นายกฯนำจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล ‘สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/511398

นายกฯนำจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล'สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง'

นายกฯนำจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล’สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง’

วันพุธ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 20.41 น.

นายกรัฐมนตรีและภริยา เป็นประธานพิธีถวายเครื่องราชสักการะ และพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประจำปีพุทธศักราช 2563

เมื่อเวลา 20.19 น.วันที่ 12 สิงหาคม 2563 ณ เวทีใหญ่ ท้องสนามหลวง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นางนราพร จันทร์โอชา ภริยา เป็นประธานพิธีถวายเครื่องราชสักการะ และพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประจำปีพุทธศักราช 2563 โดยมี ประธานรัฐสภา ประธานศาลฎีกาและภริยา ประธานองค์กรตามรัฐธรรมนูญพร้อมภริยา ประธานวุฒิสภา คณะรัฐมนตรีพร้อมคู่สมรส ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ทหาร ตำรวจ พลเรือน และภาคประชาชน เข้าร่วมในพิธีเพื่อแสดงความจงรักภักดี

เมื่อนายกรัฐมนตรีและภริยาเดินทางถึง ณ ท้องสนามหลวง ได้เดินขึ้นสู่เวทีประจำจุดยืน จากนั้น นายกรัฐมนตรีและภริยาถวายความเคารพพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง นายกรัฐมนตรีวางพุ่มทอง พุ่มเงิน เปิดกรวยกระทงดอกไม้ถวายเครื่องราชสักการะ แล้วจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล จากนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติและกล่าวนำถวายพระพรชัยมงคลหน้าพระฉายาลักษณ์ฯ ความว่า

ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม

เนื่องในศุภวาระแห่งวันเฉลิมพระชนมพรรษาของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทที่เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่ง ในวันที่ 12 สิงหาคม 2563 ข้าพระพุทธเจ้า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในนามของคณะรัฐมนตรีและพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า มีความปลื้มปีติเป็นล้นพ้นที่ได้มาร่วมกันแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในวันนี้

ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายต่างประจักษ์แจ้งในพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อม ที่ตลอดระยะเวลาอันยาวนาน ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงข้างพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่อาณาประชาราษฎร์ ทั้งด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนไทย การสร้างเสริมสุขภาวะที่ดีของประชาชน การส่งเสริมอนุรักษ์ฟื้นฟูงานศิลปะพื้นบ้าน และงานหัตถศิลป์อันงดงามหลากหลายสาขา ล้วนส่งผลให้ราษฎรมีงานอาชีพ มีรายได้ มีสุขภาพดี และมีความมั่นคงในครอบครัว พระมหากรุณาธิคุณแห่งใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทได้นำพาความผาสุกร่มเย็นไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ และประทับในจิตใจของพสกนิกรไทยทั้งมวล

ในโอกาสอันเป็นมิ่งมหามงคลนี้ ข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตนำพสกนิกรทั้งหลายถวายพระพรชัยมงคล ดังต่อไปนี้

“ข้าพระพุทธเจ้า ขอพระราชทานถวายพระพรชัยมงคล ขออัญเชิญคุณพระศรีรัตนตรัยและอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล ตลอดทั้งพระสยามเทวาธิราชโปรดอภิบาลและดลบันดาลประทานพรให้ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ทรงพระเจริญพร้อมด้วยพิพิธพรชัย พระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ พระเกียรติคุณเกริกไกรไพศาลทรงพระเกษมสำราญ พระชนมายุยิ่งยืนนาน สถิตเป็นมิ่งขวัญปกเกล้าปวงข้าพระพุทธเจ้าและเหล่าพสกนิกรตราบกาลนานเทอญ” ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

จบแล้ว นายกรัฐมนตรีร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี แล้วนายกรัฐมนตรีและภริยารับมอบโคมเทียน และร่วมร้องเพลงสดุดีพระแม่เจ้า พร้อมผู้เข้าร่วมพิธีและประชาชนทั้งในบริเวณท้องสนามหลวงและทุกจังหวัดทั่วราชอาณาจักร จบแล้วนายกรัฐมนตรีกล่าวนำ “ทรงพระเจริญ” 3 ครั้ง ประชาชนทุกหมู่เหล่าต่างเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” ดังกึกก้องทั่วท้องสนามหลวง จากนั้น นายกรัฐมนตรีและภริยา ชมการแสดงอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) แปรอักษรเฉลิมพระเกียรติฯ เสร็จภารกิจ นายกรัฐมนตรีและภริยาเดินทางกลับ

พสกนิกรทั่วไทย! จุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล ‘พระบรมราชชนนีพันปีหลวง’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/511397

พสกนิกรทั่วไทย! จุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล'พระบรมราชชนนีพันปีหลวง'

พสกนิกรทั่วไทย! จุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล’พระบรมราชชนนีพันปีหลวง’

วันพุธ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 20.25 น.

