สรรพวิทยาคม จ.ตาก ผ่านประเมินออนไลน์ฉลุย คัด นร.เพื่อรับรางวัลพระราชทาน ประจำปี 2563 ไร้ปัญหา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/553381

สรรพวิทยาคม จ.ตาก ผ่านประเมินออนไลน์ฉลุย  คัด นร.เพื่อรับรางวัลพระราชทาน ประจำปี 2563 ไร้ปัญหา

สรรพวิทยาคม จ.ตาก ผ่านประเมินออนไลน์ฉลุย คัด นร.เพื่อรับรางวัลพระราชทาน ประจำปี 2563 ไร้ปัญหา

วันพฤหัสบดี ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 ในเขตพื้นที่อำเภอแม่สอด จึงส่งผลให้โรงเรียนสรรพวิทยาคม ซึ่งเป็นแห่งเดียวในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 38 ที่เปิดทำการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์เต็มรูปแบบ ดังนั้น ในการทำกิจกรรมต่างๆ จึงเน้นที่กระบวนการผ่านสื่อเทคโนโลยีที่หลากหลายรวมถึงการประเมินคัดเลือกนักเรียนเพื่อรับรางวัลพระราชทาน ล่าสุดได้มีการจัดประเมินคัดเลือกนักเรียนเพื่อรับรางวัลพระราชทาน ประจำปี 2563 ในรูปแบบออนไลน์ ผ่านโปรแกรม Google Meet โดยมี นายวรินทร สิริพงษ์ณภัทรนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสรรพวิทยาคม อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เป็นผู้ถูกประเมินคัดเลือก โดยมีดร.ประเสริฐ จั่นแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 2 เป็นประธานคณะกรรมการคัดเลือกนักเรียนเพื่อรับรางวัลพระราชทานระดับมัธยมปลาย โรงเรียนขนาดใหญ่ ปีการศึกษา 2563 ระดับกลุ่มจังหวัด ซึ่งผลการประเมินเสร็จสิ้นลงด้วยดีไม่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องเทคโนโลยีแต่อย่างไร

ม.ศรีปทุม ร่วมจิตอาสา กับ Unicef Thailand ขับเคลื่อนสังคมเชิงบวกของกลุ่มเยาวชนรุ่นใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/553384

ม.ศรีปทุม ร่วมจิตอาสา กับ Unicef Thailand  ขับเคลื่อนสังคมเชิงบวกของกลุ่มเยาวชนรุ่นใหม่

ม.ศรีปทุม ร่วมจิตอาสา กับ Unicef Thailand ขับเคลื่อนสังคมเชิงบวกของกลุ่มเยาวชนรุ่นใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผู้ช่วยศาสตราจารย์เกรียงไกร กงกะนันทน์ อาจารย์คณะดิจิทัลมีเดีย มหาวิทยาลัยศรีปทุม เปิดเผยถึงการนำทีมตัวแทนนักศึกษาดิจิทัลมีเดียที่มีจิตอาสากว่า 20 คน เข้าร่วมเป็นศิลปินอาสา ร่วมมือกับทางทีมงานอาสาสมัคร I AM UNICEF ให้การสนับสนุนการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนสังคมเชิบวกของกลุ่มเยาวชนรุ่นใหม่หลายๆ กลุ่ม ซึ่งเห็นตรงกันว่า เป็นโอกาสที่ดีที่ Unicef Thailand จะทำหน้าที่เป็นสื่อกลางส่งผ่านพลังบวกของน้องๆ จึงได้ร่วมพูดคุยกับนักศึกษาศิลปินอาสา

โดยทีมงานอาสาสมัคร I AM UNICEF องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ได้เปิดให้ศิลปินอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการส่งภาพวาดที่สื่อสารถึงการป้องกันตัวจากเชื้อไวรัส COVID-19 เพื่อนำมารวมเล่มและจัดทำเป็นสมุดระบายสีสร้างการเรียนรู้ให้กับเด็กไทยทั่วประเทศ ซึ่งรอบแรกได้แจกจ่ายในทุกพื้นที่ทั่วไทย จำนวนถึง30,000 เล่ม และในเดือนกุมภาพันธ์ที่โรงเรียนจะเปิดทำการเรียนการสอนอีกครั้งทีมงานวางแผนที่จะกระจายโอกาสการแจกจ่ายสมุดกิจกรรมผ่านช่องทางเว็บไซต์ https://iam.unicef.or.th/ เพื่อเปิดโอกาสในการทำกิจกรรมนี้ให้กับทุกๆ คน ที่ต้องการรับสมุดกิจกรรมไปสร้างการเรียนรู้ให้กับเด็กๆ ในชุมชนและพื้นที่ของตนเอง

หนึ่งในทีมงานอาสาสมัคร I AM UNICEF ได้เล่าถึงความรู้สึกที่ได้ร่วมงานกับนักศึกษามหาวิทยาลัยศรีปทุม ว่า ประทับใจในความสามารถของนักศึกษาทุกคนมากๆ ทั้งความกระตือรือร้นและความตั้งใจในการผลิตผลงาน และดีใจที่ Unicef ได้เป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันผลงานของน้องๆ นักศึกษา เพื่อส่งต่อไปให้เด็กๆ ทั่วประเทศไทยได้เรียนรู้ในการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องและลดการระบาดของโรค COVID-19 และหวังว่าน้องๆ ศิลปินอาสาจะได้ประสบการณ์ที่ดี

