‘ส.ว.สมชาย’ แอบสังเกตการณ์ม็อบนร. ชงศธ.แก้ 6 ข้อ เชื่อช่วยเด็กถอยห่างชุมนุม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘ส.ว.สมชาย’แอบสังเกตการณ์ม็อบนร. ชงศธ.แก้ 6 ข้อ เชื่อช่วยเด็กถอยห่างชุมนุม (naewna.com)

‘ส.ว.สมชาย’แอบสังเกตการณ์ม็อบนร. ชงศธ.แก้ 6 ข้อ เชื่อช่วยเด็กถอยห่างชุมนุม

‘ส.ว.สมชาย’แอบสังเกตการณ์ม็อบนร. ชงศธ.แก้ 6 ข้อ เชื่อช่วยเด็กถอยห่างชุมนุม

วันจันทร์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 10.55 น.

‘ส.ว.สมชาย’แอบสังเกตการณ์ม็อบนร. ชงศธ.แก้ 6 ข้อ เชื่อช่วยเด็กถอยห่างชุมนุม

23 พฤศจิกายน 2563 นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาดังนี้…

“ฝากพิจารณาตามที่เห็นควรด้วยครับ เผื่อเป็นประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยครับ ผมแอบเข้าไปสังเกตการณ์ในม็อบ 3 ครั้ง พบว่า บางส่วนเป็นปัญหาเล็กน้อย แต่ไม่มีใครสนใจแก้ไข เขาจึงถูกดึงมาร่วมกัน ถ้าเราแก้ไขปัญหาเล็กน้อยอย่างจริงๆจังๆ อย่าคิดว่าเขาได้คืบเอาศอก เช่น

1) ปัญหาทรงผมเด็กผู้ชายง่ายมากครับ รมต.ศธ. ประกาศให้นร.ชาย มีทรงผมรองทรงหรือรองทรงสูง ส่วนรร.พิเศษ เช่น วชิราวุธ หรือต้องเรียน รด. ให้ตัดผมตามที่ระเบียบแต่ละแห่งกำหนดโดยข้อยกเว้นนั้นให้แจ้ง สพฐ. หรือกระทรวง ทราบ และถ้าจะไว้ยาวมากกว่านั้นให้ผู้บริหารโรงเรียน กรรมการนักเรียน กรรมการสมาคมผู้ปกครอง ประชุมและมีมติร่วมกัน เสนอให้ สพฐ. และ ศธ.ทราบเท่านั้นพอครับ

2) ปัญหาทรงผมเด็กหญิง ควรเร่งหาข้อยุติ

แบ่งระดับชั้น ประถมศึกษา มัธยมต้น มัธยมปลาย และควรให้เด็กๆมีส่วนร่วมเช่นร่วมกันโหวตทรงผมนักเรียนหญิงและเลือก 3 อันดับแรก ให้ ศธ.ประกาศใช้เป็นทรงผมที่อนุญาต มีเงื่อนไขเช่นห้ามย้อมสีหรือดัด ส่วนถ้าจะมีแบบทรงผมเกินจากนั้น ให้ทำความเห็นยกเว้นแบบเดียวกันกับข้อ1)

3) เรื่องการแต่งกาย ควรทำสำรวจความเห็น นักเรียนทั่วประเทศและผู้ปกครอง ว่าเห็นควรให้แต่งกายไปรเวทบ้างหรือไม่กี่วัน ให้ได้ข้อยุติโดยเร็วใน 3-4 สัปดาห์ จากนั้นประกาศโดย ศธ.เช่นกัน โดยมีเงื่อนไขในการแต่งกายไว้ด้วย หากรร.ใดจะมีข้อยกเว้นให้ปฏิบัติตามแบบข้อ1)

4) ควรสังคายนาหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลายอย่างจริงจัง ไม่ควรแบ่งเด็กเป็น สายวิทยาศาสตร์ สายศิลป์คำนวณ สายศิลป์ภาษา แบบเดิมแล้ว เพราะปิดกั้นโอกาสเด็กในการศึกษาในมหาวิทยาลัยแต่ต้นทาง

ควรจัดการเรียนการสอนวิชาพื้นฐานเหมือนกันทั่วประเทศ และเพิ่มวิชาเลือกหลักรอง วิชาเลือกเสรีให้กับเด็กที่ต้องการเข้ามหาวิทยาลัยแต่ละสาขาเฉพาะทางขึ้น

5) ควรให้ความสำคัญกับนักเรียนอาชีวะ ยกระดับและปรับปรุงหลักสูตรให้สอดคล้องกับการเรียนรู้เทคโนโลยีสมัยใหม่และเพิ่มการเรียนในสถานประกอบการจริงจัง มากกว่าในโรงเรียน

6) สร้างกลไกและมาตรการดูแลความปลอดภัยในโรงเรียนให้กับเด็กนักเรียน มิให้เกิดการล่วงละเมิดทางเพศ รวมถึงการปกป้องสิทธิเด็กอย่างจริงจัง  เปิดพื้นที่รับฟังสื่อสารสองทางมากขึ้นในโรงเรียนและวิทยาลัย

ผมลองยกตัวอย่างบางประการที่ผมพอมีข้อมูลและเชื่อว่า ถ้าเราแก้ไขปัญหาให้เด็กนักเรียนอย่างจริงจัง พวกเขาจะเข้าใจและถอยห่างจากการชุมนุมที่นับวันจะก้าวร้าวรุนแรงขึ้นเรื่อยๆครับ”

ฝากพิจารณาตามที่เห็นควรด้วยครับ เผื่อเป็นประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยครับ ผมแอบเข้าไปสังเกตการณ์ในม็อบ3ครั้ง พบว่า…โพสต์โดย สมชาย แสวงการ เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน 2020

กระทรวง อว. จัดงาน RSP Innovation Day 2020 ยกระดับงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมสู่เชิงพาณิชย์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – กระทรวง อว. จัดงาน RSP Innovation Day 2020 ยกระดับงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมสู่เชิงพาณิชย์ (naewna.com)

กระทรวง อว. จัดงาน RSP Innovation Day 2020  ยกระดับงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมสู่เชิงพาณิชย์

กระทรวง อว. จัดงาน RSP Innovation Day 2020 ยกระดับงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมสู่เชิงพาณิชย์

