‘อียู’ หนุนเสริมทักษะ รร.ขนาดเล็กเปิดตัวโครงการ ‘แอ็คเซส สคูล’ นำร่อง 400 แห่ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/509920

'อียู'หนุนเสริมทักษะ รร.ขนาดเล็กเปิดตัวโครงการ'แอ็คเซส สคูล'นำร่อง 400 แห่ง

‘อียู’หนุนเสริมทักษะ รร.ขนาดเล็กเปิดตัวโครงการ’แอ็คเซส สคูล’นำร่อง 400 แห่ง

วันพุธ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 17.39 น.

มื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2563  นายเทาฮีด อิบเน่ ฟาริด ผู้อำนวยการมูลนิธิแอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ในวันนี้ เครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคมด้านการศึกษา ได้แก่ มูลนิธิแอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย), สมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย (สกล.), สมาคมไทบ้าน ร่วมกับ เครือข่ายโรงเรียนนอกกะลา-ภาคกลาง, สมาคมผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็ก สพป.น่าน เขต 1 และ สมาคมพัฒนาการศึกษาจังหวัดกาฬสินธุ์ และสมาคมพัฒนาการศึกษาจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดตัวโครงการ “ส่งเสริมการมีส่วนร่วมภาคประชาสังคมเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา (ACCESS School Project) ที่โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ

นายเทาฮีด อิบเน่ ฟาริด กล่าวว่าโครงการนี้มุ่งเสริมสร้างโมเดลโรงเรียนขนาดเล็กซึ่งเป็นกระบวนการหนุนเสริมให้ชุมชนและองค์กรภาคประชาสังคมสามารถพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษาที่สอดคล้องกับบริบททางนิเวศ วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อมของชุมชนและความต้องการของผู้เรียนเป็นสำคัญ  โดยเสริมสร้างทักษะ “ครู” ให้เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง รวมถึงการพัฒนาบุคลากรภาคประชาสังคมให้มีความรู้ความสามารถ  มีความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางเพศ ซึ่งจะเน้นการพัฒนาบทบาทสตรีและเด็กผู้หญิงให้มีสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานทางเศรษฐกิจและสังคม โดยการสนับสนุนให้ผู้หญิงเข้ามามีส่วนร่วมในการมากขึ้นในการบริหารจัดการโรงเรียน มุ่งสู่เป้าหมายการลดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“แอ็คเซส สคูลมีเป้าหมายนำร่องใน 400 โรงเรียน 8 จังหวัด คือ ราชบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม น่าน ในระยะเวลา 4 ปี (พ.ศ.2563-2566)  มุ่งหวังให้เกิดการพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่สอดรับกับความต้องการของเด็ก โรงเรียน และชุมชน”นายเทาฮีด อิบเน่ ฟาริด กล่าว

นายพัชกร พัทธวิภาส ผู้จัดการโครงการ ACCESS School กล่าวว่า โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสหภาพยุโรป(EU) ซึ่งในวันเปิดโครงการนายเปียร์ก้า ตาปิโอลา เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย ได้เดินทางมาร่วมแถลงเปิดตัวโครงการพร้อมกับบรรยายเรื่องนโยบายของสหภาพยุโรปในการสนับสนุนการพัฒนาการศึกษาของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปและนานาประเทศ และกระทรวงศึกษาธิการซึ่งเป็นองค์กรหลักของภาครัฐในการพัฒนาการศึกษาโดยนายภูมิสรรค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ที่ปรึษารัฐมนตรีและประธานกรรมการยุทธศาสตร์ นโยบาย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิกาได้มาร่วมบรรยายพิเศษ เรื่องนโยบายและความร่วมมือของกระทรวงศึกษาธิการในการหนุนเสริมภาคประชาสังคมและชุมชนในการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาตามนโยบายการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 4 (Sustainable Development Goal: SDG 4)โดยมีองค์กรภาคประชาสังคมเข้าร่วม ถือเป็นภาพของการเริ่มต้นทำงานในการยกระดับโรงเรียนขนาดเล็กร่วมกัน

