ในหลวงโปรดเกล้าฯให้องคมนตรี เยี่ยมให้กำลังใจ ‘จนท.ปชช.’ พื้นที่ จว. ปัตตานี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ในหลวงโปรดเกล้าฯให้องคมนตรี เยี่ยมให้กำลังใจ’จนท.ปชช.’พื้นที่ จว.ปัตตานี (naewna.com)

ในหลวงโปรดเกล้าฯให้องคมนตรี เยี่ยมให้กำลังใจ'จนท.ปชช.'พื้นที่ จว.ปัตตานี

ในหลวงโปรดเกล้าฯให้องคมนตรี เยี่ยมให้กำลังใจ’จนท.ปชช.’พื้นที่ จว.ปัตตานี

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 14.43 น.

8 กันยายน 2563 เวลา 09.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี เดินทางลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจเยี่ยม ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยได้เชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่ สิบตรี เอ็มซัยนูนดีน หะยีสะแม (บรรจุทดแทน) และครอบครัว อาสาสมัครทหารพราน เอ็มลุกมาน หะยีสะแม ที่ได้เสียชีวิตจากเหตุการณ์คนร้ายไม่ทราบจำนวน ลอบวางระเบิดชุดปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยครู กองร้อยทหารพรานที่ 4305 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 แรงระเบิดทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิต ในเวลาต่อมา โดยมี พลโท สิทธิพร มุสิกะสิน รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า, นายราชิต สุดพุ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี, พลตรี คมกฤช รัตนฉายา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี, คณะผู้บังคับบัญชา, หน่วยงานราชการในพื้นที่, เจ้าหน้าที่ทหาร, ตำรวจ, และประชาชน ร่วมให้การต้อนรับ

จากนั้นเวลา 09.30 น. เดินทางต่อไปยังโรงพยาบาลปัตตานี ตำบลสะบารัง อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี เชิญสิ่งของพระราชทานมอบให้ สิบตรี เอกราช วิชาศาสตร์ ซึ่งได้รับบาดเจ็บ จากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดขบวนรถสับเปลี่ยนกำลังพลของกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 15 ที่บริเวณถนนหลวงหมายเลข 43 หมู่ที่ 4 ตำบลปากบาง อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2563 ก่อนจะเดินทางไปยังฐานปฏิบัติการกองร้อยทหารพรานที่ 4305 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 บ้านปะกาลือสง ตำบลตุยง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เพื่อเชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่เจ้าหน้าที่ทหารพราน ที่ปฏิบัติภารกิจจำนวน 50 ชุด เป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ ในโอกาสนี้ นายราชิต สุดพุ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ได้กล่าวต้อนรับ, พลตรี คมกฤช รัตนฉายา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี กล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมด้วย หน่วยงานราชการ กำลังพลกองร้อยทหารพรานที่ 4305 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ให้การต้อนรับ 

จากนั้นเดินทางต่อยังฐานปฏิบัติการชุดควบคุมที่ 543 หน่วยเฉพาะกิจสันติสุข ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่เจ้าหน้าที่จำนวน 45 ชุด เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฎิบัติหน้าที่ดูแล และรักษาความสงบสุขให้กับพี่น้องประชาชน 

พร้อมกันนี้ พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ได้เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี มากล่าวกับเจ้าหน้าที่ โดยทรงชื่นชมการปฏิบัติงานอย่างเข้มเเข็งพร้อมแก้ไขปัญหา และทรงเน้นย้ำให้ทุกหน่วย มีความพร้อมต่อการปฏิบัติหน้าที่ มีความรอบคอบ และให้นำความผิดพลาดที่ผ่านมาเป็นบทเรียน เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสีย รวมทั้งแก้ไขให้ดีขึ้น ยังความปลาบปลื้ม และซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ม.สวนดุสิต มอบนโยบายห้าข้อให้ปฏิบัติ อย่าแช่งาน/ พูดคุยกันบ้าง/ ต้องเนี้ยบ/ เท่/ อย่าเหลี่ยม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ม.สวนดุสิต มอบนโยบายห้าข้อให้ปฏิบัติ อย่าแช่งาน/พูดคุยกันบ้าง/ต้องเนี้ยบ/เท่/อย่าเหลี่ยม (naewna.com)

ม.สวนดุสิต มอบนโยบายห้าข้อให้ปฏิบัติ อย่าแช่งาน/พูดคุยกันบ้าง/ต้องเนี้ยบ/เท่/อย่าเหลี่ยม

