‘สมเด็จพระสังฆราช’ ทรงบำเพ็ญพระกุศล 151 ปี วันสถาปนาวัดราชบพิธฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/547447

'สมเด็จพระสังฆราช'ทรงบำเพ็ญพระกุศล 151 ปี วันสถาปนาวัดราชบพิธฯ

‘สมเด็จพระสังฆราช’ทรงบำเพ็ญพระกุศล 151 ปี วันสถาปนาวัดราชบพิธฯ

วันศุกร์ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2564, 21.12 น.

“สมเด็จพระสังฆราช”ทรงบำเพ็ญพระกุศล 151 ปี วันสถาปนาวัดราชบพิธฯ และทรงเททองหล่อพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร

เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2564 เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จลงพระวิหาร วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ทรงบำเพ็ญพระกุศลอุทิศถวาย สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ผู้ทรงสถาปนาและพระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์พระอาราม พร้อมด้วยอดีตเจ้าอาวาส และบูรพาจารย์วัดราชบพิธ เนื่องในมงคลสมัย 151 ปีแห่งการสถาปนาวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

พร้อมกันนั้น ทรงอธิษฐานจิตเพื่อความเป็นสวัสดิมงคลของผู้ได้รับปูชนียมงคล ซึ่งจัดสร้างเป็นที่ระลึกสำหรับผู้สมทบทุนสร้างสถานปฏิบัติธรรม สมเด็จพระสังฆราช (อมฺพรมหาเถร) อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี แล้วเสด็จออกลานพระอนุสาวรีย์ เจ้าประคุณ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพระอรุณนิภาคุณากร สมเด็จพระพุฒาจารย์ ทรงเททองหล่อพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร

ผู้มีจิตศรัทธาจะบริจาคสมทบทุนสร้างสถานปฏิบัติธรรม สมเด็จพระสังฆราช (อมฺพรมหาเถร) เพื่อรับปูชนียมงคลดังกล่าว โปรดดูรายละเอียดและแสดงความจำนงได้ที่เพจ สมโภช 150 ปี วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

หลอมรวมใจ! ลงนามถวายพระพร ‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’ ขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/547359

หลอมรวมใจ! ลงนามถวายพระพร'กรมสมเด็จพระเทพฯ' ขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวร

หลอมรวมใจ! ลงนามถวายพระพร’กรมสมเด็จพระเทพฯ’ ขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวร

วันศุกร์ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2564, 17.43 น.

หลอมรวมใจ! ลงนามถวายพระพร’กรมสมเด็จพระเทพฯ’ ขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวรในเร็ววัน

วันนี้ (22 มกราคม 2564) ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงช่วงบ่าย มีพระภิกษุ ราชสกุล ข้าราชการ คณะผู้บริหาร ครู อาจารย์ นักเรียนจากสถานศึกษาต่างๆ มูลนิธิ สมาคม ผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนประชาชนทั่วไป ร่วมกันนำ พวงมาลัย สิ่งของ และแจกันดอกไม้ ไปทูลเกล้าฯถวาย แสดงออกถึงความจงรักภักดี พร้อมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขอให้พระองค์ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ววัน

อาทิ โรงเรียนเบญจมราชานุสรณ์ จังหวัดนนทบุรี, ชมรมสายสกุลบุนนาค, กองประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กรมชลประทาน, สำนักงานจัดหารายได้สภากาชาดไทย, สมาคมนักสะสมตราไปรษณียากรแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์, อักษรศาสตรบัณฑิต รุ่น 14, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร, มหาวิทยาลัยนเรศวร, ครอบครัวตั้งคารวคุณ, ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์, องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก, มูลนิธิสิรินธรราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ, ราชสกุลเกษมศรี, ราชสกุลหัสดินทร

สมาคมคอมพิวเตอร์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, มูลนิธิวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์-อินเดีย, กลุ่มพัฒนาสตรีจังหวัดเพชรบูรณ์ กรมการพัฒนาชุมชน, กองบัญชาการ มณฑลทหารบก ที่ 11, สมาคมพุทธบริษัทไทย-จีนประชา, สมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย, ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต, กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา, ผู้บริหารสถาบันพระปกเกล้า และคณะนักศึกษาหลักสูตรการบริหารงานภาครัฐและกฎหมายมหาชน รุ่นที่ 19 สถาบันพระปกเกล้า, และบริษัท แอด เอ็กซ์ แม็ทซิ่ง จำกัด ฯลฯ

