‘ผบ.ทบ.’ นำทัพร่วมบำเพ็ญกุศล ครบรอบ 4 ปีวันสวรรคต ‘รัชกาลที่9’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘ผบ.ทบ.’นำทัพร่วมบำเพ็ญกุศล ครบรอบ4ปีวันสวรรคต’รัชกาลที่9’ (naewna.com)

'ผบ.ทบ.'นำทัพร่วมบำเพ็ญกุศล ครบรอบ4ปีวันสวรรคต'รัชกาลที่9'

‘ผบ.ทบ.’นำทัพร่วมบำเพ็ญกุศล ครบรอบ4ปีวันสวรรคต’รัชกาลที่9’

วันจันทร์ ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 10.15 น.

12 ต.ค.63 พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธาน พร้อมด้วย คณะผู้บังคับบัญชา และกำลังพลร่วมกิจกรรมบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศล ครบรอบ 4 ปี วันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

โดยกิจกรรมประกอบด้วย พิธีตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 20 รูป จากวัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร ถวายเป็นพระราชกุศล ณ บริเวณลานด้านหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 กองบัญชาการกองทัพบก

จากนั้นจึงกระทำพิธีสวดพระพุทธมนต์ ณ ห้องรับรอง 221 อาคาร 2 ชั้น 2 กองบัญชาการกองทัพบก โดยนิมนต์พระสงฆ์จำนวน 10 รูป จากวัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร ประกอบพิธี ที่ กองบัญชาการกองทัพบก ถ.ราชดำเนิน

‘เสมา1’ นำผู้บริหารทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต ‘ร.9’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘เสมา1’นำผู้บริหารทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต’ร.9’ (naewna.com)

'เสมา1'นำผู้บริหารทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต'ร.9'

‘เสมา1’นำผู้บริหารทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต’ร.9’

วันจันทร์ ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 10.02 น.

“เสมา1” นำผู้บริหาร ทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต “ในหลวง ร.9” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อการศึกษาไทย

12 ตุลาคม 2563 เวลา 07.00 น. นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนการิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยมี คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) ผู้บริหารระดับสูง และบุคลากรกระทณวงศึกษาธิการ เข้าร่วมโดยพร้อมเพรียง ที่บริเวณสนามหญ้ากระทรวงศึกษาธิการ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และผู้บริหาร พร้อมกันที่เต็นท์พิธี บริเวณสนามหญ้า พระสงฆ์ 10 รูป ขึ้นนั่งอาสน์สงฆ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย จุดเครื่องทองน้อยหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนการิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เจ้าหน้าที่กรมการศาสนา อาราธนาศีล ประธานสงฆ์ให้ศีล เจ้าหน้าที่กรมการศาสนา อาราธนาพระปริตร พระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์  ประธานในพิธี และผู้บริหารระดับสูง ที่ได้รับเชิญ ประเคนจตุปัจจัยไทยธรรม 

ประธานในพิธี ทอดผ้าไตร จำนวน 10 ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ พระสงฆ์อนุโมทนา ประธานในพิธี กรวดน้ำ รับพร ประธานในพิธี กราบลาพระรัตนตรัย ประธานในพิธี ถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์ จากนั้นประธานในพิธี ผู้บริหาร และบุคลากร ตักบาตรพระสงฆ์และสามณร จำนวน 89 รูป เป็นอันเสร็จสิ้นพิธี

ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงให้ความสำคัญ ส่งเสริมและพัฒนา “การศึกษา” ทรงใส่พระราชหฤทัยเรื่องการศึกษาของประเทศ มีพระบรมราโชบายเพื่อพัฒนาการศึกษาของประเทศในทุกระดับ  ทุกประเภท ทั้งในระบบโรงเรียน และนอกระบบโรงเรียน ตลอดจนดูแลการศึกษาให้เข้าถึงเด็กทุกคนไม่ว่าจะอยู่ในถิ่นทุรกันดารเพียงใด ก็ต้องนำการศึกษาเข้าไปถึง ด้วยพระอัฉริยภาพได้พระราชทานการยกระดับและแก้ไขปัญหาคุณภาพการศึกษามากมาย อาทิ  “การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม” หรือ ครูตู้ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริเพื่อแก้ปัญหาและยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนในเมืองและชนบทให้ใกล้เคียงกัน

กระทรวงศึกษาธิการ ได้จัด “โครงการการศึกษาสายสามัญ ด้วยระบบทางไกลผ่านดาวเทียม” โดยใช้โรงเรียนวังไกลกังวล เป็นแม่ข่ายถ่ายทอดสัญญาณไปยังโรงเรียนที่ได้รับการติดตั้งอุปกรณ์รับสัญญาณดาวเทียม ทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา และทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ จำนวน 50 ล้านบาท เป็นทุนประเดิมก่อตั้ง “มูลนิธิทางไกลผ่านดาวเทียม” ขึ้น 

