ยอมไม่ได้! ‘เอนก’ ถก ‘อธิการบดีมหาลัยฯทั่วไทย’ ห้ามนศ.ชุมนุมจาบจ้วงสถาบัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/511760

ยอมไม่ได้!'เอนก'ถก'อธิการบดีมหาลัยฯทั่วไทย' ห้ามนศ.ชุมนุมจาบจ้วงสถาบัน

ยอมไม่ได้!’เอนก’ถก’อธิการบดีมหาลัยฯทั่วไทย’ ห้ามนศ.ชุมนุมจาบจ้วงสถาบัน

วันศุกร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 16.38 น.

14 สิงหาคม 2563 เมื่อเวลา 15.00 น. ที่กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม(อว.) นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยภายหลังเชิญอธิการบดีและตัวแทนมหาวิทยาลัยทั่วประเทศร่วมหารือ ว่าตนได้นำข้อห่วงใยรัฐบาล มอบให้อธิการบดีและผู้บริหารมหาวิทยาลัย ขอให้ทำหน้าที่ดูแลนักศึกษาและทุกฝ่ายที่จะแสดงออกทางการเมืองให้ไปในทางที่ถูกต้อง ที่สำคัญจะต้องไม่ไปก้าวล่วง ต้องไม่จาบจ้วงต้องไม่ละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นหลักชัยของบ้านเมือง เป็นเสาหลักความมั่นคงของประเทศ อีกทั้งยังทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อมหาวิทยาลัยแทบทุกแห่ง เพราะฉะนั้นจะให้ก้าวล่วงไม่ได้ อีกทั้งยังถือว่า ผิดกฎหมายและผิดรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพ.ศ.2560 

ทั้งนี้การชุมนุมในเรื่องอื่น ๆถือเป็นเรื่องที่ยอมรับฟังได้ อว.ย้ำชัดว่า ไม่ปรารถนาให้มีการปะทะ ขัดแย้ง ทั้งของนักศึกษาและประชาชน ที่แบ่งเป็น 2-3 พวก ไม่ปรารถนาจะเห็นการนองเลือด โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำชับหลายรอบ ว่าให้ใช้ความเยือกเย็น มองนักศึกษาทุกฝ่ายเป็นลูกหลาย เป็นอนาคตของประเทศ จะไม่มองนักศึกษาเป็นคนละฝ่าย

นายเอนก กล่าวต่อว่า อธิการบดีทุกแห่งยืนยันว่าจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และยืนยันในความจงรักภักดี ที่ชาวมหาวิทยาลัยมีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ อีกทั้งยังมีความกังวลอย่างมากว่า จะมีอะไรให้เป็นที่ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท เพราะฉะนั้นจะถือปฏิบัติ ไม่ให้มีการปราศรัย พูดหรืออภิปรายในเรื่องนี้ นอกจากนั้นมหาวิทยาลัยจะถือว่า นักศึกษาเป็นพลังสำคัญ เป็นอนาคตของประเทศ ซึ่งตนเห็นด้วย และกำชับไปว่าจะทำอะไรจากนี้ขอให้สนใจนักศึกษาให้มากขึ้นเป็นพิเศษ ให้นักศึกษาเป็นผู้ช่วย เป็นที่ปรึกษา อย่ามองนักศึกษาเป็นปัญหา ให้มองเป็นพลัง ซึ่ง 50-60 ปีมานี้พลังนักศึกษาของเรามีมาเป็นยุคเป็นช่วง มาเติมเต็มให้สังคมดีขึ้นมาตลอด

“นายกฯ ฝากให้นำความห่วงใยมาบอกกับชาวมหาวิทยาลัย และฝากถึงเด็กๆ ว่าไม่เคยมองว่านักศึกษาอยู่คนละฝ่าย สำหรับการชุมนุมมหาวิทยาลัยจะไม่อนุญาตให้คนที่ไม่ใช่นิสิต นักศึกษาเข้ามาใช้สถานที่จัดชุมนุม การชุมนุมให้เป็นเฉพาะนักศึกษาในสถาบันนั้นๆ ที่สำคัญต้องไม่มีอาวุธ มีการตรวจอุณหภูมิร่างกาย ตรวจบัตรประจำตัวนิสิต นักศึกษา ทั้งนี้เพื่อให้การบริหารจัดการดูแลการชุมนุมอภิปราย เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งต้องพยายามทำให้ดี ไม่เช่นนั้นจะเกิดเป็นความวุ่นวาย หรือจะมีการทะปะกัน ส่วนการปราศรัยหากยังมีการจาบจ้วงสถาบัน นักศึกษาก็ต้องรับผิดชอบตัวเอง กฎหมายยังบังคับใช้ตลอดเวลา เหตุที่เตือนเพราะเชื่อว่านักศึกษาก็รู้ว่าตัวเองอยู่ใต้กฎหมาย ก็ต้องปฏิบัติตาม ยอมรับว่า เรืองนี้น่าเสียใจเราไม่ควรไปมองว่า เป็นสิทธิของนักศึกษาที่อยากจะพูดอะไรก็พูดได้ แต่รัฐบาลก็จะใช้ความสุขุมเยือกเย็นที่สุด เพราะเด็กก็คือเด็ก ตอนนี้ทุกคนช่วยกันหาทางออก” นายเอนก กล่าว

นายเอนก กล่าวต่อว่า ส่วนอาจารย์ที่ร่วมลงชื่อสนับสนุน การชุมนุมนั้น ทราบว่ามีหลายกลุ่ม อว.ไม่ไปห้ามการแสดงออก ขอย้ำว่ารัฐบาลไม่มีแนวคิดที่จะให้เรื่องนี้จบลงอย่างรวดเร็ว ให้เป็นไปตามธรรมชาติ เพื่อให้มีสันติ มีความสงบสุขให้มากที่สุด สามารถถกเถียงไปได้โดยที่ไม่ต้องมีการทะเลาะเบาะแว้งกัน ดังนั้นจึงไม่มีเจตจำนงที่จะต้องปิดเกมอย่างรวดเร็ว ส่วนนักศึกษาที่เป็นแกนนำการชุมนุมที่กังวลว่า จะมีคนติดตามความเคลื่อนไหวนั้น ทราบว่ามหาวิทยาลัยดูแลนักศึกษาอยู่ บางคนมหาวิทยาลัยให้ไปอยู่หอพัก แต่โดยทั่วไปก็ไม่ได้ยินว่า เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ถ้ามีอธิการบดีคงรายงานแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยห้ามนักศึกษาใช้สถานที่จัดการชุมชนนั้น ถือว่าสามารถทำได้หรือไม่

