‘กรุงเทพคริสเตียน’ ประกาศหยุดเรียน 1 วัน เลี่ยงม็อบนัดชุมนุมถนนสีลม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘กรุงเทพคริสเตียน’ประกาศหยุดเรียน 1 วัน เลี่ยงม็อบนัดชุมนุมถนนสีลม (naewna.com)

‘กรุงเทพคริสเตียน’ประกาศหยุดเรียน 1 วัน เลี่ยงม็อบนัดชุมนุมถนนสีลม

‘กรุงเทพคริสเตียน’ประกาศหยุดเรียน 1 วัน เลี่ยงม็อบนัดชุมนุมถนนสีลม

วันพฤหัสบดี ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 11.01 น.

‘กรุงเทพคริสเตียน’ประกาศหยุดเรียน 1 วัน เลี่ยงม็อบนัดชุมนุมถนนสีลม

29 ตุลาคม 2563 ฝ่ายประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร “โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย” แจ้งว่า โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ประกาศหยุดเรียนกรณีพิเศษ ในวันที่ 29 ตุลาคม 2563 เนื่องด้วยโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ทราบว่าจะมีการชุมนุมเกิดขึ้นบริเวณถนนสีลม ในวันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม 2563 ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยและหลีกเลี่ยงปัญหาการจราจร ทางโรงเรียนจึงประกาศหยุดเป็นกรณีพิเศษ ในวันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม 2563 และเปิดเรียนตามปกติในวันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2563 แต่บุคลากรของโรงเรียนยังคงมาปฏิบัติงานตามปกติ

บอร์ดก.ค.ศ.ไฟเขียว กศจ.ย้ายผอ. โรงเรียนข้ามขนาดได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – บอร์ดก.ค.ศ.ไฟเขียว กศจ.ย้ายผอ.โรงเรียนข้ามขนาดได้ (naewna.com)

บอร์ดก.ค.ศ.ไฟเขียว กศจ.ย้ายผอ.โรงเรียนข้ามขนาดได้

บอร์ดก.ค.ศ.ไฟเขียว กศจ.ย้ายผอ.โรงเรียนข้ามขนาดได้

วันพฤหัสบดี ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 09.13 น.

บอร์ดก.ค.ศ.ไฟเขียว กศจ.ย้ายผอ.โรงเรียนข้ามขนาดได้

29 ตุลาคม 2563 นายประวิต เอราวรรณ์ รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 7/2563 ที่มีนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธาน เมื่อเร็วๆนี้ ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแนวทางการย้ายผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตามหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัด ศธ. ตามหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ.0206.4/ว6 ลงวันที่ 22 เมษายน 2563 ตามที่ สพฐ.ขอให้ ก.ค.ศ. กำหนดแนวทางแก้ปัญหาการพิจารณาการย้ายผู้อำนวยการสถานศึกษา กรณีที่มีตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาในสถานศึกษาขนาดใหญ่ หรือขนาดใหญ่พิเศษว่างหลังจากย้ายครั้งแรก และไม่มีผู้อำนวยการสถานศึกษาในสถานศึกษาขนาดใกล้เคียง ยื่นคำร้องขอย้ายเข้ามา

ทั้งนี้ ก.ค.ศ.เห็นว่ากรณีดังกล่าวหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายกรณีปกติไม่ได้กำหนดให้มีการย้ายข้ามขนาดสถานศึกษาเกินกว่า 1 ขนาดที่ตนเองดำรงตำแหน่งอยู่ได้ ดังนั้นเพื่อประโยชน์ของราชการ ที่ประชุม ก.ค.ศ.จึงมีมติให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) พิจารณากำหนดสัดส่วนของตำแหน่งว่างที่เกิดขึ้นภายหลังการย้ายครั้งแรก การดำเนินการนั้นจะต้องดำเนินการเป็นรายกรณีหรือเป็นรายจังหวัดไป และให้ประกาศตำแหน่งว่างให้ทราบโดยทั่วกันได้เลย

นายประวิต กล่าวต่อว่า ที่ประชุมเห็นชอบเกณฑ์ในการดำเนินการขอทบทวน มติ ก.ค.ศ. กรณีไม่มีคุณสมบัติเข้ารับการประเมินตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ว13/2556 ประจำปี 2559 เนื่องจาก ก.ค.ศ. ได้เปิดให้ผู้ไม่มีคุณสมบัติเข้ารับการประเมิน ให้สามารถขอทบทวนในกรณีที่เห็นว่าการพิจารณาของ ก.ค.ศ. คลาดเคลื่อนจากเอกสารหลักฐานที่เสนอไว้เดิม ภายในระยะเวลา 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ ก.ค.ศ.แจ้งให้ส่วนราชการทราบ ซึ่งมีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเข้ายื่นคำขอทบทวนมติดังกล่าวจำนวน 1,933 คน รวมถึงมีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาอีกจำนวนหนึ่งยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองด้วย เห็นว่าแม้ว่าคำพิพากษาของศาลปกครองจะมีผลเฉพาะกับผู้ฟ้องคดี แต่ก็ควรนำคำพิพากษาของศาลปกครองมาเป็นบรรทัดฐานในการพิจารณาให้ความเป็นธรรมกับทั้งผู้ที่ยื่นคำขอทบทวน แต่ไม่ได้ฟ้องคดีปกครอง และผู้ที่ไม่ได้ยื่นคำขอทบทวน ซึ่งถือเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้วย

“ดังนั้น ที่ประชุมมีมติให้ดำเนินการพิจารณาคำขอทบทวน เฉพาะบางกรณีที่ไม่มีประเด็นฟ้องคดีปกครอง ส่วนกรณีที่มีการฟ้องคดีปกครองก็ให้ชะลอการดำเนินการไว้ก่อน จนกว่าจะมีคำพิพากษาศาลปกครอง” นายประวิต กล่าว

