‘ณัฏฐพล’ ลั่นยึดคำสั่งป.ป.ช. เชื่อตรวจสอบเข้มข้นแล้วปมทุจริตสนามฟุตซอล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/517472

‘ณัฏฐพล’ลั่นยึดคำสั่งป.ป.ช. เชื่อตรวจสอบเข้มข้นแล้วปมทุจริตสนามฟุตซอล

‘ณัฏฐพล’ลั่นยึดคำสั่งป.ป.ช. เชื่อตรวจสอบเข้มข้นแล้วปมทุจริตสนามฟุตซอล

วันพฤหัสบดี ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2563, 17.22 น.

‘ณัฏฐพล’ลั่นยึดคำสั่งป.ป.ช. เชื่อตรวจสอบเข้มข้นแล้วปมทุจริตสนามฟุตซอล

10 กันยายน 2563 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงกรณีมีผู้บริหารและครู จ.นครราชสีมา เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี ทบทวนคำสั่ง ป.ป.ช.ที่ไล่ออก จากกรณีโครงการปรับปรุงสนามฟุตซอล (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ลุกฮือ! ครูโคราชกว่า300ราย ร้องนายกฯขอทบทวนคำสั่งป.ป.ช.ถูกไล่ออก เซ่นคดีทุจริตสนามฟุตซอล) ว่า ขณะนี้ทาง ป.ป.ช.ได้ส่งเรื่องการทุจริตสนามฟุตซอลมาให้ตนแล้ว ซึ่งตนต้องปฏิบัติตามนั้น หากไม่ปฏิบัติตามก็จะมีความผิดตามมาตรา 157 เป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แต่ตนพยายามตรวจสอบและให้ฝ่ายกฎหมายช่วยดูว่าเป็นการทำผิดวินัยร้ายแรง หรือผิดในขั้นที่ต่ำกว่านั้นหรือไม่ แต่เมื่อฝ่ายกฎหมายเช็คดูแล้ว ต้องยอมรับและต้องปฏิบัติตามคำสั่ง ป.ป.ช. เพราะ ป.ป.ช.ลงตรวจสอบมาจึงน่าจะมีข้อมูลที่เข้มข้นแล้ว ซึ่งตนพยายามจะหาข้อมูลให้ แต่ก็ทราบว่าทาง ศธ.ได้ให้ข้อมูลไปหมดแล้ว จึงต้องปฏิบัติตามคำสั่ง ป.ป.ช.

ส่วนกรณีที่ นายรัชชัยย์ ศรสุวรรณ ข้าราชการบำนาญ ได้มีจดหมายเปิดผนึกถึง รมว.ศธ. ขอให้ยกเลิกหรือทบทวนงบฯการจัดซื้อตัวต่อหุ่นยนต์และครุภัณฑ์ประกอบในวงเงินงบประมาณ 453,989,390 บาท ให้กับโรงเรียนขยายโอกาส 401 โรงเรียน , โรงเรียนประถมศึกษา จำนวน 53โรงเรียน, โรงเรียนขนาดเล็ก 236 โรงเรียน และโรงเรียนตามโครงการพัฒนาสถานศึกษาขั้นพื้นฐานรองรับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก 79 โรงเรียน เรื่องนี้ตนไม่ได้เกี่ยวข้อง จึงต้องขอดูรายละเอียดก่อน ซึ่งน่าจะเป็นงบเหลือจ่ายจากงบลงทุน ซึ่ง ศธ.มีหน้าที่ที่จะต้องบริหารจัดการ

ส่วนที่ผู้ร้องเห็นว่ากระบวนการจัดซื้อไม่แตกต่างจากกรณีงบฯจัดสร้างสนามฟุตซอล และการจัดซื้อตัวต่อหุ่นยนต์และครุภัณฑ์ประกอบ ไม่เป็นไปตามความต้องการของโรงเรียน รวมถึงเป็นห่วงผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการประจำ ศธ. , สพฐ. ที่จะต้องได้รับโทษในอนาคตข้อหาทุจริตต่อหน้าที่ โดยผู้ร้องอ้างว่า มีผู้มีอำนาจสั่งการให้มีการจัดซื้อนั้น ก็ต้องไปถามคนที่ออกคำสั่งให้ดำเนินการ ว่าโครงการต่างๆนี้มีความเหมาะสมหรือไม่

‘ครูตั้น’ ยังไม่ทราบนร.ถูกจับข้อหาอะไร ชี้เด็กชุมนุม 19 ก.ย.เป็นสิทธิ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/517415

'ครูตั้น'ยังไม่ทราบนร.ถูกจับข้อหาอะไร ชี้เด็กชุมนุม19ก.ย.เป็นสิทธิ์

‘ครูตั้น’ยังไม่ทราบนร.ถูกจับข้อหาอะไร ชี้เด็กชุมนุม19ก.ย.เป็นสิทธิ์

วันพฤหัสบดี ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2563, 15.11 น.

“ณัฏฐพล”ตอบยังไม่ทราบ นร.ถูกจับด้วยข้อหาอะไร ส่วนการชุมนุมการเมือง19ก.ย.ถ้ามี นร.มาชุมนุมก็เป็นสิทธิ์