นายเอนก กล่าวว่า สามารถทำได้ เพราะจุฬาฯเป็นเจ้าของสถานที่ จึงมีสิทธิที่จะอนุญาตหรือไม่ อย่างคนที่จะใช้สถานที่ราชการก็มีข้อบังคับหรือระเบียบให้ปฏิบัติอยู่ ถามต่อว่ารัฐบาลกังวลหรือไม่ว่าม็อบจะลงมาบนถนน นายเอนก กล่าวอีกว่า ไม่กังวลและคงไม่มีใครกังวลอะไรทั้งสิ้น

ร.10 พระราชทานดอกไม้-ตะกร้าสิ่งของอาสาสมัครทหารพรานได้รับบาดเจ็บ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/511735

ร.10พระราชทานดอกไม้-ตะกร้าสิ่งของอาสาสมัครทหารพรานได้รับบาดเจ็บ

ร.10พระราชทานดอกไม้-ตะกร้าสิ่งของอาสาสมัครทหารพรานได้รับบาดเจ็บ

วันศุกร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 15.30 น.

14 สิงหาคม 2563 เวลา 13.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายไพโรจน์ จริตงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ไปมอบแก่อาสาสมัครทหารพราน รุสมาน นาเดวี เจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์เดียวกัน และเข้ารับการรักษาพยาบาล  ณ โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส

การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณในครั้งนี้  ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่กำลังพล รวมถึงครอบครัวอย่างหาที่สุดมิได้

ร.10 พระราชทานพวงมาลาหลวง วางหน้าหีบศพจนท. เสียชีวิตเหตุระเบิดนราธิวาส #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/511728

ร.10พระราชทานพวงมาลาหลวง วางหน้าหีบศพจนท.เสียชีวิตเหตุระเบิดนราธิวาส

ร.10พระราชทานพวงมาลาหลวง วางหน้าหีบศพจนท.เสียชีวิตเหตุระเบิดนราธิวาส

วันศุกร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 15.15 น.

“ในหลวง” พระราชทานพวงมาลาหลวงวางหน้าหีบศพเจ้าหน้าที่ เสียชีวิตจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด ชุดลาดตระเวนเส้นทางเพื่อคุ้มครองครู จังหวัดนราธิวาส

14 สิงหาคม 2563 เวลา 11.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายไพโรจน์ จริตงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เชิญพวงมาลาหลวง พวงมาลาของสมเด็จพระเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปวางที่หน้าหีบศพ สิบโท บึงกาฬ หารสาร เจ้าหน้าที่ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดกำลังพลชุดลาดตระเวนเส้นทางเพื่อคุ้มครองครู ที่บริเวณสะพานบ้านกาลิซา หมู่ที่ 2 ตำบลกาลิซา อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2563 ซึ่งตั้งศพบำเพ็ญกุศล ณ วัดบางนรา อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี ฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม และโปรดให้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เชิญพวงมาลาพระราชทาน และพวงมาลาประทาน วางที่หน้าหีบศพด้วย

‘ในหลวง-พระราชินี’ พระราชทานตะกร้าสิ่งของแก่ญาติทหารพราน เสียชีวิตจากเหตุระเบิดชายแดนใต้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/511724

'ในหลวง-พระราชินี'พระราชทานตะกร้าสิ่งของแก่ญาติทหารพราน เสียชีวิตจากเหตุระเบิดชายแดนใต้

‘ในหลวง-พระราชินี’พระราชทานตะกร้าสิ่งของแก่ญาติทหารพราน เสียชีวิตจากเหตุระเบิดชายแดนใต้

วันศุกร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 14.31 น.

“ในหลวง-พระราชินี” โปรดเกล้าฯให้นำตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่ญาติเจ้าหน้าที่ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

14 สิงหาคม 2563 เวลา 10.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายสมนึก พรหมเขียว รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เชิญตะกร้าสิ่งของพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปมอบแก่ญาติของ อาสาสมัครทหารพราน เอ๊มลุ๊กมาน หะยีสะแม เจ้าหน้าที่ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพราน 43 ที่บริเวณบ้านท่ายาลอ ตำบลตุยง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2563 ณ บ้านเลขที่ 6/1 หมู่ที่ 2 ตำบลบานา อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี

อย่างไรก็ตาม การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณในครั้งนี้ ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่ ครอบครัวของ อาสาสมัครทหารพราน เอ๊มลุ๊กมาน ฯ อย่างหาที่สุดมิได้

‘ครูตั้น’ เยี่ยมโรงเรียนสตรีวิทยา หลังเปิดเรียน 100% คุมเข้มหวั่นโรคระบาดรอบ2 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/511708

'ครูตั้น'เยี่ยมโรงเรียนตรีวิทยา หลังเปิดเรียน100% คุมเข้มหวั่นโรคระบาดรอบ2

‘ครูตั้น’เยี่ยมโรงเรียนสตรีวิทยา หลังเปิดเรียน100% คุมเข้มหวั่นโรคระบาดรอบ2

วันศุกร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 13.43 น.

