ครูสอนภาษาอังกฤษไม่เพียงพอ จริงหรือ? ฟังความเห็น ดอกเตอร์จากสวนดุสิต พูดถึงเรื่องนี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ครูสอนภาษาอังกฤษไม่เพียงพอ จริงหรือ? ฟังความเห็น ดอกเตอร์จากสวนดุสิต พูดถึงเรื่องนี้ (naewna.com)

ครูสอนภาษาอังกฤษไม่เพียงพอ จริงหรือ?  ฟังความเห็น ดอกเตอร์จากสวนดุสิต พูดถึงเรื่องนี้

ครูสอนภาษาอังกฤษไม่เพียงพอ จริงหรือ? ฟังความเห็น ดอกเตอร์จากสวนดุสิต พูดถึงเรื่องนี้

วันอังคาร ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

กระแสความต้องการครูต่างชาติของโรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนแบบ English Program (EP) หรือ International Program (IP) หรือIntensive English Program (IEP)ในปัจจุบันมีสูงขึ้นมาก หรือแม้กระทั่งในโรงเรียนที่จัดการสอนแบบปกติทั่วไปก็ยังต้องการครูต่างชาติเพื่อสอนวิชาภาษาอังกฤษ ให้เทียบเท่าระดับนานาชาติยกระดับความสามารถทางภาษา (Language proficiency) และถือเป็นภารกิจที่สำคัญต่อการพัฒนาการศึกษา ( สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน, 2562) เพราะครูต่างชาติจะสามารถสร้างความตื่นเต้นให้กับเด็กนักเรียนได้เป็นอย่างมาก เด็กๆ จะกระตือรือร้นที่จะพูดภาษาอังกฤษเพื่อสื่อสารกับครูต่างชาติ ซึ่งถือเป็นการสร้างสีสันให้กับโรงเรียนจากข่าวของโรงเรียนแห่งหนึ่งครูชาวต่างชาติได้ลงโทษและทำร้ายนักเรียน หลังจากตรวจสอบแล้วก็พบว่า ครูชาวต่างชาติคนนี้เป็นนักท่องเที่ยว ไม่ใช่ครู และไม่มีเอกสารทางราชการที่ถูกต้อง แต่ที่โรงเรียนต้องรับนักท่องเที่ยวคนนี้เข้ามาเป็นครู เพราะโรงเรียนหาครูไม่ได้ปัญหาที่เราพบในวันนี้ ทำให้เราต้องกลับมาทบทวน ความต้องการครูต่างชาติ อีกครั้ง

การเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ หรือภาษาที่ 2 จะเกิดขึ้นได้ ได้ผลดี และเร็วที่สุดนั้น ครูต้องจัดให้ผู้เรียนได้สัมผัสกับภาษาที่เรียนอย่างสม่ำเสมอและมากที่สุด ในการเรียนรู้ภาษาใหม่ ผู้เรียนจะเริ่มต้นจากการฟัง การพูด การอ่านและการเขียน โรงเรียนจึงต้องจัดกิจกรรมและบรรยากาศที่สร้างให้ผู้เรียนได้สัมผัสกับภาษาตามขั้นตอนการเรียนรู้ของภาษา วิธีการเรียนรู้จากครูเจ้าของภาษาหรือครูที่ใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน จึงเป็นทางเลือกอันดับแรกของโรงเรียนที่จัดการสอนแบบ EP, IEP, IP หรือโรงเรียนที่เน้นการสอนภาษาอังกฤษ การรับครูต่างชาติจึงมีแผนการรับมากขึ้นถึง 140% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา (www.thaimescenter.com)

จากปัญหาที่เกิดขึ้นผ่านสื่อสารมวลชน ทำให้เราต้องช่วยกันคิดทบทวนว่า ครูที่ได้มามีคุณภาพไหมและเหมาะกับเด็กๆ ของเราหรือไม่ คำตอบสำหรับคำถามแรกนี้แบ่งได้เป็น 2 ประเด็น ประเด็นแรก ครูที่ได้มามีคุณภาพในการสอนภาษาอังกฤษมากน้อยเพียงใด?บริษัทที่นำเข้าครูต่างชาติแห่งหนึ่งให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ครูที่เป็นเจ้าของภาษา เช่น ครูชาวอเมริกัน อังกฤษ ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ไม่สนใจที่จะเข้ามาสอนในประเทศไทยเนื่องจากค่าตอบแทนต่ำกว่าประเทศอื่นๆในเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เกาหลีหากได้ครูเจ้าของภาษาในกลุ่มนี้มาสอนในประเทศไทย ก็มักจะมาสอนได้ไม่นาน เพราะมาเพื่อการท่องเที่ยวหรือมาเพื่อใช้เป็นบันไดก้าวไปสู่ความเป็นครู ครูกลุ่มแรกนี้จึงหายาก เมื่อครูกลุ่มแรกหายาก โรงเรียนหรือบริษัทจึงต้องหาครูจากชาวต่างชาติกลุ่มที่สอง ครูกลุ่มนี้เป็นครูที่มาจากประเทศที่ใช้หรือมีโอกาสใช้ภาษาอังกฤษมากกว่าครูไทย เช่น ครูชาวฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย แอฟริกาหรือจากยุโรปบางประเทศ จึงนำมาสู่คำถาม ประเด็นที่ 2 ครูที่ได้มาจากกลุ่มนี้ ประเทศของเขามีมาตรฐานและคุณภาพการจัดการศึกษาดีกว่าประเทศไทยของเราหรือไม่? และที่น่าเป็นกังวลที่สุดคือ ครูกลุ่มที่สาม ขอเพียงแค่เป็นชาวต่างชาติที่พูดภาษาอังกฤษได้ ครูกลุ่มนี้น่าจะมีคุณภาพน้อยที่สุด เพราะไม่เคยได้เรียนรู้เรื่องวิธีสอน จิตวิทยาพัฒนาการ จิตวิทยาการเรียนรู้ของผู้เรียน ไม่เคยได้ทำงานสัมผัสกับเด็กนักเรียนมาก่อน และที่สำคัญไม่ได้รับการบ่มเพาะให้มีความเป็นครู เข้ามาทำงานในประเทศไทยเพราะรู้กระแสความต้องการของการศึกษาไทย ได้รับการยอมรับจากโรงเรียนในประเทศไทย และมีรายได้ดีกว่าการใช้ชีวิตอยู่ในประเทศของตัวเอง เมื่อพิจารณามาถึงตรงนี้ เราทุกคนคงจะมองเห็นปัญหานี้ชัดเจนขึ้นแล้ว