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2563 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายจับนักเรียนเป็นรายแรก ว่า เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อาจจะมองว่ามีการกระทำผิดกฎหมาย แต่ตนไม่ทราบรายละเอียดว่ากระทำผิดในเรื่องอะไร ต้องขอตรวจสอบข้อมูลและเหตุผลก่อนว่าบุคคล 1 ใน 5 นั้นกระทำความผิดอะไร และเจ้าหน้าที่จับเพราะทำผิดเรื่องอะไร ซึ่งตนคิดว่าต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ส่วนที่ตนอภิปรายในสภาฯ ว่า การชุมนุมของกลุ่มนักเรียนเลว มีท่อน้ำเลี้ยงในการจัดม็อบของนักเรียนนั้น ซึ่งตนก็พูดความจริง เพราะตนไม่เห็นเด็กเป็นคนจัดเวที และไม่เห็นเด็กเป็นคนขับรถสุขาเข้ามา จึงพูดตามที่เห็น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามีท่อน้ำเลี้ยงหรือไม่มีท่อน้ำเลี้ยงซึ่งตนไม่ทราบ แต่คนที่บอกว่าไม่มีท่อน้ำเลี้ยงก็ต้องถามกลับไปว่าแล้วเขารู้ได้อย่างไรว่ามีหรือไม่มี ซึ่งก็เมือนกับที่ตนบอกเพราะไม่รู้ว่ามีหรือไม่มี แต่พูดจากที่เห็นเองและที่มีข้อมูลว่าคนที่มาจัดเวทีมีประสบการณ์ในการจัด ก็ดีซึ่งตนก็ไม่ได้ว่าอะไร

ต่อข้อถามที่ว่า ในวันที่ 19 ก.ย.นี้ จะมีกิจกรรมชุมนุมทางการเมือง กังวลหรือไม่ว่าจะมีนักเรียนเข้าไปร่วมชุมนุมและจะเกิดอันตราย นายณัฏฐพล กล่าวว่า ศธ.ก็ได้เปิดเวทีให้แล้วทั่วประเทศ ทั้งผ่านขบวนการสถานศึกษาต่างๆ แต่หากมีบางคนที่คิดว่ายากจะมาแสดงออกร่วมกับคนอื่นก็เป็นสิทธิ์ของแต่ละคน

‘ธนพร’ ชู9เรื่องเร่งด่วนขับเคลื่อน ‘สกสค.’ เน้นโปร่งใส-ทันสมัย-ใส่ใจบริการ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/517399

'ธนพร'ชู9เรื่องเร่งด่วนขับเคลื่อน'สกสค.' เน้นโปร่งใส-ทันสมัย-ใส่ใจบริการ

‘ธนพร’ชู9เรื่องเร่งด่วนขับเคลื่อน’สกสค.’ เน้นโปร่งใส-ทันสมัย-ใส่ใจบริการ

วันพฤหัสบดี ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2563, 14.45 น.

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2563 นายธนพร สมศรี เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เปิดเผยภายหลังการมอบนโยบายผู้บริหารของ สกสค.ว่า 6 ปีแล้วที่ไม่เคยมีเลขาธิการ สกสค.ตัวจริง มีเลขาธิการฯรักษาการทั้งที่เป็นคนดีมีความสามารถ และระยะเวลาการทำงานไม่ต่อเนื่อง เป็นเหตุให้ทันทีที่ตนในฐานะที่ได้เป็นเลขาธิการ สกสค.จากการสรรหาตัวจริง ครั้งแรกนับจากมีการรัฐประหารมา และเมื่อวันที่ 1 กันยายน ตนได้เซ็นสัญญาจ้างเพื่อรับตำแหน่งเลขาธิการ สกสค.เป็นเวลา 4 ปี เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่ทราบมติของคณะกรรมการ สกสค.ว่ามีมติเป็นเอกฉัน 7 คะแนนเต็ม จากคณะกรรมการ สกสค.ให้เป็นเลขาธิการ สกสค.คนที่ 9 มีงดออกเสียง คือ รมว.ศธ.และเลขาธิการ สกสค.เท่านั้น

นายธนพร กล่าวต่อว่า ส่วนตัวตั้งใจที่จะทำงานเร่งด่วนให้เห็นผลใน 9 เรื่อง ภายใต้แนวคิด “โปร่งใส ทันสมัย ใส่ใจบริการ” ดังนี้

1.ต่อประกันสินเชื่อให้สมาชิก โครงการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและ บุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) ในโครงการที่ 5 – 7 ให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน ส่วนการทำประกันให้สมาชิกนั้น สกสค.จะไม่ทำประกันภัยให้สมาชิกแล้ว เนื่องจากที่ผ่านมาประกันภัยมีความเสี่ยงในการคุ้มครองการเสียชีวิตบางประเภท อีกทั้งไม่มีกรมธรรม์รายบุคคลให้กับสมาชิก จึงทำให้ครูเกิดความกังวลใจและไม่รู้สิทธิและประโยชน์ของตนเอง เบื้องต้น สกสค.จะทำประกันชีวิตให้กับสมาชิก ซึ่งทางธนาคารออมสินในฐานะเจ้าหนี้ ก็เปิดให้ สกสค.เลือกบริษัทประกันได้เอง ซึ่งสกสค.จะสรรหาบริษัทประกันตามเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนด

2.จัดส่วนลดโปรโมชั่นสินค้าบริการแก่สมาชิก ซึ่งจากวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ตนพบว่าบริษัทเอกชนต้องการฐานข้อมูลลูกค้าเพิ่มขึ้น เนื่องจากประสบปัญหาขาดทุน ยอดขายลดลง ซึ่งทาง สกสค.มีข้อมูลสมาชิก ช.พ.ค.และโครงการการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเหลือเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษาในกรณีที่คู่สมรสถึงแก่กรรม (ช.พ.ส.) มากถึง 1.4 ล้านคน ซึ่งตนยินดีให้ข้อมูลสมาชิกกับบริษัทเอกชน แต่ต้องแลกกับส่วนลดในสินค้าและบริการของบริษัทนั้นๆ รวมถึงต้องมีสิทธิประโยชน์ของแถมเรื่องต่างๆ ให้ด้วย

3.ตนจะเจรจากับสหกรณ์ออมทรัพย์ทั่วประเทศเรื่องหนี้สินครู เพื่อช่วยเหลือครูที่มีหนี้สิน เช่น ลดดอกเบี้ย การพักชำระหนี้ เพื่อให้ครูมีกำลังใจให้การทำหน้าที่สอนหนังสือได้เต็มที่