ทั้งนี้ สำนักพระราชวังเปิดให้ลงนามถวายพระพร สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้ทรงหายจากพระอาการประชวร
ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น.โปรดแต่งกายด้วยชุดสุภาพ และปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 โดยเคร่งครัด

พบพระไทยในแคลิฟอร์เนียติดโควิด-19 สั่งปิดวัดในสหรัฐ 300 แห่งชั่วคราว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/547326

พบพระไทยในแคลิฟอร์เนียติดโควิด-19 สั่งปิดวัดในสหรัฐ 300 แห่งชั่วคราว

พบพระไทยในแคลิฟอร์เนียติดโควิด-19 สั่งปิดวัดในสหรัฐ 300 แห่งชั่วคราว

วันศุกร์ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2564, 16.11 น.

พบพระไทยในสหรัฐติดโควิด-19 ต้องสั่งปิดวัด 300 แห่งชั่วคราว ขณะที่รองอธิการบดี มหาจุฬาฯ เผยพระธรรมทูตไทยในต่างประเทศใช้อย่างชีวิตลำบาก งดรับกิจนิมนต์และปฏิบัติศาสนกิจ

21 มกราคม 2564พระเมธีธรรมาจารย์ รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ทั่วโลก ทำให้คณะสงฆ์ไทย มีความห่วงใยพระธรรมทูตไทยที่เดินทางไปเผยแพร่ศาสนาในต่างประเทศ ขณะนี้ได้รับรายงานจากพระธรรมทูตในต่างประเทศว่า มีพระที่จำพรรษาในวัดไทยแห่งหนึ่ง ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ติดโควิด-19 แล้ว 5 รูป ในจำนวนนี้มีพระเกาหลีใต้ อายุ 81 ปี ที่อยู่ในวัด เสียชีวิตเมื่อวันที่ 21 มกราคม ที่ผ่านมา ทำให้ขณะนี้วัดดังกล่าวต้องปิดชั่วคราว และงดการประกอบศาสนกิจ โดยพระที่เหลือยังคงกักตัวและดูอาการอยู่ภายในวัด เนื่องจากโรงพยาบาลในสหรัฐไม่เพียงพอ นอกจากนี้ ยังได้มีการปิดวัดไทยในสหรัฐกว่า 300 แห่งชั่วคราว

ขณะที่พระธรรมทูตสายอื่น ทั้งพระธรรมทูตสายยุโรป พระธรรมทูตสายสแกนดิเนียเวีย และพระธรรมทูตสายอินเดีย-เนปาล ยังไม่มีรายงานการติดเชื้อโควิด-19 แต่ต้องใช้ชีวิตอย่างลำบาก เนื่องจากต้องปิดวัดชั่วคราว ไม่สามารถปฏิบัติศาสนกิจได้ ต้องตุนอาหารและงดรับกิจนิมนต์นอกวัด

พระเมธีธรรมาจารย์ ระบุด้วยว่า ขณะนี้สำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ ได้ติดตามสถานการณ์และความเป็นอยู่ของพระไทยในต่างประเทศอย่างใกล้ชิดและประสานความช่วยเหลือกับพระธรรมทูตทุกสาย ซึ่งในเบื้องต้นหากพระธรรมทูตต้องการเดินทางกลับไทย ก็พร้อมประสานให้แต่ในขณะนี้ยังไม่มีพระไทยในต่างประเทศแสดงความประสงค์ขอ กลับมา เพราะพระธรรมทูตส่วนใหญ่ต้องการอยู่วัดเพื่อเป็นกำลังใจให้กับคนไทยในต่างประเทศที่ต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 เช่นกัน

‘ข้าราชบริพารหน่วยราชการในพระองค์’ พร้อมใจบริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่อง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/547322

'ข้าราชบริพารหน่วยราชการในพระองค์'พร้อมใจบริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่อง

‘ข้าราชบริพารหน่วยราชการในพระองค์’พร้อมใจบริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่อง

วันศุกร์ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2564, 16.00 น.

