‘มาดามโอ๊ะ’ ออกหน่วย ‘กศน.เพื่อประชาชน’ มอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัยปากช่อง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘มาดามโอ๊ะ’ออกหน่วย’กศน.เพื่อประชาชน’ มอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัยปากช่อง (naewna.com)

'มาดามโอ๊ะ'ออกหน่วย'กศน.เพื่อประชาชน' มอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัยปากช่อง

‘มาดามโอ๊ะ’ออกหน่วย’กศน.เพื่อประชาชน’ มอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัยปากช่อง

วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 18.10 น.

“มาดามโอ๊ะ”นำทีม”กศน.นครชัยบุรินทร์”ออกหน่วย”กศน.เพื่อประชาชน” พร้อมมอบถุงยังชีพช่วยเหลือนักเรียน​-นักศึกษา​-ผู้ประสบภัยชาวปากช่องกว่า1,000ชุด

เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2563 นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) พร้อมด้วย นายสมเกียรติ ตันดิลกตระกูล ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.ศธ.และ นายวรัท พฤกษาทวีกุล เลขาธิการ กศน.ตลอดจนคณะผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ นำกลุ่มสำนักงาน กศน.จังหวัดนครชัยบุรินทร์ ลงพื้นที่จัดกิจกรรมออกหน่วยบริการซ่อม สร้าง ล้างใหม่ “กศน.เพื่อประชาชน” เพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูสถานศึกษาเอกชน บ้านเรือนประชาชน ที่ประสบอุทกภัยน้ำป่าไหลบ่าเข้าท่วม ณ โรงเรียนเติมแสงไขวิทยาปากช่อง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ย้ำให้ทุกฝ่ายคำนึงถึงความปลอดภัยของนักเรียน คณะครูและบุคลากร เป็นสำคัญ

รมช.ศธ.กล่าวตอนหนึ่งว่า การออกหน่วยบริการ ซ่อม สร้าง ล้างใหม่ “กศน.เพื่อประชาชน” เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย​ในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากทีมช่างสำนักงาน​ กศน.จังหวัดนครราชสีมา​ จังหวัดชัยภูมิ​ จังหวัดบุรีรัมย์​ และจังหวัดสุรินทร์​ เพื่อให้การดูแลและช่วยเหลือ​นักเรียน​ นักศึกษา​และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย​ในด้านต่าง ๆ​ เช่น​ ซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้า​ ซ่อมแซมระบบน้ำประปา​ ชำระล้างอาคาร บ้านเรือน เป็นต้น

พร้อมทั้งได้นำถุงยังชีพที่มีเครื่องอุปโภคบริโภค มอบให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่นักเรียน นักศึกษา และผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ จำนวน​ 1,000​ ชุด แบ่งเป็น​ ​โรงเรียนเติมแสงไขวิทยาปากช่อง​ จำนวน​ 530 ชุด​ วิทยาลัยอาชีวศึกษากุสุมภ์เทคโนโลยี​ จำนวน​ 250​ ชุด​ และโรงเรียนบ้านท่ามะนาว​ ตำบลหนองสาหร่าย จำนวน​ 220​ ชุด

ทั้งนี้ รมช.ศธ.ได้ฝากเลขาธิการ​ กศน. คอยให้การดูแลและช่วยเหลือนักเรียน​ นักศึกษา​ และประชาชน​ ในพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อน​ รวมทั้งบ้านเรือนและทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย​ ทำให้การดำรงชีวิตประจำวันเป็นไปด้วยความยากลำบาก แต่ก็ต้องขอขอบคุณและขอชื่นชมความทุ่มเทตั้งใจในทำงานของชาว กศน. ตลอดเวลาที่ผ่านมา รวมทั้งในการจัดงานครั้งนี้ด้วย

“การทำงานครั้งนี้ เป็นการทำงานร่วมกันของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และสำนักงาน กศน. โดยในจุดแรกที่โรงเรียนเติมแสงไขวิทยา​ ซึ่งมีนักเรียน นักศึกษา ประชาชน กว่า 500 ครอบครัว มารวมกัน​ นอกจากนี้ ยังได้เยี่ยมชมและให้กำลังใจชาว กศน.ที่มาออกหน่วยบริการซ่อม สร้าง ล้างใหม่ “กศน.เพื่อประชาชน” เป็นการรวมพลัง กศน.มาบริการประชาชนใน 3 จุด เป็นเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 16-18 ตุลาคม 2563 โดยคน กศน.จะกระจายกันไปตามจุดต่าง ๆ ทั่วปากช่อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และให้การช่วยเหลือประชาชน และภาคเอกชน ที่ได้รับผลกระทบ อาคารบ้านเรือนได้รับความเสียหาย เพื่อให้คืนกลับสู่สภาพโดยเร็ว” รมช.ศธ.กล่าวและว่า

ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ จะพยายามทำทุกอย่างในอำนาจหน้าที่ให้ดีที่สุด อะไรทำให้ได้จะทำทันที และขอให้ทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ผ่านสภาวะนี้ไปให้ได้ด้วยพลังใจที่ดี และขอให้ติดตามข่าวสารของทางราชการ เพื่อเฝ้าระวังระดับน้ำที่จะเพิ่มขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้ รวมทั้งขอขอบคุณเครือข่ายการทำงานในระดับพื้นที่ มูลนิธิ จิตอาสา รวมถึงสื่อมวลชน ที่ช่วยกระจายข่าวสารเตือนภัย และข่าวดีๆ ทำให้ประชาชนมีความพร้อม​รับมือกับเหตุการณ์ และมีกำลังใจช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

รัฐบาลจัดกิจกรรม 21 ต.ค. น้อมรำลึกสมเด็จย่า 120 ปีคล้ายวันพระราชสมภพ ทำบุญตักบาตรทั่วประเทศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – รัฐบาลจัดกิจกรรม21ต.ค. น้อมรำลึกสมเด็จย่า 120ปีคล้ายวันพระราชสมภพ ทำบุญตักบาตรทั่วประเทศ (naewna.com)

รัฐบาลจัดกิจกรรม21ต.ค. น้อมรำลึกสมเด็จย่า 120ปีคล้ายวันพระราชสมภพ ทำบุญตักบาตรทั่วประเทศ

รัฐบาลจัดกิจกรรม21ต.ค. น้อมรำลึกสมเด็จย่า 120ปีคล้ายวันพระราชสมภพ ทำบุญตักบาตรทั่วประเทศ

วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

รัฐบาลจัดกิจกรรม21ต.ค. น้อมรำลึกสมเด็จย่า

120ปีคล้ายวันพระราชสมภพ ทำบุญตักบาตรทั่วประเทศ

“รัฐบาล” เตรียมจัดกิจกรรม-นิทรรศการน้อมรำลึก 120 ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จย่า ในวันที่ 21 ตุลาคมนี้ เชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคหนังสือมอบให้โรงเรียน ในถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า เนื่องด้วยวันที่ 21 ตุลาคม 2563 เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพ ครบ120 ปี สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ รัฐบาลกำหนดจัดกิจกรรมดังนี้

ในวันที่ 21 ต.ค. เวลา 07.30 น. จะมีการจัดพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร นิมนต์พระสงฆ์จำนวน 25 รูป รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีและภริยา พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรีและคู่สมรส ร่วมพิธี และมีการจัดพิธี ณ สถานที่ต่าง ๆ เช่น กรุงเทพมหานคร จัดพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์จำนวน 120 รูป ณ ลานคนเมือง กรุงเทพมหานคร ส่วนภูมิภาค จังหวัดทุกจังหวัดจัดพิธีกิจกรรม ณ สถานที่ที่เหมาะสม และในต่างประเทศ สถานทูตและสถานกงสุลจัดพิธีและกิจกรรม ณ สถานทูต สถานกงสุล หรือสถานที่ที่เหมาะสม

ขณะเดียวมีการจัดพิธีวางพานพุ่มหน้าพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในวันที่ 21 ต.ค. เวลา 07.30 น. โดยนายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภา และประธานศาลฎีกา ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร ก่อนร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้เนื่องใน “วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ” โดยนายกรัฐมนตรีจะปลูกต้นปีบ ประธานรัฐสภา และประธานศาลฎีกา ปลูกต้นชมนาด ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดเตรียมต้นพะยูง เพื่อมอบให้กับนายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภาและประธานศาลฎีกา รวมทั้งจัดเตรียมกล้าไม้ ได้แก่ ต้นอินทนิล ต้นมะขาม ต้นพิลังกาสา ต้นกฤษณา ต้นพิกุล ต้นยางนา ต้นพุฒซ้อน และต้นคำมอกหลวง จำนวน 1,000 ต้น เพื่อมอบให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน

นอกจากนี้ยังมีการจัดนิทรรศการและการให้บริการทางการแพทย์ โดยมูลนิธิถันยรักษ์ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และมูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี(พอ.สว.) รวมทั้งเปิดให้เข้าชมบ้านจำลอง พิพิธภัณฑ์ A “ห้องสร้อยสังวาลย์สวรรค์” และพิพิธภัณฑ์ B “ห้องสร้างสรรค์สว่างไสว” ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร และการบรรยายพิเศษพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี

อีกทั้งมีการจัดกิจกรรมรับบริจาคหนังสือและมอบหนังสือ ระหว่างวันที่ 29 ก.ย.– 31 ต.ค. รัฐบาลได้เชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมบริจาคหนังสือมีค่า เช่น หนังสือนิทาน สมุดภาพ หนังสือเสริมความรู้ทั่วไป เพื่อมอบให้กับโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน โรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาในถิ่นทุรกันดาร และห้องสมุดประชาชนทั่วประเทศ โดยผู้สนใจสามารถบริจาคได้ที่สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) และศูนย์การค้าบิ๊กซีทั่วประเทศ