4.เตรียมแนวทางรับสมาชิกสมทบจากครอบครัวครู ซึ่งจะทำให้สมาชิกของสกสค.เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว จากเดิมที่มีอยู่ 1.4 ล้านคน ก็จะเพิ่มขึ้นถึง 3 ล้านคน ซึ่งจะสามารถช่วยเหลือเพื่อครูได้อย่างยั่งยืนถาวร

5.ออกช่องทางชำระเงินสงเคราะห์ฯออนไลน์ โดยตนจะจัดทำระบบการชำระเงิน ช.พ.ค.และ ช.พ.ส.ทางออนไลน์ ซึ่งในช่วงที่ตนดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการ สกสค.มาแล้วพบปัญหา คือ สมาชิกยังต้องไปจ่ายเงินที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) หรือ สกสค.จังหวัด ซึ่งเป็นการเพิ่มภาระให้กับสมาชิก และเป็นการเพิ่มงานที่ไม่จำเป็นให้กับเจ้าหน้าที่ด้วย คาดว่าภายในปี 2564 ระบบสามารถใช้งานได้

6.ผมจะติดตามเรื่องทุจริตต่างๆที่ค้างคามานาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง คดีทุจริตที่เกี่ยวข้องกับอดีตผู้บริหาร สกสค.ที่นำเงินจำนวน 2,500 ล้านบาท ไปซื้อตั๋วสัญญา กับ บริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป จำกัด เมื่อปี 2556 – 2557 เพื่อนำไปลงทุนในโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี  เป็นต้น ซึ่งผมจะสะสางดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายทุกประการ ยืนยันว่าจะร่วมทำงานกับสำนักนิติการของทุกหน่วยงานในกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)

7.จะกำกับฟื้นฟูองค์การค้าลดภาระหนี้สิ้นของ สกสค.จากการที่องค์การค้าเลิกจ้างพนักงานกว่า 900 คน และต้องจ่ายเงินเดือนกว่า 40 ล้านบาท เมื่อจ้างพนักงานใหม่ในอัตราเงินเดือนใหม่ องค์การค้าจะจ่ายเงินเดือนให้พนักงานเพียง 7 ล้านบาท และการทำงานมีประสิทธิภาพเท่าเดิม นอกจากนี้ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) มีมติให้องค์การค้าพิมพ์หนังสือเรียน 100% ทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะอุดหนุนองค์การค้าในการซื้อ E-Book และทางสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ จะให้องค์การค้าผลิตเครื่องหมายลูกเสือทั้ง หมด ซึ่งจะทำให้องค์การค้ามีรายได้เพิ่มขึ้น คาดว่าองค์การค้าจะค่อยๆฟื้นตัว  และมีกำลังสามารถมาใช้หนี้ และขึ้นเป็นหน่วยงานที่ทำประโยชน์ให้ ศธ.ภายใน 8 ปี

8.บรรจุเงินศาสนพิธีเป็นงบประจำ ซึ่งจากเดิมที่ทำเป็นงบโครงการ ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ เพราะได้รับเงินศาสนาพิธีอย่างไม่เท่าเทียม

9.ดูแลประสานสร้างอาชีพให้แก่ทายาทของครู โดย สกสค.จะสำรวจทายาทของครูที่ยังว่างงาน และตนจะหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เพื่อสร้างอาชีพให้ทายาทครู ที่ประสบปัญหาไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ เพื่อให้ทายาทครูมีงานมีเงินต่อไป

“ส่วนกรณีที่มีข้อครหาว่าการสรรหาเลขาธิการ สกสค.ครั้งนี้มีการล็อกสเปกนั้น ผมคิดว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นแค่ข้อกล่าวหา เพราะคณะกรรมการ สกสค.ที่คัดเลือกนั้น เป็นผู้ใหญ่ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ผมเชื่อว่าบุคคลเหล่านี้ต้องรับผิดชอบในการเลือกคนที่เข้ามาทำงาน ถ้าผมเป็นคนไม่ดี ไม่มีคุณภาพ ทำงานไม่ได้ ผู้ที่คัดเลือกน่าจะไม่เอาชื่อเสียงของตัวเองมาเสี่ยงกับการล็อกในส่วนนี้” นายธนพร กล่าว

‘ครูตั้น’ มั่นใจกิจกรรมลูกเสือมีประโยชน์สร้างทักษะชีวิตให้ผู้เรียน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/517396

'ครูตั้น'มั่นใจกิจกรรมลูกเสือมีประโยชน์สร้างทักษะชีวิตให้ผู้เรียน

‘ครูตั้น’มั่นใจกิจกรรมลูกเสือมีประโยชน์สร้างทักษะชีวิตให้ผู้เรียน

วันพฤหัสบดี ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2563, 14.37 น.

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2563 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการลูกเสือแห่งชาติ ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาถึงกฏระเบียบ และแนวทางปฏิบัติในนอนาคตที่จะยกระดับการให้ความรู้และกิจกรรมลูกเสือเพื่อสร้างความเข้มข้นผสมผสานกับทักษะการใช้ชีวิตของนักเรียน ซึ่งกิจกรรมลูกเสือเป็นกิจกรรมที่ให้ประโยชน์ทั้งการมีส่วนร่วม การสร้างทักษะต่างๆ การสร้างวินัย การสร้างจิตสำนึกในการช่วยเหลือคนอื่น ตนจึงให้แนวทางการนำกิจกรรมลูกเสือไปบูรณาการในระบบของการสอนลูกเสือทั้งประเทศ