การนี้ ได้เสด็จฯ พระราชทานความรู้แก่นักเรียนด้วยพระองค์เองครั้งแรกผ่านรายการ “ศึกษาทัศน์” ของมูลนิธิการศึกษาทางไกลฯ เมื่อวันที่ 6 ต.ค.2545 ที่โรงเรียนเทศบาลบ้านเขาเต่า จวบจนวันนี้ การศึกษาพระราชทางก้านเทคโนโลยียังทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้มาอย่างต่อเนื่อง และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้จัดตั้ง “โครงการสารานุกรมไทย” ด้วยทรงห่วงว่าเด็กและเยาวชนที่อยากหาความรู้เพิ่มเติมจะไม่มีแหล่งข้อมูล และทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อเด็กยากไร้ ขาดทุนทรัพย์ ทรงพระราชทานจัดตั้งมูลนิธิ ตลอดจนทุนการศึกษาพระราชทาน อันประกอบด้วย “มูลนิธิราชประชานะเคราะห์” “โครงการพระดาบส” เพื่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา แต่สนใจใฝ่ศึกษาให้ได้รับโอกาสฝึกวิชาชีพช่างและฝึกอบรมคุณธรรมศีลธรรม เพื่อให้สามารถประกอบสัมมาอาชีพสร้างตนเอง ช่วยเหลือครอบครัว สังคมประเทศชาติ

‘TIJ’ เปิดหลักสูตร ‘RoLD 2020’ ดึงผู้นำรุ่นใหม่สร้างสังคมนิติธรรม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘TIJ’เปิดหลักสูตร‘RoLD 2020’ ดึงผู้นำรุ่นใหม่สร้างสังคมนิติธรรม (naewna.com)

‘TIJ’เปิดหลักสูตร‘RoLD 2020’  ดึงผู้นำรุ่นใหม่สร้างสังคมนิติธรรม

‘TIJ’เปิดหลักสูตร‘RoLD 2020’ ดึงผู้นำรุ่นใหม่สร้างสังคมนิติธรรม

วันจันทร์ ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

“TIJ” สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) เปิดรับสมัครผู้บริหาร และผู้นำรุ่นใหม่เข้าร่วมหลักสูตรสำหรับผู้บริหารด้านหลักนิติธรรม และการพัฒนา (RoLD 2020 :Resilient Leader) เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านหลักนิติธรรมและการพัฒนาที่ยั่งยืน ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (UN SDGs) ข้อ 16 ว่าด้วยการสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างบุคลากรในหลากหลายวิชาชีพเพื่อสร้างมาตรฐานด้านหลักนิติธรรมในสังคมไทย

โดย TIJ ในฐานะสะพานเชื่อมนำเอาองค์ความรู้ด้านหลักนิติธรรมที่เป็นมาตรฐานระหว่างประเทศสู่ประเทศไทย และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้ให้ความสำคัญ ส่งเสริม และผลักดันหลักนิติธรรม และวัฒนธรรมแห่งการรักษากติกา (Culture of Lawfulness) ให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริงในสังคมไทย จึงได้จัดตั้งโครงการหลักสูตรสำหรับผู้บริหารด้านหลักนิติธรรมและการพัฒนา หรือ RoLD Program

ร่วมกับสถาบันกฎหมาย และนโยบายระดับโลก คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด หรือ Institute for Global Law and Policy (IGLP) มีวัตถุประสงค์ให้เกิดการรวมตัวของกลุ่มผู้บริหาร ผู้นำรุ่นใหม่ผู้กำหนดนโยบาย ผู้นำความคิด และผู้ที่สนใจในประเด็นทางสังคมที่มาจากทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคม และภาคเอกชน มาเรียนรู้ร่วมกันเกี่ยวกับองค์ความรู้ด้านหลักนิติธรรมและการพัฒนาที่ยั่งยืนชูจุดแข็ง “ความหลากหลาย-มาตรฐานโลก”

ศ.(พิเศษ) ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ผู้อำนวยการTIJ กล่าวว่า สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 เป็นอีกหนึ่งหลักฐานเชิงประจักษ์ที่แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของสังคมที่เกิดขึ้นจากการสะสมของปัญหาเชิงโครงสร้าง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความเหลื่อมล้ำ ปัญหาความยากจน ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวดังนั้นจึงต้องสร้างหลักนิติธรรมให้เป็นรูปธรรม ที่สามารถติดตามและวัดผลได้ เพื่อให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการพัฒนา

อีกทั้งผู้นำในยุคปัจจุบันต้องมีความพร้อมในการปรับตัว เพื่อรับมือกับสถานการณ์ในยุคปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป จึงเป็นเหตุผลของการเปิดหลักสูตร RoLD 2020 ครั้งนี้ เพื่อดึงนักบริหารรุ่นใหม่มาร่วมกันระดมความคิด ออกแบบ และก่อร่างพัฒนาโครงการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนควบคู่ไปกับหลักนิติธรรม เพราะหลักนิติธรรมเป็นพื้นฐานของสังคมที่เป็นธรรม และสังคมที่เป็นธรรมจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

ทั้งนี้ ความน่าสนใจของหลักสูตร RoLD 2020 : Resilient Leader ประกอบด้วย 1.การบรรยายพิเศษ “Special Lecture Series” เพื่อเรียนรู้จากวิทยากรที่มีประสบการณ์โดยตรงในหัวข้อ
ที่เกี่ยวกับหลักนิติธรรมในมุมมองที่เชื่อมนโยบาย กฎหมาย และแนวปฏิบัติทั้งในระดับประเทศและสากล เพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน 2.การอภิปรายนานาชาติรูปแบบออนไลน์ “Global Webinar Series” นำการเรียนการสอนโดยคณาจารย์ในเครือข่าย IGLP

เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ในด้านการพัฒนาและผลกระทบที่เกี่ยวข้องทางสังคม ในประเด็นความท้าทายหลังสภาวะวิกฤติโควิด-19 เช่น Comparative regulatory responses, Social justice, poverty and inequality, Criminal justice reform, Labor, education and the future of work, และ Global governance and multilateralism 3.การเรียนการสอนรูปแบบ “The Problem Labs: Executive Future Thinking for Justice Series” โดยครั้งนี้จะใช้กรอบแนวคิด “Future Thinking” ในการเรียนการสอน ผ่าน 4 ประเด็นทางสังคม

ได้แก่ 3.1 การเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม (Access to Justice) 3.2 ความรุนแรงทางเพศ (Gender-based Violence)3.3 การฟื้นฟูแก้ไขผู้กระทำผิดกลับสู่สังคม (Social Reintegration) และ 3.4 การต่อต้านคอร์รัปชั่น (Anti-Corruption) และ 4.หลักสูตร TIJ-IGLP Workshop for Emerging Leaders on the Rule of Law and Policy ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-11 มิ.ย. 2564 นำโดยคณาจารย์ในเครือข่าย IGLP ตลอดจนวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อทำความเข้าใจองค์ความรู้เชิงลึก เกี่ยวกับการพัฒนานโยบายอย่างยั่งยืน

อีกทั้งผู้ที่ผ่านการคัดเลือกทั้งชาวไทยและต่างประเทศ จะได้เรียนและแลกเปลี่ยนความรู้กับคณาจารย์ชื่อดังจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดรวมถึงวิทยากรที่มีประสบการณ์ตรง ผ่านทั้งทางรูปแบบออนไลน์ และการเรียนในสถานที่ นอกจากนี้ ยังได้ทั้งเครือข่ายระดับผู้นำหลากหลายสาขาวิชาชีพ องค์ความรู้ที่ทันสมัย แนวคิดใหม่ๆ จากหลักสูตร เพื่อนำไปปรับใช้ในองค์กร โดยหลักสูตรจะเริ่มขึ้นตั้งแต่เดือนธ.ค. 2563-มิ.ย. 2564 ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่เว็บไซต์ https://tijforum.org/ ได้จนถึงวันที่ 6 พ.ย. 2563

‘กสม.’ ชวนนิสิต-นักศึกษา แข่งโต้วาทีสิทธิมนุษยชนภาษาอังกฤษ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘กสม.’ชวนนิสิต-นักศึกษา แข่งโต้วาทีสิทธิมนุษยชนภาษาอังกฤษ (naewna.com)

‘กสม.’ชวนนิสิต-นักศึกษา  แข่งโต้วาทีสิทธิมนุษยชนภาษาอังกฤษ

‘กสม.’ชวนนิสิต-นักศึกษา แข่งโต้วาทีสิทธิมนุษยชนภาษาอังกฤษ

วันจันทร์ ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ร่วมกับ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม จัดการแข่งขัน “โต้วาทีสิทธิมนุษยชนภาษาอังกฤษ ระดับอุดมศึกษา” ประจำปี 2563 อันเป็นกิจกรรมสำคัญที่ กสม. ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดขึ้น ได้ดำเนินการร่วมกันมาตั้งแต่ กสม. ชุดที่ 2 ต่อเนื่องมาจนถึง กสม. ชุดปัจจุบัน (ชุดที่ 3) โดยมีจุดมุ่งหมายให้เยาวชนเกิดความรู้ ความเข้าใจ เห็นคุณค่า และความสำคัญของสิทธิมนุษยชนควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพด้านการใช้ภาษาอังกฤษไปพร้อมกัน

นางฉัตรสุดา จันทร์ดียิ่ง กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้ส่งเยาวชนผู้ชนะการแข่งขันเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันโต้วาทีสิทธิมนุษยชนในประชาคมอาเซียน (AICHR Youth Debate on Human Rights ) ด้วย และแม้ในปี 2563 จะไม่มีการแข่งขันในระดับอาเซียนเนื่องด้วยสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่ กสม. ยังคงให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้นิสิต-นักศึกษา เกิดความตระหนักรู้เรื่องสิทธิมนุษยชนทั้งในระดับประเทศและประชาคมอาเซียน

จึงได้จัดการแข่งขันโต้วาทีสิทธิมนุษยชนภาษาอังกฤษระดับอุดมศึกษา ประจำปี 2563ในประเทศไทยขึ้น ทั้งนี้ กสม. มุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเยาวชนคนรุ่นใหม่จะได้มีส่วนร่วมในการเผยแพร่และขับเคลื่อนเรื่องสิทธิมนุษยชนสู่สังคมต่อไป โดยขอเชิญชวนนิสิต-นักศึกษา อายุระหว่าง 18-25 ปี ซึ่งกำลังศึกษาระดับปริญญาตรี ที่มีความสามารถและประสบการณ์ในการเข้าร่วมการแข่งขันเป็นภาษาอังกฤษเช่น การแข่งขันสุนทรพจน์ (Public Speaking)การแข่งขันโต้วาที (Debate Competition)