วันจันทร์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ (สอว.) จัดงาน Regional Science Park Innovation Day 2020 (RSP Innovation Day 2020) เพื่อเผยแพร่ผลงานความสำเร็จด้านนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์จากการวิจัยและการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการในภูมิภาค รวมถึงแสดงความพร้อมในการให้บริการของอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค เพื่อส่งเสริมและรองรับกิจกรรมวิจัยพัฒนาและนวัตกรรม ให้เป็นที่ประจักษ์ทั้งในภาครัฐและเอกชน พร้อมมอบรางวัล RSP Innovation Awards 2020 ให้กับผู้ประกอบการที่มีผลงานโดดเด่นทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยมุ่งเน้นผลักดันให้ผู้ประกอบการเกิดการตื่นตัวและสามารถพัฒนาต่อยอดสินค้าให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบัน

ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า กระทรวง อว.ได้จัดงาน RSP Innovation Day ต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 6 โดย สป.อว. ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลาง เปรียบเสมือนเป็นประตูผ่านเพื่อให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ให้ได้รับโอกาสในการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคม ผ่านเครือข่ายอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคที่เป็นตัวกลางและเชื่อมโยงระหว่างมหาวิทยาลัยที่มีความพร้อมด้านองค์ความรู้โครงสร้างพื้นฐาน ห้องปฏิบัติการ และบุคลากร กับผู้ประกอบการในพื้นที่ โดยผ่านกิจกรรม ดังนี้ 1.การพัฒนาศักยภาพของห้องปฏิบัติการเพื่อให้บริการแก่ภาคอุตสาหกรรม, การให้เอกชนเช่าพื้นที่เพื่อทำวิจัย, การให้บริการด้านการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาแก่ภาคอุตสาหกรรม, การให้บริการออกแบบนวัตกรรม, การให้บริการและช่วยเหลือภาคอุตสาหกรรมอย่างครบวงจร และฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2.การบ่มเพาะธุรกิจวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม 3.การพัฒนาขีดความสามารถทางเทคโนโลยี และวิจัยของภาคเอกชนในพื้นที่ 4.การวิจัยร่วมกับภาคเอกชน และ 5.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค

“ซึ่งในปีนี้เราได้จัดงานภายใต้นโยบายการจัดงานในรูปแบบ Innovation for NEXT NORMAL Lifestyle ที่มีความจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาคม และสถาบันการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวิจัยพัฒนาร่วมกันระหว่างภาคเอกชนและสถาบันการศึกษาอันจะนำไปสู่การสร้างผลิตภัณฑ์นวัตกรรมซึ่งมีศักยภาพสูง โดยความพิเศษของสินค้าและนวัตกรรมในปีนี้ เราได้มีการผลักดันให้ผู้ประกอบการมีการพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์การตลาดยุคใหม่ ที่เน้นเรื่องของสินค้าแปรรูป สินค้าที่ใช้สารสกัดจากธรรมชาติ สินค้าที่มีส่วนประกอบของสารลดความเครียด หรือจำพวกสมุนไพรเป็นหลัก เพื่อตอบสนองกับความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคในยุคนิว นอร์มอล และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดงาน RSP Innovation Day 2020 จะเกิดการยกระดับมาตรฐานนวัตกรรมไทยให้ดียิ่งขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ภาคเอกชน และเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนหรือผู้ที่มีความสนใจเข้ารับบริการของอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคเพื่อการพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการและอุตสาหกรรมในระยะยาว รวมทั้งประชาชนที่สนใจทั่วไปได้รับรู้และตระหนักถึงนวัตกรรมที่เป็นความสามารถของคนไทย อันจะนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการอย่างยั่งยืนต่อไป”

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊คเพจ www.facebook.com/MHESIThailand

พสกนิกรเฝ้ารอรับเสด็จ ‘ในหลวง-พระราชินี’ ทรงเปิดอาคารศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – พสกนิกรเฝ้ารอรับเสด็จ’ในหลวง-พระราชินี’ ทรงเปิดอาคารศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา (naewna.com)

พสกนิกรเฝ้ารอรับเสด็จ'ในหลวง-พระราชินี' ทรงเปิดอาคารศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา

พสกนิกรเฝ้ารอรับเสด็จ’ในหลวง-พระราชินี’ ทรงเปิดอาคารศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา

วันเสาร์ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 16.56 น.

21 พฤศจิกายน 2563 ประชาชนทยอยเดินทางมารอเฝ้าฯ รับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ณ ที่ทำการศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนิน ทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ และทรงเปิดอาคารที่ทำการศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา เวลา 17.00 น.       

โดยในช่วงเช้ามีฝนตกลงมาเล็กน้อย แต่ประชาชนยังคงพร้อมใจใส่เสื้อสีเหลืองทยอยเดินทางมารอเฝ้าฯ รับเสด็จกันมาอย่างต่อเนื่อง โดยในวันนี้จะมีช้างจากวังช้างอยุธยา มาร่วมรับเสด็จ พร้อมด้วย บิณฑ์ เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ และศิลปิน มาร่วมรับเสด็จอีกด้วย

ผบ.ตร.นำกำลังพล จัดบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ หลังม็อบ 3 นิ้วสาดสี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ผบ.ตร.นำกำลังพล จัดบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ หลังม็อบ 3 นิ้วสาดสี (naewna.com)

ผบ.ตร.นำกำลังพล จัดบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ หลังม็อบ 3 นิ้วสาดสี

ผบ.ตร.นำกำลังพล จัดบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ หลังม็อบ 3 นิ้วสาดสี

วันเสาร์ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 15.51 น.