นายประวิต กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ที่ประชุม อนุมัติการย้ายและแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) ให้ดำรงตำแหน่งและวิทยฐานะเดิม ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งใหม่ จำนวน 52 ราย พร้อมกับมีมติ อนุมัติการย้ายและแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ในสังกัด สพป.และสพม.ให้ดำรงตำแหน่งและวิทยฐานะเดิม ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งเดิม และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งใหม่ จำนวน 102 ราย

“ที่ประชุมมีมติอนุมัติให้บรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ได้รับการคัดเลือกและผ่านการพัฒนาก่อนแต่งตั้ง ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ สพท. จำนวน 76 ราย แยกเป็น สพป.จำนวน 63 ราย สพม. จำนวน 13 ราย และมีมติอนุมัติให้บรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ได้รับการคัดเลือกและผ่านการพัฒนาก่อนแต่งตั้ง ให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จำนวน 209 ราย แยกเป็น สพป. จำนวน 163 ราย สพม. จำนวน 46 ราย” นายประวิต กล่าว

ฝันของ ‘โรงเรียนบ้านนาคู’ กลายเป็นความจริงแล้ว ‘แลนด์มาร์คใหม่’ เน้นประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลก 2 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ฝันของ ‘โรงเรียนบ้านนาคู’ กลายเป็นความจริงแล้ว ‘แลนด์มาร์คใหม่’ เน้นประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลก 2 (naewna.com)

ฝันของ ‘โรงเรียนบ้านนาคู’ กลายเป็นความจริงแล้ว ‘แลนด์มาร์คใหม่’ เน้นประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลก 2

ฝันของ ‘โรงเรียนบ้านนาคู’ กลายเป็นความจริงแล้ว ‘แลนด์มาร์คใหม่’ เน้นประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลก 2

วันพฤหัสบดี ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ความฝันและความตั้งใจของโรงเรียนบ้านนาคู จ.กาฬสินธุ์ ในการสร้างพื้นที่ให้ทั้งคุณครู นักเรียน ผู้ปกครอง ตลอดจนคนในชุมชนได้เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ในการประกอบอาชีพ พร้อมทั้งสร้าง “แลนด์มาร์คใหม่”ให้กับชุมชน กำลังได้รับการเติมเต็มให้กลายเป็นความจริง โดยล่าสุด บริษัทซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารออลล์ ออนไลน์ และเซเว่น-อีเลฟเว่น และบริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด ได้เข้ามาสนับสนุนโครงการ “ร้านกาแฟสร้างอาชีพ” เป็นแห่งที่ 2 ให้แก่โรงเรียนภายใต้การขับเคลื่อนมูลนิธิสานอนาคตการศึกษาคอนเน็กซ์ อีดี (CONNEXT ED) ของบมจ.ซีพี ออลล์  โดยได้สนับสนุนด้านงบประมาณ องค์ความรู้ในการบริหารจัดการร้านกาแฟ องค์ความรู้ในการคัดเลือกเมล็ดพันธุ์และชงเครื่องดื่ม อุปกรณ์ที่จำเป็นต่างๆ ในการดำเนินธุรกิจร้านกาแฟสร้างอาชีพให้แก่โรงเรียนบ้านนาคู จ.กาฬสินธุ์ ตลอดจนผู้บริหารสถานศึกษา คุณครู และนักเรียนที่เข้ามามีส่วนร่วมในโครงการรุ่นแรก 

ร้านกาแฟสร้างอาชีพ โรงเรียนบ้านนาคู จ.กาฬสินธุ์ จัดตั้งขึ้นภายใต้ชื่อ “ร้านกาแฟเสรีไทย” ตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพใจกลางอำเภอนาคู ติดถนนสายหลัก วางคอนเซ็ปต์ของร้านอย่างโดดเด่น ด้วยการนำประวัติศาสตร์ของพื้นที่บ้านนาคูในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2เข้ามาใช้ในการตกแต่งร้าน ภายในร้านจะมีสินค้าประเภทเครื่องดื่ม ตลอดจนสินค้า OTOP ของอำเภอนาคูและอำเภอข้างเคียง ใน จ.กาฬสินธุ์  อาทิ ผ้าไหมตำเมี่ยง วางจำหน่าย ตัวร้านยังจัดตั้งเป็นสหกรณ์ให้คุณครู นักเรียน ตลอดจนผู้ปกครองของนักเรียนปัจจุบัน สามารถร่วมเป็นเจ้าของร้านด้วยการถือหุ้นสหกรณ์ในราคาเพียงหุ้นละ 10 บาท และได้รับปันผลหากมีกำไรจากการบริหารจัดการร้าน  

นายสมรศักดิ์ วันโนนาม

นายสมรศักดิ์ วันโนนาม ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านนาคู  เล่าว่า โรงเรียนได้นำโครงการร้านกาแฟเสรีไทยเข้าบรรจุในหลักสูตรท้องถิ่นด้วย เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ทักษะอาชีพ สอดคล้องกับโครงการ “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” โดยคณะคุณครูที่เป็นพี่เลี้ยงในโครงการจะได้รับการอบรมทักษะที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการร้านกาแฟจากทางกลุ่มธุรกิจซีพี ออลล์อย่างรอบด้าน จากนั้นจะนำมาถ่ายทอดให้แก่นักเรียนในช่วงเวลาที่ลดชั่วโมงเรียน หรือในวิชาการงานพื้นฐานอาชีพ ขณะเดียวกันจะมีการพัฒนาเป็นศูนย์การเรียนรู้ชุมชน จัดเป็นคอร์สระยะสั้นให้แก่ผู้ที่สนใจเข้ามาเรียนรู้ทักษะการบริหารจัดการร้านกาแฟ และเปิดกว้างให้โรงเรียนอื่นเข้ามาศึกษาดูงานด้วย 