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

รศ.ดร.ศิโรจน์ ผลพันธิน อธิการบดี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต มอบนโยบายแนวทางการดำเนินงานตามทิศทางของมหาวิทยาลัย เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวง อว. โดยเน้นย้ำให้บุคลากรทบทวนการทำงาน 5 ข้อ ดังนี้ 1.ทำงานด้วยความรวดเร็ว : อย่าใช้เวลาในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งนานเกินไป เพราะอาจส่งผลกระทบต่องานของผู้อื่น ดังนั้น การทำงานที่รู้จักแบ่งเวลา จึงเป็นเรื่องสำคัญ 2.รู้จักสื่อสาร : ควรพูดคุยกันให้เกิดการเชื่อมโยง นำงานมาต่อกันให้ได้ เรียนรู้และพัฒนาไปด้วยกัน จะทำให้งานมีประสิทธิภาพมากขึ้น และหากเราสามารถทำงานแทนกันได้ ก็นับเป็นเรื่องดี3. ทำงานอย่างประณีต : ต้องรู้จักงานที่ตนเองรับผิดชอบอย่างแท้จริง เราถึงจะทำงานด้วยความเข้าใจ รวมถึงการจัดการตนเอง เช่น การดูแลห้องทำงานให้เป็นระเบียบเรียบร้อย จะส่งผลต่อเงื่อนไขการทำงานอย่างประณีตได้4. บุคลิกภาพ : เน้นย้ำเรื่องการแต่งกาย และบุคลิกภาพให้ดูดีเสมอ 5.ควรสื่อสารแบบตรงไป-ตรงมา : การสื่อสารกันตรงๆ พูดคุยกันแบบไม่อ้อมค้อม นำเสนอข้อเท็จจริงยอมรับและช่วยเหลือกันจะทำให้การทำงานเกิดคุณภาพสามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดดังนั้น อย่าหาเหตุผลมาปฏิเสธการทำงาน ทำได้ หรือ ไม่ได้ ให้พูดคุยและสื่อสารกัน

เปิดห้องเรียนพิเศษเสริมการวาดภาพเด็กมัธยม เพื่อการต่อยอดพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – เปิดห้องเรียนพิเศษเสริมการวาดภาพเด็กมัธยม เพื่อการต่อยอดพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ (naewna.com)

เปิดห้องเรียนพิเศษเสริมการวาดภาพเด็กมัธยม  เพื่อการต่อยอดพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์

เปิดห้องเรียนพิเศษเสริมการวาดภาพเด็กมัธยม เพื่อการต่อยอดพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ศูนย์วิทยาศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี จัดโครงการค่ายวาดภาพทางวิทยาศาสตร์ให้แก่นักเรียนห้องโครงการห้องเรียนพิเศษ ส่งเสริมความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์ (GSP) ด้วยกิจกรรมการวาดภาพทางวิทยาศาสตร์ ให้กับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสุราษฎร์พิทยา โดย ดร.อรณิช เผือกคง รองผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ กล่าวว่า กิจกรรมการวาดภาพทางวิทยาศาสตร์เป็นการพัฒนาศักยภาพด้านความรู้ ความสามารถ รวมถึงพัฒนาทักษะการวาดภาพทางวิทยาศาสตร์ของผู้เรียน ซึ่งจะสามารถต่อยอดพัฒนาต่อไปในการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ในระดับที่สูงขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นการพัฒนาให้นักเรียนในโครงการห้องเรียนพิเศษฯมีความสามารถที่โดดเด่น และได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วน

เยือนโรงเรียนโมโกรวิทยาคม อุ้มผางแผ่นดินลอยฟ้าคดเคี้ยวกว่าพันโค้ง ‘อยู่เมือง อยู่ป่า ได้รับการศึกษาเหมือนกัน’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – เยือนโรงเรียนโมโกรวิทยาคม อุ้มผางแผ่นดินลอยฟ้าคดเคี้ยวกว่าพันโค้ง ‘อยู่เมือง อยู่ป่า ได้รับการศึกษาเหมือนกัน’ (naewna.com)

เยือนโรงเรียนโมโกรวิทยาคม  อุ้มผางแผ่นดินลอยฟ้าคดเคี้ยวกว่าพันโค้ง  ‘อยู่เมือง อยู่ป่า ได้รับการศึกษาเหมือนกัน’

เยือนโรงเรียนโมโกรวิทยาคม อุ้มผางแผ่นดินลอยฟ้าคดเคี้ยวกว่าพันโค้ง ‘อยู่เมือง อยู่ป่า ได้รับการศึกษาเหมือนกัน’

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

จังหวัดตาก โดยเฉพาะที่อำเภออุ้มผางซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นแผ่นดินดอยลอยฟ้า ที่มีพื้นที่สูง และมีเส้นทางที่คดเคี้ยวกว่าจะเดินทางไปถึง ต้องผ่านโค้งทั้งหมดถึงมากกว่า 1,219 โค้ง ด้วยการเลี้ยวเลาะไปตามเทือกเขาถนนธงชัย ที่มีระยะทางมากกว่า 164 กิโลเมตร จากตัวอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ณ ที่แห่งนี้คือสุดปลายทางของถนนหมายเลข 1090 ที่มีชื่อว่าอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก อำเภอที่ขึ้นชื่อว่ามีขนาดพื้นที่ใหญ่ที่สุด และที่อยู่ห่างไกลจากตัวอำเภอเมืองมากที่สุดในประเทศไทย