รมว.ศธ.กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มนักเรียนเลวเคยถามบนเวทีดีเบตถึงความสำคัญของการเรียนลูกเสือ ว่าเรียนไปเพื่ออะไรนั้น ซึ่งในวันนี้ตนก็ได้พูดคุยกับคณะกรรมการลูกเสือ ว่า ตนยังมั่นใจในคุณภาพของหลักสูตรลูกเสือว่าเป็นการสร้างทักษะชีวิต เป็นการให้ความรู้ในหลายๆ เรื่องที่นอกเหนือจากกิจกรรมในห้องเรียน ซึ่งเป็นเรื่องที่ ศธ.อยากจะสนับสนุนอยู่แล้ว ส่วนความจำเป็นของการเข้าร่วมกิจกรรมลูกเสือ ซึ่งตนก็คิดว่าเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมโรงเรียน ซึ่งโรงเรียนทั่วโลกก็มีกิจกรรมลูกเสืออยู่แล้ว

“ผมอยากให้ทุกคนเข้าใจในข้อเรียกร้องว่าเราจะเอาตามใจตัวเองทุกอย่างไม่ได้ เพราะคนที่มาชุมนุมเรียกร้องก็ไม่ได้เป็นตัวแทนของนักเรียนทั้งประเทศที่เห็นด้วย และผมก็เห็นฟีดแบคกลับมาจากช่องทางที่ผมเปิด ซึ่งมีผู้เห็นด้วยในเรื่องของการมีวินัยในโรงเรียน การใส่ยูนิฟอร์ม หรือใส่ชุดนักเรียน เข้าใจวิธีการสอนของคุณครู และการว่ากล่าวตักเตือน แต่ก็ไม่ได้บอกว่าต้องเดินตามนั้นทั้งหมด และผมรับฟังทุกเรื่องอยู่แล้ว” รมว.ศธ.กล่าว 

มรภ.สงขลา บริการซ่อมคอมพิวเตอร์ฟรี นศ.แฮปปี้ฝึกปฏิบัติจริงก่อนออกสู่โลกวิชาชีพ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/517173

มรภ.สงขลา บริการซ่อมคอมพิวเตอร์ฟรี  นศ.แฮปปี้ฝึกปฏิบัติจริงก่อนออกสู่โลกวิชาชีพ

มรภ.สงขลา บริการซ่อมคอมพิวเตอร์ฟรี นศ.แฮปปี้ฝึกปฏิบัติจริงก่อนออกสู่โลกวิชาชีพ

วันพฤหัสบดี ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์อุตสาหกรรม คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (มรภ.สงขลา) จัดโครงการซ่อมคอมพิวเตอร์ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ให้กับผู้มีปัญหาเรื่องคอมพิวเตอร์เสีย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องโน้ตบุ๊ค และเครื่อง PC รวมถึงล้างเครื่อง ลงวินโดวส์ลงโปรแกรม และให้คำปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องคอมพิวเตอร์ ณ ห้องประชุม อาคาร 61 คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มรภ.สงขลา ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนในรายวิชาเตรียมฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ซึ่งมีอาจารย์ผู้สอน 3 คน คือ อ.เอกรินทร์วาโย อ.ธภัทร ชัยชูโชค และ ดร.ต่วนนูรีซันต์ สุริยะ โดยมุ่งหวังให้นักศึกษาสาขาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์อุตสาหกรรม มรภ.สงขลา ได้ฝึกปฏิบัติจริงก่อนออกไปฝึกงานยังหน่วยงานภายนอก

‘สวนดุสิต’ ใช้ความเชี่ยวชาญจากการสอนและการวิจัย โชว์ฝีมือคัดเลือกผลิตภัณฑ์กว่า 600 ชิ้นขยายตลาดส่งออก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/517174

‘สวนดุสิต’ ใช้ความเชี่ยวชาญจากการสอนและการวิจัย  โชว์ฝีมือคัดเลือกผลิตภัณฑ์กว่า 600 ชิ้นขยายตลาดส่งออก

‘สวนดุสิต’ ใช้ความเชี่ยวชาญจากการสอนและการวิจัย โชว์ฝีมือคัดเลือกผลิตภัณฑ์กว่า 600 ชิ้นขยายตลาดส่งออก

วันพฤหัสบดี ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ผศ.ดร.พุทธิธร แสงรุ่งเรือง อาจารย์ประจำหลักสูตรวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยถึง โครงการคัดสรรผลิตภัณฑ์กรุงเทพมหานคร (Bangkok Brand)2020 ตามที่สำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานครจัดโครงการคัดสรรผลิตภัณฑ์กรุงเทพมหานคร (Bangkok Brand) 2020 ในการคัดสรรผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการในกลุ่มต่างๆ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาให้ผู้ประกอบการผลิตสินค้าที่ดีมีมาตรฐาน เพื่อใช้เป็นช่องทางในการเพิ่มรายได้ และเพิ่มโอกาสในการขยายตลาดทั้งภายในและภายนอกประเทศ ซึ่งสินค้า
ทุกชิ้นได้ผ่านการประเมินรับรองมาตรฐานจากบุคลากร คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีผลิตภัณฑ์มากกว่า 600 ชิ้น

ผศ.ดร.พุทธิธร แสงรุ่งเรือง

ผศ.ดร.พุทธิธร กล่าวต่อว่า การประเมินผลิตภัณฑ์เพื่อรับรองมาตรฐานนี้มหาวิทยาลัยสวนดุสิตได้ใช้ศักยภาพบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญจากการสอนและการวิจัย โดยมีผลิตภัณฑ์ที่เข้าร่วมโครงการ แบ่งออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่ 1.ประเภทอาหาร 2.ประเภทเครื่องดื่ม 3.ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกาย 4.ประเภทของใช้ของตกแต่งและของที่ระลึก 5.ประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร ซึ่งเกณฑ์การพิจารณาได้คำนึงถึงมาตรฐานที่ภาครัฐกำหนด เช่น มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน มาตรฐานสินค้านำเข้าส่งออก มาตรฐานอาหารด้านจุลินทรีย์ที่ทําให้เกิดโรค ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขและข้อกำหนดต่างๆ ของผลิตภัณฑ์อาหาร ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์กลุ่มวัตถุอันตรายโดยทางมหาวิทยาลัยมีบุคลากรที่มีเชี่ยวชาญในแต่ละสาขามาประเมินผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั้งในด้านกายภาพของผลิตภัณฑ์ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกาย เครื่องประดับแล้ว ทางมหาวิทยาลัยยังมีห้องปฏิบัติการต่างๆ ภายในศูนย์วิทยาศาสตร์ ถนนสิรินธร มหาวิทยาลัยสวนดุสิต โดยใช้เป็นสถานที่ตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ทางด้านเคมี จุลชีววิทยากับผลิตภัณฑ์กลุ่มเครื่องสำอาง อาหาร และเครื่องดื่มแต่ละประเภท

