‘สามารถ’ ปลื้มปิติแทนคนอุดรฯ ได้เฝ้ารับเสด็จ ในหลวง-พระราชินี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘สามารถ’ปลื้มปิติแทนคนอุดรฯ ได้เฝ้ารับเสด็จ ในหลวง-พระราชินี (naewna.com)

'สามารถ'ปลื้มปิติแทนคนอุดรฯ  ได้เฝ้ารับเสด็จ ในหลวง-พระราชินี

‘สามารถ’ปลื้มปิติแทนคนอุดรฯ ได้เฝ้ารับเสด็จ ในหลวง-พระราชินี

วันพฤหัสบดี ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 15.26 น.

วันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ร้องทุกข์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ “สามารถ เจนชัยจิตรวนิช” โดยระบุว่า ตนปลื้มปิติแทนคนจังหวัดอุดรธานีที่ได้เข้าเฝ้ารับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี อย่างใกล้ชิด ทั้งสองพระองค์ให้ความเมตตาแก่ประชาชนมาก ซึ่งตนได้เห็นคลิปที่พ่อแม่พี่น้องประชาชนส่งมาให้รู้สึกได้ถึงพระเมตตาของทั้งสองพระองค์

นายสามารถ กล่าวว่า ตนอยากเตือนน้องๆ เยาวชนนักศึกษาที่ยังหลงผิดม็อบ 3 นิ้ว ควรเรียนรู้ประวัติศาสตร์และศึกษารากเหง้าของประเทศไทยให้ดี โดยการกระทำที่นำถังขยะมาเป็นตู้ไปรษณีย์นั้นเป็นการแสดงออกที่ไม่ถูกต้อง และอย่าให้ใครมาจูงจมูกง่ายๆ สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่กับประเทศไทยมาอย่างยาวนานปกป้องประเทศ ให้ความอบอุ่นความสามัคคีปรองดองเป็นหนึ่งเดียวกันด้วยสถาบันพระมหากษัตริย์

“ธงชาติไทยนั้น ประกอบด้วย 3 สี สีแดง คือ ชาติ สีขาว คือ ศาสนา สีน้ำเงิน คือ พระมหากษัตริย์ ถ้าใครคิดร้ายต่อประเทศคิดจะแบ่งแยกประเทศก็มีอันต้องได้รับความเดือดร้อนอย่างแน่นอน” 

ขอหยิบยกเหตุการณ์ในอดีต มีคำสายแช่งว่า

ของใหญ่ของโตของกูดีๆ ของกูสร้าง ใครไม่ได้ช่วยเข้าทุนอุดหนุน กูสร้างขึ้นด้วยกำลังข้าเจ้าบ่าวนายของกูเอง นานไปใครไม่ใช่ลูกกู เข้ามาเป็นเจ้าของครอบครองขอผีสางเทวดาจงบันดาลอย่าให้มีความสุข–”

เป็นพระราชดำรัสของกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ขณะประชวรเสด็จประทับบนเสลี่ยงบรรทมพิงพระเขนย ให้มหาดเล็กเชิญเสด็จทอดพระเนตรรอบๆ พระราชวังบวรสถานมงคลซึ่งพระองค์ทรงสร้างขึ้นด้วยความคิดและเรี่ยวแรงของพระองค์เอง

กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท เป็นสมเด็จพระอนุชาธิราชในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงร่วมกับสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชกู้เอกราชของชาติจากพม่า และร่วมกับพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานีใหม่ ขณะนั้นบ้านเมืองกำลังตกอยู่ในภาวะยุ่งยากและอันตราย เพราะทั้งต้องสร้างเมืองใหม่และทำสงครามกับพม่าซึ่งพยายามที่จะกลับมามีอำนาจเหนือไทยแต่สุดท้ายไทยก็มีเอกราชจนถึงทุกวันนี้..

เหตุการณ์ในอดีตเป็นประวัติศาสตร์ที่จะเตือนน้องๆม๊อบ 3 นิ้วได้ดี ให้ดูประเทศฮ่องกงเป็นตัวอย่าง ว่าสุดท้ายวันนี้เป็นอย่างไร นาย ธ เดินทางไปภาคใต้ ไม่มีคนต้อนรับ วันนี้ปัญหาการเมืองควรแก้ด้วยการเมืองโดยใช้กลไกในรัฐสภา หาใช่แก้โดยการล้มสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือแอบอ้างว่าจะปฏิรูปสถาบันไม่

‘เอนก’ กระตุ้นคนลำปางตั้ง​ ‘สถาบัน​ช่างศิลป์ล้านนา-พิพิธภัณฑ์​ล้านนา’ ดึงคนมาเที่ยวสร้างรายได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘เอนก’ กระตุ้นคนลำปางตั้ง​ ‘สถาบัน​ช่างศิลป์ล้านนา-พิพิธภัณฑ์​ล้านนา’ ดึงคนมาเที่ยวสร้างรายได้ (naewna.com)

'เอนก' กระตุ้นคนลำปางตั้ง​ 'สถาบัน​ช่างศิลป์ล้านนา-พิพิธภัณฑ์​ล้านนา' ดึงคนมาเที่ยวสร้างรายได้

‘เอนก’ กระตุ้นคนลำปางตั้ง​ ‘สถาบัน​ช่างศิลป์ล้านนา-พิพิธภัณฑ์​ล้านนา’ ดึงคนมาเที่ยวสร้างรายได้

วันพฤหัสบดี ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 14.58 น.