ประชากรในเขตอำเภออุ้มผางมีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ และศิลปวัฒนธรรม ประกอบด้วยชาติพันธุ์หลายเผ่าพันธุ์ อาทิ ชาวไทยชาวม้ง และชาวกะเหรี่ยง ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ ทำไร่ข้าวโพด ปลูกถั่วลิสง ปลูกพริกทำนาข้าว ทำสวนผลไม้ มีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย ท่ามกลางแมกไม้ที่อุดมสมบูรณ์

ถึงแม้จะห่างไกลจากความศิวิไลซ์ของแสงสี แต่ที่นี่ก็ยังมีโรงเรียนอันเป็นสถานที่ให้การศึกษาเด็กๆ อยู่โรงเรียนหนึ่ง คือ โรงเรียนอุ้มผางวิทยาคม ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 38 ตั้งอยู่ในตัวอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก  มีนักเรียนจากหลายหมู่บ้านโดยรอบๆ ตัวอำเภอ เดินทางเข้ามาร่ำเรียนวิชา ศึกษาหาความรู้  นอกจากทักษะทางด้านวิชาการแล้ว ที่นี่ยังปลูกฝังให้นักเรียนมีทักษะอาชีพ และทักษะชีวิต โดยมีหอพักนอนให้กับนักเรียนบ้านไกลจากตัวอำเภอได้มาอาศัยระหว่างเปิดภาคเรียนอีกด้วย

นางสาวฤชุดา  พนาอุดม นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ให้สัมภาษณ์ว่า บ้านอยู่ไกลจากโรงเรียนมาก ตนจึงต้องมาอยู่ที่โรงเรียนแห่งนี้ทางโรงเรียนมีที่นอนให้ มีอุปกรณ์เครื่องใช้เป็นการช่วยที่บ้านประหยัด ถ้าโรงเรียนไม่มีหอพักนอนให้ อาจเรียนไม่จบ ม.6 เพราะที่บ้านไม่สามารถส่งเสียได้ แต่รู้สึกเป็นห่วงพ่อแม่ที่บ้าน เพราะไม่มีคนช่วยทำไร่ แต่พ่อแม่เองก็เป็นห่วงอนาคตการศึกษาของเรา จึงส่งมาเรียนที่นี่ซึ่งมีอยู่เพียงแห่งเดียวของอำเภอนี้

แล้ววันนี้เหมือนฟ้ามาโปรด เมื่อสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทรงห่วงใยพสกนิกรอ.อุ้มผาง จ.ตาก ทรงมีพระราชดำริให้ก่อตั้งโรงเรียนโมโกรวิทยาคม เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งแห่งเพื่อให้เด็กทุกคนได้รับโอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียมกัน ด้วยปณิธานที่ว่า “อยู่เมืองอยู่ป่า ได้รับการศึกษาเหมือนกัน”

นายพัชรพล มั่นปาน นายอำเภออุ้มผาง กล่าวว่า การจัดสร้าง โรงเรียนโมโกรวิทยาคมเพิ่มขึ้นอีกแห่งในอำเภอนี้ จัดว่าเป็นการเพิ่มโอกาสให้เด็กเข้าถึงการศึกษาได้ทั่วถึงมากยิ่งขึ้นซึ่งน่าจะเป็นโอกาสที่วิเศษสุดของประชากรชาวอุ้มผาง เนื่องจากโรงเรียนโมโกรวิทยาคม เป็นโรงเรียนที่ถูกสร้างอยู่ในตำบล “โมโกร” ที่อยู่ห่างจากอำเภออุ้มผางมากกว่า 30 กิโลเมตร จึงเป็นการแบ่งเบาภาระในการเดินทางของเด็กๆ ได้เป็นอย่างดี อันเป็นการลดค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง ซึ่งมีรายได้สวนทางกับรายรับอยู่เสมอ และยังเป็นการทำให้เด็กๆ ไม่ต้องจากบ้านมาพักที่โรงเรียนที่ทำให้เกิดการเสียแรงงานในการช่วยเหลือพ่อแม่อีกด้วย

นายสาโรช เกตุสาคร ผู้อำนวยการโรงเรียนอุ้มผางวิทยาคม คาดว่า หากโรงเรียนโมโกรวิทยาคม สร้างสำเร็จสมบูรณ์ จะมีนักเรียนจากหมู่บ้านรอบๆ เข้ามาศึกษาต่อ ประมาณ 600-1,000 คน

นายสุดเขต สวยสม ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 38 เปิดเผยว่า การดำเนินการก่อสร้างโรงเรียนโมโกรวิทยาคม ได้รับงบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วนในจังหวัดตาก ในการขอใช้พื้นที่ในเขตป่าชุมชนแม่กลอง และป่าชุมชนอุ้มผาง โดยการสนับสนุนจากผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ซึ่งหวังว่าโรงเรียนแห่งนี้จะเป็นสถานที่สร้างองค์ความรู้ให้กับนักเรียน สร้างประสบการณ์ที่สำคัญ สร้างเยาวชนที่เป็นกำลังหลักสำคัญในการพัฒนาชาติบ้านเมืองในอนาคตต่อไป

