ประกาศสำนักพระราชวัง 1พ.ย. นี้ เปิดให้เข้าชมวัดพระแก้ว 08.00 – 12.00 น. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ประกาศสำนักพระราชวัง1พ.ย.นี้ เปิดให้เข้าชมวัดพระแก้ว 08.00 – 12.00 น. (naewna.com)

ประกาศสำนักพระราชวัง1พ.ย.นี้ เปิดให้เข้าชมวัดพระแก้ว 08.00 – 12.00 น.

ประกาศสำนักพระราชวัง1พ.ย.นี้ เปิดให้เข้าชมวัดพระแก้ว 08.00 – 12.00 น.

วันเสาร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 14.50 น.

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2563 เนื่องด้วยวันอาทิตย์ที่ 1 พ.ย. 2563 มีพระราชพิธีเปลี่ยนเครื่องทรงฤดูฝนพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร เพื่อทรงเครื่องสำหรับฤดูหนาว

สำนักพระราชวังแจ้งการเข้าชม ดังนี้ ปิดจำหน่ายบัตรเข้าชมฯ และงดเข้าชมพระอุโบสถทั้งวัน นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ได้ทางประตูวิเศษไชยศรี  ตั้งแต่เวลา 08.00 – 12.00 น.

‘คกก.บัณฑิตมธ.’ ออกแถลงการณ์ จี้มหา’ ลัยแจงเหตุให้ข้อมูลหน่วยงานภายนอก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘คกก.บัณฑิตมธ.’ออกแถลงการณ์ จี้มหา’ลัยแจงเหตุให้ข้อมูลหน่วยงานภายนอก (naewna.com)

'คกก.บัณฑิตมธ.'ออกแถลงการณ์  จี้มหา'ลัยแจงเหตุให้ข้อมูลหน่วยงานภายนอก

‘คกก.บัณฑิตมธ.’ออกแถลงการณ์ จี้มหา’ลัยแจงเหตุให้ข้อมูลหน่วยงานภายนอก

วันเสาร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 11.36 น.

31 ตุลาคม 2563 คณะกรรมการบัณฑิตมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ออกแถลงการณ์ “คณะกรรมการบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ต่อกระบวนการจัดมาตรการคัดกรองของมหาวิทยาลัยและเจ้าหน้าที่รัฐ ก่อนเข้าพื้นที่พิธีพระราชทานปริญญาบัตรฯ ในวันที่ 30 และ 31 ตุลาคม พ.ศ.2563” มีเนื้อหาระบุว่า

เนื่องด้วยในวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ.2563 ที่ผ่านมา เป็นวันพระราชทานปริญญาบัตร ของบัณฑิตมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปีการศึกษา2561 วันที่ 1 โดยมีมาตรการการคัดกรองบุคคลผู้เข้าร่วมงานอย่างเข้มงวด และมีหน่วยงานภาครัฐ เข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจคัดกรอง 

อนึ่ง คณะกรรมการบัณฑิตฯได้รับเรื่องร้องเรียน จากบัณฑิต นักศึกษา และผู้เข้าร่วมงานบางส่วน ถึงข้อกังวลใจในกระบวนการตรวจคัดกรอง ที่มีการตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคล ผ่านการอ่านข้อมูลผ่านบัตรประชาชน การสอบถามข้อมูลส่วนตัว หรือการถ่ายภาพบุคคลเพื่อเก็บไว้ในฐานข้อมูล ทั้งยังปรากฎการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับข้อมูลของบัณฑิตที่เข้าร่วม และไม่เข้าร่วมซ้อมพิธีพระราชทานปริญญาบัตร อันเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่พึงกระทำได้ของบัณฑิต และเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ควรได้รับการยินยอมจากเจ้าของข้อมูลก่อนมีการเผยแพร่ให้แก่หน่วยงานภายนอก 

ทั้งนี้ คณะกรรมการบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงออกแถลงการณ์ฉบับนี้มาเพื่อเรียนทวงถามต่อมหาวิทยาลัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

1.คณะกรรมการบัณฑิตฯ ใคร่สอบถามถึงเหตุและผลของการเปิดเผยข้อมูลการเข้าร่วมและไม่เข้าร่วมซ้อมพิธีพระราชทานปริญญาบัตร อันเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่พึงกระทำได้ของบัณฑิตให้แก่หน่วยงานภายนอก 

2.คณะกรรมการบัณฑิตฯ ใคร่สอบถามถึงผู้รับผิดชอบในกระบวนการการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งในรูปแบบลายลักษณ์อักษรภาพถ่าย พร้อมถึงนโยบายและระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว และมีกระบวนการคุ้มครองบุคคลผู้เป็นเจ้าของข้อมูลเหล่านี้อย่างไร

3.คณะกรรมการบัณฑิตฯ ได้มีข้อกังวลถึงความปลอดภัยและสวัสดิภาพของบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาในปีการศึกษา 2561 ทางคณะกรรมการบัณฑิตฯ จึงขอเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยชี้แจงตามข้อการทวงถามของคณะกรรมการบัณฑิตฯและประเด็นอื่นที่เกี่ยวข้อง 

คณะกรรมการบัณฑิตฯ ยึดมั่นในพื้นฐานของการเคารพสิทธิและข้อมูลส่วนบุคคลของปัจเจกชนที่อยู่ภายใต้กฎหมาย และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตอบสนองต่อข้อทวงถามดังกล่าวเพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพและความปลอดภัยอย่างเท่าเทียม

ประธานกกต.นำถวายผ้าพระกฐินพระราชทานปี63 วัดไร่ขิงพระอารามหลวงนครปฐม #SootinClaimon.Com

ประธานกกต.นำถวายผ้าพระกฐินพระราชทานปี63 วัดไร่ขิงพระอารามหลวงนครปฐม

ประธานกกต.นำถวายผ้าพระกฐินพระราชทานปี63 วัดไร่ขิงพระอารามหลวงนครปฐม

วันศุกร์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 15.19 น.

