ร.10 ส่งข้อความพระราชสาส์นแสดงความยินดี เชค นาวาฟ อัลอะห์มัด อัลญาบิร อัศเศาะบาฮ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ร.10ส่งข้อความพระราชสาส์นแสดงความยินดี เชค นาวาฟ อัลอะห์มัด อัลญาบิร อัศเศาะบาฮ์ (naewna.com)

ร.10ส่งข้อความพระราชสาส์นแสดงความยินดี เชค นาวาฟ อัลอะห์มัด อัลญาบิร อัศเศาะบาฮ์

ร.10ส่งข้อความพระราชสาส์นแสดงความยินดี เชค นาวาฟ อัลอะห์มัด อัลญาบิร อัศเศาะบาฮ์

วันอาทิตย์ ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 14.18 น.

‘ในหลวง’ส่งข้อความพระราชสาส์นแสดงความยินดี เชค นาวาฟ อัลอะห์มัด อัลญาบิร อัศเศาะบาฮ์ ในโอกาสเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นเจ้าผู้ครองรัฐคูเวตพระองค์ใหม่

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ส่งข้อความพระราชสาส์น แสดงความยินดีไปยัง เชค นาวาฟ อัลอะห์มัด อัลญาบิร อัศเศาะบาฮ์ (His Highness Sheikh Nawaf Al-Ahmad Al-Jaber Al-Sabah) ในโอกาสเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นเจ้าผู้ครองรัฐคูเวตพระองค์ใหม่ เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2563 ความว่า

เชค นาวาฟ อัลอะห์มัด อัลญาบิร อัศเศาะบาฮ์ เจ้าผู้ครองรัฐคูเวต กรุงดูเวตซิตี ในโอกาสที่ฝ่าพระบาทเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นเจ้าผู้ครองรัฐคูเวต หม่อมฉันและพระราชินี มีความยินดีขอถวายพระพรชัยมงคลและความปรารถนาดี เพื่อฝ่าพระบาททรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์และทรงพระเกษมสำราญ ทั้งเพื่อความสำเร็จและความรุ่งเรื่องไพบูลย์ยิ่งขึ้นของประเทศและประชาชนชาวคู่เวต หม่อมฉันเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า ในช่วงเวลาแห่งการครองราชย์ของฝ่าพระบาท สัมพันธไมตรีอันเข้มแข็งละความข้าใจอันดีระหว่างประเทศของเราทั้งสองจะยังคงกระชับแน่นแฟ้น อันจะนำไปสู่การพัฒนาเพิ่มพูนความร่วมมีอ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนทั้งสองฝ่าย

(พระปรมาภิไธย) มหาวชิราลงกรณ พระวซิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

‘อนุชา’ นำชาวพิจิตร-นทท.ตักบาตรเทโว สืบทอดประเพณี-ดันท่องเที่ยวกระตุ้น ศก.ชุมชน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘อนุชา’นำชาวพิจิตร-นทท.ตักบาตรเทโว สืบทอดประเพณี-ดันท่องเที่ยวกระตุ้นศก.ชุมชน (naewna.com)

‘อนุชา’นำชาวพิจิตร-นทท.ตักบาตรเทโว สืบทอดประเพณี-ดันท่องเที่ยวกระตุ้นศก.ชุมชน

‘อนุชา’นำชาวพิจิตร-นทท.ตักบาตรเทโว สืบทอดประเพณี-ดันท่องเที่ยวกระตุ้นศก.ชุมชน

วันอาทิตย์ ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 11.30 น.

‘อนุชา’นำชาวพิจิตร-นทท.ตักบาตรเทโว สืบทอดประเพณี-ดันท่องเที่ยวกระตุ้นศก.ชุมชน

เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 4 ตุลาคม 2563 ที่วัดเขาทราย ต.เขาทราย อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดงานบุญประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะพระสงฆ์ 350 รูป โดยมี น.ส.ณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายภูดิท อินสุวรรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิจิตร เขต 2 นายสุรชาติ ศรีบุศกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิจิตร เขต 3 นายสิริรัฐ ชุมอุปการ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร และพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รู้สึกปราบปลื้มที่เห็นประชาชนออกมาทำบุญร่วมกันเป็นจำนวนมาก แสดงออกถึงความศรัทธาในพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นศาสนาประจำชาติ ขอให้ร่วมกันทำนุบำรุงรักษาให้พุทธศาสนาเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป สำหรับงานบุญประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะวัดเขาทราย เป็นประเพณีที่ได้กระทำต่อเนื่องกันมาอย่างยาวนานกว่า 60 ปี จะจัดขึ้นในวันแรม 2 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี ถือได้ว่าเป็นมรดกประเพณีวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของจังหวัดพิจิตร เป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนาให้คงอยู่และน้อมรำลึกถึงองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า สะท้อนให้เห็นถึงประเพณีอันทรงคุณค่าที่ควรได้รับการสืบทอดให้คงอยู่สืบไป รวมถึงเป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น ส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในจังหวัด กระตุ้นการบริโภค สร้างรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับชุมชน

ทั้งนี้ หวังให้การจัดงานครั้งนี้เกิดประโยชน์กับผู้ประกอบการและประชาชนชาวจังหวัดพิจิตร ขอให้นักท่องเที่ยวที่ได้มาท่องเที่ยวในงานประเพณีฯ ในครั้งนี้ ได้รับประสบการณ์ที่ดี นำไปเผยแพร่บอกต่อๆ กันไปและกลับมาเยี่ยมเยือนจังหวัดพิจิตรอีกครั้ง พร้อมกับขอให้ท้องถิ่นต่าง ๆ ส่งเสริมการท่องเที่ยวในลักษณะพุทธศาสนามากยิ่งขึ้นต่อไป

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ร่วมตักบาตรเทโวโรหณะ พระสงฆ์จำนวน 350 รูป และเยี่ยมชมสินค้า OTOP ของชุมชนในพื้นที่ ก่อนเดินทางกลับ

‘ณัฏฐพล’ จี้ครู-ผู้บริหารโรงเรียนทั่วประเทศ ร่วมมือแก้ปัญหา-ป้องกันการคุกคามนร. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘ณัฏฐพล’จี้ครู-ผู้บริหารโรงเรียนทั่วประเทศ ร่วมมือแก้ปัญหา-ป้องกันการคุกคามนร. (naewna.com)

‘ณัฏฐพล’จี้ครู-ผู้บริหารโรงเรียนทั่วประเทศ ร่วมมือแก้ปัญหา-ป้องกันการคุกคามนร.

‘ณัฏฐพล’จี้ครู-ผู้บริหารโรงเรียนทั่วประเทศ ร่วมมือแก้ปัญหา-ป้องกันการคุกคามนร.

วันอาทิตย์ ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 10.57 น.

‘ณัฏฐพล’จี้ครู-ผู้บริหารโรงเรียน​ทั่วประเทศ​ ร่วมมือแก้ปัญหา​-ป้องกันการคุกคามนร.

จากกรณีเมื่อวันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม 2563 กลุ่มนักเรียนเลว ได้มาชุมนุมหน้ากระทรวงศึกษาธิการ เพื่อขับไล่นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลาออกจากตำแหน่ง เพราะเห็นว่าไม่สามารถแก้ปัญหาความรุนแรงในสถานศึกษาได้ตามที่ได้รับปากไว้กับกลุ่มนักเรียนเลว ที่เคยมาชุมนุมเรียกร้องเมื่อวันที่ 5 กันยายน ที่ผ่านมา จึงมารวมตัวขับไล่พร้อมโปรยใบลาออกของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่หน้าอาคารราชวัลลภ เป็นจำนวนมากนั้น

วันนี้ (4 ตุลาคม 2563) นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โพสต์เฟสบุ๊กส่วนตัว Nataphol Teepsuwan-ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ว่า “ขอขอบคุณผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการชุดใหม่ที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งก็ต้องพบกับกลุ่มน้องๆนักเรียน ที่มาร้องเรียนเรื่องการศึกษา ทุกท่านตั้งใจดีที่จะต้อนรับและรับฟังอย่างมีเหตุมีผล เตรียมทั้งของว่างและน้ำไว้ให้ ถึงแม้จะเจอกับการแสดงออกบางอย่างที่มีความล่วงเกินไป​ หรือเจอการกระทำที่ปนกับอารมณ์ไปบ้างกับผู้บริหารสูงสุดของกระทรวง เพราะน้องๆ​ เขาเรียกร้องเกี่ยวกับผม ทุกท่านก็อดทนอดกลั้น ต่อภารกิจของน้องๆ​ ที่อาจจะไม่เหมาะสมไปบ้าง แต่ท่านก็ทำหน้าที่เป็นผู้ใหญ่ที่ควบคุมอารมณ์ได้ดี”

“ตลอดเวลาที่ได้รับข้อเรียกร้องเราทราบกันดีว่ามีการหาแนวทางในการแก้ปัญหามาตลอด​อย่างไม่นิ่งนอนใจ​ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งศูนย์เพื่อดูแลปัญหาอย่างใกล้ชิด​ เปิดช่องทางรับปัญหา​”

“โอกาสนี้ผมอยากขอความร่วมมือจากทั้งผู้บริหารโรงเรียน​ทั่วประเทศ​ คุณครูทุกท่าน​ที่จะช่วยกันแก้ปัญหา​และป้องกันการคุกคามนักเรียน​ ผมเชื่อว่าเราจะลดปัญหานี้ในโรงเรียนได้ในที่สุด​ และโรงเรียนจะเป็นที่ปลอดภัย​ อยากให้คุณครูและผู้บริหารแก้ปัญหาด้วยความอดทนอดกลั้นเหมือนอย่างที่วันนี้ผู้บริหารระดับสูง​ได้แสดงให้เห็นแล้ว​ ผมเชื่อในพลังและจิตวิญญาณ​ของทุกท่านครับ”

ขอขอบคุณผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการชุดใหม่ที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งก็ต้องพบกับกลุ่มน้องๆนักเรียน…โพสต์โดย Nataphol Teepsuwan – ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ เมื่อ วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม 2020

‘ตี ด่า ขว้างแปรงลบกระดาน! เปิดประสบการณ์ ‘ความรุนแรงในชั้นเรียน’ ที่เกิดจาก ‘ครู’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘ตี ด่า ขว้างแปรงลบกระดาน! เปิดประสบการณ์‘ความรุนแรงในชั้นเรียน’ที่เกิดจาก‘ครู’ (naewna.com)

‘ตี ด่า ขว้างแปรงลบกระดาน! เปิดประสบการณ์‘ความรุนแรงในชั้นเรียน’ที่เกิดจาก‘ครู’

‘ตี ด่า ขว้างแปรงลบกระดาน! เปิดประสบการณ์‘ความรุนแรงในชั้นเรียน’ที่เกิดจาก‘ครู’

วันอาทิตย์ ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 08.44 น.