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างที่สุดมิได้ ที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งโรงเรียนโมโกรวิทยาคมเพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของพสกนิกรโดยระยะแรกได้ให้ใช้อาคารเรียนที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านแม่กลองคี เป็นอาคารเรียนชั่วคราว โดยมีคุณครูจากโรงเรียนอุ้มผางวิทยาคม หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนมาสอนไปก่อน

โรงเรียนโมโกรวิทยาคม ในพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี คือคำตอบ และเป็นเสมือนสัญลักษณ์แห่งความดีงาม ความมุ่งมั่น และความมั่นคงต่อส่วนรวม ที่จะช่วยกันพัฒนาลูกหลานให้เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่าเพื่อช่วยกันพัฒนาประเทศชาติของเราต่อไปอันเป็นการตอกย้ำให้มั่นใจว่า “อยู่เมือง อยู่ป่า ได้รับการศึกษาเหมือนกัน”

ร.10 พระราชทานเครื่องอุปโภคบริโภค แก่จนท. รับผลกระทบความไม่สงบชายแดนใต้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ร.10พระราชทานเครื่องอุปโภคบริโภค แก่จนท.รับผลกระทบความไม่สงบชายแดนใต้ (naewna.com)

ร.10พระราชทานเครื่องอุปโภคบริโภค แก่จนท.รับผลกระทบความไม่สงบชายแดนใต้

ร.10พระราชทานเครื่องอุปโภคบริโภค แก่จนท.รับผลกระทบความไม่สงบชายแดนใต้

วันพุธ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 19.00 น.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ทรงห่วงใยประชาชน พระสงฆ์และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้

7 ตุลาคม 2563 เวลา 13.24 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เชิญถุงพระราชทาน เครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 64 ถุง ไปมอบแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ ณ หมวดเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 4021 อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานในตอนบ่าย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เชิญถุงพระราชทาน เครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 9 ถุง ไปถวายแด่พระสงฆ์ ณ วัดปิยาราม อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี เพื่อให้พระสงฆ์มีสิ่งของที่จำเป็นไว้ใช้สอย และมีอาหารสำหรับฉัน

การนี้ องคมนตรี ได้เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปกล่าวกับเจ้าหน้าที่และพระสงฆ์ให้ทราบ พระสงฆ์ได้ถวายอนุโมทนาในพระมหากรุณาธิคุณ และยังความปลื้มปีติแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น

‘มนัญญา’ ดึงทุกภาคส่วนขับเคลื่อนอุตสาหกรรม ‘ฮาลาล’ ไทยสู่ความเชื่อมั่นระดับสากล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘มนัญญา’ดึงทุกภาคส่วนขับเคลื่อนอุตสาหกรรม‘ฮาลาล’ไทยสู่ความเชื่อมั่นระดับสากล (naewna.com)

‘มนัญญา’ดึงทุกภาคส่วนขับเคลื่อนอุตสาหกรรม‘ฮาลาล’ไทยสู่ความเชื่อมั่นระดับสากล

‘มนัญญา’ดึงทุกภาคส่วนขับเคลื่อนอุตสาหกรรม‘ฮาลาล’ไทยสู่ความเชื่อมั่นระดับสากล

วันพุธ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 14.52 น.

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2563 น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดโครงการสัมมนา “อบรมสัมมนาหน่วยรับรองฮาลาลทั่วราชอาณาจักร ประจำปี 2564” พร้อมรับฟังปัญหาจากตัวแทนชาวมุสลิม เพื่อหาแนวทางยกระดับฮาลาลในประเทศไทยให้ดียิ่งขึ้น ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมฮาลาลของประเทศไทย พัฒนาระบบการรับรองฮาลาลไทยสู่ระดับสากล ณ ภัตตาคารสินธร ถนนศรีนครินทร์ เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 

นส.มนัญญา กล่าวว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมฮาลาลของประเทศไทย มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่ออุตสาหกรรมฮาลาลโลก   เนื่องจากประเทศไทยมีศักยภาพหลายด้าน ทำให้เกิดความเชื่อมั่นต่ออุตสาหกรรมฮาลาลของประเทศที่มีความโดดเด่นและเป็นรูปธรรมชัดเจน

“ประเทศไทยมีวัตถุดิบพื้นฐานโดยเฉพาะภาคการเกษตร เช่น ผัก ผลไม้ ปศุสัตว์ เป็นต้น มีการรับรองฮาลาล อย่างมีระบบมาตรฐานการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม ภายใต้พระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. 2540 ทำให้ฮาลาลของประเทศไทยได้รับความเชื่อมั่นจากประชาคมโลกด้วยการรับรองฮาลาลตามศาสนบัญญัติแห่งศาสนาอิสลาม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะเป็นอีกหนึ่งพลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมฮาลาลของประเทศไทย ด้านความร่วมมือขององค์กรศาสนา กับภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและความมั่นคงด้านอุตสาหกรรมฮาลาลของประเทศไทยต่อไป” รมช.เกษตรฯ ระบุ

‘บิ๊กตู่’ ย้ำยุทธศาสตร์ 20 ปีไม่ใช่สืบทอดอำนาจ ฝาก ศธ.เร่งพัฒนาทุนมนุษย์ด้านอาชีวะ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘บิ๊กตู่’ย้ำยุทธศาสตร์ 20 ปีไม่ใช่สืบทอดอำนาจ ฝาก ศธ.เร่งพัฒนาทุนมนุษย์ด้านอาชีวะ (naewna.com)

‘บิ๊กตู่’ย้ำยุทธศาสตร์ 20 ปีไม่ใช่สืบทอดอำนาจ ฝาก ศธ.เร่งพัฒนาทุนมนุษย์ด้านอาชีวะ

‘บิ๊กตู่’ย้ำยุทธศาสตร์ 20 ปีไม่ใช่สืบทอดอำนาจ ฝาก ศธ.เร่งพัฒนาทุนมนุษย์ด้านอาชีวะ

วันพุธ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 11.34 น.