“ข้าราชบริพารหน่วยราชการในพระองค์”น้อมนำพระบรมราโชบาย”พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว”ในการเสียสละอุทิศตนเพื่อส่วนรวม พร้อมใจบริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่อง

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ ทำให้มีผู้เข้ารับการบริจาคโลหิตลดลง ส่งผลให้โรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศขาดแคลนโลหิต สำหรับใช้ในการรักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วย ในการนี้ ข้าราชบริพารหน่วยราชการในพระองค์ ได้น้อมนำพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มายึดถือปฏิบัติ ด้วยทรงมีพระราชประสงค์ให้ข้าราชบริพารเป็นแบบอย่างของการเป็นข้าราชการที่ดี เสียสละอุทิศตน ทำความดีเพื่อส่วนรวม และตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน โดยต่างพร้อมใจกันร่วมบริจาคโลหิต เป็นวันที่ 5

วันนี้ (22 มกราคม 2564) เวลา 09.00 น.ข้าราชบริพารหน่วยราชการในพระองค์ พร้อมใจเข้าร่วมบริจาคโลหิต ณ เขตพระราชฐานในพระองค์ฯ ราชวิถี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 ทำให้มีผู้บริจาคโลหิตลดลง ส่งผลให้โลหิตสำรองมีจำนวนไม่เพียงพอกับความต้องการในการใช้รักษาพยาบาลของโรงพยาบาลต่างๆ

ทั้งนี้ ข้าราชบริพารหน่วยราชการในพระองค์ จากสำนักงานองคมนตรี สำนักพระราชวัง กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กองบัญชาการนายตำรวจราชองครักษ์ในพระองค์ รวมถึงจิตอาสาพระราชทาน ต่างพร้อมใจกันเข้าร่วมบริจาคโลหิตมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งโลหิตที่ได้รับจากการบริจาคทั้งหมดนี้ จะนำไปเป็นโลหิตสำรองในโรงพยาบาลต่างๆ สำหรับใช้ในการรักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วย เพื่อให้ผู้ป่วยทุกคนกลับมามีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ เป็นพลเมืองที่เป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติต่อไป สนองพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงให้ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข โดยในการบริจาคโลหิตของหน่วยราชการในพระองค์ ได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่เจ้าหน้าที่และผู้บริจาค และส่งต่อโลหิตที่ปลอดภัยไปยังโรงพยาบาล เพื่อใช้เป็นโลหิตสำรองในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยต่อไป

ซึ่งตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 ในประเทศไทย ในช่วงต้นปี 2563 ที่ผ่านมา หน่วยราชการในพระองค์ และหน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ในพื้นที่ต่างๆ อาทิ กองพันทหารม้าที่ 2 กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ และกองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้ที่ 1 กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 2 รักษาพระองค์ ได้ร่วมบริจาคโลหิต ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย และบริจาคที่โรงพยาบาลในพื้นที่อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด  เพื่อส่งต่อโลหิตแก่ผู้ป่วย และใช้เป็นโลหิตสำรองในโรงพยาบาลต่างๆ ต่อไป

สำหรับในวันนี้ โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ เป็นหน่วยที่เข้ามารับบริจาคโลหิต มีข้าราชบริพารผ่านการคัดกรองร่วมบริจาคโลหิตได้จำนวน 115 คน ได้โลหิตจำนวนรวม 51,750 ซีซี ตั้งแต่วันที่ 18 – 22 มกราคม 2564 รวม 5 วัน ผู้บริจาคโลหิต รวมจำนวน 811 คน ได้โลหิตจำนวนรวม 349,600 ซีซี ซึ่งจะได้นำไปเป็นโลหิตสำรอง สำหรับนำไปใช้ในการรักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วยในภาวะที่โลหิตขาดแคลนต่อไป

‘ครูตั้น’ เผย 26 ม.ค.เคาะ ‘เปิดเรียน’ หรือไม่ ระบุ ‘5จว.-สมุทรสาคร’ ยังเสี่ยงสูง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/547286

'ครูตั้น'เผย26ม.ค.เคาะ'เปิดเรียน'หรือไม่ ระบุ'5จว.-สมุทรสาคร'ยังเสี่ยงสูง

‘ครูตั้น’เผย26ม.ค.เคาะ’เปิดเรียน’หรือไม่ ระบุ’5จว.-สมุทรสาคร’ยังเสี่ยงสูง

วันศุกร์ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2564, 14.34 น.

เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2564 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ว่า มาหารือเรื่องการศึกษาแผนการพัฒนาโรงเรียนประจำชุมชน เป็นการอธิบายเบื้องต้น ซึ่งจะมาพบนายกฯ อีกครั้งในสัปดาห์หน้า เพื่อนำแผนทั้งหมดมานำเสนอแก้ไขปัญหาด้านการศึกษา

เมื่อถามว่า สิ้นเดือน ม.ค.นี้ โรงเรียนจะสามารถเปิดการเรียนการสอนได้หรือไม่ นายณัฏฐพล กล่าวว่า เบื้องต้นเท่าที่ทราบข้อมูลในการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ใน 28 จังหวัด น่าจะลดลงแน่นอน ซึ่ง จ.สมุทรสาคร ยังไม่สามารถเปิดการเรียนการสอนได้ ส่วนอีก 4 – 5 จังหวัด ที่มีการแพร่ระบาดหนัก ก็ต้องรอการพิจารณาในวันที่ 26 ม.ค.

ส่วนในเรื่องรายละเอียดตัวเลขผู้ติดเชื้อในช่วง 2 – 3 วันต่อจากนี้ โดยในช่วงเย็นของวันดังกล่าวจะมีความชัดเจนกว่า 20 จังหวัด ที่จะสามารถบริหารจัดการและให้เปิดการเรียนการสอนได้ โดยมีมาตรการรักษาความปลอดภัยด้านสาธารณสุขได้ด้วย

ทั้งนี้ คงไม่ต้องให้สาธารณสุขจังหวัดไปประจำการที่โรงเรียน เพราะเมื่อเราประกาศทางโรงเรียนมีเวลาเพียงพอ 1 สัปดาห์ ในการจัดการเรียนการสอนตามปกติ ส่วนเคสที่มีความเสี่ยงโรงเรียนสามารถตัดสินใจได้

‘ซินแสเข่ง’ ผ่าดวงวิกฤติชีวิต ‘ลุงพล’ มีปัญหาแตกแยก-ขัดแย้ง สร้างพญานาคทำให้เกิดอาเพศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/547203

'ซินแสเข่ง'ผ่าดวงวิกฤติชีวิต'ลุงพล' มีปัญหาแตกแยก-ขัดแย้ง สร้างพญานาคทำให้เกิดอาเพศ

‘ซินแสเข่ง’ผ่าดวงวิกฤติชีวิต’ลุงพล’ มีปัญหาแตกแยก-ขัดแย้ง สร้างพญานาคทำให้เกิดอาเพศ

วันศุกร์ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2564, 08.39 น.

วันที่ 22 มกราคม 2564 ซินแสเข่ง อาจารย์ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง ผอ.สถาบันโหราศาสตร์พยากรณ์แห่งประเทศไทย ได้วิเคราะห์ชนวนจุดสาเหตุของความขัดแย้ง ที่เกิดขึ้นในช่วงระยะที่ผ่านมา ระหว่าง นายไชย์พล กับสื่อมวลชนว่า จากที่ได้วิเคราะห์ถึงพฤติกรรมการกระทำ ของลุงพลที่มีอารมณ์ที่รุนแรง ใช้

ความคิดของตนเองเป็นใหญ่เจ้าอารมณ์ที่เกิดขึ้น และเรื่องของดวงดาวพบว่าดาวเสาร์ ดาวพระเคราะห์โคจรทับดวงชะตาชีวิตของลุงพล ตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้เกิดเรื่องความแตกแยกถอนตัว ของบุคคลที่เคยให้ความช่วยเหลือ หมอปลา คุณอุ๊บ ทนายความ เพราะเกิดความไม่เข้าใจ จนกลายเป็นความขัดแย้งของผู้ที่เข้ามาช่วยเหลือลุงพลมาโดยตลอด