12 พฤศจิกายน 2563  ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง จ.ลำปาว  ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เข้าร่วมเสวนา เรื่อง บทบาทของสถาบันอุดมศึกษาในจังหวัดลำปางต่อการผลิตบัณฑิตเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานหลังโควิด-19 พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง นโยบายจังหวัดลำปางในมิติการศึกษา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ว่า จ.ลำปาง เป็นบ้านเกิด เป็นเมืองที่ตนรักและภูมิใจ การพัฒนา จ.ลำปาง ไม่ได้มีแต่เฉพาะด้านอุตสาหกรรม เกษตรกรรม ท่องเที่ยว ฯลฯ เพียงช่องทางเดียว แต่จะต้องพัฒนาด้านวัฒนธรรมด้วย เหมือนกับประเทศไทยที่มีขาหนึ่งซึ่งจะต้องมีการลงทุนด้านเศรษฐกิจ เช่น อีอีซี โทรคมนาคมสู่ 5 จี การพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ให้เป็น 4.0 มีเรื่องของ AI และโรบอท แต่อีกขาจะต้องลงทุนด้านวัฒนธรรมด้วย ในประเทศที่เจริญแล้วใช้วัฒนธรรมในการสร้างชาติสร้างรายได้เข้าประเทศ เช่น อิตาลี ฝรั่งเศส สเปน หรือแม้กระทั่งจีน เมืองใหญ่ทุกเมืองมีพิพิธภัณฑ์ทั้งหมด เช่นเดียวกับประเทศเกาหลีใต้ ดังนั้น ประเทศไทยก็ต้องเดิน 2 ขา คือขาของเศรษฐกิจและขาของวัฒนธรรม

รมว.อว. กล่าวต่อว่า ลำปางเป็นเมืองเก่าแก่กว่า จ.เชียงใหม่ ถึงกว่า 600 ปี อายุของลำปางมากกว่า 1,300 ปี ขณะที่เชียงใหม่มีอายุประมาณ 700 ปี ลำปางอยู่คู่กับลำพูน มีวัฒนธรรมเก่าแก่มากมาย ยิ่งกว่านั้นตนมีข้อมูลใหม่ว่า จ.ลำปาง มีเพลงพื้นเมืองพื้นถิ่นมากที่สุดในประเทศไทย โดยตนได้หารือกับ รศ.ดร. สุกรี เจริญสุข ผู้ก่อตั้งวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ว่าจะนำเอาเพลงล้านนา หรือเพลงลาวลำปางมาทำเป็นซิมโฟนีและบันทึกเสียงจำหน่ายไปทั่วโลก นี่คือขาวัฒนธรรมที่เราต้องใช้ให้เป็นประโยชน์ ซึ่งจะสอดคล้องกับสิ่งที่ตนดำเนินการอยู่ นั่นคือการยกย่องครูดีๆให้เป็นศาตราจารย์ปฏิบัติ หรือศาตราจารย์ศิลปะ ในฐานะที่สร้างความรู้ให้กับแผ่นดิน

นอกจากนี้ สิ่งที่ตนอยากจะเห็นใน จ.ลำปาง คือการเกิดขึ้นของสถาบันช่างศิลป์ล้านนาหรือสล่า ที่เป็นศูนย์กลางช่างศิลป์ของล้านนาที่สามารถสร้างสรรค์งานศิลปะขึ้นมาใหม่ ทั้งเรื่องของการสร้างวัด สร้างโบราณสถาน เป็นต้น รวมทั้งอยากจะเห็นพิพิธภัณฑ์ล้านนาที่ จ.ลำปาง ที่สามารถหาเงินได้ เป็นการสร้างเศรษฐกิจเชิงวัฒนธรรม พิพิธภัณฑ์ล้านนาต้องมีชีวิต และคนต้องอยากมาเที่ยว มาเที่ยวแล้วต้องอยากซื้อของที่ระลึกกลับบ้าน ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นได้ต้องเกิดโดยคนลำปาง ไม่ใช่มาจากรัฐบาล ไม่ใช่มาจากรัฐมนตรี คนลำปางจะต้องมีความตื่นตัว รักหวงแหนใน จ.ลำปาง ลำปางจึงจะมีอนาคต ต้องสร้างลำปางนิยมขึ้นมา 

“ลำปางกำเนิดมาแล้ว 3 ครั้ง ครั้งแรกเป็นอิสระในยุคของพญามังราย 200 ปี ครั้งที่ 2 พ่ายแพ้ถูกพม่าเอาเป็นเมืองประเทศราชพร้อมกับอยุธยา 200 ปี และ ครั้งที่ 3 พระเจ้าทิพย์ช้างกล้าก่อกบฏต่อพม่า ทำให้ลำปางเป็นเอกราช มีอิสรภาพ และทำให้ภาคเหนืออยู่คู่กับประเทศสยาม เพราะฉะนั้นเราจะต้องสร้างจิตวิญญาณแห่งทิพย์ช้างขึ้นมาให้ได้ เพื่อให้ลำปางเจริญรุ่งเรืองสืบไป“ ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก กล่าว

คลอดแล้ว!!! ‘สพฐ.’ ประกาศ ‘ปฏิทิน’ รับนักเรียน ปี’64 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – คลอดแล้ว!!! ‘สพฐ.’ประกาศ‘ปฏิทิน’รับนักเรียน ปี’64 (naewna.com)

คลอดแล้ว!!! ‘สพฐ.’ประกาศ‘ปฏิทิน’รับนักเรียน ปี’64

คลอดแล้ว!!! ‘สพฐ.’ประกาศ‘ปฏิทิน’รับนักเรียน ปี’64

วันพฤหัสบดี ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 14.46 น.