นอกจากนี้ ทางทีมงานอาสาสมัคร I AM UNICEF ยังคงวางแผนงานสำหรับโครงการต่อไปร่วมกับน้องๆ ศิลปินอาสา เพราะยังมีเด็กๆ ทั่วประเทศที่รอโอกาสในการเรียนรู้หลากหลายในด้านต่างๆ ทีมงานจึงหวังว่าความร่วมมือนี้จะนำไปสู้โครงการอื่นๆ อีกมากมายในอนาคต และหากน้องๆ นักศึกษาคนไหนสนใจหรือมีไอเดียใหม่ๆ ที่จะสามารถช่วยให้ชีวิตของเด็กทุกคนดีขึ้น สามารถติดต่อทีมงาน I AM UNICEF ได้ที่ Line : @iamunicef

โรงเรียนกฎหมายและการเมือง ร่วมมือกับภาครัฐ มสด. ‘เปิดศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/553382

โรงเรียนกฎหมายและการเมือง ร่วมมือกับภาครัฐ  มสด.‘เปิดศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน’

โรงเรียนกฎหมายและการเมือง ร่วมมือกับภาครัฐ มสด.‘เปิดศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน’

วันพฤหัสบดี ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 06.00 น.

รศ.ดร.ธนภัทร ปัจฉิมม์ คณบดีโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต (มสด.) ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานจัดตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน เปิดเผยถึงความร่วมมือทางวิชาการกับกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพระหว่างมหาวิทยาลัยสวนดุสิตกับภาครัฐ ว่า โรงเรียนกฎหมายและการเมืองได้ก่อเกิดตามดำริของ รศ.ดร.ศิโรจน์ ผลพันธิน อธิการบดี โดยมีพันธกิจหลัก คือ การให้บริการทางวิชาการแก่สังคม ชุมชน และท้องถิ่น รวมถึงการสร้างสรรค์ความรู้และความร่วมมือกับเครือข่าย และภาคประชาชนในมิติต่างๆ ซึ่งมีความสอดคล้องกับแผนปฏิบัติราชการของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม โดยเฉพาะ ด้านการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของเครือข่ายในด้านการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพภาคประชาชน

รศ.ดร.ธนภัทร กล่าวต่อว่า การจัดตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน ตามพระราชบัญญัติการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ.2562ได้ใช้ศักยภาพของบุคลากรในโรงเรียนกฎหมายและการเมือง ประกอบด้วยอาจารย์ทางด้านนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ และรัฐประศาสนศาสตร์ ที่มีองค์ความรู้มีความเข้าใจ และสามารถปฏิบัติหน้าที่ในการไกล่เกลี่ยได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในคดีทุนทรัพย์ไม่เกิน 500,000 บาท หรือคดีอาญาที่ยอมความได้ ซึ่งถือเป็นคดีอาญาเล็กน้อย ก่อเกิดประโยชน์แก่เพียงภาคประชาชนอย่างแท้จริงและสิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งคือ นักศึกษาของโรงเรียนกฎหมายและการเมืองจะได้รับประโยชน์สูงสุด เพราะได้เรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติจริง ตลอดจนเป็นจุดศูนย์กลางส่งต่อองค์ความรู้ให้พื้นที่อื่นบริเวณใกล้เคียงในอนาคตข้างหน้าสืบไป

‘ในหลวง-พระราชินี’ โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯยะลา เป็นประธานในพิธีมอบ ‘เทริดมโนราห์’ พระราชทาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/553529

'ในหลวง-พระราชินี'โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯยะลา เป็นประธานในพิธีมอบ'เทริดมโนราห์'พระราชทาน

‘ในหลวง-พระราชินี’โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯยะลา เป็นประธานในพิธีมอบ’เทริดมโนราห์’พระราชทาน

วันพุธ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 22.42 น.

“ในหลวง-พระราชินี” โปรดเกล้าฯให้ ผู้ว่าฯยะลา เป็นประธานในพิธีมอบ “เทริดมโนราห์” พระราชทาน แก่เยาวชนกลุ่มเพื่อน ๆ หนูน้อยมโนราห์จังหวัดยะลา 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงใส่พระราชหฤทัยและทรงให้ความสำคัญกับศิลปวัฒนธรรม ประเพณี ด้วยทรงมีพระราชปณิธานที่จะสืบสาน รักษา ต่อยอดต่อไป รวมถึงทรงคำนึงถึงทุกข์สุขของราษฎรทุกหมู่เหล่า  ไม่ว่าจะเป็นเด็ก เยาวชน  หากมีความเดือดร้อน  หรือความประสงค์ใดอันจะเป็นการสำคัญยิ่งที่จะให้เยาวชนของชาติเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่ดี  รักในบ้านเกิด  รักในถิ่นที่อยู่ของตนเอง รวมถึงรักในศิลปวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ประจำท้องถิ่นต่าง ๆ ในประเทศไทย  ให้มีผู้สืบสาน สืบทอดศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านประจำท้องถิ่นเหล่านั้นให้คงอยู่สืบไป  และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานความช่วยเหลือมาโดยตลอดมิได้ขาด