ซินแสเข่ง ยังระบุว่า ดูจากดวงชะตาของลุงพลแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดตามหลักของศาสตร์ที่เกี่ยวกับเรื่องของการสร้างพญานาค ซึ่งตามหลักของโหราศาสตร์จีนแล้ว การสร้างพญานาคในที่ดินของลุงพล อาจจะทำให้มีผลกระทบเกิดขึ้น ก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้ง  สร้างความไม่เข้าใจ ก่อให้เกิดความอึดอัด รำคาญ สับสน สร้างความกังวล ขุ่นเคืองไม่เป็นสาระ ทำให้เกิดการเจ็บป่วยไม่สบายทั้งทางจิตใจและร่างกาย กับชีวิตของลุงพล ตามหลักโหราศาสตร์จีนเป็นปีที่ไม่ควรเอาเรื่องของพญานาค หรือมังกร เทพแห่งสวรรค์ เข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิต ที่จะมีผลกระทบต่อชีวิต และดวงชะตา เป็นอุปสรรคที่จะทำให้มีเหตุอันเป็นไป และได้รับแต่ความเดือดร้อนมาโดยตลอด


ซินแสเข่ง จึงได้วิเคราะห์สรุปว่า นอกจากช่วงจังหวะของปี 2564 นี้ รอบอายุของลุงพลจะเข้าเคราะห์ การโคจรของ ดาวพระเคราะห์ ดาวเสาร์ ดาวแห่งอุปสรรค ก็ยังโคจรมาทับ ดวงชะตา ของลุงพล อีกวาระหนึ่ง ซึ่งก่อให้เกิดปัญหา อาเพศกับเหตุความวุ่นวาย เกิดขึ้น และการสร้างพญานาค ก็เป็นเรื่องที่เป็นอุปสรรค มีผลกระทบต่อดวงชะตาของลุงพล อีกทั้งการสร้างสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีขนาดใหญ่ก็ควรที่จะต้องได้มีผู้ร่วมอนุโมทนากันมากๆ เพราะถ้าหากว่าบารมีของผู้ที่สร้างไม่ถึง ก็อาจจะทำให้ชีวิตของผู้สร้างนั้น มีอันเป็นไปถึงแก่ชีวิตได้

ประชาชนทุกหมู่เหล่าพร้อมใจลงนามถวายพระพร ‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/547170

ประชาชนทุกหมู่เหล่าพร้อมใจลงนามถวายพระพร'กรมสมเด็จพระเทพฯ'

ประชาชนทุกหมู่เหล่าพร้อมใจลงนามถวายพระพร’กรมสมเด็จพระเทพฯ’

วันพฤหัสบดี ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2564, 20.29 น.

ประชาชนทุกหมู่เหล่าพร้อมใจลงนามถวายพระพร”กรมสมเด็จพระเทพฯ” ขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวร ณ ศาลาสหทัยสมาคม

วันนี้ (21 มกราคม 2564) ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น. พระภิกษุ, ราชสกุล, เอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย, ข้าราชการ, คณะผู้บริหาร ครู อาจารย์ และนักเรียนจากสถานศึกษาต่างๆ รวมถึงมูลนิธิ สมาคม ชมรม ร่วมกันนำพวงมาลัย สิ่งของ และแจกันดอกไม้ ไปทูลเกล้าฯ ถวาย แสดงออกถึงความจงรักภักดี พร้อมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขอให้พระองค์ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ววัน ประกอบด้วย อาทิ โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย เพชรบูรณ์ , สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย , กลุ่มโรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย และโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติฯ จังหวัดสกลนคร, ส่วนวิชาทหาร โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า , มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ , ศูนย์พัฒนาเด็กพิเศษและชุมชน คลองเตยและทุ่งสองห้อง,

เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย , กรมการสัตว์ทหารบก , มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม , สมาคมศรีคุรุสิงห์สภา (สถาบันศาสนาซิกข์แห่งประเทศไทย) , ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม , สมาคมผู้ทำคุณประโยชน์เพื่อพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ศูนย์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ในพระสังฆราชูปถัมภ์ และองค์กรเครือข่ายชาวพุทธแห่งประเทศไทย , กรมการทหารช่าง , ชมรมอาจารย์เก่าเตรียมอุดมศึกษา , องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ , กรมการข้าว ,  สมาคมสัตวบาล แห่งประเทศไทย, โรงงานเภสัชกรรมทหาร, สมาคมตระกูลแซ่แห่งประเทศไทย,  สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย-ปทุมธานี ,  สมาคมเคมีแห่งประเทศไทย, โรงเรียนมัธยมสังคีต กรุงเทพฯ,  สมาคมแม่บ้านสาธารณสุข,  สมาคมนักเรียนเก่ามาแตร์เดอีวิทยาลัย,  สมาชิกราชสกุล ,  มูลนิธิราชสุดา,  กงสุลเบลาลุส,  มูลนิธิอุบลรัตน์ ในพระบรมราชินูปถ้มภ์,  โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ,  โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ มหามงคล, โรงเรียนเตรียมสาธิตศึกษา,  โรงเรียนสวนกุหลาบนนทบุรี,  ชมรมบาลีสันสกฤต คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,  สำนักงานอัยการสูงสุด,  ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ,  องค์การบริหารการพัฒนาท้องที่พิเศษฯ และสมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทย, เลขาธิการคุรุสภา พร้อมคณะผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา เป็นต้น