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2563 เวลา 13.30 น. ที่วัดไร่ขิงพระอารามหลวง ต.วัดไร่ขิง อ.สามพราน จ.นครปฐม  พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานผ้าพระกฐิน โดยให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ตามที่ขอพระราชทานเพื่อน้อมนำไปถวายพระสงฆ์จำพรรษาที่วัดไร่ขิงฯ โดยนายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เป็นประธานในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานสำนักงานกกต. ประจำปี 2563 พร้อมด้วยนายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย นายฉัตรชัย จันทร์พรายศรี นายปกรณ์ มหรรณพ นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ  นายฐิติเชฎฐ์ นุชนาฏ กรรมการการเลือกตั้ง และพ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการกกต. ตลอดทั้งผู้บริหาร พนักงาน ลูกจ้างประจำสำนักงานกกต. ทั้งนี้ มียอดกฐินรวมทั้งสิ้น 2,721,704.45บาท

ทั้งนี้ ในการถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปีเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยในปีนี้นับเป็นครั้งที่ 16

สำหรับประวัติความเป็นมาของวัดไร่ขิงหรือวัดมงคลจินดารามในสมัยสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรสได้พระราชทานนามวัดแห่งนี้ว่าวัดมงคลจินดาราม(ไร่ขิง) แต่ชาวบ้านเรียกกันเต็มๆว่าวัดมงคลจินดารามไร่ขิงจนกระทั่งเหลือแต่ชื่อวัดไร่ขิงไปในที่สุด วัดไร่ขิงเป็นวัดที่พุทธศาสนิกชนรู้จักกันอย่างกว้างขวางและนิยมเดินทางไปนมัสการหลวงพ่อวัดไร่ขิงเพื่อความเป็นสิริมงคล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ประธานกกต.นำถวายผ้าพระกฐินพระราชทานปี63 วัดไร่ขิงพระอารามหลวงนครปฐม (naewna.com)

ก.ค.ศ.ปรับรูปแบบ ‘สอบภาค ค’ ใหม่ เข้มหลักเกณฑ์คัดเลือกครูดีมีคุณภาพ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ก.ค.ศ.ปรับรูปแบบ’สอบภาค ค’ใหม่ เข้มหลักเกณฑ์คัดเลือกครูดีมีคุณภาพ (naewna.com)

ก.ค.ศ.ปรับรูปแบบ'สอบภาค ค'ใหม่ เข้มหลักเกณฑ์คัดเลือกครูดีมีคุณภาพ

ก.ค.ศ.ปรับรูปแบบ’สอบภาค ค’ใหม่ เข้มหลักเกณฑ์คัดเลือกครูดีมีคุณภาพ

วันศุกร์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 14.25 น.

30 ตุลาคม 2563 นายประวิต เอราวรรณ์ รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้จัดจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคล เข้ารับราชการในตำแหน่งครูผู้ช่วย ซึ่งปีนี้มีความเปลี่ยนแปลงโดย ในส่วนของการสอบภาค ก ความรู้ทั่วไป ใช้ข้อสอบที่ได้มาตรฐานเดียวกัน การสอบของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ส่วนภาค ข มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ ซึ่งเทียบเคียงกับมาตรฐานวิชาชีพของคุรุสภา 

ขณะที่การสอบภาค ค ถือมีปรับเปลี่ยนมากที่สุด จากเดิมที่เป็นการสัมภาษณ์อย่างเดียว ก็ได้มีการกำหนด ความเหมาะสมกับตำแหน่งวิชาชีพ และการปฏิบัติงานในสถานศึกษา ซึ่งมีองค์ประกอบการประเมิน 3 ส่วน คือ คุณลักษณะส่วนบุคคล จากการสัมภาษณ์ 25 คะแนน การพัฒนาตนเองและวิชาชีพ ที่ประเมินจากแฟ้มสะสมงาน 25 คะแนน และส่วนที่ 3 ความสามารถด้านการสอน 50 คะแนน ประเมินจากการสอบสาธิตการปฏิบัติการสอน โดยมีการบันทึกภาพและเสียงในรูปแบบวิดีโอ ไว้เป็นหลักฐาน 

นายประวิต กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ หลังจากมีการสอบเพื่อคัดเลือกครูผู้ช่วยไปเรียบร้อยแล้ว ก.ค.ศ. ได้ทำการวิจัยร่วมกับสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ โดยได้สอบถามความคิดเห็นผู้เข้าสอบปฏิบัติการสอน หลังการสอบ ภาค ค จำนวน 10,376 คน พบว่าผู้ตอบกลับแบบสอบถามความคิดเห็นเกินร้อยละ 90 เห็นด้วยกับการสอบ ภาค ค รูปแบบใหม่  

“ก.ค.ศ.จะนำข้อมูลที่ได้ไปพัฒนาหลักเกณฑ์การคัดเลือกบุคคลเข้าสู่วิชาชีพครูให้เข้มข้นยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงโลก ดังนั้นครูต้องมีความสามารถทางวิชาการ และต้องมีคุณลักษณะที่เหมาะสมที่จะเป็นต้นแบบที่ดีให้กับเด็ก และปรับตัวได้กับการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นรูปแบบการคัดคนเข้าสู่วิชาชีพจึงยังต้องพัฒนาต่อไปเรื่อยๆเพื่อให้ได้ครูที่เก่ง ดี มีคุณภาพสูงตามนโยบายของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) และการปรับหลักสูตรการผลิตครู ซึ่งตนได้ประสานกับสถาบันฝึกหัดครู คือสภาคณะบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย (ส.ค.ศ.ท.) แล้ว ในเดือนหน้าจะประชุมร่วมกัน เพื่อหารือกันระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้เพื่อหา แนวทางการปรับหลักสูตรการผลิตครู เช่น ปรับเนื้อหาที่สอนเพื่อให้สามารถผลิตครูได้สอดคล้องกับการเรียนการสอนในปัจจุบัน และการเรียนการสอนของสถาบันผลิตครูจะต้องเน้นให้มีการฝึกปฏิบัติการสอนต่อเนื่องเริ่มตั้งแต่เรียนปี 1 เพื่อให้นักศึกษามีความเชี่ยวชาญมีความสามารถในการสอน และสามารถสอนได้ทันทีเมื่อเรียนจบโดยไม่ต้องฝึกปฏิบัติการสอนอีก” นายประวิต กล่าว 

