโรงพยาบาลหลักของโรงเรียนแพทย์ UHosNet มาทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและ กทม. อย่างใกล้ชิดในการรับผู้ป่วยกลุ่มสีแดง ส้ม และเหลืองแก่  ส่วน รพ.สนามที่ อว.เปิดดำเนินการอยู่แล้ว จะปรับเพิ่มเติมให้พร้อมรับผู้ป่วยที่เป็นกลุ่มสีเหลืองอ่อน เหลืองเข้ม ส้ม ตามความเหมาะสม

รมว.อว.กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ อว.จะเตรียมความพร้อมทางอาคาร สถานที่และนวัตกรรม ในกรณีที่ต้องดำเนินการเพิ่มเติม เช่น รพ.สนามสำหรับสีเหลืองส้ม ICU สนาม เพื่อเป็นกำลังหนุน โดยขอให้คณะวิศวกรรมศาสตร์ และหน่วยงานอื่นๆ เข้าช่วย โดยประสานร่วมมือกับภาคเอกชนด้วย รวมทั้งสนับสนุนห้องปฏิบัติการสำหรับการตรวจคัดกรองและการค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในชุมชน โดยคณะเทคนิคการแพทย์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ เป็นหลัก

ด้าน ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัด อว. กล่าวเพิ่มติมว่า ที่สำคัญ อว.จะสนับสนุนข้อมูลและระบบบริหารจัดการเชิงพื้นที่ โดยให้สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ จิสด้า ที่ดำเนินการอยู่แล้ว สำรวจพื้นที่และจุดเสี่ยง โดยอาศัยประสบการณ์ที่เคยทำมาแล้วที่ จ.สมุทรสาคร นอกจากนี้ อว.ได้ปรับงบประมาณที่มีอยู่มาสนับสนุนนวัตกรรมการแพทย์ เพื่อสนับสนุนการทำงานของบุคลากรแนวหน้า โดยเฉพาะอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ เช่น หน้ากาก N95, ชุดหมี PPE, หน้ากากความดันบวกสำหรับบุคลากรการแพทย์ PAPR, High Flow Oxygen system, เครื่องวัด Pulse oximeter, ระบบเอกซเรย์ภาคสนามเคลื่อนที่ เป็นต้น โดยให้หน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสนับสนุนนวัตกรรมที่ใช้งานได้และมีสายการผลิตแล้ว มาดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งทำงานร่วมกับเอกชน ทั้งนี้หน่วยงานที่มีนวัตกรรม และบริหารจัดการข้อมูล เพื่อสนับสนุนการทำงานของ ศบค. ซึ่งมี สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) และ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS) เป็นต้น

อว.มอบ ‘จิสด้า’ สำรวจ ‘จุดเสี่ยง’ โควิด ขยายกำลังดูแลผู้ป่วยกลุ่มเหลือง ส้ม แดง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/570254

อว.มอบ‘จิสด้า’สำรวจ‘จุดเสี่ยง’โควิด ขยายกำลังดูแลผู้ป่วยกลุ่มเหลือง ส้ม แดง

อว.มอบ‘จิสด้า’สำรวจ‘จุดเสี่ยง’โควิด ขยายกำลังดูแลผู้ป่วยกลุ่มเหลือง ส้ม แดง

วันจันทร์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 13.27 น.

“อว.” ระดมกลุ่มโรงพยาบาลหลักของโรงเรียนแพทย์ UHosNet ทำงานร่วมกับ สธ. และ กทม. พร้อมปรับ รพ.สนาม รับผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มสีเหลือง ขยายห้องปฏิบัติการร่วมตรวจคัดกรอง-ค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในชุมชน มอบ “จิสด้า” ใช้ข้อมูลดาวเทียมสำรวจพื้นที่จุดเสี่ยง ปรับงบฯสนับสนุนเครื่องมือแพทย์ช่วยหมอ

3 พฤษภาคม 2564 ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) เปิดเผยว่า หลังจากที่ อว.ได้สนับสนุนโรงพยาบาลสนามทั่วประเทศ เพื่อรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอก 3 ซึ่งสามารถรองรับผู้ป่วยได้เป็นอย่างดี ดังนั้น อว.จะมีการดำเนินการเพิ่มเติมเพื่อช่วยคลี่คลายสถานการณ์ โดยจะขยายกำลังมาดูแลผู้ป่วยกลุ่มเหลือง ส้ม แดง ได้มากขึ้น จากเดิมที่ดูแลกลุ่มเขียวเป็นหลักด้วย รพ.สนาม 

