ศธ.เคาะเลื่อนเปิดภาคเรียนที่ 1/2564 เป็นวันที่ 1 มิ.ย. หนีวิกฤตโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/568876

ศธ.เคาะเลื่อนเปิดภาคเรียนที่ 1/2564 เป็นวันที่ 1 มิ.ย. หนีวิกฤตโควิด-19

ศธ.เคาะเลื่อนเปิดภาคเรียนที่ 1/2564 เป็นวันที่ 1 มิ.ย. หนีวิกฤตโควิด-19

วันอังคาร ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2564, 14.51 น.

วันที่ 27 เมษายน 2564 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ ตนได้ประชุมหารือเรื่องการเปิดภาคเรียนและการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ร่วมกับปลัด ศธ., เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) และเลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) โดยที่ประชุมมีมติว่าจะเลื่อนการเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 จากวันที่ 17 พฤษภาคม 2564 เป็นวันที่ 1 มิถุนายน 2564 เนื่องจากสถานการณ์โดยรวมการแพร่ระบาดของของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) อาจจะมีความรุนแรงมากขึ้น และจะกระทบต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนส่วนใหญ่ของสถานศึกษา ประกอบกับผู้ปกครองก็ได้แสดงความห่วงใยในบุตรหลาน

รมว.ศธ. กล่าวต่อไปว่า ศธ. ได้กำหนดแนวทางการดำเนินงาน เพื่อไม่ให้การเลื่อนวันเปิดภาคเรียนกระทบต่อโอกาสในการเรียนรู้และสิทธิของผู้เรียน ดังนี้ ช่วงเวลาจากวันที่ 17 – 30 พฤษภาคม 2564 ให้สถานศึกษา ครูและบุคลากร เตรียมความพร้อมในด้านอาคารสถานที่ การจัดการเรียนการสอน และอื่นๆ เพื่อรองรับการเปิดภาคเรียน , สื่อสารและทำความเข้าใจกับผู้ปกครองในการเลื่อนวันเปิดภาคเรียน, ครู อาจไปเยี่ยมนักเรียน นักศึกษา ที่บ้าน , จัดกิจกรรมเสริมให้แก่ผู้เรียน ซึ่งอาจใช้ระบบออนไลน์ หรือระบบอื่นๆที่เหมาะสม โดยพิจารณาตามบริบทและประกาศของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด

ทั้งนี้ ศธ.จะมีการประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และประกาศของ ศบค. เป็นระยะ โดยจะให้การเลื่อนวันเปิดภาคเรียนกระทบต่อนักเรียน นักศึกษาน้อยที่สุด อย่างไรก็ตามสำหรับโรงเรียนที่อยู่นอกเขตเมือง ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ไม่มาก ก็สามารถเตรียมการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบปกติเป็นหลักเช่นเดิม

“ขณะนี้กระบวนการรับนักเรียนเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ มัธยมศึกษาปีที่ 4 ของโรงเรียนทั่วประเทศยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ และมีประมาณ 10,000 โรงเรียนที่ไม่สามารถดำเนินการรับนักเรียนตามปฏิทินการรับนักเรียนที่กำหนดไว้ ซึ่งเป็นอีกสาเหตุสำคัญที่จำเป็นต้องเลื่อนการเปิดภาคเรียน และการเลื่อนครั้งนี้ก็เลื่อนออกไปอีกเพียง 11 วัน โดยสถานศึกษาจะทำการจัดการเรียนการสอนชดเชยให้ครบตามหลักสูตร และกำหนดการปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ให้เป็นไปตามปฏิทินเดิมที่กำหนดไว้ คือ วันที่ 11 ตุลาคม 2564 ” รมว.ศธ.กล่าว

เช็คได้เลย! ‘สทศ.’ ประกาศแล้ว ผลสอบ ‘O-NET’ ป.6-ม.3-ม.6 ปี’63 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/568860

เช็คได้เลย! 'สทศ.'ประกาศแล้ว ผลสอบ'O-NET'ป.6-ม.3-ม.6 ปี'63

เช็คได้เลย! ‘สทศ.’ประกาศแล้ว ผลสอบ’O-NET’ป.6-ม.3-ม.6 ปี’63

วันอังคาร ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2564, 14.15 น.

ตามที่สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทศ.ได้ดำเนินการจัดการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ปีการศึกษา 2563 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 (ป.6) สอบวันที่ 13 มีนาคม 2564 , ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 (ม.3) สอบวันที่ 13 – 14 มีนาคม 2563 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 (ม.6) สอบวันที่ 27 – 28 มีนาคม 2564 ณ สนามสอบทั่วประเทศนั้น