‘บิ๊กตู่’ย้ำยุทธศาสตร์ 20 ปีไม่ใช่สืบทอดอำนาจ ฝาก ศธ.เร่งพัฒนาทุนมนุษย์ด้านอาชีวะ

7 ตุลาคม 2563 ที่วิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน “อาชีวศึกษายกกำลังสอง” โดยมี นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) , คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) , นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) , นายสุเทพ แก่งสันเทียะ รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) คณะผู้บริหาร สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) พร้อมด้วยผู้บริหารองค์กรหลัก ศธ. , ผู้บริหารสถาบันอาชีวศึกษาภาครัฐและอาชีวศึกษาเอกชน , นักเรียน นักศึกษาอาชีวะ และผู้บริหารสถานประกอบการชั้นนำ 26 แห่ง เข้าร่วมงาน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขอชื่นชมการทำงานของ ศธ. และจะเป็นการดีที่สุดถ้าครู นักเรียน และผู้ปกครองมีความเข้าใจเพื่อก้าวไปด้วยกัน การพัฒนาองค์กร ทรัพยากรมนุษย์เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด รัฐบาลจึงกำหนดไว้ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี กำหนดเป็นช่วงอายุ ไม่ได้เป็นการสืบทอดอำนาจ ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องผลิตบุคลากรให้ทัน และตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน และเรียนจบแล้วทุกคนต้องมีงานทำด้วย

นายกฯ กล่าวต่อว่า การศึกษามีความสำคัญเพื่อสร้างชาติให้มั่นคงยิ่งขึ้น ดังนั้นเราต้องผลิตทรัพยากรมนุษย์ให้ทันการเปลี่ยนแปลง ซึ่งสมัยที่ตนเรียนหนังสือ ไม่มีอะไรที่ทันสมัยเข้ามาช่วยในการสอน เรียนหนังสือ รับราชการทหารจนเกษียณอายุราชการและมาเป็นนายกฯ ได้เห็นว่าหลายอย่างในชีวิตยังช้าอยู่ จึงหารือกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อเปลี่ยนแปลงใหม่ โดยขอความร่วมมือกับภาคเอกชนให้เข้ามาช่วยพัฒนาผู้เรียน ฝึกประสบการณ์ทำงานให้นักเรียน การศึกษาเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างชาติ ต้องไปดูว่าเขาต้องการคนแบบไหน วันนี้เรามีอุตสาหกรรมเป้าหมาย 7 สาขาหลัก และจะเพิ่มให้เป็น 12 สาขา และมีความเชื่อมโยงกับเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี ภาคใต้ และเชื่อมโยงไปทุกๆภาคของประเทศ ที่วันนี้รัฐบาลพัฒนาการทำงานเป็น 6 ภาค และเชื่อมโยงไปต่างประเทศ

ทั้งนี้ เราต้องมองเป้าหมายและดูว่าจะเดินไปสู่เป้าหมายได้อย่างไร ระหว่างนั้นอาจจะมีปัญหาบ้างทั้งสังคมสิ่งแวดล้อม เราจะต้องสอนให้เด็กทุกคนคิดว่าเขาจะสามรรถเดินไปตรงนี้อย่างไร วันนี้รัฐบาลสร้างโอกาสให้ประชาชนจะมีความมั่งคั่ง ยั่งยืนทางรายได้ที่สูงขึ้น เพื่อพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง แต่ทุกคนต้องปรับการเรียนรู้ ครู อาจารย์ต้องถ่ายทอดปรับเปลี่ยนวิธีคิด สอนเด็กทุกคนวางแผนชีวิต และฝากให้กระตุ้นเด็กยากทำงาน เพื่อพัฒนาที่เร็วขึ้น