ผศ.ดร.พุทธิธร แสงรุ่งเรือง กล่าวสรุปทิ้งท้ายให้ทราบว่า ภารกิจข้างต้น นอกจากผู้ประกอบการจะได้ประโยชน์ต่างๆ แล้วสิ่งสำคัญยิ่ง คือ ผู้บริโภคยังได้รับความเชื่อมั่นในการบริโภคสินค้าที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค ซึ่งในภาพรวมเกือบทุกผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการประเมิน มีคุณภาพที่ดี มีความน่าสนใจ จึงฝากให้ผู้ประกอบการรักษาคุณภาพและเอกลักษณ์ของสินค้า และปรับปรุงกระบวนการผลิต ภาพลักษณ์ของสินค้าให้เป็นที่น่าสนใจและได้รับการยอมรับต่อไป หากมีปัญหาในตัวสินค้า ทางมหาวิทยาลัยสวนดุสิตยินดีให้คำแนะนำโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และมีบริการวิเคราะห์คุณภาพสินค้า ทำการตลาดอย่างครบวงจร

ฝีมือ!!ทำจริง วิเคราะห์จริง รร.วัดเขากลาย ดังถึงปัตตานี ส่งคณะมาดูงาน ทำไม!! ผลทดสอบ สูงกว่าทุกรายวิชา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/517172

ฝีมือ!!ทำจริง วิเคราะห์จริง รร.วัดเขากลาย ดังถึงปัตตานี  ส่งคณะมาดูงาน ทำไม!! ผลทดสอบ สูงกว่าทุกรายวิชา

ฝีมือ!!ทำจริง วิเคราะห์จริง รร.วัดเขากลาย ดังถึงปัตตานี ส่งคณะมาดูงาน ทำไม!! ผลทดสอบ สูงกว่าทุกรายวิชา

วันพฤหัสบดี ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต 3 นำโดย นายเสกสรรค์ กอเส็มผู้อำนวยการเขต, ผู้อำนวยการกลุ่ม/หน่วย,ผู้อำนวยการสถานศึกษาและบุคลากรทางการศึกษาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต 3 ศึกษาดูงานการบริหารจัดการศึกษาในการยกผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนการสอนเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงาน รวมถึงเพิ่มศักยภาพบุคลากรในการปฏิบัติงานสู่ไทยแลนด์ 4.0 ณ โรงเรียนวัดเขากลาย อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีนายวิจัย ไกรสิทธิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา, นายพิชัย อิ่มด้วง ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา นางรัตนา ทรงทอง ผู้อำนวยโรงเรียนวัดเขากลาย ครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัด สพป.นครศรีธรรมราช เขต 2 ร่วมต้อนรับ

นางรัตนา ทรงทอง ผอ.รร.วัดเขากลาย กล่าวว่า โรงเรียนวัดเขากลาย ดำเนินงานโดยใช้หลักการมีส่วนร่วมทีมทำ โดยการประชุมวิเคราะห์ผลการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน O-NET และ NT ร่วมกำหนดวิธีการและรูปแบบ นำรูปแบบไปปฏิบัติจริงและใช้ในการจัดการเรียนการสอนและการวัดประเมินผล นิเทศติดตาม เยี่ยมห้องเรียน สังเกตการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนประเมินผลระหว่างการจัดการเรียนการสอน ประเมินผลหลังเสร็จสิ้น การพัฒนาและสรุปผล ซึ่งจากการดำเนินการดังกล่าว ทำให้โรงเรียนวัดเขากลายมีผลสัมฤทธิ์การทดสอบระดับชาติ สูงกว่าระดับชาติทุกรายวิชา

‘สารสาสน์ฯ’ การันตีไม่มีใครในร.ร.ป่วย ‘โควิด-19’ ปิด ‘บิ๊กคลีนนิ่ง’ ตามมาตรการสธ. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/517306

‘สารสาสน์ฯ’การันตีไม่มีใครในร.ร.ป่วย‘โควิด-19’ ปิด‘บิ๊กคลีนนิ่ง’ตามมาตรการสธ.

‘สารสาสน์ฯ’การันตีไม่มีใครในร.ร.ป่วย‘โควิด-19’ ปิด‘บิ๊กคลีนนิ่ง’ตามมาตรการสธ.

วันพุธ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2563, 21.32 น.

‘สารสาสน์ฯ’การันตีไม่มีใครในร.ร.ป่วย‘โควิด-19’ ปิด‘บิ๊กคลีนนิ่ง’ตามมาตรการสธ.