ล่าสุดวันนี้ (27 เมษายน 2564) ผศ.ดร.ศิริดา บุรชาติ ผู้อำนวยการ สทศ.กล่าวว่า สทศ.ได้ประกาศผลสอบ O-NET ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 (ป.6) และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 (ม.3) และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 (ม.6) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว (ซึ่งเร็วกว่ากำหนดการเดิม) โดยชั้น ป.6 ประกาศผลสอบในวันที่ 20 เมษายน 2564 (จากเดิมวันที่ 21 เมษายน 2564) ชั้น ม.3 ประกาศผลสอบในวันที่ 21 มีนาคม 2562 (จากเดิมวันที่ 22 เมษายน 2564) และชั้น ม.6 ประกาศผลสอบในวันที่ 26 เมษายน 2564 (จากเดิมวันที่ 27 เมษาน 2564) ซึ่ง สทศ.ได้วิเคราะห์ค่าสถิติพื้นฐาน O-NET จำแนกตามวิชา (คะแนนเต็มวิชาละ 100 คะแนน) ดังนี้

การทดสอบ O-NET ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2563 สอบ 4 วิชา ได้แก่ (1) ภาษาไทย ผู้เข้าสอบ 495,250 คน มีคะแนนเฉลี่ย 56.20 (2) ภาษาอังกฤษ ผู้เข้าสอบ 495,217 คน มีคะแนนเฉลี่ย 43.55 (3) คณิตศาสตร์ ผู้เข้าสอบ 495,206 คน มีคะแนนเฉลี่ย 29.99 (4) วิทยาศาสตร์ ผู้เข้าสอบ 495,223 คน มีคะแนนเฉลี่ย 38.78 ภาพรวมผลสอบ O-NET ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ประกอบด้วย วิชาภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และวิทยาศาสตร์ มีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าผลสอบปีการศึกษา 2562 ส่วนวิชาคณิตศาสตร์มีคะแนนเฉลี่ยใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา

การทดสอบ O-NET ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2563 สอบ 4 วิชา ได้แก่ (1) ภาษาไทย ผู้เข้าสอบ 357,051 คน มีคะแนนเฉลี่ย 54.29 (2) ภาษาอังกฤษ ผู้เข้าสอบ 352,119 คน มีคะแนนเฉลี่ย 34.38 (3) คณิตศาสตร์ ผู้เข้าสอบ 357,425 คน มีคะแนนเฉลี่ย 25.46 (4) วิทยาศาสตร์ ผู้เข้าสอบ 352,867 คน มีคะแนนเฉลี่ย 29.89 ภาพรวมผลสอบ O-NET ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ประกอบด้วยวิชาภาษาอังกฤษ มีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าผลสอบปีการศึกษา 2562 ส่วนวิชาภาษาไทย คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ มีคะแนนเฉลี่ยใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา

การทดสอบ O-NET ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2563 สอบ 5 วิชา ได้แก่ (1) ภาษาไทย ผู้เข้าสอบ 363,113คน มีคะแนนเฉลี่ย 44.36 (2) สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ผู้เข้าสอบ 366,117 คน มีคะแนนเฉลี่ย 35.93 (3) ภาษาอังกฤษ ผู้เข้าสอบ 365,170 คน มีคะแนนเฉลี่ย 29.94 (4) คณิตศาสตร์ ผู้เข้าสอบ 365,770 คน มีคะแนนเฉลี่ย 26.04 (5) วิทยาศาสตร์ ผู้เข้าสอบ 362,284 คน มีคะแนนเฉลี่ย 32.68 ภาพรวมผลสอบ O-NET ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ทุกวิชา มีคะแนนเฉลี่ยสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ สทศ.ได้รายงานผลการทดสอบ O-NET ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2563 โดยได้วิเคราะห์ค่าสถิติพื้นฐานจำแนกตามสังกัด ขนาดโรงเรียน ที่ตั้ง ภูมิภาค และรายสาระ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ สทศ. (www.niets.or.th)

นอกจากนี้ สทศ.ได้นำข้อสอบและเฉลยคำตอบ O-NET ปีการศึกษา 2563 เผยแพร่ทางเว็บไซต์ สทศ. (www.niets.or.th) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้จัดทำวีดิทัศน์ประชาสัมพันธ์ “การนำผลสอบ O-NET ไปใช้พัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน” เพื่อให้ผู้บริหารสถานศึกษา ครู นักเรียน และผู้ที่เกี่ยวข้องได้นำผลการทดสอบ O-NET ไปใช้ในการประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียน พัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนของนักเรียนและโรงเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ www.niets.or.th

กรมศิลป์ฯประกาศปิดให้บริการ หน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศ ถึง 9 พ.ค. ป้องกันโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/568808

กรมศิลป์ฯประกาศปิดให้บริการ หน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศ ถึง 9 พ.ค.ป้องกันโควิด

กรมศิลป์ฯประกาศปิดให้บริการ หน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศ ถึง 9 พ.ค.ป้องกันโควิด

วันอังคาร ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2564, 10.30 น.