กระทรวงศึกษาธิการซึ่งถือเป็นองค์กรหลักในการกำกับดูแลการจัดการศึกษาของประเทศ ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ขอความร่วมมือไปยังสถานทูตต่างๆ เพื่อค้นหาครูสอนภาษาอังกฤษ โดยการจัดประชุม อภิปราย พูดคุยและขอความช่วยเหลือ ซึ่งก็มีตัวแทนจากสถานทูตต่างๆ เข้ามาร่วมมากกว่า 20 แห่งแต่ก็ช่วยได้แค่ระดับสร้างความเข้าใจและตระหนัก หลายๆ โครงการ จึงเกิดขึ้นแต่ก็ไม่ยั่งยืนถาวร เพราะเป็นเพียงการจ้างบุคคลที่พูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว มาพูดให้นักเรียนได้ฟังเท่านั้น ปัญหาการขาดแคลนครูภาษาอังกฤษที่มีคุณภาพ จึงยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพ โรงเรียนต่างๆที่มีโครงการพัฒนาภาษาอังกฤษให้กับนักเรียนแล้วเก็บค่าเล่าเรียนเพิ่มขึ้นจึงยังคงต้องจ้างครูจากกลุ่มที่สอง คือครูชาวฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซียและประเทศในทวีปแอฟริกาเข้ามาสอน คำถามสำคัญ คือ ครูต่างชาติกลุ่มที่สองเหล่านี้ ใช้ภาษาอังกฤษได้ดีกว่าคนไทย? มีความเป็นครูไหม? เข้าใจวัฒนธรรมและการเรียนรู้ของเด็กไทยหรือเปล่า?

หากเราไม่สามารถหาครูที่เป็นเจ้าของภาษาที่แท้จริงมาสอนได้แล้ว เราสามารถพัฒนาคนไทยที่มีความสามารถและทักษะทางภาษาอังกฤษมาเป็นครูได้หรือไม่ เราสามารถพัฒนาให้เป็นครูที่มีความสามารถเทียบเท่าหรือใกล้เคียงกับครูกลุ่มที่ 1 ได้หรือเปล่า

ประเด็นที่น่าสนใจ คือ ประเทศไทยมีคนไทยที่เก่งภาษาอังกฤษจำนวนมาก บางส่วนมีโอกาสได้ไปเรียนต่อในประเทศที่เป็นเจ้าของภาษา ใช้ภาษาอังกฤษได้ดี ไม่ได้ด้อยไปกว่าเจ้าของภาษาเลย แล้วคนไทยที่เก่งภาษาอังกฤษเหล่านี้อยู่ที่ไหน ที่ผ่านมาคนกลุ่มนี้มักจะเลือกอาชีพที่มีค่าตอบแทนสูงและเป็นอาชีพที่ต้องใช้ภาษาในการสื่อสารเช่น พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน(แอร์ สจ๊วต) พนักงานโรงแรม ซึ่งคนกลุ่มนี้สามารถใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารได้ดีมากและที่สำคัญคือภาษาที่เขาใช้เป็นภาษาที่ใช้ในชีวิตจริง ภาษาในโลกของงานและการประกอบอาชีพอย่างแท้จริง รวมถึงเป็นคนที่มีจิตบริการเป็นเลิศ แล้วเราจะพัฒนาให้คนที่สนใจอยากจะเป็นครูในกลุ่มนี้ มาเป็นครูภาษาอังกฤษได้หรือไม่

จากวิกฤตการณ์โควิด-19 ที่ทั่วโลก ได้รับผลกระทบ สำนักงานสถิติแห่งชาติเปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมามีผู้ว่างงานเพิ่มขึ้นถึง 5.16% แตะ 3.67 แสนคน ยอดคนตกงานเพราะปิดกิจการพุ่งถึง 965% และระดับการศึกษาของผู้ว่างงานพบว่า อันดับหนึ่ง คือ ผู้ที่จบอุดมศึกษาหรือระดับปริญญาตรี (Isranews, 2563)

นักศึกษาท่านหนึ่งที่ผมได้มีโอกาสสอน ได้นิเทศการสอน ได้สัมผัสความเป็นครูของเขา เป็นคนไทยที่โรงเรียนจ้างสอนในตำแหน่งครูชาวต่างชาติโดยได้รับเงินเดือนเทียบเท่ากับครูชาวต่างชาติ สอนคู่กับครูคนไทยในห้องเดียวกัน โดยใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารในห้องเรียนตลอดเวลา มีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ดี น่าสนใจ มีความเป็นครูสูงโดยที่นักเรียนในห้องเรียนก็ไม่รู้เลยว่าครูท่านนี้เป็นคนไทย เด็กๆ เข้าใจกันว่าเป็นครูชาวต่างชาติมาโดยตลอด เพราะครูพูดภาษาอังกฤษได้ดี สำเนียงดีกว่าครูต่างชาติหลายคนที่โรงเรียนจ้างมาสอน