นางสาวนันท์นภัส ภูมิรัง อาจารย์ผู้ดูแลโครงการร้านกาแฟสร้างอาชีพ โรงเรียนบ้านนาคู ในฐานะผู้จัดการร้านกาแฟ เสริมว่า ในการคัดนักเรียนมาร่วมในโครงการภาคปฏิบัตินั้น เน้นนักเรียนระดับชั้น ป.6 เป็นหลัก แต่ในส่วนเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการสร้างอาชีพนั้นจะสอดแทรกเข้าไปทุกระดับชั้นตั้งแต่ป.1-6 มีการแบ่งเวรผู้รับผิดชอบในการมาบริหารร้านกาแฟ ทั้งนักเรียนและคุณครูทั้งโรงเรียนมีส่วนร่วมหมด เด็กป.6 ที่นี่จึงมีทักษะอาชีพที่เกี่ยวข้องกับร้านกาแฟ ชงกาแฟกันได้ทุกคน

นางสาวนันท์นภัส ภูมิรัง

ศธ.สร้างวิถีชีวิตใหม่ ให้ครูสพฐ. หากพวกเรากำลังพอใจ จงปรบมือพลัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ศธ.สร้างวิถีชีวิตใหม่ ให้ครูสพฐ. หากพวกเรากำลังพอใจ จงปรบมือพลัน (naewna.com)

ศธ.สร้างวิถีชีวิตใหม่ ให้ครูสพฐ. หากพวกเรากำลังพอใจ จงปรบมือพลัน

ศธ.สร้างวิถีชีวิตใหม่ ให้ครูสพฐ. หากพวกเรากำลังพอใจ จงปรบมือพลัน

วันพฤหัสบดี ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

น่าจะพูดได้เต็มปากเต็มคำว่า“การจัดอบรม ครูที่โรงเรียนบ้านวังทองแดง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1”ที่ผ่านมาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เป็นการอบรมที่ครูทุกคน (ย้ำว่าทุกคน) ไม่มีอาการเบื่อหรือไม่สนใจ แต่ทุกคน ต่างสนุกสนานตื่นเต้น เฮฮากันตลอดชั่วการอบรม

การอบรมในครั้งนี้ จัดอยู่ใน โครงการ “ครูยูทูบเบอร์” ซึ่งเป็นกิจกรรรมที่จัดทำขึ้นตามนโยบาย ของ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาฯ
ที่ต้องการส่งเสริมให้ครูทั่วประเทศเป็นครูยูทูบเบอร์ สามารถสร้างสรรค์เนื้อหาการเรียนการสอนที่เชื่อมโยงกับแอพพลิเคชั่น และแพลตฟอร์มด้านการศึกษาเพื่อสร้างความเป็นเลิศ (DEEP) ให้แก่นักเรียนของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ในศตวรรษที่ 21 นี้ เพราะมันจะเป็น“วิถีชีวิตใหม่” ของคนหลังโควิด-19

สำหรับครูผู้สอน หรือโค้ช ที่มาให้ความรู้ในการอบรมครั้งนี้ จะเป็นศึกษานิเทศก์ และบุคลากรทางการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการให้ความรู้เกี่ยวกับการสร้างจินตนาการ
การถ่ายภาพ การเล่าเรื่อง การตัดต่อ และการเผยแพร่ทางยูทูบผ่านโทรศัพท์มือถือแก่ผู้เข้ารับการอบรม

งานนี้จัดได้ว่าเป็นงานเล็กๆ ของกระทรวงศึกษาฯ แต่ยิ่งใหญ่มากสำหรับคุณค่าที่ได้รับ เพราะวันนี้ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าการสร้างคิลปะ หรือผลงานที่เป็นภาพออกเผยแพร่ทางสื่อออนไลน์ มีความสำคัญต่อวิถีชีวิตใหม่ ของคนทุกอาชีพ ไม่ว่าจะเอาไปสร้างอาชีพ เอาไว้เป็นที่ผ่อนคลายความเครียด เอาไว้แสดงความคิดเห็น หรือ แม้แต่การสร้างค่านิยมให้เกิดขึ้นในสังคม เพราะสื่อทางออนไลน์คือ แหล่งรวมพลที่ใหญ่มากสำหรับคนทั้งโลก

ขอปรบมือให้กับผลงานชิ้นเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่ของกระทรวงศึกษาฯไว้ในครั้งนี้ด้วยความจริงใจครับ

โดย…ชนิตร ภู่กาญจน์

ม.สวนดุสิต กระตุ้นการเรียนรู้ด้วยเกมออนไลน์รับวิถีใหม่ เน้นด้านการออมเงิน เพื่อลดปัญหาของประเทศในอนาคต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ม.สวนดุสิต กระตุ้นการเรียนรู้ด้วยเกมออนไลน์รับวิถีใหม่ เน้นด้านการออมเงิน เพื่อลดปัญหาของประเทศในอนาคต (naewna.com)

ม.สวนดุสิต กระตุ้นการเรียนรู้ด้วยเกมออนไลน์รับวิถีใหม่ เน้นด้านการออมเงิน เพื่อลดปัญหาของประเทศในอนาคต

ม.สวนดุสิต กระตุ้นการเรียนรู้ด้วยเกมออนไลน์รับวิถีใหม่ เน้นด้านการออมเงิน เพื่อลดปัญหาของประเทศในอนาคต