นายประวิต กล่าวต่อว่า ก.ค.ศ. ได้ประสานกับ สพฐ. เพื่อขอข้อสอบ ภาค ก และภาค ข มาวิเคราะห์คุณภาพข้อสอบ และความยากง่าย จุดใดที่มีผู้สอบผ่านมากหรือน้อย เพื่อนำมาพัฒนาคลังข้อสอบต่อไป เนื่องจากนายณัฏฐพล ให้นโยบายว่า ในอนาคต ก.ค.ศ. อาจจะต้องพัฒนาเป็นศูนย์จัดสอบคัดเลือกเอง เพื่อให้การสอบภาค ข สามารถสอบได้ทั้งปี ไม่จำเป็นต้องรอสอบพร้อมกันเป็นมหกรรมเหมือนที่ผ่านมา และต่อไปหากโรงเรียนไหนขาดครูก็สามารถรับสมัครและสอบ ภาค ค ที่โรงเรียนได้เลย โดยไม่ต้องรอสอบพร้อมกันทั่วประเทศ เพราะปี 2564 การสอบ ภาค ก เพื่อคัดเลือกครู จะให้ไปสอบกับ ก.พ. ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เห็นชอบให้เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกประเภท สอบผ่านภาค ก ตามแนวทางของ ก.พ. ซึ่ง ศธ.เป็นกระทรวงที่สองที่เริ่มดำเนินการ ต่อจากกระทรวงการต่างประเทศ (กต.)

ผบช.สตม.ห่วงใยประชาชน แจ้งลอยกระทงแบบ New Normal สืบสานประเพณีอย่างปลอดภัย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ผบช.สตม.ห่วงใยประชาชน แจ้งลอยกระทงแบบ New Normal สืบสานประเพณีอย่างปลอดภัย (naewna.com)

ผบช.สตม.ห่วงใยประชาชน แจ้งลอยกระทงแบบ New Normal สืบสานประเพณีอย่างปลอดภัย

ผบช.สตม.ห่วงใยประชาชน แจ้งลอยกระทงแบบ New Normal สืบสานประเพณีอย่างปลอดภัย

วันศุกร์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 12.54 น.

“ผบช.สตม.” ห่วงใยประชาชน แจ้งลอยกระทงแบบ New Normal สร้างความอุ่นใจลอยกระทงปี 2563 สืบสานประเพณีอย่างปลอดภัย

30 ตุลาคม 2563 คณะทำงานโฆษก สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) นำโดย พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม. ในฐานะโฆษก สตม. , พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล รอง ผบก.ตม.1 / รองโฆษก สตม. ,  พ.ต.อ.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบก.ตม.2 / รองโฆษก สตม. , พ.ต.อ.หญิง เอกอาภา ตันศิริ รอง ผบก.อก.สตม. / รองโฆษก สตม. , พ.ต.อ.หญิง ทิพวรรณ โยมา ผกก.ฝอ.5 บก.อก.สตม. / เลขานุการกองงานโฆษก สตม.  และ พ.ต.ต.หญิง พัชรี ศรีเผือก สว.กก.2 บก.ตม.1 / ผู้ช่วยเลขานุการกองงานโฆษก สตม. ร่วมกันเปิดเผยว่า พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. มีความห่วงใยประชาชนในช่วงเทศกาลลอยกระทงประจำปี 2563 ที่จะถึงนี้ เนื่องจากยังมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงได้กำหนดมาตรการเพื่อแจ้งเตือนและดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนในเทศกาลลอยกระทง ประจำปี 2563 แบบ New Normal พร้อมได้กำชับให้ทุกหน่วยในสังกัดปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมดูแลสร้างความมั่นใจ อุ่นใจให้กับประชาชนในช่วงลอยกระทง ได้สืบสานประเพณีอันดีงานของท้องถิ่นอย่างปลอดภัย

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง  จึงขอประชาสัมพันธ์มาตรการลอยกระทงประจำปี 2563 แบบ New Normal  ที่ได้คำนึงถึงความปลอดภัยซึ่งเป็นมาตรการในการช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 ดังนี้

– หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด สวมหน้ากากอนามัย และเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล

– พกเจลแอลกอฮอล์และล้างมือบ่อย ๆ

– ตรวจสอบเส้นทางการเดินทาง สถานที่ เที่ยวบิน เพื่อลดความเสี่ยงในการเดินทาง

– ปฏิบัติตามมาตรการต่าง ๆ ที่ทางการกำหนดอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองขอความร่วมมือในการปฏิบัติตามาตรการดังกล่าว เพื่อให้พี่น้องประชาชนร่วมงานประเพณีวันลอยกระทงได้อย่างมีความสุขและปลอดภัย  และหากพบเห็นการกระทำความผิด สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่ที่ท่านอยู่ หรือที่เว็บไซต์สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง  http://www.immigration.go.th หรือโทรสายด่วน สตม. 1178 ได้ทันที

‘บิ๊กตู่’ ขอคนไทยเที่ยว ‘ลอยกระทง’ การ์ดอย่าตก หนุนใช้ 1กระทง ต่อ 1ครอบครัว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘บิ๊กตู่’ขอคนไทยเที่ยว’ลอยกระทง’การ์ดอย่าตก หนุนใช้1กระทง ต่อ1ครอบครัว (naewna.com)

'บิ๊กตู่'ขอคนไทยเที่ยว'ลอยกระทง'การ์ดอย่าตก หนุนใช้1กระทง ต่อ1ครอบครัว

‘บิ๊กตู่’ขอคนไทยเที่ยว’ลอยกระทง’การ์ดอย่าตก หนุนใช้1กระทง ต่อ1ครอบครัว

วันศุกร์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 12.35 น.