คลอดแล้ว!!! ‘สพฐ.’ประกาศ‘ปฏิทิน’รับนักเรียน ปี’64

12 พฤศจิกายน 2563 นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า ตนได้ลงนามลงนามในประกาศ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เรื่อง นโยบายและแนวปฎิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 2564 สำหรับปฏิทินการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2564  มีดังนี้ 

+ ก่อนประถมศึกษา รับสมัครวันที่ 20-24 มีนาคม 2564 จับสลากวันที่ 28 มีนาคม 2564 ประกาศผลและรายงานตัววันที่ 28 มีนาคม 2564 และมอบตัววันที่ 4 เมษายน 2564

+ ประถมศึกษาปีที่ 1 รับสมัครวันที่ 16-20 เมษายน 2564 จับฉลากวันที่ 24 เมษายน 2564 ประกาศผลและรายงานตัว วันที่ 24 เมษายน มอบตัววันที่ 1 พฤษภาคม 2564

+ มัธยมศึกษาปีที่ 1 รับสมัครวันที่ 24-28 เมษายน 2564 สอบคัดเลือกวันที่ 1 พฤษภาคม 2564 ประกาศผลวันที่ 5 พฤษภาคม 2564 และมอบตัววันที่ 8 พฤษภาคม 2564

+ มัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่เปิดสอน ม.ต้นและ ม.ปลาย รับสมัคร วันที่ 24-28 เมษายน 2564 สอบคัดเลือกวันที่ 2 พฤษภาคม 2564 ประกาศผลวันที่ 6 พฤษภาคม 2564 และมอบตัววันที่ 9 พฤษภาคม 2564

+ มัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่เปิดสอนเฉพาะ ม.ปลาย รับสมัครวันที่ 24-28 เมษายน 2564 สอบคัดเลือก 2 พฤษภาคม 2564 ประกาศผลและรายงานตัว 6 พฤษภาคม 2564 มอบตัววันที่ 9 พฤษภาคม 2564

+ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพมหานคร และโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาภูมิภาค ม.4 รับสมัครวันที่ 20-24 กุมภาพันธ์ 2564 สอบคัดเลือก 6 มีนาคม 2564 ประกาศผล 15 มีนาคม 2564 มอบตัววันที่ 18 มีนาคม 2564

ม.มหาสารคาม ต้อนรับนายอี อุก-ฮ็อน เข้าชมศูนย์เซจงฯ พร้อมกระชับความสัมพันธ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ม.มหาสารคาม ต้อนรับนายอี อุก-ฮ็อน เข้าชมศูนย์เซจงฯ พร้อมกระชับความสัมพันธ์ (naewna.com)

ม.มหาสารคาม ต้อนรับนายอี อุก-ฮ็อน  เข้าชมศูนย์เซจงฯ พร้อมกระชับความสัมพันธ์

ม.มหาสารคาม ต้อนรับนายอี อุก-ฮ็อน เข้าชมศูนย์เซจงฯ พร้อมกระชับความสัมพันธ์

วันพฤหัสบดี ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

รศ.ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พร้อมด้วย รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดีผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร นิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) ร่วมต้อนรับนายอี อุก-ฮ็อน (H.E. Mr.Lee Wook-Heon)เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทยและคณะ ในโอกาสที่เดินทางมาเยือนมหาวิทยาลัยมหาสารคาม และเยี่ยมชมการจัดการเรียนการสอน สาขาวิชาภาษาเกาหลี ภาควิชาภาษาไทยและภาษาตะวันออกคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เพื่อส่งเสริมและเผยแพร่วัฒนธรรมเกาหลีให้กับนิสิต ตลอดจนแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมไทยและเกาหลี ได้มีการหารือในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีนักศึกษาจากเกาหลี ในมหาวิทยาลัยมหาสารคามสองประเภท คือ นิสิตฝึกงาน (Internship Students)-นิสิตแลกเปลี่ยน (Exchange Students)

นายอี อุก-ฮ็อน (H.E.Mr.Lee Wook-Heon) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย พร้อมคณะได้เดินทางโดยรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า เพื่อเยี่ยมชมบรรยากาศภายในมหาวิทยาลัยมหาสารคามโดยรอบ ก่อนที่จะเข้าชมศูนย์เซจงฯ ณ อาคารราชนครินทร์ และเดินทางต่อไปยังคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ชมชุดการแสดงต้อนรับจากนิสิตสาขาวิชาภาษาเกาหลี จำนวน 3 ชุดการแสดง ได้แก่ การแสดงระบำผ้า, การเต้น K-pop cover dance และตัวอย่างฉากหนึ่งของละครเวทีเรื่อง 7 วันบัลลังก์รัก ของนิสิตชั้นปีที่ 4ณ ห้องประชุมแม่น้ำของ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

เปิดใจ! นักออกแบบไทย บนเวทีนักออกแบบยุโรป ‘ธรณ์’ นศ.สถาปัตย์ จากเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – เปิดใจ! นักออกแบบไทย บนเวทีนักออกแบบยุโรป ‘ธรณ์’ นศ.สถาปัตย์ จากเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (naewna.com)

เปิดใจ! นักออกแบบไทย บนเวทีนักออกแบบยุโรป  ‘ธรณ์’ นศ.สถาปัตย์ จากเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

เปิดใจ! นักออกแบบไทย บนเวทีนักออกแบบยุโรป ‘ธรณ์’ นศ.สถาปัตย์ จากเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

วันพฤหัสบดี ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

จากการประกวดออกแบบผลิตภัณฑ์ European Product Design Award 2020ประเภท Design for Society/Eco-SustainableDesign ที่ผู้เข้าร่วมประกวดส่วนใหญ่เป็นนักออกแบบ หรือ Designer เพราะเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ Designer รุ่นใหม่ส่งผลงานเข้าประกวด หากผลงานชิ้นใดได้รับรางวัลก็จะได้รับความสนใจจากนายทุนหรือนักลงทุนนำไปต่อยอด เสมือนเป็นเวทีที่ช่วยส่งเสริมการขายให้กับงานออกแบบซึ่งปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 4 มีประเทศที่เข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 40 ประเทศ สำหรับโจทย์การประกวดมีให้เลือกมากถึง 21 หัวข้อ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการยกย่องสุดยอดนักออกแบบและทีมออกแบบที่มีเป้าหมายในการพัฒนาผลิตภัณฑ์หรืออุปกรณ์ที่ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันของผู้คนง่ายยิ่งขึ้น ผ่านการออกแบบที่สวยงามและใช้งานได้จริง ช่วยขจัดความซับซ้อนทำให้การใช้ชีวิตของผู้คนง่ายและมีความสุขมากขึ้น โดยในปีนี้มีผู้ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดมากกว่าหนึ่งพันผลงานจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งผลงานการออกแบบของ นายณัชธรณ์ อุลิศ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาการออกแบบอุตสาหกรรม (Industrial Design) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เป็นหนังเดียวของประเทศที่ขึ้นรับรางวัลชนะเลิศจากการแข่งขันในครั้งนี้