“ครูตั้น” ตรวจเยี่ยมโรงเรียนสตรีวิทยา หลังเปิดเรียนแบบ100%วันที่สอง  เผยไม่พบโรงเรียนใดไม่พร้อมเปิดเรียน กำชับโรงเรียนลงบันทึกข้อมูลเด็ก อย่ามองเป็นเรื่องไร้สาระ เพื่อให้ติดตามตัวได้หากเกิดโรคระบาดรอบสอง

14 สิงหาคม 2563 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.)ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ ที่โรงเรียนสตรีวิทยา เขตพระนคร กทม. พร้อมเดินเยี่ยมชมการเรียนการสอนและสอบถามนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายถึงการเรียนและการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ในช่วงนี้

นายณัฏฐพล กล่าวว่า วันนี้ได้มารับฟังเสียงสะท้อนถึงการเรียนการสอนในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมา ซึ่งก็ได้เห็นอะไรดีหลายๆอย่าง ขณะเดียวกันก็มีอะไรหลายๆอย่างที่กระทรวงศึกษาธิการ จะต้องรับไปปรับปรุงในเรื่องการเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21 ถึงการเตรียมความพร้อมของนักเรียน ในช่วงที่มีวิกฤติโควิด-19 และในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาได้เตรียมพร้อมทั้งผู้ปกครอง ครู และนักเรียน ว่าหากมีการระบาดรอบสองเกิดขึ้น จะทำอะไร อย่างไรบ้าง

รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า เชิญชวนให้ทุกโรงเรียนปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขให้มีความเข้มข้นมากขึ้น และให้โรงเรียนลงบันทึกข้อมูลนักเรียนว่าไปไหนทำอะไรบ้าง โดยใช้เวลาบีนทึกไม่เกิน 5 นาทีต่อวัน  ซึ่งยังเป็นเรื่องที่ทางโรงเรียนยังไม่คุ้นเคย  ก็ต้องเริ่มทำความคุ้นเคยกันอย่างเร่งด่วน ไม่อยากให้มองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ หรือเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นนต้องทำ เพราะถ้าปฏิบัติได้เป็นกิจวัตร ก็จะสามารถควบคุมความเสี่ยงได้ หากเกิดการระบาดของโรคขึ้น เราก็สามารถนำข้อมูลมาติดตามตรวจสอบได้ เพื่อความปลอดภัยของนักเรียน ครู ผู้ปกครองและบุคคลอื่นๆอีกมากมาย  เราอยากให้มีการรักษาความปลอดภัยและระมัดระวังตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข เราจะได้มั่นใจได้ว่าเปิดการเรียนการสอนแบบ 100 % แล้ว ผู้บริหารประเทศสามารถติดตามได้หากมีการระบาดของไวรัสโคโรนา-19 

รมว.ศธ.กล่าวด้วยว่า วันนี้เราพิสูจน์ได้แล้วว่าหลังเปิดเทอมช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา โรงเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษา และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนเข้าใจในขบวนการที่จะต้องดูแลตัวเองเมื่อมีการระบาดของโรคเกิดขึ้น และโรงเรียนสามารถแบ่งเวลาเรียนได้ และนักเรียนก็สามารถเข้าถึงสื่อต่าง ๆได้ ส่วนพื้นที่ห่างไกลไม่มีสื่อดิจิทัลก็สามารถนำแบบฝึกหัสไปทำที่บ้านได้ วันนี้ทั้งครู ผู้บริหารโรงเรียน และน้องๆนักเรียนมีความสามารถในการปรับตัวแล้ว ดังนั้น จึงมั่นใจได้ว่าไม่ว่าหากมีการระบาดของโรคขนาดไหน แต่การเรียนการสอนของประเทศไทยก็ยังมีอย่างต่อเนื่อง  และหากเกิดการระบาดรอบสอง ก็อาจจะเปิดบางกลุ่มโรงเรียนเท่านั้น และจัดการเรียนแบบผสมผสาน เช่น เรียนเรียนออนไลน์กับมีแบบฝึกหัสให้ทำที่บ้าน ซึ่งเป็นมาตรการที่เราทดลองทำมาในระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา    

รมว.ศธ. กล่าวอีกว่า ก่อนที่จะมีการประชุม ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 (ศบค.) ชุดใหญ่ในช่วงวันที่ 20 กว่า ๆนี้ ศธ.ก็จะนำผลของการทดลองเปิดเรียนแบบ 100% ในช่วงนี้ มาเป็นองค์ประกอบในการจะตัดสินใจที่จะเดินข้างหน้าในรูปแบบที่เข้มข้นขึ้น ในเรื่องของการทำกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่ ศธ.ได้วางเป็นขั้นตอนในการขับเคลื่อนและการแก้ปัญหาหากเกิดวิกฤติขึ้น

รมว.ศธ. กล่าวว่า หลังจากที่โรงเรียนทั่วประเทศเปิดเรียนแบบ 100% เป็นวันที่สองแล้ว ตนยังไม่ได้รับรายงานว่ามีโรงเรียนใดที่ยังไม่มีความพร้อม หรือมีปัญหาอุปสรรคผมคิดว่าทุกโรงเรียนมีความพร้อมเปิดเรียนที่โรงเรียนแบบ 100%  มีเพียงความไม่คุ้นเคยที่โรงเรียนต้องลงบันทึกการเคลื่อนไหวของนักเรียนในทุกๆวันเท่านั้น  ก็ต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจซึ่งไม่น่ามีปัญหาอะไร            

“ส่วนการเดินทางมาตรวจเยี่ยมวันนี้ ก็ได้รับเสียงสะท้อนจากนักเรียนคือ การที่โรงเรียนแขวนบทเรียนไว้ในโลกออนไลน์ซึ่งทำให้นักเรียนสามารถเข้าไปดึงข้อมูลได้ในเวลาที่ต้องการ เป็นการเรียนการสอบแบบยุคใหม่ที่ผสมผสานกับการเรียนการสอนที่โรงเรียน และมีน้องๆนักเรียนเกือบครึ่งหนึ่งที่คิดว่าการเรียนการสอนแบบผสมผสานระหว่างการเรียนที่โรงเรียนผสมกับเรียนออนไลน์เป็นสิ่งที่นักเรียนคิดว่าให้ประโยชน์มากที่สุด ก็ต้องปรึกษาครู อาจารย์และผู้บริหารทั้งหมดว่าถ้าเราปรับหลักสูตรการเรียนการสอนแบบผสมผสานจะทำให้เด็กได้ความรู้มากข้นหรือไม่ ก็ต้องรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง คุณครูเองอาจจะไม่มีความสบายใจที่จะต้องทำการเรียนการสอนเหมือนเพิ่มเติม แต่ในขณะเดียวกัน การเรียนการสอนที่โรงเรียนอาจจะลดลง เพราะได้แขวนแบบฝึกหัสการเรียนการสอนไว้แล้ว ก็เป็นเรื่องที่จะต้องศึกษาเพื่อนำไปพิจารณาต่อไป ถ้าถามว่าชอบไหมผมไม่มั่นใจ แต่ถ้าทำอะไรที่ทำให้งานครูน้องลง และสามารถวัดมาตรฐานของเด็กได้โดยที่ครูไม่มีงานเพิ่ม ผมคิดว่าครูและเด็กๆเองก็น่าจะพอใจก็ ดังนั้น เราก็ต้องปรับ วันนี้เรื่องการศึกษาเป็นอะไรที่ท่านนายกฯให้ความสำคัญ ศธ.ก็ต้องปรับตามสถานการณ์และมีความยืดหยุ่น“ รมว.ศธ. กล่าว 