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2563 ที่สนามหน้าศาลกลาง จ.กาฬสินธุ์ (หลังเก่า) นายชัยธวัช เนียมศิริ ผวจ.กาฬสินธุ์ นางอารีย์  โรจน์วัฒน์บูลย์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล จ.กาฬสินธุ์ นายสนั่น พงษ์อักษร รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ นายจารึก เหล่าประเสริฐ รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ นายธวัชชัย รอดงาม ปลัด จ.กาฬสินธุ์ พ.อ.เรืองพงษ์ วงษ์ศรีสุข รองผอ.รมน.กาฬสินธุ์ นางนงค์นิตย์ เนียมศิริ นายกเหล่ากาชาด จ.กาฬสินธุ์ พ.ต.อ.ทวีรัชต์ ศรีธวัชพงศ์ รองผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ นพ.อภิชัย  ลิมานนท์ นายแพทย์สาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ นพ.ประมวล ไทยงามศิลป์ ผอ.รพ.กาฬสินธุ์ นายสมเจตน์ เต็งมงคล นายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนชาว จ.กาฬสินธุ์ ร่วมพิธีถวายเครื่องราชสักการะพานพุ่มทอง พานพุ่มเงิน กล่าวถวายราชดุดี และถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2563

จากนั้นนายชัยธวัช  เนียมศิริ ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ ได้นำประชาชนร่วมกันจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล พร้อมกับร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงสดุดีพระแม่ไทย ซึ่งหลังจบเพลง ประชาชนชาว จ.กาฬสินธุ์ ที่พร้อมใจกันสวมเสื้อสีฟ้าได้เปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” 3 ครั้งอย่างกึกก้อง ท่ามกลางแสงเทียน ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี ความรักความสามัคคี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยพสกนิกรชาวกาฬสินธุ์ ยังพร้อมใจกันตั้งจิตอธิษฐานขอให้พระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน และมีพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงเป็นมิ่งขวัญปวงชนชาวไทยสืบไป

อำเภอสัตหีบจุดเทียนชัยถวายพระพร เฉลิมพระชนมพรรษา พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 

ที่ว่าการอำเภอสัตหีบ  จังหวัดชลบุรี  นายอนุชา อินทศร นายอำเภอสัตหีบ เป็นประธานในพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 88 พรรษา วันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2563 โดยมี หน่วยงานภาครัฐ เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล สมาคม ชมรม ประชาชนทุกหมู่เหล่า ได้เดินทางมาร่วมในพิธีถวายเครื่องราชสักการะจุดเทียนชัยถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 88 พรรษา วันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2563 โดยมีพสกนิกรชาวไทยจำนวนมากได้รวมใจกัน จุดเทียนชัยถวายพระพรแด่แม่หลวงของปวงชนชาวไทย 

โดยในวันนี้ นายอนุชา อินทศร นายอำเภอสัตหีบ ได้เป็นประธานในพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเป็นผู้กล่าวนำปฏิญาณและนำข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ประชาชนชาวอำเภอสัตหีบและพื้นที่ใกล้เคียง รวมพลังจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคล ร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี สดุดีพระแม่เจ้า ส่งใจเป็นหนึ่งเดียวขอให้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระชนมายุยิ่งยืนนาน สถิตเป็นมิ่งขวัญในดวงใจประชาราษฎร์ตลอดกาล และพสกนิกรชาวสัตหีบจะร่วมทำความดี ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่าน 

‘วัคซีนโควิด’ ฟื้นฟูธรรมชาติเพื่อโลกใหม่ของ ‘คุณ’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/511312

'วัคซีนโควิด' ฟื้นฟูธรรมชาติเพื่อโลกใหม่ของ'คุณ'

‘วัคซีนโควิด’ ฟื้นฟูธรรมชาติเพื่อโลกใหม่ของ’คุณ’

วันพุธ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 15.57 น.https://www.youtube.com/embed/yrFUUnS82bg

แม้ไวรัสโควิด-19 จะเปรียบเสมือน “โรคร้าย” ต่อสังคมโลก แต่ในมุมกลับกัน โควิด-19 กลายเป็นดั่ง “วัคซีน” ที่รักษาและเยียวยาธรรมชาติ

หลายองค์กรทั่วโลกต่างหันมาให้ความสนใจและห่วงใยต่อธรรมชาติ รวมถึงประเทศไทย ก็ได้ให้ความสำคัญต่อเรื่องนี้เป็นอย่างมาก โดยประธานมูลนิธิคุณ คุณปรางค์ทิพย์ อนันตวิภาต ที่ให้ความสำคัญและมีการจัดกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอย่างต่อเนื่อง บอกว่า ผลกระทบจากวิกฤต-19 ต่อโลกใบนี้ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชน รวมถึงปัญหาเรื่องของปริมาณขยะที่มีจำนวนมาก จากการสั่งอาหารมารับประทานที่บ้าน ทำให้มูลนิธิคุณ ตระหนักถึงปัญหาและได้จัดโครงการรณรงค์ให้ความรู้ความเข้าใจแก่กลุ่มเด็กและเยาวชนในด้านการจัดการขยะและสิ่งปฏิกูลต่างๆ โดยจะมุ่งปลูกจิตสำนึกตั้งแต่การคัดแยกขยะไปจนถึงการจัดการขยะ

“มูลนิธิคุณ” ได้สร้างเครื่องมือ “หุ่นเชิด (puppets)” รูปแบบใหม่ที่จะออกตระเวนไปยังสถานศึกษา 30 โรงเรียนทั่วกรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นสื่อการเรียนการสอนให้นักเรียนชั้นอนุบาลถึงประถมศึกษาตอนต้น ในการสร้างการเรียนรู้เรื่องการแยกขยะที่ถูกต้อง รวมถึงผลักดันและปลูกจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงการไม่ทิ้งขว้างสัตว์ เช่น สุนัข-แมวจรจัดอีกด้วย โดยในวันเปิดตัว puppets ได้รับเกียรติจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มาเป็นประธาน รวมถึงมีการดึงดาราและศิลปินชื่อดัง ทั้ง ก้อง-สหรัถ และ ป๋อ-ณัฐวุฒิ และน้องภูวินทร์ มาร่วมในโครงการนี้ด้วย”