17 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 15.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นประธานในพิธีมอบ “เทริดมโนราห์” พระราชทาน  แก่เด็กหญิงกัญญาณัฐ สังข์แก้ว  ในนาม ตัวแทนกลุ่มเพื่อน ๆ หนูน้อยมโนราห์จังหวัดยะลา จำนวน 6 ศีรษะ  สำหรับเชิญไปใช้ เป็นเครื่องประกอบการแต่งกายสำหรับสวมศีรษะในการแสดงมโนราห์ ซึ่งเป็นศิลปะพื้นบ้านประจำถิ่นภาคใต้ของประเทศไทย ณ ห้องศรียะลา ศาลากลางจังหวัดยะลา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา

ทั้งนี้  ด้วยเด็กหญิงกัญญาณัฐ สังข์แก้ว  ปัจจุบันศึกษาระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนอนุบาลยะลา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา ได้ขอพระราชทานทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายฎีกาในนามกลุ่มตัวแทนเพื่อน ๆ หนูน้อยมโนราห์จังหวัดยะลา ขอพระราชทาน “เทริด”  สำหรับใช้เป็นเครื่องประกอบการแต่งกายสำหรับสวมศีรษะในการแสดงมโนราห์ ของกลุ่มเพื่อน ๆ หนูน้อยมโนราห์จังหวัดยะลา  ซึ่งเกิดขึ้น

จากการรวมตัวกันของเด็กและเยาวชนที่ส่วนใหญ่มีฐานะปานกลางถึงยากจน  ที่มีความสนใจและตั้งใจที่จะสืบสานการรำมโนราห์ ซึ่งเป็นศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ประจำท้องถิ่นภาคใต้ของประเทศไทย  โดยได้ร่วมเรียนและฝึกซ้อมการรำมโนราห์จากครูโนราห์จิตอาสา เพื่อเรียนรู้ สืบทอดการแสดงเผยแพร่วัฒนธรรมต่าง ๆ  ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์ใช้สถานที่วัดยะลาธรรมาราม  ในการสอนและฝึกซ้อมรำ และได้รับความอนุเคราะห์เครื่องแต่งกายชุดมโนราห์จากเพจร่วมด้วยช่วยกัน 3 จังหวัดชายแดนใต้  ส่วนเทริด  แต่เดิมได้รับความอนุเคราะห์ยืมเทริดจากโรงเรียนเทศบาล 4 (ธนวิถี) จังหวัดยะลา  

เทริด ถือเป็นเครื่องประกอบการแต่งกายสำหรับสวมศีรษะของผู้แสดงมโนราห์  อันเป็นที่เคารพบูชาของชาวใต้ที่มีเชื้อสายการแสดงมโนราห์  ซึ่งเป็นศิลปะประจำภาคใต้ ตามคำบอกเล่าในสมัยโบราณได้กล่าวไว้ว่า ในอดีตมโนราห์ เคยได้รับพระราชทาน “เทริด”  จากพระมหากษัตริย์ ซึ่งนับว่าเป็นของสูงศักดิ์ เป็นเกียรติแก่มโนราห์เป็นอย่างมาก ต่อมา เมื่อมีผู้แสดงมโนราห์มากขึ้น  ครั้นจะให้พระมหากษัตริย์พระราชทานเทริด แก่มโนราห์ทุกคนก็คงเป็นไปไม่ได้ แต่มโนราห์ต้องมีเทริด เป็นเครื่องประกอบการแต่งกายเป็นของตนเอง จึงมีผู้ทำเทริดขึ้นมา คล้ายกับรูปแบบของพระราชทาน ซึ่งในปัจจุบันยังคงรูปแบบเดียวกับสมัยก่อน แต่มีการออกแบบที่หลากหลาย ที่เป็นเอกลักษณ์ของช่างในแต่ละพื้นที่หรือแต่ละจังหวัด

การได้รับพระราชทานเทริดมโนราห์ในครั้งนี้ ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่เด็กหญิงกัญญาณัฐ ฯ  กลุ่มเพื่อน ๆ หนูน้อยมโนราห์จังหวัดยะลา  ศิลปินพื้นบ้าน  รวมถึงผู้สืบสานศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นของทางภาคใต้ทุกคนอย่างหาที่สุดมิได้
 

‘มล.ปนัดดา’ ย้ำ นร.หัวหิน ประพฤติดุจสุภาพชน-ไม่ปล่อยข่าวเท็จ ในโซเชียล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/553509

‘มล.ปนัดดา’ย้ำ นร.หัวหิน ประพฤติดุจสุภาพชน-ไม่ปล่อยข่าวเท็จ ในโซเชียล

‘มล.ปนัดดา’ย้ำ นร.หัวหิน ประพฤติดุจสุภาพชน-ไม่ปล่อยข่าวเท็จ ในโซเชียล

วันพุธ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 20.23 น.