กรมศิลปากร ประกาศปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุทยานประวัติศาสตร์ โบราณสถาน ที่เก็บค่าเข้าชม หอสมุดแห่งชาติ และหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ถึงวันที่ 9 พ.ค.นี้

วันที่ 27 เมษายน 2564 นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 ที่มีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วและขยายวงกว้าง กรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ได้อาศัยอำนาจตามความในพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ประกอบกับข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 16 ฉบับที่ 19 และฉบับที่ 20) ออกประกาศปิดสถานที่ต่าง ๆ ในท้องที่ที่รับผิดชอบ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19

กรมศิลปากรในฐานะหน่วยงานที่ดูแลแหล่งเรียนรู้มรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุทยานประวัติศาสตร์หอสมุดแห่งชาติ และหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ตลอดจนโบราณสถานที่อยู่ในความดูแลของกรมศิลปากร

จึงได้ออกประกาศกรมศิลปากรปิดการให้บริการและการเข้าชมแหล่งเรียนรู้มรดกศิลปวัฒนธรรมในความดูแลของกรมศิลปากรทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ ๒๖ เมษายน – ๙ พฤษภาคม ๒๕๖๔ กรณีของการถ่ายทำภาพยนตร์ในโบราณสถานหรือเขตโบราณสถานที่ได้รับอนุญาตก่อนที่จะมีประกาศฉบับนี้ ให้ถ่ายทำโดยจำกัดจำนวนไม่เกิน ๑๐ คน และต้องดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันควบคุมโรคเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 อย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้ ได้ออกมาตรการให้หน่วยงานในสังกัดปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง (Work from Home) มากขึ้น ในอัตราร้อยละ ๗๕ ปรับรูปแบบการประชุมโดยจำกัดจำนวนไม่เกิน 20 คน ร่วมกับการประชุมผ่าน   แอปพลิเคชันออนไลน์ พร้อมทั้งกำชับให้มีวินัยในการปฏิบัติตน หลีกเลี่ยงการไปในสถานที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและรักษาความปลอดภัยของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อย่างเคร่งครัด

มทร.รัตนโกสินทร์ ช่วยผู้ประกอบการเข้าสู่ตลาดออนไลน์ วิสาหกิจรายย่อยภาคกลางตอนล่างอบรมฟรี ทุกขั้นตอน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/568664

มทร.รัตนโกสินทร์ ช่วยผู้ประกอบการเข้าสู่ตลาดออนไลน์  วิสาหกิจรายย่อยภาคกลางตอนล่างอบรมฟรี ทุกขั้นตอน

มทร.รัตนโกสินทร์ ช่วยผู้ประกอบการเข้าสู่ตลาดออนไลน์ วิสาหกิจรายย่อยภาคกลางตอนล่างอบรมฟรี ทุกขั้นตอน

วันอังคาร ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ (มทร.รัตนโกสินทร์) ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จัดอบรมสัมมนาโครงการเพิ่มศักยภาพในการประกอบธุรกิจให้กับผู้ประกอบการรายย่อยด้วยดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง ปีงบประมาณ 2564 ในพื้นที่จังหวัดภาคกลางตอนล่างโดยเปิดรับสมัครผู้ประกอบการที่สนใจทำธุรกิจออนไลน์และต้องการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดออนไลน์ให้ขาย ดี โดดเด่นในยุคดิจิทัล อบรมพร้อมส่งเสริมการขาย ฟรีรับสมัครตั้งแต่วันนี้-กรกฎาคม 2564

นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการ สสว. กล่าวถึงบทบาทของ สสว. ในการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการตามนโยบายในการขับเคลื่อนและ วางรากฐานระบบเศรษฐกิจของประเทศสู่อนาคต ว่า สสว.ได้จัดทำโครงการเพิ่มศักยภาพในการประกอบธุรกิจให้กับผู้ประกอบการวิสาหกิจรายย่อยขึ้น เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการด้วยการนำหลักการดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง มาปรับใช้ให้ตรงกับศักยภาพและสินค้าของผู้ประกอบการในการเข้าถึงช่องทางการตลาดผ่านแพลตฟอร์ม พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ให้ความรู้และให้คำปรึกษาในการเลือกใช้เครื่องมือ
ต่างๆ ที่เหมาะสมรวมถึงวางแผนกลยุทธ์การตลาดดิจิทัลให้กับผู้ประกอบการวิสาหกิจรายย่อยเพื่อสร้างความเข้มแข็ง

นายรพี ม่วงนนท์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยนวัตกรรมการจัดการ มทร.รัตนโกสินทร์ เปิดเผยว่า ทางวิทยาลัยนวัตกรรมการจัดการ ส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการวิสาหกิจรายย่อยที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดภาคกลางตอนล่าง ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และ สุพรรณบุรี เมื่อเสร็จสิ้นการอบรมจะสามารถเข้าถึงช่องทางการตลาดออนไลน์และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านธุรกิจออนไลน์อันจะสร้างให้ผู้ประกอบการมีรายได้ มีความเข้มแข็งและเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ของชุมชน จังหวัดและประเทศ

วิทยาลัยนวัตกรรมการจัดการ มทร.รัตนโกสินทร์ จึงขอเชิญชวนผู้ประกอบการรายย่อย (Micro SME) วิสาหกิจขนาดย่อม บุคคลทั่วไป นิสิต นักศึกษาที่สนใจทำธุรกิจ เข้าร่วมอบรมฟรีซึ่งผู้สนใจดูรายละเอียด หัวข้อการ
อบรม และจังหวัดที่จัดอบรมได้ที่ https://rcim.rmutr.ac.th/”