การจัดนิทรรศการน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โดยกระทรวงวัฒนธรรม ระหว่างวันที่ 21-25 ต.ค. ณ ศูนย์การค้าไอคอนสยาม เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร และการจัดนิทรรศการ “คิดถึง…สมเด็จย่า” ครั้งที่ 23 ระหว่างวันที่ 21 – 25 ต.ค. โดยมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และบริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน นอกจากนี้มีการจัดแสดงดนตรีน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โดยมูลนิธิสิรินธร ในวันอาทิตย์ที่ 1 พ.ย. 2563 ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และการเชิญพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อประดิษฐานในการจัดพิธีการต่างๆ ทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และในต่างประเทศ

ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า นายกรัฐมนตรีจะกล่าวน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พร้อมทั้งจะมีการเผยแพร่สารคดีเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยและสถานีโทรทัศน์ทุกสถานี ในวันที่ 21 ต.ค. เวลาหลังข่าวในพระราชสำนัก จึงขอเชิญชวนประชาชนน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีในวันและเวลาดังกล่าว

รัฐบาล เล็งจัดนิทรรสการน้อมรำลึก 120 ปีวันคล้ายวันพระราชสมภพ ‘สมเด็จย่า’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – รัฐบาล’ เล็งจัดนิทรรสการน้อมรำลึก120ปีวันคล้ายวันพระราชสมภพ‘สมเด็จย่า’ (naewna.com)

รัฐบาล’ เล็งจัดนิทรรสการน้อมรำลึก120ปีวันคล้ายวันพระราชสมภพ‘สมเด็จย่า’

รัฐบาล’ เล็งจัดนิทรรสการน้อมรำลึก120ปีวันคล้ายวันพระราชสมภพ‘สมเด็จย่า’

วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 16.09 น.

“รัฐบาล”เตรียม จัดกิจกรรม-นิทรรศการน้อมรำลึก  120 ปีวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จย่า ชวนปชช.ร่วมบริจาคหนังสือมอบให้รร.ในถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2563 นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เนื่องด้วยวันที่ 21 ต.ค. 2563 เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพครบ 120 ปี สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ รัฐบาลกำหนดจัดกิจกรรมดังนี้ ในวันที่ 21 ต.ค. เวลา 07.30 น. จะมีการจัดพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร นิมนต์พระสงฆ์จำนวน 25 รูป รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีและภริยา พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรีและคู่สมรส ร่วมพิธี และมีการจัดพิธี ณ สถานที่ต่าง ๆ เช่น กรุงเทพมหานคร จัดพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์จำนวน 120 รูป ณ ลานคนเมือง กรุงเทพมหานคร ส่วนภูมิภาค จังหวัดทุกจังหวัดจัดพิธีกิจกรรม ณ สถานที่ที่เหมาะสม และในต่างประเทศ สถานทูตและสถานกงสุลจัดพิธีและกิจกรรม ณ สถานทูต สถานกงสุล หรือสถานที่ที่เหมาะสม

ขณะเดียวมีการจัดพิธีวางพานพุ่มหน้าพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในวันที่ 21 ต.ค. เวลา 07.30 น. โดยนายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภา และประธานศาลฎีกา ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร ก่อนร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้เนื่องใน “วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ” โดยนายกรัฐมนตรีจะปลูกต้นปีบ ประธานรัฐสภา และประธานศาลฎีกา ปลูกต้นชมนาด ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดเตรียมต้นพะยูง เพื่อมอบให้กับนายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภาและประธานศาลฎีกา รวมทั้งจัดเตรียมกล้าไม้ ได้แก่ ต้นอินทนิล ต้นมะขาม ต้นพิลังกาสา ต้นกฤษณา ต้นพิกุล ต้นยางนา ต้นพุฒซ้อน และต้นคำมอกหลวง จำนวน 1,000 ต้น เพื่อมอบให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน

นอกจากนี้ยังมีการจัดนิทรรศการและการให้บริการทางการแพทย์ โดยมูลนิธิถันยรักษ์ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และมูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี(พอ.สว.) รวมทั้งเปิดให้เข้าชมบ้านจำลอง พิพิธภัณฑ์ A “ห้องสร้อยสังวาลย์สวรรค์” และพิพิธภัณฑ์ B “ห้องสร้างสรรค์สว่างไสว” ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร และการบรรยายพิเศษพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี 

อีกทั้งมีการจัดกิจกรรมรับบริจาคหนังสือและมอบหนังสือ ระหว่างวันที่ 29 ก.ย.– 31 ต.ค. รัฐบาลได้เชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมบริจาคหนังสือมีค่า เช่น หนังสือนิทาน สมุดภาพ หนังสือเสริมความรู้ทั่วไป เพื่อมอบให้กับโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน โรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาในถิ่นทุรกันดาร และห้องสมุดประชาชนทั่วประเทศ โดยผู้สนใจสามารถบริจาคได้ที่สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) และศูนย์การค้าบิ๊กซีทั่วประเทศ 

การจัดนิทรรศการน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โดยกระทรวงวัฒนธรรม ระหว่างวันที่ 21-25 ต.ค. ณ ศูนย์การค้าไอคอนสยาม เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร และการจัดนิทรรศการ “คิดถึง…สมเด็จย่า” ครั้งที่ 23 ระหว่างวันที่ 21 – 25 ต.ค. โดยมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และบริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน นอกจากนี้มีการจัดแสดงดนตรีน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โดยมูลนิธิสิรินธร ในวันอาทิตย์ที่ 1 พ.ย. 2563 ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และการเชิญพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อประดิษฐานในการจัดพิธีการต่างๆ ทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และในต่างประเทศ

ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า นายกรัฐมนตรีจะกล่าวน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พร้อมทั้งจะมีการเผยแพร่สารคดีเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยและสถานีโทรทัศน์ทุกสถานี ในวันที่ 21 ต.ค. เวลาหลังข่าวในพระราชสำนัก จึงขอเชิญชวนประชาชนน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีในวันและเวลาดังกล่าว

‘คณาจารย์รัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์’ จี้รัฐไม่สร้างเงื่อนไขความรุนแรง เปิดเจรจาหาทางออกวิกฤตม็อบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘คณาจารย์รัฐศาสตร์ม.ธรรมศาสตร์’จี้รัฐไม่สร้างเงื่อนไขความรุนแรง เปิดเจรจาหาทางออกวิกฤตม็อบ (naewna.com)

'คณาจารย์รัฐศาสตร์ม.ธรรมศาสตร์'จี้รัฐไม่สร้างเงื่อนไขความรุนแรง เปิดเจรจาหาทางออกวิกฤตม็อบ

‘คณาจารย์รัฐศาสตร์ม.ธรรมศาสตร์’จี้รัฐไม่สร้างเงื่อนไขความรุนแรง เปิดเจรจาหาทางออกวิกฤตม็อบ

วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 16.04 น.

17 ต.ค. 2563 ผศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เผยแพร่แถลงการณ์อาจารย์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรื่อง ข้อเรียกร้องต่อภาครัฐสืบเนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน ผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว “Tavida Kamolvej” ระบุว่า สืบเนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองตลอดช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาซึ่งทวีความตึงเครียดขึ้นอย่างรวดเร็วและกำลังลุกลามบานปลายไปสู่ความรุนแรง โดยเฉพาะหลังจากที่รัฐบาลได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตกรุงเทพมหานครเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2563และดำเนินการสลายการชุมนุมที่แยกปทุมวันเมื่อคืนที่ผ่านมา

ในสถานการณ์เช่นนี้ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ดังมีรายนามแนบท้าย ขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องปฏิบัติต่อประชาชนผู้ชุมนุมโดยสันติวิธีตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ไม่สร้างเงื่อนไขที่อาจนำไปสู่ความรุนแรง ขณะที่ทางรัฐบาลจำเป็นต้องเร่งพิจารณาทบทวนท่าทีและแนวทางสื่อสารกับสังคมในปัจจุบัน ดูแลความปลอดภัยของประชาชนที่เข้าร่วมการชุมนุมอย่างเต็มที่ รวมทั้งเปิดการเจรจาพูดคุยอย่างสร้างสรรค์ผ่านพื้นที่สาธารณะที่ทุกภาคส่วนสามารถเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นได้อย่างสันติและปลอดภัย เพื่อหาทางออกจากวิกฤติโดยไม่มีความรุนแรงและความสูญเสียเกิดขึ้น

ผศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช
รศ.ดร. กิตติ ประเสริฐสุข
ศ.ดร.เกษียร เตชะพีระ
อ.ดร.จารุพล เรืองสุวรรณ
ผศ.ดร.จิตติภัทร พูนขำ
อ.ชญานิษฐ์ พูลยรัตน์
รศ.ดร.ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์
อ.ชาลินี สนพลาย
อ.ดุลยภาพ จาตุรงคกุล
ผศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ
ผศ.ดร.ประพิมพ์ฝัน เชียงกูล
อ.ปองขวัญ สวัสดิภักดิ์
ผศ.ดร.ม.ล.พินิตพันธุ์ บริพัตร
อ.ดร.พีระ เจริญวัฒนนุกูล
ผศ.ดร.ภูริ ฟูวงศ์เจริญ
ผศ.ดร.วรรณภา ติระสังขะ
อ.วศิน ปั้นทอง
ผศ.ดร.วสันต์ เหลืองประภัสร์
อ.วิโรจน์ อาลี
ผศ.ดร.ศิกานต์ อิสสระชัยยศ
ผศ.ดร.สุนิดา อรุณพิพัฒน์
รศ.ดร.โสภารัตน์ จารุสมบัติ
รศ.ดร.อรทัย ก๊กผล
รศ.ดร.อรรถสิทธิ์ พานแก้ว
อ.ดร.Charlie Thame 

 https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Ftavida.kamolvej%2Fposts%2F3153806394742305&show_text=true&width=552&height=575&appId

ผู้แทนนิสิตนักศึกษา 8 มหาวิทยาลัย ประณามใช้ความรุนแรงสลายม็อบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ผู้แทนนิสิตนักศึกษา8มหาวิทยาลัย ประณามใช้ความรุนแรงสลายม็อบ (naewna.com)

ผู้แทนนิสิตนักศึกษา8มหาวิทยาลัย ประณามใช้ความรุนแรงสลายม็อบ

ผู้แทนนิสิตนักศึกษา8มหาวิทยาลัย ประณามใช้ความรุนแรงสลายม็อบ

วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 10.17 น.

17 ตุลาคม 2563 บนเพจเฟซบุ๊ก องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เผยแพร่แถลงการณ์ ประณามการใช้ความรุนแรงในการเข้าสลายการชุมนุมแยกปทุมวัน 16 ตุลาคม 2563 เรียกร้องให้รัฐบาลใช้วิธีสันติแก้ปัญหา

แถลงการณ์ผู้แทนนิสิตนักศึกษาทั้ง 8 มหาวิทยาลัย องค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ องค์การบริหาร องค์การนิสิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล สโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร องค์การนิสิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และองค์การบริหาร องค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ตามที่ได้มีการชุมนุมของกลุ่ม “คณะราษฎร 2563” บริเวณแยกปทุมวัน และบริเวณใต้สถานีรถไฟฟ้าสยาม ในวันที่ 16 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสลายการชุมนุม ส่งผลให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไปผู้เข้าร่วมการชุมนุมได้รับบาดเจ็บจำนวนมากนั้น

ผู้แทนนิสิตนักศึกษามหาวิทยาลัยทั้ง 7 แห่ง เห็นว่าการชุมนุมดังกล่าว แม้เป็นการชุมนุมภายใต้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯ ที่มีความร้ายแรงตามมาตรา 5 ประกอบมาตรา 11 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ แต่การชุมนุมเป็นไปโดยสงบ สันติ และปราศจากอาวุธ และก็มิได้มีการใช้ความรุนแรงจากกลุ่มผู้ชุมนุมแต่อย่างใด

อีกทั้งผู้ชุมนุมในบริเวณดังกล่าวประกอบด้วย เยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา เป็นจำนวนมาก ดังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งในการควบคุมประชาชน โดยใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก และใช้มาตรการต่าง ๆ เพื่อรักษาความสงบในบริเวณดังกล่าวเท่าที่จำเป็น ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักสากลและหลักมนุษยธรรมในการควบคุมฝูงชนและการปฏิบัติต่อกลุ่มผู้ชุมนุม

อย่างไรก็ตาม การสลายการชุมนุมที่เกิดขึ้นในเย็นวันที่ 16 ตุลาคม 2563 บริเวณแยกปทุมวัน และบริเวณใต้สถานีรถไฟฟ้าสยามมิได้เป็นไปตามหลักสากลในการควบคุมฝูงชนแต่อย่างใด มีการใช้รถฉีดน้ำผสมสารเคมีแรงดันสูงเพื่อขอคืนพื้นที่ ส่งผลให้ผู้เข้าร่วมการชุมนุมในบริเวณดังกล่าวเป็นจำนวนมากเกิดอาการระคายเคืองผิวหนังและดวงตา ทั้งที่มิได้มีความรุนแรงเกิดขึ้นแต่อย่างใด

เป็นที่ประจักษ์ชัดว่า การสลายการชุมนุมโดยเจ้าหน้าที่ในวันและช่วงเวลาดังกล่าวนั้น ไม่เป็นไปตามหลักความได้สัดส่วนและหลักความจำเป็นต่อการควบคุมสถานการณ์ อีกทั้งยังไม่เป็นไปตามหลักการควบคุมฝูงชนตามหลักสากล ผู้แทนนิสิตมหาวิทยาลัยทั้ง 7 แห่ง จึงขอประณามการสลายการชุมนุมอันไร้มนุษยธรรมที่เกิดขึ้น การสลายการชุมนุมด้วยวิธีการดังกล่าว นอกจากจะส่งผลให้เกิดความแตกแยกในสังคมแล้ว ยังส่งผลทำให้เกิดความสูญเสียที่ไม่จำเป็นอีกจำนวนมาก

ผู้แทนนิสิตนักศึกษามหาวิทยาลัยทั้ง 7 แห่ง จึงขอเรียกร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม ให้ปฏิบัติตามหลักสากลและหลักมนุษยธรรมในการควบคุมฝูงชน ยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงเนื่องจากไม่มีเหตุจำเป็น และเคารพสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการชุมนุม เพื่อให้ประเทศไทยมีความสงบสันติตามระบอบประชาธิปไตยต่อไป

CIBA DPU จับมือ ม. ดังอังกฤษเปิด Double Degree เรียนรู้ธุรกิจทั่วโลกหวังเพิ่มโอกาสแก่นักศึกษาไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – CIBA DPU จับมือม.ดังอังกฤษเปิด Double Degree เรียนรู้ธุรกิจทั่วโลกหวังเพิ่มโอกาสแก่นักศึกษาไทย (naewna.com)

CIBA DPU จับมือม.ดังอังกฤษเปิด Double Degree  เรียนรู้ธุรกิจทั่วโลกหวังเพิ่มโอกาสแก่นักศึกษาไทย

CIBA DPU จับมือม.ดังอังกฤษเปิด Double Degree เรียนรู้ธุรกิจทั่วโลกหวังเพิ่มโอกาสแก่นักศึกษาไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ผศ.ดร.ศิริเดช คำสุพรหม คณบดีวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) หรือ DPU เปิดเผยว่า ด้วยการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โลกและการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้แต่ละมหาวิทยาลัยต้องมีการปรับตัวทั้งในเรื่องของการเรียนการสอนหลักสูตรเพื่อให้นักศึกษาได้เข้าถึงองค์ความรู้และโอกาสทางการศึกษาให้มากที่สุด วิทยาลัย CIBA ซึ่งมีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยทั้งในและต่างประเทศ จึงได้ร่วมมือกับ The Universityof Northampton ประเทศอังกฤษ ในการจัดการเรียนการสอนหลักสูตร 2 ปริญญา หรือ Double Degree ในระดับปริญญาตรีและปริญญาโท ใน 2 หลักสูตร คือ หลักสูตรบริหารธุรกิจสาขาธุรกิจระหว่างประเทศ และหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (MBA) ซึ่งทั้ง 2 หลักสูตรนี้ นักศึกษาสามารถไปเรียนที่ประเทศอังกฤษ หรือจะเรียนในประเทศไทย ซึ่งเมื่อสำเร็จการศึกษาจะได้รับปริญญา 2 ใบ จาก DPU และ The University of Northampton ประเทศอังกฤษ โดยทางมหาวิทยาลัยมีที่ปรึกษาเฉพาะทางที่พร้อมช่วยผลักดันให้ธุรกิจเกิดประสิทธิภาพสูงสุด จากความลงตัวดังกล่าวทำให้นักศึกษาที่จะเรียนในหลักสูตรได้เห็นมุมมองทางด้านธุรกิจในประเทศตะวันตกและตะวันออกขณะเดียวกันจะเป็นการเปิดเครือข่ายในการทำธุรกิจ เพราะรูปแบบการเรียนการสอนจะเน้นจากสถานการณ์จริง กรณีศึกษาจริงที่เกิดขึ้นจากในประเทศฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออก นักศึกษาจะมีโอกาสในการทำธุรกิจและเรียนรู้ธุรกิจในโลกสมัยใหม่ได้มากขึ้น

ทั้งนี้ ปัจจุบันวิทยาลัย CIBA มีการเปิดรับนักศึกษาต่างชาติเข้าเรียนกว่า20 ประเทศ ดังนั้น ในหลักสูตร 2 ปริญญาดังกล่าวจะมีนักศึกษาที่เข้าเรียนจากหลากหลายประเทศ ซึ่งจะได้แนวทางด้านธุรกิจที่มาจากบุคลากร คณาจารย์ วิทยาลัย CIBA และ The University of Northamptonรวมถึงผู้เชี่ยวชาญมากมาย โดยทั้ง 2 หลักสูตร จะเปิดการเรียนการสอนในปีการศึกษา 2564 ซึ่งจะรับคลาสละ 30 คน สำหรับผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

กฐินสามัคคี ม.มหาสารคาม สืบสานประเพณีไทย บูรณะเมรุ ศาลาพักญาติ และศาลาการเปรียญเพื่อชุมชน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – กฐินสามัคคี ม.มหาสารคาม สืบสานประเพณีไทย บูรณะเมรุ ศาลาพักญาติ และศาลาการเปรียญเพื่อชุมชน (naewna.com)

กฐินสามัคคี  ม.มหาสารคาม สืบสานประเพณีไทย  บูรณะเมรุ ศาลาพักญาติ และศาลาการเปรียญเพื่อชุมชน

กฐินสามัคคี ม.มหาสารคาม สืบสานประเพณีไทย บูรณะเมรุ ศาลาพักญาติ และศาลาการเปรียญเพื่อชุมชน

วันพฤหัสบดี ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม(มมส) จัดงานกฐินสามัคคีประจำปี 2563 ระหว่างวันที่ 9-10 ตุลาคม 2563ทอดถวาย ณ วัดดอนสวนบ้านดอนสวน ต.ท่าขอนยางอ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคามโดยได้เคลื่อนขบวนองค์กฐินจากมหาวิทยาลัยมหาสารคามไปยังวัดดอนสวน บ้านดอนสวน ต.ท่าขอนยาง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคามและร่วมถวายผ้ากฐินสามัคคี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ประจำปี 2563 และถวายปัจจัยเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 538,900.25 บาท โดยเงินจำนวนนี้เพื่อบูรณะเมรุ ศาลาพักญาติ และศาลาการเปรียญ หรือใช้ประโยชน์ในกิจของสงฆ์และชุมชน และในพิธีต่างๆ ทางพระพุทธศาสนาต่อไป

ชาวไทยยังชื่นชมพระบารมี ในหลวง ร.9 ได้จนถึง 18 ต.ค. 6 โซน ของความเป็นมาที่ยังประทับในดวงใจของไทยนิรันดร์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ชาวไทยยังชื่นชมพระบารมี ในหลวง ร.9 ได้จนถึง 18 ต.ค. 6 โซน ของความเป็นมาที่ยังประทับในดวงใจของไทยนิรันดร์ (naewna.com)

ชาวไทยยังชื่นชมพระบารมี ในหลวง ร.9 ได้จนถึง 18 ต.ค.  6 โซน ของความเป็นมาที่ยังประทับในดวงใจของไทยนิรันดร์

ชาวไทยยังชื่นชมพระบารมี ในหลวง ร.9 ได้จนถึง 18 ต.ค. 6 โซน ของความเป็นมาที่ยังประทับในดวงใจของไทยนิรันดร์

วันพฤหัสบดี ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) จัดกิจกรรมเพื่อน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม 2563 ชื่องาน “ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์” ณ ไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยงานยังคงมีต่อไปจนถึงวันที่ 18 ตุลาคม 2563

ในงาน “ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์” จะเป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างกระทรวงวัฒนธรรม กับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เครือข่ายทางวัฒนธรรม และภาคประชาชน ตามนโยบายและยุทธศาสตร์หลักในการเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ และเสริมสร้างค่านิยม อัตลักษณ์ไทยและความเป็นไทยรวมทั้งอนุรักษ์สืบทอดและต่อยอดมรดกทางศิลปวัฒนธรรมไทย ของกระทรวงวัฒนธรรม

งาน “ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์” ณ ไลฟ์สไตล์ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ประกอบด้วยการจัดแสดงนิทรรศการ ที่แบ่งเป็น 6 โซน ได้แก่ โซนที่ 1น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจ โซนที่ 2 อัครศิลปิน จัดแสดงภาพถ่ายและภาพวาดฝีพระหัตถ์ หนังสือพระราชนิพนธ์ และโน้ตดนตรีพระราชนิพนธ์ ซึ่งจะมีไฮไลท์ คือ การจัดแสดงภาพวาดฝีพระหัตถ์องค์จริง ที่หาชมได้ยาก โซนที่ 3 จัดแสดงเพลงพระราชนิพนธ์ โดยให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ฟังเพลงผ่านเทคนิคซาวด์โดม (Sound Dome System)โซนที่ 4 นิทรรศการหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โครงการในพระราชดำริ อาทิ โครงการฝนหลวง โครงการแก้มลิง โครงการแกล้งดิน โครงการหลวงพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวเขา โครงการหน่วยแพทย์พระราชทาน เป็นต้น โดยจัดในแสดงระบบ infographic touch screenโซนที่ 5 ปณิธานตามรอยเท้าพ่อ จัดแสดงในระบบ write digital on cloud ให้ผู้เข้าร่วมงานได้เขียนปณิธานการทำความดีสืบสานคำสอนของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร“พ่อของแผ่นดิน” และโซนที่ 6 เวทีการแสดงศิลปวัฒนธรรม ได้แก่ การขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ โดยศิลปินรับเชิญและการประกวดร้องเพลงพระราชนิพนธ์

ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับของที่ระลึก ได้แก่ ภาพถ่ายระลึกเนื่องในนิทรรศการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และหนังสือทศรัชบรมราชจักรีวงศ์ หนังสือศาสตร์พระราชาภาพถ่ายแสงและเงา (มีจำนวนจำกัด) ทุกคน จนกว่าหนังสือจะหมด

เผยความสำเร็จบัณฑิตอาสาภาคใต้สู้ภัยโควิด 5 วิทยาเขต แบ่งโซน ครอบคลุม เก้าจังหวัดใต้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – เผยความสำเร็จบัณฑิตอาสาภาคใต้สู้ภัยโควิด 5 วิทยาเขต แบ่งโซน ครอบคลุม เก้าจังหวัดใต้ (naewna.com)

เผยความสำเร็จบัณฑิตอาสาภาคใต้สู้ภัยโควิด  5 วิทยาเขต แบ่งโซน ครอบคลุม เก้าจังหวัดใต้

เผยความสำเร็จบัณฑิตอาสาภาคใต้สู้ภัยโควิด 5 วิทยาเขต แบ่งโซน ครอบคลุม เก้าจังหวัดใต้

วันพฤหัสบดี ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ผศ.ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) เปิดเผยถึงความสำเร็จ ของบัณฑิตจิตอาสาภาคใต้ ที่ร่วมกันสู้ภัย COVID-19 ว่า โครงการบัณฑิตอาสาสู้ภัยโควิด ได้รับสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ที่ตระหนักถึงความสำคัญการสร้างสรรค์บุคลากรของประเทศให้เป็นผู้มีจิตอาสาเพื่อปลูกฝังให้บุคคลมีคุณธรรมและจริยธรรม ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างศูนย์อาสาสมัคร ม.อ.ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยทั้ง 5 วิทยาเขต ที่มีบัณฑิตจิตอาสาจำนวน 1,000 ราย เข้าร่วมโครงการ ซึ่งแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1จำนวน 400 คน ปฏิบัติงานเป็นระยะ 4 เดือน (มิถุนายน-กันยายน) และระยะที่ 2 อีก จำนวน 400 คนปฏิบัติงาน 3 เดือน (กรกฎาคม-กันยายน) เพื่อสำรวจทุกมิติของพื้นที่ในชุมชนภาคใต้ ทั้งการจัดทำข้อมูลประสานงาน จัดทำแผนงาน ถ่ายทอดเทคโนโลยีในด้านการท่องเที่ยว เศรษฐกิจชุมชนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชตลอดจนสังคมผู้สูงอายุ เด็ก และเยาวชน

ผศ.ดร.นิวัติ กล่าวถึงกระบวนการทำงานว่า โครงการบัณฑิตอาสาสู้ภัยโควิด มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของเครือข่ายชุมชนและองค์กรพัฒนา โดยมีการกระจายการทำงานใน 160 กว่าตำบล 9 จังหวัดภาคใต้และจัดทำข้อมูล 200 คน ภายใต้โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช มีเจ้าหน้าที่สำรวจ โดยปฏิบัติงานใน 40 ตำบล 7 จังหวัดภาคใต้ ซึ่งผลการดำเนินงานโครงการบัณฑิตอาสาสู้ภัยโควิด 5 วิทยาเขต อาทิ ม.อ.วิทยาเขตตรัง ได้นำบัณฑิตอาสาเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 40 คน มุ่งเน้นการศึกษาข้อมูลพื้นฐาน การลงทุนและแผนพัฒนาด้านท่องเที่ยวกับเศรษฐกิจชุมชน ส่วนวิทยาเขตภูเก็ต นำบัณฑิตจิตอาสา จำนวน 50 คนลงในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตและจังหวัดพังงา เพื่อทำการสำรวจในเชิงเศรษฐกิจชุมชน เป็นต้น

“เรามีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่นักศึกษาจิตอาสาทั้ง 5 วิทยาเขต ได้ทำสาธารณประโยชน์เพื่อเป็นพลังขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจสมดุลและยั่งยืนในระยะยาว และยังช่วยสร้างให้บัณฑิตและบุคลากรให้มีจิตอาสาที่เข้มแข็ง เป็นการสร้างคุณค่าให้กับทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ ซึ่งการลงพื้นที่ทำการสำรวจข้อมูลนี้ ทำให้สามารถนำผลที่ได้ไปใช้ประโยชน์ในการต่อยอดเพื่อพัฒนาระบบเศรษฐกิจภาคใต้ให้เข้มแข็งและรับมือกับปัจจัยการแพร่ระบาดของ COVID-19 ได้” ผศ.ดร.นิวัติ กล่าว

3 ส.ส.พิจิตร ‘พปชร.’ ร่วมพิธีทำบุญตักบาตร วันคล้ายวันสวรรคต ‘รัชกาลที่ 9’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – 3ส.ส.พิจิตร’พปชร.’ร่วมพิธีทำบุญตักบาตร วันคล้ายวันสวรรคต’รัชกาลที่ 9′ (naewna.com)

3ส.ส.พิจิตร'พปชร.'ร่วมพิธีทำบุญตักบาตร วันคล้ายวันสวรรคต'รัชกาลที่ 9'

3ส.ส.พิจิตร’พปชร.’ร่วมพิธีทำบุญตักบาตร วันคล้ายวันสวรรคต’รัชกาลที่ 9′

วันพุธ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 15.40 น.

3 ส.ส.จังหวัดพิจิตร พปชร.เข้าร่วมพิธีทำบุญ ตักบาตร วันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ต.ค.เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พรชัย อินทร์สุข เขต 1 และ นายภูดิท อินสุวรรณ์ เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ เข้าร่วมพิธีทำบุญ ตักบาตร วันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ต.ค.เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ณ วัดท่าหลวง พระอารามหลวง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร โดยมี นายรังสรรค์ ตันเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เป็นประธานในพิธี และส่วนราชการทุกหน่วย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่

ขณะที่ นายสุรชาติ ศรีบุษกร ส.ส.พิจิตร เขต 3 พร้อมด้วย คุณปุณณรีย์ ศรีบุษกร ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง รัชกาลที่ 9​ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ณ ศาลากลางจังหวัดพิจิตร โดยมีเหล่าข้าราชการเข้าร่วมพิธีกันอย่างพร้อมเพรียง ด้วยความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์

นายสุรชาติ ระบุว่า พ่อหลวงของเราไม่อยู่แล้ว แต่คำสอนและภาพที่ท่านทรงงานเหน็ดเหนื่อยพระวรกาย มาอย่างยาวนาน เพื่อลูกไทยยังจารึกไว้ ในหัวใจของผู้จงรักภักดีเสมอ