การแข่งขันรูปแบบสหประชาชาติจำลอง (Model United Nations Competition)การแข่งขันว่าความในศาลจำลอง (Moot Court Competition) สมัครเข้าร่วมการแข่งขันโต้วาทีสิทธิมนุษยชนภาษาอังกฤษ ตั้งแต่วันนี้-16 ต.ค. 2563 โดยผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับการส่งเสริมความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนและลงพื้นที่ทำกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชน ก่อนร่วมการแข่งขันโต้วาทีด้วย ซึ่งผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ http://www.nhrc.or.th

‘วสท.’ จัดงานวิศวกรรมแห่งชาติ’63 รวมเทคโนโลยีลํ้ารับยุค นิวนอร์มอล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘วสท.’จัดงานวิศวกรรมแห่งชาติ’63 รวมเทคโนโลยีลํ้ารับยุคนิว นอร์มอล (naewna.com)

‘วสท.’จัดงานวิศวกรรมแห่งชาติ’63  รวมเทคโนโลยีลํ้ารับยุคนิว นอร์มอล

‘วสท.’จัดงานวิศวกรรมแห่งชาติ’63 รวมเทคโนโลยีลํ้ารับยุคนิว นอร์มอล

วันจันทร์ ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ประกาศจัดงาน“วิศวกรรมแห่งชาติ” ประจำปี 2563(National Engineering 2020 : Engineeringfor Society) ระหว่างวันที่ 11-13 พ.ค.2563 ณ ศูนย์ประชุมอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี จ.นนทบุรี โดยงานวิศวกรรมแห่งชาตินั้นจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เป็นงานแสดงเทคโนโลยีทางด้านวิศวกรรม และงานสัมมนาด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัยและใหญ่ที่สุดแห่งปี

นายธเนศ วีระศิริ นายก วสท. กล่าวว่า วสท. ซึ่งครบรอบ 77 ปีแล้ว เป็นสมาคมวิชาชีพที่เป็นเสาหลักทางด้านวิศวกรรมของประเทศ มีภารกิจในการบริการสมาชิกจัดฝึกอบรมเทคโนโลยีและองค์ความรู้ การจัดทำมาตรฐานวิชาชีพทางด้านวิศวกรรมของประเทศ ให้คำปรึกษาและบริการหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และช่วยเหลือประชาชนทั้งในยามปกติสุขและวิกฤติฉุกเฉิน หนึ่งในนั้นคือการจัดงานวิศวกรรมแห่งชาติเป็นประจำทุกปี เพื่อมุ่งเป็นสื่อกลางการพัฒนาองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมและนวัตกรรม ก้าวทันเทคโนโลยี กระตุ้นการเรียนรู้

สร้างแรงบันดาลใจและเปิดเวทีกิจกรรมให้กับคนรุ่นใหม่ในการพัฒนาทักษะความสามารถ เป็นศูนย์กลางติดต่อสื่อสาร แลกเปลี่ยนความรู้และส่งเสริมด้านวิชาชีพ วิชาการ สู่วิศวกร ผู้ออกแบบ ผู้ผลิต ผู้ใช้งาน และประชาชนทั่วไป ทั้งในระดับอุตสาหกรรมและองค์กร เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจในบทบาทวิศวกรรมที่สร้างคุณูปการต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนที่ทันสมัยและปลอดภัย นำเสนอผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีด้านวิศวกรรมที่ก้าวล้ำ เพื่อก่อให้เกิดการพัฒนาความรู้ความสามารถ รวมถึงการตระหนักรู้ถึงความปลอดภัยสาธารณะ

นายจีระศักดิ์ ปราชญ์โกสินทร์ ประธานจัดงานวิศวกรรมแห่งชาติ 2563 เปิดเผยว่า งานในปีนี้มุ่งเน้นนำเสนอประเด็นการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี (Disruption) และวิกฤติไวรัสโควิด-19 เช่น เครือข่ายสื่อสาร 5G, ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI), BIM (Building Information Modeling) econ, เมืองอัจฉริยะ (Smart City) และสมาร์ทไลฟ์, พลังงานทางเลือก(Renewable Energy) และดิจิทัล ดิสรัปชั่นฯลฯ

การสัมมนามาตรฐาน กฎหมาย เทคโนโลยีใหม่ด้านวิศวกรรมทุกสาขาเพื่อรองรับ 5G โดยมุ่งเน้นการพัฒนาธุรกิจเป็นหลัก, การเพิ่มพูนองค์ความรู้ด้านความปลอดภัยสาธารณะ ทั้งด้านอัคคีภัย
ภัยพิบัติ อุบัติภัยต่างๆ และโรคอุบัติใหม่โควิด-19 ที่เกิดขึ้น พร้อมแนวทางมาตการแก้ไขและป้องกัน, จัดแสดงสินค้าทางวิศวกรรมและความปลอดภัยที่ก้าวล้ำด้วยเทคโนโลยีใหม่ เพื่อพัฒนาและรองรับธุรกิจยุคดิจิทัล ที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตในแบบวิถีใหม่ (New Normal) ผลิตภัณฑ์จากเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยมาตรฐานสากล

ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ที่จะช่วยพัฒนาการบริหารจัดการและการผลิตสำหรับผู้ประกอบการในทุกระดับ, การจัดเสวนาและสัมมนามาตรฐานวิชาการซึ่งเข้ารับฟังได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายกว่า 30 หัวข้อที่น่าสนใจ นอกจากนี้ยังมีการประกาศรางวัลเชิดชูเกียรติ “นายช่างผู้ปิดทองหลังพระ”แก่ผู้สร้างสรรค์คุณประโยชน์เพื่อส่วนรวมและประเทศชาติ, การประกวดหนังสั้น “วิศวกรดีมีจรรยาบรรณ” ส่งเสริมเยาวชนรุ่นใหม่ให้ใส่ใจความสำคัญของหลักจรรยาบรรณวิศวกรรม และภาพลักษณ์ของวิศวกรไทยในอนาคต

รวมถึงยังมีกิจกรรม “คลินิกช่าง”บริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับบ้าน อาคารและปัญหาทางวิศวกรรมต่างๆ โดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา อาทิ การแก้ปัญหากรณีบ้านทรุด บ้านร้าว ระบบประปาสุขาภิบาลในบ้าน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ http://www.nationalengineering2020.com หรือที่เฟซบุ๊คแฟนเพจ “National Engineering 2020 วิศวกรรมแห่งชาติ 2563 วันที่11-13 พ.ย. 2563” http://www.facebook.com/NationalEngineeringByEIT หรือสอบถามที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-1844600-9

ทีมเยาวชน ‘จุฬาภรณราชวิทยาลัย นครศรีธรรมราช’ คว้ารางวัลชนะเลิศ ‘CANSAT – ROCKET’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ทีมเยาวชน’จุฬาภรณราชวิทยาลัย นครศรีธรรมราช’ คว้ารางวัลชนะเลิศ’CANSAT – ROCKET’ (naewna.com)

ทีมเยาวชน'จุฬาภรณราชวิทยาลัย นครศรีธรรมราช' คว้ารางวัลชนะเลิศ'CANSAT - ROCKET'

ทีมเยาวชน’จุฬาภรณราชวิทยาลัย นครศรีธรรมราช’ คว้ารางวัลชนะเลิศ’CANSAT – ROCKET’

วันอาทิตย์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 19.33 น.

ทีมเยาวชน”จุฬาภรณราชวิทยาลัย นครศรีธรรมราช” คว้ารางวัลชนะเลิศ”CANSAT – ROCKET” จากการแข่งขัน”Thailand CANSAT – ROCKET Competition 2020″

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2563 ดร.ชนินทร วรรณวิจิตร รองผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ กล่าวว่า การแข่งขัน Thailand CANSAT – ROCKET Competition 2020 เป็นความร่วมมือกันระหว่าง องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) และสถาบันเทคโนโลยี ป้องกันประเทศ (สทป.) ที่ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และสร้างประสบการณ์ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ซึ่งเป็นการจุดประกายความคิดสร้างสรรค์แรงบันดาลใจด้านเทคโนโลยีอวกาศให้แก่เยาวชน อันจะนำไปสู่การต่อยอดในอาชีพนักวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอวกาศในอนาคตต่อไป

ซึ่งการแข่งขันในปีนี้ คณะกรรมการได้ทำการคัดเลือกเยาวชนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากทั่วประเทศเหลือเพียง 15 ทีม มาเข้าร่วมชิงชัยในการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 – 9 ตุลาคม 2563 ณ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ จ.ปทุมธานี และสนามฝึกใช้อาวุธทางอากาศชัยบาดาล จ.ลพบุรี ที่ผ่านมา ผลปรากฎว่า ทีม “TARA” เยาวชนจากโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย นครศรีธรรมราช คว้ารางวัลชนะเลิศ CANSAT-ROCKET Award จากการแข่งขัน “Thailand CANSAT – ROCKET Competition 2020” ได้แก่ นายพัชรพล แก้วเนิน, นายณัฐธัจจ์ ฉิมรักษ์, นายศุภณัฐ แซ่เตื้อง ,นางสาวภัททิยา ช่วงชล และนางสาวเนตรจันทรา ทรัพย์ล้น ซึ่งเยาวชนที่ชนะเลิศจะได้เป็นตัวแทน ประเทศไทย เข้าร่วมการแข่งขัน CanSat ระดับนานาชาติ ณ สหพันธรัฐ รัสเซีย ต่อไป

13ต.ค.นี้ ชวนชมการแสดง ‘โดรน’ น้อมรำลึก ‘ในหลวง’ รัชกาลที่9 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – 13ต.ค.นี้ ชวนชมการแสดง’โดรน’ น้อมรำลึก’ในหลวง’รัชกาลที่9 (naewna.com)

13ต.ค.นี้ ชวนชมการแสดง'โดรน' น้อมรำลึก'ในหลวง'รัชกาลที่9

13ต.ค.นี้ ชวนชมการแสดง’โดรน’ น้อมรำลึก’ในหลวง’รัชกาลที่9

วันอาทิตย์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 11.59 น.