ใต้ร่มพระบารมี 239 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ อย่าให้หายไปจากหัวใจของปวงชนชาวไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/568663

ใต้ร่มพระบารมี 239 ปี กรุงรัตนโกสินทร์  อย่าให้หายไปจากหัวใจของปวงชนชาวไทย

ใต้ร่มพระบารมี 239 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ อย่าให้หายไปจากหัวใจของปวงชนชาวไทย

วันอังคาร ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เนื่องในโอกาส ครบรอบ 239 ปี แห่งการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ วันที่ 21 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา กระทรวงวัฒนธรรม ได้จัดงาน “ใต้ร่มพระบารมี 239 ปี กรุงรัตนโกสินทร์” ขึ้นเพื่อให้เยาวชนและประชาชนน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมบรมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีที่ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ และเทิดพระเกียรติพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์แห่งราชวงศ์จักรี พร้อมกับได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และความหลากหลายทางวัฒนธรรมของสังคมไทยนำไปสู่ความรักความหวงแหน และความภาคภูมิใจในความเป็นไทย 

ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมทางศาสนา และ “นิทรรศการเทิดพระเกียรติพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี10 รัชกาล” โดยมีพิธีทางศาสนาณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร และในส่วนของ “นิทรรศการเทิดพระเกียรติพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์ จักรี 10 รัชกาล” กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 21-30 เมษายน 2564 ที่สยามพารากอน

สำหรับนิทรรศการเทิดพระเกียรติพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี 10 รัชกาลประกอบด้วย 

-จุดตราสัญลักษณ์ราชวงศ์จักรี และภาพพระบรมฉายาลักษณ์พระมหากษัตริย์ในรัชกาลที่ 1-10

-นิทรรศการพระราชประวัติและพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี รัชกาลที่ 1-10 

-ห้องนิทรรศการนำเสนอโดยการฉายภาพในระบบพาโนรามาแมพปิ้ง(Panorama Mapping) เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและเทิดพระเกียรติพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ในชื่อชุด“อเนกอนันต์ เลิศหล้าอาณาจักรไทย” นิทรรศการภาพเก่าเล่าเรื่องรัตนโกสินทร์ โดยนำเสนอภาพถ่ายสถานที่สำคัญวิถีชีวิต ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม เหตุการณ์ต่างๆ ในสมัยรัตนโกสินทร์

จุดที่ถือว่าเป็นไฮไลต์สำคัญของนิทรรศการเทิดพระเกียรติพระมหากษัตริย์ แห่งราชวงศ์จักรี 10 รัชกาล คือ ห้องนิทรรศการ“อเนกอนันต์ เลิศหล้าอาณาจักรไทย” ที่จะมีการบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับผืนแผ่นดินทองของความเป็นไทย ใต้ฟ้าอันเรืองงามนาม“รัตนโกสินทร์” คือ นามแห่งราชอาณาจักรที่สี่ในยุคประวัติศาสตร์ของชาติ ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารแห่งบูรพมหากษัตริย์ไทย นับเนื่องถึง 10 รัชกาล เริ่มตั้งแต่

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 พระปฐมบรมกษัตริย์ผู้สร้างแผ่นดินให้เป็นปึกแผ่น,  พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 แผ่นดิน ยุคทองของวรรณคดีไทย, พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 แผ่นดินรุ่งเรืองด้วยการค้าขายกับชาวจีน และนานาประเทศ, พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย,พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระปิยมหาราช ผู้ทรงเลิกทาสและนำความศิวิไลซ์มาสู่แผ่นดิน, พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 พระผู้ทรงวางรากฐานการศึกษาของชาติ, พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ผู้พระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับแรก และทรงมอบประชาธิปไตยให้แก่ปวงชนชาวไทย,พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลพระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ 8  ผู้เป็นศูนย์รวมดวงใจของชาวไทย-จีน, พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 พระผู้ทรงพระราชกรณียกิจมากล้นด้วยพระมหากรุณาธิคุณต่อทวยราษฎร์ และ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 พระผู้ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชกรณียกิจอันดีงามเพื่อปวงชนชาวไทยทั้งแผ่นดิน 

การจัดทำดำเนินการทั้งรูป เสียง สัมผัส อลังการอย่างยิ่งในห้องนิทรรศการ แต่น่าเสียดายเหลือเกินที่การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกที่ 3 มีตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น จนรัฐบาลต้องประกาศงดกิจกรรม และการจัดนิทรรศการ ทำให้การจัดงานในครั้งนี้ต้องหยุดชะงักลง ประชาชนทั่วไปไม่สามารถเดินทางมาร่วมชมกิจกรรม ซึมซับกลิ่นอายของประวัติศาสตร์ที่ตลบอบอวลไปด้วยความภาคภูมิใจในความเป็นไทย และความอลังการของการจัดงานเช่นทุกๆ ปีได้