‘มล.ปนัดดา’ย้ำ นร.หัวหิน ประพฤติดุจสุภาพชน-ไม่ปล่อยข่าวเท็จ ในโซเชียล

17 กุมภาพันธ์ 2564 ที่โดมอเนกประสงค์ โรงเรียนหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ หม่อมหลวง (ม.ล.) ปนัดดา ดิศกุล สมาชิกวุฒิสภา และรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ให้เกียรติเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษในหัวข้อ “ความเพียร ซื่อตรง เป็นสุภาพชน คือ นวัตกรรมเพื่อการสืบสาน รักษา และต่อยอด” ให้กับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-5 กว่า 500 คน โดยมี นายสุชาติ ปรีด์เปรม ผู้อำนวยการโรงเรียนหัวหิน , นายกิตติชัย ศรีทองช่วย ปลัดอำเภอหัวหิน , นายทวีศักดิ์ เดชะปัญญา ประธานกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนหัวหิน และคณะครูให้การต้อนรับ

สำหรับการจัดการบรรยายพิเศษในครั้งนี้ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและปลูกจิตสำนึกให้นักเรียนสามารถเรียนรู้และเข้าใจในความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่มีต่อประเทศไทย และนำหลักการ วิธีการทรงงานมาเป็นพื้นฐานในการเรียนและการพัฒนาตนเองให้ประพฤติปฏิบัติตนเป็นคนดี โดยยึดถือหลักความมีมานะ วินัยในการดำรงชีวิตและที่สำคัญเยาวชนรุ่นใหม่ต้องมีความเป็นสุภาพชน มีความอ่อนน้อมถ่อมตน ซื่อสัตย์ รักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นความดีงามของเยาวชนไทย ที่ทุกคนต้องร่วมกันมุ่งมั่นรักษาธำรงไว้ เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เยาวชนรุ่นหลัง

หม่อมหลวงปนัดดา กล่าวตอนหนึ่งในช่วงบรรยาย ว่า “ผมขอเน้นย้ำในเรื่องการสื่อสารว่าควรให้ความสำคัญกับการใช้คำพูด คำศัพท์ ใช้โซเชียลมีเดีย ไม่ใช่ใช้กันด้วยการปล่อยข่าวเท็จ ใส่ร้ายป้ายสีบุคคลอื่น ใช้ถ้อยคำอันไม่ใช่เป็นสุภาพชน สังคมมีความร่มเย็นก็ด้วยเราทุกคน ความเป็นคนดีนั้นสำคัญกว่าทุกสิ่ง วันนี้เรามุ่งมั่นเรียนเพียรศึกษา ประพฤติชอบ คิดดี ทำดี มีความซื่อตรง มุ่งเดินหน้าสู่ความเป็นผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบ เพื่อเป็นพลเมืองดีของชาติบ้านเมืองต่อไป”

สพฐ. จับมือ อาชีวะ สร้าง ‘ห้องเรียนอาชีพ’ ยกระดับคุณภาพชีวิตปชช.ทุกจังหวัด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/553409

สพฐ. จับมือ อาชีวะ สร้าง ‘ห้องเรียนอาชีพ’ ยกระดับคุณภาพชีวิตปชช.ทุกจังหวัด

สพฐ. จับมือ อาชีวะ สร้าง ‘ห้องเรียนอาชีพ’ ยกระดับคุณภาพชีวิตปชช.ทุกจังหวัด

วันพุธ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 17.00 น.

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2564 นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า สพฐ. ได้เตรียมการทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU) กับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) ตามที่นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ได้มีนโยบายที่จะทำให้การศึกษาเป็นเครื่องมือในการยกระดับคุณภาพชีวิตและให้ประชาชนในทุกจังหวัดมีรายได้ โดยมีการนำนโยบายเรื่องการขับเคลื่อนโรงเรียนคุณภาพของชุมชน และโรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมืองมาต่อยอด เพื่อที่จะนำไปใช้ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนต่อไป

“หากการขับเคลื่อนโรงเรียนคุณภาพของชุมชน และโรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมือง ดำเนินไปอย่างมีคุณภาพแล้ว การต่อยอดให้เด็กมีรายได้และมีงานทำจริงๆจะต้องมีการเชื่อมโยงกับอาชีวศึกษาด้วย ดังนั้น รมว.ศึกษาฯจึงให้ สพฐ. กับ สอศ. หารือร่วมกันเพื่อหาวิธีการจัดการศึกษาให้เชื่อมโยงกับอาชีพพื้นฐาน” นายอัมพร กล่าว

นายอัมพร กล่าวต่อว่า เบื้องต้น สพฐ. กับอาชีวศึกษาหารือกันและตกลงกันว่าจะจัดทำ ห้องเรียนอาชีพร่วมกัน ในชื่อว่า “ห้องเรียนอาชีพ” โดยจะมีการดำเนินการ 2 รูปแบบคือ  รูปแบบที่ 1 การจัดหลักสูตรอาชีพระยะสั้น เพื่อให้เด็กเรียนรู้แล้วสามารถทำได้ หรือเป็นอาชีพได้ เช่น การประกอบอาหาร การทำขนม เป็นต้น  รูปแบบที่ 2 การจัดการเรียนการสอนอาชีพที่จัดเป็นหน่วยการเรียน โดยกำหนดให้เรียนในวิชาพื้นฐาน หรือวิชาเลือก  ซึ่งผู้เรียนสามารถนับและเก็บหน่วยกิตได้ หรือนำผลการเรียนไปเก็บไว้ในธนาคารหน่วยกิตหรือเครดิตแบงค์ได้ โดยผู้เรียนสามารถสะสมหน่วยกิตตั้งแต่ช่วงมัธยม หากต้องการศึกษาต่อสายอาชีพ ก็สามารถนำหน่วยกิตไปนับรวมได้ 