‘ตี ด่า ขว้างแปรงลบกระดาน! เปิดประสบการณ์‘ความรุนแรงในชั้นเรียน’ที่เกิดจาก‘ครู’

4 ตุลาคม 2563 จากเหตุการณ์สะเทือนใจ กรณี “จุ๋ม” ครูพี่เลี้ยงทำร้ายร่างกายนักเรียนชั้นอนุบาล สังคมให้ความสนใจและวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองวิตกกังวล เป็นห่วงความไม่ปลอดภัยของบุตรหลานเวลาอยู่ที่โรงเรียนมากขึ้น เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนที่มีบุตรหลานอยู่ในวัยเรียน “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,896 คน (สำรวจทางออนไลน์) ระหว่างวันที่ 29 กันยายน-2 ตุลาคม 2563 สรุปผลได้ ดังนี้ 

1. ประสบการณ์ตรงเรื่อง “ความรุนแรงในชั้นเรียน” ซึ่งเกิดจากครู

อันดับ 1 ไม่เคย 78.90%

อันดับ 2 เคย 21.10%

คือ เรื่องโดนตีด้วยไม้บรรทัด ไม้เรียว แปรงลบกระดาน , หยิกที่แขน ขา ท้อง ดึงหู กระชากเสื้อ , ถูกตะคอก ขู่ เสียงดัง พูดจาหยาบคาย , ขว้างปาสิ่งของใส่ เช่น แปรงลบกระดาน สมุด หนังสือ , ขังในห้อง ให้อยู่ในที่มืด ,ใช้หนังยางดีด เป็นต้น

2. ความคิดเห็นที่มีต่อข่าว “ครู” ทำร้ายนักเรียน

อันดับ 1 เป็นการกระทำที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ ไม่สมควรทำอย่างยิ่ง 84.36%

อันดับ 2 ไม่มีจรรยาบรรณความเป็นครู ขาดจิตสำนึก 83.41%

อันดับ 3 รู้สึกหดหู่ สลดใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 79.71%

อันดับ 4 โรงเรียนขาดการดูแลเอาใจใส่ ปล่อยปละละเลย 74.59%

อันดับ 5 กระทรวงศึกษาธิการควรมีมาตรการป้องกันอย่างเร่งด่วน 73.64%

3. สาเหตุที่ “ครู” มักจะมีข่าวลักษณะนี้บ่อยมากขึ้น

อันดับ 1 ครูขาดจิตสำนึก ไม่มีจิตวิญญาณความเป็นครู 86.77%

อันดับ 2 การสอบคัดเลือกครูไม่สามารถคัดกรองครูดีได้จริง 73.33%

อันดับ 3 โรงเรียนไม่เข้มงวด 63.28%

อันดับ 4 สภาพสังคม เศรษฐกิจเปลี่ยนไป ทำให้ครูเกิดความเครียด 49.73%

อันดับ 5 ปัญหาครอบครัว/เรื่องส่วนตัว 47.18%

4. เรื่องที่ผู้ปกครองเป็นห่วงบุตรหลานมากที่สุด

อันดับ 1 การทำโทษของครู(ตี/หยิก/ดุ/ด่า) 80.54%

อันดับ 2 การเรียน 62.41%

อันดับ 3 เพื่อนแกล้ง 54.08%

อันดับ 4 อาหารการกิน 43.11%

อันดับ 5 การเดินทาง (รถรับส่ง/รถสาธารณะ) 40.46%

5. วิธีป้องกันแก้ไขเพื่อไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก

อันดับ 1 ผู้บริหารโรงเรียนต้องสอดส่องดูแลและเอาใจใส่มากขึ้น 79.80%

อันดับ 2 มีระบบการคัดเลือกครูที่ดี มีมาตรฐาน คัดคนดี มีใจรัก 77.32%

อันดับ 3 ต้องควบคุม ดูแลทั้งพฤติกรรมของครูและเด็ก 72.31%

อันดับ 4 ผู้ปกครองต้องคอยสังเกต ซักถาม ดูแลบุตรหลานใกล้ชิด 68.46%

อันดับ 5 มีมาตรการและบทลงโทษที่รุนแรง 60.76%

* หมายเหตุ   ผู้ตอบสามารถระบุความคิดเห็นได้มากกว่า 1 เรื่อง (ค่าร้อยละจึงคำนวณในแต่ละข้อ)

นางสาวพรพรรณ บัวทอง นักวิจัย สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า จากผลการสำรวจจะเห็นได้ว่า กรณีที่เกิดขึ้นประชาชนมองว่า “ครู” ขาดจิตวิญญาณความเป็นครู ซึ่งเป็นสิ่งที่ครูทุกคนควรจะต้องมี โดยผู้บริหารกระทรวงศึกษาฯ และผู้บริหารโรงเรียนควรเร่งดำเนินการตรวจสอบ แก้ไข และหามาตรการป้องกัน ทั้งนี้รัฐบาลเองก็ควรให้ความสำคัญกับปัญหาที่เกิดขึ้น ใช้โอกาสนี้ในการแก้ปัญหาของครูทั้งระบบ ไม่เช่นนั้นจากปัญหาความรุนแรงในชั้นเรียนอาจเป็นเสียงดังที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การทำงานของรัฐบาลได้เช่นกัน 