นอกจากนี้ โครงการฯ เปิดโอกาสให้เด็กนักเรียนในโรงเรียนขนาดเล็กให้เข้ามามีส่วนในการดำเนินโครงการผ่านการประกวดออกแบบโลโก้ของโครงการ ACCESS School และมีการมอบรางวัลให้เด็กชายธีรเดช ทิพวงศ์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านฮากฮาน อ.เวียงสา จ.น่าน ที่ชนะเลิศการประกวดออกแบบโลโก้

‘สพฐ.’ เสนอ ‘ศบค.’ ขอเปิดเรียนแบบ On-site100% 4,500 โรงเรียน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/509906

'สพฐ.'เสนอ'ศบค.'ขอเปิดเรียนแบบOn-site100%4,500โรงเรียน

‘สพฐ.’เสนอ’ศบค.’ขอเปิดเรียนแบบOn-site100%4,500โรงเรียน

วันพุธ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 16.57 น.

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2563 นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวถึงการเปิดเรียนแบบ On-site ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ว่า เมื่อวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระศึกษาธิการ ซึ่งได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้เชิญ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) มาหารือ ว่าตามที่ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 (ศบค.) ต้องการข้อมูลที่หน่วยใน ศธ.จะเสนอศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 (ศบค.) เพื่อเปิดเรียนแบบ On-site 100% นั้น จะต้องมีข้อมูลโรงเรียนและมีข้อจำกัดอะไรบ้าง ซึ่งขณะนี้ทราบว่าทางสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ได้นำข้อมูลเสนอไปให้ สบค.แล้ว คาดว่าในวันที่ 7 ส.ค.นี้ ศบค.จะประชุมพิจารณา

เลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อว่า ในหลักการที่ สพฐ.เสนอข้อมูลโรงเรียนที่ยังไม่ได้เปิดเรียนแบบ On-site หรือเปิดเรียนที่โรงเรียน 100% มีอยู่ประมาณ 4,500 โรงเรียนเศษ สพฐ.จึงเสนอขอเปิด 100% ไปยัง ศบค.โดยใช้มาตรการในการเว้นระยะห่างทางสังคม ใช้หน้ากากอนามัย การล้างมือ วัดอุณหภูมิเด็ก และงดกิจกรรมบางกิจกรรมที่ทำให้เด็กใกล้ชิดกัน หรือกิจกรรมที่ทำให้เด็กได้รับฝุ่นระอองเข้าทางปากหรือทางการหายใจ รวมถึงงดกิจกรรมที่อาจจะทำให้เด็กเกิดการติดเชื้อโควิด-19

สำหรับมาตรการรองรับ หากเกิดกรณีเด็กติดเชื้อโควิด-19 สพฐ.จะทำการประเมินความเสี่ยงในการดำเนินการที่เกี่ยวข้องตามหลักการของ ศบค.อย่างไรก็ตาม หลังจากที่โรงเรียนในสังกัด สพฐ.เปิดเรียนแบบ On-site 100% ไปประมาณ 23,000 โรงเรียน ซึ่งส่วนใหญ่ไม่พบปัญหา เนื่องจากดูแลเรื่องให้เด็กใส่หน้ากากอนามัย การล้างมือ การวัดอุณหภูมิ และการเว้นระยะห่างทางสังคม แต่คุณครูจะมีภารกิจมากขึ้น และใช้ระบบออนไลน์ ออนแอร์เข้ามาช่วยในการเรียนการสอนเพิ่มเติม

