‘สกสค.’ คิกออฟจัดทำระบบเลขครุภัณฑ์ใหม่ ครั้งแรกในรอบ 17 ปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/548567

'สกสค.'คิกออฟจัดทำระบบเลขครุภัณฑ์ใหม่ ครั้งแรกในรอบ 17 ปี

‘สกสค.’คิกออฟจัดทำระบบเลขครุภัณฑ์ใหม่ ครั้งแรกในรอบ 17 ปี

วันพุธ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2564, 18.00 น.

‘สกสค.’ คิกออฟจัดทำเลขครุภัณฑ์ครั้งแรกในรอบ 17 ปี เร่งจัดระเบียบข้อมูลให้สมาชิก ‘ช.พ.ค.-ช.พ.ส.’ ที่เสียชีวิต ต้องได้รับเงินภายใน 24 ชม.

วันที่ 27 มกราคม 2564 นายธนพร สมศรี คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพ ครูและบุคลากรทางการศึกษา (เลขาธิการ สกสค.) เปิดเผยภายหลังประชุมผู้บริหาร ว่า สกสค.ได้ดำเนินการทำสิ่งใหม่ ๆเป็นครั้งแรกในรอบ 17 ปี ที่ผ่านมาหลายคนอาจจะไม่รู้ว่า สกสค.เป็นหน่วยงานใต้กำกับของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) แต่ทรัพยสินที่มาจากงบประมาณ ที่ซื้อจากเงินขององค์กร กลับไม่มีเลขครุภัณฑ์เลย ดังนั้น สกสค.จึงคิกออฟแคมปญจัดทำเลขครุภัณฑ์ขึ้นเป็นครั้งแรก โดยใส่เลขครุภัณฑ์ลงในอุปกรณ์ทุกชิ้น ไม่ว่าจะเป็น โต๊ะ เก้าอี้ เครื่องฟอกอากาศ คอมพิวเตอร์ เครื่องถ่ายเอกสาร เป็นต้น ซึ่งจะง่ายต่อการนำไปจำหน่ายเวลาชำรุด ทำลายทิ้ง และง่ายต่อการตรวจสอบความโปร่งใส และตรวจสอบการใช้เงินที่ซื้ออุปกรณ์เข้ามา ที่ผ่านมา สกสค.ไม่มีเลขครุภัณฑ์จึงทำให้ง่ายต่อการทุจริต ที่ทั้งยังไม่สามารถตรวจสอบการจัดซื้อครุภัณฑ์ได้ เพราะไม่มีเลขครุภัณฑ์กำกับไว้ และไม่มีบัญชีควบคุมว่าครุภัณฑ์แต่ละชิ้นมีจำนวนเท่าใด ถือเป็นการเริ่มต้นใหม่ของ สกสค. ที่จะนับเลขครุภัณฑ์ทุกชิ้นว่าครุภัณฑ์แต่ละชิ้นมาจากไหน เช่น เป็นครุภัณฑ์ที่มาจากเงินงบประมาณของรัฐ ครุภัณฑ์ที่มาจากเงินบริจาคขององค์ เป็นต้น

“ต่อไปนี้การทำงานของ สกสค. จะมีระบบ ระเบียบมากขึ้น และจะเป็นมืออาชีพมากขึ้น นอกจากนี้ สกสค.จะจัดระบบเอกสารให้อยู่ในรูปแบบ e-document สิ่งเหล่านี้ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดี ที่เราจะติดกระดุมเม็ดแรกให้ถูกต้อง และทำให้ สกสค.ขึ้นชื่อว่าเป็นองค์กรที่โปร่งใส ทันสมัย  และใส่ใจในการบริการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตามนโยบายของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการ ศธ.  ดังนั้นต่อไปการทำงานของ สกสค.จะสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น” เลขาธิการ สกสคซ กล่าว 

นายธนพร  กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ตนอยู่ระหว่างผลักดันให้การเบิกจ่ายเงินให้ครูผู้เป็นสมาชิกโครงการสวัสดิการเงินกู้การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) ที่เสียชีวิตลง จะต้องได้รับเงิน 200,000 บาทใน 24 ชั่วโมง และเมื่อผู้ที่เป็นสมาชิกการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษาในกรณีคู่สมรสถึงแก่กรรม (ช.พ.ส.) เสียชีวิตลง คู่สมรสจะได้รับเงิน 100,000 บาท ภายใน 24 ชั่วโมง รวมทั้งผลักดันการขอรับเงินสงเคราะห์ครอบครัวของสมาชิก ช.พ.ส. ที่ถึงแก่ความตาย ใช้รวดเร็วขึ้น เพราะปกติจะใช้เวลา 3-4 เดือนกว่าจะได้รับเงิน คาดว่ากระบวนการต่างๆ จะสามารถทำได้ในเร็วๆ นี้ เพราะ สกสค.มีข้อมูลเอกสารที่ง่ายต่อการสืบค้นอยู่แล้ว

‘ในหลวง-พระราชินี’ พระราชทาน ‘รถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ’ ลงพื้นที่สมุทรสาคร รู้ผลเร็วใน 3 ชม. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/548528

'ในหลวง-พระราชินี'พระราชทาน'รถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ' ลงพื้นที่สมุทรสาคร รู้ผลเร็วใน 3 ชม.

‘ในหลวง-พระราชินี’พระราชทาน’รถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ’ ลงพื้นที่สมุทรสาคร รู้ผลเร็วใน 3 ชม.

วันพุธ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2564, 17.29 น.