นายณัฏฐพล กล่าวว่า ตนและผู้บริหาร ศธ. กำลังพิจารณาถึงความเหมาะสมในการสอบ O-NET ของนักเรียน ในเรื่องความเหลื่อมล้ำ เพราะโรงเรียนจัดการเรียนการสอนที่แตกต่างกัน ซึ่งโรงเรียรที่สามารถเข้าถึงสื่อดิจิทัลได้อาจจะได้เปรียบหรือเสียเปรียบในการที่มีเทคโนโลยีนั้น ในขณะที่โรงเรียนที่มีเด็กมาเรียนที่โรงเรียนได้ตามปกติตั้งแต่เริ่มเปิดเทอมก็อาจจะได้เปรียบหรือเสียเปรียบกเด็กที่เรียนสลับวันหรือสลับอาทิตย์ ดังนั้น การจะวัดลดผลการเรียนในระดับประเทศ ศธ.จะต้องหารือกับทาง สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงความเหมาะสมในการทดสอบโดยเฉพาะในปีที่มีไวรัสโควิดระบาดนี้ เราจะพิจารณาการสอบ O-NET อย่างไร  จึงเหมาะสมและรีบตัดสินใจโดยด่วน

ด้านนางวรรณดี นาคสุขปาน ผอ.โรงเรียนสตรีวิทยา กล่าวว่า ทางโรงเรียนได้เตรียมแผนระยะยาวหาก รัฐบาลและศธ.ต้องการให้เปิดเรียนแบบ 100 % แบบ New Nirmal นักเรียนทุกคนจะต้องวัดอุณภูมิด้วยเครื่องก็จะโชว์เลขประจำตัวนักเรียนและค่าอุณภูมิ หากมีไข้เครื่องก็จะเตือน ก็จะแยกเด็กออกมา แต่ที่ผ่านมายังไม่พบ เพราะได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครอง และโรงเรียนให้เด็กล้างมือด้วยแอลกอฮอลเจลที่โรงเรียนเตรียมไว้ให้ ใส่แมทตลอดเวลา  ห้ามนั่งตามพื้น และให้เว้นระยะห่างทางสังคม ส่วนกิจกรรม กีฬาเล่นได้แต่ต้องระมัดระวัง 

‘ศธ.’ จัดงาน ‘ยกกำลังสองการศึกษาไทย สู่ความเป็นเลิศ’ 17สิงหานี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/511541

‘ศธ.’จัดงาน‘ยกกำลังสองการศึกษาไทย สู่ความเป็นเลิศ’17สิงหานี้

‘ศธ.’จัดงาน‘ยกกำลังสองการศึกษาไทย สู่ความเป็นเลิศ’17สิงหานี้

วันพฤหัสบดี ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 16.52 น.

‘ศธ.’จัดงาน‘ยกกำลังสองการศึกษาไทย สู่ความเป็นเลิศ’ 17 สิงหานี้

13 ส.ค. 2563 กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยถึงการจัดงาน “ยกกำลังสองการศึกษาไทย สู่ความเป็นเลิศ (Thailand Education Eco-System)” โดยงานจะจัดขึ้นในวันที่ 17 ส.ค. 2563 ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น 6 อาคารทรูดิจิทัล พาร์ค ถนนสุขุมวิท 101 กรุงเทพฯ โดยได้รับเกียรติจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน และมี นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้กล่าวรายงานและแสดงวิสัยทัศน์ว่าด้วยการขับเคลื่อนการศึกษาไทย 
ทั้งนี้สืบเนื่องจากนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง นายณัฏฐพล ได้ลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาของระบบการศึกษาไทย จนสามารถตกตะกอนความคิด และออกแบบแนวทางการศึกษาใหม่ เพื่อพัฒนานักเรียนและบุคลากรทางการศึกษาให้มีศักยภาพ มีความพร้อมในการเลือกที่จะพัฒนาตัวเองตามแนวทางที่ต้องการ โดยมีเป้าหมายให้เยาวชนไทยได้เป็นเด็กดี และเด็กเก่ง สามารถพัฒนาไปสู่การสร้าง “ทุนมนุษย์” ที่เป็นเลิศ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติให้มีความสามารถในการแข่งขันและก้าวหน้าสู่ระดับสากล รวมทั้งมีความเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไปในอนาคต

สำหรับงาน “ยกกำลังสองการศึกษาไทย สู่ความเป็นเลิศ (Thailand Education Eco-System)”  มีภาคเอกชนร่วมเป็นพันธมิตรทางการศึกษา กว่า 50 องค์กร ในการสนับสนุนองค์ความรู้เพื่อสร้างเด็กไทยคุณภาพ รองรับตลาดแรงงานเพื่อการแข่งขันทางด้านเศรษฐกิจของประเทศไทย ตามแนวคิด “ปลดล็อก ปรับเปลี่ยน เปิดกว้าง” ทางการศึกษาไทยรูปโฉมใหม่ สู่ระบบนิเวศทางการศึกษาที่เน้นความเข้าใจใน Supply และตอบโจทย์ Demand โดยกระทรวงศึกษาธิการเป็นสะพานเชื่อมหลักของกลไกการขับเคลื่อน 

ผู้สนใจสามารถติดตามการถ่ายทอดสดผ่านเว็บไซต์ http://www.obectv.tv ได้ในวันที่ 17 ส.ค. 2563 เวลา 13.30 น. โดยประมาณ!!! 