ด้าน ดร.สิทธิพร เอี่ยมเสน คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า หากมองจากตัวเลข “ความรุนแรงในชั้นเรียน” ซึ่งเกิดจากครู 21.10% ที่เคยมีประสบการณ์ความรุนแรงไม่ว่าจะเป็นการตีด้วยไม้บรรทัด ไม้เรียว การหยิก หรืออื่น ๆ นั้น นับว่าน่ากลัวมาก แม้ว่า 21.10% อาจมองว่าเพียงแค่ประมาณ  1 ใน 5 นับว่าไม่เยอะ แต่หากมองถึงสิ่งนี้เกิดจากครู มันน่าจะเป็น “0” (ศูนย์) เพราะคนที่เป็นครูมีหน้าที่ที่ต้องดูแลเอาใจใส่ให้ความเมตตาเด็ก สิ่งนี้ไม่ควรเกิดขึ้น

“แต่หากมองอีกมุมหนึ่ง การตีหรือหยิก เพื่อการอบรมสั่งสอน ลงโทษเพื่อให้หลาบจำ ไม่ให้ทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องอีก มีการอธิบายความผิดให้เข้าใจ นักเรียนยอมรับความผิดและยอมรับการลงโทษนั้น ๆ สิ่งนี้อาจไม่ถือว่าเป็นความรุนแรงที่เกิดจากครู กรณีครูจุ๋ม จะเรียกว่าเป็นครูก็ไม่ถูก เนื่องจากไม่ได้จบปริญญาตรีครุศาสตร์หรือศึกษาศาสตร์ เป็นการกระทำที่ถือว่าผิด ถ้าเป็นข้าราชการก็คือการทำผิดวินัยเลยทีเดียว” ดร.สิทธิพร กล่าว

‘อเมซอน’ ประกาศถอนตัว เช่าพื้นที่ร้านกาแฟภายในคณะนิติศาสตร์ มธ. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘อเมซอน’ประกาศถอนตัว เช่าพื้นที่ร้านกาแฟภายในคณะนิติศาสตร์ มธ. (naewna.com)

'อเมซอน'ประกาศถอนตัว เช่าพื้นที่ร้านกาแฟภายในคณะนิติศาสตร์ มธ.

‘อเมซอน’ประกาศถอนตัว เช่าพื้นที่ร้านกาแฟภายในคณะนิติศาสตร์ มธ.

วันเสาร์ ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 15.27 น.

วันที่ 3 ตุลาคม 2563 กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง หลังมีการประกาศเตรียมปิดตัวลงของ “ร้านยิ้มสู้คาเฟ่” ร้านกาแฟสำหรับพนักงานผู้พิการ บาริสต้าของร้านเป็นคนหูหนวก ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ สาขาคณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ที่จะต้องปิดตัวลงในเร็ว ๆ นี้ เนื่องจากทางสถานที่มอบสัมปทานให้ร้านกาแฟเจ้าอื่นไปแล้ว ทำให้เรื่องดังกล่าวกลายเป็นที่วิจารณ์ในสังคมออนไลน์อย่างรุนแรง ที่หวั่นว่าผู้พิการจะไม่มีงานทำ และเป็นการคัดเลือกร้านโดยไม่สนใจการช่วยเหลือสังคม จนเกิดกระแสแสดงเจตนารมณ์ไม่ขอเข้าไปใช้บริการร้านกาแฟร้านใหม่นั้น

ต่อมาทางคณะนิติศาสตร์ ได้ออกแถลงการณ์ ว่าร้าน Cafe Amazon เข้ามาดำเนินการเช่าพื้นที่ โดยทางคณะฯ แต่งตั้งคณะกรรมการ 14 คน เพื่อพิจารณาหลักเกณฑ์ต่างๆ มากมาย เช่น การบริหารธุรการ, ความสะอาด, การดูแลสภาพแวดล้อม ตลอดจนถึงค่าตอบแทน, รสชาติ และร้าน Cafe Amazon ได้คะแนนสูงกว่าร้านยิ้มสู้ นั่นทำให้ Cafe Amazon จะได้รับสิทธิ์เข้าบริหารพื้นที่ต่อ

ล่าสุดทาง Cafe Amazon โดยฝ่ายบริหารธุรกิจร้านคาเฟ่อเมซอน บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)  ได้โพสต์ข้อความชี้แจงในเพจ คาเฟ่ อเมซอน ว่า ปัจจุบัน คาเฟ่ อเมซอน ยังมิได้รับทราบผลการคัดเลือกอย่างเป็นทางการจากคณะนิติศาสตร์แต่อย่างใด แต่เนื่องจากมีกระแสข่าวว่าลูกจ้างของผู้ให้บริการรายเดิมที่เป็นผู้พิการจะได้รับผลกระทบจากการที่ผู้ให้บริการรายเดิมอาจจะไม่ได้ต่อสัญญา คาเฟ่ อเมซอน ได้พิจารณาประเด็นดังกล่าว และ ขอถอนตัว จากการดำเนินการที่คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FThammasatlaw%2Fposts%2F2117245261739645&show_text=true&width=552&height=838&appId,

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fcafeamazonofficial%2Fposts%2F3929715277056781&show_text=true&width=552&height=615&appId

‘บิ๊กป้อม’ อัญเชิญกฐินสามัคคีทอดถวาย ‘วัดเกาะแก้ว-วัดโพธิ์เผือก’ เมืองกรุงเก่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘บิ๊กป้อม’อัญเชิญกฐินสามัคคีทอดถวาย‘วัดเกาะแก้ว-วัดโพธิ์เผือก’เมืองกรุงเก่า (naewna.com)

‘บิ๊กป้อม’อัญเชิญกฐินสามัคคีทอดถวาย‘วัดเกาะแก้ว-วัดโพธิ์เผือก’เมืองกรุงเก่า

‘บิ๊กป้อม’อัญเชิญกฐินสามัคคีทอดถวาย‘วัดเกาะแก้ว-วัดโพธิ์เผือก’เมืองกรุงเก่า

วันเสาร์ ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 14.24 น.