ปลัดกระทรวงสาธารณสุข สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ได้พระราชทาน “รถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ” ใช้งานคู่กับรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยพระราชทาน เสริมกำลังการค้นหาเชิงรุกที่จังหวัดสมุทรสาคร ตรวจวิเคราะห์ผลได้ในพื้นที่ ทราบผลเร็วภายใน 3 ชั่วโมง เพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันควบคุมโรค 

วันที่ 27 มกราคม 2564 นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่ทรงติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) อย่างใกล้ชิด ทรงให้ความสำคัญการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่จำเป็นต้องดำเนินการให้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อให้ทราบผลและจำนวนผู้ติดเชื้อ สามารถออกมาตรการหรือควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที โดยได้พระราชทาน “รถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ” ต้นแบบ ให้กระทรวงสาธารณสุขใช้งานคู่กับรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยพระราชทาน ค้นหาเชิงรุกแบบเบ็ดเสร็จในพื้นที่ ทราบผลรวดเร็ว แม่นยำ

นายแพทย์เกียรติภูมิ กล่าวต่อว่า ในวันนี้ได้มอบหมายให้สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง นำรถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ 1 คัน และรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยพระราชทาน 3 คัน พร้อมนักเทคนิคการแพทย์จิตอาสา ลงทำงานในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย เพื่อเสริมกำลังในการค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุก เก็บตัวอย่างและวิเคราะห์ผลการตรวจในพื้นที่ ทราบผลภายใน 3 ชั่วโมง โดยไม่ต้องส่งไปตรวจที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์หรือห้องปฏิบัติการโรงพยาบาล มีความปลอดภัยต่อบุคลากรทางการแพทย์ สามารถตรวจได้ 800 -1,000 ตัวอย่างต่อวัน ด้วยเทคนิคการเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรมดีเอ็นเอด้วยปฏิกิริยาโพลีเมอเรส หรือ RT-PCR (Real Time Polymerase Chain Reaction) ช่วยให้ค้นหาผู้ติดเชื้อได้รวดเร็ว เพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันควบคุมโรค 

ทั้งนี้ รถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ เป็นห้องปฏิบัติการเคลื่อนที่ มีพื้นที่ใช้สอย 16.8 ตารางเมตร (7 เมตร x 2.4 เมตร) ภายในประกอบด้วย  3 ห้องหลัก ได้แก่ ห้องสกัดสารพันธุกรรม ห้องเตรียมน้ำยาวิเคราะห์ และห้องวิเคราะห์ผลด้วยเทคนิค PCR มีห้องบัฟเฟอร์ควบคุมและป้องกันการรั่วไหลของเชื้อโรค พร้อมกับเครื่องมือที่ติดตั้งภายในรถ ได้แก่ ตู้ปลอดเชื้อ, ตู้ปฏิบัติงานพีซีอาร์ (PCR cabinet), เครื่องสกัดสารพันธุกรรมอัตโนมัติ, เครื่อง RT- PCR, ตู้แช่แข็ง -20 องศาเซลเซียส, ตู้ทำความเย็น 4 องศาเซลเซียส, ช่องส่งตัวอย่าง, เครื่องเขย่าผสมสาร, เครื่องปั่นเหวี่ยงตกตะกอน, ไมโครปิเปต (Micropipette), ระบบยูวีฆ่าเชื้อ, ระบบสื่อสารสองทาง, ระบบกล้องวงจรปิด และเครื่องล้างมือแอลกอฮอล์อัตโนมัติ

ต่อมา ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร นายแพทย์ปรีชา เปรมปรี รองอธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมคณะฯ ได้นำรถพระราชทาน ทั้ง 4 คัน ส่งมอบให้กับ นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการ 

นายแพทย์ปรีชา เปรมปรี เปิดเผยว่า รถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ พระราชทาน เปรียบเสมือนห้องปฏิบัติการมาตรฐาน ที่สามารถตรวจผลตัวอย่างสารคัดหลั่งต่างๆ ทั้งจากน้ำลายและสารคัดหลั่งจากโพรงจมูก ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ออกไปเก็บตัวอย่าง ในการตรวจค้นหาเชิงรุกกลุ่มเป้าหมายต้องสงสัยติดเชื้อโควิด-19  และสามารถออกผลตรวจได้ภายใน 3 ชั่วโมง เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในพื้นที่ โดยสามารถตรวจผลสารตัวอย่างได้ประมาณ 800-1,000 ตัวอย่าง ซึ่งจะใช้เจ้าหน้าที่ประจำรถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ พระราชทาน จำนวน 3 คน 

รถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ พระราชทาน มีเพียงคันเดียวในประเทศไทย และออกปฏิบัติงานที่จังหวัดสมุทรสาครเป็นจังหวัดแรก ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้เคยนำ รถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ พระราชทาน ไปปฏิบัติงานที่กรมประชาสัมพันธ์ เพื่อเป็นการทดสอบระบบ และครั้งนี้ถือเป็นการทดสอบการปฏิบัติงานจริงเป็นครั้งแรก โดยภายในรถจะถูกแบ่งเป็นห้องต่างๆจำนวน 2 ห้อง ซึ่งจะมีเครื่องมือการตรวจที่ทันสมัย และมีพื้นที่กำจัดขยะติดเชื้อที่แบ่งเป็นสัดส่วนบริเวณพื้นทางเดินของรถ ทั้งนี้ รถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ พระราชทาน จะถูกนำมาจอดปฏิบัติงานที่บริเวณลานด้านศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อรับตัวอย่างสารคัดหลั่งจากรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย พระราชทาน 

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ กล่าวว่า ชาวจังหวัดสมุทรสาครได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระบรมราชินี ที่ได้ทรงพระราชทาน รถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ จำนวน 1 คัน และรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย จำนวน 3 คัน นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ท่านทรงห่วงใยพสกนิกรชาวไทย และพสกนิกรชาวจังหวัดสมุทรสาคร 
 

ศธ.บี้โรงเรียนเอกชน เร่งคำนวณเคาะ ‘คืนค่าธรรมเนียม’ ลดภาระผู้ปกครอง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/548497

ศธ.บี้โรงเรียนเอกชน เร่งคำนวณเคาะ‘คืนค่าธรรมเนียม’ ลดภาระผู้ปกครอง

ศธ.บี้โรงเรียนเอกชน เร่งคำนวณเคาะ‘คืนค่าธรรมเนียม’ ลดภาระผู้ปกครอง

วันพุธ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2564, 16.15 น.