เพราะเหตุใด? ประเทศเราไม่พัฒนาและส่งเสริมคนไทยที่เก่งภาษาอังกฤษให้มาเป็นครูสอนภาษาอังกฤษทั้งที่คนไทยกลุ่มนี้ใช้ภาษาอังกฤษได้ดีกว่าครูชาวต่างชาติบางคนที่โรงเรียนจ้างกันอยู่ การเอาใจใส่ดูแลนักเรียน การให้ความรักความเมตตากับนักเรียน เทคนิควิธีการสอนการจัดกิจกรรม วัฒนธรรมประเพณี ค่านิยม ความอ่อนน้อม สุภาพ นุ่มนวล คนไทยเท่านั้นที่จะเข้าใจคนไทยและส่งต่อความเป็นไทยให้ลูกหลานคนไทยด้วยกัน หรืออย่างน้อยที่สุด ครูแอร์ครูสจ๊วต ครูพนักงานโรงแรมเหล่านี้ ก็ยังมีจิตสำนึกของความเป็นคนไทย จิตสำนึกความรับผิดชอบต่อสังคม ประเทศชาติและมีส่วนช่วยพัฒนาเยาวชนของชาติให้เจริญเติบโตขึ้นไปอย่างมีคุณภาพ

ดังนั้น เรามาร่วมกันสร้างครูภาษาอังกฤษคนไทยที่เข้าใจหลักสูตรเข้าใจผู้เรียน มีเทคนิคการสอนที่ดีน่าสนใจ สนุกสนาน มีความเป็นครูที่เด็กๆ เรียนด้วยแล้ว เด็กๆ จะสามารถใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตได้จริงแบบครูแล้วจ้างให้สอนภาษาอังกฤษในตำแหน่งครูต่างชาติที่ไม่ใช้ภาษาไทยในห้องเรียน ทดแทนครูต่างชาติที่หายากหรือหาได้แต่ขาดคุณภาพ ขาดความเข้าใจในบริบทของความเป็นไทยอย่างแท้จริงกันดีกว่าครับ

โดย ดร.สิทธิพร เอี่ยมเสน

ปั้นขุนพลไซเบอร์ซีเคียวริตี้ สู้ภัยไซเบอร์ ศรีปทุม เปิดสอน ตั้งแต่ขั้นพื้นฐานถึงชั้นสูง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ปั้นขุนพลไซเบอร์ซีเคียวริตี้ สู้ภัยไซเบอร์ ศรีปทุม เปิดสอน ตั้งแต่ขั้นพื้นฐานถึงชั้นสูง (naewna.com)

ปั้นขุนพลไซเบอร์ซีเคียวริตี้ สู้ภัยไซเบอร์ ศรีปทุม เปิดสอน ตั้งแต่ขั้นพื้นฐานถึงชั้นสูง

ปั้นขุนพลไซเบอร์ซีเคียวริตี้ สู้ภัยไซเบอร์ ศรีปทุม เปิดสอน ตั้งแต่ขั้นพื้นฐานถึงชั้นสูง

วันอังคาร ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อนุพงศ์ อวิรุทธา ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมการสร้างสรรค์และบ่มเพาะธุรกิจ และ หัวหน้าสาขาวิชาการจัดการธุรกิจดิจิทัล คณะบริหารธรุกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม กล่าวว่า ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และภัยคุกคามทางด้านไซเบอร์เป็นสาเหตุและปัจจัยหลักในการส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต หรือความมั่นคงในภาพรวมของประเทศ ตลอดจนนโยบายของรัฐบาลที่กำลังขับเคลื่อนสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล สำหรับในประเทศไทย การผลิตบุคลากรจากภาคการศึกษาที่มีทักษะทางด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด หลักสูตรพัฒนาทักษะด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์สําหรับเกมเมอร์ จึงได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการพัฒนาและผลิตกำลังคนดิจิทัล และเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้กับประเทศ และมุ่งผลิตบุคลากรในการผสมผสานความรู้ ทักษะ และความสามารถในด้านเกมเมอร์และความปลอดภัยไซเบอร์ เพื่อเสริมศักยภาพและความเข้มแข็งในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศให้ประเทศไทย ในการสร้างระบบความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์

มหาวิทยาลัยศรีปทุม จึงได้เปิดสอนหลักสูตรพัฒนาทักษะด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์สําหรับเกมเมอร์ สู่การพัฒนาเกมเมอร์เป็น White Hackersสำหรับนักเรียน นิสิต นักศึกษาอายุ 15 ปีขึ้นไป โดยเปิดสอน 2 คอร์ส คือFundamental (ขั้นพื้นฐาน) เปิดรับทั้งหมด 2 รุ่น รับผู้เรียนรุ่นละ 500 คนเรียน Online 1 วัน Offline 1 วันวันเริ่มการเรียนการสอนรุ่นที่ 1 ในวันที่16-17 พฤศจิกายน 2563 และเริ่มการเรียนการสอนรุ่นที่ 2 ในวันที่ 16 และ 18 พฤศจิกายน 2563 และ White Hacker (ขั้นสูง) เปิดรับทั้งหมด 2 รุ่น รุ่นละ 50 คน จำนวนทั้งหมด 100 คน เรียน Online 1 วัน Offline 1 วัน เริ่มการเรียนการสอนรุ่นที่ 1 ในวันที่ 12-13 มกราคม 2564และ เริ่มการเรียนการสอนรุ่นที่ 2 ในวันที่ 12และ 14 มกราคม 2564

‘บิ๊กป้อม’ นำประชาชนชาวกรุงเก่า รำลึก ‘รัชกาลที่ 9’ เพื่อความเป็นสิริมงคล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘บิ๊กป้อม’นำประชาชนชาวกรุงเก่า รำลึก’รัชกาลที่ 9’เพื่อความเป็นสิริมงคล (naewna.com)

'บิ๊กป้อม'นำประชาชนชาวกรุงเก่า รำลึก'รัชกาลที่ 9'เพื่อความเป็นสิริมงคล

‘บิ๊กป้อม’นำประชาชนชาวกรุงเก่า รำลึก’รัชกาลที่ 9’เพื่อความเป็นสิริมงคล

วันจันทร์ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 14.41 น.