ผู้เขียนบอกตรงๆ ว่า รู้สึกเสียดายโอกาสอันดีงามซึ่งหาได้ยากนักในชีวิตกว่าจะได้พบเจอะเจออีกเมื่อไร จึงอยากสานต่อ
เรื่องราวจากงานนั้นมาต่อยอดบอกเล่าให้ผู้อ่านได้รำลึกถึงอดีตของบูรพมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ได้ทรงสร้างไว้เพื่อปวงชนชาวไทย ถ้าหากมีโอกาสอำนวยและหากเป็นไปได้ ผู้เขียนขอแนะนำว่ากระทรวงวัฒนธรรม ควรรวบรวมผลงานทั้งหมดนี้เอาไปแสดงถาวรไว้ ณ ห้องใดห้องหนึ่งในกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อเปิดโอกาสให้วันใดที่ประชาชนชาวไทยอยากชมก็ไปชมกันได้

‘ในหลวง’ พระราชทานพวงมาลาหลวง วางที่หน้าหีบศพ ตำรวจเสียชีวิต จ. ยะลา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/568730

'ในหลวง'พระราชทานพวงมาลาหลวง วางที่หน้าหีบศพ ตำรวจเสียชีวิต จ.ยะลา

‘ในหลวง’พระราชทานพวงมาลาหลวง วางที่หน้าหีบศพ ตำรวจเสียชีวิต จ.ยะลา

วันจันทร์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2564, 19.33 น.

“ในหลวง” โปรดเกล้าฯ ให้ผู้ว่าฯ ยะลาเชิญพวงมาลาหลวงไปวางหน้าหีบศพ สิบตำรวจเอก อนุสรณ์ นุ่นปาน ที่เสียชีวิตจากเหตุคนร้ายขว้างระเบิด

26 เม.ย.64 เมื่อเวลา 13.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เชิญพวงมาลาหลวง พวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปวางที่หน้าหีบศพ สิบตำรวจเอก อนุสรณ์ นุ่นปาน ข้าราชการตำรวจสถานีตำรวจภูธรจะกว๊ะ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุคนร้ายขว้างระเบิดชนิดไปป์บอมบ์ ใส่จุดบริการประชาชนตำบลตะโละหะลอ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2564  ได้รับบาดเจ็บสาหัส และต่อมาเสียชีวิตขณะเข้ารับการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลยะลา โดยตั้งศพบำเพ็ญกุศล ณ วัดเมืองยะลา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า อทิตยาทรกิติคุณ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม และโปรดให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เชิญพวงมาลาพระราชทาน และพวงมาลาประทาน วางที่หน้าหีบศพด้วย

ศบค.ยันสกัดกั้นโควิดสายพันธุ์อินเดียเข้มข้น สั่งชะลอเข้าไทย 3 ประเทศ-เพิ่มกักตัว 21 วัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/568555

ศบค.ยันสกัดกั้นโควิดสายพันธุ์อินเดียเข้มข้น สั่งชะลอเข้าไทย 3 ประเทศ-เพิ่มกักตัว 21 วัน

ศบค.ยันสกัดกั้นโควิดสายพันธุ์อินเดียเข้มข้น สั่งชะลอเข้าไทย 3 ประเทศ-เพิ่มกักตัว 21 วัน

วันจันทร์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2564, 09.05 น.

ศบค. ยืนยันสะกัดกั้นการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์อินเดีย อย่างเข้มข้น ผู้ป่วยชาวอินเดีย 7 ราย เดินทางมาเมื่อวันที่ 17 เมษายน ที่ผ่านมาโดยเครื่องบินพาณิชย์ และมีเอกสารครบถ้วน

25 เมษายน 2564 ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ศบค. ชี้แจงเพิ่มเติมเพื่อสร้างความเข้าใจแก่ประชาชน ต่อกรณีข่าวว่ามีเครื่องบินเช่าเหมาลำของชาวอินเดียเดินทางมายังประเทศไทยว่าไม่เป็นความจริง รัฐบาลดำเนินนโยบายเข้มข้นด้วยความระมัดระวังเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคผ่านทุกช่องทางเพื่อป้องกันการเล็ดลอดของเชื้อ และได้ชะลอการยื่นขอใบอนุญาตเดินทางเข้าประเทศ (COE – Certificate of Entry) ของชาวต่างชาติที่ประสงค์เดินทางมาจากประเทศอินเดียออกไปก่อน จะรับเพียงคนไทยที่ประสงค์เดินทางกลับบ้านและได้ลงทะเบียนไว้เท่านั้น 