นายณัชธรณ์ หรือ ธรณ์ อุลิศ เปิดใจให้ฟังว่า ตอนเรียนที่มหาวิทยาลัย ธรณ์จะตั้งใจเรียนวิชาออกแบบมากที่สุด เพราะชอบเรื่องออกแบบมากมาตั้งแต่เด็กๆ ธรณ์รู้ตัวเองตั้งแต่ตอนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นว่า จะเลือกศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัยในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ และจะศึกษาต่อระดับปริญญาโทในต่างประเทศตามที่วางแผนไว้ ซึ่งมหาวิทยาลัยในต่างประเทศส่วนใหญ่จะกำหนดเกรดหรือผลการเรียนขั้นต่ำ 3.50 แต่ธรณ์ทำผลการเรียนตั้งแต่ชั้นปีที่ 1-3 ได้ไม่ค่อยดีเลยกลัวว่าจะไม่สามารถเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโทในมหาวิทยาลัยที่ตั้งใจไว้ได้ จึงคิดว่าต้องหาวิธีที่จะทำให้ Portfolio หรือแฟ้มสะสมผลงานให้ดูน่าสนใจ ในมุมที่อาจารย์ที่ต่างประเทศจะพิจารณารับธรณ์เข้าศึกษาต่อ และการส่งผลงานเข้าประกวดซึ่งหากได้รับรางวัลชนะก็อาจจะทำให้ได้รับการพิจารณามากขึ้น

การส่งผลงานเข้าประกวดครั้งนี้ตนเลือกออกแบบผลิตภัณฑ์ภายใต้ 3 หัวข้อ คือ Product Design, Sustainability และ Society Design เพราะเป็นเรื่องที่เรียนมาและคิดว่ามีความเชี่ยวชาญมากที่สุด ประกอบกับต้องการออกแบบเฟอร์นิเจอร์เพราะอยากพิสูจน์ตัวเอง และที่เลือกออกแบบเก้าอี้เพราะเห็นว่านักออกแบบระดับโลกส่วนใหญ่มักจะเลือกออกแบบเก้าอี้ และเก้าอี้ก็นำพาให้พวกเขาเป็นที่ยอมรับได้ในระดับโลก”

ธรณ์ เล่าต่อไปว่า “เพราะชอบออกแบบจึงชอบดูผลงานของนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ เพื่ออัพเดตตัวเอง ประกอบกับองค์ความรู้ในเรื่องของการออกแบบผลิตภัณฑ์ (ProductDesign) และที่คณะฯเน้นสอนแบบ Human Factor คือ สอนให้การออกแบบจะต้องคิดถึงผู้ใช้งานเป็นหลักเสมอ เมื่อขึ้นชั้นปีที่ 3 ซึ่งเป็นการเรียนในรูปแบบ Lab-based learning ได้รับเลือกให้เรียนในโปรแกรม Experiential Learning Platform ที่เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มจธ. และ Jacob Jensen Design สถาบันออกแบบระดับโลกจากประเทศเดนมาร์ก จึงได้ซึมซับวิธีคิดต่างๆ จากการเรียนในห้องเรียนที่ มจธ. และการเรียนแบบ Lab-based learningมาประยุกต์ใช้ในงานออกแบบที่ส่งเข้าแข่งขันในครั้งนี้ และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้อยากทดลองทำแบรนด์เป็นของตัวเอง”

ธรณ์ เปิดเผยให้ทราบว่า สำหรับผลงานที่ส่งเข้าประกวดใช้ชื่อว่า “ULISS” ได้รับรางวัลชนะเลิศในประเภท Design for Society/Eco-Sustainable Design มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมนวัตกรรมในการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ภายใต้แนวคิดการออกแบบอย่างยั่งยืน ซึ่งการออกแบบเก้าอี้ ULISS มีแนวคิดในการออกแบบว่าจะเป็นเก้าอี้ที่สามารถแยกชิ้นส่วนหรือถอดประกอบได้ทุกชิ้น ขา พนักพิง อาร์มแชร์และเบาะรองนั่ง เพื่อความสะดวกและง่ายต่อการขนส่ง ช่วยเพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บมากขึ้นเช่น จากเดิมบรรจุได้ 100 ตัว ต่อหนึ่งตู้คอนเทนเนอร์ แต่เก้าอี้ “ULISS” ที่ออกแบบใหม่จะสามารถบรรจุได้ถึง 1,000 ตัว ซึ่งสามารถช่วยลดต้นทุนในการขนส่งได้เป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดให้แต่ละชิ้นส่วนของเก้าอี้สามารถนำวัสดุใดก็ได้มาประยุกต์ใช้ เช่น เบาะนั่งที่ทำจากพลาสติก หนัง หรือผ้า ซึ่งล้วนเป็นวัสดุรีไซเคิลที่ผู้ใช้สามารถรู้แหล่งที่มาของวัสดุแต่ละส่วนได้ ทำให้ผู้ใช้สามารถออกแบบและประกอบเก้าอี้ได้ด้วยตัวเอง ว่าต้องการแบบไหน และสามารถผสมผสานจับคู่สีที่ชอบได้ เป็นการช่วยส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ทำให้การออกแบบตกแต่งบ้านกลายเป็นเรื่องสนุกและลงตัวมากยิ่งขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งฟังก์ชั่นของการใช้งานภายใต้แนวคิดที่ว่าเก้าอี้จะทำให้ผู้มาเยือนรู้ถึงตัวตนของเจ้าของบ้านได้