“บิ๊กป้อม” นำประชาชนชาวอยุธยาสวดเจริญพระพุทธมนต์เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ร.9  และเพื่อความเป็นสิริมงคล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ณ วัดตะโก อำเภอภาชีจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา ภายหลังรัฐบาลได้เชิญชวนพุทธศาสนิกชนทุกหมู่เหล่า ร่วมจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ทุกวันเสาร์จนถึงวันที่ 5 ธันวาคม โดยพร้อมเพรียงกัน เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่ 9 และเพื่อความเป็นสิริมงคลของประเทศ โดยมีนายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยาพร้อมประชาชนร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์จำนวนมาก

ทั้งนี้ จากสถานการณ์ปัจจุบันประเทศไทยได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติและโรคระบาดอย่างต่อเนื่องประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศไทยนับถือพระพุทธศาสนา จึงเห็นควรให้มีการนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาไปเป็นกรอบแนวคิดในการดำรงชีวิตอย่างมีสติ เพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตการณ์ต่าง ๆ ไปได้ด้วยดี ซึ่งในวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเป็นวันชาติ รวมทั้งเป็นวันพ่อแห่งชาติ ถือเป็นการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์ และเพื่อความเป็นสิริมงคลของปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า รัฐบาลได้เชิญชวนพุทธศาสนิกชนทุกหมู่เหล่า ร่วมจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ทุกวันเสาร์จนถึงวันที่ 5 ธันวาคม โดยพร้อมเพรียงกัน

สำหรับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กำหนดจัดพิธีดังกล่าวทุกวันเสาร์ ดังนี้ วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2563 เวลา 10.00 น. ณ วัดตะโก อำเภอภาชี วันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2563 เวลา 10.00 น. ณ วัดใหญ่ชัยมงคล อำเภอพระนครศรีอยุธยา วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2563 เวลา 10.00 น. ณ วัดเสนาสนาราม ราชวรวิหาร อำเภอพระนครศรีอยุธยา วันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2563 เวลา 10.00 น. ณ วัดสะตือ อำเภอท่าเรือ และวันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม 2563 เวลา 10.00 น. ณ วัดพนัญเชิง วรวิหาร อำเภอพระนครศรีอยุธยา จึงขอเชิญชวนประชาชนชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ตามวันเวลาดังกล่าว เพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ตัวเอง ครอบครัว และประเทศชาติ

‘รัฐบาล’ ปลื้มปชช.ร่วมสวดมนต์วันเสาร์ล้นหลามทำประเทศสงบสุข #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘รัฐบาล’ปลื้มปชช.ร่วมสวดมนต์วันเสาร์ล้นหลามทำประเทศสงบสุข (naewna.com)

‘รัฐบาล’ปลื้มปชช.ร่วมสวดมนต์วันเสาร์ล้นหลามทำประเทศสงบสุข

‘รัฐบาล’ปลื้มปชช.ร่วมสวดมนต์วันเสาร์ล้นหลามทำประเทศสงบสุข

วันจันทร์ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 11.35 น.

“อนุชา” เผย รัฐบาลพอใจ ประชาชนพร้อมใจร่วมสวดมนต์วันเสาร์ทั่วประเทศ คาดมีผู้สนใจเข้าร่วมมากขึ้น  เชื่อคำสอนทางพระพุทธศาสนาช่วยให้สังคมสงบสุข

นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายรัฐมนตรีเผยว่า เมื่อวันเสาร์ ที่ 7 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา เป็นวันแรกที่รัฐบาลได้กำหนดจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้ร่วมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาที่เป็นสิริมงคลแก่ตนเอง โดยทุกจังหวัดได้พร้อมใจจัดกิจกรรมร่วมกัน เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว ทั้งนี้ เชื่อว่าหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนาจะมีส่วนช่วยจรรโลงจิตใจ ก่อให้เกิดความสงบสุขในสังคม และเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชนได้

นายอนุชา กล่าวว่า ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร กำหนดจัดพิธีที่ อาคาร 100 ปี วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร เขตพระนคร โดยมี เจ้าประคุณ สมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ประธานฝ่ายสงฆ์ มีพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก 

สำหรับในพื้นที่ต่างจังหวัดให้ทางจังหวัดร่วมกับเจ้าคณะจังหวัด กำหนดจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ที่วัดศูนย์กลางของจังหวัดและอำเภอ หรือสถานที่ที่เห็นสมควร อาทิเช่น จ.สงขลา มีการจัดกิจกรรมตามอำเภอต่าง ๆ อาทิ ในพื้นที่ อ.เมืองสงขลา มีประชาชนชาวจังหวัดสงขลา เข้าร่วมในพิธีอย่างพร้อมเพรียง

ส่วน จ.ปทุมธานี จัดพิธีที่วัดสุวรรณบำรุงราชวราราม อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี โดยกำหนดจัดเป็นโครงการจิตอาสา วิถีธรรม : เข้าวัดวันเสาร์ ภายใต้โครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข มีพระธรรมรัตนาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต (พระอารามหลวง) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ มีพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ด้าน จ.สุรินทร์ จัดพิธีที่วัดศาลาลอย พระอารามหลวง มีพุทธศาสนิกชนชาวสุรินทร์ ร่วมสวดมนต์ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์

ส่วน จ.ลำพูน จัดขึ้น ณ วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร โดยมีพระศรีธรรมโสภณ รองเจ้าคณะจังหวัดลำพูน เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และจ.เชียงใหม่ พุทธศาสนิกชนชาวเชียงใหม่ พร้อมใจเข้าร่วมพิธีสวดพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับแผ่นดินและปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ในโอกาสวันชาติและวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2563 ที่พระวิหารหลวง วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ โดยมีพระเทพปริยัติ เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ เจ้าอาวาสวัดเจ็ดยอด เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ดังนั้นจึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์โดยพร้อมเพรียงกันในทุกวันเสาร์ จนถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2563  ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ที่วัดใกล้บ้าน ซี่งในพื้นที่ส่วนกลาง กำหนดจัด ณ วัดบวรนิเวศวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ส่วนภูมิภาค กำหนดจัดที่วัดประจำจังหวัดหรืออำเภอ หรือสถานที่ตามที่ทางจังหวัดเห็นสมควร ทั้งนี้ เพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ตัวเอง ครอบครัว และประเทศชาติ

ครูพี่โอ๊ะ​มอบประกาศผู้สำเร็จการศึกษา ร.ร.เอกชนนอกระบบ​ บูรณาการสร้างคน​งาน​อาชีพ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ครูพี่โอ๊ะ​มอบประกาศผู้สำเร็จการศึกษา ร.ร.เอกชนนอกระบบ​ บูรณาการสร้างคน​งาน​อาชีพ (naewna.com)

ครูพี่โอ๊ะ​มอบประกาศผู้สำเร็จการศึกษา ร.ร.เอกชนนอกระบบ​ บูรณาการสร้างคน​งาน​อาชีพ

ครูพี่โอ๊ะ​มอบประกาศผู้สำเร็จการศึกษา ร.ร.เอกชนนอกระบบ​ บูรณาการสร้างคน​งาน​อาชีพ

วันอาทิตย์ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 20.30 น.