ทั้งนี้ สำนักพระราชวัง เปิดให้ประชาชนลงนามถวายพระพร สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้ทรงหายจากพระอาการประชวร ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น.โปรดแต่งกายด้วยชุดสุภาพ และปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 โดยเคร่งครัด

‘ครูโอ๊ะ’ ยืนยันไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง หลังเจอ ‘อ.ยิ่งศักดิ์’ ย้ำทำงานได้ตามปกติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/547096

'ครูโอ๊ะ'ยืนยันไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง หลังเจอ'อ.ยิ่งศักดิ์ ย้ำทำงานได้ตามปกติ

‘ครูโอ๊ะ’ยืนยันไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง หลังเจอ’อ.ยิ่งศักดิ์ ย้ำทำงานได้ตามปกติ

วันพฤหัสบดี ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2564, 18.04 น.

ครูโอ๊ะ เผยกรมควบคุมโรคยืนยัน “ครูโอ๊ะไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง” สามารถปฏิบัติงานได้ตามปกติ ไม่ต้องกักตัว

21 ม.ค.64 นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมช.ศธ.) เปิดเผยว่า จากการที่วานนี้ (วันที่ 20 มกราคม 2564) ครูพี่โอ๊ะได้พบกับอาจารย์ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์ ผอ.สถาบันศิลปะศาสตร์การอาหารฯ ภายในงานลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “การถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านโภชนาการจากส่วนของพืชกัญชาและกัญชง ที่ได้รับการยกเว้นจากการเป็นยาเสพติด” ที่กระทรวงสาธารณสุข โดยภายหลังมีข่าวอาจารย์ได้ประกาศกักตัวเองเป็นเวลา 14 วัน เนื่องจากได้พบกับดีเจชื่อดังเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา และล่าสุดช่วงเช้าวันนี้ อาจารย์ได้โพสต์แจ้งผลตรวจเป็นลบ นั้น

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า จากการแถลงการณ์ของนายแพทย์ โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ โดยได้เปิดเผยถึงกรณีครูโอ๊ะได้ไปร่วมงานที่กระทรวงสาธารณสุข โดยมีอาจารย์ยิ่งศักดิ์มาร่วมด้วย ซึ่งได้ระบุว่า “อาจารย์ยิ่งศักดิ์ ถือเป็นผู้สัมผัสกับดีเจมะตูม (วง1) ดังนั้นสิ่งที่ปฏิบัติก็คือ อาจารย์จะต้องกักตัวเอง และจะต้องตรวจทางห้องปฏิบัติการ โดยเมื่อวานนี้มีทีมสถาบันบำราศนราดูร ไปตรวจแล้วด้วยวิธีการ SWAB และ RCTCR ผลปรากฏว่าเชื้อเป็นลบ แปลว่าผู้สัมผัสกับผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ติดเชื้อ (วง2) หรือผู้ที่สัมผัสกับอาจารย์ยิ่งศักดิ์ เนื่องจากอาจารย์ยิ่งศักดิ์ตรวจแล้วไม่มีเชื้อ ก็แปลว่าวันนั้นไม่แพร่เชื้อให้ใคร  ส่วนครูโอ๊ะเป็นกลุ่มเสี่ยงหรือไม่ เมื่ออาจารย์ยิ่งศักดิ์ตรวจแล้วผลเป็นลบ เพราะฉะนั้นวันนั้นไม่แพร่เชื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการจึงไม่มีความเสี่ยง โดยสามารถปฏิบัติงานได้ตามปกติ ไปไหนมาไหนได้ปกติ ไม่ต้องกักตัว อันนี้ยืนยันด้วยข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ และขอให้สบายใจได้” 