เมื่อวันที่  3 ตุลาคม 2563  พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันนี้เวลา 09.00 น.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ทอดกฐินสามัคคี บารมีพระเจ้าตาก ณ วัดเกาะแก้ว และวัดโพธิ์เผือก อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมี พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม และผู้มีจิตศรัทธาในบวรพระพุทธศาสนา เข้าร่วมพิธี 

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร  ยังได้เป็นประธาน ในพิธีวางศิลาฤกษ์ สร้างศาลาการเปรียญเพื่อใช้ประโยชน์ในการประกอบพิธีสงฆ์ทางพระพุทธศาสนา ณ  วัดโพธิ์เผือก พร้อมอุทิศส่วนบุญส่วนกุศล มอบแด่ คุณแม่สายสนี วงษ์สุวรรณ ซึ่งได้ล่วงลับไปแล้ว ด้วยวัย 99ปี

ร.10 ส่งพระราชสาส์นอำนวยพร ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเกาหลี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ร.10ส่งพระราชสาส์นอำนวยพร ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเกาหลี (naewna.com)

ร.10ส่งพระราชสาส์นอำนวยพร ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเกาหลี

ร.10ส่งพระราชสาส์นอำนวยพร ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเกาหลี

วันเสาร์ ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 14.01 น.

3 ตุลาคม 2563 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ส่งข้อความพระราชสาส์นอำนวยพร ไปยังประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเกาหลี ในโอกาสวันก่อตั้งชาติของสาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งตรงกับวันที่ 3 ตุลาคม 2563 มีใจความว่า

ฯพณฯ นายมูน แจ-อิน ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเกาหลี กรุงโซล ในโอกาสวันก่อตั้งชาติของสาธารณรัฐเกาหลี ข้าพเจ้าขอส่งคำอำนวยพรและความปรารถนาดี เพื่อท่านประธานาธิบดีมีพลานามัยสมบูรณ์และประสบความสุขสวัสดิ์ ทั้งเพื่อความร่มเย็นเป็นสุขของประชาชนและความวัฒนาถาวรของสาธารณรัฐเกาหลี

ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า ความสัมพันธ์ฉันมิตรที่มั่นคงระหว่างประเทศและประชาชนของเราทั้งสอง จะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างเสริมความร่วมมือของทั้งสองฝ่ายให้งอกงามเพิ่มพูนต่อไปในภายภาคหน้า

(พระปรมาภิไธย) มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

‘ในหลวง’ ทรงมีพระราชสาส์นอำนวยพร ประธานาธิบดีแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘ในหลวง’ทรงมีพระราชสาส์นอำนวยพร ประธานาธิบดีแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (naewna.com)

'ในหลวง'ทรงมีพระราชสาส์นอำนวยพร ประธานาธิบดีแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

‘ในหลวง’ทรงมีพระราชสาส์นอำนวยพร ประธานาธิบดีแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

วันเสาร์ ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 13.54 น.

“ในหลวง” ทรงมีพระราชสาส์นอำนวยพรประธานาธิบดีแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ในโอกาสวันเอกภาพสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

3 ตุลาคม 2563 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ส่งข้อความพระราชสาส์นอำนวยพร ไปยังประธานาธิบดีแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ในโอกาสวันเอกภาพเยอรมันของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ซึ่งตรงกับวันที่ 3 ตุลาคม 2563 ความว่า

ฯพณฯ นายฟรังค์-วัลเทอร์ ช ไตน์ไมเออร์ ประธานาธิบดีแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนึ กรุงเบอร์ลิน ในโอกาสวันเอกภาพเยอมัน ข้าพเจ้ามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะขอส่งคำอำนวยพรและความปรารถนาดีอย่งจริงใจ เพื่อท่านประธานาธิบดีมีพลานามัยสมบูรณ์และประสบความสุขสวัสดิ์ ทั้งเพื่อความร่มเย็นเป็นสุขของประชาชนและความวัฒนาถาวรของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ประเทศไทยและสหพันสาธารณรัฐเยอรมนีมีความสัมพันธ์ฉันมิตรมาอย่างมั่นคงยาวนาน

ข้าพเจ้าเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า ประเทศของเราทั้งสองจะยังคงกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนให้แน่นแฟ้นและสร้างเสริมความร่วมมือระหว่างกันให้เข้มแข็ง เพื่อประโยชน์สุขของประเทศและประชาชนของทั้งสองฝ้ายสืบต่อไป

(พระปรมาภิไธย) มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

‘กลุ่มนักเรียนเลว’ ไล่ ‘ณัฏฐพล’ พ้นรมว.ศธ. ชี้ล้มเหลวแก้ปัญหาโรงเรียน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘กลุ่มนักเรียนเลว’ไล่’ณัฏฐพล’พ้นรมว.ศธ. ชี้ล้มเหลวแก้ปัญหาโรงเรียน (naewna.com)

'กลุ่มนักเรียนเลว'ไล่'ณัฏฐพล'พ้นรมว.ศธ. ชี้ล้มเหลวแก้ปัญหาโรงเรียน

‘กลุ่มนักเรียนเลว’ไล่’ณัฏฐพล’พ้นรมว.ศธ. ชี้ล้มเหลวแก้ปัญหาโรงเรียน

วันศุกร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 20.10 น.

เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น.วันที่ 2 ตุลาคม 2563 กลุ่มนักเรียนเลว ได้เริ่มเคลื่อนรถแห่ออกจากโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย แล้วเคลื่อนต่อไปยังโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา , โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์ , โรงเรียนเทพศิรินทร์ , โรงเรียนวัดราชบพิธ เมื่อถึงโรงเรียนแต่ละแห่ง ตัวแทนกลุ่มได้เข้ายื่นหนังสือให้ทางโรงเรียนยุติการลงโทษนักเรียนด้วยวิธีที่รุนแรง และการทำร้ายร่างกายนักเรียน

และเวลา 17.30 น.ขบวนรถแห่ของกลุ่มนักเรียนเลว เดินทางมาถึงจุดสุดท้าย ที่บริเวณหน้ากระทรวงศึกษาธิการ โดยกลุ่มนักเรียนเลวได้ปลักหลักปราศรัยเรียกร้องต่อ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ว่า หลังจากที่กลุ่มนักเรียนมายื่นข้อเรียกร้องให้ทาง ศธ.แก้ไขปัญหาต่างๆ แล้ว ศธ.ได้แก้ไขอะไรไปบ้าง โดยมี นายสุภัทร จำปาทอง รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) นายอัมพร พินะสา รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และนายเจตน์ โศภิษฐ์พงศธร เลขานุการ รมว.ศธ.ออกไปรับข้อเรียกร้อง แทน รมว.ศธ.ที่เดินทางไปราชการต่างจังหวัด

โดย นายสุภัทร กล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วยกับน้องๆ นักเรียน ที่มีการทำร้ายนักเรียน การทำร้ายร่างกาย เรื่องแบบนี้ต้องไม่เกิดขึ้นในสถานศึกษา สถานศึกษาต้องเป็นสถานที่ที่มีความปลอดภัยสำหรับทุกคน

ตัวแทนนักเรียน ถามว่า เนื่องนายณัฏฐพล ได้รับปากกับนักเรียนไว้เมื่อวันที่ 5 ก.ย.ว่าจะทำให้โรงเรียนปลอดภัย นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นไป แต่จนถึงวันนี้ก็ยังพบว่าโรงเรียนหลายแห่งนักเรียนก็ยังไม่ปลอดภัย เพราะในโรงเรียนยังมีปัญหาความรุนแรง มีการละเมิดสิทธิ์เกี่ยวกับทรงผม และการแต่งกาย แล้วทาง ศธ.ได้แก้ไขปัญหาหรือไม่ และจากที่พวกตนติดตามโรงเรียนต่างๆ ก็ยังมีการละเมิดสิทธิและยังมีความรุนแรงเกิดขึ้น จึงถามว่า ศธ.จะรับผิดชอบอย่างไรในกรณีนี้ และที่ผ่านมาเห็นว่าได้ส่ง นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) ไปแก้ปัญหาความรุนแรงในโรงเรียนสารสาสน์ แต่ก็เป็นแค่แห่งหนึ่งในหลายพันโรงเรียนทั่วประเทศ ที่ยังมีการทำร้ายร่างกายนักเรียนอยู่

นักเรียนจึงได้ถามผ่าน ปลัด ศธ.ว่า นายณัฏฐพล ได้ฝากอะไรมาบ้าง และถามว่าทำไม รมว.ศธ.จึงไม่สามารถดำเนินการให้โรงเรียนปลอดภัยได้ นับตั้งแต่วันนั้น

ปลัด ศธ.กล่าวว่า ศธ.ไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรงในโรงเรียนอยู่แล้ว เราก็ช้ำใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่มาตรการของรัฐอาจจะไม่รวดเร็วเท่าที่ทุกคนอยากเห็นได้ ศธ.ก็พยายามแก้ไขปัญหาให้เร็วที่สุด อย่างกรณีโรงเรียนสารสาสน์มีการลงไปสำรวจข้อมูลในพื้นที่เพื่อดำเนินคดี และให้มีการคัดกรองครู และตนเห็นด้วยกับน้องๆ ที่ไม่อยากเห็นเด็กมีความไม่ปลอดภัย และไม่สมควรเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นในประเทศไทย

ซึ่งหลังจากที่ตัวแทนนักเรียน ฟังคำชี้แจงของปลัด ศธ.แล้ว บอกว่าคำตอบไม่แตกต่างจากที่ รมว.ศธ.บอกไว้เลย และบอกว่ามีนักเรียนแห่งหนึ่งถูกครูตี ถูกครูฟาด และถูกบังคับให้ตัดผม ตั้งๆ ที่กฎกระทรวงยกเลิกข้อกำหนดแลไปแล้ว และมีนักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมฯ ถูกครูดีดสายเสื้อใน เพราะไม่ใส่เสื้อทับ และใส่เสื้อในสีประหลาด นักเรียนโรงเรียนเซนโยเซฟคอนแวนต์ ถูกครูใช้ไม้ปิงปองทุบหัว นักเรียนโรงเรียนวัดราชบพิธ ถูกครูเอาไม้เรียวฟาดก้น นักเรียนโรงเรียนเทพศิรินทร์ ถูกครูตี