‘อาชีวะ-วัฒนธรรมอุบลฯ’ ร่วมจัด ‘เทศกาลศิลปะร่วมสมัยลุ่มแม่น้ำโขง’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/511440

'อาชีวะ-วัฒนธรรมอุบลฯ' ร่วมจัด 'เทศกาลศิลปะร่วมสมัยลุ่มแม่น้ำโขง'

‘อาชีวะ-วัฒนธรรมอุบลฯ’ ร่วมจัด ‘เทศกาลศิลปะร่วมสมัยลุ่มแม่น้ำโขง’

วันพฤหัสบดี ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 11.35 น.

อาชีวะอุบลฯ ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุบลราชธานี และเครือข่ายศิลปิน จัดกิจกรรม “เทศกาลศิลปะร่วมสมัยลุ่มแม่น้ำโขง” ชวนประกวดภาพวาดศิลปะลุ่มน้ำโขง ชิงเงินรางวัลกว่า 60,000 บาท ระหว่าง 24-26 ส.ค.นี้ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี 

วันที่ 13 ส.ค.63 ดร.พงษ์ศักดิพล ทาแก้ว ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี เปิดเผยว่า วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุบลราชธานี และเครือข่ายศิลปินได้จัดประกวดวาดภาพในหัวข้อ “สายน้ำฮักแพงแบ่งปัน สานสัมพันธ์ลุ่มแม่น้ำโขง” ภายใต้โครงการเทศกาลศิลปะร่วมสมัยลุ่มแม่น้ำโขงในระหว่างวันที่ 24-26 สิงหาคม 2563 ณ วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี 

โดยกิจกรรมประกอบด้วย กิจกรรมการประกวดภาพวาดประเภทบุคคล กลุ่มศิลปินอาชีพ นิสิต นักศึกษาและประชาชนทั่วไปไม่จำกัดเพศและวัยมีพื้นเพและภูมิลำเนาในเขตภาคอีสาน สร้างสรรค์ผลงานศิลปะในหัวข้อ “สายน้ำฮักแพงแบ่งปัน สานสัมพันธ์ลุ่มแม่น้ำโขง” ขนาดผลงานไม่ต่ำกว่า 100 เซนติเมตร ไม่จำกัดความยาวและสร้างสรรค์ด้วยเทคนิคอิสระ ชิงเงินรางวัลกว่า 60,000 บาท โดยกำหนดการตัดสินผลงานในวันที่ 24 สิงหาคม 2563 

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเรียนรู้ศิลปะจากศิลปิน นำครูและนักเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และฝึกปฏิบัติการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะประเภทต่างๆ ประกอบด้วย เรียนรู้ศิลปะการปั้นดิน ศิลปะการเพ้นท์ภาพ และกิจกรรมเวิร์กชอปเรียนรู้ศิลปะการแกะสลักโฟม ซึ่งกิจรรมมีขึ้นในวันที่ 25 สิงหาคม 2563 ในส่วนวันสุดท้ายวันที่ 26 สิงหาคม 2563 นั้น เป็นพิธีเปิดโครงการอย่างเป็นทางการ โดยมีนางสาววิมลลักษณ์ ชูชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย เป็นประธานในพิธีเปิด  

ทั้งนี้ กิจกรรมในพิธีเปิดประกอบด้วย พิธีมอบรางวัลให้กับศิลปินที่ชนะเลิศการประกวด การจัดแสดงนิทรรศการผลงานศิลปะใน“โครงการเทศกาลศิลปะร่วมสมัยลุ่มแม่น้ำโขง” จากศิลปินในกลุ่มประเทศอาเซียนจากประเทศ ลาว เวียดนาม กัมพูชา และพม่า เครือข่ายศิลปินอีสาน เครือข่ายศิลปินศิลป์ศรีวนาลัย ศิลปินอาจารย์ นิสิต นักเรียน นักศึกษา ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และผลงานศิลปะภาพวาดที่ได้รับรางวัลและเข้าร่วมการประกวดจัดแสดงผลงาน ณ หอศิลป์ราชธานีศรีวนาไล วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมการแสดงบนเวทีของกลุ่มนักเรียน นักศึกษา กิจกรรมการแสดงเดินแบบแฟชั่นโชว์ศิลปะผ้าพื้นถิ่นอีสาน โดยการออกแบบ ตัดเย็บ จากแผนกวิชาแฟชั่นและเทคโนโลยี วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ในครั้งนี้ด้วย

จึงขอเชิญผู้ที่สนใจส่งผลงานภาพวาดเข้าร่วมประกวดตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 21 สิงหาคม 2563 และขอเชิญเข้าร่วมกิจกรรมในโครงการ “เทศกาลศิลปะร่วมสมัยลุ่มแม่น้ำโขง” ในระหว่างวันที่ 24-26 สิงหาคม 2563 ณ วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่คณะวิชาศิลปกรรม วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี หมายเลขโทรศัพท์ 085-1059250 ,081-6691475 หรือ 045-254654

ศบค.รายงานพบผู้ป่วย ‘โควิด’ ใหม่ 3 ราย นำเข้าจาก ‘สิงคโปร์-อินเดีย’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/511436

ศบค.รายงานพบผู้ป่วย‘โควิด’ใหม่ 3 ราย นำเข้าจาก'สิงคโปร์-อินเดีย'

ศบค.รายงานพบผู้ป่วย‘โควิด’ใหม่ 3 ราย นำเข้าจาก’สิงคโปร์-อินเดีย’

วันพฤหัสบดี ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 11.06 น.