“กว่าจะทำมาได้ถึงวันนี้ต้องใช้เวลา ไม่มีอะไรจะเปลี่ยนได้ในวันสองวัน เราต้องรวมพลังกันที่จะเดินไปข้างหน้า วันนี้การศึกษายกกำลังสอง ผมว่ายังไม่พอ ต้องยกกำลังสิบ ไม่เช่นนั้นจะไม่ทัน การเดินไปข้างหน้า อาชีวะจะต้องเรียนรู้จากการปฏิบัติงานจริง คนไทยต้องเป็นหัวหน้างาน ทำงานได้กับเครื่องจักร ทำงานได้กับหุ่นยนต์ ตอนนี้ต้องการกำลังคน 5 หมื่นคน เพื่อรองรับเขตเศรษฐกิจพิเศษ หรืออีอีซี เพราะฉะนั้นเด็กเราต้องไม่ใช่เกเร มีความประพฤติดี เพราะเขาดูหมด นายกฯ มีหน้าที่ในการพัฒนา สร้างงาน และแสวงหาความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ” นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวด้วยว่า สิ่งสำคัญที่ประเทศไทยต้องการ คือ การผลิตบุคลากรที่มีศักยภาพ ครูเป็นสิ่งสำคัญ รัฐบาลยืนยันจะเร่งพัฒนา ให้ใช้วิกฤตโควิดนี้เป็นโอกาส เราก็สร้างโอกาส ที่จะเตรียมเปิดประเทศ วันนี้เราเดินไปได้มาก ขอฝากทำความเข้าใจกับนักเรียนให้เข้าใจว่าอะไรคือโอกาส อะไรคืออนาคต อดีตก็คืออดีต ประวัติศาสตร์ที่ดีก็เอามาทำต่อ อะไรไม่ดีก็ทิ้งไป อาชีวะต้องสร้างให้ได้ทั้งคนดีและคนเก่ง เพื่อมาช่วยกันพัฒนาชาติบ้านเมือง และขอให้คนไทยรักกัน

ด้านนายณัฏฐพล กล่าวว่า ศธ.มีนโยบายการสนับสนุนให้สถาบันอาชีวศึกษาผลิตกำลังคนที่มีคุณภาพ ตามความเป็นเลิศของสถานศึกษา และตามบริบทของพื้นที่ ต้องสอดคล้องกับความต้องการด้านแรงงานของประเทศทั้งในปัจจุบันและอนาคต ซึ่งได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานทุกภาคส่วน เพื่อนกระดับความสามารถของผู้เรียนและผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันการอาชีวศึกษาให้มีความสามารถในการแข่งขันทั้งทักษะความเชี่ยวชาญที่ทำงานได้ทันทีและมีทักษะด้านความคิด อารมณ์ที่สอดคล้องกับโลกการทำงาน ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนในอนาคต โดยเฉพาะหน่วยงานภาคเอกชน สถานประกอบการ มีส่วนร่วมในการพัฒนาและศูนย์พัฒนาศักยภาพบุคคลเพื่อความเป็นเลิศ (Human Capital Excellence Center: HCEC) ของอาชีวศึกษา เพื่อผลิตและพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital) ให้เป็นอาชีวศึกษาเฉพาะทางตามบริบทของพื้นที่

นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า สถาบันอาชีวศึกษาได้รับการสนับสนุนจากสถานประกอบการชั้นนำทั้งในระดับประเทศ และระดับโลก ตลอดจนภาคเอกชนจากสาขาอาชีพต่างๆ ในการผลิตและพัฒนากำลังคน ในสาขาที่เป็นความต้องการของตลาดแรงงาน ด้วยการนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีมาพัฒนาเป็นหลักสูตรอาชีวศึกษาเฉพาะทาง แบบ 1 เอกชน ต่อ 1 วิทยาลัย ใน 7 สายงานหลัก ได้แก่ ปิโตรเคมี, เทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล, หุ่นยนต์เพื่อการอุตสาหกรรม, เกษตรสมัยใหม่, อุตสาหกรรมการบิน, อุตสาหกรรมระบบราง, และยานยนต์สมัยใหม่ และ ธุรกิจโรงแรมและการบริการ ซึ่งในขณะนี้ ได้รับความร่วมมือในการช่วยกันพัฒนาและยกระดับการจัดการอาชีวศึกษาจากสถานประกอบการชั้นนำแล้วกว่า 32 แห่ง และตั้งเป้าหมายจะได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนในการจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศอาชีวศึกษา ให้ครบ 50 แห่งในสิ้นปี 2563 และในปี 2564 ครบ 100 แห่งทั่วประเทศ

‘สารสาสน์’ ร่อนแถลงการณ์! แจงปมตั้ง ‘ทนายเดชา’-ปัดบีบ ‘ครูจุ๋ม’ แจ้งความ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘สารสาสน์’ร่อนแถลงการณ์! แจงปมตั้ง’ทนายเดชา’-ปัดบีบ’ครูจุ๋ม’แจ้งความ (naewna.com)

'สารสาสน์'ร่อนแถลงการณ์! แจงปมตั้ง'ทนายเดชา'-ปัดบีบ'ครูจุ๋ม'แจ้งความ

‘สารสาสน์’ร่อนแถลงการณ์! แจงปมตั้ง’ทนายเดชา’-ปัดบีบ’ครูจุ๋ม’แจ้งความ

วันพุธ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 09.18 น.