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวอีกว่า การจัดการเรียนสอนดังกล่าว นอกจากทำให้ผู้เรียนสามารถนำไปใช้ประกอบอาชีพได้แล้ว ยังนำหน่วยกิจที่สะสมไว้ไปประกอบการเรียนต่อระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ(ปวช.) และ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง(ปวส.)ได้ด้วย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งทางที่จะส่งเสริมให้นักเรียนมีแรงจูงใจมากขึ้น ทั้งนี้  คาดว่าประมาณสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ สพฐ.และ สอศ.จะทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกันอย่างเป็นทางการ โดยมี นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ  รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธาน และจะเริ่มดำเนินโครงการในปีการศึกษา 2564 นี้ ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ในโรงเรียนที่มีความพร้อม

สอศ. สอบคัดเลือกครูผู้ช่วย ‪21 ก.‬พ นี้ มีผู้มีสิทธิสอบ 6,720 คน 61 กลุ่มวิชา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/553407

สอศ. สอบคัดเลือกครูผู้ช่วย ‪21 ก.‬พ นี้  มีผู้มีสิทธิสอบ 6,720 คน 61 กลุ่มวิชา

สอศ. สอบคัดเลือกครูผู้ช่วย ‪21 ก.‬พ นี้ มีผู้มีสิทธิสอบ 6,720 คน 61 กลุ่มวิชา

วันพุธ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 16.41 น.

วันที่ 17 ก.พ. 2564  ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้ดำเนินการรับสมัครสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษตำแหน่งครูผู้ช่วย (เขตทั่วไป) และการคัดเลือกพนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ ครูสอนศาสนาอิสลาม วิทยากรอิสลามศึกษา พนักงานจ้างเหมาบริการ ครูอัตราจ้างหรือลูกจ้างชั่วคราว เพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย (เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้) 4 อำเภอ ในจังหวัดสงขลา (อำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอนาทวี และอำเภอสะบ้าย้อย) สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา  

เลขาธิการ กอศ. กล่าวว่า การรับสมัครสอบ มีผู้มีสิทธิสอบ ทั้งหมด 6,720 คน (61 กลุ่มวิชา) แบ่งเป็น เขตทั่วไป จำนวน 6,522 คน (60 กลุ่มวิชา) เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 198 คน (27 กลุ่มวิชา) โดย สอศ. กำหนดวัน เวลา และสถานที่การสอบข้อเขียน (ภาค ก.และภาค ข.) ตำแหน่งครูผู้ช่วย ดังกล่าวข้างต้น ‪ในวันอาทิตย์ที่ 21 ก.พ. 2564 นี้ เวลา 09.00 – 16.00 น.‬ ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

โดยแบ่งจำนวนผู้เข้าสอบออกเป็น 7 สนามสอบ ได้แก่ สนามสอบที่ 1-4 อาคารอิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น เซ็นเตอร์ ฮอลล์ 5-8  สนามที่ 5 อาคารอิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ 1  สนามสอบที่ 6 อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม ฮออล์ 4  สนามที่ 7 (1) อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม แกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม  สนามสอบที่ 7 (2) อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม ซัพพลาย และเนื่องจากปัจจุบันจังหวัดสมุทรสาคร ยังถือว่าเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด จึงกำหนดให้ผู้มีสิทธิสอบที่อยู่ภูมิลำเนาหรือปฏิบัติงานอยู่ในสังกัดสถานศึกษาจังหวัดสมุทรสาคร จำนวน 53 คน สอบ ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 4 อาคาร 7 วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร (วันและเวลาเดียวกันกับอิมแพ็ค)  

ทั้งนี้  จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพื่อเป็นการป้องกัน เฝ้าระวังและควบคุมการแพร่กระจายเชื้อ สอศ. จึงให้ผู้มีสิทธิสอบทุกคน ปฏิบัติตามแนวทางของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ในวันสอบ เช่น การทำความสะอาด ฆ่าเชื้อสนามสอบและพื้นที่ผิวสัมผัสต่าง ๆ ทั้งก่อน-ระหว่าง-และหลังจากการสอบ การจัดโต๊ะเก้าอี้ของผู้มีสิทธิ์สอบเว้นระยะห่าง 1.5 เมตร การจัดจุดวัดอุณหภูมิของผู้เข้ารับการสอบในทุกทางเข้าอาคารสนามสอบ การกำหนดให้ผู้เข้าสอบและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลาที่อยู่ในสนามสอบ การจัดเตรียมเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ การจัดเจ้าหน้าที่เพื่อแนะนำและอำนวยความสะดวกในทุกสนามสอบ  

2ทศวรรษสร้างเสริมสุขภาวะ ‘สสส.’กับรางวัลเกียรติยศระดับโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/553146

2ทศวรรษสร้างเสริมสุขภาวะ  ‘สสส.’กับรางวัลเกียรติยศระดับโลก

2ทศวรรษสร้างเสริมสุขภาวะ ‘สสส.’กับรางวัลเกียรติยศระดับโลก

วันพุธ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 06.00 น.