ทั้งนี้ ครูขอขอบคุณทุกความห่วงใยและกำลังใจที่ส่งมาให้กันในทุกช่องทาง

‘สุรทิน’ เยี่ยมโรงเรียนเปิดภาคเรียนวันแรก หลังปิดตามคำสั่ง จ.นครศรีฯ 15 วัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/547086

'สุรทิน'เยี่ยมโรงเรียนเปิดภาคเรียนวันแรก หลังปิดตามคำสั่ง จ.นครศรีฯ 15 วัน

‘สุรทิน’เยี่ยมโรงเรียนเปิดภาคเรียนวันแรก หลังปิดตามคำสั่ง จ.นครศรีฯ 15 วัน

วันพฤหัสบดี ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2564, 17.46 น.

ผอ.สพป.นศ.2 เยี่ยมโรงเรียนเปิดภาคเรียนวันแรก หลังปิดตามคำสั่ง จ.นครศรีฯ 15 วัน ติดตามการจัดการเรียนช่วงโควิด-19

21 ม.ค.64 นายสุรทิน ทิพย์อักษร ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 2 (ผอ.สพป.นศ.2) เยี่ยมโรงเรียนบ้านควนกอ โรงเรียนบ้านวังตลับ และโรงเรียนบ้านเกาะขวัญ อำเภอถ้ำพรรณรา จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อติดตามการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) หลังจากที่สถานศึกษาในสังกัดทุกโรงมีการปิดโรงเรียน 15 วัน ตามคำสั่งจังหวัดนครศรีธรรมราช ตั้งแต่วันที่ 6-20 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา              

ทั้งนี้ ระหว่างที่มีการปิดโรงเรียน โรงเรียนสังกัด สพป.นศ.2 ทั้ง 189 โรงได้มีการจัดการเรียนการสอนรูปแบบ On Hand เป็นหลัก โดยมีครูจัดทำเอกสาร ใบงาน แบบฝึกหัด คู่มือ และชุดกิจกรรมต่างๆ แก่นักเรียนให้ไปศึกษาที่บ้าน และเรียน Online ร่วมด้วย และหลังจากที่ได้เปิดการทำการเรียนการสอนตามปกติที่โรงเรียน ในรูปแบบ on site วันแรกพบว่าโรงเรียนในสังกัดทุกโรงเปิดเรียนครบถ้วน 100% 
โรง นักเรียนมาเรียนครบถ้วน

โดยผู้ปกครองต่างมีความเชื่อมั่นในมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) ของโรงเรียนโดยมีมาตรการเข้มตั้งแต่การเดินเข้าโรงเรียน มีการเว้นระยะห่าง ทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัย วัดอุณหภูมิร่างกายโดยอุณหภูมิร่างกายต้องไม่สูงเกิน 37.5 องศาเซลเซียส ทุกอาคารเรียนมีการจัดเตรียมเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ ห้องเรียนต้องเปิดหน้าต่างเพื่อระบายอากาศ พร้อมกันนี้ผู้ปกครองต่างมั่นใจในรูปแบบการจัดการเรียนการสอนของครูว่าจะเกิดประโยชน์กับนักเรียนมากที่สุด

ผู้ปกครองเฮ! สช.สั่งโรงเรียนเอกชน ‘คืนค่าธรรมเนียม’ 11 รายการกรณีเรียนออนไลน์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/547077

ผู้ปกครองเฮ! สช.สั่งโรงเรียนเอกชน‘คืนค่าธรรมเนียม’ 11 รายการกรณีเรียนออนไลน์

ผู้ปกครองเฮ! สช.สั่งโรงเรียนเอกชน‘คืนค่าธรรมเนียม’ 11 รายการกรณีเรียนออนไลน์

วันพฤหัสบดี ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2564, 17.26 น.