“ณัฏฐพล” เผย ศบค.อนุญาตให้ศธ.ประกาศให้โรงเรียน 28 จังหวัดเปิดเรียนได้ ยกเว้นสมุทรสาคร จี้โรงเรียนเอกชน “คืนค่าธรรมเนียม” ลดภาระผู้ปกครอง พร้อมอนุมัติเพิ่มวงเงินให้โรงเรียนเอกชนกู้ สู้วิกฤติโควิดจาก 1 เป็น 3 ล้าน

27 มกราคม 2564 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) ว่า ตนได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่าศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 (ศบค.) ชุดเล็ก ได้อนุญาตให้กระทรวงศึกษาธิการ ประกาศให้โรงเรียนใน 28 จังหวัด กลับมาเปิดการเรียนการสอนที่โรงเรียนได้ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 ยกเว้น จ.สมุทรสาคร ที่ยังเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด ก็ให้ทำการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์ หรือผ่านใบงานแทน

ส่วนกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล คือ ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ ยังเป็นพื้นที่ที่ต้องระมัดระวัง แต่สามารถเปิดการเรียนการสอนได้ โดยห้องเรียนมีนักเรียนไม่เกิน 25 คน ถ้าโรงเรียนไหนมีนักเรียนมากกว่า 25 คนต่อห้อง ก็ต้องเข้าสู่มาตรการที่เคยทำมาแล้วในการระบาดรอบแรก คือ เรียนสลับวัน เวลา หรือสลับอาทิตย์ ทั้งนี้ให้ดำเนินการถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2564 จากนั้นจะมีการประเมินสถานการณ์ หากสถานการณ์ดีขึ้นก็ให้สามารถกลับมาจัดการเรียนการสอนตามปกติได้ 

“โรงเรียนจะทราบดีว่าเด็กคนไหนมาจาก จ.สมุทรสาคร ซึ่งมีความเสี่ยง ต้องจัดการเรียนออนไลน์ให้ หรือให้ใบงานไปทำ หากโรงเรียนเปิดสอนตามปกติแล้ว แต่ผู้ปกครองอาจยังไม่สะดวกใจให้ลูกมาเรียนที่โรงเรียน เนื่องจากกังวลเรื่องการแพร่ระบาดอยู่นั้น ทางโรงเรียนต้องหาทางบริหารจัดการให้นักเรียนกลุ่มนี้ด้วย” นายณัฏฐพล กล่าว

รมว.ศธ. กล่าวอีกว่า การประกาศเปิดเรียนได้ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ นี้ จะทำให้โรงเรียนเอกชนสามารถคำนวณได้ว่าจำนวนวันที่หายไป โดยไม่ได้ให้บริการเรื่องต่างๆแก่นักเรียน ทางโรงเรียนจะสามารถทำเป็นส่วนลดภาระให้ผู้ปกครองได้อย่างไร เท่าไร เช่น ค่าอาหารกลางวัน ค่ารถรับส่งนักเรียน หรือค่าทัศนศึกษา เป็นต้น ซึ่งแต่ละโรงเรียนจะต้องสามารถอธิบายให้ผู้ปกครองเข้าใจได้ด้วย ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) จะรวบรวมข้อมูลมารายงานกระทรวงศึกษาธิการต่อไป ในส่วนของรัฐบาลโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กำลังพิจารณาเสนอคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับการสนับสนุนค่าอินเตอร์เน็ตในการเรียนออนไลน์ของนักเรียนให้กับผู้ปกครองนักเรียนต่อไป

ด้านนายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เลขาธิการ กช.) กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบการปรับปรุงแก้ไขการดำเนินงานของกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนในส่วนของการบริหารกิจการโรงเรียน เนื่องจากโรงเรียนเอกชนพบปัญหาขาดสภาพคล่อง เพราะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 และผู้ปกครองไม่มีเงินจ่ายค่าธรรมเนียมการเรียน ซึ่งมีโรงเรียนเอกชน 1,480 แห่ง ประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง และมีโรงเรียนอีก 2,000 กว่าแห่ง ที่ต้องการความช่วยเหลือจาก สช. ดังนั้น เพื่อให้กองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบฯ สามารถช่วยเหลือโรงเรียนเอกชนในระบบที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงเพิ่มวงเงินให้กู้ยืมเงินจาก 1 ล้านบาท เป็นไม่เกิน 3 ล้านบาท และกำหนดระยะเวลาการชำระหนี้จาก 2 ปี เป็น 6 ปี ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 2 ดังนั้น ถ้าโรงเรียนได้กูเงินจาก สช.ไปแล้ว 1 ล้าน ก็สามารถยื่นเรื่องขอกู้เพิ่มเติมได้

นอกจากนี้ ที่ประชุมพิจารณาเห็นชอบให้ปรับอัตราเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานสำหรับนักเรียนโรงเรียนเอกชนประเภทอาชีวศึกษา ในส่วนของเงินสมบทเป็นเงินเดือนครู ประเภทอาชีวศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ให้ได้รับเท่ากับการอุดหนุนนักเรียนในโรงเรียนเอกชน ประเภทสามัญศึกษา จำนวน 450 บาทต่อคนต่อปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2565 โดย ศธ.จะนำเรื่องนี้เสนอ ครม.ให้ความเห็นชอบต่อไป