ทั้งนี้ ได้ให้กลุ่มโรงพยาบาลหลักของโรงเรียนแพทย์ UHosNet มาทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและ กทม. อย่างใกล้ชิดในการรับผู้ป่วยกลุ่มสีแดง ส้ม และเหลืองแก่ ส่วน รพ.สนามที่ อว.เปิดดำเนินการอยู่แล้ว จะปรับเพิ่มเติมให้พร้อมรับผู้ป่วยที่เป็นกลุ่มสีเหลืองอ่อน เหลืองเข้ม ส้ม ตามความเหมาะสม

นอกจากนี้ อว.จะเตรียมความพร้อมทางอาคาร สถานที่และนวัตกรรม ในกรณีที่ต้องดำเนินการเพิ่มเติม เช่น รพ.สนามสำหรับสีเหลืองส้ม ICU สนาม เพื่อเป็นกำลังหนุน โดยขอให้คณะวิศวกรรมศาสตร์ และหน่วยงานอื่นๆ เข้าช่วย โดยประสานร่วมมือกับภาคเอกชนด้วย รวมทั้งสนับสนุนห้องปฏิบัติการสำหรับการตรวจคัดกรองและการค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในชุมชน โดยคณะเทคนิคการแพทย์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ เป็นหลัก

ด้าน ศ.นพ. สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัด อว. กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่สำคัญ อว.จะสนับสนุนข้อมูลและระบบบริหารจัดการเชิงพื้นที่ โดยให้สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือจิสด้า ที่ดำเนินการอยู่แล้ว สำรวจพื้นที่และจุดเสี่ยง โดยอาศัยประสบการณ์ที่เคยทำมาแล้วที่ จ.สมุทรสาคร

นอกจากนี้ อว.ได้ปรับงบประมาณที่มีอยู่มาสนับสนุนนวัตกรรมการแพทย์ เพื่อสนับสนุนการทำงานของบุคลากรแนวหน้า โดยเฉพาะอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ เช่น หน้ากาก N95, ชุดหมี PPE, หน้ากากความดันบวกสำหรับบุคลากรการแพทย์ PAPR, High Flow Oxygen system, เครื่องวัด Pulse oximeter, ระบบเอกซเรย์ภาคสนามเคลื่อนที่ เป็นต้น โดยให้หน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสนับสนุนนวัตกรรมที่ใช้งานได้และมีสายการผลิตแล้ว มาดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งทำงานร่วมกับเอกชน ทั้งนี้หน่วยงานที่มีนวัตกรรม และบริหารจัดการข้อมูล เพื่อสนับสนุนการทำงานของ ศบค. ซึ่งมี สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) และ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS) เป็นต้น

ก.ศึกษาฯ พบผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มอีก 1 ราย สะสม 24 ราย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/570132

ก.ศึกษาฯพบผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มอีก 1 ราย สะสม 24 ราย

ก.ศึกษาฯพบผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มอีก 1 ราย สะสม 24 ราย

วันอาทิตย์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 16.53 น.

เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 2 พฤษภาคม 2564 กระทรวงศึกษาธิการ เผยข้อมูลการพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ปฏิบัติงานในกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) วันนี้เพิ่มขึ้นอีก 1 ราย เป็นพนักงานราชการ งานตรวจสอบ กลุ่มบริหารงานคลังและสินทรัพย์ สำนักอำนวยการ สำนักงานปลัด (สป.ศธ.) เพศหญิง

โดยมีไทม์ไลน์ดังนี้

22 เม.ย.64 : ปฏิบัติงานที่สำนักงาน

23 เม.ย.64 : Work from home 19.00 น.กินข้าวกับเพื่อนที่ ซอยสามเสน (สัมผัสกลุ่มเสี่ยง) 20.00 น.อยู่บ้าน

24 เม.ย.64 : 11.00 น.ไป รพ.มิชชั่น ต่อมทอนซิลอักเสบ อยู่บ้าน

25 เม.ย.64 : อยู่บ้าน

26 เม.ย.64 : Work from home

27 เม.ย.64 : Work from home และทราบข่าวว่าเพื่อนติดเชื้อโควิด

28 – 30 เม.ย.64 : Work from home

01 พ.ค.64 : 09.00 น.ไป รพ.มิชชั่น ตรวจโควิด

02 พ.ค.64 : 12.00 น.ทราบผลว่าติดเชื้อโควิด 14.00 น.รถ รพ.มิชชั่น มารับ

ทั้งนี้ ศธ.สรุปสถานการณ์ขณะนี้มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ทำงานใน ศธ.รวมทั้งสิ้น 24 ราย แยกเป็นเพศหญิง 17 ราย เพศชาย 7 ราย เสียชีวิต 1 ราย ออกจากโรงพยาบาลแล้ว 4 ราย

เครื่องบินกองทัพอากาศถึงไทยแล้ว หลังเสร็จภารกิจนำคนไทยจากอินเดียกลับ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/569998

เครื่องบินกองทัพอากาศถึงไทยแล้ว หลังเสร็จภารกิจนำคนไทยจากอินเดียกลับ

เครื่องบินกองทัพอากาศถึงไทยแล้ว หลังเสร็จภารกิจนำคนไทยจากอินเดียกลับ

วันเสาร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 19.44 น.