“นายกฯ” ขอคนไทย เที่ยวลอยกระทง การ์ดอย่าตก ใส่หน้ากากป้องโควิด หนุนใช้วัสดุธรรมชาติ 1 กระทง 1 ครอบครัว

30 ตุลาคม 2563 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเทศกาลลอยกระทงในวันที่ 31 ต.ค. ว่า เป็นเรื่องที่ดีในการสืบสานประเพณีวัฒนธรรมไทย ซึ่งเป็นที่ชื่นชมของชาวต่างประเทศ แต่ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในสถานการณ์ที่เราป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19

ดังนั้น สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ที่จะจัดเทศกาลลอยกระทง ขอให้รักษามาตรการป้องกันโควิด-19 ที่เราทำได้ดีมาโดยตลอด ทั้งการใส่หน้ากากอนามัย พกเจลแอลกอฮอล์ และการรักษาระยะห่าง นอกจากนี้ รณรงค์ให้ใช้วัสดุย่อยสลายง่าย ใช้กระทงที่มาจากวัสดุธรรมชาติ เพื่อลดภาวะโลกร้อน รวมถึงใช้ 1 กระทง 1 ครอบครัว  ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม อยากให้ทุกคนตระหนักในการป้องกันโควิด-19 ไปท่องเที่ยวอย่างไม่ประมาท ใส่หน้ากากอนามัยป้องกัน 

‘ศรีสุวรรณ’ จี้รมว.ศธ.เอาผิด ผอ.รร. พรตพิทยพยัต ลงโทษนักเรียนที่ล้อเลียนในหลวงไม่เป็นไปตามกม. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘ศรีสุวรรณ’จี้รมว.ศธ.เอาผิด ผอ.รร.พรตพิทยพยัต ลงโทษนักเรียนที่ล้อเลียนในหลวงไม่เป็นไปตามกม. (naewna.com)

‘ศรีสุวรรณ’จี้รมว.ศธ.เอาผิด ผอ.รร.พรตพิทยพยัต ลงโทษนักเรียนที่ล้อเลียนในหลวงไม่เป็นไปตามกม.

‘ศรีสุวรรณ’จี้รมว.ศธ.เอาผิด ผอ.รร.พรตพิทยพยัต ลงโทษนักเรียนที่ล้อเลียนในหลวงไม่เป็นไปตามกม.

วันศุกร์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 08.56 น.

‘ศรีสุวรรณ’จี้รมว.ศธ.เอาผิด ผอ.รร.พรตพิทยพยัต ลงโทษนักเรียนที่ล้อเลียนในหลวงไม่เป็นไปตามกม.

30 ตุลาคม 2563 นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่มีกลุ่มนักเรียนของโรงเรียนพรตพิทยพยัต เขตลาดกระบัง กทม. ได้ร่วมกันแสดงพฤติกรรมล้อเรียนเสียดสีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อันเป็นที่เคารพรักยิ่งของปวงชนชาวไทย โดยถ่ายเป็นคลิปวีดีโอแล้วนำไปเผยแพร่ในโซเชียลมีเดียเป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไป เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันของสังคมไทยสุดคณานับแล้วนั้น

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า พฤติการณ์และการกระทำของกลุ่มนักเรียนดังกล่าว ผู้อำนวยการโรงเรียนพรตพิทยพยัตได้รับทราบปัญหาแล้ว และต่อมาได้ออกประกาศแจ้งให้สาธารณะทราบว่า ทางโรงเรียนได้ดำเนินการเชิญผู้ปกครองนักเรียนและนักเรียนรับทราบปัญหาและร่วมกันดำเนินการแก้ไขปัญหา ซึ่งทางด้านผู้ปกครองนักเรียนและนักเรียนได้ยอมรับผิดและได้สำนึกในการกระทำครั้งนี้แล้ว สรุปสุดท้ายได้แจ้งว่าทางโรงเรียนต้องขออภัยที่ทำให้เกิดความเสียหายและจะกำชับให้นักเรียนประพฤติปฏิบัติตนให้อยู่ในระเบียบวินัยของโรงเรียนต่อไป ซึ่งการประกาศดังกล่าวชี้ว่าเป็นการกระทำความผิดที่ไม่ร้ายแรง แค่การว่ากล่าวตักเตือนเท่านั้น

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า แต่ทว่าพฤติการณ์และการกระทำของกลุ่มนักเรียนดังกล่าว เป็นความผิดที่ร้ายแรง ชี้ได้ชัดเจนว่าประพฤติตนไม่เหมาะสมกับสภาพนักเรียน ตามกฎกระทรวงว่าด้วยความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา หรือกรณีทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงและเกียรติศักดิ์ของสถานศึกษา หรือฝ่าฝืนระเบียบของสถานศึกษา ซึ่งจากการประกาศดังกล่าว มิได้บ่งชี้ว่าทางผู้อำนวยการโรงเรียนพรตพิทยพยัตได้สั่งลงโทษนักเรียนกลุ่มดังกล่าว ตามกฎกระทรวงกำหนดความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ.2548และที่แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พ.ศ.2562 ประกอบระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษา พ.ศ.2548 อย่างไร

ทั้งนี้ พฤติการณ์และการกระทำของนักเรียนกลุ่มดังกล่าวเข้าข่ายความผิดในข้อ 1(6) ของกฎกระทรวงอังกล่าวที่กำหนดห้ามกระทำการใด ๆ อันน่าจะ ก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยหรือขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือรวมกลุ่มหรือมั่วสุม เพื่อกระทำการดังกล่าว ซึ่งโทษที่เหมาะสมจะต้องสั่ง “ทำทัณฑ์บน” และต้องสั่งให้ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามระเบียบของโรงเรียนเท่านั้น เพื่อมิให้กลุ่มนักเรียนดังกล่าวกล้ากระทำความผิดหรือเป็นแบบอย่างของพฤติกรรมการเลียนแบบที่ไม่เหมาะสมต่อไป         

“การที่ ผอ.โรงเรียนดังกล่าวมิได้ลงโทษนักเรียนกลุ่มดังกล่าวให้เป็นไปตามครรลองที่กฎหมายกำหนด อาจถือได้ว่าเป็นการให้ท้ายเด็กนักเรียนก็เป็นไปได้ ด้วยเหตุดังกล่าวสมาคมฯจึงนำความดังกล่าวแจ้งร้องเรียนไปยัง รมว.ศึกษาธิการเพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวน ผอ.โรงเรียนพรตพิทยพยัต เพื่อเอาผิดตามกฎของกระทรวงศึกษาธิการต่อไป หรือสั่งย้าย ผอ.โรงเรียนดังกล่าวมาประจำที่กระทรวงฯต่อไป” นายศรีสุวรรณ กล่าว

เช็ครายชื่อ! ‘สพฐ.’ แต่งตั้งโยกย้าย ‘ผอ.-รอง ผอ.เขตพื้นที่ฯ’ 448 ตำแหน่ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – เช็ครายชื่อ! ‘สพฐ.’แต่งตั้งโยกย้าย’ผอ.-รอง ผอ.เขตพื้นที่ฯ’ 448 ตำแหน่ง (naewna.com)

เช็ครายชื่อ! 'สพฐ.'แต่งตั้งโยกย้าย'ผอ.-รอง ผอ.เขตพื้นที่ฯ' 448 ตำแหน่ง

เช็ครายชื่อ! ‘สพฐ.’แต่งตั้งโยกย้าย’ผอ.-รอง ผอ.เขตพื้นที่ฯ’ 448 ตำแหน่ง

วันพฤหัสบดี ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 18.23 น.