“มีโรงเรียนที่มีเด็กอนุบาล หรือเด็กประถมฯบางแห่ง ได้รับเสียงสะท้อนจากผู้ปกครองที่อาจจะไม่มีเวลาดูแลเด็กจึงเป็นข้อจำกัดที่ สพฐ.ต้องนำเสนอ ศบค.ในการขอเปิดโรงเรียนครั้งนี้ ส่วนโรงเรียนขนาดใหญ่ที่มีเด็กโต ซึ่งอาจจะไม่มีข้อกังวลใจมากเท่าไหร่ แต่เห็นว่าเด็กผู้หญิงบางคนที่อยู่บ้านตามลำพังอาจมีความเสี่ยงในการถูกล่วงละเมิดทางเพศได้ ดังนั้น การมาเรียนอาจเป็นวิธีป้องกันทั้งระบบ และมีเสียงสะท้อนจากเด็ก ๆว่าอยากมาเจอคุณครู  อยากเจอเพื่อนๆ ที่โรงเรียน การเรียนออนไลน์เด็กก็เรียนได้ เรียนเข้าใจ และสบายด้วยไม่ต้องแต่งตัว ใส่ชุดนอนก็เรียนได้ และอุปกรณ์ต่างๆ ก็ไม่มีปัญหา เพราะเตรียมพร้อมหมดแล้ว”

เลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อว่า ขณะนี้หลายประเทศมีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รอบสองรอบสามแล้ว ดังนั้น เราก็เฝ้าระวังเพราะขณะนี้ยังไม่มีประเทศใดผลิตวัคซีรักษาโควิด-19 ได้ เราจึงต้องการ์ดสูงไว้ก่อน ให้ใช้หน้ากากอนามัย การล้างมือ และวัดอุณหภูมิ การเว้นระยะห่างทางสังคม และงดกิจกรรมเสี่ยงของเด็ก และให้นักเรียนสแกนคิวอาร์โค้ด ไทย ชนะ หรือเซ็นชื่อเพื่อให้รู้ว่าเด็กอยู่ที่ใดบ้าง

ส่วนการปรับเกณฑ์การสอบของนักเรียนในช่วงวิกฤติโควิด-19 นี้ ตนได้ชี้แจงให้ทางโรงเรียนไปแล้ว และที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็มีความเป็นห่วงว่า การสอบควรใช้สังเกตุพฤติกรรม และให้คะแนนตามกิจกรรมที่เด็กๆได้กระทำ ซึ่ง สพฐ.ก็ได้แจ้งให้โรงเรียนทุกแห่งไปดำเนินการในการวัดประเมินผลเด็ก ว่า การเรียนการสอนไม่ใช้การสอบเพียงอย่างเดียว แต่การสอบสามารถเน้นใช้การสัมภาษณ์ การสังเกตุ การทำกิจกรรมต่างๆ การอ่าน หรือพฤติกรรมที่เห็นว่าเด็กมีพัฒนาการ  เพราะหลักสูตร 51 ก็ไม่ได้กำหนดว่าต้องสอบอย่างเดียว การประเมินผลมีหลายรูปแบบ แต่มีครูบางคนที่ติดใช้การสอบ  ส่วนการวัดมาตรฐานกลาง  NT หรือ RT ก็ยังคงต้องทำเพื่อวัดมาตรฐานกลางของเด็ก เพื่อให้ทราบว่ามาตรฐานชาติของเด็กในแต่ละระดับขั้นมีผลการเรียนอยู่ตรงไหนอย่างไร เพื่อให้เห็นการพัฒนาการของเด็กและตอบโจทย์สังคม แต่จะไม่มีผลตัดสินในการเรียนปกติของเด็ก

‘ธนพร’ ยื่นสมัครเลขาฯ สกสค. ประกาศสางทุจริต- 8 ปีปลดหนี้องค์การค้าฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/509797

‘ธนพร’ยื่นสมัครเลขาฯ สกสค. ประกาศสางทุจริต- 8 ปีปลดหนี้องค์การค้าฯ

‘ธนพร’ยื่นสมัครเลขาฯ สกสค. ประกาศสางทุจริต- 8 ปีปลดหนี้องค์การค้าฯ

วันพุธ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 13.06 น.