ครูพี่โอ๊ะ​ มอบประกาศผู้สำเร็จการศึกษา ร.ร.เอกชนนอกระบบ​ เดินหน้าทำงานบูรณาการร่วม รร.เอกชนนอกระบบ กศน.​ หวังสร้างคน​ สร้างงาน​ สร้างอาชีพ

8 พฤศจิกายน 2563​ นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมช.ศธ.) พร้อมด้วย นายธฤติ ประสานสอน รองเลขาธิการ กช. เดินทางเป็นประธานมอบใบประกาศนียบัตร โรงเรียนเอกชนนอกระบบ เครือข่ายสมาคมการศึกษาเอกชนนอกระบบ (ประเทศไทย) โดยมีโรงเรียนเข้าร่วม 35 โรงเรียน และมีผู้สำเร็จการศึกษา ทั้งสิ้น 1,000 คน มีนายพรชัย พิศาลสิษฐ์กุล นายกสมาคมการศึกษาเอกชนนอกระบบ (ประเทศไทย) คณะกรรมการ ผู้บริหาร ครูผู้สอน และผู้เรียนที่สำเร็จการศึกษาให้การต้อนรับที่หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวให้โอวาทกับผู้สำเร็จการศึกษาตอนหนึ่ง ว่าต้องขอขอบคุณคณะกรรมการจัดงาน ที่ให้เกียรติเชิญมาเป็นประธานมอบใบประกาศนียบัตรในวันนี้ ครูพี่โอ๊ะ มีความเต็มใจและตั้งใจอย่างยิ่งที่จะมาร่วมงานนี้ ที่ผ่านมาได้มางานของเอกชนในระบบ มากมายหลายเวที แต่วันนี้ถือเป็นครั้งแรก ที่ได้มางานของเอกชนนอกระบบ ซึ่งถือเป็นงานที่สำคัญ เพราะเป็นวันแห่งความสำเร็จของผู้เรียนหลากหลายสาขาอาชีพ ที่เกิดจากผลสัมฤทธิ์ของการจัดการเรียนการสอน ของโรงเรียนเอกชนนอกระบบ สช. ซึ่งครูพี่โอ๊ะกำกับดูแล จึงขอให้กำลังใจและแสดงความยินดีกับผู้สำเร็จการศึกษาทุกคน ในวันสำเร็จการศึกษา ซึ่งถือเป็นวันแห่งความภาคภูมิใจ

“จากคำกล่าวรายงานของนายกสมาคมฯ จะเห็นได้ว่า โรงเรียนเอกชนนอกระบบสังกัด สช.ของกระทรวงศึกษาธิการ ถือเป็นการจัดการศึกษาที่เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติมาก เป็นการจัดการศึกษาที่ให้โอกาสคนทุกช่วงทุกวัย โดยเฉพาะรากหญ้า ประชาชนพื้นที่ห่างไกลความเจริญ สามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต แบบยืดหยุ่นตามหลักสูตร ตอบสนองชุมชน สังคมได้เป็นอย่างดีในทุกโรงเรียนเอกชนนอกระบบทั่วประเทศ สามารถจัดการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพ มาตรฐาน ทั้งด้านวิชาชีพ วิชาการ กีฬา ทักษะต่าง ๆ และที่สำคัญ คือ เป็นการจัดการศึกษาที่รัฐไม่ต้องลงทุน ต้องบอกว่าทุกท่านเป็นผู้ที่ทำประโยชน์ให้กับการศึกษาช่วยสร้างคน สร้างงาน สร้างอาชีพมากมาย

ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งกำกับดูแลโรงเรียนเอกชน จะดำเนินการต่อยอดคือ การสร้างความร่วมมือร่วมกันเพื่อให้เกิดประโยชน์กับทุกฝ่ายมากที่สุด โดยการบูรณาการการทำงานร่วมกันนั้น สามารถทำงานร่วมกันได้ในหลากหลายมิติ เช่น การแลกเปลี่ยนวิทยากรร่วมกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้เรียนมากที่สุด นอกจากนี้ยังสามารถบูรณาการทางหลักสูตรต่าง ๆ เช่น การพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับสังคม ชุมชน ในแต่ละพื้นที่ และหากเกิดการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างการศึกษาเอกชนนอกระบบ ก็จะเกิดประโยชน์ต่อภาพรวม

ดังนั้น ในปีต่อไป กระทรวงศึกษาธิการก็จะมีการผลักดันนโยบายการทำงานร่วมกันอย่างจริงจัง เพราะการศึกษาเอกชนนอกระบบ มีความเต็มใจที่จะช่วยอยู่แล้ว โดยการพัฒนาทุกอย่างต้องยึดที่หลักในการทำให้ผู้เรียนได้รับประโยชน์สูงสุด และตอบสนองต่อความต้องการของสังคมและชุมชน” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

จากนั้น รมช.ศึกษาธิการ ได้มอบโล่ให้กับผู้บริหารโรงเรียนที่มีผลงานดีเด่น จำนวน 51 โรงเรียน พร้อมมอบประกาศให้กับผู้สำเร็จการศึกษาอีก 70 คน โดยเป็นตัวแทนนักเรียนโรงเรียน ๆ ละ 2 ค

‘สำนักจุฬาราชมนตรี’ แถลงการณ์แจง จัดงาน ‘รวมพลังมุสลิม ปกป้องสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘สำนักจุฬาราชมนตรี’แถลงการณ์แจง จัดงาน‘รวมพลังมุสลิม ปกป้องสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์’ (naewna.com)

‘สำนักจุฬาราชมนตรี’แถลงการณ์แจง จัดงาน‘รวมพลังมุสลิม ปกป้องสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์’

‘สำนักจุฬาราชมนตรี’แถลงการณ์แจง จัดงาน‘รวมพลังมุสลิม ปกป้องสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์’

วันอาทิตย์ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 15.44 น.