นายอรรถพล กล่าวว่า สำหรับการคืนค่าธรรมเนียมการศึกษาระหว่างปิดเรียนด้วยเหตุพิเศษ ซึ่ง สช.ได้ส่งหนังสือซักซ้อมทำความเข้าใจการจัดการเรียนการสอนระหว่างปิดเรียนด้วยเหตุพิเศษและการคืนค่าธรรมเนียมการศึกษาให้แก่ผู้ปกครอง ถึงโรงเรียนทุกแห่งแล้ว โดยต่อไป สช.จะออกหนังสือให้โรงเรียนเอกชนทั่วประเทศรายงานว่า ปรับลดค่าธรรมเนียมให้ผู้ปกครองได้มากน้อยแค่ไหน ทั้งนี้ สช.ไม่สามารถบังคับให้โรงเรียนลดค่าธรรมเนียมการเรียนได้ เพราะเป็นอำนาจของกรรมการบริหารโรงเรียนในการกำหนดว่าจะเก็บเงินค่าธรรมเนียมเท่าใด

“กฎหมายให้อำนาจ กช.ไว้ ว่า หากพบโรงเรียนที่เก็บค่าธรรมเนียมในลักษณะที่แสวงหากำไรเกินควร สามารถสั่งลดค่าธรรมเนียมได้ หรือถ้าโรงเรียนเก็บค่าธรรมเนียมที่สร้างภาระแก่ประชาชนเกินสมควร ศธ.มีอำนาจสั่งลดการเก็บค่าธรรมเนียมการเรียนได้ และถ้าโรงเรียนไม่ลดค่าธรรมเนียม ศธ.สามารถสั่งงดดำเนินกิจการ สั่งงดรับนักเรียนในปีการศึกษาต่อไปได้ เป็นต้น เบื้องต้นพบว่ามีโรงเรียนเอกชนไม่ถึง 10% ของโรงเรียนทั้งหมด ที่อาจจะเก็บค่าธรรมเนียมค่าเล่าเรียนสูง และไม่มีคำอธิบายว่าทำไมถึงเก็บเงินสูง  ซึ่ง สช.ได้แต่งคณะทำงานลงไปตรวจสอบในโรงเรียนทุกแห่งแล้ว ดังนั้นโรงเรียนทุกแห่งต้องเตรียมรับมือ เตรียมหลักฐาน และสามารถอธิบายรายละเอียดค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ได้” นายอรรถพล กล่าว

ขณะที่นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(เลขาธิการ กพฐ.)  กล่าวว่า ในส่วนของ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ. ) ตนได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา  สั่งการให้โรงเรียนหารือกับคณะกรรมการสถานศึกษาและผู้ปกครอง  พิจารณารายการที่ได้เรียกเก็บเงินจากผู้ปกครองไปแล้วแต่โรงเรียนไม่ได้ดำเนินการให้ เนื่องจากมีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด 19 ก็ให้โรงเรียนคืนเงินแก่ผู้ปกครองไป เช่น การทัศนศึกษา ถ้าไม่ได้จัดให้เด็กก็ต้องคืนเงินให้ผู้ปกครอง แต่บางรายการ เช่น การจ้างครูสอนภาษาต่างประเทศก็คืนไม่ได้ เพราะครูก็ยังทำหน้าที่สอน  อย่างไรก็ตาม การจะคืนเงินให้เท่าไรนั้น ขึ้นอยู่กับแต่ละโรงเรียน เพราะจะมียอดรายการเก็บที่ไม่เท่ากัน    

นักวิจัย ม.อ.ค้นพบ ‘แมลงวันขายาวปีเตอร์อาจารย์จุฑามาส’ สิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ของโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/548486

นักวิจัย ม.อ.ค้นพบ'แมลงวันขายาวปีเตอร์อาจารย์จุฑามาส' สิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ของโลก

นักวิจัย ม.อ.ค้นพบ’แมลงวันขายาวปีเตอร์อาจารย์จุฑามาส’ สิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ของโลก

วันพุธ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2564, 16.00 น.

นักวิจัย ม.อ. ค้นพบ “แมลงวันขายาวปีเตอร์อาจารย์จุฑามาส” สิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ของโลกในสกุลแมลงวันขายาว โดยถูกพบเพียงแห่งเดียวที่ป่าชายเลนใน ต.ตำมะลัง อ.เมือง จ.สตูล ขนาดลำตัว 1-7 มิลลิเมตร สวมบทบาทเป็นผู้ล่าในระบบนิเวศป่าชายเลน กินทั้งลูกน้ำและริ้นน้ำเค็ม แต่ไม่กระทบต่อคนหรือสัตว์ป่าชนิดอื่นๆ ควบคุมสมดุลและเป็นดัชนีชี้วัดความเปลี่ยนแปลงของป่าชายเลน

27 มกราคม 2564 ที่พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยา 50 พรรษา สยามบรมราชกุมารีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ทาง ดร.อับดุลเลาะ ซาเมาะ นักวิจัยที่มีความเชี่ยวชาญด้านอนุกรมวิธานของแมลงวันขายาวและแมลงวันเหาค้างคาว พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยา 50 พรรษา สยามบรมราชกุมารีฯ ได้เปิดเผยถึงเรื่องราวการค้นพบสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ของโลกในสกุลแมลงวันขายาว นั่นคือ แมลงวันขายาวปีเตอร์อาจารย์จุฑามาส 

ดร.อับดุลเลาะ เปิดเผยว่า แมลงวันขายาวชนิดนี้ถูกค้นพบเป็นครั้งแรกจากหน่วยวิจัยป่าชายเลนตำมะลัง อ.เมือง จ.สตูล ซึ่งในขณะนั้นตนกำลังทำงานวิจัยอยู่ในระดับปริญญาเอก ร่วมกับทางมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ และทีมจากประเทศเบลเยี่ยม โดยค้นพบเมื่อปี 2014 จนกระทั่งได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่อย่างเป็นทางการในปี 2015  

โดยแมลงวันขายาวปีเตอร์อาจารย์จุฑามาส มีชื่อวิทยาศาสตร์ คือ “

เด็กๆพร้อมนะ! ศธ.ประกาศด่วน โรงเรียนรัฐ-เอกชน เริ่มเปิดเรียนปกติ 1 ก.พ.นี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/548463

เด็กๆพร้อมนะ! ศธ.ประกาศด่วน โรงเรียนรัฐ-เอกชน เริ่มเปิดเรียนปกติ1ก.พ.นี้

เด็กๆพร้อมนะ! ศธ.ประกาศด่วน โรงเรียนรัฐ-เอกชน เริ่มเปิดเรียนปกติ1ก.พ.นี้

วันพุธ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2564, 15.11 น.