วันที่ 21 พฤศจิกายน 2563 พลตำรวจเอก สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตรวจเยี่ยม กิจกรรม Cleaning Day สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี  พลตำรวจเอก ชนสิษฎ์  วัฒนวรางกูร  , พลตำรวจเอก มนู เมฆหมอก, พลตำรวจเอก ปิยะ  อุทาโย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  ผู้บังคับบัญชาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วมกิจกรรม  สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้นำข้าราชการตำรวจชุดควบคุมฝูงชน ร่วมกัน ทำความสะอาดป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บริเวณ ภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และโดยรอบพื้นที่ 

ขณะที่ พลตำรวจตรี ยิ่งยศ  เทพจำนง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า  ข้าราชการตำรวจ ที่มีที่ตั้งภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ร่วมกัน ดูแลทำความสะอาดจุดต่างๆ  เนื่องจาก ในช่วงที่ผ่านมา กลุ่มผู้ชุมนุมมีกิจกรรม บริเวณหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำให้อาจจะเกิดความเสียหาย เบื้องต้น ผู้บัญชาการตำรวจ จึงได้มอบหมายให้ ช่วยกันฟื้นฟูสภาพให้กลับมาเป็นปกติ เร็วที่สุด เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจ และเป็นกำลังใจให้กับผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วย    

สมัชชาสุขภาพนครปฐม จับมือ Node Flagship สสส. ชูนครปฐมโมเดล ร่วมสร้างเมืองอาหารปลอดภัยเพื่อเด็ก เข้าถึงอาหารที่ดีมีโภชนาการ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – สมัชชาสุขภาพนครปฐม จับมือ Node Flagship สสส. ชูนครปฐมโมเดล ร่วมสร้างเมืองอาหารปลอดภัยเพื่อเด็ก เข้าถึงอาหารที่ดีมีโภชนาการ (naewna.com)

สมัชชาสุขภาพนครปฐม จับมือ Node Flagship สสส. ชูนครปฐมโมเดล ร่วมสร้างเมืองอาหารปลอดภัยเพื่อเด็ก เข้าถึงอาหารที่ดีมีโภชนาการ

สมัชชาสุขภาพนครปฐม จับมือ Node Flagship สสส. ชูนครปฐมโมเดล ร่วมสร้างเมืองอาหารปลอดภัยเพื่อเด็ก เข้าถึงอาหารที่ดีมีโภชนาการ

วันเสาร์ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 15.39 น.

สมัชชาสุขภาพนครปฐม จับมือ Node Flagship สสส.และภาคีเครือข่าย ชูนครปฐมโมเดล ร่วมสร้างเมืองอาหารปลอดภัยเพื่อเด็ก เข้าถึงอาหารที่ดีมีโภชนาการ พร้อมปลุกพลังการอ่านผ่านหนังสือ “ปลูกผักสนุกจัง”

วันที่ 21 พฤศจิกายน 2563 ที่ศาลาเอนกประสงค์วัดบางภาษี อ.บางเลน จ.นครปฐม สมัชชาสุขภาพจังหวัดนครปฐม ร่วมกับ Node Flagship สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) นครปฐม และภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรม “นครปฐมโมเดล ปลูกผักสนุกจัง สานพลังการอ่าน…สู่เมืองอาหารปลอดภัยเพื่อเด็ก” เพื่อขับเคลื่อนเมืองอาหารปลอดภัย พร้อมร่วมประกาศเจตนารมณ์ให้เด็กทุกคน สามารถเข้าถึงอาหารปลอดภัย ไร้สารพิษ รวมถึงอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการอย่างเพียงพอเหมาะสมทั้งในภาวะปกติและภาวะพิบัติภัยต่างๆ     

ผศ.ดร.นพ.คงเดช ลีโทชวลิต  ประธานเครือข่ายสมัชชาสุขภาพจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า อาหารเป็นปัจจัยพื้นฐานของการดำรงชีวิต การเข้าถึงอาหารเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี นับเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคน ดังนั้นการได้รับความมั่นคงทางอาหาร หรืออาหารที่ปลอดภัย ไร้สารเคมีและสารพิษ จึงเป็นหลักประกันที่นำไปสู่การมีดุลยภาพในทุกมิติ ซึ่งไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมอันดับต้นๆของโลก มีผลผลิตทางการเกษตรที่ส่งออกเป็นจำนวนมาก ยังประสบปัญหาการเข้าถึงอาหารที่ปลอดภัยและเพียงพอต่อความต้องการ ในกลุ่มของเด็กและกลุ่มผู้เปราะบาง เมื่อเกิดสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติและโรคอุบัติใหม่ เด็กกลุ่มนี้ยิ่งต้องเผชิญกับความสุ่มเสี่ยงที่รุนแรงมากขึ้น ทั้งความหิวโหย และความปลอดภัยของอาหาร จึงจำเป็นที่ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันผลักดัน ให้น้องๆเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการอย่างเพียงพอและเหมาะสม ทั้งในภาวะปกติและภาวะพิบัติภัยต่าง ๆ  

 “นครปฐมเป็นจังหวัดที่มีความอุดมสมบูรณ์รายล้อมไปด้วยพืชผักผลไม้นานาชนิด ดังนั้นเพื่อให้เกิดระบบการผลิตที่เกื้อหนุน รักษาสมดุลของระบบนิเวศน์และความคงอยู่ของฐานทรัพยากรอาหารทางธรรมชาติ เครือข่ายสมัชชาสุขภาพจังหวัดนครปฐม จึง ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายและทุกภาคส่วน ร่วมกันขับเคลื่อนเมืองอาหารปลอดภัยเพื่อเด็ก เพื่อให้เด็กทุกคนได้เข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ” ผศ.ดร.นพ.คงเดช กล่าว

รศ.ดร.เกศินี ประทุมสุวรรณ  ผู้จัดการ Node Flagship สสส.นครปฐม และกรรมการผู้จัดการมูลนิธิปันสุข กล่าวว่า แม้ไทยมีการปรับตัวที่ดีเพื่อเข้าสู่ชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) เป็นลำดับต้นๆของโลก แต่ปัญหาการกระจายอาหารให้ทั่วถึงเพียงพอ ทั้งด้านความปลอดภัยของอาหาร  คุณค่าทางโภชนาการอย่างสมวัย และการผลิตที่เกื้อกูลต่อระบบธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยังคงเป็นปัญหาใหญ่ ซึ่งจากการสำรวจข้อมูลในจังหวัดนครปฐม พบว่ามีประชากรทั้งสิ้น 911,492 คน ในจำนวนนี้เป็นเด็กแรกเกิดถึงปฐมวัย (0-5 ปี) ร้อยละ 6.1 และเป็นเด็กวัยเรียนตามการศึกษาภาคบังคับ (6-15 ปี) ร้อยละ11.3 ปัญหาสำคัญของเด็กทั้งสองกลุ่มคือ โภชนาการสมวัย โดยเด็กกลุ่มแรกมีภาวะทุพโภชนาการ ผอมและเตี้ย ส่วนกลุ่มหลัง คือ โรคอ้วนและเริ่มอ้วน ซึ่งมีถึงร้อยละ16 สูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศ ดังนั้นเพื่อให้เกิดความมั่นคงทางอาหาร สมัชชาสุขภาพจังหวัดนครปฐม ร่วมมือกับหลายภาคส่วน รวมถึง Node Flagship สสส.จังหวัดนครปฐม รณรงค์ขับเคลื่อนผ่านโรงเรียนต่าง ๆ หลายสังกัด เพื่อให้เด็กได้รับอาหารปลอดภัยครบ 3 มื้อ โดยสนับสนุนให้โรงเรียนปลุกผักกินเอง รวมถึงสนับสนุนให้ผู้ปกครองปลูกผักและรับซื้อผักปลอดสารพิษจากเกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียงด้วย