‘สำนักจุฬาราชมนตรี’แถลงการณ์แจง จัดงาน‘รวมพลังมุสลิม ปกป้องสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์’

8 พฤศจิกายน 2563 สำนักจุฬาราชมนตรี เผยแพร่แถลงการณ์ “สำนักจุฬาราชมนตรี” เรื่อง ชี้แจงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน “รวมพลังมุสลิม ปกป้องสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์” (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘จุฬาราชมนตรี’ประกาศเชิญชวนร่วมงาน‘รวมพลังมุสลิมปกป้องสถาบัน’ 10 พ.ย.นี้) มีเนื้อหาดังนี้…

ตามที่ สำนักจุฬาราชมนตรี สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร และสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ได้กำหนดจัดงาน “รวมพลังมุสลิม ปกป้องสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์” ในวันที่ 10 พ.ย. เวลา 08.30-12.00 น. ที่หอประชุมศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติ เฉลิมพระเกียรติ ถนนคลองเก้า แขวงคลองสิบ เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร นั้น ขอเรียนชี้แจง ดังนี้

1.วัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้ เพื่อเน้นย้ำถึงความสำคัญของสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ในสังคมไทยที่สำคัญยิ่ง เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยมุสลิมนับจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ พระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก ศาสนาอิสลามจึงส่งเสริมให้แสดงความกตัญญูและสำนึกในบุญคุณของผู้มีพระคุณ โดยเฉพาะผู้ที่ช่วยทำนุบำรุงความเจริญของศาสนา และเพื่อให้พี่น้องมุสลิมได้ร่วมกันขอพร (ดุอา) ให้สังคมและประเทศชาติมีความร่มเย็นเป็นสุข

2.สำนักจุฬาราชมนตรีตระหนักดีว่า ปัจจุบันสังคมไทยมีความขัดแย้งและความเห็นต่างทางการเมืองสูง สำนักจุฬาราชมนตรีและองค์กรศาสนาอิสลามทุกระดับเป็นองค์กรศาสนาที่ต้องดำรงความเป็นกลางทางการเมือง อย่างไรก็ตาม เราตระหนักว่าคู่ขัดแย้งทางการเมืองทุกฝ่ายขณะนี้นั้น ต่างมีจุดยืนที่เห็นตรงกันในการปกปักรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์เพื่อเป็นสถาบันหลักในสังคมไทยสืบไป

ดังนั้น เพื่อเป็นการหาทางออกให้สังคมไทย จึงขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเปิดพื้นที่เพื่อการพูดคุยหาทางออกให้สังคมอย่างมีไมตรีจิตและเคารพการแสดงความคิดเห็นของทุกภาคส่วน และประการสำคัญ พึงระลึกว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องล้วนเป็นคนไทยด้วยกัน ให้มีการอำนวยความยุติธรรมแก่ทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อสร้างความสงบสันติให้เกิดขึ้นในสังคมไทยโดยเร็ววัน

สมเด็จพระวันรัต นำสวดมนต์ถวายพระราชกุศลน้อมรำลึกในหลวง ร.9 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – สมเด็จพระวันรัต นำสวดมนต์ถวายพระราชกุศลน้อมรำลึกในหลวงร.9 (naewna.com)

สมเด็จพระวันรัต นำสวดมนต์ถวายพระราชกุศลน้อมรำลึกในหลวงร.9

สมเด็จพระวันรัต นำสวดมนต์ถวายพระราชกุศลน้อมรำลึกในหลวงร.9

วันเสาร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 16.43 น.

เจ้าประคุณ สมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ประธานฝ่ายสงฆ์ นำ สวดมนต์ถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมรำลึก ร.9 พุทธศาสนิกชนเข้าร่วมคึกคัก

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2563 เวลา 10.00 น. ณ อาคาร 100 ปี วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร มีการจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยมี เจ้าประคุณ สมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วย นางสาวณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้แทนนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส รวมถึงพุทธศาสนิกชนจำนวนมากร่วมพิธี

สำหรับ พิธีเจริญพระพุทธมนต์ที่จัดขึ้น เป็นไปตามมติของที่ประชุมมหาเถรสมาคม ที่กำหนดให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติดำเนินการ นับเป็นจุดเริ่มต้นของกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์ เสริมสร้างความเป็นสิริมงคลปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลใหญ่และเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

อย่างไรก็ดีกำหนดจัดทุกวันเสาร์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2563 ถึงวันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม 2563 ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ซึ่งในส่วนกลางกำหนดจัด ณ วัดบวรนิเวศวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ส่วนภูมิภาคมอบหมายให้ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดประสานกับเจ้าคณะจังหวัด กำหนดวัดที่เป็นศูนย์กลางของจังหวัดและอำเภอเพื่อจัดพิธีตามสมควร

Gymboree ประเทศไทย ยกระดับคุณภาพครูผู้นำกิจกรรมเข้ม เพื่อการสอนที่มีประสิทธิภาพ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – Gymboree ประเทศไทย ยกระดับคุณภาพครูผู้นำกิจกรรมเข้ม เพื่อการสอนที่มีประสิทธิภาพ (naewna.com)

Gymboree ประเทศไทย ยกระดับคุณภาพครูผู้นำกิจกรรมเข้ม เพื่อการสอนที่มีประสิทธิภาพ

Gymboree ประเทศไทย ยกระดับคุณภาพครูผู้นำกิจกรรมเข้ม เพื่อการสอนที่มีประสิทธิภาพ

วันศุกร์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 17.59 น.