“ศธ.”ออกประกาศ ให้โรงเรียนรัฐเอกชนเปิดเรียนปกติได้ 1 ก.พ.นี้ แต่ต้องดำเนินตามมาตาการของศบค.อย่างเคร่งครัด

27 มกราคม 2564 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ได้ลงนามในประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การเปิดการเรียนการสอนของสถานศึกษาในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ อนุสนธิประกาศกระทรวงศึกษริการ  เรื่องให้สถานศึกษาในสังกัดและในกำกับของกระทรวง ศึกษาธิการปิดเรียนด้วยเหตุพิเศษ ลงวันที่ 2 มกราคม 2564 ในพื้นที่ 28 จังหวัด นั้น

เนื่องจากขณะนี้สถานกรณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโวรัสโคโรนา 2019 (COWD-19)ในประเทศดีขึ้นตามสำคับ ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 4 และมาตรา 45 ววรคหนึ่ง (๑) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ซึ่งแก่ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ 3 ) พ.ศ. 2562 ประกอบมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 9 วรรคหนึ่ง (4) ของระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยปีการศึกษา การเปิดและปิดสถานศึกษา พ.ศ. 2549 และที่แก้ไขเพิมเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.2558 และข้อ 7 วรรคหนึ่ง(3) ของระเบียบคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ว่าด้วยปีการศึกษา การเปิดและปิดสถานศึกษาเอกชน พ.ศ. 2563 จึงออกประกาศดังนี้

1. ให้สถานศึกษาทุกแห่งของรัฐและเอกชน ทั้งในระบบและนอกระบบซึ่งอยู่ในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการเปิดการเรียนการสอนตามปกติ ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นไป โดยต้องดำเนินการตามาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบากของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COWD-19) สำหรับสถานศึกษา ตามแนวทางของกระกรวงสาธารณสุขและมาตรการของหน่วยงานต้นสังคัดหรือหน่วยงานผู้กำกับดูแลอย่างเคร่งครัด

2. ให้ปิดการเรียนการสอนในจังหวัดสมุทรสาคร ต่อไป เนื่องจากเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดที่ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิต – 19 (ศบค.) กำหนด และสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COMID-19) ยังมีจำนวนมาก ทั้งนี้ ในระหว่างที่สถานศึกษาต้องปิดเรียนให้ส่วนราชการต้นสังกัดกำหนดแนวทางจัดการเรียการสอนตามแนทางที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดไว้ เช่น การสื่อสารแบบทางไกลหรือด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ หากไม่สามารถจัดการเรียนการสอนโดยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ สถานศึกยาอาจจัดการเรียนการสอนโดยใบสั่งงาน หรือมอบหมายงานตามความเหมาะ

3. ในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ( จ.นนทบุรี จ.สมุทรปราการ จ.นครปฐม และ จ.ปทุมธานี)  ให้สถานศึกษาเปิดการเรียนการสอนได้  แต่ต้องปฏิบัติตามแนวทางป้องกันโรคจองกณะทรวงสาธารณสุขและมาตรการของหน่วยงานต้นสังกัดหรือหน่วยงานผู้กำกับดูแลอย่างเคร่งครัด โดยแต่ละห้องเรียนให้มีนักเรียนได้ไม่เกิน 25 คน กรณีห้องเรียนไม่เพียงพอให้จัดการเรียนการสอนด้วยการสบับวันเรียน

อนึ่ง ให้สถานศึกษาประกาศของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) และคณะกรรมการโรคติดต่อแต่ละจังหวัดอย่างเคร่งครัด หากมีการเปลี่ยนแปลง ที่แตกต่างไปจากประกาศฉบับนี้ กระทรวงศึกษาธิการ จะได้ดำเนินการแก้ไขต่อไป 

ประกาศ ณ วันที่ 27 ม.ค.2564

‘CONNEXT ED’ ยกระดับการศึกษาไทย ‘ซีพี ออลล์’ ตั้งเป้า 5 ปีพัฒนา 638 โรงเรียน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/548189

‘CONNEXT ED’ยกระดับการศึกษาไทย  ‘ซีพี ออลล์’ตั้งเป้า5ปีพัฒนา638โรงเรียน

‘CONNEXT ED’ยกระดับการศึกษาไทย ‘ซีพี ออลล์’ตั้งเป้า5ปีพัฒนา638โรงเรียน

วันพุธ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายธานินทร์ บูรณมานิต ประธานเจ้าที่บริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ กล่าวถึงมูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี (CONNEXT ED) ซึ่ง ซีพี ออลล์เป็นหนึ่งในพันธมิตรร่วมก่อตั้งว่า มูลนิธิขับเคลื่อนแผนงาน 5 เฟส หรือประมาณ 5 ปีการศึกษา มีเป้าหมายในการดูแลและยกระดับโรงเรียน638 แห่ง โดยจากการดำเนินงานล่าสุด 3 เฟสแรก ซีพี ออลล์มีโรงเรียนภายใต้ความดูแลกว่า 458 แห่ง อนุมัติงบพัฒนาไปแล้ว 379 แห่งทั่วประเทศ

ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้กับเยาวชนไทย 83,436 คน ผ่านการดำเนินโครงการด้านต่างๆ กว่า 500 โครงการ พร้อมทั้งได้คัดเลือกบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีจิตสาธารณะจากหน่วยงานต่างๆ ในบริษัทกว่า 200 คน มาพัฒนาทักษะการเป็นผู้นำผ่านการลงมือปฏิบัติจริงในโครงการ LeadershipProgram for EducationSustainable เพื่อเป็น School Partner ดูแลโครงการเพื่อการศึกษาในแต่ละโรงเรียน ลงพื้นที่คลุกคลีกับโรงเรียนต่างๆ โดยตรง

นายธานินทร์ กล่าวต่อไปว่า จาก 379 โรงเรียนใน 3 เฟสแรกของโครงการ มีโรงเรียนที่สามารถผ่านเกณฑ์ยุทธศาสตร์ต่างๆ ตลอดจนเกณฑ์มิติด้านความยั่งยืน ได้แก่1.การสร้างรายได้อย่างยั่งยืน มีแผนสร้างรายได้ด้วยตัวเองและชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง 2.การบูรณาการความรู้มาเป็นหลักสูตร มีการบรรจุเนื้อหาในรูปแบบหลักสูตรท้องถิ่น ให้ครูและนักเรียนในระดับชั้นที่เหมาะสมสามารถเรียนรู้ได้

3.การพัฒนาสู่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน เป็นพื้นที่เปิดแห่งใหม่ให้คนในชุมชนสามารถเข้ามาเรียนรู้ในรูปแบบคอร์สระยะสั้น และได้รับการยกระดับเป็นโรงเรียนตัวอย่างที่โดดเด่น (Best Practice)ถึงจำนวน 32 โรงเรียน บางโครงการสามารถเป็นต้นแบบขยายผลให้แก่โรงเรียนจำนวนมากได้อีกด้วย เช่นรร.อนุบาลทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์กับโครงการต้นกล้าไร้ถัง ที่ปลูกฝังเด็กเยาวชน พ่อค้าแม่ค้าในโรงเรียน

ให้ร่วมกันลด ละ เลิก ใช้สิ่งของที่สามารถกลายเป็นขยะและใช้ครั้งเดียวทิ้ง เช่น แก้วน้ำพลาสติก หลอด จานกระดาษ จนสามารถลดปริมาณขยะจาก 15 ตันต่อเดือน เหลือเพียง 2 กิโลกรัมต่อเดือน พร้อมทั้งมีการ
บูรณาการจัดการขยะเข้าสู่หลักสูตรการเรียนการสอนและให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมในการจัดการ ด้วยการคัดแยกวัสดุออกจากขยะจนสามารถหมุนเวียนรายได้กลับสู่โรงเรียน มีการต่อยอดเป็นศูนย์การเรียนรู้ชุมชน

ขณะเดียวกัน ซีพี ออลล์ ได้ร่วมสนับสนุนด้านวิชาการและไอซีทีในโครงการ “ห้องปฏิบัติการปัญญาประดิษฐ์” หรือ AI Labของโรงเรียนบ้านหนองแสงโคกน้อยจ.ขอนแก่น พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนด้านเทคโนโลยีวิทยาการสมัยใหม่ทั้งหุ่นยนต์หรือ Robotics, AI (ArtificialIntelligence Lab) และ IoT(Internet of Things) อย่างง่ายจนนักเรียนสามารถพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ได้

อาทิ เครื่องจ่ายเจลล้างมืออัตโนมัติ ราวตากผ้าอัตโนมัติ ถังขยะอัจฉริยะ และเครื่องเตือนไฟรั่วได้ โครงการเสริมสร้างทักษะวิชาชีพให้แก่นักเรียน อาทิ “ร้านกาแฟสร้างอาชีพ” ของโรงเรียนบ้านนาคูจ.กาฬสินธุ์ ภายใต้ชื่อร้านกาแฟเสรีไทย ให้นักเรียนได้ฝึกทักษะการทำเครื่องดื่ม การบริหารจัดการร้านทั้งยังให้คนในชุมชนสามารถวางขายสินค้า OTOP และร่วมเป็นเจ้าของร้านผ่านการถือหุ้นสหกรณ์

‘ณัฏฐพล’ คาด ‘สมุทรสาคร’ เปิดเรียน 1 ก.พ.ไม่ได้ ‘กทม.-3จว.’ เฝ้าระวัง รอ ศบค.ประกาศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/548259

‘ณัฏฐพล’คาด‘สมุทรสาคร’เปิดเรียน 1 ก.พ.ไม่ได้ ‘กทม.-3จว.’เฝ้าระวัง รอศบค.ประกาศ

‘ณัฏฐพล’คาด‘สมุทรสาคร’เปิดเรียน 1 ก.พ.ไม่ได้ ‘กทม.-3จว.’เฝ้าระวัง รอศบค.ประกาศ

วันอังคาร ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2564, 16.36 น.