13 สิงหาคม 2563 ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์ในประเทศไทย ว่า วันนี้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3 ราย เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ และเข้าพักที่ State Quarantine แยกเป็น สิงคโปร์ 1 ราย , อินเดีย 2 ราย  ทำให้มีผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,359 ราย หายป่วยแล้ว 3,169 ราย เสียชีวิตสะสมคงที่ 58 ราย

ทั่วไทยถวายพระพร สมเด็จพระพันปีหลวง รวมใจทำบุญตักบาตร ถวายเป็นพระราชกุศล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/511388

ทั่วไทยถวายพระพร  สมเด็จพระพันปีหลวง  รวมใจทำบุญตักบาตร  ถวายเป็นพระราชกุศล

ทั่วไทยถวายพระพร สมเด็จพระพันปีหลวง รวมใจทำบุญตักบาตร ถวายเป็นพระราชกุศล

วันพฤหัสบดี ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นายกรัฐมนตรีและภริยานำคณะรัฐมนตรี ทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง นายกฯ พร้อมนำวางพานพุ่ม-จุดเทียนชัยถวายพระพรฯพร้อมกันทั่วประเทศ ขณะที่ ช่วงเช้าพสกนิกรทั่วไทยพร้อมใจจัดกิจกรรมทำบุญตักบาตรใน”วันแม่แห่งชาติ”ถวายเป็นพระราชกุศล ร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ที่ท้องสนามหลวง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 89 รูป ถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประจำปี 2563 โดยมีองคมนตรี และภริยา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา ประธานศาลฎีกา ประธานองค์กรอิสระและภริยา คณะรัฐมนตรีและคู่สมรส เลขาธิการนายกรัฐมนตรี หน่วยราชการในพระองค์ ผู้ว่าฯ กทม.ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และหัวหน้าส่วนราชการเข้าร่วมพิธี

จากนั้นนายกฯ พร้อมภริยา และคณะรัฐมนตรี พร้อมตรวจเยี่ยมให้กำลังใจหน่วยแพทย์พระราชทาน กองแพทย์หลวง กองแพทย์ราชสำนัก และแพทย์ประจำพระองค์ ร่วมกับกรมการแพทย์ทหารบก กรมการแพทย์ทหารเรือ และกรมการแพทย์ทหารอากาศ

กระทั่งเวลา 08.30 น.นายกฯ และภริยา นำคณะรัฐมนตรี ลงนามถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เนื่องโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ประจำปี 2563 ณ ห้องแดง อาคารหน่วยราชการในพระองค์ 904 ในพระบรมมหาราชวัง โดยในเวลา 18.00 น.จัดพิธีถวายเครื่องราชสักการะ และวางพานพุ่ม รวมทั้งมีพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล ในเวลา 19.19 น.ที่ท้องสนามหลวง

ขณะเดียวกัน ทั่วประเทศได้มีพิธีทำบุญตักบาตรเนื่องในวันแม่แห่งชาติ ถวายเป็นพระราชกุศล โดยที่ จ.เชียงใหม่ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผวจ.เชียงใหม่ นำข้าราชการและประชาชน ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายสังฆทานแด่พระสงฆ์ 10 รูป บริเวณมณฑลพิธีเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จากนั้นร่วมกันทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระสงฆ์จากวัดต่างๆ 89 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และแสดงออกถึงความจงรักภักดี

ที่ จ.บึงกาฬ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รอง ผวจ.บึงกาฬ เป็นประธานในพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ 5 แสนตัว ที่ฟาร์มตัวอย่างตามแนวพระราชดำริฯ บ้านห้วยหินลาด ต.บึงโขงหลง อ.บึงโขงหลง เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณฯ ที่ทรางมีพระราชเสาวนีย์ให้ปล่อยพันธุ์ปลาที่เติบโตเร็วในแหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อให้ราษฎรจับไปบริโภค แก้ปัญหาขาดแคลนโปรตีน

ส่วนที่ ลานหน้าพระอุโบสถหลวงพ่อเพชร วัดท่าหลวง จ.พิจิตร นายสิริรัฐ ชุมอุปการ ผวจ.พิจิตร นำข้าราชการและพุทธศาสนิกชน ร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์และสามเณร 89 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล โดยประชาชนพร้อมใจกันสวมใส่ชุดโทนสีฟ้า พาครอบครัวมาร่วมทำบุญกันอย่างพร้อมเพรียง

ที่ จ.บุรีรัมย์ ข้าราชการและประชาชน ร่วมกันปลูกต้นไม้และพืชสมุนไพร กว่า 500 ต้น ที่ชายป่าวนอุทยานภูเขาไฟกระโดง ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา แสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงห่วงใยพสกนิกร และสร้างความตระหนักให้ทุกภาคส่วนร่วมฟื้นฟูดูแลอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ นำความอุดมสมบูรณ์กลับคืนป่าเขากระโดง ต้นน้ำสำคัญของตัวเมืองบุรีรัมย์

ด้าน นายสมศักดิ์ จังตระกูล ผวจ.ขอนแก่น นำข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พ่อค้า ประชาชน ร่วมพิธีทำบุญตัดบาตรพระสงฆ์ 89 รูป ที่ ศาลหลักเมืองขอนแก่น เขตเทศบาลนครขอนแก่น เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ

ขณะที่ บริเวณหน้าวัดมหาธาตุ อ.เมือง จ.นครพนม นายสยาม ศิริมงคล ผวจ.นครพนม พร้อมด้วย นายนรวัฒน์ สวยงาม ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดนครพนม นำคณะหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ ตลอดจนประชาชน ร่วมกันทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 89 รูป ถวายเป็นพระราชกุศล เช่นเดียวกับที่ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผวจ.พิษณุโลก พร้อมด้วยข้าราชการและประชาชนทุกหมู่เหล่า ร่วมพิธีพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ และทำบุญตักบาตรพระภิกษุสงฆ์ 89 รูป ถวายเป็นพระราชกุศล

ที่ จ.สุราษฎร์ธานี บริเวณพรุหน้าเมือง อ.เกาะสมุย ได้มีการจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้ รักษ์ป่ารักษ์น้ำ เฉลิมพระเกียรติแม่ของแผ่นดิน เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ โดยมีหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมทั้งประชาชนกว่า 300 คน เข้าร่วมนำต้นไม้ในท้องถิ่นกว่า 600 ต้น อาทิ สมอไทย ตะเคียนทอง พะยูง และไผ่ 5 สายพันธุ์ มาปลูก เพื่อสืบสานพระราชเสาวนีย์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ และยังเป็นการสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนอนุรักษ์ธรรมชาติ ร่วมฟื้นฟูระบบนิเวศ เพิ่มพื้นที่ป่าด้วย