ส่วนกรณีชาวอินเดีย จำนวน 7 คน ที่เข้ารับการรักษาตัวอยู่นั้น เดินทางเข้าประเทศไทยโดยสายการบินพาณิชย์ เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2564 สายการบินอินเดียแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ AI 0332 ตามข้อกำหนดอนุญาต (บุคคล 11 กลุ่ม) เช่น นักลงทุน นักธุรกิจ มีครอบครัวไทย มีใบอนุญาตทำงาน และเข้ามารักษาพยาบาล(กรณีไม่ใช่โรคโควิด) เป็นต้น โดยในเที่ยวบินดังกล่าว มีผู้โดยสารทั้งสิ้นจำนวน 149 คน เป็นคนอินเดีย คนไทย และสัญชาติอื่นๆ จึงไม่ใช่เครื่องเช่าเหมาลำตามข่าวแต่อย่างใด โดยขณะนี้ทั้งหมดยังอยู่ในช่วงกักกันโรค และกำลังอยู่ในช่วงการตรวจหาเชื้อเป็นระยะๆเพิ่อไม่ให้ผู้ติดเชื้อเล็ดลอดออกไปได้ สำหรับ 7 รายข้างต้น เมื่อเดินทางมาถึงไทย ตรวจพบเชื้อ จึงส่งเข้ารักษาที่โรงพยาบาล ตามมาตรการที่กำหนดไว้ 

ทั้งนี้ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ในการอนุญาตเครื่องบินเช่าเหมาลำทำการบินเข้าประเทศไทยยังชี้แจ้ง ปฏิเสธกระแสข่าวที่มีเศรษฐีชาวอินเดียเดินทางออกนอกประเทศเพื่อหนีจากสถานการณ์โรคโควิดระบาด โดยใช้เครื่องบินเช่าเหมาลำมาที่ประเทศไทย โดยยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง  ส่วนกองทัพอากาศที่จัดเครื่องบินไปรับคณะของผู้ช่วยทูตทหารจากประเทศอินเดียกลับไทยในช่วงเวลานี้ ผู้ที่เดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยต้องดำเนินการตามมาตรการเช่นกัน

ดังนั้น เพื่อปรับข้อบังคับให้เป็นไปตามสถานการณ์และเพื่อควบคุมสะกัดกั้นเชื้อโควิด 19 จากอินเดีย ศปก.ศบค. อนุมัติการชะลอการเดินทางเข้าประเทศไทยจากประเทศต้นทาง คือ อินเดีย ปากีสถาน บังคลาเทศ รวมทั้งเพิ่มมาตรการการกักตัวเป็น 21 วัน อีกด้วย

ทั้งนี้ รัฐบาลขอให้ความมั่นใจว่าการดำเนินการต่างๆ เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาด เช่น ขั้นตอนการเข้าเมือง การ Quarantine และตรวจหาเชื้อ ยังคงดำเนินการตามมาตรการอย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันการนำเข้าเชื้อโควิด 19 สายพันธุ์ที่ระบาดในอินเดีย ที่จะทำให้สถานการณ์ในประเทศแย่ลง และส่งผลต่อประสิทธิภาพของวัคซีนให้ลดลง ตามที่ ศ. นพ ยง ภู่วรวรรณ ได้ให้ข้อมูลไว้ด้วย รวมทั้ง ไม่มีการให้อภิสิทธิ์แก่ผู้ใด อย่างแน่นอน ชีวิตและความปลอดภัยของคนไทย คือสิ่งสำคัญที่สุดที่รัฐบาลต้องดูแลและป้องกัน 

แห่ล่ารายชื่อจี้ ‘อนุทิน’ พ้น รมว.สธ. เหลวแก้ปัญหาโควิด- ผุดวลีเด็ด ‘เป็นเพียงไข้หวัดธรรมดา’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/568347

แห่ล่ารายชื่อจี้'อนุทิน'พ้น รมว.สธ. เหลวแก้ปัญหาโควิด-ผุดวลีเด็ด'เป็นเพียงไข้หวัดธรรมดา'

แห่ล่ารายชื่อจี้’อนุทิน’พ้น รมว.สธ. เหลวแก้ปัญหาโควิด-ผุดวลีเด็ด’เป็นเพียงไข้หวัดธรรมดา’

วันเสาร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2564, 21.17 น.

วันที่ 24 เมษายน 2564 เว็ปไซต์ www.change.org โดย’หมอไม่ทน’ ผุดแคปเปญในหัวข้อ “เรียกร้องให้อนุทิน รัฐมนตรีสธ​.​ลาออก จากความล้มเหลวในการแก้ปัญหาการระบาด COVID19″ โดยระบุข้อความว่า 

กว่า 1 ปีเต็มที่ผ่านมาของการระบาด COVID-19 เป็นข้อพิสูจน์แล้ว ว่า อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ไม่มีความสามารถมากพอในการควบคุมดูแลการแพร่ระบาดของ COVID19 ทั้งเรื่องการวางนโยบาย การจัดการทรัพยากร การจัดหาวัคซีน และการสร้างความเชื่อมั่นให้บุคลากรทางการแพทย์ 

นอกเหนือไปกว่านั้น หลายครั้งบทสัมภาษณ์จากนายอนุทิน ยังทำให้เห็นชัดเจนว่าไม่มีวิสัยทัศน์ที่เหมาะสมในการทำงานควบคุมกระทรวงที่เป็นกระทรวงหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่การระบาดไม่สามารถควบคุมได้