“สงกรานต์ปลอดเหล้าจัดครั้งแรกที่ถนนข้าวเหนียว 10 กว่าปีก่อน ตอนเราเริ่มๆ เจรจา คุยๆ กันสงกรานต์ปลอดเหล้าเป็นเรื่องที่ถูกหัวเราะใส่หน้า เป็นไปไม่ได้! เป็นเรื่องตลก! จนกระทั่งมีเทศบาลนครขอนแก่น กล้าหาญที่จะลองเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ บนถนนข้าวเหนียวก่อนแล้วก็เกิดต้นแบบถนนตระกูลข้าวตามมาเกือบ 60 ข้าว จนจะหาชื่อข้าวตั้งไม่ได้”

เรื่องเล่าจาก สุปรีดา อดุลยานนท์ผู้จัดการกองทุน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ถึงการเกิดขึ้นของแนวคิด “สงกรานต์ปลอดเหล้า” ที่ในอดีตหากไปพูดที่ไหนมีแต่จะถูกเย้ยหยันว่าไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะสงกรานต์ก็เฉกเช่นเทศกาลหรืองานประเพณีอื่นๆ ที่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นของคู่กันแทบจะตั้งแต่เกิดจนตายของสังคมไทย ไม่ว่าสงกรานต์ ปีใหม่ งานบุญงานบวช ฯลฯ

กระทั่งเมื่อมีหน่วยงานภาครัฐในระดับท้องถิ่นแห่งหนึ่ง ดังกรณีนี้คือ เทศบาลนครขอนแก่น จ.ขอนแก่น ขออาสาปักหมุดนำร่องเป็นพื้นที่แรก ภายใต้การสนับสนุนจาก สสส. ก็ทำให้ “ถนนข้าวเหนียว” กลายเป็นหนึ่งในสถานที่เล่นสาดน้ำในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่มีชื่อเสียงในระดับประเทศ และแนวคิดพื้นที่เล่นสาดน้ำที่ไม่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็ขยายวงไปอีกมากมายหลายจุดทั่วไทย

แม้ สสส. จะเป็นองค์กรที่ไม่มีอำนาจตามกฎหมายจะไปสั่งการหรือบังคับใครให้ปฏิบัติตามได้ แต่ก็มีจุดแข็งอยู่ที่การทำงานเชิงวิชาการ การสื่อสารกับสังคม และการประสานกับภาคีเครือข่ายที่ลงลึกถึงชุมชน “การทำงานของ สสส. เน้นหนักไปที่การสร้างความรู้ความเข้าใจในระดับเปลี่ยนแปลงค่านิยมหรือวัฒนธรรมเดิมซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพ” เช่น สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ออกกำลังกายน้อยรับประทานอาหารหวาน มัน เค็ม ฯลฯ

สุปรีดา ยกตัวอย่างคำว่า “ให้เหล้าเท่ากับแช่ง” ซึ่งก่อนจะมาเป็นคำขวัญคุ้นหูในเทศกาลปีใหม่ สสส. เองก็ได้เรียนรู้จากความล้มเหลว เพราะเคยมีการใช้คำว่า “กระเช้าปลอดเหล้า” รณรงค์ไม่ให้กระเช้าของขวัญที่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แล้วพบว่าไม่เข้าถึงความรู้สึกนึกคิดของคนไทย จึงเปลี่ยนเป็นคำว่าให้เหล้าเท่ากับแช่ง เพราะในเมื่อกระเช้าของขวัญนั้นแทนด้วยสิ่งดีๆ ความปรารถนาดีของผู้ให้ถึงผู้รับ ก็ไม่ควรจะนำครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ก่อความเสี่ยงต่อสุขภาพมาเป็นของขวัญมอบให้กัน

“เอามุมด้านจิตวิทยาสังคม เอามุมด้านวัฒนธรรม ปีใหม่กระเช้าที่ถือเป็นเจตนาที่จะมอบสิ่งดีๆ ให้กับคนที่เราเคารพรักเนื่องในวันมงคล แล้วทำไมเราเอาสิ่งอัปมงคลไปให้ในวันมงคล ให้เหล้าเท่ากับแข่ง มันClick (โดนใจ) กับสังคมไทยนะตอนนั้นก็บวกกับการบังคับใช้กฎหมายมาตรา 32 ของ พ.ร.บ.แอลกอฮอล์(พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พ.ศ.2551) ที่ห้ามขายพ่วง แนวมันไปด้วยกัน เหล้าหายไปจากกระเช้าจำนวนมากจนทุกวันนี้ บทเรียนนี้ไปแสดงที่อื่นไม่ Click ประเทศอื่นเขาไม่ Click มันใช้ไม่ได้ มันเป็น Context
(บริบท) เฉพาะเรา” สุปรีดา อธิบาย

การทำงานของ สสส. ทำให้แม้ว่าจำนวนผู้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะไม่ลดลงมากนักอย่างมีนัยสำคัญ โดยลดจากร้อยละ 32.7 ในปี 2547 มาอยู่ที่ร้อยละ 28.4 ในปี 2560 แต่ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่เป็นเพียงการดื่มในเชิงสังคม (Social Drink) ไม่ใช่การดื่มหนักประเภทเมาหัวราน้ำ ขณะที่การสูบบุหรี่นั้นลดลงจากร้อยละ 25.47 ในปี 2544 เหลือร้อยละ 19.10ในปี 2560 และส่วนใหญ่คือคนที่สูบอยู่เดิมมานานแล้ว

ในทางกลับกันยังพบว่า คนไทยมีกิจกรรมทางกายเพิ่มขึ้นจากร้อยละ66.30 ในปี 2555 เป็นร้อยละ 74.60 ในปี 2562 เห็นได้ชัดจาก “งานวิ่ง”ที่จัดกันแทบทุกสัปดาห์ก่อนเกิดสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 และมีคนสมัครร่วมวิ่งเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม สำหรับเรื่องใหม่อย่าง “ภาษีความหวาน” หรือการเก็บภาษีจากเครื่องดื่มที่ผสมน้ำตาล ที่เริ่มต้นมาตั้งแตปี 2562 หวังให้ประชาชนลดการบริโภคเพื่อลดความเสี่ยงจากกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวาน ความดัน ภาวะอ้วน ฯลฯ ยังต้องติดตามผลกันต่อไปกว่าเปลี่ยนแปลงมากน้อยเพียงใด