บริษัท เพลย์แอนด์มิวสิค จำกัด เจ้าของลิขสิทธิ์ Gymboree สถาบันส่งเสริมพัฒนาการเด็กและครอบครัว ให้ความสำคัญกับคุณภาพการสอนของคุณครูผู้นำกิจกรรมเป็นอย่างมาก จึงได้จัดอบรมให้ความรู้แก่คุณครูผู้นำกิจกรรมทั่วประเทศ เพื่อเป็นการสนับสนุนความรู้ที่จำเป็นต่อการสอนในวิชา “การเล่น” ที่ส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กในด้านต่างๆ โดยมี คุณชามาภัทร สิทธิอำนวย กรรมการผู้จัดการ บริษัทเพลย์และมิวสิคจำกัด , คุณนนทกานต์ ทัพพะรังสี , คุณศรุต นพทวีโภค , คุณปุณิกา เดชารวีโรจน์ , และคุณสุดา คุณสวัสดิ์ ผู้บริหารสาขาต่างๆ ทั่วประเทศ เข้าร่วมการอบรมด้วย

สำหรับเนื้อหาการจัดกิจกรรมคือ “เข้าใจพัฒนาการเด็กปฐมวัย เข้าใจความแตกต่างระหว่างบุคคล” โดย รศ.ดร.ศศิลักษณ์ ขยันกิจ อาจารย์สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นวิทยากร และหัวข้อ “การเล่น Magformers เสริมพัฒนาการ” โดย ผศ.ดร.ปนัฐษรณ์ จารุชัยนิวัฒน์ อาจารย์สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้มาให้ความรู้ ทั้งนี้ คุณครูผู้นำกิจกรรมได้รับความรู้ ความเข้าใจ ทั้งทางทฤษฎีและในทางปฏิบัติ โดยจะนำไปใช้ในการสอนที่สาขาต่อไป

นักเรียนเฮ! ศธ.แก้ระเบียบทรงผม ‘สั้น-ยาว’ ได้ ห้ามครู ‘กล้อนผม’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – นักเรียนเฮ! ศธ.แก้ระเบียบทรงผม‘สั้น-ยาว’ได้ ห้ามครู‘กล้อนผม’ (naewna.com)

นักเรียนเฮ! ศธ.แก้ระเบียบทรงผม‘สั้น-ยาว’ได้ ห้ามครู‘กล้อนผม’

นักเรียนเฮ! ศธ.แก้ระเบียบทรงผม‘สั้น-ยาว’ได้ ห้ามครู‘กล้อนผม’

วันศุกร์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 17.53 น.

“นักเรียน” เฮ!! ศธ.ขยับแก้ระเบียบเปิดกว้างให้ไว้ผมสั้น-ยาวได้ ห้ามครูลงโทษ “กล้อนผม” เปิดโอกาสแต่งเครื่องแบบตามเพศสภาพ ใส่ชุดอื่นตามข้อตกลงร่วมกัน พร้อมเล็งตั้งคณะทำงานด้านการแสดงออกทางการเมืองในสถานศึกษา

6 พฤศจิกายน 2563 ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการพิจารณาข้อร้องเรียนของนักเรียน นักศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการฯ ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาร่างระเบียบ ศธ. ว่าด้วยเรื่องการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ. … โดยที่ประชุมได้เสนอแนะปรับแก้ ดังนี้ ปรับแก้บทนำ หรือในส่วนของการปรารภ เป็นการปรับแก้ระเบียบการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ. 2563 ให้มีความเหมาะสมกับสภาวการณ์ปัจจุบัน และสอดคล้องกับหลักการสิทธิมนุษยชน การคุ้มครองศักดิ์ความเป็นมนุษย์ การมีส่วนร่วม รวมทั้งการป้องกันไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติ ที่ไม่เป็นธรรมระหว่างเพศสภาพ

ทั้งนี้ เห็นชอบแก้ไขระเบียบในข้อ 4 ดังนี้ นักเรียนจะไว้ผมสั้นหรือผมยาวก็ได้ กรณีไว้ผมยาวให้เป็นไปตามความเหมาะสม เช่น ผมยาวต้องรวบมัดให้เรียบร้อย เพื่อสะท้อนความหลากหลายทางเพศสภาพ และเพื่อไม่ให้มีปัญหาในทางปฏิบัติ ส่วนการดัดผม ย้อมสีผม การไว้หนวด ไว้เครา ยังคงให้เป็นไปตามระเบียบเดิม 

ขณะเดียวกันยังแก้ไขระเบียบข้อ 7 แก้ไข เป็นภายใต้ข้อบังคับ ข้อ 4 ให้สถานศึกษาวางระเบียบการไว้ทรงผมของนักเรียนได้เท่าที่ไม่ขัดแย้งกับระเบียบนี้ แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษา หรือคณะกรรมการบริหารโรงเรียนเอกชนแล้วแต่กรณี ก่อนดำเนินการในวรรคหนึ่งให้สถานศึกษาดำเนินการจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษา และเครือข่ายผู้ปกครอง รวมทั้งเผยแพร่ผลรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวไว้ในสถานศึกษาหรือระบบสารสนเทศของสถานศึกษาด้วย

นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีข้อเสนอให้รัฐมนตรีว่าการ ศธ. ทำหนังสือ ทำความเข้าใจไปยังโรงเรียน ดังนี้ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของนักเรียน โดยใช้กลไกของสภานักเรียน เช่น ให้ผู้แทนสภานักเรียน เข้าร่วมสังเกตการณ์ ในการประชุมของคณะกรรมการสถานศึกษา ตามข้อ 7 กรณีนักเรียนทำไม่ถูกตามระเบียบ การลงโทษให้คำนึงถึงระเบียบ ศธ. ว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2548 และกฎหมายคุ้มครองเด็ก ห้ามลงโทษรุนแรงที่เกินกว่าระเบียบดังกล่าวกำหนด  เช่น การกล้อนผม เป็นต้น