วันพฤหัสบดี ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ดร.สุวมาลย์ ม่วงประเสริฐ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวถึงโครงการนวัตกรรมการจัดการเรียนการสอนสอดรับวิถีใหม่ กิจกรรม “คนไทย
ยุคใหม่ ใส่ใจเรื่องเงิน : ภารกิจพิชิตมอนสเตอร์” ว่า โครงการดังกล่าว ได้ดำเนินการภายใต้ความร่วมมือกับสมาคมธนาคารไทย ในลักษณะของ Learning By Gamingผ่านระบบ Virtual training ในรูปแบบของเกมออนไลน์ เพื่อกระตุ้นให้นักศึกษาเกิดการตระหนักรู้ มีความเข้าใจ นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางการเงินที่เหมาะสม มีการวางแผนการเงินของตนเองในอีก 10 ปีข้างหน้า โดยเน้นเนื้อหาด้านการออมเงิน ซึ่งจะส่งผลถึงการลดหนี้สินของคนวัยทำงานและลดหนี้เสียในระบบของประเทศไทยลงได้ในอนาคต

ดร.สุวมาลย์กล่าวต่อว่า ทางมหาวิทยาลัยได้นำคณบดีทุกคณะ/โรงเรียนเข้าร่วมด้วย เพราะเล็งเห็นว่ากิจกรรมดังกล่าวมีความสอดคล้องกับเนื้อหาวิชาของรายวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงบางรายวิชาของหลักสูตรอื่นๆ ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการถือว่ามีความเหมาะสม กับการเรียนรู้ เป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับนักศึกษา และสอดรับกับการจัดการเรียนการสอนตามวิถีใหม่ โดยนักศึกษาได้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 1,068 คน ผ่านอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค หรือ smart phone อาทิ เกมการเรียนรู้GAME 1 HOW MUCH IS IT? เกมการเรียนรู้ GAME 2 CRAZY SHOPPINGและเกมการเรียนรู้ GAME 3 MISSIONPOSSIBLE และเมื่อกิจกรรมสิ้นสุด นักศึกษาทุกคนจะได้รับองค์ความรู้ด้านการเงิน สามารถนำองค์ความรู้มาประยุกต์ต่อยอดการวางแผนค่าใช้จ่าย และยังได้รับประกาศนียบัตรรับรองการเข้าร่วมกิจกรรมด้วย

สพม.38 บรรจุรองผู้อำนวยการสถานศึกษา 22 อัตรา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – สพม.38 บรรจุรองผู้อำนวยการสถานศึกษา 22 อัตรา (naewna.com)

สพม.38 บรรจุรองผู้อำนวยการสถานศึกษา 22 อัตรา

วันพฤหัสบดี ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 38 บรรจุและแต่งตั้งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา  ในสังกัด จำนวน22 อัตรา ดังต่อไปนี้ 1.นายเฉลิมพล ทองจุ้ย บรรจุที่โรงเรียนสุโขทัยวิทยาคม 2.นายปราช เชื้อประดิษฐ์ บรรจุที่โรงเรียนสุโขทัยวิทยาคม, 3.นายเกรียงไกร เตชา บรรจุที่โรงเรียนอุดมดรุณี,4.นางจิณณรัตน์ อัครรังสีธนกุล บรรจุที่โรงเรียนอุดมดรุณี, 5.ว่าที่ ร.ต.วิษณุ อินทร์ปานบรรจุที่โรงเรียนกงไกรลาศวิทยา,6.นางวิไลวรรณ วิวัฒนานนท์  บรรจุที่โรงเรียนคีรีมาศพิทยาคม, 7.นางสาวณัฐชา โคยามาบรรจุที่โรงเรียนบ้านด่านลานหอยวิทยา,8.นายภาณุวัฒน์ คะนิกา บรรจุที่โรงเรียนบ้านด่านลานหอยวิทยา, 9.นางจีรภาภรณ์ สว่างรุ่ง บรรจุที่โรงเรียนบ้านด่านลานหอยวิทยา, 10.นายไตรภูมิ อ้ายวงค์ บรรจุที่โรงเรียนทุ่งเสลี่ยมชนูปถัมภ์, 11.จ่าสิบเอกสมร แก้วหล้า บรรจุที่โรงเรียนทุ่งเสลี่ยมชนูปถัมภ์, 12.นายอมรศักดิ์ เสมสันต์ บรรจุที่โรงเรียนทุ่งเสลี่ยมชนูปถัมภ์, 13.นายพิเชฏบุญญา บรรจุที่โรงเรียนศรีสำโรงชนูปถัมภ์, 14.นายกิตติชัย กาวิละปัญญา บรรจุที่โรงเรียนบ้านไร่พิทยาคม, 15.นายละเอียด จันไทยบรรจุที่โรงเรียนสวรรค์อนันต์วิทยา,16.นายเชษฐา กันมา บรรจุที่โรงเรียนสวรรค์อนันต์วิทยา, 17.นางสาวสุพัฒตราเปรมปรี บรรจุที่โรงเรียนสวรรค์อนันต์วิทยา,18.นายธีราวุธ จูเปีย บรรจุที่โรงเรียนเมืองเชลียง, 19.นายสุวิทย์ ดวงทอง บรรจุที่โรงเรียนเมืองเชลียง, 20.นายพนม สุขหา บรรจุที่โรงเรียนเมืองด้งวิทยา, 21.นางวิภา ปิ่นหอม บรรจุที่โรงเรียนศรีนคร, 22.นายลภชัยพรมวิหาร บรรจุที่โรงเรียนศรีนคร

‘ในหลวง’ ส่งพระราชสาส์นอำนวยพร ปธน.สาธารณรัฐเช็กในโอกาสวันชาติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘ในหลวง’ส่งพระราชสาส์นอำนวยพร ปธน.สาธารณรัฐเช็กในโอกาสวันชาติ (naewna.com)

'ในหลวง'ส่งพระราชสาส์นอำนวยพร ปธน.สาธารณรัฐเช็กในโอกาสวันชาติ

‘ในหลวง’ส่งพระราชสาส์นอำนวยพร ปธน.สาธารณรัฐเช็กในโอกาสวันชาติ

วันพุธ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 13.32 น.