9 กันยายน 2563 โรงเรียนสารสาสน์วิเทศศึกษา ออกแถลงการณ์ชี้แจงสถานการณ์เฝ้าระวังโควิด-19 ในโรงเรียน มีเนื้อหาสรุปว่า เนื่องจากมีการส่งข่าวทางไลน์และสื่อช่องทางอื่นๆที่เผยแพร่ออกมา เรื่อง นักเรียนและบุคลากรของโรงเรียนติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และโรงเรียนถูกสั่งปิด

โรงเรียนขอยืนยันว่า ภายในโรงเรียนไม่มีครู บุคลากร หรือนักเรียนคนใดติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) แต่โรงเรียนต้องพิจารณาปิด เนื่องจากในการสอบสวนโรคของกรมควบคุมโรคติดต่อ พบว่า ผู้ติดเชื้อภายในประเทศรายล่าสุด ได้เดินทางไปที่ใดบ้าง สถานที่นั้นจะต้องได้รับการติดตามในเรื่องมาตรการควบคุมโรคและต้องทำการบิ๊ก คลีนนิ่ง

ดังนั้น เพื่อลดความวิตกกังวลของผู้ปกครองนักเรียนและความสะดวกในการทำความสะอาดบิ๊ก คลีนนิ่ง โรงเรียนจึงประกาศปิดตั้งแต่วันที่ 8-11 กันยายน พ.ศ.2563 โดยไม่ได้มีคำสั่งปิดโรงเรียนจากหน่วยใดทั้งสิ้น

ทั้งนี้ หากมีผู้ใดเสนอข่าว กระจายข่าวเป็นเท็จ อันสร้างความวุ่นวายและเสื่อมเสียมายังโรงเรียน โรงเรียนจะดำเนินการทางกฎหมายทันที

สธ.แจงปมโรงเรียนสารสาสน์ฯปิด 4 วัน ผู้ปกครองไม่ต้องกังวล โอกาส ‘เสี่ยงต่ำ’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/517240

สธ.แจงปมโรงเรียนสารสาสน์ฯปิด 4 วัน ผู้ปกครองไม่ต้องกังวล โอกาส'เสี่ยงต่ำ'

สธ.แจงปมโรงเรียนสารสาสน์ฯปิด 4 วัน ผู้ปกครองไม่ต้องกังวล โอกาส’เสี่ยงต่ำ’

วันพุธ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2563, 17.22 น.

เมื่อวันที่ 9 กันยายน  2563 นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผอ.กองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีโรงเรียนสารสาสน์วิเทศศึกษา สมุทรปราการ ประกาศปิดเรียน หลังมีผู้ปกครองนักเรียนติดเชื้อโควิด-19 ว่า เรื่องนี้กรมควบคุมโรคแถลงข่าวเมื่อ 3 กันยายนที่ผ่านมา โดยเป็นครอบครัวของดีเจที่มีสมาชิกในครอบครัวทั้งหมด 6 คน ผู้ปกครองรายนี้ไม่ได้พบเชื้อโควิด-19 และจะครบกำหนดกักกัน 14 วัน ในวันที่ 10 กันยายนนี้

ดังนั้น นักเรียนและครูที่โรงเรียน ซึ่งเป็นผู้สัมผัสกับเด็กที่ไม่พบเชื้อ จึงไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง เนื่องจากผู้ปกครองรายนี้เพียงแต่ไปส่งเด็ก โดยไม่ได้เข้าไปในพื้นที่โรงเรียนแต่อย่างใด และขณะนั้นมีการสวมหน้ากากอนามัยด้วย และมีผู้ที่ทำหน้าที่คัดกรองหน้าโรงเรียน 3 คน เป็นผู้เสี่ยงต่อ ส่วนคนในโรงเรียนที่เหลือจึงไม่ใช่กลุ่มเสี่ยงสูง โอกาสได้รับเชื้อแทบไม่มี เพราะว่าไม่ได้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อโดยตรง และเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นนานกว่า 2 สัปดาห์แล้ว จึงขอให้ประชาชนไม่ต้องกังวล และยังคงต้องตระหนักถึงการป้องกันโรคต่อไป

ด้านนายอรรถพล ตรึกตรอง  เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน  (สช.)  กล่าวว่า ทางโรงเรียนสารสาสน์วิเทศศึกษา  ประกาศปิดโรงเรียนเป็นระยะเวลา 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 8-11 กันยายน เรื่องมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของสถานการณ์โรคติดเชื้อโควิด-19 พร้อมกับประสานไปยังสาธารณสุขอำเภอพระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านคลองนาเกลือน้อย อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ระดมทำความสะอาดพ่นยาฆ่าเชื้อภายในโรงเรียน พร้อม จัดการเรียนการสอนผ่านกลุ่มไลน์ครูประจำชั้นและผู้ปกครองระดับอนุบาลจนถึงป.4 และ ระดับป.5 ถึง มัธยมศึกษาปีที่6 จัดการสอนผ่านระบบออนไลน์ พร้อมเลื่อนกำหนดสอบภาคเรียนที่ 1 เป็นระหว่างวันที่ 15-18 กันยายน ทั้งนี้หากผู้ปกครองพบนักเรียนคนไหนมีไข้สูงให้หยุดเรียนได้ทันที

ส่วนสาเหตุการปิดโรงเรียนดังกล่าว เป็นการดำเนินการตามมาตรการการรักษาความปลอดภัยของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เนื่องจากพบว่ามีผู้ปกครองของนักเรียน ตรวจพบเชื้อโควิด-19 ในขณะที่อยู่ในเรือนจำ ดังนั้นเพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย ทางโรงเรียนจึงปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าว และประสานความร่วมมือกับหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ ทำความสะอาดโรงเรียน เพื่อคลายความกังวลของผู้ปกครอง อย่างไรก็ตามการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ขณะนี้ได้รับรายงานว่า ไม่พบการติดเชื้อของนักเรียนและครูภายในโรงเรียนอย่างใด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้โรงเรียนดังกล่าว ประกาศปิดโรงเรียน ตั้งแต่วันนี้ 8 -11 ก.ย.นี้ เรื่อง มาตรการและการเฝ้าระวังการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) โดยมีเนื้อหาระบุว่า

ตามที่ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกแถลงข่าวพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) ในวันที่ 3 กันยายน พ.ศ.2563 จำนวน 1 ราย โรงเรียนสารสาสน์วิเทศศึกษามีความห่วงใยสถานการณ์ดังกล่าว