‘ธนพร’ยื่นสมัครเลขาฯ สกสค. ประกาศสางทุจริต- 8 ปีปลดหนี้องค์การค้าฯ

เมื่อเวลา 09.19 น.วันที่ 5 สิงหาคม 2563 ที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) มีการเปิดรับสมัครผู้เข้ารับการสรรหาเป็นเลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. เป็นวันแรก โดย นายธนพร สมศรี รองเลขาธิการคณะกรรมการ สกสค.ได้เดินทางเข้ายื่นใบสมัครเป็นรายแรก

นายธนพร เปิดเผยถึงสาเหตุที่ตัดสินใจลงสมัครรับการสรรหาเป็นเลขาธิการ สกสค.ว่า ในฐานะที่ได้ร่วมอยู่ที่ สกสค.เห็นทั้งปัญหา และโอกาสขององค์กร ส่วนตัวจึงคาดหวังว่าจะได้รับโอกาสในการเข้ามาขับเคลื่อนภารกิจของ สกสค.ให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ พร้อมยืนหยัดเคียงข้าง และทำงานร่วมกับครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยเฉพาะในส่วนของการส่งเสริมสวัสดิการของครู และบุคลากรทางการศึกษาให้ดียิ่งขึ้น

ทั้งนี้จะเร่งผลักดันนโยบายครูไทยสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นการสร้างสรรค์งานเพื่อครูและบุคลากรทางการศึกษา ไม่ว่าจะเป็น การสร้างสรรค์โอกาสการศึกษาต่อ,  การออม และทักษะการเงิน, การสร้างอนาคตให้ลูกหลาน, การส่งเสริมสุขภาพถ้วนหน้า และเมื่อเกษียณอายุราชการไปแล้วเราจะสร้างสรรค์ความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้นให้มีคุณภาพ ที่สำคัญต้องพัฒนากิจการฌาปนกิจให้ทันสมัยในยุคปัจจุบันเพื่อสวัสดิภาพที่ดีแก่ครู และบุคลาการทางการศึกษา

นายธนพร กล่าวว่า ในส่วนขององค์การค้าคุรุสภา ตนมีนโยบายสนับสนุนแนวทางฟื้นฟูที่ผู้อำนวยการองค์การค้าฯเสนอที่คณะกรรมการฯ (บอร์ด) โดยจะเปิดรับคนทำงานที่มีคุณภาพ รายได้เหมาะสม มาร่วมคิดร่วมทำงานขับเคลื่อนองค์กรด้วยกัน และมั่นใจว่าสามารถฟื้นฟู และปลดภาระหนี้สินขององค์การค้าฯกว่า 6,800 ล้าน ได้หมดภายใน 8 ปี

“หากได้รับโอกาส ผมตั้งใจทำให้องค์การค้าฯเป็นองค์กรที่อยู่คู่กับกระทรวงศึกษาธิการ และบุคลากรทางการศึกษาอย่างยั่งยืน โดยการทำงานต้องอยู่บนพื้นฐานโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีธรรมมาภิบาล เช่นเดียวกับกรณีทุจริตคอร์รัปชันใน สกสค. และองค์การค้าฯในอดีต ที่ต้องไม่นิ่งนอนใจในการตรวจสอบตามกระบวนการทางกฎหมาย และให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว เพื่อความสบายใจของสังคม และเป็นลงโทษผู้กระทำผิดให้เป็นตัวอย่าง จะไม่มีใครกล้าทำผิดอีก” นายธนพร กล่าว

นายกฯเผย ‘ในหลวง-พระราชินี’ ทรงห่วงใยน้ำท่วม ตั้งโรงครัวพระราชทานดูแลผู้ประสบภัย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/509630

นายกฯเผย'ในหลวง-พระราชินี'ทรงห่วงใยน้ำท่วม ตั้งโรงครัวพระราชทานดูแลผู้ประสบภัย

นายกฯเผย’ในหลวง-พระราชินี’ทรงห่วงใยน้ำท่วม ตั้งโรงครัวพระราชทานดูแลผู้ประสบภัย

วันอังคาร ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 15.31 น.

4 สิงหาคม 2563 เมื่อเวลา 13.20 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เปิดเผยภายหลังการประชุมครม. ว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณ โดยได้มีการประชุมทางไกลระหว่างศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทานกับท่านราชเลขานุการในพระองค์ และท่านได้นำเรียนแจ้งมาว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี มีพระราชกระแสทรงห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในช่วงที่ผ่านมา และขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือร่วมใจกันช่วยเหลือประชาชนให้ดีที่สุด 

ทั้งนี้ ท่านราชเลขานุการในพระองค์ยังได้แจ้งว่า ขอให้จิตอาสาพระราชทานในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย เปิดโรงครัวพระราชทานในพื้นที่ที่เหมาะสม เพื่อช่วยเหลือประชาชน ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ซึ่งรัฐบาลรับสนองพระบรมราโชบายดังกล่าว 

นายกฯ กล่าวว่า ในเรื่องนี้กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงต่างๆที่เกี่ยวข้องเข้าไปปฏิบัติการก่อนแล้ว ตนได้แจ้งเตือนไปก่อนหน้านี้อย่าคาดการณ์ว่าจะไม่เกิดขึ้น น้ำจะไม่ท่วม น้ำจะไม่มาแรง แต่เมื่อมีฝนตกเกิน 1-2 วัน ต้องควรเก็บข้าวเก็บของขึ้นที่สูง เพราะไม่รู้น้ำป่าจะไหลมาเมื่อไหร่ โดยเฉพาะในจังหวัดภาคเหนือป่าไม้หายไปเยอะ ถ้าเป็นสมัยก่อนน้ำคงไม่ไหลมามากขนาดนี้ แต่ปัจจุบันต้นไม้ใหญ่หายไปหมดแล้ว เพราะฉะนั้นประชาชนต้องเตรียมตัวเองด้วย โดยเฉพาะบ้านชั้นเดียวในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมบ่อยครั้งหรือเป็นประจำ ต้องเตรียมการตัวเองด้วย ไม่อย่างนั้นจะมาบอกเก็บไม่ทันทุกที ต้องเก็บของมีค่าไว้ก่อน อย่างอื่นค่อยว่ากันเอาชีวิตไว้ก่อน

ภาพประกอบข่าว

เสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรมและธรรมาภิบาลใน รร. ถอดบทเรียน สำหรับผู้บริหารขับเคลื่อนต้านทุจริตศึกษา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/509365

เสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรมและธรรมาภิบาลใน รร.  ถอดบทเรียน สำหรับผู้บริหารขับเคลื่อนต้านทุจริตศึกษา

เสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรมและธรรมาภิบาลใน รร. ถอดบทเรียน สำหรับผู้บริหารขับเคลื่อนต้านทุจริตศึกษา

วันอังคาร ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 38 จัดการประชุมโครงการเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมและธรรมาภิบาลในสถานศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 (กิจกรรมโรงเรียนสุจริต)และการประเมิน (ITA Online) ของโรงเรียนคุณภาพประจำตำบลเพื่อขยายผลการดำเนินงานให้สถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 38 ทุกโรงเรียนครบ 100%โดยมีนายนิสิต เนินเพิ่มพิสุทธิ์รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 38เป็นประธานเปิดงาน ณ ห้องประชุม โรงแรมสุโขทัย เทรเชอร์ รีสอร์ทแอนด์ สปา จ.สุโขทัย

กิจกรรมประกอบด้วยการถอดบทเรียน (Best practice)สำหรับผู้บริหารและครู กิจกรรมบริษัทสร้างการดี กิจกรรม ป.ป.ช.สพฐ.น้อย การขับเคลื่อนหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา (Arti-Corruption Education) การประเมินพฤติกรรมความซื่อสัตย์สุจริตของนักเรียน  กิจกรรม 1 โรงเรียน 1 นวัตกรรมต่อต้านการทุจริต การดำเนินงานสื่อสร้างสรรค์ต้านทุจริต (สื่อภาพยนตร์สั้น)และการประเมิน (ITA Online)ของโรงเรียนคุณภาพประจำตำบล โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วยครูผู้รับผิดชอบกิจกรรมโรงเรียนสุจริต จำนวน 47 คน ครู ICTผู้รับผิดชอบเว็บไซต์ของโรงเรียนคุณภาพประจำตำบล จำนวน 35 คนรวมทั้งสิ้น 82 คน

‘ไปรษณีย์ไทย’ เปิดตัวแสตมป์ที่ระลึก 65 พรรษา ‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/509400

'ไปรษณีย์ไทย'เปิดตัวแสตมป์ที่ระลึก65พรรษา'กรมสมเด็จพระเทพฯ'

‘ไปรษณีย์ไทย’เปิดตัวแสตมป์ที่ระลึก65พรรษา’กรมสมเด็จพระเทพฯ’

วันจันทร์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 17.03 น.