28 ตุลาคม 2563 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ส่งข้อความพระราชสาส์นอำนวยพรไปยังประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเช็ก ในโอกาสวันชาติของสาธารณรัฐเช็ก ซึ่งตรงกับวันที่ 28 ตุลาคม 2563 ความว่า

ฯพณฯ นายมิลอช เซมัน ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเช็ก กรุงปราก ในโอกาสวันชาติของสาธารณรัฐเช็ก ข้าพเจ้ามีความยินดีขอส่งคำอำนวยพรและความปรารถนาดี เพื่อท่านประธานาธิบดีมีพลานามัยสมบูรณ์และประสบความสุขสวัสดิ์ ทั้งเพื่อความสำเร็จและความเจริญรุ่งเรืองของประเทศและประชาชนชาวเช็ก

ข้าพเจ้าเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า ความผูกพันและความเข้าใจที่มีอยู่ระหว่างประเทศของเราทั้งสอง จะนำไปสู่ความร่วมมือที่ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้นไปในภายภาคหน้า

(พระปรมาภิไธย) มหาวชิรลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

สพฐ.ปลื้ม! ความโปร่งใสติดอันดับ1 หน่วยงานศธ. อันดับ8จาก 148กรม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – สพฐ.ปลื้ม! ความโปร่งใสติดอันดับ1หน่วยงานศธ. อันดับ8จาก148กรม (naewna.com)

สพฐ.ปลื้ม! ความโปร่งใสติดอันดับ1หน่วยงานศธ. อันดับ8จาก148กรม

สพฐ.ปลื้ม! ความโปร่งใสติดอันดับ1หน่วยงานศธ. อันดับ8จาก148กรม

วันพุธ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 12.50 น.

28 ตุลาคม 2563 นายสนิท แย้มเกษร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.) กล่าวภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่าที่ประชุมได้หารือถึงผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส ITA ซึ่งประเมินโดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งเรื่องความโปร่งใส สพฐ. ได้อันดับที่ 1 ของกระทรวงศึกษาธิการ  ส่วนผลการประเมินระดับประเทศ หรือระดับกรมจาก 148 กรม สพฐ.ได้อันดับ 8 ซึ่งถือว่าเป็นความตั้งใจของผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่และพนักงานต่างๆใน สพฐ. ที่ได้ช่วยกันทำงานอย่างทุ่มเท โดยเฉพาะเรื่องความโปร่งใส ที่ถือว่า สพฐ.ได้คะแนนค่อนข้างสูง

รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการลดปริมาณขยะ สพฐ.สามารถลดขยะต่างๆได้ในระดับดี แต่ยังมีการใช้โฟมเหลืออยู่บ้าง ซึ่งตัวชี้วัดของกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร  (กพร.) ระบุว่า จะต้องไม่ใช้โฟมเลย ดังนั้น สพฐ.จึงขอให้ทุกหน่วยงานในสังกัดทำการแยกขยะ และขอร้องไปว่าไม่ให้ใช้วัสดุที่ทำจากโฟม ให้ใช้กล่องที่ทำจากชานอ้อยแทน หรือใช้อย่างอื่นที่ไม่ใช่โฟม เพราะโฟมย่อยสลายไม่ได้ ซึ่งหลังจากนี้ สพฐ.ก็จะติดตามผลการทำงาน เพื่อให้ลดการใช้โฟมได้ผล 100%

“ก็ให้ถือเป็นนโยบายปฏิบัติทั้งในส่วนกลาง เขตพื้นที่ฯ หรือในโรงเรียนต่าง ๆให้ลดขยะ และเลิกใช้โฟม เพราะเป็นนโยบายของท่านนายกฯที่ให้เน้นเรื่องการกำจัดขยะและป้องกันการใช้ขยะที่ก่อให้เกิดมลพิษต่าง ๆ ซึ่งสพฐ.ก็จะทำตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ ก็ดีใจที่พวกเราร่วมมือกันถือว่าทำได้ดีเกือบ 100% แล้ว ก็ต้องขอความร่วมมือผู้ประกอบการในศธ. รวมถึงคนภายนอกที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับ สพฐ. ด้วยว่าขอให้เลิกใช้โฟม”

นายสนิท กล่าวเพิ่มเติมถึงกรณีการให้การช่วยเหลือโรงเรียน 2 แห่งใน จ.สมุทรปราการ ที่ได้รับผลกระทบจากการเกิดเหตุท่อก๊าซระเบิด ซึ่งขณะนี้ สพฐ.ได้ส่งคณะทำงานไปดูแลตรวจสอบแล้ว  และทางโรงเรียนวัดเปร็งราษฎร์บำรุง ได้ถูกใช้เป็นศูนย์การดูแลช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ส่วนตัวนักเรียนและครูไม่ได้รับอันตราย ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณผู้บริหาร บุคลากร และคุณครูที่มีไหวพริบในการเคลื่อนย้ายเด็กออกจากโรงเรียนขณะเกิดเหตุการณ์ท่อก๊าซระเบิด ทำให้สามารถดูแลเด็กได้เป็นอย่างดี เพราะหากลุกลามไปถึงโรงเรียนอาจจะเกิดความเสียหายขึ้น ซึ่งขณะนี้ทางโรงเรียนก็จัดการเรียนการสอนปกติแล้วเพราะกลุ่มออกแบบได้ไปตรวจสอบโรงเรียนแล้วพบว่าโครงสร้างอาคารไม่ได้รับผลกระทบ 