ธรณ์ พูดทิ้งท้ายถึงอาจารย์ผู้สอนว่า “อาจารย์หลายๆ ท่านที่คณะได้ให้คำแนะนำว่าการเป็นนักออกแบบต้องเน้นที่ประสบการณ์ ไม่ใช่แค่เรียนหรือวาดรูปสวยๆ เท่านั้น และส่วนตัวเชื่อว่าการจะเป็นนักออกแบบ จะต้องมาจากความชอบและความมุ่งมั่นเพราะคนที่เรียนด้านนี้มีมากคู่แข่งจึงมีมาก การออกแบบจึงวัดกันที่ผลงานที่ออกมาว่าสวยและมีคนชื่นชอบผลงานหรือไม่ ไม่ใช่แค่ตัวเองที่คิดว่าสวยแต่คนอื่นไม่ชอบก็เท่านั้น จึงอยากฝากถึงรุ่นน้องๆ ว่าให้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบดีที่สุด เพราะถ้าไม่ชอบก็จะทำอะไรออกมาได้ไม่ดี

เด็ก มธ. ยังคงรักษาศักดิ์ศรีอย่างเหนียวแน่น กวาด ‘TOP10’ ถึง 7 คน จากเนติบัณฑิตยสภา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – เด็ก มธ. ยังคงรักษาศักดิ์ศรีอย่างเหนียวแน่น กวาด ‘TOP10’ ถึง 7 คน จากเนติบัณฑิตยสภา (naewna.com)

เด็ก มธ. ยังคงรักษาศักดิ์ศรีอย่างเหนียวแน่น  กวาด ‘TOP10’ ถึง 7 คน จากเนติบัณฑิตยสภา

เด็ก มธ. ยังคงรักษาศักดิ์ศรีอย่างเหนียวแน่น กวาด ‘TOP10’ ถึง 7 คน จากเนติบัณฑิตยสภา

วันพฤหัสบดี ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภาประกาศผลสอบความรู้ชั้นเนติบัณฑิต สมัยที่ 72 ปีการศึกษา 2562 ซึ่งมีผู้ที่สอบผ่านทั้งสิ้น 1,600 คน โดยนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) สามารถทำคะแนนได้เป็นอันดับที่ 1 และมีนักศึกษาสอบติด 10 อันดับแรก (TOP 10)รวม 7 คน ประกอบด้วย น.ส.ฐานิชาธนบุญงาม (ลำดับที่ 1) นายจิรัฏฐ์ รุ่งอุทัย (ลำดับที่ 2) น.ส.อมลวรรณ มีสง่า (ลำดับที่ 3)นายสรณัฐ ตันธนศักดา (ลำดับที่ 4) นายพิพัฒเกียรติเชียงปวน (ลำดับที่ 6) น.ส.เบญญาภาเพ็งบุญชู (ลำดับที่ 9) และ นายธนวีร์นิยมทรัพย์ (ลำดับที่ 10)

รศ.ดร.มุนินทร์ พงศาปาน คณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ. เปิดเผยว่า คณะนิติศาสตร์ มธ. ซึ่งจัดการเรียนการสอนกฎหมายมาตั้งแต่ก่อตั้งมหาวิทยาลัยวิชา
ธรรมศาสตร์และการเมือง เมื่อปี 2477ยังคงเป็นโรงเรียนกฎหมายชั้นนำของประเทศที่มีความเป็นเลิศทางนิติศาสตร์และเป็นผู้นำในการผลิตบัณฑิตออกไปทำงานรับใช้ภาคส่วนต่างๆ ของสังคมไทยทั้งนี้ นอกจากในปีนี้จะมีศิษย์เก่าดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกาหญิงคนแรกของไทย คือ นางเมทินี ชโลธร แล้วยังมีนักศึกษาที่ทำคะแนนในการสอบเนติบัณฑิตใน 10 อันดับแรกได้ถึง 7 คน ขณะเดียวกันศิษย์เก่าของคณะนิติศาสตร์ มธ. ก็ประสบความสำเร็จอย่างสูงในสนามสอบผู้พิพากษาและอัยการในทุกสนาม โดยความสำเร็จที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งทางวิชาการที่มีมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเปิดสอนกฎหมายปริญญาตรีเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมดเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศไทยนับตั้งแต่ปี 2557 ทำให้คณะนิติศาสตร์มธ. กลายเป็นผู้นำในการผลิตนักกฎหมายเข้าไปทำงานในภาคธุรกิจ โดยเฉพาะสำนักงานกฎหมายระหว่างประเทศอีกเป็นจำนวนมาก 

รศ.ดร.มุนินทร์กล่าวยืนยันว่า แม้ว่าคณะนิติศาสตร์จะผลิตบัณฑิตออกไปเป็นผู้พิพากษา อัยการ นิติกร และทนายความในสำนักงานกฎหมายระหว่างประเทศจำนวนมาก แต่ก็ยังคงไม่ละทิ้งอุดมการณ์ของการรับใช้สังคมซึ่งเป็นจิตวิญญาณของธรรมศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ยังคงมุ่งมั่นในการส่งเสริมให้นักศึกษาได้มีส่วนร่วมในการทำงานรับใช้สังคมผ่านทางกิจกรรมและโครงการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสและผู้ถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพให้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอย่างเท่าเทียม ผ่านทางหน่วยงานและกลุ่มกิจกรรมต่างๆ ของคณะ เช่น ศูนย์นิติศาสตร์ และThammasat Pro Bono Society ปัจจุบันคณะนิติศาสตร์ มธ. เปิดสอนกฎหมายระดับปริญญาตรี 4 หลักสูตร เป็นหลักสูตรภาษาไทย 3 หลักสูตร ได้แก่ นิติศาสตรบัณฑิต เปิดสอนที่ศูนย์รังสิต นิติศาสตรบัณฑิต (ภาคบัณฑิต) เปิดสอนที่ท่าพระจันทร์ นิติศาสตรบัณฑิต เปิดสอนที่ศูนย์ลำปาง และหลักสูตรภาษาอังกฤษ 1 หลักสูตร เน้นกฎหมายธุรกิจ เปิดสอนที่ท่าพระจันทร์ นอกจากนี้ยังเปิดสอนระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ซึ่งมีทั้งที่ศึกษาเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