วันที่ 7 ตุลาคม 2563 จากกรณีที่แม่น้องรีวิว นักเรียนชั้นอนุบาล 1 โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.อรอุมา ปลอดโปร่ง หรือ “ครูจุ๋ม” ว่าจะลูกสาวแก้ผ้ากลางห้อง แต่ขณะกำลังให้การนั้น ครูจุ๋ม ได้โทรศัพท์หาแม่ของน้องรีวิว พร้อมยืนยันไม่เคยคิดแจ้งความกลับฝั่งผู้ปกครอง แต่เป็นเพราะโรงเรียนบังคับ ตามข่าวที่นำเสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุด คณะกรรมการบริหารโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ ได้ออกแถลงการณ์ เมื่อวานนี้ (6 ต.ค.) โดยระบุว่า

1.การเข้ามาของ ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ นั้น เพื่อให้ความเห็นทางด้านกฎหมายเบื้องต้น เพื่อระงับข้อพิพาทและเยียวยาระหว่างโรงเรียนกับผู้ปกครองเท่านั้น

2.โรงเรียนมิได้ต้องการต่อสู้กับผู้ปกครอง หรือปฎิเสธความรับผิดชอบต่อนักเรียนและผู้ปกครองแต่ประการใด และยังคงยืนยันเจตนารมณ์ตามมาตรการบันทึกข้อตกลงระหว่างโรงเรียนกับกระทรวงศึกษาธิการ ณ สำนักคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน วันที่ 30 กันยายน พ.ศ.2563 และโรงเรียนจะแจ้งความคืบหน้าการปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลงดังกล่าวให้สาธารณชนทราบต่อไป

3.โรงเรียนปฏิเสธข่าวการบังคับให้ น.ส.อรอุมา หรือ พี่เลี้ยงจุ๋ม เข้าแจ้งความต่อผู้ปกครอง และไม่เคยมีเจตนาดังที่ถูกกล่าวอ้าง พร้อมสงวนสิทธิ์ดำเนินคดี หากสอบสวนแล้วพบว่า น.ส.อรอุมา ให้ข้อมูลบิดเบือน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : พลิกอีกตลบ! ‘ครูจุ๋ม’เท’ทนายเดชา’นัดถอนแจ้งความไม่มา โทรติดต่อไม่ได้

อย่าริลอง! งานวิจัยมะกันเผยบุหรี่ไฟฟ้า เสี่ยงโรคปอด 4 เท่าแม้ไม่เคยสูบบุหรี่จริง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – อย่าริลอง!งานวิจัยมะกันเผยบุหรี่ไฟฟ้า เสี่ยงโรคปอด4เท่าแม้ไม่เคยสูบบุหรี่จริง (naewna.com)

อย่าริลอง!งานวิจัยมะกันเผยบุหรี่ไฟฟ้า เสี่ยงโรคปอด4เท่าแม้ไม่เคยสูบบุหรี่จริง

อย่าริลอง!งานวิจัยมะกันเผยบุหรี่ไฟฟ้า เสี่ยงโรคปอด4เท่าแม้ไม่เคยสูบบุหรี่จริง

วันพุธ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ดร.พญ.เริงฤดี ปธานวนิช ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เปิดเผยงานวิจัยโดยคณะวิจัยจากมหาวิทยาลัยฟลอริดา อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศสหรัฐอเมริกา ตีพิมพ์ในวารสาร Public Health Reports เมื่อวันที่ 24 ก.ย. 2563 คณะนักวิจัยได้ทำการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการสูบบุหรี่ไฟฟ้ากับการเกิดโรคปอด ได้แก่ ปอดอักเสบ ถุงลมโป่งพอง เป็นต้น

โดยใช้ข้อมูลการสำรวจพฤติกรรมเสี่ยงทางสุขภาพของประชาชนสหรัฐอเมริกา หรือ BehavioralRisk Factor Surveillance System(BRFSS) ประจำปี 2559 ซึ่งมีกลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น 45,908 คนคณะวิจัยได้ควบคุมปัจจัยเสี่ยงอื่นๆที่อาจเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคปอดและการสูบบุหรี่ไฟฟ้า โดยได้วิเคราะห์แยกประเภทตามการสูบบุหรี่แบบธรรมดา (บุหรี่จริงแบบมวน) ได้แก่ กลุ่มที่ยังสูบบุหรี่แบบธรรมดา กลุ่มที่เคยสูบบุหรี่แบบธรรมดาแต่ปัจจุบันเลิกสูบแล้ว และกลุ่มที่ไม่เคยสูบบุหรี่แบบธรรมดามาก่อน

ซึ่งผลการวิจัยที่น่าสนใจคือในกลุ่มที่ไม่เคยสูบบุหรี่แบบธรรมดามาก่อนที่ปัจจุบันสูบบุหรี่ไฟฟ้าเป็นประจำทุกวัน จะพบมีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคปอดเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่าเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้สูบบุหรี่ไฟฟ้า นอกจากนี้ยังพบการสูบบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มอื่นๆ ได้แก่ กลุ่มที่สูบบุหรี่แบบธรรมดาหรือกลุ่มที่เคยสูบบุหรี่แบบธรรมดาแต่เลิกสูบไปแล้วหากปัจจุบันสูบบุหรี่ไฟฟ้าทุกวันก็เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคปอดเฉลี่ย 2 เท่า โดยที่ผ่านมาพบว่า บุหรี่ไฟฟ้าทำการตลาดพุ่งเป้าไปที่กลุ่มเด็กและเยาวชนอย่างชัดเจน