“สิ่งนี้จะเกิดเป็นโมเดลการจัดการอาหารตามบริบทของพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ที่ชี้ชัดว่า ความมั่นคงทางอาหารทำได้จริงในระดับชุมชน  มาถึงวันนี้ สมัชชาสุขภาพจังหวัดนครปฐม มูลนิธิปันสุข  มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ภาคีเครือข่ายภาคประชาชนโดยการสนับสนุนของแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส.  มูลนิธิชีววิถี (BIOTHAI) เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thai-Pan) และสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งขาติ (สช.) ตระหนักว่า เด็กปฐมวัยและเด็กวัยเรียน ควรเป็นประชากรกลุ่มแรกที่ชุมชนจะต้องใส่ใจ ฟูมฟักให้พวกเขาได้รับโภชนาการสมวัยที่ปลอดภัยและเพียงพอ เราจึงร่วมกันปลุกพลังพลเมือง ขับเคลื่อนการออกแบบชุมชนให้นครปฐมเป็นโมเดลเมืองอาหารปลอดภัยเพื่อเด็ก โดยอาศัยเครื่องมือสำคัญ อาทิ สาธิตการทดลอง การผลิตหนังสือ ปลูกผักสนุกจังเพื่อให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมและภาควิชาการ ได้เห็นตอนปลุกพลังจากการอ่าน  และเข้ามาสร้างและออกแบบแผนงานร่วมกัน” รศ.ดร.เกศินี กล่าว

ด้าน นางสุดใจ พรหมเกิด ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส. กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม มูลนิธิชีววิถี ไทยแพน และเครือข่ายขับเคลื่อนเมืองอาหารปลอดภัยเพื่อเด็กนครปฐม ที่ลุกขึ้นสร้างปรากฏการณ์รูปธรรมในครั้งนี้ ขอบคุณ สสส. ที่สนับสนุนให้หนังสือและการอ่านเป็นจุดคานงัดสำคัญในการพัฒนาเด็กปฐมวัยและขับเคลื่อนเมืองสุขภาวะมาอย่างต่อเนื่อง หากเราสามารถปลูกฝังพฤติกรรมสุขภาวะและวางรากฐานกระบวนการอ่านการเรียนรู้ตั้งแต่เด็กเล็ก โดยเฉพาะในช่วง 6 ปีแรกของชีวิต เขาจะเติบโตเป็นพลเมืองสร้างสรรค์ที่มีศักยภาพในการพัฒนาสังคมแห่งอนาคต เด็กหนึ่งคนจึงต้องใช้คนทั้งชุมชน ทั้งหมู่บ้าน ทั้งเมืองร่วมกันดูแล ช่วยกันหยุดทำร้ายเด็กในวันนี้ ต้องหยุดใช้สารเคมี  

สำหรับพ่อแม่ ครูศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ครูอนุบาล และผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดหนังสือนิทานภาพ “ปลูกผัก สนุกจัง” ได้ทาง http://www.happyreading.in.th หน่วยงานในจังหวัดนครปฐมที่สนใจเข้าร่วมเป็นเครือข่ายเมืองอาหารปลอดภัยเพื่อเด็ก ติดต่อรับหนังสือได้ที่ เพจมูลนิธิปันสุข นครปฐม 
 

‘ท่านใหม่’ เผย ‘ในหลวง’ พระราชทานที่ดินให้แก่ ‘สวนสุนันทา-สวนดุสิต’ แล้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘ท่านใหม่’เผย ‘ในหลวง’พระราชทานที่ดินให้แก่’สวนสุนันทา-สวนดุสิต’แล้ว (naewna.com)

'ท่านใหม่'เผย 'ในหลวง'พระราชทานที่ดินให้แก่'สวนสุนันทา-สวนดุสิต'แล้ว

‘ท่านใหม่’เผย ‘ในหลวง’พระราชทานที่ดินให้แก่’สวนสุนันทา-สวนดุสิต’แล้ว

วันเสาร์ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 09.54 น.

21 พฤศจิกายน 2563 ม.จ. จุลเจิม ยุคล หรือท่านใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นพ้นหาที่สุดมิได้ 
#พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระราชทานพระมหากรุณา
#พระราชทานโฉนดที่ดินในพระปรมาภิไธย
บริเวณถนนราชวิถี เขตดุสิต
ให้เป็นกรรมสิทธิ์แก่มหาวิทยาลัยสองแห่ง
ประกอบด้วย
• #มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ๖๐ ไร่ ๑ งาน ๘๐ ตารางวา
• #มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ๓๗ ไร่ ๑ งาน ๑๐ ตารางวา
อันจะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาของเยาวชนของชาติ

เพราะฉะนั้น…
“ข่าวลือ…ข่าวเล่าอ้างว่า ด้านลบ” ควรจบกันได้แล้วครับ

ที่สำคัญ…
คณาจารย์และนักศึกษาของทั้งสองมหาวิทยาลัย
ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และในอนาคต
พึงสำเหนียกตระหนักในพระมหากรุณาธิคุณ ในครั้งนี้เป็นที่ยิ่ง
ด้วยความจงรักภักดีเหนือเกล้าเหนือกระหม่อม
พร้อมปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
ให้เป็นที่เทิดทูนของปวงชนชาวไทยตลอดกาลนาน
เพื่อสนองในพระมหากรุณาธิคุณล้นพ้นหาที่สุดมิได้ในครั้งนี้