แอร์บัส ทอ. กลับถึงไทยแล้ว หลังเสร็จภารกิจการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมให้อินเดียและนำข้าราชการสถานเอกอัครราชทูตที่ติดเชื้อโควิด-19 กลับมารักษาที่ประเทศไทย 

วันที่ 1 พฤาภาคม 2564 พลอากาศโท ฐานัตถ์ จันทร์อำไพ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ ในฐานะโฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยว่า ตามที่กองทัพอากาศได้รับการประสานจากกระทรวงต่างประเทศเพื่อขอรับการสนับสนุนอากาศยานสำหรับเดินทางไปประเทศอินเดียเพื่อปฏิบัติภารกิจส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและอพยพคนไทยในอินเดีย รวมทั้งข้าราชการสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี ที่ติดเชื้อโควิด-19 กลับประเทศไทย  นั้น

พลอากาศเอก แอร์บูล สุทธิวรรณ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ตระหนักในความสำคัญของการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการดูแลคนไทยในต่างประเทศ  ตลอดจนการบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ได้สั่งการให้จัดอากาศยานแบบแอร์บัส 320 สนับสนุนภารกิจการลำเลียงอุปกรณ์ทางการแพทย์ไปมอบให้สภากาชาดอินเดีย และอพยพคนไทยที่ประสงค์เดินทางกลับประเทศ รวมทั้ง ภารกิจการลำเลียงผู้ป่วยทางอากาศสายแพทย์ โดยจัดทีมแพทย์จากกองทัพอากาศและเจ้าหน้าที่จากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เดินทางไปรับข้าราชการสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี ที่ติดเชื้อโควิด-19 เพื่อกลับมารักษาตัวที่ประเทศไทย โดยออกเดินทางจากประเทศไทยไปกรุงนิวเดลี เมื่อช่วงเช้าวันที่ 1 พ.ค.2564 เวลา 07.05 น. และเดินกลับถึงประเทศไทยในช่วงเย็นวันเดียวกัน เมื่อเวลา 18.10 น.

เที่ยวบินขากลับนี้ ทางสถานทูตได้ประสานเครือข่ายคนไทยในกรุงนิวเดลีและเมืองใกล้เคียงแล้ว พบว่า ไม่มีคนไทยในอินเดียรวมทั้งข้าราชการและครอบครัวของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี ที่มีความประสงค์ที่จะอพยพเดินทางกลับประเทศหรือกลับมารักษาตัว เนื่องจากคนไทยในอินเดียส่วนหนึ่งมีครอบครัวอยู่ที่นั่น จึงมีเพียงข้าราชการสถานทูต รวมจำนวน 4 คน ซึ่งประกอบด้วย ผู้ป่วยที่มีอาการติดเชื้อโควิด 3 คน และผู้มีความเสี่ยงสูง 1 คน ที่เดินทางมาพร้อมเที่ยวบินนี้เท่านั้น 

ภารกิจรับผู้ป่วยครั้งนี้ ทางทีมแพทย์ได้วางแผนและเตรียมการเป็นอย่างดี เพื่อสร้างความปลอดภัยขั้นสูงสุดตามมาตรฐานทางการแพทย์และหลักการควบคุมโรค ทั้งกระบวนการรับผู้ป่วยและส่งตัวผู้ป่วยเพื่อเข้ารับการรักษาหลังเดินทางถึงประเทศไทยเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 จากผู้ป่วยอย่างรัดกุม มีแนวทางการปฏิบัติดังนี้

1. รถพยาบาลฉุกเฉินจะนำผู้ป่วยเข้ารับการรักษาที่ โรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์, โรงพยาบาลเลิดสิน และสถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ ส่วนผู้มีความเสี่ยงสูง เข้ากักตัวที่ State Quarantine (โรงแรมบางกอกพาเลซ) เป็นตามขั้นตอนที่ทางสาธารณสุขกำหนด 