ดังนั้นในวันศุกร์ที่ 4 กันยายน 2563 โรงเรียนได้ร่วมกับสาธารณสุขอำเภอพระสมุทรเจดีย์ และ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลล้านคลองนาเกลือน้อย อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ ประเมินมาตรการต่างๆ ที่โรงเรียนดำเนินการภายในโรงเรียนพบว่า

1.สำรวจสิ่งแวดล้อมและมาตรการป้องกันการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 พบว่า ได้มาตรฐานตามเกณฑ์ มีจุดคัดกรองอุณหภูมิของทุกทางเข้าอาคาร มีจุดล้างมือเพียงพอตามมาตรฐาน ให้ผู้ปกครอง คุณครูและนักเรียนสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา มีการจัดระยะห่างในโรงอาหารและห้องเรียน และมีการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อทุกวันหลังเลิกเรียน

2.ทบทวนให้สุขศึกษาในเรื่องโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ความเข้มข้นของมาตรการในการเฝ้าระวังป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019

3.จัดกลุ่มสื่อสารเฉพาะกิจ เพื่อเป็นช่องทางการสื่อสารระหว่างผู้บริหารโรงเรียน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง

4.นอกจากนี้โรงเรียนขอประกาศหยุดในระหว่าง วันที่ 8-11 กันยายน พ.ศ.2563 ในระหว่างนี้โรงเรียนจะดำเนินการดังต่อไปนี้

5.จัดการเรียนการสอบผ่านไลน์กลุ่ม ในระดับชั้น อนุบาล-ประถมศึกษาปีที่ 4 ส่วนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 – มัธยมศึกษาปีที่ 6 จะจัดการสอบผ่าน Google Meet / Google Classroom

6.เลื่อนกำหนดสอบกลางภาคเรียนที่ 1/2563 ระหว่างวันที่ 15-18 กันยายน พ.ศ.2563 (กำหนดเดิม วันที่ 14-17 กันยายน พ.ศ.2563)

7.ดำเนินการทำความสะอาดทั้งระบบ Big Cleaning โดยโรงเรียนร่วมมือกับ รพ.สต.บ้านคลองนาเกลือน้อย

8.หากผู้ปกครองพบว่านักเรียนในความดูแลมีอาการป่วย มีไข้ ให้หยุดเรียนต่อได้ทันที โรงเรียนจะดูแลเรื่องการเรียนให้ในภายหลัง

กลุ่มภาคีนักเรียนฯบุกศธ. ติดตามแก้ปัญหา หลังชง 109 รร. คุกคามเด็กเห็นต่าง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/517235

กลุ่มภาคีนักเรียนฯบุกศธ.ติดตามแก้ปัญหา หลังชง109รร.คุกคามเด็กเห็นต่าง

กลุ่มภาคีนักเรียนฯบุกศธ.ติดตามแก้ปัญหา หลังชง109รร.คุกคามเด็กเห็นต่าง

วันพุธ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2563, 17.17 น.

“กลุ่มภาคีนักเรียนฯ”เข้าติดตามผล หลังเสนอ109รร.คุกคามเด็กเห็นต่าง และเพิ่มเติมข้อเสนอ4ข้อให้ศธ.

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2563 ที่กระทรวงศึกษาธิการ นายนฤเบศน์ รักษ์วิจิตร ตัวแทนภาคีนักเรียนแห่งประเทศไทย และเครือข่ายเดินทางมาติดตามความคืบหน้า หลังจากที่กลุ่มภาคีฯ ได้ยื่นรายชื่อ 109 โรงเรียน ที่คุกคามนักเรียนที่เห็นต่าง และมาเพิ่มเติมเรื่องต่างๆ โดยมี นายสนิท แย้มเกษร รองเลขาธิการ กพฐ.ร่วมชี้แจงและรับข้อเสนอจากกลุ่มภาคีฯ

นายนฤเบศน์ กล่าวว่า พวกเราเดินทางมาติดตามความคืบหน้า หลังจากที่กลุ่มภาคีฯได้มายื่นรายชื่อ 109 โรงเรียน ที่มีครูคุกคามนักเรียนที่เห็นต่างให้กับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ช่วยตรวจสอบไปแล้ว หลังจากนั้น ทางกลุ่มก็ได้ติดตามมาตลอดว่า ศธ.ได้มีการส่งหนังสือไปตามโรงเรียนต่างๆที่เรารวบรวมข้อมูลมาให้หรือไม่ และดูว่ามีการวางมาตรการการป้องกันการคุกคามนักเรียนหรือไม่ และทางโรงเรียนเปิดพื้นที่เพื่อรับฟังความคิดเห็นหรือไม่ ซึ่งทาง ศธ.ได้นัดหมายกลุ่มภาคีเครือข่ายฯ ว่าภายในวันที่ 15 ก.ย.นี้ จะสรุปข้อมูลการตรวจสอบ ซึ่งทางกลุ่มภาคีฯก็รอติดตามผลสรุปว่าจะออกมาผิดคาดจากที่นักเรียน หรือครูร้องเรียนไว้มากน้อยแค่ไหน ส่วนที่ภาคีฯ อยากให้ ศธ.มีช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนถึงรัฐมนตรีโดยตรงไม่ผ่านตัวกลาง ทราบว่าทาง ศธ.ก็ได้มีช่องทางออกมาแล้ว

นายนฤเบศน์ กล่าวต่อว่า วันนี้ทางภาคีฯ ได้เพิ่มเติมเรื่องการคุกคามครู ว่าที่ ศธ.ให้ทางโรงเรียนรายงานแนวทางการแก้ไขการคุคาม แล้วคนที่กระทำผิด หรือครูที่คุคามเด็กจริง ศธ.จะดำเนินการอย่างไร ซึ่งที่ผ่านมา ศธ.ชี้แจงเพียงครูที่คุกคามทางเพศ และคุกคามด้วยความรุนแรงกับนักเรียน ซึ่งเท่าที่ทราบ ทาง ศธ.ได้มีการจัดตั้งศูนย์คุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียนนักศึกษาซึ่งถูกล่วงละเมิดทางเพศ กระทรวงศึกษาธิการ (ศคพ.) เพื่อรับเรื่องร้องเรียน และทราบว่าถ้าพบว่าครูทำผิดจริงก็ไล่ออกจากราชการแล้ว