‘ณัฏฐพล’คาด‘สมุทรสาคร’เปิดเรียน 1 ก.พ.ไม่ได้ ‘กทม.-3จว.’เฝ้าระวัง รอศบค.ประกาศ

26 มกราคม 2564 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมของโรงเรียนที่จะเปิดเรียนในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ นี้ หลังจากที่ ศธ. ประกาศปิดเรียนใน 28 จังหวัดควบคุมสูงสุดตั้งแต่วันที่ 4-31 มกราคม 2564 เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ระลอกใหม่ ว่า การเปิดเรียนในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 จะต้องรอศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) อนุมัติก่อน เบื้องต้น ศธ. คาดว่าจังหวัดที่ไม่สามารถเปิดเรียนได้ คือ จ.สมุทรสาคร ส่วนจังหวัดที่เฝ้าระวัง คือ กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ จะต้องรอประกาศจากทาง ศบค. ว่าสามารถเปิดเรียนได้หรือไม่ ส่วนจังหวัดอื่นๆก็จะให้เปิดเรียนได้ทั้งหมด

 “การเปิดเรียนจะให้คำนึงถึงจำนวนนักเรียนและห้องเรียน ถ้ามีจำนวนนักเรียนมากเกินสัดส่วนที่เคยวางมาตรการไว้ ก็อาจจะต้องให้สลับเวลา หรือสลับสัปดาห์กัน อาจจะมีโรงเรียนที่ต้องใช้วิธีการเรียนการสอนแบบนี้อยู่บางแห่ง แต่คงไม่ใช่ทั้งหมด ฉะนั้นการเรียนการสอนก็น่าจะกลับมาเป็นปกติได้ โดยในกระบวนการทั้งหมดผมคำนึงถึงคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในเรื่องความเสี่ยงการติดเชื้อในเด็กและเยาวชน และคำนึงถึงเรื่องการเรียนการสอนที่เด็กอาจจะขาดไป หากไม่ได้รับความรู้เต็มที่ซึ่งเรามีข้อกังวล ศธ. เรากังวลเรื่องนี้อยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อดูองค์ประกอบทั้งหมดแล้ว ศธ.จะตัดสินใจเปิดโรงเรียนด้วยความระมัดระวัง” นายณัฏฐพล กล่าว

‘ครูตั้น’ ยันปรับค่าอาหารกลางวันเพิ่มให้ตามความเป็นจริง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/548227

'ครูตั้น'ยันปรับค่าอาหารกลางวันเพิ่มให้ตามความเป็นจริง

‘ครูตั้น’ยันปรับค่าอาหารกลางวันเพิ่มให้ตามความเป็นจริง

วันอังคาร ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2564, 15.49 น.

26 ม.ค.64 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผ่านระบบเครือข่ายการประชุมทางไกล Video conference ว่า ศธ.ได้เสนอให้มีการปรับ พ.ร.บ.กองทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษา ให้ครบคลุมเด็กปฐมวัยโรงเรียนในกำกับของรัฐ และปรับสัดส่วนของกรรมการกองทุนฯ ซึ่งการปรับส่วนนี้จะเข้าไปช่วยเหลือความขาดแคลนอัตราอาหารกลางวันให้กับนักเรียนในอนาคต

และเมื่อเร็วๆ นี้ ศธ.ได้เสนอผลวิเคราะห์การบริหารจัดการโครงการอาหารกลางวันของนักเรียนโรงเรียนประถมศึกษาทั่วประเทศให้ที่ประชุม ครม.พิจารณาแล้ว พร้อมกับเสนอให้ปรับอัตราเงินอุดหนุนอาหารกลางวันให้นักเรียนด้วย ซึ่ง ครม.ให้ ศธ.นำกลับมาทบทวนถึงอัตราเงินอุดหนุนอาหารกลางวันที่เหมาะสมอีกครั้ง ขณะนี้ตนได้ทบทวนแล้วซึ่งจะมีการขยับอัตราเงินอุดหนุนอาหารกลางวันใหม่ให้แน่นนอน แต่ขยับในสัดส่วนที่ไม่มีผลกระทบกับงบประมาณรัฐแน่นอน โดยจะปรับไม่มากและปรับตามความเป็นจริงที่สะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้น

“ในอนาคตหากศธ. พัฒนาโรงเรียนคุณภาพชุมชนได้แล้ว นักเรียนจะขยับไปอยู่โรงเรียนขนาดกลางมากขึ้น เพราะฉะนั้น การปรับอัตราเงินอุดหนุนตรงนี้ก่อนที่จะนำเสนอ ครม.ผมก็คำนึงถึงอนาคตด้วยว่าโรงเรียนควรจะมีอัตราเงินอุดหนุนที่เท่าไหร่ คาดว่าเรื่องนี้จะนำเสนอให้ ครม.พิจารณาได้ภายใน 2 สัปดาห์นี้  เพื่อให้ทางสำนักงบประมาณปรับงบฯปี 2565 ได้ทัน” นายณัฏฐพล กล่าว

โควิดเป็นเหตุ! สอศ.ของบเยียวยาค่าเทอม ‘นศ.ปวส.-อาชีวะ’ ปี64 กว่า 3 แสนคน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/548129

โควิดเป็นเหตุ! สอศ.ของบเยียวยาค่าเทอม'นศ.ปวส.-อาชีวะ'ปี64 กว่า 3 แสนคน

โควิดเป็นเหตุ! สอศ.ของบเยียวยาค่าเทอม’นศ.ปวส.-อาชีวะ’ปี64 กว่า 3 แสนคน

วันอังคาร ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2564, 13.03 น.

เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2564 ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) กล่าวว่า ตามที่มีข้อเรียกร้องให้ลดค่าเทอม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เนื่องจากพบว่า พ่อแม่ผู้ปกครองมีภาระและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมากจากการเรียนออนไลน์ของนักเรียนและนักศึกษา

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ในฐานะที่เป็นหน่วยงานด้านการผลิต และพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา มีบทบาทภารกิจในการผลิตและพัฒนากำลังคนให้มีคุณภาพ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของประเทศ พร้อมทั้งยกระดับการจัดการอาชีวศึกษาให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ซึ่ง สอศ.ดำเนินการจัดการเรียนการสอนวิชาชีพทั้งในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และเทคโนโลยีบัณฑิต แต่เนื่องด้วยสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน รวมถึงสภาวะทางเศรษฐกิจโดยรวมภายในประเทศ สถานประกอบการหลายแห่งต้องปิดตัวลง เป็นการชั่วคราว และการจ้างงานลดลง ทำให้ประชาชนถูกเลิกจ้างงานหรือพักงาน เป็นเหตุให้ขาดรายได้ และความสามารถในการดำรงชีวิตลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประชาชนกลุ่มที่เป็นผู้ปกครองของนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ได้รับผลกระทบในเรื่องของการชำระเงินค่าบำรุงการศึกษา สำหรับการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ที่ไม่ได้รับการอุดหนุนจากภาครัฐ