“หลังเกิดเหตุท่อก๊าซระเบิด สพฐ.ก็กำชับให้ทุกเขตพื้นที่ฯดูแลความปลอดภัยภายทุกเรื่อง และในการประชุม ผอ.เขตพื้นที่ฯทั่วประเทศ ในวันที่ 29 ต.ค.นี้ สพฐ.ก็จะชี้แจงในเรื่องการรักษาความปลอดภัยต่างๆอีกครั้ง และที่ผ่านมา สพฐ.แจ้งทุกระยะอยู่แล้ว ทั้งช่วง ปิดเทอม ก่อนเปิดเทอม และระหว่างเรียน เพื่อให้โรงเรียนต่างๆโดยเฉพาะโรงเรียนที่อยู่ใกล้สายไฟฟ้า อยู่ติดแนวท่อก๊าซ ต้องมีมาตรการป้องกัน รวมทั้งดูแลเครื่องทำน้ำเย็นและอื่นๆ เพื่อให้เด็กมีความปลอดภัย ซึ่งโรงเรียนจะต้องมีการซักซ้อมการบรรเทาสาธารณะภัยเพราะเป็นเรื่องจำเป็น” นายสนิท กล่าว

เลขาธิการ ก.ค.ศ.เผยเกณฑ์ประเมินวิทยฐานะใหม่ ลดความซ้ำซ้อน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – เลขาธิการ ก.ค.ศ.เผยเกณฑ์ประเมินวิทยฐานะใหม่ ลดความซ้ำซ้อน (naewna.com)

เลขาธิการ ก.ค.ศ.เผยเกณฑ์ประเมินวิทยฐานะใหม่ ลดความซ้ำซ้อน

เลขาธิการ ก.ค.ศ.เผยเกณฑ์ประเมินวิทยฐานะใหม่ ลดความซ้ำซ้อน

วันอังคาร ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 20.40 น.

เลขาธิการ ก.ค.ศ.เผยเกณฑ์ประเมินวิทยฐานะใหม่ ประเมินผ่านระบบออนไลน์ เพื่อลดความซ้ำซ้อน คาดเปิดใช้งานปี 64

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2563 นายประวิต เอราวรรณ์ รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (เลขาธิการ ก.ค.ศ.) เปิดเผยว่า ตามที่ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) มอบมหายให้สำนักงาน ก.ค.ศ.ปรับปรุงระบบวิทยฐานะใหม่ทั้งระบบ โดย ก.ค.ศ.จะปรับปรุงระบบเกณฑ์การประเมินวิทยฐานะครูและบุคลากรทางการศึกษา เกณฑ์การประเมินวิทยฐานะศึกษานิเทศก์ เกณฑ์การประเมินวิทยฐานะผู้บริหารสถานศึกษา และเกณฑ์การประเมินวิทยฐานะผู้บริหารการศึกษา ซึ่งการปรับปรุงครั้งนี้ ต้องสอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพ มาตรฐานตำแหน่ง และมาตรฐานวิทยฐานะด้วย

นายประวิต กล่าวต่อว่า ก.ค.ศ.มีหลักการ 4 ข้อ ในการออกแบบระบบวิทยฐานะใหม่ คือ 1.ต้องลดความซ้ำซ้อนของการประเมิน เช่น ระบบการประเมินวิทยฐานะครู ต่อไปจะรวมการประเมินเงินเดือนและประเมินวิทยฐานะเข้าด้วยกัน ซึ่งจะเรียกเกณฑ์การประเมินนี้ว่า เกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงาน (Performance Appraisal) 2.ระบบการประเมินต่อไปจะเป็นออนไลน์ทั้งหมด เพื่อให้ทันสมัยและไม่ยุ่งยาก โดยครูไม่ต้องยื่นเป็นรายบุคคล แต่โรงเรียนหรือสถานศึกษาจะมีหน้าที่รับผิดชอบส่งข่อมูลเข้ามา โดยผู้อำนวยการโรงเรียนจะเป็นผู้ถือรหัสผ่านในการกรอกข้อมูลทั้งหมด และวงรอบการประเมินจะประเมินตามวงรอบการเลื่อนเงินเดือน คือเดือนเมษายน และเดือนตุลาคม 3.การประเมินต้องลงไปที่ผลการปฏิบัติงานของครู โดยต้องเห็นภาพการทำงานหน้างานจริงของครู และ 4.ประเมินผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน ไม่ใช่แค่ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเท่านั้น แต่รวมถึงทักษะในศตวรรษที่ 21 และทักษะการทำงานในอนาคตของเด็กด้วย

“ส่วนระบบการประเมิน จะประเมินความก้าวหน้า ซึ่งต่างจากเดิมที่ครูนำสิ่งที่ตนเคยทำมาสร้างเป็นผลงานของตน แต่การประเมินแบบใหม่ ครูต้องบอกว่าในอนาคตข้างหน้าครูวางแผนจะพัฒนาอะไรบ้าง แล้ว ก.ค.ศ.จะตามประเมินเป็นระยะๆ นอกจากนี้ ครูต้องทำงานตามมาตรฐานของวิทยฐานะ เพื่อคงวิทยฐานะของตนไว้ และเมื่อครบ 5 ปีของการดำรงตำแหน่งแล้ว ครูต้องการเลื่อนวิทยาฐานะให้สูงขึ้น ครูก็จะต้องเสนอคลิปการสอนที่ดีที่สุดของตนเอง และแผนการจัดการเรียนรู้ และผลการเรียนรู้ของเด็ก เข้ามาในระบบออนไลน์ ซึ่งผู้ประเมินสามารถประเมินผ่านออนไลน์ได้ทันที คาดว่าจะใช้เวลา 2 – 3 เดือน ในการประเมิน หากไม่ผ่านการประเมิน ครูก็สามารถส่งใหม่ได้ ทั้งนี้ ก็มีข้อเสนอเช่นกันว่า หากมีครูเก่งจะสามารถประเมินข้ามขั้นได้หรือไม่ ซึ่ง ก.ค.ศ.จะนำไปพิจารณาต่อไป เชื่อว่าการประเมินระบบใหม่นี้จะเป็นมิตรกับครู เพราะครูไม่ยุ่งยาก จะลดภาระของครู ลดความซ้ำซ้อนของงาน เพื่อให้ครูพัฒนาตนเองได้มากขึ้น และการประเมินต่อไปจะเป็นระบบเปิด ให้ครู ผู้บริหาร เข้ามาดูว่าการประเมินและตัวบ่งชี้มีอะไรบ้าง เพื่อให้ครูวางแผนพัฒนาตนเองให้เร็วขึ้น” นายประวิต กล่าว