“วันนี้ทางภาคีฯ จึงมาเพิ่มเติมกรณีครูที่ทำผิดอื่นๆ ที่ไม่ถึงขั้นไม่ผิดวินัยร้ายแรง แต่ผิดคุณธรรม จริยธรรม พวกเราจะสอบถามทางศธ.ว่ามีมาตรการรองรับอย่างไร และในกรณีที่ข่มขู่แต่ยังไม่คุกคาม จะสามารถช่วยเหลือนักเรียนได้อย่างไร ทางภาคีฯจะเสนอไปด้วยว่า ศธ.ควรดำเนินการแก้ไขที่ต้นเหตุ ตั้งแต่ส่งตัวแทนเข้าไปในโรงเรียนเพื่อตรวจสอบว่าทางโรงเรียนได้ดำเนินการตามมติของ ศธ.หรือไม่ เพราะทางภาคีฯ มองว่าวันนี้ต้องรับฟังทั้งฝ่ายครู และนักเรียนด้วย” นายนฤเบศน์ กล่าว และว่า
ทางภาคีจะเสนอให้พิจารณาการเพิ่มภาระงานของครู เนื่องจากทางภาคีฯ ได้ทำการสำรวจโดยให้คุณครูแสดงความคิดเห็นที่เกี่ยวกับระบบที่ ศธ.บอกว่าจะเกี่ยวข้องและสอดคร้องกับแผนปฏิรูปการศึกษาในอนาคตนั้น แต่ยังพบว่าครูมีภาระงานด้านกิจกรรมมาก และต้องทำเอกสารรายงาน ศธ.และครูต้องทำการประเมินต่างๆ ที่ซ้อนทับ รวมถึงเพิ่มเติมข้อมูลที่ล่าสุดมีการสอบครูผู้ช่วย ซึ่งพบว่าข้อสอบมีการวิพากษ์วิจารย์ในเชิงลบอย่างมากจากผู้เข้าสอบ จึงอยากถามถึงการจัดสอบว่า จะส่งผลดีต่อความคาดหวังในการผลิตบุคลากรทางการศึกษามากน้อยแค่ไหนในอนาคต และระบบที่ ศธ.บอกว่าจะออกมาเพื่อรองรับการปฏิรูปการศึกษาในอนาคตตามแผนปฏิรูปการศึกษาใหม่ ของระบบ DEEP นั้น จะเป็นการเพิ่มภาระงานครูมากขึ้นหรือไม่ และจะช่วยแก้ปัญหาได้จริงหรือเปล่า

นายสนิท แย้มเกษร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.) กล่าวภายหลังประชุมหารือกับตัวแทนกลุ่มภาคีนักเรียนแห่งประเทศไทย ว่า กลุ่มภาคีฯ ได้มาติดตามความคืบหน้า หลังจากที่เสนอชื่อ 109 โรงเรียน ที่คุกคามนักเรียนที่เห็นต่าง พร้อมมีข้อเสนอเพิ่มเติม รวม 4 ประเด็น คือ 1.มาตรการช่วยเหลือนักเรียนที่ถูกคุกคาม 2.รายงานการรับฟังความคิดเห็นและการคุกคามครู 3.ภาระงานเอกสารของครู 4.เว็บไซต์ระบบ deep ซึ่งตนก็ได้ชี้แจงว่า ขณะนี้ สพฐ.ได้มีหนังสือแจ้งไปยังโรงเรียนและเขตพื้นที่การศึกษาฯเปิดเวทีให้นักเรียนแล้ว โดย ศธ.ได้เปิดช่องทางรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่าย ทั้งจากนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และผู้บริหารโรงเรียน

นอกจากนี้ กลุ่มภาคีฯ ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษา เช่น เรื่องภาระงานของครูที่มีมาก จึงมีความเป็นห่วงครู อยากให้ครูมีเวลาสอนได้เต็มที่ จึงอยากให้ลดภาระงานที่ไม่จำเป็นของครูลง หรือบางโครงงานให้ทำร่วมกัน ซึ่งบางเรื่องนั้นกระทรวงศึกษากำลังทำอยู่แต่ข้อมูลอาจจะสื่อสารยังไม่ถึงกลุ่มภาคีฯหรือกลุ่มนักเรียน และในการเดินทางมาวันนี้น้องๆกลัวว่าจะเข้าใจผิดว่าพวกเขาจะมาเรียกร้องอะไร แต่เขาชัดเจนว่ามุ่งในเรื่องปฏิรูปการศึกษา เรื่องการดูแลครู การดูแลนักเรียนโดยเฉพาะการล่วงละเมิดทางเพศนักเรียน

“ความจริงแล้วนโยบายที่ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ได้ประกาศไปแล้วก็ตรงกับที่น้องๆ นำมาเพิ่มเติม เพียงแต่ยังสื่อสารไม่ถึงน้องๆ วันนี้ ก็ให้ตั้งกลุ่มไลน์ขึ้นมาเพื่อให้สามารถติดต่อสำนักงานรัฐมนตรี หรือติดต่อผมโดยตรงเพื่อพูดคุยข้อมูลกัน น้องๆ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาเรียนเพื่อเดินทางมา และทางภาคีฯ ก็จะช่วยประสานกับกลุ่มต่างๆ เพื่อทำงานร่วมกัน อย่างไรก็ตาม สำหรับข้อมูลวันนี้ ผมและทีมงานก็จะตั้งเรื่องนำเรียนผู้บริหารตามลำดับขั้นต่อไป” นายสนิท กล่าว