เริ่มต้นตั้งแต่ที่พูดว่า “เป็นเพียงไข้หวัดธรรมดา” เมื่อบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อ ก็แจ้งว่า “หมอไม่ระวังตัวเองจนติดโควิด 19-ไม่ได้ติดจากงาน แบบนี้ต้องหวดกัน” และบทสัมภาษณ์อีกมากมาย ที่ประชาชนได้รับทราบโดยทั่วกัน

จากความล้มเหลวทั้งหมดนี่ เป็นข้อพิสูจน์แล้วว่าเราไม่อาจจะให้เวลาอันมีค่าของเรา หมดสิ้นไปกับการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพไม่มากพอได้ ขอเรียกร้องให้นายอนุทิน ชาญวีรกูลลาออก และให้ผู้ที่มีความสามารถ มีความเหมาะสมมากกว่าเข้ารับตำแหน่ง ในช่วงเวลาที่ประเทศกำลังตกอยู่ในความวิกฤตนี้

ทั้งนี้ มีผู้เข้าไปลงชื่อสนับสนุนมากกว่า 20,000 รายชื่อ เนื่องจากมองว่าล้มเหลวในการบริหารงานด้านสาธารณสุข ไม่มีคุณสมบัติในการเป็นรัฐมนตรี สธ. ไม่สามารถแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิดได้ ทำให้สถานการณ์แย่ลง มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นและเสียชีวิต

ผอ.รพ.วิภารามแจงย้าย ‘น้าค่อม’ ยันไม่ได้เลือกปฏิบัติ-ไม่มีเส้นสาย ย้ำชัดทุกชีวิตมีค่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/568341

ผอ.รพ.วิภารามแจงย้าย'น้าค่อม' ยันไม่ได้เลือกปฏิบัติ-ไม่มีเส้นสาย ย้ำชัดทุกชีวิตมีค่า

ผอ.รพ.วิภารามแจงย้าย’น้าค่อม’ ยันไม่ได้เลือกปฏิบัติ-ไม่มีเส้นสาย ย้ำชัดทุกชีวิตมีค่า

วันเสาร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2564, 20.38 น.

วันที่ 24 เมษายน 2564 นายแพทย์ไพบูลย์ เอกแสงศรี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวิภาราม ออกมาชี้แจงผ่านเพจเฟซบุ๊กของโรงพยาบาล เรื่องการย้ายผู้ป่วยโควิดวิกฤติฉุกเฉินที่มีความจำเป็นจะต้องใช้เครื่องมือพิเศษในการรักษาว่า สาเหตุที่ย้ายน้าค่อมจากโรงพยาบาลวิภาราม ไปยังโรงพยาบาลรามาจักรีนฤบดินทร์ เพราะสูงอายุและมีโรคประจำตัวหลายอย่าง โดยตอนตรวจเจอเชื้อ น้าค่อมอยู่อีกโรงพยาบาล ซึ่งอาการยังไม่หนัก แต่ต่อมาปอดอักเสบมากขึ้น ก่อนย้ายมา รพ.วิภาราม ซึ่งมีห้องไอซียู 12 เตียง โดยมาในจังหวะที่ว่างพอดี

หลังจากให้ยาไป แต่อาการน้าค่อมทรุดลง ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ และเมื่อวันที่ 23 เม.ย. มีอาการไตวาย ทำให้ต้องฟอกเลือด หมอจึงมองไปข้างหน้าว่าจะทำอะไรต่อไปบ้าง จึงติดต่อไปยังโรงพยาบาลศิริราช แต่เตียงเต็ม โชคดีที่โรงพยาบาลรามาจักรีนฤบดินทร์ เป็นจังหวะคนไข้ออกไปพอดี จึงสามารถย้ายน้าค่อมเข้าไปรักษาได้ เป็นการรีเฟอร์ปกติระหว่างโรงพยาบาลด้วยกัน อยากทำความเข้าใจว่าระบบสาธารณสุขไม่ได้เลือกรัฐหรือเอกชน ทุกชีวิตมีค่าเราจะดูแลให้ดีที่สุด ไม่เกี่ยวข้องกับเส้นสาย แต่เป็นเรื่องเทคนิคล้วนๆ

https://www.facebook.com/plugins/video.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fvibharam.hospital%2Fvideos%2F164886302179269%2F&width=500&show_text=false&height=888&appId

ศธ.พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 วันนี้เพิ่มอีก 5 ราย รวมเป็น 20 ราย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/568339

ศธ.พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 วันนี้เพิ่มอีก 5 ราย รวมเป็น 20 ราย

ศธ.พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 วันนี้เพิ่มอีก 5 ราย รวมเป็น 20 ราย

วันเสาร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2564, 20.17 น.