“สิ่งเหล่านี้ท่านไม่มีทางทราบเลย ท่านไม่มีทางทราบ ถ้านักเรียนไม่ออกมาพูด เพราะฉะนั้น นี่คือความรับผิดชอบของท่านณัฏฐพล ซึ่งเป็นเจ้ากระทรวง ครรจะต้องจัดการอะไรบางอย่างได้แล้ว ไม่ใช่รับปากแล้วสุดท้ายปัญหาก็เหมือนเดิม ไม่ได้ลดน้อยลงเลย และได้ถามปลัด ศธ.ว่าท่านยอมรับได้ไหมว่าปัญหาไม่ได้ลดน้อยลงเลย

โดยปลัด ศธ.ตอบว่า ตนไม่สามารถตอบได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะลดลงได้ไหม แต่สิ่งที่ ศธ.จะช่วยทำให้สิ่งที่ไม่ถูกต้องนี้ลดลงและไม่เกิดขึ้น

ทำให้นักเรียนส่งเสียงโห่ และบอกว่า นายณัฏฐพล ยังไม่ได้แก้ปัญหาที่นักเรียนถูกทำร้ายร่างกายเลย นอกจากไปโรงเรียนต่างๆ แล้วถ่ายรูปเหมือนเดิม ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำประจำอยู่แล้ว

จากนั้น ตัวแทนนักเรียนบอกว่าที่มาวันนี้ไม่ได้มีข้อพิพาทกับปลัด ศธ.เพราะพึ่งมาดำรงตำแหน่ง แต่ก็คาดหวังว่าจะทำอะไรให้การศึกษาไทยดีขึ้นบ้าง ก็จะรอดู และวันนี้ไม่ได้มาพูดคุยกับปลัด ศธ.เรามาเพื่อขับไล่ คุณณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ออกจากตำแหน่ง เพราะไม่สามารถทำให้โรงเรียนปลอดภัยขึ้นได้เลย นับตั้งแต่วันที่นักเรียนมายื่นข้อเรียกร้องที่ผ่านมา

“ถ้ากระทรวงศึกษาฯ ไม่สามารถที่จะทำให้โรงเรียนปลอดภัย ไม่สามารถที่จะคุ้มครองนักเรียนได้ กระทรวงศึกษาธิการก็เป็นได้แค่เค้ก จากนั้นแกนนำนักเรียนก็ได้ขึ้นไปหยิบเค้กบนรถ แล้วคว่ำลงมาด้านล่าง เพื่อแสดงออกว่า รมว.ศธ.ไม่ได้สนใจข้อเรียกร้องของนักเรียน ปล่อยให้ปัญหาเกิดขึ้นต่อไป โดยที่ รมว.ศธ.ไม่ได้ทำอะไรเลย

จากนั้น ตัวแทนนักเรียน ก็ได้โปรยหนังสือ เรื่องการลาออกจากตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการ เพื่อให้นายณัฏฐพล ลาออก เพราะเห็นว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาของนักเรียนได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการพูดคุยของปลัด ศธ.และกลุ่มนักเรียน ฝนได้ตกลงมาอย่างหนัก กลุ่มนักเรียนได้เคลื่อนรถเข้ามาปราศรัยขับไล่นายณัฏฐพล ที่หน้าอาคารราชวัลลพ และได้โปรยใบบาออกจำนวนมากที่หน้าตึก และกลุ่มนักเรียนบอกว่าจะเดินทางกลับมาทวงถามอีก หากนายณัฏฐพล ยังไม่กระทำการใด จนกระทั้งเวลา 18.23 น.ประกาศยุติชุมนุม

‘อดีต ผอ.เตรียมฯ’ ปูดแหลกทุจริตรับนร. สะพัดกว่าร้อยล้าน-รถหรูโผล่ศธ. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘อดีต ผอ.เตรียมฯ’ปูดแหลกทุจริตรับนร. สะพัดกว่าร้อยล้าน-รถหรูโผล่ศธ. (naewna.com)

'อดีต ผอ.เตรียมฯ'ปูดแหลกทุจริตรับนร. สะพัดกว่าร้อยล้าน-รถหรูโผล่ศธ.

‘อดีต ผอ.เตรียมฯ’ปูดแหลกทุจริตรับนร. สะพัดกว่าร้อยล้าน-รถหรูโผล่ศธ.

วันศุกร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 18.18 น.

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2563 นายโสภณ กมล อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากที่ตนได้เข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน  2561  และพึ่งเกษียณอายุฯ  วันที่ 30 กันยายน ที่ผ่านมา ตนพบปัญหาที่เกิดขึ้นในโรงเรียนมากมาย จึงขอออกมาอธิบายถึงปัญหา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่คณะกรรมการสถานศึกษาฯ ที่ต้องการอยู่ในตำแหน่งต่อ ทั้งที่หมดวาระไปเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2563 ซึ่งทางโรงเรียนก็ได้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการสถานศึกษาฯ ชุดใหม่ขึ้นมา แต่คณะกรรมการฯชุดเก่ากลับไม่ยอมรับ จึงไปร้องเรียนเรื่องการตั้งคณะกรรมการสถานศึกษาฯอาจไม่ถูกต้องกับหน่วยงานต่างๆ