‘รมว.ศธ.’ เตรียมแผนลงทุนระบบการศึกษาไทยในอนาคต มุ่งใช้ ‘เทคโนโลยีดิจิทัล’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘รมว.ศธ.’เตรียมแผนลงทุนระบบการศึกษาไทยในอนาคต มุ่งใช้’เทคโนโลยีดิจิทัล’ (naewna.com)

'รมว.ศธ.'เตรียมแผนลงทุนระบบการศึกษาไทยในอนาคต มุ่งใช้'เทคโนโลยีดิจิทัล'

‘รมว.ศธ.’เตรียมแผนลงทุนระบบการศึกษาไทยในอนาคต มุ่งใช้’เทคโนโลยีดิจิทัล’

วันพุธ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 21.50 น.

“ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ” ลั่นพร้อมพลิกประวัติศาสตร์การศึกษาไทย เตรียมแผนลงทุนในอนาคตมุ่งเน้นใช้ “เทคโนโลยีดิจิทัล” ในระบบการศึกษา เพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลกเทคโนโลยี ขณะเดียวกันกระทรวงศึกษาธิการ ได้เตรียมความพร้อมของ “บุคลากร-นักเรียน” เพื่อให้มีความ “คุ้นเคย-คล่องตัว” ในการใช้ สิ่งสำคัญต้องมีความเข้าใจในการใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์ในทุกด้าน โดยต้องมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ด้วย

วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยก่อนการขึ้นกล่าวปาฐกถาภายในงาน POWERING DIGITAL THAILAND 2021‪ ณ บางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ A2 ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์‬ ว่า ในการวางรากฐานของประเทศในอนาคตโดยเฉพาะในเรื่องการศึกษานั้น เราจำเป็นต้องมีการเตรียมคน ซึ่งขณะนี้เราเห็นภาคเอกชนได้มีการลงทุน โดยได้มีการวางแผนในเรื่องการขยับความรู้ความสามารถของบุคลากรทั้งประเทศ โดยทางกระทรวงศึกษาธิการเอง ก็ต้องมีหน้าที่ในการที่จะต้องเตรียมคน เตรียมเยาวชนของเรา เพื่อให้มีความคุ้นเคย และเพื่อให้มีความคล่องตัวในการใช้เทคโนโลยี ขณะเดียวกัน ก็ต้องมีความเข้าใจในการใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์ในทุกๆ ด้าน และต้องมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ควบคู่ไปด้วย

“ในขณะเดียวกัน ก็สามารถสังเคราะห์ความคิดต่างๆ หรือแนวความรู้ต่างๆ ที่ได้รับการสอนมาจากคุณครู หรือว่าในโลกออนไลน์ก็แล้วแต่ ฉะนั้นใน Landscape หรือแนวทางการเรียนจึงต้องเปลี่ยนไป ซึ่งทางกระทรวงศึกษาธิการเอง ก็มีความตั้งใจที่จะใช้ดิจิทัล หรือเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเข้ามาปรับเปลี่ยน และพลิกประวัติศาสตร์ของการศึกษา ซึ่งหมายถึงการลงทุนในอนาคต แต่เป็นการลงทุนที่มีการวางแผน เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดรวมถึงความเปลี่ยนแปลงของโลกเทคโนโลยี”

นายณัฏฐพล กล่าว ส่วนกรณีที่จะมีนักเรียนกลุ่มหนึ่ง โพสต์แจ้งการจัดกิจกรรมในวันที่ 14 พฤศจิกายนนี้นั้น นายณัฏฐพล กล่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า สำหรับข้อร้องเรียนที่ผ่านมาของนักเรียนกลุ่มนี้ ซึ่งตนเองได้ออกไปรับฟัง และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตนและผู้บริหารของกระทรวงศึกษาธิการ ได้นำข้อร้องเรียนไปหาแนวทางแก้ไขแล้ว โดยกระทรวงศึกษาธิการ ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาอย่างชัดเจน และมีนักเรียนเป็นตัวแทนร่วมอยู่ในคณะทำงานชุดนี้ด้วย เพื่อที่จะแก้ไขข้อกังวลของกลุ่มนักเรียน ส่วนความเหมาะสมหรือว่าความพอใจนั้นก็ขึ้นอยู่กับแต่ละกลุ่มว่าทางกระทรวงศึกษาธิการได้ตอบโจทย์หรือเปล่า
 

สพฐ.ขานรับนโยบาย ‘ครูตั้น’ เร่งปั้น 3 โรงเรียนโมเดลคุณภาพ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – สพฐ.ขานรับนโยบาย‘ครูตั้น’ เร่งปั้น 3 โรงเรียนโมเดลคุณภาพ (naewna.com)

สพฐ.ขานรับนโยบาย‘ครูตั้น’ เร่งปั้น 3 โรงเรียนโมเดลคุณภาพ

สพฐ.ขานรับนโยบาย‘ครูตั้น’ เร่งปั้น 3 โรงเรียนโมเดลคุณภาพ

วันพุธ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 16.22 น.

สพฐ.ขานรับนโยบาย‘ครูตั้น’ เร่งปั้น 3 โรงเรียนโมเดลคุณภาพ

11 พฤศจิกายน 2563 นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ได้หารือถึงการนำนโยบายของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ไปสู่การปฏิบัติ ได้แก่ นโยบายการสร้างโรงเรียนคุณภาพให้ชุมชน โดยผ่านโครงการโรงเรียนคุณภาพประจำตำบล เน้นให้เป็นโรงเรียนที่มีคุณภาพของชุมชนจริงๆ ซึ่ง รมว.ศึกษาธิการ ต้องการให้นโยบายเกิดผลในทางปฏิบัติโดยเร็ว แต่ต้องไม่เกิดจากการสั่งการจากข้างบน ลงไป

ทั้งนี้ ต้องให้คิดจากจังหวัด คือ ให้จังหวัดเป็นฐานในการขับเคลื่อนภูมิภาค หมายความว่าจังหวัดนั้นๆ ควรมีโรงเรียนคุณภาพของชุมชนอย่างแท้จริง โดยเป็นโรงเรียนที่มีปัจจัยพร้อม ซึ่งอาจเป็นการสร้างขึ้นหรือรีโนเวทโรงเรียนที่มีอยู่เดิมให้มีปัจจัยพร้อม มีสมรรถนะ มีศักยภาพ เพื่อให้บริการตามบริบทของชุมชน ขณะเดียวกันต้องการสร้าง “โรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมือง” เพื่อกระจายคุณภาพจากโรงเรียนแข่งขันสูง หรือที่แออัดไปในพื้นที่ต่างๆ ส่วนโรงเรียนสแตนอโลน ที่ไม่สามารถยุบรวมได้ ก็ยังต้องมีอยู่ แต่ก็ต้องทำให้มีคุณภาพขึ้น

“การขับเคลื่อนโรงเรียนคุณภาพในแต่ละจังหวัด ต้องดูบริบทของพื้นนั้นๆ ซึ่งอาจจะมีทั้งโรงเรียนดีโรงเรียนคุณภาพของชุมชน โรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมือง และโรงเรียนสแตนอโลน เป็นต้น ทั้งนี้ รมว.ศึกษาธิการ มีแนวคิดว่าจะให้ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการรับผิดชอบดูแลเป็นรายจังหวัดๆ ให้ลงไปดูบริบทของพื้นที่แต่ละจังหวัด ผมจะประชุมเพื่อมอบเป็นนโยบายให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (ผอ.สพท.) ทั่วประเทศ เพื่อให้เตรียมข้อมูล เพื่อนำเสนอคณะกรรมการของจังหวัด ที่มีศึกษาธิการจังหวัดเป็นเลขาฯ และมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน เพื่อให้เห็นภาพร่วมกัน จะได้เกิดการบูรณาการทำงานร่วมกัน เพื่อให้การจัดการศึกษาเป็นการสร้างคน ให้คนสร้างชาติได้” เลขาธิการ กพฐ.กล่าว

นอกจากนี้ จากการที่ นายณัฏฐพล ได้ลงพื้นที่ในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นสถานที่ ที่มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวและลงทุนมาก ดังนั้น จึงมีความคิดว่าจะทำโรงเรียนนานาชาติสำหรับคนจน ซึ่งเป็นโรงเรียนนานาชาติของรัฐบาล เพื่อให้มีความรู้ทางด้านภาษาต่างประเทศในการสื่อสารเพื่อทำอาชีพในอนาคตได้ ซึ่งในวันที่ 16 พ.ย. นี้ รมว.ศึกษาธิการ จะไปหารือกับสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ และสำนักงบประมาณ  และเริ่มทำโปรเจค และปลายเดือน พ.ย.นี้จะลงพื้นที่อย่างจริงจังในจังหวัดภูเก็ต และสมุทรสงคราม เพื่อให้เห็นเป็นรูปธรรม

เคาะแล้วที่นั่งรับ ‘ม.1-4’ ปี64 มุ่งส่งเสริมเด็กเรียนสายอาชีพ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – เคาะแล้วที่นั่งรับ‘ม.1-4’ปี64 มุ่งส่งเสริมเด็กเรียนสายอาชีพ (naewna.com)

เคาะแล้วที่นั่งรับ‘ม.1-4’ปี64 มุ่งส่งเสริมเด็กเรียนสายอาชีพ

เคาะแล้วที่นั่งรับ‘ม.1-4’ปี64 มุ่งส่งเสริมเด็กเรียนสายอาชีพ

วันพุธ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 16.13 น.

“สพฐ.” ยืดหยุ่นรับนักเรียน ม.1-ม.4 ห้องละ 40 คน กรณีมีความจำเป็นรับเพิ่มได้อีกไม่เกินห้องละ 44 คน พร้อมมุ่งส่งเสริมเด็กหันเรียน “สายอาชีพ”  

11 พฤศจิกายน 2563 นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวถึงแผนการรับนักเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ปีการศึกษา 2564 ว่า ที่ประชุม กพฐ.ยืนยันกรอบแนวทางการรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ( ม.1 ) และม. 4 ไว้ที่ห้องละ 40  คน โดยให้ยืดหยุ่นได้กรณีมีความจำเป็น ให้รับเด็กเพิ่มได้อีกไม่เกินร้อยละ 10 คือ ไม่เกินห้องละ 44 คน จากนั้นปีต่อไปให้ลดจำนวนที่จะรับเพิ่มลงภายใน 3 ปี ให้เหลือห้องละ 40 คนเท่านั้น

“ตอนนี้รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมให้เด็กเรียนสายอาชีวะเพิ่มขึ้น ดังนั้น สพฐ.พร้อมที่จะส่งเสริมให้เด็กไปเรียนอาชีพอยู่แล้ว เพราะอาชีพคือที่มาของรายได้ เมื่อเด็กมีรายได้มีงานทำ ก็จะช่วยลดค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองลง โดย สพฐ.พยายามทำในหลายมิติ เช่น การลดจำนวนนักเรียนโดยลดขนาดโรงเรียนขนาดใหญ่ลง ไม่ต้องยึดเด็กไว้ เพื่อให้ได้ขนาดโรงเรียน ขณะเดียวกันได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ในการหาวิธีทำงานร่วมกัน เช่น การเปิดให้อาชีวะมาจัดการสอนวิชาชีพ จัดห้องเรียนอาชีพในโรงเรียนขยายโอกาส เป็นต้น” นายอัมพร กล่าว

ทำในสิ่งที่ถูก! ‘อานนท์ แสนน่าน’ ปลาบปลื้ม ‘ในหลวง-ราชินี’ ทรงตรัสให้รักษาความมั่นคงประเทศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ทำในสิ่งที่ถูก! ‘อานนท์ แสนน่าน’ปลาบปลื้ม ‘ในหลวง-ราชินี’ทรงตรัสให้รักษาความมั่นคงประเทศ (naewna.com)

ทำในสิ่งที่ถูก! ‘อานนท์ แสนน่าน’ปลาบปลื้ม ‘ในหลวง-ราชินี’ทรงตรัสให้รักษาความมั่นคงประเทศ

ทำในสิ่งที่ถูก! ‘อานนท์ แสนน่าน’ปลาบปลื้ม ‘ในหลวง-ราชินี’ทรงตรัสให้รักษาความมั่นคงประเทศ

วันพุธ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 15.03 น.

‘อานนท์ แสนน่าน’ ปลาบปลื้ม ‘ในหลวง-ราชินี’ ทรงตรัสให้รักษาความมั่นคงประเทศ-ทำในสิ่งที่ถูก ขอบคุณที่เป็น ‘หมู่บ้านเสื้อแดงรักษาพระองค์’

11 พฤศจิกายน 2563 นายอานนท์ แสนน่าน ในฐานะผู้ริเริ่มก่อตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงแห่งประเทศไทย ประธานเครือข่ายหมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่นเรารักประเทศไทย เปิดเผยว่า ครอบครัวปลื้มปิติยินดีเป็นอย่างมากที่ได้เฝ้ารับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรมราชินี ณ ท่าอากาศยานทหารกองบิน 23 จังหวัดอุดรธานี เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมาอย่างใกล้ชิด ซึ่งเมื่อสมเด็จพระบรมราชินีเสด็จพระราชดำเนินมาถึง ตนได้ถวายบังคมพร้อมทูลว่า “ข้าพระพุทธเจ้าจากหมู่บ้านเสื้อแดง” พระพุทธเจ้าข้า ซึ่งพระราชินีท่านก็ได้หันพระพักตร์ พร้อมมีพระราชปฏิสันถารตรัสว่า “…ขอบคุณมากค่ะ ขอบคุณมากนะ…” และยื่นพระหัตถ์มาตบไหล่ขวาของตน 

หลังจากนั้นสมเด็จพระบรมราชินี ได้กราบทูลในหลวง ว่า “ประธานมาจากหมู่บ้านเสื้อแดงรักษาพระองค์” ทันใดนั้นในหลวงก็ได้หันพระพักตร์มาพร้อมกับยื่นพระหัตถ์ซ้ายมาตบไหล่ขวา และตรัสว่า “…ยังไงก็ได้ ถ้าเรารักประเทศชาติ ทำให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ต่อประชาชน ต่อพี่น้องคนไทย ต่อความมั่นคง รักษาความมั่นคงของประเทศชาติไว้”

นายอานนท์ บอกว่า ตอนนั้นได้พูดพร้อมกราบบังคมทูลว่า “…ข้าพระพุทธเจ้าขอเป็นหมู่บ้านเสื้อแดงรักษาพระองค์ พระพุทธเจ้าข้า…”

ซึ่งในหลวงท่านทรงตรัสว่า “… ทำในสิ่งที่ดี ทำในสิ่งที่ถูก อะไรที่มันผิดๆก็ไม่ต้องทำ ดูแลประเทศไทย…” และสมเด็จพระบรมราชินีก็ทรงตรัสอีกว่า “…ขอบคุณนะคะ…”

อย่างไรก็ตาม ตนและประธานหมู่บ้านเสื้อแดงภาคอีสานและภาคเหนือ พร้อมรับสนองพระราชดำรัสที่ในหลวงทรงตรัสรับสั่งเอาไว้และขอเป็น “หมู่บ้านเสื้อแดงรักษาพระองค์” ซึ่งตนเองและคณะ “หมู่บ้านเสื้อแดงรักษาพระองค์” ต่างรู้สึกซาบซึ้งและปลื้มปิติยินดีเป็นอย่างมาก ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันเป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้ ตนและประธานภูมิภาค ประธานแต่ละจังหวัด จะขอเป็นข้าใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ ราชวงศ์จักรีทุกพระองค์ตลอดไป

“อานนท์ แสนน่าน” ผู้ริเริ่มก่อตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง นำคณะหมู่บ้านเสื้อแดงเข้าเฝ้ารับเสด็จ “องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” และ “สมเด็จพระราชินี” ณ ท่าอากาศยานทหารกองบิน 23 จังหวัดอุดรธานี วันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 ทรงมีรับสั่งกับแกนนำหมู่บ้านเสื้อแดงรักษาพระองค์ “ยังไงก็ได้ ถ้าเรารักประเทศชาติ ทำให้มันเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ต่อประชาชน ต่อพี่น้องคนไทย รักษาความมั่นคงของประเทศชาติไว้ ทำในสิ่งที่ดี ทำในสิ่งที่ถูก อะไรที่มันผิดๆ ก็อย่าไปยุ่งอย่าไปทำ ดูแลรักษาประเทศ รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์…” ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันเป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้ #รักในหลวง #ขอพระองค์ทรงพระเจริญโพสต์โดย อานนท์ แสนน่าน เมื่อ วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน 2020