เลขาธิการ กอศ.กล่าวต่อว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ จึงมีกรอบแนวคิดที่จะปรับและหนุนเสริมกระบวนการผลิตและพัฒนากำลังคนตอบสนองภาคการผลิตและบริการให้เพียงพอ โดยสนับสนุนนักศึกษาที่มีฐานะยากจน ให้ได้มีโอกาสศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น โดยการสนับสนุนค่าบำรุงการศึกษา (ค่าหน่วยกิต) นักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ทั้งสถานศึกษาอาชีวศึกษาภาครัฐและเอกชน ให้ได้รับการสนับสนุนค่าบำรุงการศึกษา ในปีการศึกษา 2564 จำนวน 362,161 คน อัตราปีการศึกษาละ 5,000 บาท/ต่อคน เป็นระยะเวลา 1 ปี เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองและเป็นการส่งเสริมนโยบายการเพิ่มปริมาณผู้เรียนอาชีวศึกษา ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ดำเนินการยื่นเสนอขอการสนับสนุนงบประมาณเงินตามโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม เพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ไปแล้ว ขณะนี้อยู่ในระหว่างขั้นตอน และกระบวนการลำดับต่อไป

‘เสมา1’ กำชับคุรุสภา ประเมินจรรยาบรรณครูทำผิดแบบเข้มข้น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/548117

‘เสมา1’กำชับคุรุสภา ประเมินจรรยาบรรณครูทำผิดแบบเข้มข้น

‘เสมา1’กำชับคุรุสภา ประเมินจรรยาบรรณครูทำผิดแบบเข้มข้น

วันอังคาร ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2564, 11.58 น.

‘เสมา1’กำชับคุรุสภา ประเมินจรรยาบรรณครูทำผิดแบบเข้มข้น

26 มกราคม 2564 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการคุรุสภา ครั้งที่ 1/2564 เมื่อเร็วๆนี้ ว่า ที่ประชุมรับทราบรายงานการดำเนินการตรวจสอบภายในของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา นอกจากนี้ที่ประชุมได้หารือการสรรหารองเลขาธิการคุรุสภา 2 ตำแหน่ง ซึ่งก็ยังไม่ได้ข้อสรุป แต่ไม่ได้มีปัญหาติดขัดอะไร เพียงแต่ทำตามกระบวนการให้เหมาะสมครบถ้วน ซึ่งตนได้ถามที่ประชุมแล้วว่า หากขาดรองเลขาธิการคุรุสภาไปการทำงานจะขาดความเชื่อมต่อและขาดการขับเคลื่อนหรือไม่ ซึ่งนายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการคุรุสภา ให้คำตอบว่าสามารถทำงานได้ในระหว่างที่มีการสรรหารองเลขาธิการคุรุสภา ทั้งนี้ ตนเชื่อว่ากระบวนการทั้งหมดจะสิ้นสุดและได้รองเลขาธิการคุรุสภาภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ นี้

นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า ทางคุรุสภา ได้รายงานการจัดทำแอพพิเคชั่น “Khuru On Mobile” ซึ่งเป็นแอพพลิเคชันสำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษามีไว้รับทราบข้อมูลสำคัญของคุรุสภาที่จะเปิดอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม นี้ ซึ่งตนได้ให้คุรุสภาไปเชื่อมต่อข้อมูลกับหน่วยงานอื่น ๆ เพราะคุรุสภาถือเป็นหน่วยงานหลักที่มีข้อมูลครบถ้วนอยู่แล้ว หากสามารถผูกข้อมูลกับหน่วยงานอื่นๆได้ ก็จะทำให้ ศธ.มีฐานข้อมูลที่เข้มแข็ง ซึ่งจะสอดคล้องกับการพัฒนาบิ๊กดาต้า ที่ ศธ.กำลังพัฒนาอยู่

“ผมได้เน้นย้ำเรื่องการดำเนินการกับครูที่กระทำผิดทางจรรยาบรรณ ไม่ว่าจะเป็นความรุนแรง การคุกคาม และการล่วงละเมิดต่างๆ ที่ต่อไปคุรุสภาจะต้องมีตัวชี้วัดที่ดี เพราะเรามองว่าการประเมินจรรยาบรรณวิชาชีพเป็นเรื่องที่เราต้องให้ความเข้มข้นและให้ความสำคัญ เราจะไม่ปล่อยให้คนที่จะมีโอกาสสร้างปัญหาให้กับวงการศึกษา มาอยู่ใน ศธ. ได้ ทั้งนี้ต้องมีการปรับกระบวนการสอบสวนใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนและไม่ให้ทำงานซ้ำกัน เพราก็มีข้อมูล หลักฐานอยู่แล้ว การสอบสวนไม่ควรจะซ้ำซ้อนกัน” นายณัฏฐพล กล่าว

ด้านนายดิศกุล กล่าวว่า ในการสรรหารองเลขาธิการคุรุสภา รัฐมนตรีว่าการ ศธ. เน้นย้ำให้สรรหาคนที่สามารถสานต่อการทำงานของคุรุสภาที่จะก้าวมาเป็นองค์การดิจิทัล เพราะต่อไปการทำงานของคุรุสภาจะต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการทำงานมากขึ้น พร้อมกับต้องช่วยทำงานตามภารกิจของคุรุสภาได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนามาตรฐานวิชาชีพ จรรยาบรรณ ส่งเสริมพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา