2 ส.ส. หญิงพปชร. ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล วันคล้ายวันสวรรคต ‘รัชกาลที่ 9’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – 2ส.ส.หญิงพปชร.ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล วันคล้ายวันสวรรคต’รัชกาลที่ 9′ (naewna.com)

2ส.ส.หญิงพปชร.ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล วันคล้ายวันสวรรคต'รัชกาลที่ 9'

2ส.ส.หญิงพปชร.ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล วันคล้ายวันสวรรคต’รัชกาลที่ 9′

วันพุธ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 15.37 น.

2ส.ส.หญิงพปชร. “พิมพ์พร”เพชรบูรณ์ เขต 1 และ”กัลยา”สระบุรี เขต 1 ร่วมพิธีทำบุญถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร​ 13​ ตุลาคม

นางสาวพิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ ส.ส.จังหวัดเพชรบูรณ์ เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ ร่วมพิธีทำบุญถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร​ 13​ ตุลาคม​  มีพลตรีสามารถ มโนรถมงคล ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 36 เป็นประธานในพิธี ณ วัดสังกิจจาราม ตำบลสะเดียง อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์

นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย ส.ส.จังหวัดสระบุรี เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลและพิธีน้อมรำลึกในวันวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร​ 13​ ตุลาคม เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ณ ศูนย์ราชการ จังหวัดสระบุรี

เลิกความผิด ‘ค้าประเวณี’ แก้ ‘ส่วย-ค้ามนุษย์-โรคติดต่อ’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – เลิกความผิด‘ค้าประเวณี’ แก้‘ส่วย-ค้ามนุษย์-โรคติดต่อ’ (naewna.com)

เลิกความผิด‘ค้าประเวณี’  แก้‘ส่วย-ค้ามนุษย์-โรคติดต่อ’

เลิกความผิด‘ค้าประเวณี’ แก้‘ส่วย-ค้ามนุษย์-โรคติดต่อ’

วันพุธ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 08.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ มูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ (Empower Foundation) องค์กรภาคประชาสังคม (NGO) ที่รณรงค์เรื่องสิทธิของผู้ขายบริการทางเพศและพนักงานในสถานบันเทิง “เชิญชวนประชาชนร่วมลงชื่อยกเลิกการกำหนดให้การขายบริการทางเพศในกรณีสมัครใจและมีอายุ 18 ปีขึ้นไปเป็นความผิดตามกฎหมาย” ซึ่งปัจจุบันยังมีการระบุความผิดเรื่องดังกล่าวไว้ใน พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 (มาตรา 7) มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน-2 ปี หรือปรับตั้งแต่ 10,000-40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ “ตลอดระยะเวลาที่กฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้ พบว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ รวมถึงการค้าประเวณีในกลุ่มเด็กและเยาวชนได้จริง”ดังจะเห็นข่าวการจับกุมสถานบริการที่ล่อลวงผู้ที่ไม่ได้สมัครใจ รวมถึงที่นำพาเด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีมาขายบริการทางเพศอยู่เป็นระยะๆ “หากยกเลิกความผิดฐานค้าประเวณี คนที่ทำอาชีพดังกล่าวโดยสมัครใจจะช่วยเป็นหูเป็นตาช่วยแจ้งเบาะแสให้รัฐได้อีกทางหนึ่ง” เพราะไม่ต้องกังวลว่าเมื่อไปสถานีตำรวจแล้วตนเองจะถูกจับกุมดำเนินคดีก่อนในข้อหาค้าประเวณี

นอกจากนี้ยังช่วย “แก้ปัญหาคอร์รัปชั่น” ที่ผ่านมา “แม้ประเทศไทยจะกำหนดให้การค้าประเวณีเป็นอาชีพผิดกฎหมาย แต่ในความเป็นจริงไม่ว่าคนไทยหรือนักท่องเที่ยวต่างชาติต่างรู้ดีว่าจุดไหนของแต่ละเมืองเป็นสถานบริการที่มีการขายบริการทางเพศ คำถามคือสถานบริการเหล่านี้เปิดได้อย่างไร” เจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลพื้นที่นั้นไม่รู้เรื่องจริงหรือ “การยกเลิกความผิดฐานค้าประเวณี จะทำให้เม็ดเงินที่อยู่นอกระบบถูกดึงกลับเข้ามาเป็นรายได้ของรัฐ” เป็นงบประมาณแผ่นดินนำไปพัฒนาประเทศ เป็นประโยชน์ต่อประชาชนโดยรวม

อนึ่ง “ข้อกังวลที่ว่าหากยกเลิกความผิดฐานค้าประเวณีแล้วจะทำให้ไม่สามารถคุ้มครองเด็กและเยาวชน หรือไม่อาจปกป้องประชาชนจากการถูกบังคับล่อลวงไปขายบริการทางเพศนั้น ในความเป็นจริงประเทศไทยมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว” เช่น ประมวลกฎหมายอาญา ว่าด้วยความผิดฐานพรากผู้เยาว์ (มาตรา 317-319)และหมวดความผิดเกี่ยวกับเพศ (อาทิ มาตรา 277, 278, 279,282, 283, 283 ทวิ, 284เป็นต้น) รวมถึง พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กพ.ศ.2546 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551

“การยกเลิกความผิดฐานค้าประเวณี (โดยสมัครใจและอายุเกิน 18 ปี) จึงไม่ทำให้ภาครัฐดำเนินมาตรการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือคุ้มครองสิทธิและสวัสดิภาพของเด็กและเยาวชนได้น้อยลงแต่อย่างใด” ในทางกลับกัน “การยกเลิกความผิดฐานค้าประเวณี ยังเพิ่มการคุ้มครองแรงงานกลุ่มนี้ด้วย” เช่น หากอยู่ใน
สถานบริการก็จะเข้าสู่ช่องทางกฎหมายคุ้มครองแรงงานและกฎหมายประกันสังคม

หรือหากอยู่ข้างนอก อย่างน้อยที่สุดสามารถปฏิเสธลูกค้าที่ต้องการใช้บริการแบบไม่ปลอดภัยทั้งเรื่องความรุนแรงและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น มีการทำร้ายร่างกาย หรือไม่ใช้ถุงยางอนามัย “หากการขายบริการทางเพศยังเป็นความผิดอาจทำให้ผู้ขายบริการไม่กล้าปฏิเสธหรือไม่กล้าไปแจ้งความ กรณีถูกบังคับให้มีเพศสัมพันธ์แบบไม่ปลอดภัย ซึ่งนอกจากจะส่งผลกระทบต่อผู้ขายบริการแล้วยังรวมถึงสังคมโดยรวมด้วย” เพราะเท่ากับยังเปิดช่องให้มีกลุ่มเสี่ยงเอื้อต่อการเกิดโรคระบาด

การยกเลิกความผิดฐานค้าประเวณีจึงเป็นทั้งการควบคุมโรค และยังสอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนสากล เพราะแม้กระทั่งคนทำผิดกฎหมายถูกจำคุกจำกัดอิสรภาพ แต่ก็ยังต้องมีมาตรฐานขั้นต่ำในการคุ้มครองในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ไม่สามารถลงโทษโดยทารุณโหดร้ายได้ นอกจากนี้ “การยกเลิกความผิดฐานค้าประเวณี ยังทำให้คนเหล่านี้มีทางเลือกมากขึ้นในอนาคต หากวันหนึ่งต้องการออกจากอาชีพดังกล่าวก็สามารถไปหางานอื่นทำได้ โดยไม่ถูกตีตราเลือกปฏิบัติ” จากประวัติอาชญากรรมที่ครั้งหนึ่งเคยถูกจับในข้อหาค้าประเวณี

สำหรับผู้ที่ต้องการร่วมลงชื่อยกเลิกความผิดฐานค้าประเวณี สามารถเข้าไปดาวน์โหลดเอกสารร่วมลงชื่อและศึกษารายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ https://www.empowerlibrary.online เลือกหัวข้อ “NobodyWrong Empower” หรือที่เฟซบุ๊คแฟนเพจ“Empower Foundation” หรือหมายเลขโทรศัพท์ 053-282504 และส่งเอกสารร่วมลงชื่อได้ที่ มูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ 322 เชียงใหม่แลนด์ ถ.ช้างคลาน ต.ช้างคลาน อ.เมืองจ.เชียงใหม่ 50100 โดยเมื่อครบ 1 หมื่นรายชื่อตามที่รัฐธรรมนูญฉบับ 2560 กำหนดแล้ว จะยื่นต่อรัฐสภาเพื่อเข้าสู่ช่องทางพิจารณากฎหมายต่อไป!!!

ปชช.แห่ให้กำลังใจนายกฯ ตะโกน ‘ลุงตู่ สู้ ๆ’ ลั่นกลางสนามหลวง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ปชช.แห่ให้กำลังใจนายกฯ ตะโกน’ลุงตู่ สู้ ๆ’ ลั่นกลางสนามหลวง (naewna.com)

ปชช.แห่ให้กำลังใจนายกฯ  ตะโกน'ลุงตู่ สู้ ๆ' ลั่นกลางสนามหลวง

ปชช.แห่ให้กำลังใจนายกฯ ตะโกน’ลุงตู่ สู้ ๆ’ ลั่นกลางสนามหลวง

วันอังคาร ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 21.30 น.

วันที่ 13 ตุลาคม 2563. เวลา​ 20.00 น. ภายหลังพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีหลังเสด็จพระราชดำเนินมาประกอบพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พุทธศักราช 2563 ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง และได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนประชาชนที่มารอเฝ้ารับเสด็จเสร็จสิ้น

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา​ นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมภริยา ได้ร่วมส่งเสด็จพระราชดำเนินกลับ

จากนั้นประชาชน ได้เข้ามาให้กำลังใจนายกรัฐมนตรีระหว่างที่เดินจากหน้าศาลฎีกา เข้ามาเป็นประธานในพิธีจุดเทียนเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ภายในท้องสนามหลวง

โดยตลอดทางที่นายกรัฐมนตรีเดินท่ามกลางสายฝน ประชาชนต่างตะโกนเป็นเสียงเดียวกันว่า “ลุงตู่สู้ๆ” และประชาชนต่างเขามาสวัสดี ทักทาย ซึ่งนายกรัฐมนตรี ยิ้ม และทักทายพูดคุยตลอดทางจนเข้ามาภายในท้องสนามหลวง

นายกฯเป็นประธานในพิธีจุดเทียนน้อมรำลึก วันคล้ายวันสวรรคต ในหลวง ร.9 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – นายกฯเป็นประธานในพิธีจุดเทียนน้อมรำลึก วันคล้ายวันสวรรคต ในหลวง ร.9 (naewna.com)

นายกฯเป็นประธานในพิธีจุดเทียนน้อมรำลึก วันคล้ายวันสวรรคต ในหลวง ร.9

นายกฯเป็นประธานในพิธีจุดเทียนน้อมรำลึก วันคล้ายวันสวรรคต ในหลวง ร.9

วันอังคาร ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 21.20 น.

นายกรัฐมนตรีและภริยา เป็นประธานในพิธีจุดเทียนน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 

วันที่ 13 ตุลาคม 2563 เวลา 20.15 น. ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นางนราพร จันทร์โอชา ภริยา เป็นประธานในพิธีจุดเทียนน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยมีประธานรัฐสภา ประธานศาลฎีกาและคู่สมรส ประธานวุฒิสภา ประธานองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญและภริยา คณะรัฐมนตรีและคู่สมรส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการตุลาการ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและภริยา เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงและหัวหน้าส่วนราชการเทียบเท่า ปลัดกรุงเทพมหานคร ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ภริยา ภาคีเครือข่ายภาคเอกชน และประชาชน เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงกัน

เมื่อนายกรัฐมนตรีและภริยาเดินทางถึงท้องสนามหลวง และเข้าประจำจุดยืน นายกรัฐมนตรีและผู้ร่วมพิธีถวายความเคารพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จากนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ความว่า

“เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในวันนี้ ข้าพระพุทธเจ้าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ข้าราชการ และพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ที่ได้มาชุมนุมกันอย่างพร้อมเพรียง ณ ที่แห่งนี้ และสถานที่ต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ต่างน้อมจิตตั้งมั่นเป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อร่วมกันแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาสุดมิได้ ตลอดระยะเวลากว่า 70 ปี แห่งรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ปวงพสกนิกรใต้ร่มพระบารมีทั่วราชอาณาจักร ต่างประจักษ์ซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณและพระเมตตา  ที่ได้ทรงทุ่มเทกำลังพระวรกายและกำลังพระสติปัญญา ปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขแห่งปวงพสกนิกร

โครงการในพระราชดำริน้อยใหญ่ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างอเนกอนันต์แก่ประเทศชาติ ทั้งได้พระราชทานหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง   เพื่อเป็นแนวทางให้อาณาประชาราษฎร์ได้ดำเนินชีวิตโดยใช้ความรู้และสติปัญญาเป็นภูมิคุ้มกัน อีกทั้งยังก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนของประเทศต่าง ๆ ที่ได้น้อมนำแนวทางพระราชทานไปปฏิบัติ พระเกียรติคุณแผ่ไพศาลขจรขจายไปทั่วทิศานุทิศ แสงแห่งดวงประทีปที่ส่องไสวอยู่ทั่วแผ่นดินนี้ เปรียบประดุจดั่งจิตอันบริสุทธิ์ของปวงพสกนิกร ที่ล้วนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ปวงข้าพระพุทธเจ้าจักน้อมนำแนวทางพระราชดำริที่ได้พระราชทานไว้ เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวในการปฏิบัติหน้าที่และดำรงตน เพื่อสร้างประโยชน์สุขแก่ประเทศชาติสืบไป

เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในวันนี้ ขอให้ผู้ที่ร่วมชุมนุมกัน ณ สถานที่แห่งนี้และสถานที่ต่าง ๆ พร้อมใจกันยืนสงบนิ่ง เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทยตราบกาลนิรันดร์”

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีพร้อมผู้ร่วมพิธีถือเทียนและยืนสงบนิ่งน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นเวลา 89 วินาที จากนั้น นายกรัฐมนตรีและผู้เข้าร่วมพิธีชมวีดิทัศน์น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ  ต่อด้วยชมการแสดงอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) แปรอักษรน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ จำนวน 700 ลำ โดยสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ร่วมกับบริษัทในเครือบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) แล้วนายกรัฐมนตรีและภริยา เดินทางกลับ

พสกนิกรหลั่งไหลเฝ้ารับเสด็จในหลวง เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตในหลวง ร.9 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – พสกนิกรหลั่งไหลเฝ้ารับเสด็จในหลวง เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตในหลวง ร.9 (naewna.com)

พสกนิกรหลั่งไหลเฝ้ารับเสด็จในหลวง เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตในหลวง ร.9

พสกนิกรหลั่งไหลเฝ้ารับเสด็จในหลวง เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตในหลวง ร.9

วันอังคาร ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 19.02 น.

วันที่ 13 ตุลาคม 2563  พสกนิกรร่วมใจใส่เสื้อเหลือง  เฝ้ารับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ยังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง ในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พุทธศักราช 2563 

พสกนิกรหลั่งไหลเข้ากราบพระบรมรูป ร.9 ที่ปราสาทพระเทพบิดรเนืองแน่น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – พสกนิกรหลั่งไหลเข้ากราบพระบรมรูป ร.9 ที่ปราสาทพระเทพบิดรเนืองแน่น (naewna.com)

พสกนิกรหลั่งไหลเข้ากราบพระบรมรูป ร.9 ที่ปราสาทพระเทพบิดรเนืองแน่น

พสกนิกรหลั่งไหลเข้ากราบพระบรมรูป ร.9 ที่ปราสาทพระเทพบิดรเนืองแน่น

วันอังคาร ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 14.58 น.

วันที่ 13 ตุลาคม 2563 เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้พสกนิกรเข้าถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ที่ปราสาทพระเทพบิดร วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 08.00- 17.00 น.

ทั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่า ได้กราบถวายบังคมพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ประดิษฐานอยู่ในปราสาทพระเทพบิดร 

โดยเวลา 09.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมภริยา และคณะรัฐมนตรี เข้ากราบถวายบังคม ทั้งนี้ เปิดให้ประชาชนเข้าถวายบังคมทางทิศเหนือ โดยเจ้าหน้าที่ได้ให้ประชาชนเดินตามระเบียงคดวัดพระแก้วเพื่อหลบฝนที่โปรยปรายลงมาเป็นระยะๆและให้เข้าถวายบังคมชุดละ 50 คน ตลอดทั้งวัน ได้มีประชาชนจำนวนมากพร้อมใจสวมใส่เสื้อสีเหลืองเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบเข้าถวายบังคมอย่างเนืองแน่น เพื่อร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ทรงเสียสละกำลังพระวรกาย พระราชทรัพย์ พระสติปัญญา และพระปรีชาสามารถในด้านต่างๆให้พสกนิกร ยู่ดีกินดีมีความสุข

สำหรับพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีความสูงจากพระบาทถึงพระเศียร ขนาด 172 เซนติเมตร ความสูงฐานพระบรมรูปขนาด 7 เซนติเมตร ความสูงรวมขนาด 179 เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 50 เซนติเมตร น้ำหนักรวม 156 กิโลกรัม หล่อด้วยโลหะบรอนซ์ 

ด้าน น.ส.สุวสา ขัยสุรัตน์ อายุ 72 ปี ข้าราชการครูบำนาญ กล่าวว่า เดินทางมาจากบ้านพักย่านบึงกุ่ม  กรุงเทพฯ พร้อมเพื่อนบ้านเพื่อเข้าถวายบังคมพระบูรพมหากษัตริยาธิราช เป็นการเข้ากราบครั้งแรกในชีวิต เพราะหาโอกาสเข้ากราบได้น้อยมาก ก็รู้สึกซาบซึ้งที่พระบูรพมหากษัตริยาธิราชทุกพระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อประชาชนและประเทศชาติ พสกนิกรมีความจงรักภักดีและเคารพต่อสถาบัน ซึ่งเราเกิดในแผ่นดินรัชกาลที่ 9 ถึงวันสำคัญก็จะระลึกถึงสวมใส่เสื้อสีเหลืองเพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดี เราเห็นพระองค์ท่านทรงงานเพื่อพสกนิกรชาวไทยตลอดมา พระองค์ท่านเสด็จไปทุกที่ที่ประชาชนเดือดร้อน เห็นแล้วซาบซึ้งมาก

              

หนีม็อบ! รร.สตรีวิทยาประกาศหยุดการเรียนการสอน เลี่ยงชุมนุม 14 ตุลาฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – หนีม็อบ! รร.สตรีวิทยาประกาศหยุดการเรียนการสอน เลี่ยงชุมนุม 14 ตุลาฯ (naewna.com)

หนีม็อบ! รร.สตรีวิทยาประกาศหยุดการเรียนการสอน เลี่ยงชุมนุม 14 ตุลาฯ

หนีม็อบ! รร.สตรีวิทยาประกาศหยุดการเรียนการสอน เลี่ยงชุมนุม 14 ตุลาฯ

วันอังคาร ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 14.54 น.

13 ตุลาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางวรรณดี นาคสุขปาน ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีวิทยา ลงนามในประกาศโรงเรียนสตรีวิทยา เรื่อง แจ้งหยุดเรียนและการเรียนในวันที่ 14 ตุลาคม 2563 ด้วยโรงเรียนสตรีวิทยาได้รับข้อมูลข่าวสารออนไลน์และสื่อสาธารณะถึงสถานการณ์ที่จะมีผู้นัดชุมนุมบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เวลา 14.00 น. ของวันพุธที่ 14 ตุลาคม 2563 และจะค้างคืนต่อเนื่อง ที่บริเวณทำเนียบรัฐบาล โดยจะมีผู้เข้าร่วมชุมนุมจำนวนมาก โรงเรียนสตรีวิทยาตั้งอยู่บริเวณใกล้กับพื้นที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อความสะดวกและปลอดภัย ในการเดินทางไป-กลับของนักเรียน

โรงเรียนสตรีวิทยาจึงขอแจ้งหยุดเรียนในวันพุธที่ 14 ตุลาคม 2563 และการเรียนชดเชย โดยโรงเรียนจะจัดการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์ชดเชย ขอให้นักเรียนเข้าเรียนทุกรายวิชาตามตารางเรียน ทำแบบฝึก ส่งงานให้แล้วเสร็จ ภายในวันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม 2563 เวลา 21.00 น. เพื่อให้สาระความรู้และเวลาเรียนครบตามหลักสูตร

ทั้งนี้ หากโรงเรียนมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ จะแจ้งผ่านเวบไซต์ของโรงเรียนเพื่อให้นักเรียนและผู้ปกครองทราบต่อไป ประกาศ ณ วันที่ 12 ตุลาคม 2563

สมเด็จพระสังฆราชฯ นำปชช.บำเพ็ญกุศลน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่ 9 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – สมเด็จพระสังฆราชฯ นำปชช.บำเพ็ญกุศลน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่ 9 (naewna.com)

สมเด็จพระสังฆราชฯ นำปชช.บำเพ็ญกุศลน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่ 9

สมเด็จพระสังฆราชฯ นำปชช.บำเพ็ญกุศลน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่ 9

วันอังคาร ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 12.32 น.

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2563 เวลา 06.30 น. สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จลงพระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม  ทรงเป็นประธานสงฆ์รับผ้าป่าสมทบทุน “โครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย” ตามพระราชดำริใน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โอกาสนี้ทรงมีพระดำรัสความว่า “ตลอดระยะเวลา 70 ปี แห่งการครองราชย์ ตั้งแต่พุทธศักราช 2489 ตราบจนกระทั่งเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พุทธศักราช 2559 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้ทรงดำรงมั่นอยู่ในทศพิธราชธรรม และทรงยึดมั่นในพระปฐมบรมราชโองการ “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” อีกทั้งทรงพระวิริยะ อุตสาหะปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการ หยาดพระเสโทอันเกิดจากการที่พระองค์ทรงทุ่มเทพระวรกายเพื่อประชาชน เปรียบเสมือนหยาดน้ำทิพย์ที่ชโลมผืนแผ่นดินและจิตใจของพสกนิกรให้ได้รับความร่มเย็น ตลอดจนทุกคราที่ชาติบ้านเมืองประสบความทุกข์ยากจากวิกฤตภัยต่างๆ พระองค์ได้ทรงพระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ และพระราชทานแนวทางเพื่อคลี่คลายขจัดปัญหาให้ผ่านพ้นไปด้วยดี นำความผาสุกมาสู่ประเทศและอาณาประชาราษฎร์โดยถ้วนหน้า”

ในการนี้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์  และประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน นำคณะผู้บริหารข้าราชการกรมการพัฒนาชุมชน ร่วมทอดผ้าป่าการศึกษาสมทบทุน “โครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย” และทำบุญใส่บาตรพระภิกษุ 50 รูปร่วมกับประชาชนจำนวนมาก ณ  วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพฯ

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ กล่าวว่า ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีต่อเหล่าปวงชนชาวไทย ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหมดจะขอสืบสานพระราชปณิธานด้วยการ “ปฏิบัติบูชา” ตามคำพ่อสอน ด้วยความจงรักภักดี จะยึดมั่นในการปฏิบัติดี รักษาชาติบ้านเมือง และสร้างสรรค์คุณประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาขน สนองพระมหากรุณาธิคุณตลอดไป”

“ตลอดทั้งเดือนตุลาคมนี้ กรมการพัฒนาชุมชนขอเชิญชวนให้ข้าราชการกรมการพัฒนาชุมชนร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนและพี่น้องประชาชนร่วมกันจัดกิจกรรมจิตอาสาต่างๆตามความเหมาะสม เพื่อเป็นปฏิบัติบูชาถวายแด่พ่อของแผ่นดิน” นายสุทธิพงษ์ กล่าว

โลกนักอ่านร่วมใจช่วยภัยโควิดในเมียนมา ซีเอ็ด นำหน้าตั้งโต๊ะรับบริจาคทั่วประเทศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – โลกนักอ่านร่วมใจช่วยภัยโควิดในเมียนมา ซีเอ็ด นำหน้าตั้งโต๊ะรับบริจาคทั่วประเทศ (naewna.com)

โลกนักอ่านร่วมใจช่วยภัยโควิดในเมียนมา  ซีเอ็ด นำหน้าตั้งโต๊ะรับบริจาคทั่วประเทศ

โลกนักอ่านร่วมใจช่วยภัยโควิดในเมียนมา ซีเอ็ด นำหน้าตั้งโต๊ะรับบริจาคทั่วประเทศ

วันอังคาร ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สภาธุรกิจไทย-เมียนมา ร่วมกับมูลนิธิพัฒนาอุตสาหกรรมและหน่วยงานพันธมิตรเครือข่ายต่างๆ ร่วมมือร่วมใจ ช่วยภัยโควิด-19ในประเทศเมียนมา ภายใต้โครงการ “มิตรภาพสู้ภัยปันน้ำใจสู้ภัยCOVID-19 ในประเทศเมียนมา” เนื่องจากการระบาดในรอบที่สองจนเกิดผู้ติดเชื้อสะสมเพิ่มขึ้นเป็น 20,044 คนและมีจำนวนผู้เสียชีวิต 471 คน ทำให้เกิดปัญหาอุปสรรคการขาดแคลนสิ่งของทางด้านเวชภัณฑ์ที่จำเป็น อาทิ ผ้าปิดจมูก น้ำยาล้างมือ ชุดเครื่องมือแพทย์ ถุงมือ เป็นต้น

บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) หนึ่งในเครือข่ายพันธมิตรเป็นส่วนหนึ่งใน โครงการ…ได้ทำการประชาสัมพันธ์เพื่อขอรับบริจาคผ่านร้านหนังสือที่มีสาขาครอบคลุมมากที่สุดทั่วประเทศ ด้วยความพร้อมที่จะเป็นจุดรับบริจาคธารน้ำใจเพื่อนนักอ่านชาวไทย ซึ่งมีผู้ที่สนใจได้ร่วมบริจาคเวชภัณฑ์มาเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ เมื่อวันพุธที่ 7ตุลาคมที่ผ่านมานั้นร้านหนังสือ ซีเอ็ด โดยคุณสวรรย์ พิภูษณานนท์ผู้อำนวยการ ฝ่ายการตลาดองค์กร บมจ.ซีเอ็ดยูเคชั่นได้ร่วมพิธีการส่งมอบสิ่งของเวชภัณฑ์ในโครงการ “มิตรภาพสู้ภัยปันน้ำใจสู้ภัย COVID-19 ในประเทศเมียนมา” ซึ่งได้รับเกียรติจากฯพณฯ ท่านเอกอัครราชทูตเมียนมาประจำประเทศไทย H.E. Myo MyintThan และคุณกริช อึ้งวิฑูรสถิตย์ประธานสภาธุรกิจไทย-เมียนมา พร้อมคณะร่วมส่งมอบโดยสิ่งของเหล่านี้ จะทำการส่งมอบต่อให้กระทรวงสาธารณสุขเมียนมาต่อไป สำหรับผู้ที่สนใจยังสามารถร่วมบริจาคได้ตั้งแต่วันนี้-15 ตุลาคม2563 ที่ร้านซีเอ็ดทุกสาขา

บำเพ็ญกุศลถวาย ‘ร.9’ น้อมรำลึกวันสวรรคต 13 ตุลาคม ทำบุญตักบาตรทั่วประเทศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – บำเพ็ญกุศลถวาย‘ร.9’ น้อมรำลึกวันสวรรคต13ตุลาคม ทำบุญตักบาตรทั่วประเทศ (naewna.com)

บำเพ็ญกุศลถวาย‘ร.9’  น้อมรำลึกวันสวรรคต13ตุลาคม  ทำบุญตักบาตรทั่วประเทศ

บำเพ็ญกุศลถวาย‘ร.9’ น้อมรำลึกวันสวรรคต13ตุลาคม ทำบุญตักบาตรทั่วประเทศ

วันอังคาร ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

บำเพ็ญกุศลถวาย‘ร.9’ น้อมรำลึกวันสวรรคต13ตุลาคม

ทำบุญตักบาตรทั่วประเทศ ร่วมแสดงความจงรักภักดี

สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

กองทัพบก-กองทัพเรือ ชวนประชาชนร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลและน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ “ในหลวง รัชกาลที่ 9” โอกาสครบ 4 ปี วันคล้ายวันสวรรคต ซึ่งกองทัพเรือ จัดกิจกรรม “แสงเทียนแห่งใจ จารึกไว้ตราบนิรันดร์ มท.แจ้งทุกจังหวัดพร้อมจัดพิธีบำเพ็ญกุศลน้อมรำลึกวันคล้ายวันสวรรคต “รัชกาลที่ 9”
ทั้งทำบุญตักบาตร–วางพวงมาลา–จุดเทียนรำลึกและบำเพ็ญประโยชน์ในกิจกรรมจิตอาสาถวายเป็นพระราชกุศล ศิษย์เก่า 4 โรงเรียนดังจตุรมิตร กรุงเทพคริสเตียน สวนกุหลาบวิทยาลัย อัสสัมชัญ เทพศิรินทร์ ถวายบังคมพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวง ร.9 หน้าพระบรมมหาราชวัง

พสกนิกรและหน่วยงานราชการทั่วประเทศพร้อมใจจัดพิธีบำเพ็ญกุศลและพิธีน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรครบรอบ 4 ปี วันที่ 13 ตุลาคม โดยมีพิธีทำบุญตักบาตร จุดเทียนน้อมรำลึกในหลวง รัชกาลที่ 9

ทบ.บำเพ็ญกุศลวันสวรรคตครบ4ปี

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นประธาน พร้อมคณะผู้บังคับบัญชา และกำลังพลร่วมกิจกรรมบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศล ครบรอบ 4 ปี วันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยกิจกรรมประกอบด้วย พิธีตักบาตรพระสงฆ์ 20 รูป จากวัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร ถวายเป็นพระราชกุศล บริเวณลานด้านหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 กองบัญชาการกองทัพบก จากนั้นมีพิธีสวดพระพุทธมนต์ โดยนิมนต์พระสงฆ์ 10 รูป จากวัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร ประกอบพิธี

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นพระมหากษัตริย์ไทย รัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี ทรงครองราชย์สมบัติ ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2489 นับเป็นพระมหากษัตริย์ไทยที่ทรงครองราชสมบัติยาวนานที่สุดในประเทศไทย ตลอดระยะเวลากว่า 70 ปีที่ทรงครองราชย์ พระองค์ทรงปกครองราษฎรไทยด้วยน้ำพระราชหฤทัยงดงามเปี่ยมด้วยพระเมตตา ภายใต้ปฐมพระบรมราชโองการที่ว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”

สำหรับปีนี้กองทัพบก ประสานความร่วมมือกับส่วนราชการ ภาครัฐ และภาคเอกชน จัดกิจกรรมถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต 13 ตุลาคม ณ สถานที่ต่างๆ ในพื้นที่กรุงเทพฯ และส่วนภูมิภาค พื้นที่ละ 9 แห่ง อย่างยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ พร้อมกันนี้ กองทัพบก ขอเชิญชวนประชาชนร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลและพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อน้อมรำลึกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศ

ทร.จุดเทียนน้อมรำลึกร.9สวรรคต

ด้านพล.ร.ท. เชษฐา ใจเปี่ยม โฆษกกองทัพเรือ (ทร.) แถลงข่าว กองทัพเรือจัดกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต 13 ตุลาคม 2563 ว่า กองทัพเรือจัดให้มีกิจกรรม “แสงเทียนแห่งใจ จารึกไว้ตราบนิรันดร์” เพื่อร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่มีต่อกองทัพเรือ ณ อุทยาน “เรือของพ่อ” เรือ ต. 91 หน้าอ่าวดงตาล อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยกิจกรรมที่ขึ้น เป็นการแสดงดนตรีโดยวงซิมโฟนีออเคสตร้าดุริยางค์ทหารเรือเต็มวง พร้อมศิลปินรับเชิญ อาทิ เรือตรี สันติ ลุนเผ่ การจัดนิทรรศการ “พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 กับ งานนาวาสถาปัตย์” มีเรือรบของกองทัพเรือลอยลำหน้าอ่าวดงตาล โดยกำลังพลประจำเรือจะร่วมจุดเทียน บริเวณดาดฟ้าเรือ จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรมดังกล่าวตั้งแต่เวลา 17.30 น. โดยมีส่วนของพิธีจุดเทียนเวลา 19.30 น

ศธ.ทำบุญตักบาตรวันสวรรคตร.9

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) เป็นประธานพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนการิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีผู้บริหารระดับสูง และบุคลากรกระทรวงศึกษาธิการเข้าร่วมโดยพร้อมเพรียง ที่หน้ากระทรวงศึกษาธิการ

โดย รมว.ศึกษาฯประเคนจตุปัจจัยไทยธรรม ทอดผ้าไตร จำนวน 10 ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ พระสงฆ์อนุโมทนา จากนั้นได้ร่วมกันตักบาตรพระสงฆ์และสามณร 89 รูป เพื่อน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงให้ความสำคัญ ส่งเสริมและพัฒนา “การศึกษา” ทุกระดับ ทุกประเภท ทั้งในระบบโรงเรียน และนอกระบบโรงเรียน ตลอดจนดูแลการศึกษาให้เข้าถึงเด็กทุกคนไม่ว่าจะอยู่ในถิ่นทุรกันดารเพียงใด ด้วยพระอัฉริยภาพได้พระราชทานยกระดับและแก้ปัญหาคุณภาพการศึกษา อาทิ การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม หรือครูตู้ หนึ่งในโครงการพระราชดำริเพื่อแก้ปัญหาและยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนในเมืองและชนบทให้ใกล้เคียงกัน และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้จัดตั้ง “โครงการสารานุกรมไทย” ด้วยทรงห่วงว่าเด็กและเยาวชนจะไม่มีแหล่งข้อมูลค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติม และทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อเด็กยากไร้ ขาดทุนทรัพย์ ทรงพระราชทานจัดตั้งมูลนิธิ ตลอดจนทุนการศึกษาพระราชทาน เช่น มูลนิธิราชประชานะเคราะห์ โครงการพระดาบส เพื่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา แต่สนใจใฝ่ศึกษาให้ได้รับโอกาสฝึกวิชาชีพช่างและฝึกอบรมคุณธรรมศีลธรรม เพื่อให้นำไปประกอบอาชีพเลี้ยงตนเอง ครอบครัว ช่วยเหลือสังคมประเทศชาติได้

4รร.ดังถวายบังคมพระบรมฉายาลักษณ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน ภาคี 4 โรงเรียนจตุรมิตร กรุงเทพควิสเตียนวิทยาลัย สวนกุหลาบวิทยาลัย อัสสัมชัญ และเทพศิรินทร์ นำคณะครู นักเรียนและศิษย์เก่าประมาณ 1,000 คน จัดกิจกรรมจตุรมิตร ล้วนรู้รักสามัคคี เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระมหากษัตริย์ ที่ทรงทำนุบำรุง บูรณะประทศมาต่อเนื่อง โดยน้อมนำปรัชญาพอเพียงมาใช้ในการดำรงชีวิตและการศึกษาในโรงเรียน

เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต 13 ตุลาคม โดยจัดขบวนนักเรียนนำแถวโดยกองดุริยางค์จากทุกโรงเรียน และกองลูกเสือเกียรติยศ เข้าถวายบังคมพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่หน้ากำแพงพระบรมมหาราชวัง พร้อมกล่าวคำมั่นสัญญา จะเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ จะรู้รักสามัคคี และจะทำหน้าที่เป็นพลเมืองดี ทั้งนี้ ในวันที่ 13 ตุลาคม เวลา 17.00 น. ทั้ง 4 สมาคมฯ จะร่วมกับกรุงเทพมหานคร จัดกิจกรรมแสดงดนตรี ที่สวนลอยฟ้าเจ้าพระยาสะพานพระปกเกล้า โดยการบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ให้ประชาชนให้ประชาชนได้รับฟังด้วย

ทั่วปท.น้อมรำลึกรัชกาลที่9

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า กระทรวงมหาดไทยแจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดจัดพิธีบำเพ็ญกุศลและพิธีน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในวันอังคารที่ 13 ตุลาคม 2563 โดยมีกิจกรรม ดังนี้ เวลา 07:00 น. พิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล ณ ศาลากลางจังหวัดหรือสถานที่เหมาะสม เวลา 08:15 น. พิธีวางพวงมาลาและถวายบังคม เวลา 19:00 น. พิธีจุดเทียนเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร นอกจากนี้ จะมีการจัดกิจกรรมจิตอาสาถวายพระราชกุศล “ปณิธานความดี ทำดีเริ่มได้ที่ใจเรา” ในวันดังกล่าวด้วย