วันที่ 24 เมษายน 2564 เวลา 19.30 น.กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) สรุปข้อมูลการพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด- 19 ที่ปฏิบัติงานในกระทรวงศึกษาธิการ ในวันนี้เพิ่มขึ้นอีก 5 ราย ดังนี้ 

รายแรก เป็นอัตราจ้างเหมาบริการ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ กลุ่มงานเลขานุการกรม สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เข้าตรวจหาเชื้อเมื่อวันที่ 10 เมษายน ผลออกมาเมื่อวันที่ 11 เมษายน พบว่าผลเป็นลบ จากนั้นกักตัวรอดูอาการอีก 14 วัน จนกระทั่งวันที่ 23 เมษายน ไปตรวจซ้ำ ผลออกวันที่ 24 เมษายน พบว่าติดเชื้อ ขณะนี้กำลังไปรักษาที่โรงพยาบาล (เพศหญิง)

รายที่ 2 เป็นนิสิตฝึกงานจากคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มาปฏิบัติงานที่สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ (สนย.สป) ในวันที่ 21 เมษายน ช่วงเวลา 8.30-13.00 น. ใส่แมสก์ตลอดเวลา ไปตรวจเชื้อ เมื่อวันที่ 22 เมษายน และรับทราบผลตรวจเมื่อวันที่ 24 เมษายน พบว่าติดเชื้อ ซึ่ง

รายที่ 3 เจ้าหน้าที่สินเชื่อ กลุ่มงานสินเชื่อ กองทุนสงเคราะห์ ศธ. (เพศหญิง) 24/4/64

รายที่ 4 เจ้าหน้าที่เงินทุนเลี้ยงชีพ กลุ่มงานเงินทุนเลี้ยงชีพ กองทุนสงเคราะห์ ศธ. (เพศหญิง) 24/4/64

รายที่ 5 เจ้าหน้าที่สวัสดิการ กลุ่มงานสวัสดิการ กองทุนสงเคราะห์ ศธ. (เพศชาย) 24/4/64

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด 19 ที่ทำงานใน ศธ. รวมทั้งสิ้น 20 ราย  มีดังนี้ 

1. ข้าราชการ ศูนย์บริการประชาชน สป. 10/4/64 (ออกจาก รพ.แล้ว)

2. ผอ.กลุ่มงานกองทุนและสวัสดิการ สช. 18/4/64 (T/L)

3. อัตราจ้างเหมาบริการ สำนักบริหารงานความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์ศึกษา สพฐ.  19/4/64 (T/L)

4. พนักงานกองทุนสงเคราะห์ ศธ. 20/4/64

5. พนักงานกองทุนสงเคราะห์ ศธ. 20/4/64

6. ข้าราชการ กลุ่มงานเลขานุการกรม สช. 22/4/64 (T/L)

7. ข้าราชการ กลุ่มงานกองทุนและสวัสดิการ สช. 22/4/64 (T/L)

8. ข้าราชการ กลุ่มงานกองทุนและสวัสดิการ สช. 22/4/64 (T/L)

9. อัตราจ้างเหมาบริการ สำนักอำนวยการ สพฐ. 22/4/64 (T/L)

10. อัตราจ้างเหมาบริการ กลุ่มโทรทัศน์ฯ OBEC Channel ห้องควบคุมห้องประชุมศูนย์ปฎิบัติการ สพฐ.5 ชั้น 9 ห้อง DOC สพฐ. 22/4/64

11. อัตราจ้างเหมาบริการ กลุ่มงานเลขานุการกรม สช. 23/4/2564 (T/L)

12. ข้าราชการ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ กลุ่มงานเลขานุการกรม สช. 23/4/2564 (T/L)

13. เจ้าหน้าที่สินเชื่อ กลุ่มงานสินเชื่อ กองทุนสงเคราะห์ ศธ. 23/4/64

14. เจ้าหน้าที่เงินสะสมและเงินสมทบ กลุ่มงานเงินสะสมและเงินสมทบ กองทุนสงเคราะห์ ศธ. 23/4/64

15. เจ้าหน้าที่เงินสะสมและเงินสมทบ กลุ่มงานเงินสะสมและเงินสมทบ กองทุนสงเคราะห์ ศธ. 23/4/64

16. อัตราจ้างเหมาบริการ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ กลุ่มงานเลขานุการกรม สช. 24/4/64

17. นิสิตฝึกงาน ที่สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สป. (เพศหญิง) 24/4/64 (T/L)

18. เจ้าหน้าที่สินเชื่อ กลุ่มงานสินเชื่อ กองทุนสงเคราะห์ ศธ. (เพศหญิง) 24/4/64

19. เจ้าหน้าที่เงินทุนเลี้ยงชีพ กลุ่มงานเงินทุนเลี้ยงชีพ กองทุนสงเคราะห์ ศธ. (เพศหญิง) 24/4/64

20. เจ้าหน้าที่สวัสดิการ กลุ่มงานสวัสดิการ กองทุนสงเคราะห์ ศธ. (เพศชาย) 24/4/64

แยกเป็นสังกัด (ตามพื้นที่ที่ทำงาน) สช. 7 ราย, สป. 2 ราย, สพฐ. 3 ราย, กองทุนสงเคราะห์ ศธ. 8 ราย

โดยในวันนี้ ศธ.ได้ฉีดยาฆ่าเชื้อในลิฟท์ ทางขึ้นลง และชั้น 8 แล้ว โดยข้าราชการและบุคลากรทุกคนของ สนย.สป. ต้องกักตัวเป็นเวลา 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน ถึงวันที่ 7 พฤษภาคม 2564