ม.จ. จุลเจิม ยุคล
นิสิต นักศึกษา ทั้งในอดีต และปัจจุบัน รวมถึง คณาจารย์ครูบาอาจารย์ ของทั้งสองมหาวิทยาลัย เลิกชู สามนิ้วกันได้แล้วครับ ความจริงได้กระจ่างออกมาแล้ว เลือกทางเดินกันเองเถิดครับ ว่าใครทำเพื่อตัวเอง ทำลายล้างทุกอย่างเพื่อตัวเองและที่พรรคพวกต้องการ หรือใครทำเพื่อประโยชน์สูงสุดให้กับมหาวิทยาลัยของท่าน และประเทศชาติ อันเป็นที่รักของเรา

‘ม.รังสิต’ จับมือ ‘สจล.’ เปิดหลักสูตรควบสองปริญญา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘ม.รังสิต’จับมือ’สจล.’เปิดหลักสูตรควบสองปริญญา (naewna.com)

'ม.รังสิต'จับมือ'สจล.'เปิดหลักสูตรควบสองปริญญา

‘ม.รังสิต’จับมือ’สจล.’เปิดหลักสูตรควบสองปริญญา

วันพฤหัสบดี ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 15.31 น.

ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต และ ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) จัดพิธีลงนามในความร่วมมือการจัดการศึกษาหลักสูตรควบสองปริญญา ระหว่างมหาวิทยาลัยรังสิต และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ร่วมลงนาม พร้อมคณะผู้บริหารและคณาจารย์ทั้งสองสถาบัน ณ ห้องประชุม 1-801 มหาวิทยาลัยรังสิต

โดยหลักสูตรควบสองปริญญาของประกอบด้วย วิทยาลัยการท่องเที่ยวและการบริการ สาขาวิชาการจัดการธุรกิจการบิน และสาขาวิชาการจัดการการท่องเที่ยวและการบริการ ของมหาวิทยาลัยรังสิต กับหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาบริหารธุรกิจและการเป็นผู้ประกอบการ ของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง วิทยาเขตชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ทั้งนี้ หลักสูตรควบสองปริญญาดังกล่าวจะเปิดสำหรับปีการศึกษา 2564 เป็นต้นไป

ผลิตภัณฑ์ “ทีพีไอ ซูเปอร์แคลเซียม พีเอช12 (TPI Super Calcium PH12)” สำหรับใช้ปรับปรุงดินเพาะปลูกพืช ไปทดสอบกำจัดเชื้อตระกูล “อาร์เอ็นเอไวรัส (RNA Virus)” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – รายงานพิเศษ : กรมชลประทานติดตาม 2 โครงการอ่างพวง ในลุ่มน้ำชีตอนบน จ.ชัยภูมิ (naewna.com)

รายงานพิเศษ : กรมชลประทานติดตาม 2 โครงการอ่างพวง ในลุ่มน้ำชีตอนบน จ.ชัยภูมิ

รายงานพิเศษ : กรมชลประทานติดตาม 2 โครงการอ่างพวง ในลุ่มน้ำชีตอนบน จ.ชัยภูมิ

วันพฤหัสบดี ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

จากกรณีเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ เริ่มระบาดในประเทศจีนตั้งแต่ช่วงเดือน ม.ค. 2563 ที่ต่อมาได้ถูกตั้งชื่อว่าโควิด-19 และลุกลามไปทั่วโลก ซึ่งในเวลานั้นมีรายงานว่า เครือทีพีไอ (TPI) ได้นำผลิตภัณฑ์ “ทีพีไอ ซูเปอร์แคลเซียม พีเอช12 (TPI Super Calcium PH12)” สำหรับใช้ปรับปรุงดินเพาะปลูกพืช ไปทดสอบกำจัดเชื้อตระกูล “อาร์เอ็นเอไวรัส (RNA Virus)” ที่ก่อให้เกิดโรคปากและเท้าเปื่อยในปศุสัตว์ เช่น สุกร โคกระบือ แล้วได้ผลดีและไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์แต่อย่างใด โดยเป็นการใช้แบบผงโรยตามคอกสัตว์หรือที่บาดแผลของสัตว์

ทำให้มีแนวคิดขยายผลว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะสามารถใช้กำจัดเชื้อ “SARS-CoV-2” ซึ่งเป็นชื่อทางวิทยาศาสตร์ของ “ไวรัสโควิด-19” ซึ่งอยู่ในตระกูลอาร์เอ็นเอไวรัสเช่นกันได้หรือไม่ จึงได้ส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์หลายชนิดที่ต่อยอดมาจากทีพีไอ ซูเปอร์แคลเซียม พีเอช12 ไปให้ห้องปฏิบัติการชั้นนำของประเทศไทยเพื่อให้ทดสอบสมมติฐาน กระทั่งล่าสุดเมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีการเปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้สามารถฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้จริง

นายกล้าพันธุ์ เหงากุล ที่ปรึกษาด้านเกษตรอินทรีย์ บริษัท ทีพีไอชีวะอินทรีย์ จำกัดเปิดเผยว่า ทางทีพีไอได้ส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์หลายชนิดไปให้ห้องปฏิบัติการในมหาวิทยาลัยต่างๆ ทดสอบ โดยหน่วยงานที่รับทดสอบผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับสัตว์จะเป็นคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประกอบด้วย 1.ผงโรยคอกสัตว์เท้ากีบ “ไมโครมน็อค (Microme Knox)”ซึ่งต่อยอดมาจากผลิตภัณฑ์ทีพีไอ ซูเปอร์แคลเซียมพีเอช12 สำหรับใช้ปรับปรุงดินเพาะปลูกพืช

2.น้ำยาเช็ดพื้นผิว “ไมโครมน็อค โซลูชั่น(Microme Knox Solution)” 3.น้ำยาบ้วนปาก “แปรงตัง มารี โรส เมาธ์วอช ไลท์ (Printemp Marie Rose Mouthwash Light)” ซึ่งมี 2 กลิ่น คือกลิ่นมิ้นท์กับกลิ่นขิง และ 4.ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแคลเซียมและวิตามินซีจากธรรมชาติ “ไบโอ น็อค (Bio Knox)” เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ทั้งหมดนี้มีผลกำจัดเชื้อโควิด-19 ได้จริง