ขอเชิญชมการแสดง อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) หลังเสร็จสิ้นพิธีจุดเทียนน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 13 ตุลาคม 2563 ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

การแสดงในครั้งนี้ใช้โดรนที่สร้างและพัฒนาซอฟต์แวร์ขึ้นด้วยฝีมือเยาวชนไทยที่ผ่านการอบรมจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช) โดยใช้โดรนจำนวน 700 ลำ ขึ้นบินแปรขบวนไล่เรียงแสงสีบนท้องฟ้า โดยจะแปรเป็นรูปร่างต่างๆ จำนวน 10 แบบใช้เวลาในการแสดง 11.49 นาที รายละเอียด ดังนี้

1. รูปธงชาติไทย (3D Motion)

2. ตราพระนามาภิไธยย่อ ภปร. (2D Motion)

3. พระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ บรมนาถบพิตร (2D Motion)

4. โครงการพระราชดำริ “แกล้งดิน” (2D Motion)

5. โครงการพระราชดำริ “หญ้าแฝก” (2D Motion)

6. โครงการพระราชดำริ “ฝนหลวง” (2D Motion)

7. โครงการพระราชดำริ “กังหันน้ำชัยพัฒนา” (2D Motion)

8. โครงการพระราชดำริ “เกษตรทฤษฎีใหม่” (2D Motion)

9. พระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ บรมนาถบพิตร โบกพระหัตถ์แสดงความห่วงใยปวงชนชาวไทย จากบนสวรรคาลัย(2D Motion)

10. อักษรคำว่า “ธ สถิตในดวงใจ” (2D)

โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯปัตตานี เชิญพวงมาลาหลวง วางที่หน้าหีบศพ อาสาสมัครทหารพราน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯปัตตานี เชิญพวงมาลาหลวง วางที่หน้าหีบศพ อาสาสมัครทหารพราน (naewna.com)

โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯปัตตานี เชิญพวงมาลาหลวง วางที่หน้าหีบศพ อาสาสมัครทหารพราน

โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯปัตตานี เชิญพวงมาลาหลวง วางที่หน้าหีบศพ อาสาสมัครทหารพราน

วันเสาร์ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 19.25 น.

วันนี้ 10 ตุลาคม 2563 เวลา 11.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายราชิต สุดพุ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เชิญพวงมาลาหลวง พวงมาลาของ
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ไปวางที่หน้าหีบศพ อาสาสมัครทหารพราน อัตณรงค์ ไชยศรี กำลังพลซึ่งเสียชีวิตจากเหตุคนร้าย ใช้อาวุธปืนลอบซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่กองร้อยทหารพราน 4409 ชุดลาดตระเวนเส้นทางและรักษาความปลอดภัยครู ที่บริเวณบ้านบางทะเลเก่า ตำบลบางเก่า อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เป็นเหตุให้กำลังพลได้รับบาดเจ็บ และต่อมาเมื่อเวลา 10.05 น. ขณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุดังกล่าว ได้เกิดระเบิดขึ้น ทำให้มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติม อีกทั้งแรงระเบิดทำให้ อาสาสมัครทหารพราน อัตณรงค์ ฯ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และตั้งศพบำเพ็ญกุศล ณ วัดสุวรรณากร อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธรมหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม และโปรดให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เชิญพวงมาลาพระราชทาน และพวงมาลาประทาน วางที่หน้าหีบศพด้วย

การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณในครั้งนี้ ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่ครอบครัวกำลังพลอย่างหาที่สุดมิได้
 

สมศ. โชว์ต้นแบบศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของรัฐ ‘ครูอบอุ่น – เสริมไอเดีย’ พัฒนาอัจฉริยภาพ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – สมศ. โชว์ต้นแบบศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของรัฐ ‘ครูอบอุ่น – เสริมไอเดีย’ พัฒนาอัจฉริยภาพ (naewna.com)

สมศ. โชว์ต้นแบบศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของรัฐ  ‘ครูอบอุ่น – เสริมไอเดีย’  พัฒนาอัจฉริยภาพ

สมศ. โชว์ต้นแบบศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของรัฐ ‘ครูอบอุ่น – เสริมไอเดีย’ พัฒนาอัจฉริยภาพ

วันศุกร์ ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 14.36 น.

9 กันยายน 2563  สำนักงานรับรองมาตรฐานแลประเมินคุณภาพการศึกษา หรือ สมศ. พาเยี่ยมชมศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดโพธิวราราม ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตัวอย่างในจังหวัดอุดรธานี  ที่ให้ความสำคัญกับการบ่มเพาะพัฒนาการเด็กปฐมวัยค่อย ๆ สะสมความรู้จนเกิดเป็นทักษะสำคัญเพื่อการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น และยังนำโมเดลที่เรียกว่า BBL (Brain-based Learning) จากข้อเสนอแนะของ สมศ. มาช่วยสั่งสมประสบการณ์และพัฒนาการในตัวเด็ก โดยโมเดลนี้เป็นรูปแบบการพัฒนาที่ทำให้เด็กหลายคนก้าวสู่ความเป็นอัจฉริยะอีกด้วย

นางสายหยุด น้อยชื่น หัวหน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดโพธิวราราม จ.อุดรธานี เล่าว่า สำหรับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดโพธิวรารามเปิดรับเด็กตั้งแต่ช่วงอายุ 2 ขวบครึ่ง ถึง 3 ขวบ 11 เดือน โดยการเรียนการสอนภายในศูนย์จะมีการแบ่งห้องเรียนออกเป็น 3 ห้องตามเกณฑ์อายุ เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ในสิ่งที่เหมาะสมกับช่วงวัย ที่ผ่านมาทางศูนย์ได้นำเอาผลการประเมินภายนอกมาปรับใช้ในการเรียนการสอน โดยเฉพาะด้านการสร้างทักษะความคิดสร้างสรรค์ให้แก่เด็ก             ผ่านการจัดการเรียนการสอนแบบ BBL เป็นวิธีการจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับการทำงานของสมองในเด็กแต่ละคน แต่ละช่วงวัย โดยการกระตุ้นสิ่งที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มศักยภาพการเรียนรู้ เนื่องจากทางศูนย์เห็นว่าเด็กในช่วงวัยนี้แต่ละคนมีความสนใจที่แตกต่างกัน