“ภาษีเครื่องดื่มผสมน้ำตาล อันที่จริงก็ซับซ้อนพอประมาณ น้ำตาลคือปัจจัยเสี่ยงอย่างหนึ่ง กินน้ำตาลเยอะๆ มีปัญหาต่อสุขภาพทำนองเดียวกับเหล้า-บุหรี่ ความยากกว่าก็คือน้ำตาลมันมีประโยชน์ มันก็มีพลังงาน ไม่นับว่าเป็นรสชาติของชีวิต ใครเอาความหวานไปจากชีวิตเรามันจะโกรธ แม้แต่คำว่า…อันแสนหวาน..ไปต่อท้ายอะไรมันเป็นสิ่งดีงามทั้งนั้น เรากำลังพูดถึงปัจจัยเสี่ยงบางตัวซึ่งกำกวมกว่าเรื่องชัดๆ อย่างยาบ้า เหล้า บุหรี่”สุปรีดา ระบุ

ในเดือน พ.ย. 2564 จะเป็นช่วงครบรอบ 2 ทศวรรษในการเกิดขึ้นของ สสส. พอดี ซึ่งจากการทำงานตลอด 20 ปี ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อสังคมไทยหลายด้าน เกิดโครงการส่งเสริมสุขภาพกว่า 3,000 โครงการต่อปี ครอบคลุมประเด็นเชิงสุขภาวะที่หลากหลาย มีภาคีเครือข่ายมากกว่า 20,000 ราย เข้าร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การสร้างเสริมสุขภาพ ทำให้ องค์การอนามัยโลก (WHO)ตัดสินใจมอบ “รางวัล เนลสัน แมนเดลาด้านการส่งเสริมสุขภาพ (Nelson Mandela Award for Health Promotion 2021)” ให้กับ สสส.

โดย เนลสัน แมนเดลา นอกจากจะเป็นรัฐบุรุษของประเทศแอฟริกาใต้ในฐานะผู้ต่อสู้เพื่อยุติปัญหาการแบ่งแยกสีผิวจนได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพแล้ว ยังมีบทบาทด้านส่งเสริมการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับสตรี เด็ก และโรคเอดส์ (HIV/AIDS) ด้วย องค์การอนามัยโลกจึงนำชื่อของท่านมาตั้งเป็นรางวัลดังกล่าว และการที่ สสส. ได้รับรางวัลนี้ ย่อมถือเป็นความสำเร็จของภาคีเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพทุกคนที่อุทิศตนทำงาน

ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวถึงประเด็นท้าทายที่ สสส. จะต้องทำต่อไปหลังจากนี้ เช่น การพัฒนาระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) สำหรับให้ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพอย่าง
เจาะจงเป็นรายบุคคล ผ่านความร่วมมือกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) ที่มีแอปพลิเคชั่นของตนเองสำหรับแจ้งข่าวสารเรื่องสิทธิประโยชน์ต่างๆ กับประชาชนผู้ถือบัตรทอง ในการนำผลการศึกษาต่างๆ ที่อยู่ในคลังข้อมูลของ สสส. ส่งต่อให้กับผู้ที่ต้องการความรู้ด้านนั้น อาทิ คนสูบบุหรี่ที่อยากเลิกบุหรี่ พ่อแม่มีลูกวัยรุ่นที่ต้องพูดคุยเรื่องเพศกับลูก เป็นต้น

หรือการรับมือปัจจัยเสี่ยงใหม่ๆด้านสุขภาพที่มากับเทคโนโลยี อาทิ การรังแกกันทางออนไลน์ (Cyber Bullying) เส้นแบ่งระหว่างการเล่นเกมคอมพิวเตอร์เพื่อเป็นกีฬา (E-Sport) กับภาวะติดเกม นอกจากนี้ จะมีการเปิดตัว 2 หน่วยงานภายใต้การกำกับ คือ ศูนย์กิจการสร้างสุข (SOOK Enterprise) ทำหน้าที่ขยายผลองค์ความรู้ข้อมูลวิชาการ สร้างเสริมประสบการณ์ด้านสุขภาวะให้เข้าถึงประชาชน ผ่านกิจกรรมและผลิตภัณฑ์สุขภาวะที่สร้างสรรค์ และสถาบันการเรียนรู้การสร้างเสริมสุขภาพ (ThaiHealth Academy) เพื่อพัฒนาศักยภาพ และให้คำปรึกษาภาคีเครือข่าย

สำหรับพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ รางวัล เนลสัน แมนเดลาด้านการส่งเสริมสุขภาพ จะจัดขึ้นในระหว่างการประชุมสมัชชาอนามัยโลกสมัยที่ 74 ในวันที่ 28 พ.ค. 2564 ที่เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ทั้งนี้ สสส. ขอชวนคนไทยร่วมภาคภูมิใจไปด้วยกัน เป็นพลังสร้างสรรค์งานสร้างเสริมสุขภาวะ!!!