“บิ๊ก สพฐ.”ลงนามคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายตำแหน่ง”ผอ.-รอง ผอ.เขตพื้นที่”448ตำแหน่ง

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2563 นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ. ) ได้ลงนามคำสั่ง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ 1671/2563 ลงวันที่ 28 ต.ค.2563 เรื่อง เปลี่ยนตำแหน่งข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 76 ราย

พร้อมลงนามคำสั่งที่ 1672/2563 ลงวันที่ 28 ต.ค.2563 เรื่อง ย้ายและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งเดิม และในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งใหม่ จำนวน 109 ราย

ลงนามคำสั่งที่ 1682/2563  ลงสันที่ 28 ต.ค.2563 เรื่อง ย้ายและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งใหม่ โดยให้ตัดโอนตำแหน่งและอัตราเงินเดือนตามตัวไปกำหนดเป็นตำแหน่งที่ได้รับการแต่งตั้งและตั้งจ่ายเป็นอัตราเงินเดือนทางตำแหน่งที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ จำนวน 2 ราย

ลงนามคำสั่งที่ 1670/2563 ลงวันที่ 28 ต.ค.2563 เรื่อง ย้ายและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งใหม่ จำนวน 50 ราย ดังบัญชีรายละเอียดแนบท้ายนี้

ลงนามคำสั่งที่ 1673/2563 ลงวันที่ 28 ต.ค.2563 เรื่อง เปลี่ยนตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 209 ราย

และบัญชีรายชื่อผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา กรณีครบวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี ที่ได้รับอนุมัติให้ขยายเวลาการปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปัจจุบันต่อไปอีก เป็นระยะเวลา 1 ปี ตามมติที่ประชุม ก.ค.ศ.ในวาระการประชุมครั้งที่ 7/2563 เมื่อวันที่ 28 ต.ค.2563 จำนวน 2 ราย

เช็กได้ที่นี่ : บรรจุ ผอ เขต (1671 – 28 ตค 63)

บรรจุ รอง เขต (1673 – 28 ตค 63)

ผอ เขต (ขยายเวลา 2 ราย)

ย้าย ผอ เขต (1670 – 28 ตค 63)

ย้าย รอง เขต (1672 – 28 ตค 63)

ย้าย รอง เขต (ง) (1682-28 ตค 63)

‘ณัฏฐพล’ ลุยพลิกการศึกษาไทย ดันควบรวม ‘ร.ร.เล็ก-ร.ร.มัธยมดีสี่มุมเมือง’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘ณัฏฐพล’ลุยพลิกการศึกษาไทย ดันควบรวม’ร.ร.เล็ก-ร.ร.มัธยมดีสี่มุมเมือง’ (naewna.com)

'ณัฏฐพล'ลุยพลิกการศึกษาไทย ดันควบรวม'ร.ร.เล็ก-ร.ร.มัธยมดีสี่มุมเมือง'

‘ณัฏฐพล’ลุยพลิกการศึกษาไทย ดันควบรวม’ร.ร.เล็ก-ร.ร.มัธยมดีสี่มุมเมือง’

วันพฤหัสบดี ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 15.29 น.

“ณัฏฐพล”ปลุกบิ๊กเขตพื้นที่ทั่วประเทศ พลิกการศึกษาไทยด้วยมือของพวกเราเอง ดันควบรวม”ร.ร.เล็ก”และ”ร.ร.มัธยมดีสี่มุมเมือง”

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2563 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานการประชุมสัมมนาผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศ ครั้งที่ 3/2563 ที่ศูนย์การศึกษาจังหวัดสมุทรสงคราม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา จ.สมุทรสงคราม

นายณัฏฐพล กล่าวตอนหนึ่ง ว่า ตนรู้สึกยินดียิ่งที่ได้มาพบกับผอ.เขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ  เพราะคงไม่มีโอกาสบ่อยๆที่จะได้มารวมตัวกัน ก็มาเป็นกำลังให้ทุกท่านทำตามนโยบาย และขอขอบคุณทุกคนที่ร่วมมือกันในช่วงที่มีวิกฤตของไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ที่ทำให้เห็นว่าถ้าเราร่วมมือทำงาน เราก็จะสามารถทำให้โควิด-19 สยบลงได้ ดังนั้นเราอย่าลดการ์ดลง ขณะนี้ทั่วโลก ไวรัสโควิด-19 ระบาดซ้ำ แต่ประเทศไทยสามารถยืนหยัดอยู่ได้ด้วยระบบสาธารณสุขของไทยมีความเข้มแข็ง แพทย์ไทยซึ่งก็มาจากการศึกษาไทย เพราะฉะนั้นเราควรนำตัวอย่างนี้ไปขยายในอาชีพอื่นๆให้มีความเข้มแข็ง แต่คนที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้คือท่านทั้งหลาย ตนเปลี่ยนไม่ได้ ตนรับนโยบายโดยตรงมาจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  ซึ่งท่านอยากทำให้การศึกษาไทยดีขึ้นและเท่าเทียมกับประเทศอื่นๆ ตนจึงต้องหารือกับผู้บริหารกระทรวงเพื่อปลดล็อกสิ่งที่กีดขวางการศึกษาไทย เพื่อปรับเปลี่ยนแนวทางการทำงาน ปรับเปลี่ยนทัศนคติ และเปิดกว้าง ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ วันนี้เรามีความจำเป็นที่ต้องทำตรงนี้ให้ได้ เพราะโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และอนาคตเราอยู่ในมือของเด็กรุ่นนี้ ถ้าเขาไม่เข้มแข็ง ไม่มีความสามารถเพียงพอ เราจะมองไม่เห็นอนาคตอนาคตในโลกการแข่งขัน