ส่วนที่ริมเขื่อนแม่น้ำตาปี เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี นายวิชวุทย์ จินโต ผวจ.สุราษฎร์ธานี พร้อมด้วย นางอุรสา จินโต ประธานแม่บ้าน จ.สุราษฎร์ธานี ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชน สวมเสื้อสีฟ้า ร่วมตักบาตรพระสงฆ์ 89 รูป และปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ 899,999 ตัว ลงสู่แม่น้ำตาปี ด้าน ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ นำข้าราชการและประชาชน ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 89 รูป พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้นำศาสนาคริสต์และศาสนาอิสลาม ร่วมกล่าวถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ก่อนร่วมกันปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ และพันธุ์ปลานวลจันทร์ 10,000 ตัว และพันธุ์กุ้งกุลาดำ 500,000 ตัว ถวายเป็นพระราชกุศล

ที่ จ.ชลบุรี ชาวบ้านใน อ.บางละมุง พร้อมใจเข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน “เราทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์” ปรับปรุงภูมิทัศน์ ปลูกต้นไม้ในพื้นที่สาธารณะ บริเวณหมู่ 8 ต.โป่ง อ.บางละมุง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงห่วงใยและอุทิศกำลังพระวรกายบำเพ็ญพระราชกรณียกิจดูแลรักษาป่า อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำหรับต้นไม้ที่นำมาปลูก ได้แก่ พะยูง ประดู่ มะฮอกกานี ไผ่ซางหม่น พะยอม และไม้แดง รวม 330 ต้น บนพื้นที่ 4 ไร่ ของเทศบาล ต.โป่ง

คุณลักษณะที่พึงประสงค์แก่นักศึกษาครู ปัจจัยสำคัญในการปฏิรูปอาชีพครูเพื่อการศึกษา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/511320

คุณลักษณะที่พึงประสงค์แก่นักศึกษาครู  ปัจจัยสำคัญในการปฏิรูปอาชีพครูเพื่อการศึกษา

คุณลักษณะที่พึงประสงค์แก่นักศึกษาครู ปัจจัยสำคัญในการปฏิรูปอาชีพครูเพื่อการศึกษา

วันพฤหัสบดี ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ได้เห็น ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิด “โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น” เกิดความรู้สึกว่า “อาชีพครู” คนที่ปิดทองหลังพระมาตลอดนับเป็นร้อยเป็นพันปี น่าจะมีอะไรเคลื่อนไหวไปในทาง“พัฒนา” บ้าง เพราะตลอดเวลานับร้อยนับพันปี ที่กล่าวมา ทุกยุคทุกสมัย อาชีพครู จะถูกก่อกวน กีดกันและแทรกแซง ให้เกิดความมัวหมองของคนในอาชีพนี้อยู่ตลอดเวลา

ขอย้ำว่า “อาชีพครู” หรือคนที่ทำหน้าที่เป็นครูด้วยหัวใจ เป็น บุคคลชั้นเลิศ เป็น ปูชนียบุคคล ที่ควรค่าแก่การนับถือ ยกย่อง จนมีการยอมรับในยุคสมัยหนึ่งว่า “ครูเปรียบเสมือนพ่อแม่คนที่สองของเรา” แต่เพราะ ถูก ก่อกวนกีดกัน แทรกแซง จากผู้ไม่หวังดี แทรกซึมเข้ามาทำให้อาชีพครูตกอยู่ในวังวนของความชั่วร้ายจากผู้แทรกแซง จนทำให้ละเลย และลืมเลือน “ความเป็นครู” ออกไปจากจิตวิญญาณ อาชีพครูปูนียบุคคล ที่เคยได้รับการยกย่องจากคนทั้งโลกค่อยๆ เสื่อมถอยลงไป…แต่ขอยืนยันว่า คนที่ ทำให้อาชีพครูเสื่อมถอยลงไปนั้น ยังเป็นเพียง“กลุ่มน้อย” ส่วน กลุ่มใหญ่ แม้จะมีมากกว่า แต่ขาดผู้นำ ที่ “เข้าใจ และหวังดี”จริงๆ พวกเขาเหล่านี้ จึงเพียงแค่การนั่งมองดูอยู่เพียงเฉยๆ ไม่สามารถจะสร้างปฏิกริยาโต้ตอบความไม่หวังดีที่แทรกแซงเข้ามาได้

เมื่อได้เห็น ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มาเปิดโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น จึงถือเป็น นิมิตหมายที่ดีอย่างหนึ่ง ที่จะเป็นแสงสว่างนำทางให้อาชีพ ที่ยังขาดผู้นำที่จริงใจ ได้มีความหวังบางอย่างเกิดขึ้น

ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่รับผิดชอบในสายงานของ กศน. และ สช.คือ การศึกษาเอกชน ซึ่งเท่าที่ ติดตามผลงานของ ท่านตลอดมาจับประเด็นในเรื่องที่เกี่ยวกับ ความผูกพัน ทาง “อาชีพครู” ออกมาได้หลายมิติ เช่น…

– ส่งเสริม เติมเต็ม ช่องว่าง (อันพึงแก้ไขได้) ของคนในอาชีพครูให้สมบูรณ์ คือ ได้มีการหารือกับคุรุสภาและสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ช่วยครู กศน. โดยยกเว้นเรื่องใบประกอบวิชาชีพ 2 ปี  ให้ทำหน้าที่เป็นครูได้ก่อน โดยภายในสองปีนี้ ครูที่ยังขาดใบประกอบอาชีพก็รีบจัดการทำให้สำร็จ แทนที่จะถูกกีดกันหรือยกเลิกให้สิ้นสุดความเป็นครู แม้จะได้รับการคัดเลือกบรรจุแต่งตั้งอย่างถูกต้องมาแล้วก็ตาม

– ได้มีการเพิ่มสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลครูเอกชน จาก 100,000 บาท/คน/ปี เป็น 150,000 บาท/คน/ปี โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2563