นายประวิต กล่าวต่อว่า ก.ค.ศ.จะนำกรอบแนวคิดการประเมินวิทยาฐานะรูปแบบใหม่รับฟังความคิดเห็นจากผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ศึกษานิเทศก์ ผู้อำนวยโรงเรียน และครู จะนำกรอบแนวคิดนี้มาทำหลักเกณฑ์การประเมินวิทยทฐานะรูปแบบใหม่ ทั้งนี้ ต้องพัฒนาระบบไอทีรองรับเพื่อเชื่อมต่อกับศูนย์พัฒนาศักยภาพบุคคลเพื่อความเป็นเลิศ (HCEC) ของ ศธ.ด้วย คาดว่าปีการศึกษา 2564 จะสามารถประกาศใช้เกณฑ์วิทยาฐานะใหม่นี้ได้

นายประวิต กล่าวอีกว่า สำหรับความคืบหน้ากรณีที่ผู้อำนวยการโรงเรียน กว่า 1,900 คน ร้องเรียนให้ ก.ค.ศ.ทบทวนมติ กรณีถูกพิจารณาให้เป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติเข้ารับการประเมินวิทยฐานะเกณฑ์ ว13 เรื่องการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้มีผลงานดีเด่นที่ประสบผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์ มีวิทยฐานะหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ และวิทยาฐานะเชี่ยวชาญ ซึ่งเปิดให้ยื่นตั้งแต่ปี 2559 และในปี 2561 ได้รับแจ้งผลการพิจารณาว่าเป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติ ทำให้ครูและผู้บริหารสถานศึกษาเสียสิทธิ ให้มีสิทธิยื่นทบทวนได้เร็วขึ้นนั้น ดังนั้น ตนจะนำเข้าที่ประชุมบอร์ด ก.ค.ศ.ที่มี นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เป็นประทานในบ่ายวันที่ 28 ต.ค.นี้

‘นักเรียน’ เฮ! ศธ.เคาะแก้ระเบียบใหม่ ‘ทรงผม’ 6พ.ย.ชวน ‘กลุ่มนักเรียนเลว’ ร่วมฟัง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘นักเรียน’เฮ! ศธ.เคาะแก้ระเบียบใหม่‘ทรงผม’ 6พ.ย.ชวน‘กลุ่มนักเรียนเลว’ร่วมฟัง (naewna.com)

‘นักเรียน’เฮ! ศธ.เคาะแก้ระเบียบใหม่‘ทรงผม’ 6พ.ย.ชวน‘กลุ่มนักเรียนเลว’ร่วมฟัง

‘นักเรียน’เฮ! ศธ.เคาะแก้ระเบียบใหม่‘ทรงผม’ 6พ.ย.ชวน‘กลุ่มนักเรียนเลว’ร่วมฟัง

วันอังคาร ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 12.48 น.

‘นักเรียน’เฮ! ศธ.เคาะแก้ระเบียบใหม่‘ทรงผม’ 6พ.ย.ชวน‘กลุ่มนักเรียนเลว’ร่วมฟัง

27 ตุลาคม 2563 นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาข้อเรียกร้องของนักเรียน นักศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการพิจารณาข้อเรียกร้องฯ เมื่อเร็วๆนี้ ที่ประชุมพิจารณาเรื่องระเบียบทรงผมของนักเรียนที่มีปัญหามาก โดยได้วิเคราะห์และได้ข้อสรุปปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นมาจาก 3 สาเหตุ คือ

1.ตัวระเบียบที่ยังไม่ชัดเจน โดยเฉพาะระเบียบ ศธ. การไว้ทรงผมของนักเรียน ปี 2563 ในข้อ 7 ที่กำหนดไว้ว่าให้โรงเรียนไปออกระเบียบเฉพาะเจาะจงได้เอง เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ การดำเนินการให้ยึดถือหลักความเหมาะสมในการพัฒนาบุคลิกภาพที่ดีของนักเรียน และการมีส่วนร่วมของนักเรียน สถานศึกษา ผู้ปกครอง และชุมชนท้องถิ่น เมื่อมีการร้องเรียนเกิดขึ้นสะท้อนว่าโรงเรียนไม่ดำเนินการตามระเบียบที่ออกมา ณ ปัจจุบัน นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ได้สั่งระงับการดำเนินการตามระเบียบข้อ 7 ไว้ก่อนแล้ว เพื่อแก้ไขปัญหา

2.ปัญหาเกิดจากการตีความของตัวระเบียบการไว้ทรงผมของนักเรียน ที่กำหนดให้นักเรียนไว้ผมสั้น หรือผมยาวแค่ไหน จึงมีคำถามว่าระดับความสั้นยาวนั้นจะต้องสั้นและยาวแค่ไหน