สพฐ.ชี้แจง เพิ่มทักษะภาษาอังกฤษครู ไม่มีผลต่อเงินเดือน-เลื่อนวิทยฐานะ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/553166

สพฐ.ชี้แจง เพิ่มทักษะภาษาอังกฤษครู ไม่มีผลต่อเงินเดือน-เลื่อนวิทยฐานะ

สพฐ.ชี้แจง เพิ่มทักษะภาษาอังกฤษครู ไม่มีผลต่อเงินเดือน-เลื่อนวิทยฐานะ

วันอังคาร ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 17.48 น.

16 ก.พ.2564 นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผย ว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)ได้มีการขับเคลื่อนทักษะภาษาอังกฤษสำหรับครูในปีการศึกษา 2564 ตามนโยบายของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ต้องการให้ครูมีสมรรนะเพิ่มเติมใน 3 เรื่อง คือ 1.ทักษะการใช้ภาษาไทยเพื่อการสื่อสารและการนำเสนอ  2.ทักษะการสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร และ 3.ทักษะความเข้าใจการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล หรือ Digital literacy ซึ่งเป็นทักษะที่มีความสำคัญและเป็นเครื่องมือสำหรับครูที่จะใช้ในการสื่อสารกับนักเรียน รวมถึงเป็นเครื่องมือในการแสวงหาองค์ความรู้ เพื่อใช้ในการจัดการเรียนการสอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทักษะภาษาอังกฤษและทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งจากความจำเป็นดังกล่าว สพฐ.จึงมีนโยบายให้ครูประเมินตนเอง เพื่อนำไปพัฒนาโดยผ่านกลไกของศูนย์พัฒนาศักยภาพบุคคลเพื่อความเป็นเลิศ (Human Capital Excellence Center : HCEC)ของ สพฐ. ซึ่งเป็นศูนย์ทดสอบและพัฒนาศักยภาพบุคลากรของสพฐ.

“ในการประเมินทักษะภาษาอังกฤษจะมีด้วยกัน 6 ระดับ คือ A1 A2  B1 B2  C1 C2 ซึ่งผลการประเมินจะไม่มีผลต่อเงินเดือน หรือการเลื่อนวิทยฐานะแต่อย่างใด แต่เป็นการประเมินเพื่อให้ครูที่ได้ผลการประเมินระดับต่ำกว่ามาตรฐาน ก็ควรจะไปเข้ารับการพัฒนาเพื่อเพิ่มสมรรถนะในทักษะภาษาอังกฤษเท่านั้น  ไม่ได้หมายความว่าจะต้องได้รับโทษแต่อย่างใด และหากใครต้องการขอมี หรือเลื่อนวิทยฐานะ แม้จะประเมินได้ในระดับA1 ก็สามารถยื่นขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะได้ตามเกณฑ์ที่ก.ค.ศ.กำหนด ทั้งเกณฑ์เก่าและเกณฑ์ใหม่ เพียงแต่เกณฑ์ทางก.ค.ศ.ได้กำหนดไว้ว่า ครูที่จบวิชาเอกภาษาอังกฤษและสอนภาษาอังกฤษโดยตรง ถ้าประเมินแล้วได้ระดับ B1 สามารถนำผลการประเมินไปขอลดระยะเวลาในการขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะได้  เป็นต้น  เพราะฉะนั้นการมีทักษะภาษาอังกฤษของครูจะเป็นแต้มต่อในการขอมีและเลื่อนวิทยฐานะได้เท่านั้น  ไม่ใช่เป็นเกณฑ์หรือคุณสมบัติอย่างที่เข้าใจ”  เลขาธิการ กพฐ.กล่าว

เช็คเลย! ประกาศรายชื่อครูอาวุโส ประจำปี 2563 จำนวน 9,283 คน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/553079

เช็คเลย! ประกาศรายชื่อครูอาวุโส ประจำปี 2563 จำนวน 9,283 คน

เช็คเลย! ประกาศรายชื่อครูอาวุโส ประจำปี 2563 จำนวน 9,283 คน

วันอังคาร ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 14.08 น.

เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2564 ดร.ดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า ตามที่คุรุสภา โดย มูลนิธิช่วยครูอาวุโส ในพระบรมราชูปถัมภ์ ขอเชิญผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ที่เกษียณอายุราชการในปี พ.ศ.2563 ยื่นแบบขอรับเครื่องหมายเชิดชูเกียรติครูอาวุโส ประกาศนียบัตร และเงินช่วยเหลือ ประจำปี 2563 นั้น บัดนี้ มูลนิธิช่วยครูอาวุโส ในพระบรมราชูปถัมภ์ ขอประกาศรายชื่อครูอาวุโส ประจำปี 2563 จำนวน 9,283 คน ในจำนวนนี้มีผู้ได้รับเงินช่วยเหลือ จำนวน 30 คน

ทั้งนี้ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาจะนำครูอาวุโส ประจำปี 2563 เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือผู้แทนพระองค์ เพื่อรับพระราชทานเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ ประกาศนียบัตร และเงินช่วยเหลือ สำหรับวัน เวลา และสถานที่ใด จะแจ้งให้ทราบต่อไป สามารถตรวจสอบรายชื่อครูอาวุโส ประจำปี 2563 ได้ที่เว็บไซต์คุรุสภา www.ksp.or.th สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เบอร์โทรศัพท์ 0-2280-4333