เนื่องจากว่าบริษัทได้รับผลยืนยันประสิทธิภาพของการกำจัด RNA Virus และ DNAVirus โดยได้รับการยืนยันจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และจากผลการทดลองกับสัตว์เลี้ยงต่างๆ ตั้งแต่ ไก่ สุกร โค แพะ แกะ สุนัข และแมวทางห้องปฏิบัติการ R&D ของบริษัทจึงได้ปรับปรุงสาร TPI Super Calcium PH12 ให้ปลอดภัยยิ่งขึ้นเหมาะสมกับการใช้บริโภคกับมนุษย์ และส่งให้คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล วิเคราะห์

อันมี น้ำยาบ้วนปากแปรงตัง มารีโรส (Printemp Marie Rose Mouth Wash) ซึ่งมี 2 กลิ่น คือ กลิ่นมิ้นท์ และกลิ่นขิง และผลิตภัณฑ์ไบโอน็อค (BioKnox) ชนิดผงสำหรับละลายน้ำดื่มฆ่าเชื้อโรค และน้ำยาเช็ดพื้นผิวไมโครโซลูชั่น (Microme Knox Solution) ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ทั้งหมดนี้มีผลกำจัดเชื้อโรค Covid-19ได้จริงและไม่เป็นอันตราย ขณะนี้พนักงานทีพีไอรวมทั้งสมาชิกในครอบครัวร่วมแสนคนก็ได้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไปแล้ว และได้รับผลดีโดยไม่ปรากฏว่ามีผู้ติดโรค Covid-19 เลย

ขณะที่ ศ.(กิตติคุณ) ดร.โสภณ เริงสำราญอาจารย์ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งว่าด้วย “เชื้อตระกูลอาร์เอ็นเอไวรัส ไม่สามารถอยู่ในสภาวะที่เป็นด่างจัดได้” ซึ่งไวรัสตระกูลอาร์เอ็นเอนี้มักเป็นเชื้อที่ก่อให้เกิดโรคทั้งในมนุษย์และสัตว์ ทำให้ทางทีพีไอนำงานวิจัยนี้ไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายชนิด

ศ.(กิตติคุณ)ดร.ประกิตติ์สิน สีหนนทน์ อาจารย์ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เล่าถึงการต่อยอดงานวิจัยดังกล่าว ว่า จากกรณีที่ปศุสัตว์หลายชนิดเช่น สุกร โค กระบือ มักพบปัญหาโรคปากและเท้าเปื่อย ซึ่งเป็นเชื้ออาร์เอ็นเอไวรัสเช่นกัน ทำให้ทางทีพีไอพัฒนาผลิตภัณฑ์ไมโครมน็อค เป็นผงโรยตามคอกสัตว์หรือโรยที่แผลของสัตว์ โดยผ่านการทดสอบสรรพคุณจากห้องปฏิบัติการของคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก่อนนำไปให้เกษตรกรทดลองใช้แล้วพบว่าได้ผลดี

“ลักษณะโครงสร้างของอาร์เอ็นเอไวรัสมันจะประกอบด้วยเบส (Base) แล้วก็จะมีน้ำตาลไรโบส (Ribose) แล้วก็ประกอบไปด้วยฟอสเฟต (Phosphate) โครงสร้างยูนิตเล็กๆ ซึ่งแต่ละยูนิตเราเรียกว่านิวคลีโอไทด์(Nucleotide) ฉะนั้นสายของอาร์เอ็นเอก็จะประกอบไปด้วยนิวคลีโอไทด์หลายยูนิตด้วยกัน แล้วปรากฏว่างานวิจัยมันพิสูจน์พบว่าความเป็นด่างมันทำลายตัวฟอสเฟต ซึ่งเป็นตัวที่เชื่อมนิวคลีโอไทด์ของแต่ละตัวออกได้ เพราะฉะนั้นไวรัสก็โดนทำลาย” ศ.(กิตติคุณ) ดร.ประกิตติ์สิน อธิบาย

ศ.(กิตติคุณ) ดร.ประกิตติ์สิน กล่าวต่อไปว่าต่อมาเมื่อเริ่มมีการระบาดของไวรัสโควิด-19 หรือชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ SARS-CoV-2 ซึ่งเป็นเชื้อตระกูลโคโรนาไวรัส (Coronavirus) ทำให้ทางทีพีไอสนใจว่าผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่จะใช้ทำอะไรกับสถานการณ์นี้ได้บ้าง และได้นำผลิตภัณฑ์หลายชนิดไปทดสอบที่ห้องปฏิบัติการของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

อาทิ ผลิตภัณฑ์ไมโครมน็อค โซลูชั่น ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เดียวกับไมโครมน็อค แต่เป็นรูปแบบน้ำ พบว่าสามารถฆ่าเชื้อกลุ่มโคโรนาไวรัส รวมถึงโควิด-19 ได้เกือบ 100% เหมาะสำหรับใช้เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อสำหรับเช็ดหรือฉีดพ่นสิ่งของต่างๆ ซึ่งในช่วงที่เริ่มมีสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ใหม่ๆ เจ้าของหรือผู้รับผิดชอบอาคารสถานที่ต่างๆ มักนิยมซื้อน้ำยาจากต่างประเทศที่มีราคาสูง ในขณะที่ผลิตภัณฑ์ไมโครมน็อค โซลูชั่นนั้นราคาถูกกว่า

เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์น้ำยาบ้วนปาก แปรงตัง มารี โรสในการทดลองในห้องปฏิบัติการก็พบว่าสามารถ ฆ่าเชื้อโคโรนาไวรัส รวมถึงโควิด-19 ได้เช่นกันซึ่งคล้ายกับที่ประเทศเยอรมนี ที่มีการนำน้ำยาบ้วนปากหลายยี่ห้อมาทดลองในห้องปฏิบัติการ แล้วพบสามารถลดจำนวนเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่พบมากในน้ำลายได้ จึงเหมาะสำหรับ ทันตแพทย์ที่ต้องทำงานกับช่องปากของผู้ป่วย