2. นักบินและลูกเรือ ทีมแพทย์จากกองทัพอากาศ และเจ้าหน้าที่จากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จะเข้าสู่กระบวนการ Quarantine ตามขั้นตอนเพื่อกักกันโรคอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ โฆษกกองทัพอากาศยืนยันว่า “กองทัพอากาศมีความพร้อมปฏิบัติภารกิจการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการอพยพคนไทยในต่างประเทศ รวมถึงการลำเลียงผู้ป่วยทางอากาศ เราพร้อมปฏิบัติทันที เมื่อได้รับการร้องขอ”
 

‘ครูโอ๊ะ’ เสียใจข้าราชการติดโควิดเสียชีวิต 1 ราย ขณะที่ยอดติดเชื้อ ศธ.พุ่ง 23 ราย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/569953

'ครูโอ๊ะ'เสียใจข้าราชการติดโควิดเสียชีวิต 1 ราย ขณะที่ยอดติดเชื้อ ศธ.พุ่ง 23 ราย

‘ครูโอ๊ะ’เสียใจข้าราชการติดโควิดเสียชีวิต 1 ราย ขณะที่ยอดติดเชื้อ ศธ.พุ่ง 23 ราย

วันเสาร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 17.39 น.

ครูโอ๊ะ แสดงความเสียใจ บุคลากร สช.ติดเชื้อโควิด 19 เสียแล้ว1 ราย ฝากความห่วงใยบุคลากร ศธ. ให้ปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันและควบคุมโรคของ สธ.อย่างเคร่งครัด

วันที่ 1 พฤษภาคม 2564 ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดชองโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID–19) ที่เกิดขึ้นในกระทรวงศึกษาธิการ ในขณะนี้ว่า ตนได้รับรายงานถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID–19 โดยตลอด และล่าสุดวานนี้ ได้รับการรายงานจาก ดร.อรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการ คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) ว่า ผู้อำนวยการ กลุ่มงานกองทุนและสวัสดิการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) กระทรวงศึกษาธิการได้เสียชีวิตแล้ว จึงขอแสดงความเสียใจและร่วมไว้อาลัยต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตด้วย ทั้งนี้ ทราบว่าลูกสาวของผู้เสียชีวิตก็ติดเชื้อด้วยเช่นกัน เนื่องจากเป็นผู้ที่ต้องดูแลผู้เสียชีวิตมาตั้งแต่แรก และขณะนี้พักรักษาตัวอยู่ที่ ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตำบลองครักษ์ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก 

“ขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของผู้อำนวยการ กลุ่มงานกองทุนและสวัสดิการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.)และขอส่งกำลังใจและความห่วงใยไปยังบุคลากร ศธ.ทั้ง 22 ราย ที่ยังคงรักษาตัวอยู่ รวมทั้งลูกสาวของผู้เสียชีวิต ที่อยู่ระหว่างการรักษาตัวในโรงพยาบาล ขอให้หายจากอาการป่วยโดยเร็ว พร้อมฝากถึงผู้บริหารและบุคลากร ศธ. ทุกคน ให้ปฏิบัติตนตามมาตรการการป้องกันและควบคุมโรค ตามระเบียบของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข อย่างเคร่งครัด  สำหรับบุคลากรที่เป็นกลุ่มเสี่ยงได้แสดงความรับผิดชอบต่อสังคมด้วยการกักตัวเอง เป็นเวลา 14 วัน ก็ขอให้ทำตามคำแนะนำของแพทย์ เนื่องจากบุคลากรกลุ่มดังกล่าว ถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยง และบางส่วนยังคงทำงานในรูปแบบ Work from home อย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้การติดต่อประสานงานต่าง ๆ กับ ศธ. โดยเฉพาะ สช. ในช่วงนี้อาจล่าช้าไปบ้าง ก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย” ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ กล่าว

ด้าน นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการ คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.)กล่าวว่า ต้องขอแสดงความอาลัยต่อการเสียชีวิตของผู้อำนวยการ กลุ่มงานกองทุนและสวัสดิการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ที่เสียชีวิตเมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ (30เมษายน) หลังติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล เมื่อวันที่ 19 เมษายน ที่ผ่านมา และในวันนี้เมื่อช่วงเวลาประมาณ 13.00 น. ทางญาติได้เคลื่อนศพจากศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตำบลองครักษ์ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายกไปยังวัดกลางคลอง 4 อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี และดำเนินการฌาปนกิจในเวลาต่อมา ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID 19 โดยในการนี้ รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ  และตนได้มอบเงินช่วยเหลือ และส่งพวงหรีดไปร่วมเป็นเกียรติกับผู้วายชนม์ รวมทั้งเครือข่ายโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศได้ร่วมมอบเงินและร่วมไว้อาลัยแด่ผู้อำนวยการกลุ่มงานกองทุนและสวัสดิการ สช. ผู้ซึ่งทุ่มเททำงานเพื่อการศึกมาตลอดชีวิตของท่าน 