3.การลงโทษ กรณีที่โรงเรียนและครูเห็นว่านักเรียนไม่ทำตามระเบียบ ที่ผ่านมาพบว่ามีการลงโทษนักเรียนด้วยการกล้อนผม การลงโทษลักษณะต่าง ๆ การประจาน หรือการใช้คำพูดที่ทำร้ายจิตใจนักเรียน เป็นต้น

นายสมเกียรติ กล่าวว่า ดังนั้นคณะกรรมการฯ จึงมีมติปรับปรุงแก้ไขระเบียบ ศธ.ทั้ง 3 เรื่อง คือ

1.เรื่องการไว้ทรงผมของนักเรียน ในข้อ 7 ซึ่งแต่เดิมเขียนไว้ว่า ให้โรงเรียนไปออกระเบียบเฉพาะได้โดยยึดหลักความเหมาะสมและให้มีส่วนร่วมของนักเรียน สถานศึกษา ผู้ปกครอง และชุมชนท้องถิ่น ทางคณะกรรมการฯ จะแก้เป็นโรงเรียนไปออกกฎเฉพาะได้ แต่ระเบียบดังกล่าวจะใช้ได้ก็ต่อเมื่อต้องผ่านกระบวนการการมีส่วนร่วมของนักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชนท้องถิ่น โดยเน้นการมีส่วนร่วมมากขึ้น แต่ที่ผ่ายมาระเบียบเป็นปัญหาเพราะการมีส่วนร่วมตามที่ระเบียบเขียนไว้ในข้อ 7 วรรค 2 นั้น ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง ไม่ค่อยได้ปรึกษาหารือกันจริง และเมื่อจะปรับปรุงแก้ไขแล้วก็จะพิจารณาให้เกิดความยืดหยุ่น และคำนึงถึงเรื่องอื่นๆที่สำคัญด้วย เช่น การจะออกระเบียบใหม่ที่เป็นเฉพาะเจาะจงนี้จะต้องยึดถือเรื่องสิทธิของเด็กเป็นตัวตั้ง และคำนึงถึงความหลากหลายทางเพศสภาพของนักเรียนด้วย เพื่อให้เกิดการยอมรับในความแตกต่างมากขึ้น

2.การตีความเรื่องผมสั้นผมยาวได้แค่ไหน ไว้ผมเปีย ผมหน้าม้าได้ไหม ไม่ได้มีการระบุชัด ดังนั้นที่ประชุมมีมติให้ใช้วิธีออกแนวทางปฏิบัติ เพื่อเป็นไกด์ไลน์แนะนำให้โรงเรียน พร้อมให้ตัวอย่างที่ดีกับโรงเรียนดำเนินการตาม และตัวอย่างในการปฏิบัติ เช่น โรงเรียนรัตนาธิเบศร์ ที่ออกระเบียบทรงผมนักเรียนที่มีความเฉพาะเจาะจง โดยทางโรงเรียนได้ปรึกษาหารือกับทั้งนักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน และเชิญเทศบาลมาร่วมหารือด้วย แล้วเมื่อร่างระเบียบทรงผมออกมาแล้ว ก็ให้โรงเรียนมีระยะเวลาในการรับฟังความเห็นจากทุกส่วนและสามารถคัดค้านได้อีก  ฉะนั้น ถ้าทุกโรงเรียนทำแบบนี้ได้ก็ไม่มีปัญหาเพราะทุกคนเข้าใจตรงกัน

3.เรื่องการลงโทษนักเรียน ทางคณะกรรมการฯ จะเสนอนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ให้พูดให้ชัดเจนว่าการที่โรงเรียนจะลงโทษเด็ก ถ้าเห็นว่าเด็กผิดระเบียบโรงเรียนจะต้องทำตามระเบียบที่มีอยู่เท่านั้น เช่น การตักเตือน การให้ทำกิจกรรมปรับพฤติกรรมต่าง ๆ ไม่ใช่การไปกล้อนผมเด็ก ไปคุกคามทำให้เด็กอับอายเสื่อมเสียศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

ประธานคณะกรรมการฯ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องอื่นๆก็มีข้อเสนอว่าอยากให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการจัดการเรียนการสอนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการให้มีตัวแทนของนักเรียนเข้าไปร่วมเป็นคณะกรรมการโรงเรียนด้วย จะได้ช่วยกันคิดเรื่องของหลักสูตรและเรื่องอื่นได้ด้วยไม่เฉพาะเรื่องทรงผมเท่านั้น

“ที่ประชุมได้นัดประชุมหารือกันอีกครั้ง ในวันที่ 6 พฤศจิกายน เวลา 13.30 น. เพื่อพิจารณาร่างระเบียบการไว้ทรงผมของนักเรียน ที่มีการปรับปรุงแก้ไขใหม่ หากที่ประชุมมีมติเห็นชอบจะนำเสนอร่างระเบียบต่อ รมว.ศึกษาธิการ ให้ความเห็นชอบต่อไป และในวันดังกล่าวจะเชิญกลุ่มนักเรียนเลวเข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้วย แต่ถ้าไม่สะดวกใจก็สามารถติดต่อพูดคุยไม่เป็นทางการได้” นายสมเกียรติ กล่าว

ด้านนายวีระ แข็งกสิการ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการพิจารณาข้อเรียกร้องฯ ครั้งนี้ได้มีตัวแทนนักเรียน ผู้ปกครอง ครู และผู้บริหาร เข้ามาร่วมให้ความคิดเห็นจำนวนมาก ซึ่งที่ประชุมได้รับฟังปัญหา และเสียงสะท้อนจากกลุ่มตัวแทนต่าง ๆอย่างกว้างขวางเพื่อให้สามารถตัดสินใจแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างรอบคอบและตรงประเด็นมากขึ้น