นายโสภณ ยังระบุว่า พบการทุจริตการรับนักเรียน จากที่กฎหมายกำหนดให้คณะกรรมการสถานศึกษาฯ มีหน้าที่ให้ความเห็นชอบการเปิดห้องเรียนพิเศษ ลดหรือเพิ่มจำนวนนักเรียนในเขตพื้นที่บริการ เป็นต้น แต่การรับนักเรียนจะเป็นหน้าที่ของโรงเรียนและคณะกรรมการรับนักเรียน ที่ต้องดำเนินการตามระเบียบ ที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.)กำหนดเท่านั้น แต่ที่ผ่านมาพบคณะกรรมการสถานศึกษาฯ เรียกประชุมเรื่องการรับนักเรียนบ่อยมาก ซึ่งอาจจะหาช่องทางในการรับนักเรียนเงื่อนไขพิเศษเข้ามาหรือไม่

นอกจากนี้ ยังอ้างว่า ผลประโยชน์จากการรับนักเรียนในแต่ละปีไม่ต่ำกว่าร้อยล้านบาท และช่วงปี 2559-2561 ก่อนที่ตนจะมารับตำแหน่งนั้น พบว่าโรงเรียนไม่มีรายงานการรับนักเรียน และหลังจากที่ผมเข้ามารับตำแหน่งผอ.ก็ได้จัดทำรายงานการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2562 ขึ้นมาอย่างถูกต้อง สามารถตรวจสอบได้เพราะได้ให้รายงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และ สพฐ.รับทราบเรียบร้อย เมื่อการรับนักเรียนดำเนินการอย่างถูกต้อง จึงเกิดความตึงเครียดขึ้นในโรงเรียน เพราะคนที่เคยฝากนักเรียนก็ไม่สามารถฝากเด็กได้

“เงินที่ได้รับจากการฝากนักเรียนปีละที่มีค่ามากกว่าร้อยล้านก็หายไป ทั้งนี้ จากที่ผมเข้ามารับตำแหน่งจะพบผู้ปกครองส่งจดหมายระบุว่า ยินดีจะบริจาคเงินบำรุงการศึกษาให้โรงเรียน 1 ล้านบาท เพื่อแลกกับการรับบุตรหลานเข้าเรียน เป็นต้น” นายโสภณ กล่าว

นายโสภณ กล่าวอีกว่า ในช่วงการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2563 ตนถูกร้องเรียนเรื่องความไม่โปร่งใส เรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง ไม่ว่าจะเป็นที่ สำนักนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการ ศธ. สพฐ. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ป.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เป็นต้น เพื่อสร้างความปั่นป่วนและต้องการให้ตนถูกย้าย และบุคคลเหล่านี้จะได้เข้ามามีส่วนในการรับนักเรียน แต่ตนพร้อมชี้แจงให้ตรวจสอบทุกอย่าง เพราะมีหลักฐานว่าทุกอย่างที่ตนทำนั้นถูกระเบียบและถูกกฎหมาย

“จากที่มีข่าวทุจริตการรับนักเรียนในช่วงก่อนที่ผมจะเข้ามารับตำแหน่ง ผอ.นั้น ก็มีหน่วยงานต่างๆเข้ามาตรวจสอบ ซึ่งทาง ปปง.ตรวจพบบัญชีบุคคลต่าง ๆที่เกี่ยวข้อง พบว่า นาย ก.(นามสมมุติ) มีเงินเข้าออกจำนวนมากในแต่ละปี มีเงินสดมากกว่า 100 ล้านบาท และมีทรัพย์สินมากกว่า 400 ล้านบาท ซึ่ง นาย ก ได้นำเงินไปจัดซื้อรถหรู จำนวน 24 คัน และทั้งหมดถูกนำไปใช้งานในที่ ศธ.และพบ นาง ง. (นามสมมุติ) ซึ่งถึงเป็นบุคคลภายนอก มีหน้าที่ในการรับเด็ก มีเงินหมุนเวียนในบัญชี กว่า 60-70 ล้านบาท และนาง ง.ได้นำเงินเข้าสู่บัญชีของบุคคลากรในโรงเรียนอีกด้วย” นายโสภณ กล่าว

นายโสภณ กล่าวต่อว่า เมื่อ ปปง.และ ป.ป.ช.ตรวจสอบพบบัญชีต่างๆ พบบัญชีโรงเรียน 2 – 3 บัญชีที่มีครูและบุคลากร จำนวน 2 คน ทำการเบิกถอนไปใช้ส่วนตัวโดยไม่รายงาน ผอ. ซึ่งพบว่า ทำการถอนเงินหลักล้านบาท และพบบัญชีหนังสือมีผู้เกี่ยวข้องมากกว่า 3 คน ไปเบิกถอนเงินใช้ส่วนตัวและต้องถูกตรวจสอบเรื่องนี้ซึ่งการกระทำเหล่านี้ถือเป็นการยักยอกทรัพย์ และการย้ายบุคคลเหล่านี้เพื่อป้องกันการทำลายหลักฐาน

“ผมจึงมอบหมายให้รักษาการผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมฯ ไปแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับส่งสำเนาการแจ้งความให้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.)เพื่อให้ สพท.ตั้งคณะกรรมการสอบสวน เพื่อสอบวินัยร้ายแรงบุคคลเหล่านี้ และรายงานเรื่องนี้ให้ สพฐ.รับทราบต่อไป”นายโสภณ กล่าว