“สำหรับกิจกรรมที่ศูนย์ฯ จัดให้แก่เด็กเล็กที่เข้ามาเรียนนั้นค่อนข้างมีกิจกรรมที่หลากหลาย แต่ละกิจกรรมจะเน้นการสร้างประสบการณ์ผ่านสิ่งใกล้ตัวเด็ก โดยการให้เด็กออกมาเล่าสั้น ๆ ว่าเมื่อเช้าก่อนมาโรงเรียนพวกเขาทำอะไรบ้าง เจออะไรที่กระตุ้นให้พวกเขารู้สึกสนใจ ซึ่งวิธีการนี้จะช่วยให้เด็กกล้าแสดงออก และยังเป็นการร่วมแชร์ประสบการณ์ให้กับเพื่อน ๆ ในห้องเรียน โดยยังมีการจัดกิจกรรมสร้างให้เด็กเกิดการเรียนรู้จากสิ่งของ

ซึ่งทางศูนย์จะใช้ของจริงทั้งหมด เช่น การสอนให้เด็กรู้จักผลไม้ผ่านผลไม้จริงๆ ก่อนที่จะให้เด็กเรียนรู้ผ่านคลิปวิดีโอ  รวมไปถึงการสร้างทักษะความคิดสร้างสรรค์ให้แก่ผู้เรียน ผ่านการให้เด็กได้ลองเลือกทำกิจกรรมที่พวกเขาสนใจ อาทิ กิจกรรมเคลื่อนไหวตามจังหวะ เกมเกี่ยวกับการศึกษา  และกิจกรรมเสรี โดยทางศูนย์จะจัดห้องไว้สำหรับทำกิจกรรมเสรี ซึ่งภายในห้องจะมีกิจกรรมที่หลากหลาย โดยให้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง สำหรับการเล่นหรือทำกิจกรรมที่เด็กเป็นคนเลือก เพื่อให้เด็กได้ตัดสินใจด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น มุมดนตรี ที่ทางศูนย์จะเตรียมเครื่องดนตรีสำหรับเด็ก โดยมุมนี้จะทำให้เด็กมีสมาธิและจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ทำมากยิ่งขึ้น เมื่อเด็กมีสมาธิก็จะส่งต่อการเรียนรู้ในชั่วโมงต่อไป   ,

มุมหนังสือนิทาน โดยมุมนี้จะมีครูพี่เลี้ยงเป็นผู้เล่านิทานให้เด็กๆ ฟัง เพื่อสร้างประสบการณ์ให้แก่เด็กโดยนิทานส่วนใหญ่จะเป็นนิทานอีสป ซึ่งตอนสุดท้ายจะมีคติสอนใจสอดแทรกอยู่ โดยกิจกรรมนี้นอกจะทำให้พลินเพลินกับเนื้อเรื่องในนิทานแล้วยังทำให้เด็กรู้ ผิด ชอบ ชั่ว ดี ผ่านการเล่านิทาน กิจกรรมเสรียังเป็นการทดสอบความสนใจเบื้องต้นในตัวเด็กอีกด้วย”   นางสายหยุด กล่าว

นางสายหยุด กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ ทางศูนย์ฯ ยังได้มีการฝึกสมรรถนะทางร่างกาย ผ่านกิจกรรมเดินตามรอยยางลบ ทางครูผู้สอนจะแบ่งยางลบออกเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อให้เด็กเดินตามจุดที่ครูวางไว้ ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และสร้างสมาธิได้อย่างดี อย่างไรก็ตามภายหลังจากที่ศูนย์ได้เริ่มพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ ของเด็กผ่านการสอนแบบ BBL ไปแล้ว พบว่า พัฒนาการด้านความคิดสร้างสรรค์ของเด็กเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น เด็กเข้าใจและสามารถนำสิ่งที่เรียนรู้ต่อยอดสู่การทำแบบฝึกหัด วาดภาพ ระบายสี ได้จริง

อีกทั้ง ยังส่งผลให้ผลการประเมินภายนอกของรอบที่ผ่านมา ได้รับการประเมินด้านทักษะความคิดสร้างสรรค์ในระดับดีเยี่ยม นอกจากพัฒนาการด้านความคิดสร้างสรรค์แล้ว พัฒนาการด้านจิตใจก็คือว่าเป็นเรื่องที่เด็กควรจะได้รับการดูแลอย่างชิด ดังนั้นศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดโพธิวรารามจึงได้ให้ครูทุกคนคอยเอาใจใส่เด็กๆ และปฏิบัติกับเด็กเหมือนคนในครอบครัวเพื่อสร้างความอบอุ่น สร้างให้เด็กเกิดพฤติกรรมการอยากมาโรงเรียน แนวทางดังกล่าวจะส่งผลดีต่อเด็กในช่วงที่เด็กต้องศึกษาในระดับที่สูงขึ้น

ด้าน นายอิทธิพนธ์ ตรีวัฒนสุวรรณ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครอุดรธานี กล่าวว่า เทศบาลให้ความสำคัญในการนำผลการประเมินการจาก สมศ.ไปใช้สำหรับการพัฒนาสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากผู้ประเมินลงพื้นเสร็จเรียบร้อย ทางเทศบาลจะหารือร่วมกับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในพื้นที่ เพื่อนำข้อเสนอแนะที่ได้มาทำการวิเคราะห์ร่วมกัน และแบ่งงานกันว่าครูแต่ละท่านจะเป็นผู้รับผิดชอบด้านใด โดยวิธีการแบ่งงานกันอย่างชัดเจนจะทำให้ครูมีเป้าหมายในการพัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอย่างตรงจุด และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตามภายหลังจากที่ได้นำข้อเสนอแนะจากผู้ประเมินมาปรับใช้กับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดโพธิวรารามพบว่า มาตรฐานการเรียนรู้ ทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์ของเด็กเล็กเพิ่มขึ้นมากกว่า 90%  โดยเทศบาลได้ให้ศูนย์พัฒนาเด็กเตรียมความพร้อมสำหรับเข้ารับการประเมินตลอดเวลา โดยการพัฒนาหลักสูตร การสร้างกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อเด็ก ด้วยการพัฒนาจากสิ่งเดิมที่เคยทำอยู่ให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ ดร.นันทา หงวนตัด รักษาการผู้อำนวยการ สมศ. กล่าวว่า สำหรับการประเมินในรอบที่ผ่าน ๆ มา สมศ. ได้เน้นการส่งเสริมให้สถานศึกษานำผลการประเมินไปปรับใช้ในการพัฒนาศักยภาพสถานศึกษา ครูผู้สอน และผู้เรียน มาอย่างต่อเนื่อง และเพื่อให้การประเมินคุณภาพภายนอกรูปแบบใหม่นี้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ลดภาระงานให้แก่สถานศึกษา และการส่งเสริมให้สถานศึกษานำผลการประเมินภายนอกไปใช้ยังเป็นอีกหนึ่งภารกิจที่สำคัญเช่นกัน เนื่องจากมีสถานศึกษาหลายแห่งที่เข้ารับการประเมินและนำข้อเสนอแนะไปปรับใช้ ผลลัพธ์ที่ออกมาค่อนข้างดี โดยเฉพาะผลลัพธ์ที่เกิดกับตัวผู้เรียน

ดังนั้น ในการประเมินภายนอกรูปแบบใหม่ที่จะเริ่มประเมินในเดือนธันวาคม 2563 นี้ สมศ. คาดว่าจะได้รับการตอบรับจากสถานศึกษาทั่วประเทศ และภายหลังการประเมินคุณภาพภายนอกแล้ว สถานศึกษาและต้นสังกัดจะนำผลการประเมินของ สมศ. มาปรับใช้ เพื่อพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนอย่างเต็มความสามารถ

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(องค์การมหาชน) โทรศัพท์ 0-2216-3955 หรือเข้าไปที่ http://www.onesqa.or.th

กรมคุ้มครองสิทธิฯจับมือ ‘รร.สารสาสน์วิเทศราช พฤกษ์’ ขับเคลื่อนสิทธิมนุษยชนในสถานศึกษา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – กรมคุ้มครองสิทธิฯจับมือ’รร.สารสาสน์วิเทศราช พฤกษ์’ ขับเคลื่อนสิทธิมนุษยชนในสถานศึกษา (naewna.com)

กรมคุ้มครองสิทธิฯจับมือ'รร.สารสาสน์วิเทศราช พฤกษ์' ขับเคลื่อนสิทธิมนุษยชนในสถานศึกษา

กรมคุ้มครองสิทธิฯจับมือ’รร.สารสาสน์วิเทศราช พฤกษ์’ ขับเคลื่อนสิทธิมนุษยชนในสถานศึกษา

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 21.12 น.

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2563 ณ โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ นายเรืองศักดิ์ สุวารี อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ มอบหมายให้ นายธีรยุทธ แก้วสิงห์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพิทักษ์ สิทธิและเสรีภาพ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่กองส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพ เข้าพบ น.ส.บุษบารัตน์ เกิดเพิ่มพูล ผู้บริหารและครู โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจคณะครูและหารือการขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้สิทธิมนุษยชนในสถานศึกษา

สำหรับการหารือในครั้งนี้ โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ ขอขอบคุณและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพมาเยี่ยมในครั้งนี้ และพร้อมร่วมมือกับกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพในการอบรมครูผู้จัดกระบวนการเรียนรู้สิทธิมนุษยชนและขับเคลื่อนงานสิทธิมนุษยชนในโรงเรียน ซึ่งสอดรับแนวทางตามแผนฟื้นฟูคุณภาพครู ที่โรงเรียนได้กำหนดไว้ และในโอกาสอันใกล้นี้ โรงเรียนสารสาสน์ฯ ยินดีและพร้อมลงนาม MOU ในการขับเคลื่อนงานสิทธิมนุษยชนกับกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ในการสร้าง “ครูสิทธิมนุษยชน” และปลูกฝังการเคารพสิทธิ หน้าที่ เสรีภาพ และเคารพสิทธิมนุษยชนให้แก่นักเรียนในโรงเรียนต่อไป