และผลิตภัณฑ์ล่าสุดที่ต่อยอดมาจากไมโครมน็อค คือผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มไบโอน็อค มีลักษณะเป็นผงชงดื่มกับน้ำ ซึ่งในตอนแรกตนก็ไม่กล้าดื่ม กระทั่งทราบว่า ประธานทีพีไอ คือ นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ก็ดื่มเครื่องดื่มนี้เช่นกัน ทำให้ตัดสินใจลองดื่มบ้างเพราะเห็นว่าปลอดภัย ไบโอ น็อค ยังมีส่วนผสมของขิงซึ่งมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย แม้ยังไม่มีผลพิสูจน์ว่าสามารถฆ่าเชื้อโควิด-19 ได้ด้วยวิธีการดื่ม แต่การดื่มไบโอ น็อคเป็นประจำจะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้สุขภาพแข็งแรง อันเป็นหนทางลดความเสี่ยงจากการป่วยจากโรคติดต่อได้

ด้าน ศ.ดร.นพ.ประเสริฐ เอื้อวรากุล รองคณบดีฝ่ายวิจัย คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวเสริมว่า ทางทีพีไอได้ส่งตัวอย่าผลิตภัณฑ์มาให้ทดสอบ ซึ่งรวมถึงไบโอ น็อคด้วย โดยในห้องปฏิบัติการเวลานั้นมีตัวอย่างเชื้อ SARS-CoV-2 หรือไวรัสโควิด-19อยู่พอดี จึงได้นำผลิตภัณฑ์มาใส่รวมกับเชื้อแล้วทิ้งไว้ พบว่าเพียงไม่กี่นาทีเชื้อไวรัสดังกล่าวก็ตายแล้ว เท่ากับว่าไบโอน็อคมีส่วนผสมบางอย่างที่สามารถฆ่าเชื้อโควิด-19 ได้ อย่างไรก็ตาม ย้ำว่าเป็นเพียงการทดสอบในหลอดทดลองเท่านั้น

ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงปลายเดือน ม.ค. 2563 นายสันธาน ชัยพันธ์วิริยาพร รองผู้จัดการใหญ่ (วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี) บริษัท ทีพีไอโพลีน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ปรับปรุงคุณภาพดิน ทีพีไอ ซูเปอร์แคลเซียม พีเอช12ได้นำไปทดลองใช้แก้ไขปัญหาการระบาดของโรคปากเท้าเปื่อยในสัตว์เท้ากีบ อาทิ ในพื้นที่อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่เลี้ยงโคที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของประเทศไทย แต่ต้องเผชิญกับโรคดังกล่าวบ่อยครั้ง

โดยโรคปากเท้าเปื่อยเกิดจากอาร์เอ็นเอไวรัสชนิดหนึ่งในกลุ่มที่ 4 ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับเชื้อโคโรนาไวรัสที่กำลังระบาดอยู่ในจีนและอีกหลายประเทศขณะนี้ หลังทดลองใช้งานจริงเกษตรกรเป็นเวลา 2 ปี พบว่าสามารถยับยั้งการระบาดของโรคปากเท้าเปื่อยจากเชื้อดังกล่าวได้ สำหรับวิธีการใช้คือแบบผงฉีดพ่นไปตามพื้นคอก บาดแผลของสัตว์ที่ติดเชื้อ รวมถึงซากสัตว์ที่ติดเชื้อแล้วล้มตาย อย่างไรก็ตาม ในเวลานั้นยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะใช้กับโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 ได้หรือไม่ เพราะเป็นเชื้อชนิดใหม่ที่ไม่เคยพบมาก่อน

ต่อมาช่วงต้นเดือน ก.พ.2563 มีการเผยแพร่คลิปวีดีโอ “Corona Virus Research by TPIPL”ทางเว็บไซต์ยูทูบ (Youtube) ซึ่งเป็นคลิปวีดีโอที่นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีพีไอ โพลิน จำกัด (มหาชน)เล่าว่า ทางพีทีไอได้นำผลิตภัณฑ์ ทีพีไอ ซูเปอร์แคลเซียมพีเอช12 ไปทดลองผสมน้ำดื่มก็ไม่มีปัญหากับการติดโรค CORONA VIRUS แต่อย่างใด

และเมื่อมีการระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่จากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน (ขณะนั้นยังไม่ถูกเรียกว่าโควิด-19) ซึ่งเป็นเชื้อตระกูลอาร์เอ็นเอไวรัส จึงคิดว่าในเมื่อทีพีไอ ซูเปอร์แคลเซียม พีเอช12 มีฤทธิ์กำจัดเชื้อตระกูลอาร์เอ็นเอไวรัสก็น่าจะนำไปทดลองขยายผลว่าจะสามารถใช้จัดการกับเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ได้หรือไม่ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไม่เป็นอันตราย ทั้งคนและสัตว์สามารถบริโภคได้

“อย่างฟาร์มไก่เราเอาไปโปรยให้ไก่กินก็ไม่เป็นไร และไม่ระคายเคืองต่อผิวของสัตว์ หมูก็เช่นกันเราก็เอาไปให้มันกินก็กินได้ อีกทั้งยังป้องกันโรคต่างๆ ในหมูด้วย ซึ่งเราเข้าใจว่าใช้กับคนได้ อย่างเช่นผมตอนนี้ก็ทดลองกินเอง ก็ไม่มีปัญหา ละลายน้ำสัก 2 ช้อนชาก็กินได้ เป็นหวัดก็กินได้ สำหรับโคโรนาไวรัส เรากำลังอยู่ในขั้นทดลองกำลังส่งไปให้อาจารย์ทดลองดูว่าฆ่าได้จริงหรือป่าว” นายประชัย กล่าวในเวลานั้นก่อนที่จะมีการนำไปทดลองในห้องปฏิบัติการและปรากฏว่าได้ผลในเวลาต่อมาว่าสามารถฆ่าไวรัสโควิด-19 ได้จริง

ลูกหนี้ได้เฮ! อว.พักชำระหนี้ 1 ปี ช่วยเหลือผู้กู้ยืมฝ่าวิกฤตโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ลูกหนี้ได้เฮ! อว.พักชำระหนี้ 1 ปี ช่วยเหลือผู้กู้ยืมฝ่าวิกฤตโควิด-19 (naewna.com)

ลูกหนี้ได้เฮ! อว.พักชำระหนี้ 1 ปี ช่วยเหลือผู้กู้ยืมฝ่าวิกฤตโควิด-19

ลูกหนี้ได้เฮ! อว.พักชำระหนี้ 1 ปี ช่วยเหลือผู้กู้ยืมฝ่าวิกฤตโควิด-19

วันพุธ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 20.28 น.

เงินทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาเอกชน สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) มีพันธกิจหลักในการส่งเสริมสนับสนุนสถาบันอุดมศึกษาเอกชนในการพัฒนาสถาบันและผลิตบัณฑิตที่มีประสิทธิภาพต่อสังคม ชุมชน และท้องถิ่น โดยคณะกรรมการบริหารเงินทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ในการประชุมครั้งที่ 2/2563 เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2563 ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลและนโยบายของรัฐมนตรีว่าการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จึงได้ออกประกาศคณะกรรมการบริหารเงินทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาเอกชน เรื่อง การพักชำระหนี้แก่สถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สถาบันอุดมศึกษาเอกชนได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยมีหลักเกณฑ์และวิธีการพักชำระหนี้ ดังนี้

1.สถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และมีความประสงค์ขอพักชำระหนี้เงินกู้ยืมเงินทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาเอกชน  ให้อธิการบดีโดยความเห็นชอบของสภาสถาบันยื่นคำขอพักชำระหนี้ต่อสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
และ 2.เมื่อได้รับอนุมัติให้พักชำระหนี้แล้ว สถาบันอุดมศึกษาเอกชนจะได้รับการพักชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยตามสัญญากู้ยืม จำนวน 2 งวด (1 ปี) ซึ่งระหว่างการพักชำระหนี้จะไม่มีการคิดดอกเบี้ย

ทั้งนี้ เมื่อครบกำหนดระยะเวลาการพักชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยดังกล่าวแล้ว ให้สถาบันอุดมศึกษาเอกชนผู้กู้ยืม ผ่อนชำระหนี้รายงวดตามปกติ

ชาวศรีสะเกษร่วมพิธีบวงสรวงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เฉลิมฉลอง 238 ปีของจังหวัด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ชาวศรีสะเกษร่วมพิธีบวงสรวงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เฉลิมฉลอง 238 ปีของจังหวัด (naewna.com)

ชาวศรีสะเกษร่วมพิธีบวงสรวงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เฉลิมฉลอง 238 ปีของจังหวัด

ชาวศรีสะเกษร่วมพิธีบวงสรวงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เฉลิมฉลอง 238 ปีของจังหวัด

วันพุธ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 16.14 น.

วันที่ 18 พ.ย.63 นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วยนางมัลลิกา พุฒิชาติ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดศรีสะเกษ และรองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้ร่วมประกอบพิธีบวงสรวงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อขออนุญาตจัดงานเฉลิมฉลอง 238 ปีการจัดตั้งเมืองศรีสะเกษ โดยได้บวงสรวงที่ศาลพระภูมิจวนผู้ว่าราชการจังหวัดแล ะศาลหลักเมืองศรีสะเกษ

การประกอบพิธีบวงสรวงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์จัดงานเฉลิมฉลอง 238 ปี กำหนดประกอบพิธีพร้อมกันในเวลา 09.09 น.ทั้งหมด 9 แห่ง รวมทั้งทุกอำเภอใน 22 อำเภอด้วย ประกอบด้วย ศาลพระภูมิจวนผู้ว่าราชการ, ศาลหลักเมืองศรีสะเกษ, พระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดศรีสะเกษเป็นประธาน, หลวงพ่อโต วัดมหาพุทธาราม พระอารามหลวง ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธาน, พระพ่อเมือง แม่เมือง รองผู้อำนวยการกองการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดศรีสะเกษเป็นประธาน, ต้นโพธิ์หน้าศาลากลางจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษเป็นประธาน, ศาลเจ้าปู่ตาหน้าโรงเรียนวัดหลวง ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธาน, แม่ศรีสระเกษ นายกเทศมนตรีเมืองศรีสะเกษเป็นประธาน, ศาลเจ้ามูลนิธิสว่างจิตต์ศรีสะเกษธรรมสถาน ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษเป็นประธาน และศาลหลักเมืองหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในทุกอำเภอโดยมีนายอำเภอเป็นประธาน

เพื่อขออัญเชิญดวงพระวิญญาณ บูรพามหากษัตราริราชเจ้า ทุกพระองค์ พร้อมทั้งเทพผู้ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งสถิตในพื้นที่แห่งนี้ และขอน้อมนมัสการดวงวิญญาณบรรพบุรุษผู้สร้างบ้านแปงเมือง ขออานุภาพแห่งสัพพะเทวา จงกำจัดอุปสรรค ปัดป้องผองเหตุเภทภัย อุปัทวะอันตรายทั้งปวง อย่ามีมาแผ้วพาน ขอบเขตสถาน จังหวัดศรีสะเกษ ขอเดชบารมีแห่งเทพทวา จงคุ้มครองป้องกันให้การจัดงานเฉลิมฉลอง 238 ปี ระหว่างวันที่ 18 – 22 พฤศจิกายนนี้ ณ ลานโคปุระ เกาะห้วยน้ำคำ สวนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา อำเภอเมืองศรีสะเกษ และบริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ ขอให้การจัดงานประผลสำเร็จพร้อมความภาคภูมิใจของชาวศรีสะเกษทุกคนล

ในช่วงบ่ายของวันเดียวกันนี้นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้เป็นประกอบพิธีพุทธาพิเษกวัตถุมงคลหลวงปู่หมุน ฐิตสีโล พระมหาเถราจารย์ 5 แผ่นดิน ท่านเป็นที่เคารพนับถือของพุทธศาสนิกชนชาวศรีสะเกษและต่างจังหวัด ท่านได้มรณภาพเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2546 สิริอายุได้ 109 ปี ทั้งนี้ การสร้างเหรียญหลวงปู่หมุนรุ่น 238 ปีจังหวัดศรีสะเกษให้พุทธศาสนิกชนได้บูชาไว้สักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล และเพื่อนำรายได้ไปก่อสร้างบ้านมอบแก่ผู้ยากไร้ เดือดร้อน ขาดแคลน ด้วยโอกาส เพื่อให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้น ถวายเป็นพระกุศลแด่หลวงปู่หมุนต่อไป