นอกจากนี้ มูลนิธิคุณ ยังเตรียมวางแผนจัดกิจกรรมการขี่จักรยานรณรงค์ลดฝุ่น PM 2.5 ที่จะจัดครั้งแรกในวันที่ 18 ตุลาคม 2563 นี้ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศหรือ Ecotourism ซึ่งก็คือ การท่องเที่ยวอย่างมีความรับผิดชอบในแหล่งธรรมชาติ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น และแหล่งวัฒนธรรมที่เกี่ยวเนื่องกับระบบนิเวศ

กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อให้พวกเราทุกคนเป็นผู้ผลิตวัคซีนรักษาสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยว โดยจะมุ่งเน้นไปตามสถานที่ที่มีความน่าสนใจและเป็น “แลนด์มาร์ค” ของพื้นที่ต่างๆทั่วเมืองกรุงเทพมหานคร และจะจัดกิจกรรมการคัดแยกและจัดการขยะไปในตัวอีกด้วย

สำหรับ กิจกรรมนี้ จะมีการเชิญศิลปินรักษ์โลกและรักสุขภาพอย่าง “ก้อง-สหรัถ” และดาราศิลปิน นักวิชาการ มาร่วมขี่จักรยาน ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม เช่น Clean Air Act (กฎหมายอากาศสะอาด) และทำกิจกรรมรณรงค์ลดฝุ่น PM 2.5 ปิดท้ายด้วย concert จากก้อง สหรัถ และนิสิตนักศึกษา

สมเด็จพระสังฆราช ถวายพระพร พระบรมราชชนนีพันปีหลวง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/511267

สมเด็จพระสังฆราช ถวายพระพร พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

สมเด็จพระสังฆราช ถวายพระพร พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันพุธ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 12.17 น.

สมเด็จพระสังฆราช ถวายพระพร พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

12 สิงหาคม 2563 เพจ “สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช” โพสต์ข้อความ ว่า สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระดำรัสถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๓ ความว่า

“อภิลักขิตสมัยเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ได้เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่ง อาตมภาพในนามคณะสงฆ์ ขอตั้งกัลยาณจิต สำแดงความปีติโสมนัสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษามาโดยสวัสดี นับถึงบัดนี้ได้ ๘๘ พรรษาบริบูรณ์

สมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ทรงเปี่ยมด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวงต่อปวงพสกนิกร ประดุจแม่ของแผ่นดิน เคียงข้างพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อทรงนำพาความผาสุกร่มเย็นมาสู่แผ่นดินไทย เป็นเวลาเนิ่นนานหลายทศวรรษ

กระแสพระราโชวาทและพระราชดำรัสอันอ่อนหวานจับใจ ล้วนแฝงด้วยพระราชกุศโลบายโน้มน้าวน้ำใจประชาชน ให้ตั้งตนบนวิถีแห่งความดีงาม ให้รู้พากเพียรพยายามคนละไม้คนละมือ ที่จะยึดถือประโยชน์ส่วนรวมยิ่งกว่าประโยชน์ส่วนตน สะท้อนความละเอียดอ่อนในพระกมลอันสุขุมคัมภีรภาพ เป็นที่ซาบซึ้งตรึงใจไทยทั่วหน้า พระราชวาจาของพระองค์ จึงได้ชื่อว่าเป็น ‘วาจาสุภาษิต’ เพราะล้วนเป็นไปเพื่อความสำเร็จประโยชน์แก่ประเทศชาติ ปราศจากเหตุเบียดเบียนผู้หนึ่งผู้ใด สมตามนัยแห่งพระพุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า

‘ตเมว วาจํ ภาเสยฺย ยายตฺตานํ น ตาปเย

ปเร จ น วิหึเสยฺย สา เว วาจา สุภาสิตา.’

แปลความว่า ‘บุคคลพึงกล่าววาจาที่ไม่เป็นเหตุยังตนให้เดือดร้อน และไม่เป็นเหตุเบียดเบียนผู้อื่น, วาจานั้นแล เป็นสุภาษิต.’

แม้พระชนมพรรษาซึ่งล่วงไป ยังให้พระพลานามัยผ่อนลงตามกาล หากพระราชปณิธานเพื่อประโยชน์สุขของปวงประชา ยังปรากฏชัดอยู่ในพระราโชวาทและพระราชดำรัสทุกองค์ และยังสถิตมั่นคงอยู่ในพระราชจริยาของพระราชโอรส พระราชธิดา และพระราชนัดดา ผู้ทรงมุ่งมั่นสืบสานพระราชกรณียกิจ สร้างสรรค์ความเจริญวัฒนาของประชาชาติไทยมาตราบเท่าทุกวันนี้

ณ อุดมมงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษา จึงขอประชาราษฎร จงสามัคคีร่วมใจกันสนองพระมหากรุณาธิคุณ ด้วยการประพฤติตนเสมือนลูกที่ดี เป็นผู้คิดดี พูดดี และทำดี เพื่อ ‘แม่แห่งชาติ’ จักได้ทรงพระเกษมสำราญ ทรงเบาพระราชหฤทัย ว่าลูกไทยของพระองค์ ล้วนมีสติสำนึกรู้อยู่ในคุณธรรม พร้อมเป็นกำลังของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์สืบไป

ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และพระราชกุศลธรรมจริยา โปรดอภิบาลรักษาสมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ให้ทรงพระเจริญด้วยจตุรพิธพรชัย เสด็จสถิตเป็นกำลังพระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเป็นมิ่งขวัญของอาณาประชาชน ตราบกาลนาน เทอญ”

นายกฯเป็นประธานทำบุญถวายพระราชกุศล เนื่องใน ‘วันแม่แห่งชาติ’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/511266

นายกฯเป็นประธานทำบุญถวายพระราชกุศล เนื่องใน'วันแม่แห่งชาติ'

นายกฯเป็นประธานทำบุญถวายพระราชกุศล เนื่องใน’วันแม่แห่งชาติ’

วันพุธ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 12.12 น.

นายกฯ เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

12 สิงหาคม 2563 ที่บริเวณพิธีท้องสนามหลวง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประจำปีพุทธศักราช 2563 โดยมีองคมนตรีและภริยา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา ประธานศาลฎีกา ประธานองค์กรอิสระและภริยา คณะรัฐมนตรีและคู่สมรส เลขาธิการนายกรัฐมนตรี หน่วยราชการในพระองค์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้บัญชาการเหล่าทัพและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หัวหน้าส่วนราชการอิสระร่วมในพิธี

โดยเมื่อนายกรัฐมนตรีและภริยาเดินทางถึงบริเวณท้องสนามหลวง สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ จำนวน 10 รูป ขึ้นนั่งอาสน์สงฆ์ นายกรัฐมนตรีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย เปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ จำนวน 10 รูป ให้ศีล พระสงฆ์สวดเจริญพระพุทธมนต์ ก่อนที่นายกรัฐมนตรี พร้อมภริยาและคณะรัฐมนตรีหน่วยงานราชการและภาคเอกชน จะร่วมกันตักบาตรพระสงฆ์จำนวน 89 รูป 

จากนั้นนายกรัฐมนตรีพร้อมภริยาและคณะรัฐมนตรีหน่วยงานราชการและภาคเอกชน ตักบาตรพระสงฆ์จำนวน 89 รูป  พร้อมตรวจเยี่ยมให้กำลังใจหน่วยแพทย์พระราชทาน กองแพทย์หลวงและกองแพทย์ราชสำนักและแพทย์ประจำพระองค์ ร่วมกับกรมการแพทย์ทหารบกกรมการพัฒนาเรือและกรมการแพทย์ทหารอากาศด้วย

ต่อจากนั้นนายกรัฐมนตรีและภริยา ลงนามถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องโอกาสวันเฉลิม พระชนมพรรษา ประจำปีพุทธศักราช 2563 ณ ห้องแดง อาคารหน่วยราชการในพระองค์ 904 ในพระบรมมหาราชวัง

รองโฆษกปชป. ชวนคนรุ่นใหม่เรียนรู้ประวัติศาสตร์ ป้องตกเป็นเหยื่อบางกลุ่มมุ่งสร้างแตกแยก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/511263

รองโฆษกปชป.ชวนคนรุ่นใหม่เรียนรู้ประวัติศาสตร์ ป้องตกเป็นเหยื่อบางกลุ่มมุ่งสร้างแตกแยก

รองโฆษกปชป.ชวนคนรุ่นใหม่เรียนรู้ประวัติศาสตร์ ป้องตกเป็นเหยื่อบางกลุ่มมุ่งสร้างแตกแยก

วันพุธ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 11.09 น.

รองโฆษกปชป.ชวนคนรุ่นใหม่เรียนรู้ประวัติศาสตร์ ป้องตกเป็นเหยื่อบางกลุ่มมุ่งสร้างแตกแยก

12 สิงหาคม 2563 นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และโฆษกรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ปัจจุบันที่มีกลุ่มนักศึกษาที่ถือเป็นคนรุ่นใหม่ออกมารวมตัวกันชุมนุมประท้วง ส่วนตัวเคารพถึงการแสดงออกและมองว่าเป็นสิทธิที่ทุกคนสามารถทำได้ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย หากเป็นการประท้วงโดยสงบ ไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น และที่สำคัญไม่ควรก้าวล่วงถึงสถาบันที่เป็นที่เคารพของสังคมไทย

“อย่างไรก็ตาม การแสดงออกบางอย่างอาจเกิดจากความไม่รู้ หรือไม่ได้ซึมซับถึงประวัติศาสตร์ชาติไทยตั้งแต่ครั้งในอดีต จึงเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ควรให้คำแนะนำ ชี้แนะ เพื่อไม่ให้เด็กตกเป็นเหยื่อของผู้ใหญ่บางกลุ่มที่ต้องการสร้างความแตกแยกโดยมีเป้าหมายบางประการ” นางดรุณวรรณ กล่าว

ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการ โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ได้เห็นความสำคัญของการเรียนรู้ประวัติศาสตร์สำหรับคนรุ่นใหม่เป็นอย่างยิ่ง จึงได้มีนโยบายเสริมสร้างการอ่านการเขียนเรียนประวัติศาสตร์ผ่านการสื่อสารร่วมสมัย ที่ได้ผลักดันและเปิดตัวมาตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งในเวลาไม่นาน โดยมีหลักคิดในการใช้นวัตกรรมที่ทันสมัย มาปรับเปลี่ยนวิธีการสอนของครู และจัดกระบวนการเรียนการสอนเพื่อให้นักเรียนสามารถเรียนประวัติศาสตร์ไทยอย่างเข้าใจ สนุก ท้าทาย ไม่น่าเบื่อ และสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง รวมถึงปลูกฝังจิตสำนึกและความภาคภูมิใจในความเป็นไทยให้กับนักเรียน โดยการนำดิจิทัลมาใช้ในการสอดแทรกวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามของประเทศ สร้างจิตสำนึกในการรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ สำหรับคนรุ่นใหม่

นางดรุณวรรณ กล่าวด้วยว่า ในขณะที่เทคโนโลยีก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว แต่เราทุกคนไม่ควรลืมประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันดีงาม ที่ถือเป็นรากเหง้าของของสังคมไทย เป็นข้อโดดเด่น ทำให้ประเทศไทยมีความเจริญทางด้านอารยธรรมไม่แพ้ชาติไหน จึงอยากให้น้อง ๆ ทุกคนได้มีโอกาสซึมซับ เรียนรู้ ซึ่งปัจจุบันมีแหล่งให้เรียนรู้มากมาย และเข้าถึงได้โดยง่ายผ่านสื่อที่มีความทันสมัย อาทิ การนำสื่อเสมือนจริง หรือ “AR” (Augmented Reality) มาประยุกต์ใช้ในการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่าน ธนบัตร โดยวิธีการนำโทรศัพท์มือถือสแกนบนธนบัตรมูลค่าต่าง ๆ ในจุดที่กำหนด จะเกิดเป็นภาพ 3 มิติ โดยแต่ละธนบัตร จะมีเรื่องเล่าความเป็นมา สื่อให้เห็นถึงประวัติในแต่ละยุคแตกต่างกันไป ซึ่ง AR ถือเป็นเทคโนโลยีที่พลิกโลกระหว่างความจริงกับการจำลองให้เข้าร่วมเป็นสิ่งเดียว ผ่านการมองผ่านอุปกรณ์ ทำให้ระบบการเรียนการสอนมีความสนุก น่าสนใจ สามารถนำไปต่อยอดได้ในอนาคต

เทิดพระเกียรติสมเด็จพระพันปีหลวง ถวายพระพรทั่วประเทศ 12สิงหาวันแม่แห่งชาติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/511221

เทิดพระเกียรติสมเด็จพระพันปีหลวง  ถวายพระพรทั่วประเทศ  12สิงหาวันแม่แห่งชาติ

เทิดพระเกียรติสมเด็จพระพันปีหลวง ถวายพระพรทั่วประเทศ 12สิงหาวันแม่แห่งชาติ

วันพุธ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เทิดพระเกียรติสมเด็จพระพันปีหลวงถวายพระพรทั่วประเทศ

12 สิงหาวันแม่แห่งชาติจัดกิจกรรมพร้อมกัน

ทั้งกทม.-ภูมิภาค-ตปท. นายกฯนำจุดเทียนชัย

พสกนิกรทั่วประเทศ พร้อมใจร่วมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา12 สิงหาคม 2563 โดยมีการจัดกิจกรรมพร้อมกันทั้งในกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด และต่างประเทศ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 สิงหาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายกฤษณ์ กาญจนกุญชร อธิบดีกรมราชเลขานุการในพระองค์ เป็นประธานในการบำเพ็ญพระราชกุศลถวายภัตตาหารเพล แด่พระสงฆ์และสามเณร จำนวน 448 รูปเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันที่ 12 สิงหาคม 2563 ณ วัดโมลีโลกยารามราชวรวิหาร เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร

ครั้นประธานในพิธีเดินทางถึงพระอุโบสถวัดโมลีโลกยารามราชวรวิหาร จุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระประธานพระอุโบสถ เปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพที่หน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และที่หน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประธานสงฆ์ให้ศีล เจ้าหน้าที่อาราธนาพระปริตร พระสงฆ์ 10 รูป เจริญพระพุทธมนต์ จบแล้ว เจ้าหน้าที่เชิญเครื่องไทยธรรมวางที่หน้าพระสงฆ์ ประธานกล่าวคำถวายสังฆทาน และประเคนเครื่องไทยธรรมแด่ประธานสงฆ์และพระสงฆ์ ตามลำดับ เสร็จแล้ว กรวดน้ำ พระสงฆ์อนุโมทนา ถวายอดิเรก ประธานกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ กราบที่หน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

และกราบพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

จากนั้น ประธานไปยังด้านหน้าพระอุโบสถ ถวายภัตตาหารคาวหวาน แด่พระสงฆ์ จำนวน 48 รูป ตามลำดับ เสร็จพิธี เดินทางกลับ

ในโอกาสที่พระราชทานพระมหากรุณาในครั้งนี้ ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่ปวงพสกนิกร และพุทธศาสนิกชนอย่างหาที่สุดมิได้ โดยพระสงฆ์และสามเณรได้ร่วมถวายพระพรชัยมงคล ในพระมหากรุณาที่โปรดพระราชทานในครั้งนี้ด้วย

ในโอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ หน่วยราชการในพระองค์ ร่วมกับ

จิตอาสาพระราชทานจากสำนักงานเขตบางกอกใหญ่ กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ และจิตอาสาจากวิทยาลัย

เทคโนโลยีพณิชยการราชดำเนิน จำนวนกว่า 270 คน ร่วมทำกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์บริเวณโดยรอบวัดโมลีโลกยารามราชวรวิหาร ได้แก่ กวาดล้างทำความสะอาดพื้นถนนและลานพระอุโบสถ ตัดแต่งต้นไม้ใหญ่ เก็บขยะและวัชพืชในคูระบายน้ำ ปรับภูมิทัศน์ภายในศาสนสถานให้สะอาดสวยงาม สบายตา ร่มรื่น ไม่เป็นแหล่งที่อาศัยของสัตว์มีพิษและยุง ในการร่วมใจกันบำเพ็ญสาธารณประโยชน์

ในวันนี้ เป็นการน้อมนำพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มายึดถือปฏิบัติ ด้วยทรงมีพระราชประสงค์ให้ข้าราชบริพารในพระองค์ จิตอาสาพระราชทาน และประชาชนจิตอาสา ในการร่วมทำความดี เพื่อเป็นแบบอย่างของการเป็นข้าราชการและประชาชนที่ดี มีจิตอาสา จิตสาธารณะ มีความเสียสละอุทิศตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม มีความกตัญญูตอบแทนคุณแผ่นดิน ร่วมทำความดีโดยไม่หวังผลตอบแทน และไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน เพื่อให้พระสงฆ์และสามเณร รวมถึงพุทธศาสนิกชนที่เดินทางมาปฏิบัติศาสนกิจ ได้มีสุขอนามัยที่ดี มีจิตใจที่แจ่มใส เพื่อร่วมกันสนองพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก ทั้งยังสืบสานพระราชปณิธาน “ธรรมราชินี” ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการสืบทอดพระพุทธศาสนาให้มีความเจริญมั่นคงสืบไป

วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และภริยา พร้อมด้วยนายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมทั้งคณะรัฐมนตรีและคู่สมรส ร่วมกิจกรรมจิตอาสา “ปันสุข ปลูกรัก”เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2563 เพื่อปลูกฝังการทำความดี มีจิตอาสาให้เด็กในสถานสงเคราะห์ ณ สถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านปากเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

ทั้งนี้ รัฐบาลกำหนดจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2563 โดยมี 10 กิจกรรม อาทิ พิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล ในวันพุธที่ 12 สิงหาคม เวลา 07.30 น. ในส่วนกลางจัดพิธี ณ ท้องสนามหลวง นิมนต์พระสงฆ์จำนวน 89 รูป โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยภริยา ในส่วนภูมิภาค มอบหมายกระทรวงมหาดไทยแจ้งทุกจังหวัดจัดพิธี ณ ศาลากลางจังหวัดหรือสถานที่ที่เหมาะสม โดยจัดพิธีพร้อมกันกับส่วนกลาง สำหรับในต่างประเทศ มอบหมายกระทรวงการต่างประเทศแจ้งสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลพิจารณาการจัดพิธีตามที่เห็นสมควรและเหมาะสม

พิธีถวายเครื่องราชสักการะและวางพานพุ่ม ในวันพุธที่ 12 สิงหาคม ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ในส่วนกลางจัดพิธี ณ ท้องสนามหลวง,พิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล ในวันพุธที่ 12 สิงหาคม เวลา 19.19 น. ในส่วนกลางจัดพิธี ณ ท้องสนามหลวง ซึ่งเป็นพิธีต่อเนื่องจากพิธีถวายเครื่องราชสักการะและพานพุ่ม การจัดกิจกรรมจิตอาสา “วันแม่แห่งชาติ 12สิงหาคม 2563 รักเอยรักลูก” เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2563 ระหว่างวันที่ 12-14 สิงหาคม ณ ท้องสนามหลวง

พร้อมกันนี้ ยังเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน จัดตั้งโต๊ะหมู่ประดิษฐานพระฉายาลักษณ์ พร้อมเครื่องราชสักการะ และจัดที่สำหรับลงนามถวายพระพรชัยมงคล รวมทั้งตกแต่งสถานที่ประดับธงชาติคู่กับธงอักษรพระนามาภิไธย ส.ก. และประดับผ้าระบายสีฟ้าร่วมกับผ้าระบายสีขาวตามอาคารสถานที่ของหน่วยงานและบ้านเรือน ตลอดจนตกแต่งซุ้มและประดับไฟตามสถานที่และถนนสายหลัก และจัดทำคำถวายพระพรชัยมงคลลงบนหน้าหลักของเว็บไซต์ ทั้งนี้ขอเชิญชวนประชาชนแต่งกายด้วยเสื้อสีฟ้าระหว่างวันที่ 1-31สิงหาคม2563 ด้วยความสมัครใจ

ดีเดย์ 13 สค. เปิดเรียนเต็มรูปแบบทั่วปท. กำชับเข้ม 5 มาตรการสธ. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/511222

ดีเดย์13สค. เปิดเรียนเต็มรูปแบบทั่วปท. กำชับเข้ม5มาตรการสธ.

วันพุธ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ดีเดย์13สค. เปิดเรียนเต็มรูปแบบทั่วปท. กำชับเข้ม5มาตรการสธ.

แนะงดกิจกรรมรวมตัว ไม่มีป่วยโควิดวันที่สอง

ไทยติดเชื้อเป็นศูนย์ต่อเนื่องวันที่สอง ป่วยสะสมยังคงที่ 3,351 ราย หายป่วยเพิ่ม 3 ราย ด้านสพฐ.ส่งหนังสือแจ้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศให้สถานศึกษาทุกแห่งทดลองเปิดเรียนเต็มรูปแบบ เริ่ม13 ส.ค. ย้ำให้ปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขเคร่งครัด แนะจัดกิจกรรมรวมตัวจำนวนมากควรงด หากจำเป็น ให้ประสานสาธารณสุขในพื้นที่และแจ้งผู้ว่าฯทราบ ขณะที่โควิดทั่วโลกยังหนัก สหรัฐ-บราซิล-อินเดียครอง3อันดับสูงสุด ขณะที่จีนเริ่มทดลองวัคซีน“ชิโนวัค”ระยะสุดท้ายในคนที่อินโดนีเซีย

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสรุปข้อมูลสถานการณ์ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยประจำวัน และการระบาดในหลายประเทศทั่วโลกที่ยังน่าเป็นห่วง

ติดเชื้อเป็นศูนย์-หายเพิ่ม3

ข้อมูลจาก ศบค.ระบุว่า วันนี้ไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นทั้งในสถานที่กักตัวของรัฐ และการตรวจหาเชื้อเชิงรุกในประเทศ ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสมยังอยู่ที่ 3,351 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 2,444 ราย และตรวจพบในสถานที่กักตัวของรัฐ 414 ราย รักษาหายป่วยเพิ่ม 3 ราย ยอดหายป่วยสะสมรวม 3,163 ราย มีผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 130 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมคงที่ 58 ราย

สำหรับสถานการณ์ผู้ติดเชื้อทั่วโลก จนถึงเวลา 17.00 น.นั้น จากจำนวนผู้ติดเชื้อรวม 213 ประเทศ มีผู้ติดเชื้อรวม 20,273,569 ราย อาการรุนแรง 64,542 ราย รักษาหายแล้ว 13,201,059 ราย เสียชีวิต 738,490 ราย อันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดยังเป็น 1.สหรัฐอเมริกา 5,251,446 ราย เสียชีวิต 166,192 ราย 2. บราซิล 3,057,470 ราย เสียชีวิต 101,857 ราย 3.อินเดีย 2,269,052 ราย เสียชีวิต 45,361 ราย 4.รัสเซีย 897,599 ราย เสียชีวิต 15,313 ราย และ5. แอฟริกาใต้ 563,598 ราย เสียชีวิต 10,621 ราย ส่วนประเทศไทย อยู่ในอันดับ 112 จำนวน 3,351 ราย ทั้งนี้ มีเที่ยวบินนำคนไทยกลับประเทศวันที่ 11 สิงหาคม 367 ราย จากสหรัฐและเยอรมนี ส่วนวันที่ 12 สิงหาคมมี 123 ราย จากเกาหลีใต้

ไฟเขียวเปิดเรียนปกติ13สค.

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)ว่า นายสนิท แย้มเกษร รองเลขาธิการ ปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีหนังสือแจ้งผู้อำนวยการสำนักเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ เรื่อง การทดลองเปิดเรียนแบบ On-site ในสถานการณ์ระบาดของไวรัสโควิด -19 เต็มรูปแบบทั่วประเทศ โดยระบุว่า จากการประชุม ศบค. วันที่ 7 สิงหาคม นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ แถลงหลังประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการการเฝ้าระวังของโรคดังกล่าว โดยทดลองเปิดเรียนแบบ On-site ของสถานศึกษาเต็มรูปแบบ แต่นักเรียนต้องจดบันทึกการเดินทางไปสถานที่ต่างๆ หลังเลิกเรียน เพื่อเป็นมาตรการติดตามนักเรียน หากเกิดการระบาดในสถานศึกษา และสถานศึกษาต้องปรับการจัดการเรียนการสอน โดยเน้นจัดกิจกรรมนอกห้องเรียน เพื่อใช้ห้องเรียนให้น้อยที่สุด ซึ่งการทดลองครั้งนี้ได้รับการอนุมัติจากนายกรัฐมนตรีและสามารถทดลองเปิดเรียนแบบ On-site เต็มรูปแบบทั่วประเทศได้ ตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม 2563 เป็นต้นไป จึงขอให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแห่งแจ้งสถานศึกษาในสังกัดให้จัดการเรียนการสอนเต็มรูปแบบ ทุกรูปแบบ ให้ทดลองเปิดเรียนแบบ On-Site ทั่วประเทศ ทั้งนี้ ให้ปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุข ทั้ง 5 ข้ออย่างเคร่งครัด

เข้ม5มาตรการเว้นระยะห่าง

หนังสือดังกล่าวยังย้ำถึงการดำเนินมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม โดยให้โรงเรียนจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในห้องเรียนได้ หากสถานศึกษาจำเป็นต้องจัดกิจกรรมที่ทำให้เกิดการรวมตัวจำนวนมาก เช่น ประชุม หรือจัดกิจกรรมรื่นเริงที่มีคนจำนวนมากในสถานศึกษา ควรงดเว้นหรือถ้าจำเป็นต้องจัดให้สถานศึกษาประสานสาธารณสุขในพื้นที่หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบการเฝ้าระวังให้ความเห็นชอบ และแจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทราบ

คิวบากลับมาล็อคดาวน์อีก

อีกด้านหนึ่ง สำนักข่าวต่างประเทศรายงานสถานการณ์ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งส่วนใหญ่ยังน่าเป็นห่วง เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้รัฐบาลต้องกลับมาใช้มาตรการที่เข้มข้นในการควบคุมการระบาดอีกครั้ง เช่น รัฐบาลคิวบากลับมาใช้มาตรการล็อกดาวน์ ควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 หลังวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พบผู้ติดเชื้อรายใหม่วันเดียวถึง 93 ราย มากสุดนับตั้งแต่เกิดการระบาดเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์ครั้งใหม่ ที่มีการการออกคำสั่งปิดชายหาด ร้านเหล้า ภัตตาคาร คุมเข้มการเดินทางทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยจะคงมาตรการล็อกดาวน์นี้ไปจนกว่าจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่มีแนวโน้มลดลง สำหรับตัวเลขผู้ติดเชื้อขณะนี้มีอยู่ 3,046 ราย เสียชีวิต 87 ราย

เม็กซิโกตายพุ่งที่3-ติดเชื้ออื้อ

ขณะที่เม็กซิโกยังเผชิญการระบาดรุนแรงของเชื้อโควิด-19 ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งเกิน 53,000 คน เป็นประเทศที่มีผู้เสียชีวิตมากเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากสหรัฐ และบราซิล โดยช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตเกือบ 5,000 คน ขณะที่แต่ละวันยังมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มจำนวนหลายพันคน ล่าสุด เม็กซิโกมีผู้ติดเชื้อสะสม 485,836 คน มากเป็นอันดับ 6 ของโลก รัฐบาลพยายามถ่วงดุลระหว่างการใช้มาตรการควบคุมโรคกับการเปิดเศรษฐกิจ เพื่อพยุงไม่ให้มีผลกระทบมากไปกว่านี้

จีนทดลองวัคซีนระยะสุดท้าย

ส่วนความคืบหน้าการศึกษาพัฒนาวัคซีน บริษัท ซิโนวัค ไบโอเทค ของจีนเริ่มทดลองวัคซีนโควิด-19 ระยะสุดท้ายในมนุษย์ ในอินโดนีเซีย โดยใช้ผู้เข้าร่วมทดลอง 1,620 คน วัคซีนดังกล่าว บริษัทซิโนวัคฯพัฒนาร่วมกับบริษัท ไบโอ ฟาร์มา ของรัฐบาลอินโดนีเซีย เป็นวัคซีนทางเลือกอีกชนิดในการใช้ป้องกันโรคโควิด-19 โดยมีชื่อว่า โคโรนาวัค (CoronaVac) หรือ พิโควัค (PiCoVacc) เป็นหนึ่งในวัคซีนที่มีศักยภาพไม่กี่ชนิดที่ผ่านเข้าสู่การทดลองระยะสุดท้าย เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับประสิทธิภาพ ก่อนรออนุมัติให้ใช้ นอกจากอินโดนีเซียแล้ว โคโรนาวัคยังอยู่ระหว่างทดลองขั้นสุดท้ายในบราซิลด้วย โดยมีผู้เข้าร่วมทดลองมากถึง 9,000 คน สำหรับการทดลองในอินโดนีเซียมีขึ้นช่วงที่อินโดนีเซียกำลังมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีผู้ป่วยมากกว่า 127,000 คน นับจนถึงวันนี้ และจนถึงขณะนี้มีผู้สมัครเข้าร่วมทดลองวัคซีนแล้ว 1,215 คน โดยจะใช้เวลาทดลอง 6 เดือน ส่วนสาเหตุที่ซิโนวัคต้องทดสอบวัคซีนในต่างประเทศ ก็เพราะจีนไม่ได้เป็นประเทศที่เหมาะกับการทดลองระยะสุดท้ายอีกต่อไป เพราะผู้ติดเชื้อใหม่มีจำนวนน้อย

‘ครูตั้น’ มั่นใจความปลอดภัย ‘ครู-นักเรียน’ ทดลองเปิดเรียนแบบ100% #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/511236

'ครูตั้น'มั่นใจความปลอดภัย'ครู-นักเรียน' ทดลองเปิดเรียนแบบ100%

‘ครูตั้น’มั่นใจความปลอดภัย’ครู-นักเรียน’ ทดลองเปิดเรียนแบบ100%

วันอังคาร ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 21.17 น.

“ครูตั้น” โพสต์เฟสบุ๊กส่วนตัว “ถึงวันนี้เราจะสำหรับการทดลองเปิดเรียนแบบ 100% แต่ความปลอดภัยของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาทุกคนก็ยังสำคัญที่สุด” 

11 ส.ค. นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โพตส์ในเฟสบุ๊คส่วนตัว Nataphol Teepsuwan-ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ว่า

“ถึงวันนี้เราจะพร้อมสำหรับการทดลองเปิดเรียนแบบ 100% แต่ความปลอดภัยของนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคนก็ยังสำคัญที่สุด”

การเตรียมเปิดเรียนแบบ ครบคน ครบห้อง ครบชั้น แต่ละโรงเรียนต้องเปลี่ยนแนวทางการเรียนการสอนแต่ยังมีมาตรการรักษาความปลอดภัย ต้องมีมาตรการในการติดตามภายใต้การบริหารจัดการของแต่ละโรงเรียน โดยทำบันทึกการเดินทางหลังเลิกเรียนแต่ละวันภายใต้รูปแบบของทางโรงเรียนกำหนด ทั้งครู นักเรียนและผู้ปกครองยังต้องร่วมมือกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อสร้าง “โรงเรียนสุขภาพดี นักเรียนมีความสุข” ไม่ว่าเราจะมีการเรียนการสอนรูปแบบไหนก็ตาม

ปีการศึกษานี้เป็นปีแห่งการปรับเปลี่ยน ที่ทุกคนต้องปรับตัว แต่เชื่อว่าการปรับเปลี่ยนจะทำให้เราเห็นช่องโหว่ของสิ่งที่มีอยู่เดิม และพร้อมจะปฏิรูปเพื่อให้เกิดสิ่งใหม่ๆ เช่นเรื่องเทคโนโลยีในการนำมาใช้ในการเรียนการสอนช่วงโควิด19 หรือการสร้างรูปแบบของกลไกใหม่ๆ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนการศึกษาไทยให้สู่ความเป็นเลิศให้ได้ เราต้องร่วมมือกันครับ #โรงเรียนสุขภาพดีนักเรียนมีความสุข

“ถึงวันนี้เราจะพร้อมสำหรับการทดลองเปิดเรียนแบบ 100% แต่ความปลอดภัยของนักเรียน…โพสต์โดย Nataphol Teepsuwan – ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ เมื่อ วันอังคารที่ 11 สิงหาคม 2020

‘ปธ.ศาลรธน.-ตุลาการ’ ร่วมพิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคล’ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/511192

'ปธ.ศาลรธน.-ตุลาการ'ร่วมพิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคล'สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง'

‘ปธ.ศาลรธน.-ตุลาการ’ร่วมพิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคล’สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง’

วันอังคาร ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 18.40 น.

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2563 ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร นายวรวิทย์ กังศศิเทียม ประธานศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมด้วยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้บริหารสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ และข้าราชการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เข้าร่วมพิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2563