ส่วนเรื่องการศึกษา วันนี้เราเห็นหลายๆอย่างที่สะท้อนออกมาว่าเป็นพื้นฐานของการศึกษาไทย หลายคนที่เห็นปัญหาก็กังวลว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพราะการศึกษาไทยหรือเปล่า และปัญหาที่เรากำลังเผชิญกันวันนี้โดยเฉพาะเรื่องความแตกแยกในประเทศนั้น เป็นเรื่องของการศึกษาหรือไม่ ตนจึงอยากให้ผู้อำนวยการ สพท.มองทุกปัญหาเป็นทางบวก และหาทางแก้ไขปัญหา

“ผมขอให้ผู้อำนวยการ สพท.ทุกท่าน เป็นแกนนำในการพลิกประวัติศาสตร์การศึกษาไทย เราสามารถพลิกการศึกษาได้ แต่ต้องกล้าทำหลาย ๆอย่าง ผมดำรงตำแหน่ง รมว.ศึกษาฯ มากว่า 1 ปี พบว่า ศธ.จะต้องควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก หลบไม่ได้แล้ว เพราะจากที่ผมไปตรวจเยี่ยมผู้บริหาร ครู นักเรียนมา พบว่ากำลังทิ้งใครไว้ข้างหลัง เรื่องนี้ยากที่จะทำแต่ต้องทำ เราต้องโอบอุ้มเด็กทุกคนให้มีศักยภาพมีพื้นฐานที่เท่าเทียมกัน แต่โรงเรียนขนาดเล็กที่อยู่อย่างโดดเดี่ยว หรือ สแตนอโลน  เรายังคงไว้ไม่ต้องควบรวม ต้องไปพัฒนา แต่โรงเรียนขนาดเล็กที่สามารถควบรวมได้ ก็ต้องทำ หากใครมาบอกว่าทำไม่ได้ เพราะผู้ใหญ่บ้าน ผู้อำนวยการโรงเรียน และครูคุยยาก และตัวผู้อำนวยการ สพท.คิดว่ายาก และ ส.ส.ในพื้นที่ไม่เห็นด้วย จึงไม่มีการควบรวม แสดงว่าเรากำลังคิดถึงคนที่สำคัญน้อยกว่าเด็ก เพราะเด็กถือเป็นคนที่สำคัญที่สุด” นายณัฏฐพล กล่าว

นายณัฏฐพล กล่าวอีกว่า หากควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กที่ใกล้เคียงกันแล้ว ก็จะต้องมีแผนว่าจะบริหารจัดการเรื่องรถรับส่งนักเรียน ครู ผู้อำนวยการ อย่างไร ซึ่งจะต้องจัดงบไว้รองรับ ซึ่งการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก ตนอยากให้ควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก 7 แห่งมารวมกันเป็น 1 โรงเรียน เท่ากับ 1:7 หรือ 1:8 เพราะฉะนั้นเขตพื้นที่จะต้องสร้างแรงจูงใจ ว่าเมื่อควบรวมเป็นโรงเรียนใหญ่แล้ว ต้องมีอะไรบ้าง เช่น มีสระว่ายน้ำ มีครูฝรั่ง ครูจีนสอน มีคอมพิวเตอร์ มีงบประมาณสร้างโรงเรียนให้มีคุณภาพ  เพื่อจูงใจให้ผู้ปกครองส่งลูกมาเรียน แล้วนำพื้นที่โรงเรียนเล็กทำเป็นบ้านพักให้ครู หรือบ้านพักข้าราชการ  ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำไม่ได้ ถ้าเขตพื้นที่ไม่รับนโยบายไปลงมือทำ แต่ถ้าทำได้ ตามแนวทาง 1:7 หรือ 1:8 ก็จะช่วยฟื้นฟูประเทศ ยกระดับการศึกษา ถ้าท่านกล้าทำผมก็กล้าของบฯมาสนับสนุนมากขึ้น เราจะปล่อยให้เด็กในโรงเรียนเล็กให้ได้รับการศึกษาที่ไม่เท่าเทียมไม่ได้แล้ว

“จากที่ผมไปเห็นมาทุกๆจังหวัดมีโรงเรียนชั้นนำที่ส่วนใหญ่จะอยู่ในเมือง และเด็กก็ตั้งใจ ขวนขวายมาเข้าเรียน อาจเป็นเพราะค่านิยม จึงทำให้โรงเรียนในเมืองแออัด ดังนั้น หากเราสามารถพัฒนาโรงเรียนมัธยมที่อยู่ใกล้กันให้ เป็นโรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมือง ให้มีคุณภาพมากขึ้น ผมมั่นใจว่าเด็กจะไม่เข้าไปอยู่ในเมืองหรือในกรุงเทพฯ และผมยังมั่นใจว่าหากทำให้โรงเรียนมัธยมขนาดใหญ่ลดขนาดลง เพราะเรากำลังเน้นเรื่องสายอาชีวะ หรือทำให้โรงเรียนที่นักเรียนมาก ถึง 3 – 4 พันคน ซึ่งถือว่าเยอะเกินไป จากประสบการณ์ที่ผมผมสัมผัสมา หากมีจำนวนนักเรียน 1.5 – 2 พันคน จะสามารถบริหารจัดการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้น เป็นการกระจายเด็กออกไปสายอาชีวะและให้มีทางเลือกมากขึ้น และยังเป็นการลดสัดส่วนครูต่อนักเรียนเป็น 18:1 ไม่ใช่ 30 – 40:1 ดังนั้น เราจึงต้องช่วยกันทำโรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมืองเกิดขึ้นให้ได้ ถือเป็นการกระจายความเจริญด้านการศึกษา เมื่อโรงเรียนประถมเห็นการพัฒนาของโรงเรียนมัธยม เชื่อว่าการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กก็จะทำได้ง่ายมากขึ้นด้วย” นายณัฏฐพล กล่าว

นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ศธ.จะไม้กำหนดว่าโรงเรียนขนาดใหญ่ต้องมีจำนวนนักเรียนเท่าใด แต่ให้ขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่ในการบริหารจัดการ ทั้งนี้ ต้องดูถึงความเหมาะสม และต้องปล่อยนักเรียนไปเรียนอาชีวะด้วย เพราะอาชีวะคือหัวใจของประเทศ ประเทศจะขับเคลื่อนไปได้ด้วยอาชีวะ เราต้องมีสายอาชีพ โดยตนได้ขอให้ผู้บริหารกระทรวงเจ้ามาช่วยเป็นพี่เลี้ยงในผลักดันโรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมืองให้เกิดขึ้นเร็วที่สุด เพื่อนำแผนงานนี้เสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้พิจารณาเห็นชอบและสนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาการศึกษา

“ทราบดีว่าเรื่องต่าง ๆท่านฟังเเล้วอาจจะคิดว่าไม่ง่าย มีอุปสรรคเยอะ แต่อุปสรรคมีไว้ให้ทำลาย หลายอย่างที่เคยเป็นปัญหาในการขับเคลื่อนการศึกษา เราต้องปลดล็อกทุกปัญหาที่มีอยู่ ผมมั่นใจว่าการศึกษาไทยแก้ได้ด้วยมือของพวกเราเอง ดังนั้น เราต้องร่วมกันพลิกประวัติศาสตร์การศึกษาไทยให้ได้ ถ้าไม่ทำเราจะแข่งขันกับต่างประเทศไม่ได้ และผมตั้งใจจะทำให้อาชีพครูมีรายได้อันดับต้นๆของประเทศ วันนี้ผมทำไม่ได้ก็จะวางรากฐานไว้ ผมเชื่อว่าถ้าครูเก่ง เด็กๆ ก็เก่ง และผมเชื่อว่าครูกว่า 90%มีการพัฒนาให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก” นายณัฏฐพล กล่าว

อว.ประกาศความพร้อม จัด ‘มหกรรมวิทย์ฯ63’ รูปแบบใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – อว.ประกาศความพร้อม จัด’มหกรรมวิทย์ฯ63’รูปแบบใหม่ (naewna.com)

อว.ประกาศความพร้อม จัด'มหกรรมวิทย์ฯ63'รูปแบบใหม่

อว.ประกาศความพร้อม จัด’มหกรรมวิทย์ฯ63’รูปแบบใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 15.07 น.

อว.ประกาศความพร้อม จัด”มหกรรมวิทย์ฯ63″รูปแบบใหม่ ชู”Hybrid event”ผสาน”On Ground”และ”Online” ชวนสัมผัสประสบการณ์เรียนรู้วิทย์วิถีใหม่ ผ่านนิทรรศการเสมือน3มิติใน2ช่องทาง

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2563 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ประกาศความพร้อมจัดงานไฮบริดอีเว้นท์ “มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2563” ภายใต้แนวคิด “จุดประกายความคิด พัฒนาชีวิตด้วยวิทยาศาสตร์ เสริมสร้างชาติด้วยเทคโนโลยี สู่วิถีแห่งนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน” ผนึกพันธมิตร 88 หน่วยงาน จาก 11 ประเทศ ร่วมโชว์ผลงานและศักยภาพทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย พร้อมชวนเยาวชนเปิดประสบการณ์เรียนรู้วิทย์วิถีใหม่ผ่านนิทรรศการเสมือน 3 มิติ ได้ 2 ช่องทาง คือเข้าชมงานในสถานที่จริง (on ground) ที่จะจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 13 – 23 พฤศจิกายน 63 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี และรับชมแบบออนไลน์ ผ่าน http://www.thailandnstfair.com ตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายน 63 เป็นต้นไป

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เผยว่านับตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ได้จัดงาน “มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ” ซึ่งเป็นกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปีในช่วงเดือนสิงหาคม เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ 18 สิงหาคมของทุกปี แต่ในปีนี้ เนื่องจากสถานการณ์ไวรัสโควิค-19 ที่อยู่ในช่วงการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาด จึงได้เลื่อนการจัดงานไปเป็นช่วงเดือนพฤศจิกายน ระหว่างวันที่ 13-23 พฤศจิกายน 2563 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี พร้อมจัดขึ้นในรูปแบบไฮบริดอีเว้นท์ ที่ผสมผสานระหว่างการเข้าชมงานในฮอลล์ หรือเลือกรับชมจากที่บ้านก็ได้ ตอบโจทย์การใช้ชีวิตวิถีใหม่ โดยงานมหกรรมวิทย์ฯ ในปีนี้ ได้สร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ผ่านกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้เยาวชนได้มีบทบาทภายในงานมากขึ้น มีส่วนร่วมและมีการแสดงออกมากขึ้น เช่น การแสดงละครวิทยาศาสตร์ กิจกรรมการสื่อสารวิทยาศาสตร์ รวมถึงให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมในการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านกิจกรรมแบบออนไลน์ และการจัดนิทรรศการทั้งในและต่างประเทศ โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจาก 88 หน่วยงาน 11 ประเทศ เพื่อสร้างความตระหนักและแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์ นำไปสู่การต่อยอดความคิดสู่การเป็นนวัตกรรุ่นใหม่ของประเทศในอนาคต ตลอดจนโชว์ศักยภาพผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่นำไปใช้ได้จริง ตามกรอบนโยบายของ อว.

​ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก กล่าวย้ำว่า “งานมหกรรมวิทย์ฯ จะแสดงให้ทุกคนเห็นว่า ชาติที่จะเจริญจะขาดวิทยาศาสตร์ไม่ได้ ดั่งเช่นที่พระมหากษัตริย์ไทยหลายพระองค์ทรงให้ความสำคัญกับการพัฒนาวิทยาศาสตร์มาโดยตลอด และทรงนำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์มาใช้ในการพัฒนาประเทศ อาทิ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช , พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว “พระราชบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” , พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย” และ “พระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย” , พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ที่ทรงมีคุณูปการต่องานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการศึกษาของประเทศไทย ซึ่งในส่วนนี้จะนำมาจัดแสดงภายในโซนนิทรรศการเทิดพระเกียรติ (Royal Pavillion)  ทั้งหมดนี้ งานมหกรรมวิทย์ฯ จะแสดงให้เห็นว่า การพัฒนาประเทศจะขาดวิทยาศาสตร์ไม่ได้ ประเทศที่เจริญต้องตระหนักและให้ความสำคัญกับวิทยาศาสตร์ การลงทุน การวิจัยและการพัฒนา, ประเทศยิ่งจนต้องยิ่งวิจัย ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือคำกล่าวของอดีตนายกรัฐมนตรีอินเดีย ชวาหะร์ลาล เนห์รู ว่า “เพราะอินเดียจน อินเดียจึงต้องวิจัย อินเดียสละงบประมาณมาสร้างคนและทำวิจัย จนบัดนี้กลายเป็นประเทศมหาอำนาจทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมหนึ่งในสิบของโลก”