“จากข้อมูลในต่างประเทศพบกว่า 40% ของเยาวชนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้า ไม่เคยสูบบุหรี่แบบธรรมดามาก่อน บริษัทบุหรี่ไฟฟ้าออกแบบผลิตภัณฑ์โดยเติมสารที่เรียกว่า nicotine salts เพื่อให้เยาวชนสูบง่ายขึ้น ไม่แสบคอเหมือนบุหรี่แบบธรรมดา นอกจากนี้ยังเติมรสชาติและกลิ่นต่างๆ เพื่อดึงดูดเยาวชน จึงอยากเตือนไปยังเยาวชน รวมทั้งผู้ปกครองอย่าตกเป็นเหยื่อสิ่งเสพติดสายพันธุ์ใหม่ชนิดนี้ เพราะนอกจากบุหรี่ไฟฟ้าจะมีอันตรายต่อร่างกายแล้วจะทำให้เยาวชนที่หันมาลองสูบส่วนใหญ่ติดบุหรี่ไปตลอดชีวิต” ดร.พญ.เริงฤดี กล่าว

ขณะที่ ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจเลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวเสริมว่า ขอเตือนกลุ่มวัยรุ่นถึงอันตรายต่อสุขภาพของบุหรี่ไฟฟ้าที่มีรายงานเพิ่มมากขึ้นตลอดเวลาทำให้มีหลักฐานเพิ่มขึ้นว่าอันตรายต่อปอดและหัวใจของการสูบบุหรี่ไฟฟ้าอาจใกล้เคียงกับการสูบบุหรี่ธรรมดา และมีหลักฐานจากงานวิจัยที่พบว่าบุหรี่ไฟฟ้าทำให้เกิดมะเร็งปอดในหนูทดลอง ทุกฝ่ายจึงต้องไม่หลงเชื่อฝ่ายที่ผลักดันบุหรี่ไฟฟ้าว่าปลอดภัยกว่าบุหรี่ธรรมดา เพราะผลกระทบระยะยาวยังไม่มีใครทราบ

นอกจากนี้ ข้อมูลที่พบว่าร้อยละ 40 ของเยาวชนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าไม่เคยสูบบุหรี่ธรรมดามาก่อน ลบล้างข้ออ้างของบริษัทบุหรี่ที่อ้างว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นผลิตภัณฑ์ลดอันตราย(Harm reduction) โดยกรณีที่คนที่ไม่สูบบุหรี่ธรรมดาแล้วเข้ามาสูบบุหรี่ไฟฟ้าเป็นการเพิ่มไม่ใช่ลดอันตราย และการมีขึ้นของบุหรี่ไฟฟ้าจะทำให้การบรรลุเป้าหมายสังคมปลอดบุหรี่ใช้เวลานานยิ่งขึ้น

ร.10 ส่งพระราชสาส์นแสดงความห่วงใย ‘โดนัลด์ทรัมป์’ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ร.10ส่งพระราชสาส์นแสดงความห่วงใย ‘โดนัลด์ทรัมป์’ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา (naewna.com)

ร.10ส่งพระราชสาส์นแสดงความห่วงใย 'โดนัลด์ทรัมป์'ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

ร.10ส่งพระราชสาส์นแสดงความห่วงใย ‘โดนัลด์ทรัมป์’ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

วันอังคาร ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 18.47 น.

6 ตุลาคม 2563 ในหลวง ทรงมีพระราชสาส์นแสดงความห่วงใยนายโดนัลด์ เจ. ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา และภริยาติดเชื้อโควิด-19 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ส่งข้อความพระราชสาส์นแสดงความห่วงใย ในการที่ นายโดนัลด์ เจ. ทรัมป์ (The Honorable Donald J. Trump) ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา และนางเมลาเนีย ทรัมป์ (Mrs. Melania Trump) ภริยา ตรวจพบเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2563 มีข้อความ

ฯพณฯ นายโดนัลด์ เจ. ทรัมป์ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกากรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ข้าพเจ้าและพระราชินีรู้สึกห่วงใยอย่างยิ่งเมื่อได้ทราบจากการแถลงว่าท่านประธานาธิบดีและภริยา ได้รับการวินิฉัยว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 แต่ก็รู้สึกคลายกังวลลงเป็นอย่างมากเมื่อได้ชมวีดิทัศน์การปราศรัยของท่าน ตั้งแต่ต้นหลังจากที่ท่านเข้ารับการรักษาที่ศูนย์การแพทย์วอลเทอร์ รีด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและมั่นคงแน่วแน่ดั่งที่ท่านเคยเป็นเสมอมา ข้าพเจ้าในนามของประชาชนชาวไทย ขอส่งความปรารถนาดีมายังท่านประธานาธิบดีและภริยาไห้กลับมามีพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรงในเร็ววัน เพื่อให้ท่านประธานาธิบดีกลับมาปฏิบัติหน้าที่บริหารประเทศได้โดยเร็วที่สุด

(พระปรมาภิไธย) มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว