มท.เชิญชวนประชาชน เทิดพระเกียรติ 12 ส.ค. วันเฉลิมพระชนมพรรษา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/510565

มท.เชิญชวนประชาชน เทิดพระเกียรติ12ส.ค. วันเฉลิมพระชนมพรรษา

มท.เชิญชวนประชาชน เทิดพระเกียรติ12ส.ค. วันเฉลิมพระชนมพรรษา

วันอาทิตย์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

มท.เชิญชวนประชาชนเทิดพระเกียรติ 12 ส.ค. วันเฉลิมพระชนมพรรษา

‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ สวมเสื้อสีฟ้าเข้าร่วมพิธี

มหาดไทยแจ้งทุกจังหวัดเชิญชวนประชาชนร่วมพิธีเนื่องในการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้า
สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า เนื่องด้วยการประชุมการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2563 เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2563 ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้กระทรวงมหาดไทยแจ้งจังหวัดจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ ในวันพุธที่ 12 สิงหาคม 2563 พร้อมกับส่วนกลาง

ดังนั้นเพื่อให้การจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติจึงได้แจ้งให้จังหวัดทุกจังหวัดดำเนินการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ ในวันพุธที่ 12 สิงหาคม 2563 ที่ บริเวณศาลากลางจังหวัดหรือสถานที่ตามที่จังหวัดพิจารณาเห็นว่าเหมาะสม โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ได้แก่ 1.พิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล (พระสงฆ์และสามเณรจำนวน 89 รูปหรือจำนวนตามที่จังหวัดเห็นว่าเหมาะสม) ตั้งแต่เวลา 06:00 น. เป็นต้นไป 2.พิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคล ตั้งแต่เวลา 09:00 น. เป็นต้นไป 3.พิธีถวายเครื่องราชสักการะและวางพานพุ่ม และพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล ตั้งแต่เวลา 18:00 น เป็นต้นไป

พร้อมแจ้งไปยังนายอำเภอทุกอำเภอดำเนินการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ ตามที่จังหวัดพิจารณาเห็นว่าเหมาะสม และ 4.กิจกรรมจิตอาสา “12 สิงหาคม 2563 รักเอยรักลูก” เป็นกิจกรรมการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ ตามที่จังหวัดพิจารณาเห็นว่าเหมาะสม โดยบูรณาการความร่วมมือกับส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษา เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาชน และจิตอาสาพระราชทานในพื้นที่ในการดำเนินการจัดกิจกรรม โดยให้ประชาสัมพันธ์ไปยังจิตอาสาพระราชทานเข้าร่วมกิจกรรม และเชิญชวนประชาชนภาคส่วนต่าง ๆ สวมเสื้อสีฟ้าเข้าร่วมพิธีและกิจกรรมตามที่เห็นสมควร

“กระทรวงมหาดไทยได้กำชับไปยังจังหวัดทุกจังหวัดดำเนินการจัดพิธีและกิจกรรมให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เช่น การจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมพิธีและกิจกรรมให้เหมาะสมมิให้แออัด การลดเวลาการทำกิจกรรมให้สั้นลงเท่าที่จำเป็น การรักษาระยะห่างระหว่างบุคคล การตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย และจัดสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ไว้ทำความสะอาดมือ และการทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสของสถานที่จัดกิจกรรม เป็นต้น” ปลัดมท. กล่าว

กรมศิลปากรจัดการแสดงเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เนื่องในโอกาส12 ส.ค. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/510568

กรมศิลปากรจัดการแสดงเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  เนื่องในโอกาส12 ส.ค.

กรมศิลปากรจัดการแสดงเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เนื่องในโอกาส12 ส.ค.

วันเสาร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 21.31 น.

วันที่ 8 สิงหาคม 2563 เวลา 14.00 น. นายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการนิทรรศการและการแสดงเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๓ โดยมีนายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวรายงาน ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม กรมศิลปากร และประชาชนเข้าร่วมชมการแสดง ณ โรงละครแห่งชาติด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง ที่ทรงมีต่อการอนุรักษ์ ฟื้นฟู สืบทอด พัฒนา และเผยแพร่มรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติด้านนาฏศิลป์และดนตรีไทย โดยเฉพาะศิลปะการแสดงโขน ซึ่งเป็นสมบัติอันล้ำค่าที่บรรพชนมอบไว้ ทรงมีพระราชปณิธานมุ่งมั่นจะธำรงรักษาศิลปะการแสดงโขนไว้เป็นมรดกของชาติ ทรงให้การอุปถัมภ์การแสดงโขน และพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อฟื้นฟูปรับปรุงเครื่องแต่งกายโขนของกรมศิลปากรให้วิจิตรงดงาม กระทรวงวัฒนธรรม

จึงมอบหมายให้กรมศิลปากร โดยสำนักการสังคีต จัดโครงการนิทรรศการและการแสดงเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2563 ในวันเสาร์ที่ 8 และวันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม 2563 เวลา 14.00 น. ณ โรงละครแห่งชาติ โดยจัดการแสดงที่หลากหลาย ทั้งการแสดงนาฏศิลป์ไทย การบรรเลงดนตรีไทยและดนตรีสากล ให้ประชาชนเข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย นำแสดงโดย ศิลปินสำนักการสังคีต อำนวยการแสดงโดย นายปกรณ์ พรพิสุทธิ์ ประกอบด้วย

1. การบรรเลง – ขับร้องดนตรีสากล

2. รำถวายพระพร “เฉลิมพระชนม์แซ่ซ้อง 12 สิงหา พระแม่แห่งประชาชาวไทย”

3. ละครชาตรี เรื่องมโนห์รา ตอน “พรานบุณจับนางมโนห์รา”

4. ละครเสภา เรื่องขุนช้างขุนแผน ตอน “ขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้าง”

5. โขน เรื่องรามเกียรติ์ ตอน “ศรกินนม”

นอกจากนี้ ยังได้จัดแสดงนิทรรศการพระราชประวัติ พระอัจฉริยภาพ พระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์มรดกศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนพระมหากรุณาธิคุณด้านนาฏดุริยางคศิลป์ เพื่อเผยแพร่ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมและประชาชนทั่วไปได้ชื่นชมและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ตระหนักในคุณค่าและร่วมกันธำรงรักษามรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติไทยสืบไป

อาชีวะยกระดับฝีมือแรงงาน (Upskill) ในพื้นที่ EEC. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/510556

อาชีวะยกระดับฝีมือแรงงาน (Upskill)ในพื้นที่ EEC.

อาชีวะยกระดับฝีมือแรงงาน (Upskill)ในพื้นที่ EEC.

วันเสาร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 20.05 น.

       ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2563 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เปิดโครงการผลิตและพัฒนากำลังคนสนับสนุนเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และพิธีลงนามความร่วมมือมอบโล่เชิดชูเกียรติสถานประกอบการ ร่วมกับวิทยาลัยเทคนิคพัทยา โดยมี ว่าที่พันตรี ดร.วานิช  สมชาติ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคพัทยา ให้การต้อนรับ ทั้งนี้ยังมีการเปิดอบรมหลักสูตรระยะสั้นในรูปแบบ EEC MODEL เพื่อยกระดับทักษะฝีมือและสมรรถนะ(Upskill) ใน 5 หลักสูตรประกอบด้วย 

1. หลักสูตรการอุตสาหกรรม 4.0 และระบบอัตโนมัติอัจฉริยะ 2. หลักสูตรขับรถบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ (หัวลาก) 3. หลักสูตรการซ่อมเรือเจ็ทสกี และระบบเครื่องยนต์/ไฟฟ้า  4. หลักสูตรฝึกอบรมทักษะบุคลากรและพัฒนาสมรรถนะด้านการตรวจและซ่อมบำรุงรางรถไฟความเร็วสูง  5. หลักสูตรอบรมเจ้าหน้าที่ขนส่งในงานโลจิสติกส์                                                       

ซึ่งผู้เข้ารับการฝึกอบรมเป็นพนักงานของสถานประกอบการที่มีความร่วมมือในการผลิตและยกระดับฝีมือแรงงานหลักสูตรละ 40 คน ณ หอประชุม วิทยาลัยเทคนิคพัทยา
 

กสศ.ร่วมกับ อว. – สอศ. เดินหน้าทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง หนุนเด็กด้อยโอกาส เรียนต่อสายอาชีพ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/510545

กสศ.ร่วมกับ อว. - สอศ. เดินหน้าทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง หนุนเด็กด้อยโอกาส เรียนต่อสายอาชีพ

กสศ.ร่วมกับ อว. – สอศ. เดินหน้าทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง หนุนเด็กด้อยโอกาส เรียนต่อสายอาชีพ

วันเสาร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 19.09 น.

กสศ.ร่วมกับ อว. – สอศ. เดินหน้าทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง หนุนเด็กด้อยโอกาส เรียนต่อสายอาชีพ ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน ศ.21  จับมือ 66 สถาบันการศึกษาบ่มเพาะนศ.ทุน 4,890 คน  นักเศรษฐศาสตร์ชี้ ทุนกสศ.คุ้มค่า ได้ผลกำไรคืนกลับประเทศชาติถึง 60 %  ด้านอว. สอศ. พร้อมหนุนการทำงาน กสศ.

วันที่ 8 สิงหาคม 2563 ที่อาคารอิมแพคฟอรั่ม เมืองทองธานี กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ. ) ร่วมกับกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ร่วมลงนามข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง เพื่อค้นหาเด็กเรียนดีแต่ยากจน ให้ศึกษาต่อในสายอาชีพ ซึ่งภายในงานมีการประชุม “สร้างโอกาสทางการศึกษาผ่านทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง”โดยมีผู้บริหารสถานศึกษาและบุคลากรสายอาชีวะเข้าร่วมประชุมกว่า 250 คน

นายสุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) กล่าวว่า กสศ.ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมนักเรียนนักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงมีโอกาสศึกษาต่อสายอาชีพ โดยร่วมกับสถานศึกษาสายอาชีพ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายในการพัฒนากำลังคนสายอาชีพ และสร้างโอกาสให้เยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสได้เรียนต่อสายอาชีพ ให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ประเทศไทย4.0และความต้องการตลาดแรงงานในประเทศ ปัจจุบันมีสถานศึกษาจากทุกสังกัด (สถานศึกษาอาชีวศึกษา วิทยาลัยชุมชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล และสถานศึกษาอื่นๆที่เปิดสอนในระดับประกาศนียบัตรชั้นสูงหรืออนุปริญญา) ในปี 2562-2563 จำนวน 66 สถานศึกษาสายอาชีพ กระจายตัวใน 40 จังหวัด โดยมีนักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงรุ่น1 และ 2 รวมจำนวน 4,890 ทุนโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพฯ มีเป้าหมายสำคัญคือ1.ค้นหาเยาวชนช้างเผือกที่เรียนดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ให้มีโอกาสได้รับทุนการศึกษาทางสายอาชีพตามหลักสูตรที่ทันสมัยและตรงกับความต้องการของประเทศ 2.ผลิตบุคลากรด้านอาชีวศึกษาเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศ ภายใต้ทิศทางการดำเนินงาน 4 ประการ คือ 1.ผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดอุตสาหกรรมในศตวรรษที่ 21 2.เด็กที่ได้รับทุนทุกคนเรียนจบแล้วต้องมีงานทำ3.เด็กที่ได้รับทุนได้สำเร็จการศึกษาตลอดหลักสูตรในสัดส่วนที่สูง ไม่มีการหลุดออกนอกระบบกลางคัน และ4.หลังจากจบการศึกษาแล้วจะส่งเสริมอาชีพให้กับทุกคน

“ผู้บริหารสถานศึกษาและบุคลากรครูจึงมีความสำคัญที่จะช่วยสร้างบุคลากรทางการศึกษา และยังช่วยให้การลงทุนเกิดผลคุ้มค่าไม่เป็นการลงทุนที่เสียเปล่า ซึ่งจะทำอย่างไรให้การเรียนสายอาชีพมีต้นทุนน้อยและเป็นสิ่งที่คุ้มค่า และกสศ.เป็นเพียงกองหนุนไม่ใช่กองหน้า แต่จะร่วมผลักดันขยายผลให้กว้างขวางให้เกิดผลสำเร็จ เพราะทุนนวัตกรรมสายอาชีพฯไม่ได้ทำแค่ 1-2 ปีเท่านั้น แต่มีเป้าหมายระยะยาวที่จะเดินหน้าขยายผล เกิดการเรียนรู้ และเกิดประโยชน์กับประเทศชาติ” นายสุภกร กล่าว

 นายสุภกร กล่าวว่า อย่างไรก็ตามการดำเนินการรุ่นที่1ที่ผ่านมาพบว่าเด็กที่ได้รับทุนมีผลการเรียนดีมีเกรดเฉลี่ยอยู่ที่ 3.00 หรือกว่าร้อยละ 67 ถือเป็นผลที่น่าพอใจ แต่ยังมีเด็กที่รับทุนมีความเปราะบางและภูมิต้านทานต่ำ เมื่อเจอปัญหาและอุปสรรคเช่น เรื่องการปรับตัวฯลฯ ก็จะหมดกำลังใจเรียนต่อ ดังนั้นผู้บริหารสถานศึกษาและบุคลากรครูจึงมีส่วนสำคัญที่จะป้องกันไม่ให้เด็กต้องหลุดออกจากระบบการศึกษากลางคันได้  และเพื่อป้องกันปัญหา กสศ. จึงได้ร่วมกับกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ส่งผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยเหลือดูแลปัญหาสภาพจิตใจของเด็กกลุ่มเหล่านี้ เพื่อให้สามารถมีพลังในการเรียนต่อจนจบหลักสูตรได้ ทั้งนี้หากเด็กสามารถเรียนจบตลอดหลักสูตรตามเป้าหมายที่วางไว้ ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า

 นายแพทย์สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า จากการทำงานของ กสศ. ที่ผ่านมา สามารถสรุปออกมาได้4 ข้อสำคัญ คือ1.กสศ.เข้าใจความเป็นมนุษย์และเข้าใจสภาพแวดล้อมของเด็กที่ยากจน 2.นำหลักการของยุทธศาสตร์ชาติมาปรับใช้ในการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ซึ่งเป็นปัญหาระดับประเทศ 3.เจาะลึกเข้าถึงพื้นที่ที่มีปัญหาจริง และ4.ใช้การศึกษาเพื่อให้เกิดไอเดียและนวัตกรรมนำไปสู่การประกอบอาชีพได้ ซึ่งทั้ง 4 เรื่องต้องชื่นชมที่ กสศ.ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ยินดีให้การสนับสนุนกสศ.และต่อยอดโครงการเพิ่มเติมซึ่งเราพร้อมร่วมมือต่อไป

นายณรงค์ แผ้วพลสง เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กล่าวว่า โครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง เกิดจากการกลั่นกรองและผลักดันจากผู้ทรงคุณวุฒิในหลายภาคส่วน ซึ่งการดำเนินงานที่ผ่านมาเห็นชัดเจนว่า ทางสถาบันการศึกษาและนักศึกษาอาชีวะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ตรงกับวัตถุประสงค์ของ กสศ. ที่มุ่งจะพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เติบโตไปอยู่ในสังคมได้อย่างสง่าเสริม มีศักดิ์ศรี และได้ตอบแทนบุญคุณประเทศชาติ ดังนั้นการรับทุนนี้ถือเป็นบันไดขั้นแรกของการช่วยเหลือ แต่สถานศึกษาต้องมีกระบวนการที่จะทำให้เด็กได้ไปถึงฝั่งฝันและไม่หลุดออกนอกระบบกลางคัน เพราะหากเรามองไปที่เด็กที่เรียนสายอาชีวะ เชื่อว่าจะมีเด็กที่มาจากครอบครัวยากจนและด้อยโอกาสเกินกว่าร้อยละ 80 จึงต้องมีกองทุนแบบนี้มาช่วยให้เด็กๆ ได้พัฒนาศักยภาพให้สมบูรณ์ ถือเป็นการเติมเต็มสิทธิขั้นพื้นฐานที่เด็กควรจะได้รับ

 “วันนี้กำลังพลในด้านของช่างเทคนิค ช่างเทคโนโลยีขาดแคลนมาก ขาดแคลนจนไปกระทบกับภาคอุตสาหกรรมเกือบทุกประเภท ส่งผลให้ทุกหน่วยงานออกมาเรียกร้องให้ผลิตคนสายอาชีวะให้เยอะขึ้น แต่การจะก้าวข้ามตรงนี้ได้ เราต้องตอบโจทย์ประเทศให้ได้ มันไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะผู้ปกครองมองภาพลักษณ์อาชีวะในด้านลบ เมื่อคนมองข้ามก็จะไม่ส่งลูกหลานมาเรียนสายอาชีวะ เราจึงต้องมีการปรับตัวครั้งใหญ่ เพื่อที่จะกอบกู้ความรู้สึกเหล่านี้ เพื่อที่จะชี้ให้เห็นว่าการเรียนสายอาชีวะไม่ได้ด้อยค่า ปัจจุบันเรามีสายนวัตกรรมอาชีพมากมายที่ได้ค่าตอบแทนสูง ซึ่งหากดูตัวเลขการเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา จะเห็นว่ามีเด็กอาชีวะเรียนเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 10 อย่างไรก็ตามเชื่อว่าถ้าเราช่วยกันผลักดันก็จะมีน้ำหนักและเป้าหมายที่ชัดเจนร่วมกันมากขึ้น” นายณรงค์  กล่าว

ขณะที่ ผศ.ดร.ศุภชัย ศรีสุชาติ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวว่า ระบบทุนการศึกษาในประเทศไทยใช้ระบบทุนสากล ที่ส่งเสริมให้ทุนการศึกษาเด็กตั้งแต่แรกเกิด แต่เมื่อเด็กต้องการศึกษาขั้นสูง การให้ทุนจะมีข้อจำกัดมากขึ้นทำให้เด็กขาดโอกาสทางการศึกษา เราจึงอยากยกตัวอย่างทุนของโปรเกสซ่า ที่เกิดขึ้นในประเทศเม็กซิโก เป็นทุนการศึกษาที่ทุนเรียน พร้อมยกระดับความเท่าเทียมระหว่างเพศ การเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา และการได้รับสารอาหารครบถ้วน ซึ่งทุนดังกล่าวมีเงื่อนไขเพียงส่งเด็กเข้าไปเรียน และเข้าตรวจสุขภาพเท่านั้น ทั้งนี้หลักการง่ายๆช่วยส่งผลให้อัตราการเข้าเรียนของเด็กเพิ่มขึ้น เป็นทรัพยากรที่ดีของประเทศ แม้ทุนนี้จะใช้ต้นทุนสูงแต่ก็ถือว่าคุ้มกับการลงทุน เพราะทุนนวัตกรรมสายอาชีพรุ่นที่1 ที่กำลังจะจบการศึกษา จะมีผลตอบแทนคืนกลับมาให้กับประเทศสูง ถึง680ล้านบาท(ตลอดชีวิต) หรือเทียบเท่ากับการลงทุนที่ได้ผลกำไรร้อยละ60 นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับเด็กที่ได้รับทุน เราจะทำอย่างไรถึงจะขยายวงกว้างให้เด็กที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมสามารถเข้ามารับทุนนี้ได้

“สำหรับทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงของกสศ.เป็นกองทุนที่มีแนวคิดใกล้เคียงกับกองทุนในต่างประเทศ เป็นทุนที่รวมระบบนิเวศทั้งหมดไว้ด้วยกัน ทุนนี้จะช่วยเปิดโอกาสให้นักศึกษาและช่วยให้สถาบันอาชีวศึกษามีนักศึกษาเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ฝากถึงผู้ประกอบการที่อยากมีส่วนร่วมในการให้ทุนนักศึกษา จำเป็นต้องร่วมมือกับสถานศึกษาจัดหลักสูตรการสอน ผลิตบุคคลากรตรงตามความต้องการ ขณะเดียวกันต้องให้ทุนระยะยาวกับเด็กจนจบการศึกษาด้วย” ผศ.ดร.ศุภชัย กล่าว
 

อว. เผยมหาวิทยาลัยจัดการเรียนการสอนในห้องเรียนได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/510482

อว. เผยมหาวิทยาลัยจัดการเรียนการสอนในห้องเรียนได้

อว. เผยมหาวิทยาลัยจัดการเรียนการสอนในห้องเรียนได้

วันเสาร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 15.04 น.

รองศาสตราจารย์สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  (อว.) เปิดเผยว่าในการประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  เกี่ยวกับการผ่อนคลายด้านการเรียนการสอนของโรงเรียนและสถาบันการศึกษานั้น  ในส่วนของ มหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ จะมีการผ่อนคลายให้จัดการเรียนในห้องเรียนเพิ่มเติมได้อีก โดยมหาวิทยาลัยสามารถใช้การเรียนการสอนแบบผสมผสานระหว่าง on-site ตามปกติ ร่วมกับ online ได้ตามความพร้อม ความเหมาะสม และตามกิจกรรมเกี่ยวข้อง ทั้งนี้จะเริ่มทดลองดำเนินการตั้งแต่ 13 สิงหาคม 2563

‘มท.’เชิญปชช. ร่วมพิธีวันเฉลิมพระชนมพรรษา 4 กิจกรรมสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ 12 ส.ค. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/510450

‘มท.’เชิญปชช.ร่วมพิธีวันเฉลิมพระชนมพรรษา4กิจกรรมสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ 12 ส.ค.

‘มท.’เชิญปชช.ร่วมพิธีวันเฉลิมพระชนมพรรษา4กิจกรรมสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ 12 ส.ค.

วันเสาร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 11.08 น.

“มท.”แจ้งทุกจังหวัดเชิญชวนประชาชนร่วมพิธี ในการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2563 นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า เนื่องด้วยการประชุมการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  12 สิงหาคม 2563 เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2563 ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้กระทรวงมหาดไทยแจ้งจังหวัดจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ ในวันพุธที่ 12 สิงหาคม 2563 พร้อมกับส่วนกลาง ดังนั้นเพื่อให้การจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติจึงได้แจ้งให้จังหวัดทุกจังหวัดดำเนินการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ ในวันพุธที่ 12 สิงหาคม 2563 ที่ บริเวณศาลากลางจังหวัดหรือสถานที่ตามที่จังหวัดพิจารณาเห็นว่าเหมาะสม โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ได้แก่

1.พิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล (พระสงฆ์และสามเณรจำนวน 89 รูปหรือจำนวนตามที่จังหวัดเห็นว่าเหมาะสม) ตั้งแต่เวลา 06:00 น. เป็นต้นไป

2.พิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคล ตั้งแต่เวลา 09:00 น. เป็นต้นไป

3.พิธีถวายเครื่องราชสักการะและวางพานพุ่ม และพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล ตั้งแต่เวลา 18:00 น เป็นต้นไป พร้อมแจ้งไปยังนายอำเภอทุกอำเภอดำเนินการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ ตามที่จังหวัดพิจารณาเห็นว่าเหมาะสม

 และ 4.กิจกรรมจิตอาสา “12 สิงหาคม 2563 รักเอยรักลูก” เป็นกิจกรรมการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ ตามที่จังหวัดพิจารณาเห็นว่าเหมาะสม โดยบูรณาการความร่วมมือกับส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษา เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาชน และจิตอาสาพระราชทานในพื้นที่ในการดำเนินการจัดกิจกรรม โดยให้ประชาสัมพันธ์ไปยังจิตอาสาพระราชทานเข้าร่วมกิจกรรม และเชิญชวนประชาชนภาคส่วนต่าง ๆ สวมเสื้อสีฟ้าเข้าร่วมพิธีและกิจกรรมตามที่เห็นสมควร

“กระทรวงมหาดไทยได้กำชับไปยังจังหวัดทุกจังหวัดดำเนินการจัดพิธีและกิจกรรมให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เช่น การจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมพิธีและกิจกรรมให้เหมาะสมมิให้แออัด การลดเวลาการทำกิจกรรมให้สั้นลงเท่าที่จำเป็น การรักษาระยะห่างระหว่างบุคคล การตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย และจัดสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ไว้ทำความสะอาดมือ และการทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสของสถานที่จัดกิจกรรม เป็นต้น” ปลัดมท. กล่าว

เลขาธิการ คปภ. เป็นประธานในพิธีมอบทุนและรางวัลการศึกษา ประจำปี 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/510440

เลขาธิการ คปภ. เป็นประธานในพิธีมอบทุนและรางวัลการศึกษา ประจำปี 2563

เลขาธิการ คปภ. เป็นประธานในพิธีมอบทุนและรางวัลการศึกษา ประจำปี 2563

วันเสาร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 10.10 น.

เลขาธิการ คปภ. เป็นประธานในพิธีมอบทุนและรางวัลการศึกษา ประจำปี 2563 ให้แก่นิสิต นักศึกษา สาขาการประกันภัยและสาขาประกันชีวิต แนะบุคลากรประกันชีวิตต้องพัฒนาศักยภาพ คิดนอกกรอบ พร้อมเร่งปรับตัวเพื่อรับการเปลี่ยนแปลงของภาคอุตสาหกรรมประกันภัยที่จะเป็นไปอย่างก้าวกระโดด

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เป็นประธานในพิธีมอบทุนและรางวัลการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2562 ให้แก่ นิสิต นักศึกษา จำนวน 64 คน จากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ที่จัดโดยสมาคมประกันชีวิตไทย เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 ณ ห้อง Le Concrode Ballroom ชั้น 2 ณ โรงแรมสวิสโฮเต็ล กรุงเทพมหานคร โดยเลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับนิสิต นักศึกษาทุกท่านที่ได้รับทุนและรางวัลการศึกษา ทั้ง 64 คน และดีใจอย่างยิ่งที่ปัจจุบันสถาบันศึกษาของไทยได้เปิดการเรียนสอนสาขาวิชาการประกันภัยเพิ่มขึ้น นับเป็นนิมิตหมายที่ดีต่อวงการธุรกิจและภาพรวมของระบบประกันภัย 

บุคลากรด้านประกันชีวิตที่มีคุณภาพถือเป็นหัวใจสำคัญอย่างยิ่งของธุรกิจประกันชีวิต ซึ่งในอนาคตอุตสาหกรรมประกันภัยจะมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างก้าวกระโดด ทำให้มุมมองเรื่องการประกันภัย  ผลิตภัณฑ์ประกันภัย และความเสี่ยงด้านต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไป ก่อให้เกิดการแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้น ดังนั้น บางครั้งอาจต้องคิดนอกกรอบและเร่งปรับตัวพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้สอดคล้องและเหมาะสมต่อความต้องการของประชาชนผู้บริโภค และความต้องการทางด้านเศรษฐกิจของประเทศ ดังนั้น นิสิต นักศึกษาในวันนี้จะกลายเป็นบุคลากรในอนาคตของธุรกิจประกันชีวิต ที่จะต้องพัฒนาศักยภาพการดำเนินงานใหม่ โดยเปลี่ยนบทบาทจากผู้ปฏิบัติงานเป็นผู้ควบคุมและพัฒนาระบบงานอย่างมีคุณภาพ เน้นการสร้างความมั่นคงปลอดภัยจากอาชญากรรมทางไซเบอร์และลดความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่จะตามมาในอนาคต ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคได้รับการบริการและผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่เหมาะสม ส่งผลให้ธุรกิจประกันชีวิตมีความเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

“ผมขอแสดงความยินดีกับทุกท่านที่ได้รับทุนและรางวัลการศึกษา และขอให้มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตนเอง เพราะการศึกษาจะถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการนำพาไปสู่ความสำเร็จในอนาคต และขอขอบคุณสถาบันการศึกษา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ Oriental Life Insurance Cultural Development Center (OLICD Center)  จากประเทศญี่ปุ่น  สถาบันประกันภัยไทย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งสมาคมประกันชีวิตไทย ที่เห็นความสำคัญการเรียนการสอนและการพัฒนาด้านการประกันภัย รวมถึงสนับสนุนและสร้างบุคลากรด้านการประกันชีวิตที่มีคุณภาพ ซึ่งจะสามารถสร้างประโยชน์ให้แก่อุตสาหกรรมประกันภัยและประเทศชาติต่อไป” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย

มธ.-มูลนิธิโตโยต้าฯประกาศผลรางวัล ‘TTF AWARD ประจำปี 2562-2563’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/510360

มธ.-มูลนิธิโตโยต้าฯประกาศผลรางวัล'TTF AWARD ประจำปี 2562-2563'

มธ.-มูลนิธิโตโยต้าฯประกาศผลรางวัล’TTF AWARD ประจำปี 2562-2563′

วันศุกร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 18.30 น.

มธ.และมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย ประกาศผลรางวัล “TTF AWARD ประจำปี 2562-2563” ยกย่อง 4 ผลงานวิชาการดีเด่น ทรงคุณค่า ทั้งด้านวิทยาศาสตร์ , มนุษยศาสตร์ , วิทยาศาสตร์สุขภาพ และสิ่งแวดล้อมฯ เผยจำนวนผู้สนใจส่งหนังสือเข้าประกวดปีนี้คึกคัก ขณะที่ประธานมูลนิธิฯ ชี้เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อุทิศตนค้นคว้าวิจัย ยกระดับมาตรฐานการศึกษา เตรียมจัดงานมอบรางวัลยิ่งใหญ่ วันที่ 14 ส.ค.นี้ ณ หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการรางวัล TTF AWARD เปิดเผยว่า รางวัลมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย หรือ TTF AWARD นับเป็นความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย ในการสนับสนุนนักวิชาการไทยสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ ที่ทรงคุณค่าและตอบโจทย์ยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา นำไปสู่การตีพิมพ์และเผยแพร่ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนทั่วไป โดยได้ริเริ่มโครงการมาตั้งแต่ปี 2538 จนถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลา 25 ปีแล้ว

สำหรับการคัดเลือก ผลงานวิชาการดีเด่นรางวัล TTF AWARD ประจำปี 2562-2563ทางคณะกรรมการฯ เปิดให้ผู้สนใจส่งผลงานและหนังสือเข้าสู่การพิจารณากลั่นกรองใน 4 สาขา ได้แก่ ด้านสังคมศาสตร์ ด้านมนุษยศาสตร์ ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ และด้านสิ่งแวดล้อมและวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ปรากฎว่ามีผลงานนำเสนอเข้ามาทั้งหมดเกือบ 100 เล่ม ถือว่าสูงกว่าทุกปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวเพื่อยกระดับมาตรฐานทางวิชาการตลอดเวลา

โดยผลการตัดสิน “รางวัลผลงานวิชาการดีเด่น TTF AWARD ประจำปี 2562-63” มีดังนี้ ประเภท “รางวัลเกียรติยศ” (เงินรางวัลสำหรับผู้แต่ง 300,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ) ไม่มีผู้ได้รับรางวัล , รางวัลผลงานทางวิชาการดีเด่น 4 สาขา (เงินรางวัลสำหรับผู้แต่ง 200,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ) ประกอบด้วย 1.ด้านสังคมศาสตร์ ผลงานชื่อ “เถียงกันเรื่องแท้ง : สุขภาพ เสรีภาพ ศีลธรรม” โดย รศ.ดร.ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2.ด้านมนุษยศาสตร์ ผลงานชื่อ “เจดีย์ในประเทศไทย : รูปแบบ พัฒนาการและพลังศรัทธา” โดย ศ.ดร.ศักดิ์ชัย สายสิงห์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร 3.ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ ผลงานชื่อ “โรคสมาธิสั้น” โดย รศ.นพ.ชาญวิทย์ พรนภดล คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล 4.ด้านสิ่งแวดล้อมและวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ผลงานชื่อ “เอนไซม์ย่อยอาหารในสัตว์น้ำ”  โดย รศ.ดร.การุณ ทองประจุแก้ว คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ด้าน นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย กล่าวว่า มูลนิธิฯ มีเจตนารมณ์ช่วยเหลือสังคมไทยอย่างต่อเนื่องมาตลอด 28 ปี  โดยเฉพาะการสนับสนุนด้านการศึกษาและคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เติบโตเป็นบุคคลากรที่มีคุณภาพ เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยรางวัล TTF AWARD เป็นความภาคภูมิใจของทางมูลนิธิฯ ที่ได้สนับสนุนผลงานการค้นคว้าวิจัยของนักวิชาการในประเทศไทย ช่วยขับเคลื่อนให้เป็นสังคมอุดมปัญญา หวังได้ว่าจะเห็นผลงานใหม่ๆ อันทรงคุณค่า ที่ทันยุค ทันสมัย  ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อแวดวงการศึกษาในอนาคต

“รางวัล TTF AWARD สร้างแรงบันดาลใจแก่นักวิชาการที่ได้อุทิศตนค้นคว้าผลงาน เพื่อยกระดับมาตรฐานงานในด้านวิชาการ พร้อมทั้งยังสนับสนุนการจัดพิมพ์ผลงานเพื่อนำไปเผยแพร่ต่อสาธารณชน อันจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ อาจารย์ นักเรียน นักศึกษา รวมถึงประชาชนทั่วไป”

ทั้งนี้ พิธีมอบรางวัล ผลงานวิชาการดีเด่น TTF AWARD ประจำปี 2562-2563 จะจัดขึ้นในวันที่ 14 สิงหาคม 2563 ณ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อ โครงการรางวัล TTF AWARD งานส่งเสริมและเผยแพร่งานวิจัย กองบริหารการวิจัย อาคารสำนักงานอธิการบดี ชั้น 2 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต โทร. 025644441-79 ต่อ 1819 หรือ https://research.tu.ac.th/ttfbookawards

ข้าราชการตุลาการรำลึก ‘วันรพีพระบิดาแห่งกฎหมายไทย’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/510305

ข้าราชการตุลาการรำลึก 'วันรพีพระบิดาแห่งกฎหมายไทย'

ข้าราชการตุลาการรำลึก ‘วันรพีพระบิดาแห่งกฎหมายไทย’

วันศุกร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 16.27 น.

วันรพีพระบิดาแห่งกฎหมายไทย ข้าราชการตุลาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำบุญทางศาสนาวางพวงมาลารำลึกพระคุณ

ที่บริเวณศาลจังหวัดกระบี่หน้าพระบรมรูปพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ พระบิดาแห่งกฎหมายไทย นายกมล สุปรียสุนทรผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดกระบี่ นำข้าราชการตุลาการ หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง นักกฎหมาย ร่วมทำบุญทางศาสนาถวายเป็นพระราชกุศล พระบิดาแห่งกฎหมายไทย โดยผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดกระบี่ จุดธูปเทียนบูชาพระรัตน์ตรัย พระสงฆ์ 10 รูปให้ศีลเจริญพระพุทธมนต์ ถวายเครื่องไทยธรรมพร้อมอนุโมทนา ผู้ร่วมพิธีกรวดน้ำรับพร โอกาสนี้มีการมาอบทุนการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนที่เรียนดี จำนวน 45 ทุนๆละ 2 พันบาท

จากนั้นนายกมล สุปรียสุนทร ายจงจิต เพชรจันทร์กัน ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดกระบี่ นำหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมวางพวงมาลาถวายราชสักการะและกล่าวถวายราชสดุดีเทิดพระเกียรติ พระบิดาแห่งกฎหมายไทย เนื่องในวันรพี ประจำปี 2563 ตรงกับวันที่ 7 สิงหาคมของทุกปีเป็นวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีน้อมรำลึกถึงในพระมหากรุณาธิคุณ โอกาสนี้ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดกระบี่มอบทุนการศึกษาให้แก่บุตรข้าราชการในสังกัดกระทรวงยุติธรรมและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่เรียนดีมีความประพฤติดี 31 ทุนละ 2 พันบาท 

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ทรงมีพระปรีชาสามารถอันเป็นอัจฉริยะ ทรงพระวิริยะอุตสาหะประกอบพระราชกรณียกิจ อันเป็นคุณประโยชน์แก่ประเทศไทยเป็นอเนกประการ โดยเฉพาะวงการกฎหมายไทยทรงปรับปรุงศาลยุติธรรม สู่ระบบใหม่ทรงตรวจชำระสะสางกฎหมาย ทรงตั้งโรงเรียนกฎหมายเพื่อเปิดการสอนกฎหมายครั้งแรก ทรงรวบรวมและแต่งตำราคำอธิบายกฎหมายลักษณะต่างๆมากมาย ทรงเป็นกรรมการตรวจตัดสินความฎีกา ซึ่งทำหน้าที่ศาลสูงสุดของประเทศ ทรงตั้งกองพิมพ์ลายมือขึ้นปี  สำหรับตรวจลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหาในคดีอาญา อันเป็นจุดเริ่มต้นของการพิสูจน์ลายมือที่กรมตำรวจในปัจจุบัน ขณะพระองค์ทรงดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวง เกษตราธิราช ทรงปรับปรุงกิจการกรมทะเบียนที่ดินให้เจริญก้าวหน้า มาจนถึงปัจจุบัน

PMCU จ่อย้ายศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลืองไปอุทยาน 100 ปีจุฬาฯสานศรัทธาชุมชน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/510286

PMCUจ่อย้ายศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลืองไปอุทยาน100 ปีจุฬาฯสานศรัทธาชุมชน

PMCUจ่อย้ายศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลืองไปอุทยาน100 ปีจุฬาฯสานศรัทธาชุมชน

วันศุกร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 15.47 น.

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2563  ณ ห้องประชุม 202 สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย(PMCU) ได้เชิญทายาทโดยธรรมของคุณประจวบ พลอยสีสวย และครอบครัว ผู้ดูแลองค์เจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลือง และเป็นผู้เช่าที่ดินตั้งอาคารศาลเจ้า ชี้แจงมติกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร และหารือแผนย้ายศาลไปพื้นที่แห่งใหม่ ณ อุทยาน 100 ปี จุฬาฯ

ย้อนไปเมื่อปี 2523 คุณประจวบ พลอยสีสวย ได้ทำสัญญาเช่าที่ดินตั้งอาคารศาลเจ้าแม่ทับทิม กับ PMCU ในนามบุคคลต่อเนื่องมา 20 ฉบับ รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 35 ปี ล่าสุดสัญญาได้สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2558 และยังอยู่ในระหว่างการเจรจาย้ายศาลเจ้าแม่ทับทิมอยู่นั้น

ล่าสุด นายวรพงศ์  สุขธีรอนันตชัย ผู้อำนวยการ PMCU ได้เชิญทายาทโดยธรรมของ คุณประจวบ พลอยสีสวย และครอบครัว มาชี้แจงมติการประชุมคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 24 เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2563 ตามที่มีผู้ร้องเรียนไปยังคณะกรรมาธิการ ซึ่งมีมติ 3 ประเด็นหลักดังนี้

ประเด็นแรก กรมศิลปากรได้พิสูจน์ทราบแล้วว่า ศาลเจ้าแม่ทับทิมไม่เป็นโบราณสถานและไม่เข้าข่ายที่ต้องเข้าไปดูแล ประเด็นที่สอง เมื่อไม่ได้เป็นโบราณสถานและไม่ได้ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง อาคารศาลเจ้าแม่ทับทิมจึงไม่ใช่สาธารณสมบัติของแผ่นดินตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ประเด็นที่สาม PMCU ได้มีเจตนาอันดี มีความตั้งใจที่จะสืบสานความเชื่อความศรัทธาของชุมชนและผู้ศรัทธา จึงได้จัดให้มีการสำรวจโดยผู้เชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรมและเชิญซินแสชื่อดังมาช่วยให้คำปรึกษาในการดำเนินการย้ายศาลให้มีตำแหน่งฮวงจุ้ยที่ดีในพื้นที่แห่งใหม่ ซึ่งแสดงให้เห็นเจตนาไม่ทอดทิ้งผู้เช่า โดยมีข้อสังเกตและข้อท้วงติงว่า ในอนาคตควรไปจดทะเบียนจัดตั้งเป็นมูลนิธิศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลืองเพื่อให้เกิดความโปร่งใส และดำเนินการให้ถูกระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป และครอบครัวไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว”

นายโพธิ์ พลอยสีสวย ทายาทโดยธรรมของนายประจวบ พลอยสีสวย ผู้ดูแลองค์เจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลือง รุ่นที่ 4 กล่าวว่า “ในนามของครอบครัวพลอยสีสวยจะอัญเชิญเจ้าแม่ทับทิมไปประทับในอาคารศาลแห่งใหม่บริเวณอุทยาน 100 ปี จุฬาฯ ซึ่งห่างจากตัวศาลเจ้าแม่ทับทิมเดิมประมาณ 240 เมตร ติดถนนบรรทัดทอง มีความพร้อมด้านสถานที่ เดินทางสะดวก ปลอดภัย มีที่จอดรถและห้องสุขาในอุทยาน นอกจากนี้ยังสามารถจัดกิจกรรมประจำปีเพื่อระดมทุนและสืบสานความเชื่อความศรัทธาได้เหมือนเดิม และอยากขอบคุณ PMCU ที่จะจัดหาที่พักชั่วคราวสำหรับคนเฝ้าศาลในระหว่างก่อสร้างศาลใหม่ แต่การที่คนเฝ้าศาลอยากขอที่อยู่อาศัยในศาลใหม่นั้น ทาง PMCU ไม่สามารถอนุญาตได้ ซึ่งเรื่องนี้น่าจะยุติได้ภายในเดือนสิงหาคมนี้”

PMCU พร้อมดำเนินการย้ายศาลเจ้าแม่ทับทิมไปยังบริเวณอุทยาน 100 ปี จุฬาฯ ตามแผนย้ายศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลืองซึ่งล่วงเลยมากว่าระยะเวลาที่กำหนด  PMCU จะเร่งรัดครอบครัวผู้เช่าให้เรียบร้อยภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ และจะประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจต่อชุมชนและผู้ศรัทธาในองค์เจ้าแม่ต่อไป โดย PMCU จะจัดพื้นที่สักการะชั่วคราว และดำเนินการจัดสร้างอาคารศาลเจ้าแม่ทับทิมแห่งใหม่คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในต้นปี 2564 สามารถติดตามข่าวสารการย้ายศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลือง ได้ที่ http://www.pmcu.co.th/