.ได้มีการพัฒนาศักยภาพการจัดการเรียนการสอนของครูผู้ดูแลเด็กพิการ ให้มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับวิธีการจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับเด็กแต่ละคนได้อย่างเหมาะสม มอบค่าตอบแทนพิเศษครูที่สอนนักเรียนพิการ(พ.ค.ก.) อุดหนุนสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อบริการ และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษาให้นักเรียน รวมไปถึงพัฒนาศักยภาพครูที่สอนนักเรียนพิการอีกด้วย

– มีการพัฒนาผู้บริหารและครู เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับชาติ (O-NET) จำนวน 42,989 คน 2,764 โรงเรียน ใน 4 วิชาหลัก ประกอบด้วยภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ

ทำไม? ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ “ดร.กนกวรรณวิลาวัลย์” จึงมองเห็นความสำคัญของครู และ โดดเข้ามา ส่งเสริม ช่วยเหลือ “คนอาชีพครู” อย่างจริงจังแบบนี้ หาก ย้อนทบทวนไปถึง แนวความคิดของท่านในเรื่องการศึกษา คงจะประเมินได้ว่า น่าจะมาจาก “ปรัชญาที่มีต่อภาคการศึกษาของท่าน ที่ว่า…..

“การศึกษาให้ความสําคัญกับทุกช่วงวัยตลอดชีวิต การสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่ผู้ด้อย พลาด และขาดโอกาสทางการศึกษาจึงเป็นความสำคัญของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ ผู้พิการ คนชายขอบ กลุ่มชาติพันธุ์ผู้อยู่ในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร ได้มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาเพิ่มมากขึ้น”

จึงไม่น่าแปลก หากว่า หน่วยงาน กศน.ในยุคของ ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ จะโดดเด่น มากกว่าทุกยุคทุกสมัยที่ผ่านมา (หากไม่มีการแทรกแซงให้ต้องหลุดโผไปเสียก่อน)

ทีนี้ เราลองมามองถึงรายละเอียดในโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ว่ามีความเป็นมาอย่างไรบ้าง

ดร.สิทธิพร เอี่ยมเสน คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยให้ทราบว่าโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น จะเริ่มต้นด้วย กิจกรรมเสริมหลักสูตรเพื่อพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์แก่นักศึกษาครู เป็นอันดับแรก โดยกิจกรรมอันเกิดจากโครงการนี้จะเป็น การพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์แก่นักศึกษาครู กล่าวคือ เป็นหัวใจสำคัญที่คนเป็นครูทุกคนต้องมี โดยจัดขึ้นตามเงื่อนไขข้อตกลงในการผลิตครูในโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่นที่สถาบันผลิตครูต้องดูแลนิสิตนักศึกษา ที่เข้าร่วมโครงการฯ หล่อหลอมจิตวิญญาณความเป็นครู พัฒนาให้มีสมรรถนะตามเป้าหมายครู เพื่อพัฒนาท้องถิ่นตลอดระยะเวลาศึกษาในสถาบัน โดยมี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พร้อมด้วยบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งสิ้น 137 คนเข้าร่วมโครงการ

ดร.สิทธิพรกล่าวต่อว่า กิจกรรมค่ายพัฒนาครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ปี พ.ศ. 2562มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้นำศักยภาพคณาจารย์บุคลากรทางการศึกษาของคณะครุศาสตร์จัดกิจกรรมพัฒนาและเสริมสร้างสมรรถนะคุณลักษณะที่พึงประสงค์ให้แก่นักศึกษาครูทั้งหมด 4 ด้าน อาทิ ด้านคุณลักษณะส่งเสริมคุณลักษณะความเป็นครู เพื่อให้นิสิตนักศึกษามีความพร้อมในการเป็นครูที่ดีและมีทักษะชีวิตครบทุกด้าน เช่น ความมีวินัยเจตคติที่ดีต่อวิชาชีพ สามารถควบคุมวุฒิภาวะทางอารมณ์ได้ ด้านการสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน ส่งเสริมความเข้าใจบทบาทครูกับการพัฒนาชุมชน เพื่อให้นักศึกษาครูยอมรับและเคารพในความหลากหลายทางสังคม ด้านอัตลักษณ์ ส่งเสริมความเป็นครูมืออาชีพในรูปแบบสวนดุสิต โดยเน้นการมีบุคลิกภาพที่ดี สื่อสารภาษาอังกฤษได้ และสามารถใช้เทคโนโลยีได้ อย่างคล่องแคล่ว ด้านการสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน ส่งเสริมความเข้าใจบทบาทครูกับการพัฒนาชุมชน เพื่อให้สามารถช่วยเหลือพัฒนาชุมชนในแต่ละท้องถิ่นนั้นๆ ได้

คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ย้ำหนักแน่นว่า ภารกิจข้างต้น จึงเป็นการตอกย้ำศักยภาพของมหาวิทยาลัยสวนดุสิตอัตลักษณ์ด้านปฐมวัยให้บุคคลภายนอกเห็นอย่างเป็นรูปธรรม และมั่นใจ ว่า กิจกรรมค่ายพัฒนาครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่นในครั้งนี้ สามารถเพิ่มความเข้มแข็งในการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่นให้มีคุณภาพและนักศึกษาครูมีทักษะชีวิต มีจิตวิญญาณความเป็นครู เข้าใจบริบทชุมชน เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการช่วยพัฒนาสังคม และประเทศชาติต่อไปได้อย่างสมบูรณ์แน่นอน

หัวพร้อม หางพร้อม ทุกภาคส่วนจะเคลื่อนไหวไปพร้อมๆ กันอย่างมีประสิทธิภาพไม่จำเป็นต้องรอให้ “หัวส่าย (เสียก่อน) แล้วหางจึงจะกระดิก (ตาม)”

คนในอาชีพครูทุกคนพร้อมจะประกอบเข้าเป็นลำตัวอย่างเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันเพื่อให้กลายเป็นตัวตนที่มั่นคงแข็งแรงหรือยังครับ…