​สำหรับไฮไลท์ของงานปีนี้ ทาง อว.ได้คัดเลือกนิทรรศการหลักที่มีเนื้อหาอยู่ในกระแสความสนใจของประชาชน มีความเป็นสากล และมุ่งเน้นการนำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ มาจัดแสดงในรูปแบบออนไลน์ (Virtual Science Fair) เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเข้าชมงานให้แก่เยาวชนและผู้สนใจทั่วประเทศ อาทิ นิทรรศการเทิดพระเกียรติ I Royal Pavillion, นิทรรศการเจาะนวัตกรรมเกม I Tech behind Games เรียนรู้นวัตกรรมในการพัฒนาเกมจนกลายมาเป็นกีฬาออนไลน์, ตื่นตาตื่นใจกับการจำลองชีวิตบนดาวอังคาร! ในนิทรรศการหนึ่งวัน… (บนดาว)อังคาร | A Day on Mars, มาเรียนรู้ สู้มหันตภัยจิ๋วในนิทรรศการมหันตภัยจิ๋ว | Micro Monster, เรียนรู้และสร้างสรรค์เพื่อความยั่งยืนที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและรับผิดชอบต่อสังคม ในนิทรรศการอนาคตออกแบบได้ I Sustainable Design

​ด้าน ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) กล่าวเพิ่มเติมว่า งานมหกรรมวิทย์ฯ ปีนี้ นับเป็นมิติใหม่ของจัดกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปีของประเทศ ในรูปแบบไฮบริดอีเว้นท์ ไม่เพียงลดช่องว่างการเข้าถึงงานจากผู้เข้าชมงานที่อยู่พื้นที่ห่างไกลหรือผู้ที่ไม่สะดวกเดินทางมา แต่ยังเป็นการเพิ่มโอกาสการเรียนรู้และเสนอช่องทางเลือกให้ผู้เข้าชมงาน สามารถเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมและเปิดมุมมองการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านช่องทางใหม่นี้ โดยมี 2 ช่องทางในการเข้าชมงาน ช่องทางแรกคือเข้าชมงานในสถานที่จริง (On ground platform) ที่จะจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 13 – 23 พฤศจิกายน 63 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี เปิดให้เข้าชมงานฟรี! ตั้งแต่เวลา 09.00 – 19.00 น.โดยมีมาตรการจำกัดผู้เข้าชมงาน และมาตรการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโควิด-19 พร้อมเปิดให้ลงทะเบียนจองสิทธิ์เข้าชมงานล่วงหน้าผ่านทางเว็บไซต์งาน และช่องทางที่สองคือเข้าชม 6 นิทรรศการเสมือน 3 มิติ พร้อมกิจกรรมออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายน 63 เป็นต้นไป ผ่านช่องทางออนไลน์ (Online Platform) ที่เว็บไซต์งาน http://www.thailandnstfair.com และสามารถรับชมกิจกรรมและนิทรรศการต่างๆ ที่จัดขึ้น การเยี่ยมชมงานของพรีเซนเตอร์และเหล่าคนดังที่มาเยี่ยมชมงานที่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ผ่านการถ่ายทอดสดในมุมมอง 360 องศา ทางเฟสบุ๊กของงาน NSTFair Thailand http://www.facebook.com/nstfairTH รวมทั้งร่วมสนุกกับกิจกรรมแจกของรางวัล Limited Edition ตลอดการจัดงานทุกวัน  
​ในด้านความพร้อมของการจัดงาน ผศ.ดร.รวินฯ เผยว่า ด้วยประสบการณ์ตลอด 14 ปีของการจัดงานมหกรรมวิทยาศาสตร์ฯ การปรับการเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ของ อพวช.เป็นรูปแบบออนไลน์ Virtual Museum และการบริหารการเข้าชมงานทั้ง 4 พิพิธภัณฑ์แบบ New Normal ของ อพวช. หลังปลดล็อคดาวน์ เราได้เตรียมความพร้อมในการรองรับผู้เข้าชมในแต่ละวัน มีการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อความสมบูรณ์พร้อมในทุกด้าน ทั้งด้านสถานที่ ระบบสาธารณูปโภค มาตรการป้องกันโควิด-19 ระบบการจราจร การบริการรถรับ-ส่งภายในงาน การปฐมพยาบาล การรักษาความปลอดภัย การบริการต้อนรับ ร้านค้า ร้านอาหาร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่มีประสบการณ์ในการดูแลต้อนรับและอำนวยความสะดวกผู้เข้าชมงาน

​ศาสตราจารย์พิเศษ ดร. เอนกฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า วิกฤตโควิด-19 ที่เกิดขึ้น ไม่ใช่อุปสรรคของการจัดงานมหกรรมวิทย์ฯ แต่เป็นโอกาสที่จะทำให้คนไทยได้มีโอกาสเรียนรู้วิทยาศาสตร์อย่างทั่วถึง เท่าเทียมกันผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งสนุกไม่น้อยกว่าการมาชมงานที่สถานที่จริง พร้อมขอเชิญชวนพ่อแม่ครูอาจารย์ เยาวชนและประชาชนทุกท่านเข้าชมงานมหกรรมวิทย์ฯ ในปีนี้ พร้อมกล่าวขอบคุณหน่วยงานร่วมจัด ที่มาร่วมกันสร้างสรรค์นิทรรศการและกิจกรรม และสร้างโอกาสครั้งสำคัญกับการเรียนรู้ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เสริมสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชนไทย ให้คิดอย่างสร้างสรรค์ มีเหตุมีผล มองรอบด้าน โดยใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นพื้นฐาน

​สำหรับโรงเรียนที่ต้องการเข้าชมงานเป็นหมู่คณะ ติดต่อจองเข้าชมงานได้ที่เว็บไซต์งาน หรือ ติดต่อ อพวช.โทร 02 577 9960 ติดตามข้อมูลข่าวสารและรายละเอียดงาน ได้ที่ http://www.thailandnstfair.com หรือ Facebook งาน NSTFair Thailand http://www.facebook.com/nstfairTH หรือสอบถามข้อมูลที่ อพวช. โทร. 0 2577 9960