ทั้งนี้ สำหรับข้อมูล ณ วันที่ 28 เมษายน 2564 (เวลา 19.30 น.) กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) พบว่ามีข้าราชการและบุคลากรที่ปฏิบัติงานใน ศธ.คิดเชื้อโควิด 19 รวมทั้งสิ้น 23 ราย แยกเป็นเพศหญิง 16 ราย เพศชาย 7 ราย ดังนี้

1. ข้าราชการ ศูนย์บริการประชาชน สป. 10/4/64 (เพศชาย) (ออกจาก รพ.แล้ว)

2. ผอ.กลุ่มงานกองทุนและสวัสดิการ สช. 18/4/64 (เพศหญิง) (ซึ่งเสียชีวิตแล้ว เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2564)

3. อัตราจ้างเหมาบริการ สำนักบริหารงานความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์ศึกษา สพฐ. 19/4/64 (เพศชาย)

4. พนักงานกองทุนสงเคราะห์ ศธ. 20/4/64 (เพศหญิง)

5. พนักงานกองทุนสงเคราะห์ ศธ. 20/4/64 (เพศหญิง)

6. ข้าราชการ กลุ่มงานเลขานุการกรม สช. 22/4/64 (เพศหญิง)

7. ข้าราชการ กลุ่มงานกองทุนและสวัสดิการ สช. 22/4/64 (เพศหญิง)

8. ข้าราชการ กลุ่มงานกองทุนและสวัสดิการ สช. 22/4/64 (เพศชาย)

9. อัตราจ้างเหมาบริการ สำนักอำนวยการ สพฐ. 22/4/64 (เพศหญิง)

10. อัตราจ้างเหมาบริการ กลุ่มโทรทัศน์ฯ OBEC Channel ห้องควบคุมห้องประชุมศูนย์ปฎิบัติการ สพฐ.5 ชั้น 9 ห้อง DOC สพฐ. 22/4/64 (เพศหญิง)

11. อัตราจ้างเหมาบริการ กลุ่มงานเลขานุการกรม สช. 23/4/2564 (เพศหญิง)

12. ข้าราชการ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ กลุ่มงานเลขานุการกรม สช. 23/4/2564 (เพศชาย)

13. เจ้าหน้าที่สินเชื่อ กลุ่มงานสินเชื่อ กองทุนสงเคราะห์ ศธ. 23/4/64 (เพศชาย)

14. เจ้าหน้าที่เงินสะสมและเงินสมทบ กลุ่มงานเงินสะสมและเงินสมทบ กองทุนสงเคราะห์ ศธ. 23/4/64 (เพศหญิง)

15. เจ้าหน้าที่เงินสะสมและเงินสมทบ กลุ่มงานเงินสะสมและเงินสมทบ กองทุนสงเคราะห์ ศธ. 23/4/64 (เพศหญิง)

16. อัตราจ้างเหมาบริการ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ กลุ่มงานเลขานุการกรม สช. 24/4/64 (เพศหญิง)

17. นิสิตฝึกงาน ที่สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สป. 24/4/64 (เพศหญิง)

18. เจ้าหน้าที่สินเชื่อ กลุ่มงานสินเชื่อ กองทุนสงเคราะห์ ศธ. 24/4/64 (เพศหญิง)

19. เจ้าหน้าที่เงินทุนเลี้ยงชีพ กลุ่มงานเงินทุนเลี้ยงชีพ กองทุนสงเคราะห์ ศธ. 24/4/64 (เพศหญิง)

20. เจ้าหน้าที่สวัสดิการ กลุ่มงานสวัสดิการ กองทุนสงเคราะห์ ศธ. 24/4/64 (เพศชาย)

21. เจ้าหน้าที่งานบุคคล กลุ่มงานบริหารสำนักงาน กองทุนสงเคราะห์ ศธ. 25/4/64 (เพศหญิง)

22. พนักงานขับรถยนต์ จ้างเหมาบริการ สำนักงาน กศน. 26/4/64 (เพศชาย)

23. ข้าราชการ ตำแหน่งนักวิชาการศึกษาปฏิบัติการ กลุ่มส่งเสริมสถานศึกษา กลุ่มงานโรงเรียนสามัญศึกษา สช. 28/4/64 (เพศหญิง)