ผู้ปกครองเฮ! สช.สั่งโรงเรียนเอกชน‘คืนค่าธรรมเนียม’ 11 รายการกรณีเรียนออนไลน์

21 มกราคม 2564 นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน  (เลขาธิการ กช.) ออกประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องซักซ้อมความเข้าใจการจัดการเรียนการสอนระหว่างปิดเรียนด้วยเหตุพิเศษและการคืนค่าธรรมเนียมการศึกษาให้แก่ผู้ปกครอง ระบุว่า ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ให้สถานศึกษาในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ ปิดเรียนด้วยเหตุพิเศษ ประกาศ ณ วันที่ 2 มกราคม 2564 กำหนดให้สถานศึกษาทุกแห่งของรัฐและเอกชนปิดเรียนด้วยเหตุพิเศษ

ต่อมาสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ได้รับเรื่องร้องเรียน จากผู้ปกครองเป็นจำนวนมากว่าโรงเรียนในระบบประเภทสามัญศึกษาและประเภทนานาชาติได้บังคับให้นักเรียนระดับก่อนประถมศึกษาและระดับประถมศึกษาต้องเรียนผ่านออนไลน์เท่านั้น ซึ่งไม่เหมาะสมกับนักเรียน รวมทั้งยังเป็นการสร้างภาระและความเดือดร้อนให้แก่ผู้ปกครองมากยิ่งขึ้น จึงได้มีการเรียกร้องให้โรงเรียนคืนค่าธรรมเนียมการศึกษา และค่าธรรมเนียมอื่นนั้น

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนพิจารณาแล้ว เห็นว่า ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ให้สถานศึกษาในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการปิดเรียนด้วยเหตุพิเศษ ประกาศ ณ วันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2564 มิได้บังคับให้โรงเรียนต้องจัดการเรียนการสอนเฉพาะผ่านออนไลน์เท่านั้น หากแต่โรงเรียนยังสามารถบริหารจัดการเรียนการสอนได้ตามบริบทและความเหมาะสม กับนักเรียนโดยอาจใช้วิธีใดวิธีหนึ่ง หรืออาจใช้หลายวิธีร่วมกันก็ได้ และหากโรงเรียนใดมีข้อจำกัดที่ไม่สามารถจัด การเรียนการสอนด้วยวิธีใดๆได้เลย ก็ให้โรงเรียนจัดการเรียนการสอนชดเชยเมื่อสามารถเปิดเรียนได้ตามปกติ

ดังนั้น เพื่อให้การจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนในระบบประเภทสามัญศึกษาและประเภทนานาชาติมีความเหมาะสม กับนักเรียนและสอดคล้องกับบริบทของแต่ละโรงเรียนรวมทั้งเป็นการบรรเทาภาระและความเดือดร้อนให้แก่ผู้ปกครอง ในกรณีผู้ปกครองร้องขอคืนเงินค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่น ให้โรงเรียนพิจารณา ดังนี้

1. ค่าธรรมเนียมการศึกษารายการใดที่โรงเรียนจัดเก็บจากผู้ปกครองและไม่มีความจำเป็นต้องใช้จ่ายเนื่องจากปิดเรียนด้วยเหตุพิเศษ ควรพิจารณาคืนตามสัดส่วนที่เป็นจริง ได้แก่

1.1 ค่าอาหารและค่าอาหารว่าง

1.2 ค่ารถรับส่ง

1.3 ค่าเรียนดนตรี กีฬาและศิลปะ กรณีโรงเรียนไม่ได้การจัดการเรียนการสอนผ่านออนไลน์

1.4 ค่าทัศนศึกษา

1.5 ค่าอาหารเสริมนม กรณีโรงเรียนไม่ได้จัดซื้อและจัดส่งให้นักเรียนถึงบ้าน

2. รายการค่าธรรมเนียมอื่นรายการใดที่โรงเรียนจัดเก็บจากผู้ปกครอง หากมิได้ดำเนินการใด ควรพิจารณาคืนตามความเหมาะสม ได้แก่

2.1 ค่าเรียนคอมพิวเตอร์/ค่าอินเตอร์เน็ต/ค่าใช้บริการ ICT

2.2 ค่าเรียนเสริมภาษาต่างประเทศ

2.3 ค่าซักฟอก

2.4 ค่าเรียนว่ายน้ำ

2.5 ค่าเรียนเสริมวิชาการ

2.6 ค่ากิจกรรมค่ายเสริมทักษะวิชาการ/วิชาชีพ

ทั้งนี้ รายการที่ 2.1 – 2.6 ให้หมายความรวมถึงรายการค่าธรรมเนียมอื่นที่โรงเรียนจัดเก็บโดยใช้ ชื่อเรียกอื่นๆ ที่มีวัตถุประสงค์ในทำนองเดียวกันด้วย