นายสมเกียรติ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมได้หารือแนวทางแก้ไขปัญหาเรื่องเครื่องแบบนักเรียน ตามข้อเรียกร้องของนักเรียนทั้งให้แต่งกายตามเพศสภาพ ยกเลิกการแต่งเครื่องแบบนักเรียน และเครื่องแบบลูกเสือ ยุวกาชาด เนตรนารี ซึ่งกรณีนี้มี พ.ร.บ.เครื่องแบบนักเรียน พ.ศ.2551 และระเบียบศธ. ว่าด้วยเครื่องแบบนักเรียน พ.ศ. 2551 กำกับอยู่ ทางคณะกรรมการฯพิจารณาแล้วเห็นว่า ระเบียบที่มีอยู่มีความยืดหยุ่น โรงเรียนสามารถประยุกต์ใช้ได้ตามความเหมาะสม หากมีข้อตกลงร่วมกัน เพียงแต่บางโรงเรียนอาจจะยังไม่มีความเข้าใจ

ดังนั้น ที่ประชุมฯจะเสนอให้รัฐมนตรีว่าการ ศธ. ทำหนังสือซักซ้อมความเข้าใจไปยังโรงเรียนต่าง ๆ ขอให้มีความยืดหยุ่น โดยใช้ข้อ 15 ที่กำหนดว่า สถานศึกษาใดจะกำหนดให้นักเรียนแต่เครื่องแบบลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด นักศึกษาวิชาทหาร หรือแต่งชุดพื้นเมือง ชุดไทย  ชุดลำลอง ชุดฝึกงาน  ชุดกีฬา ชุดนาฏศิลป์ หรือชุดอื่น ๆ แทนเครื่องแบบนักเรียนได้ตามระเบียบนี้ ในวันหนึ่งวันใดก็ได้ ให้เป็นไปตามที่สถานศึกษากำหนด โดยคำนึงถึงความประหยัดเหมาะสม 

ข้อ 16 ที่กำหนดว่า ในกรณีมีเหตุจำเห็น หรือมีเหตุพิเศษให้สถานศึกษาพิจารณายกเว้นหรือผ่อนผันการแต่งกายเครื่องแบบนักเรียนได้ตามความเหมาะสม  และ หากจะออกระเบียบใดเพิ่มเติมให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องก่อน 

นอกจากนี้ ที่ประชุมฯมีมติเสนอให้รัฐมนตรีว่าการ ศธ. ตั้งคณะทำงาน 3 ชุด ดังนี้ คณะทำงานด้านการละเมิด การกระทำความรุนแรง และความปลอดภัยในสถานศึกษา คณะทำงานด้านความล้าหลังของสถานศึกษาที่กระทบต่อนักเรียน นักศึกษา และคณะทำงานด้านการแสดงออกทางการเมืองในสถานศึกษา ทั้งนี้ คณะกรรมการจะไปดูรายละเอียดก่อนนำข้อสรุปทั้งหมดเสนอให้นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการศธ. พิจารณาเห็นชอบภายในสัปดาห์หน้า

‘รมต.อนุชา’ มอบนโยบาย ‘พศ.’ แนะขรก.ปลูกฝังปชช.มีความรู้ความเข้าใจถูกต้อง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘รมต.อนุชา’มอบนโยบาย’พศ.’ แนะขรก.ปลูกฝังปชช.มีความรู้ความเข้าใจถูกต้อง (naewna.com)

'รมต.อนุชา'มอบนโยบาย'พศ.' แนะขรก.ปลูกฝังปชช.มีความรู้ความเข้าใจถูกต้อง

‘รมต.อนุชา’มอบนโยบาย’พศ.’ แนะขรก.ปลูกฝังปชช.มีความรู้ความเข้าใจถูกต้อง

วันศุกร์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 17.13 น.

“รมต.อนุชา”มอบนโยบาย”พศ.” แนะข้าราชการปลูกฝังให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง พร้อมตระหนักรักในสถาบันหลักของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 ณ หอประชุมพุทธมณฑล อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มอบนโยบายแก่ข้าราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยมี น.ส.ณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าร่วม

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเป็นหน่วยงานที่มีความสำคัญต่อสถาบันหลักของชาติ คือ สถาบันศาสนา และพระพุทธศาสนาก็เป็นศาสนาที่คนส่วนใหญ่ของประเทศนับถือ เป็นรากฐานทางจารีตและขนบธรรมเนียมประเพณี ตลอดจนการใช้ชีวิตของคนในสังคม พร้อมกล่าวมอบนโยบายแก่ข้าราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ 3 ข้อ ประกอบด้วย

1) การปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติต้องสามารถสร้างความตระหนักรู้ เผยแพร่ และปลูกผังให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง เป็นจริง และมีความตระหนักรักในสถาบันหลักของชาติ (ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์)

2) การทำนุบำรุงศาสนา เป็นภารกิจที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติต้องสร้างความเข้มแข็ง โดยส่งเสริมการเผยแผ่หลักธรรมคำสอนที่ถูกต้อง ดีงาม ให้พุทธศาสนิกชนเข้าถึงแก่นแท้ในหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า และสามารถนำมาปรับใช้กับชีวิตประจำวันได้

3) การพัฒนาระบบการให้บริการประชาชน โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ควรต้องมุ่งสู่ความเป็นหน่วยงานดิจิทัลที่ตรวจสอบได้ มีระบบจัดเก็บข้อมูลภาครัฐ ลดขั้นตอน ความยุ่งยาก เพื่อให้สามารถบริการประชาชนได้รวดเร็ว

นอกจากนี้ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คาดหวังให้ไทยเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาโลก โดยย้ำให้ข้าราชการ ร่วมดูแลรักษาศาสนสมบัติต่างๆ ส่งเสริมการเผยแผ่ศาสนาโดยนำความทันสมัยของการส่งต่อข้อมูลมาช่วยให้ประชาชนทุกระดับเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์