“ไปรษณีย์ไทย”เปิดตัวแสตมป์ที่ระลึก65พรรษา”กรมสมเด็จพระเทพฯ” พร้อมจัดนิทรรศการ”ไปรษณีย์กลาง ใต้ร่มพระบารมี”ถึง31สิงหาคมนี้

3 สิงหาคม 2563 บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ออกต­ราไปรษณียากรที่ระลึกในโอกาสที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เจริญพระชนมายุ 65 พรรษา ในปี 2563 ซึ่งเป็นพระฉายาลักษณ์ในฉลองพระองค์ชุดไทยศิวาลัยสีม่วง ซึ่งเป็นสีประจำพระองค์ ทรงผ้าทรงสะพักประดับเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ ประกอบอักษรพระนามาภิไธยย่อ “สธ” พิมพ์สี่สีพร้อมเทคนิคปั๊มฟอยล์ทองบริเวณตัวเลขบอกชนิดราคา และคำว่า ประเทศไทย THAILAND โดยจะออกจำหน่ายในวันที่ 4 สิงหาคม 2563 ราคา 5 บาท ซองวันแรกจำหน่าย 14 บาท จำนวนพิมพ์ 800,000 ดวง สำหรับผู้ที่สนใจสามารถซื้อได้ที่ทำการไปรษณีย์ทุกแห่งทั่วประเทศ พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากร และทางออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน หรือเว็บไซต์ thailandpostmart.com

นอกจากนี้ ไปรษณีย์ไทย ได้มีการจัดกิจกรรมพิเศษ ณ อาคารไปรษณีย์กลาง บางรัก มอบลายเซ็นนักออกแบบแสตมป์ชุดดังกล่าว และแสตมป์วันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ออกจำหน่ายไปเมื่อวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมาด้วย รวมทั้งจัดนิทรรศการพิเศษ “ไปรษณีย์กลาง ใต้ร่มพระบารมี” ในโอกาสครบรอบ 80 ปี อาคารไปรษณีย์กลาง นำเสนอภาพชุดประวัติศาสตร์ที่หาชมได้ยาก เมื่อครั้งในหลวงรัชกาลที่ 10 ขณะทรงพระเยาว์เสด็จฯ เยี่ยมชมกิจการของอดีตกรมไปรษณีย์โทรเลข และโอกาสที่กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯ มายังอาคารไปรษณีย์กลางในหลายวาระ โดยจะจัดไปจนถึงวันที่ 31 สิงหาคมนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมสอบถามได้ที่ ส่วนพิพิธภัณฑ์และกิจกรรมเชิงสังคม ฝ่ายสื่อสารการตลาด โทร. 0 2831 3722 และ 0 2831 3810 หรือทางไลน์ @stampinlove และ THP Contact Center 1545

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

เว็บไซต์ : www.thailandpost.co.th

เฟซบุ๊ก : บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด

ทวิตเตอร์ : @Thailand_Post

ไลน์ออฟฟิเชียล : @Thailand Post

เตรียมชง ศบค.ผ่อนปรน 4,500 โรงเรียน เปิดสอนตามปกติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/509298

เตรียมชง ศบค.ผ่อนปรน 4,500 โรงเรียน เปิดสอนตามปกติ

เตรียมชง ศบค.ผ่อนปรน 4,500 โรงเรียน เปิดสอนตามปกติ

วันจันทร์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 14.01 น.

เตรียมชง ศบค.ผ่อนปรน 4,500 โรงเรียน เปิดสอนตามปกติ

3 สิงหาคม 2563 ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. กล่าวตอบคำถามระหว่างแถลงสถานการณ์รายวัน กรณีมีผู้ปกครองสอบถามจะสามารถเปิดการเรียนตามปกติได้เมื่อไร เนื่องจากสอบถามไปยังกระทรวงศึกษาธิการบอกว่า ศบค.ยังไม่อนุญาต ว่า เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ได้มีการพูดคุยใน ศบค.ชุดเล็กกันว่าโรงเรียน 4,500 กว่าแห่ง ต้องมีการสลับเรียนในเรื่องข้อจำกัดความแออัดในชั้นเรียน ซึ่งโรงเรียนดังกล่าวไม่ได้ขึ้นอยู่กับกระทรวงศึกษาที่เดียว เพราะยังมีโรงเรียนวัด ซึ่งอยู่ในสังกัดสำนักพระพุทธศาสนา (พศ.) โรงเรียนเอกชน เป็นต้น นอกจากนี้ วันเดียวกันนี้กระทรวงศึกษาธิการ จะมีการประชุมในเรื่องดังกล่าว และจะต้องขออนุญาตเข้ามาเป็นชุด

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) สามารถอนุมัติได้เลย ไม่ต้องรอที่ประชุมใหญ่ ศบค. แต่ขึ้นอยู่กับกระทรวงศึกษาธิการรวบรวมข้อมูล โดยคาดว่าจะมีการนำเสนอภายในสัปดาห์นี้ และเข้าสู่คณะกรรมการเฉพาะกิจฯ ภายในสัปดาห์หน้า ก็จะพยายามให้เปิดได้ แต่ต้องดูมาตรการของแต่ละชั้นเรียน เพื่อให้มั่นใจว่าไปเรียนแล้วจะไม่ติดเชื้อ

‘เมียครูบำนาญ’ ปีนต้นไทรหน้าศธ. ร้องรมต. เงินชพค. ของสามีไม่เหลือสักบาท #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/509264

'เมียครูบำนาญ'ปีนต้นไทรหน้าศธ. ร้องรมต.เงินชพค.ของสามีไม่เหลือสักบาท

‘เมียครูบำนาญ’ปีนต้นไทรหน้าศธ. ร้องรมต.เงินชพค.ของสามีไม่เหลือสักบาท

วันจันทร์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 12.14 น.

3 สิงหาคม 2563 มื่อวลา 09.30 น. นางเหมวดี อยู่ถมยา ภรรยาของนายนคร อยู่ถมยา ครูบำนาญ จ.กำแพงเพชร ซึ่งเสียชีวิตเมื่อวัน 17 พ.ค.2563 หลังจัดงานศพสามีเสร็จ นางเหมวดี ได้ไปติดต่อเพื่อขอรับเงินการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา(ชพค.) ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป. เขต 2 กำแพงเพชร จ.กำแพงเพชร แต่เจ้าหน้าที่แจ้งว่า เงินของสามีตนไม่เหลือแล้วเพราะนายนครได้นำเงินไปค้ำประกันเงินกู้สหกรณ์ออมทรัพย์ครู เงินกู้ธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทยหมดแล้ว ไม่เหลือเงินเลย นางเหมวดี จึงเดินทางมาปีนต้นไทรที่สนามหญ้าในกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อขอความเป็นธรรมจากรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ เพราะกลัวว่าจะไม่มีเงินส่งให้ลูกชายเรียนหนังสือ 

ต่อมานายธนพร สมศรี รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(รองเลขาธิการ สกสค.) ได้เดินทางมาเจรจาขอร้องให้นางเหมวดีลงมาจากต้นไม้ เพื่อพามาพูดคุยรับฟังปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อหาทางแก้ไข โดยใช้เวลาครึ่งขั่วโมงในการสอบถามปัญหาพร้อมชี้แจงทำความเข้าใจ

นายธนพร กล่าวว่ภายหลังพูดคุยกับนางเหมวดี ว่าปัญหาวันนี้เกิดจากการให้บริหารของเจ้าหน้าที่ เพราะทุกเรื่องมีระเบียบขัดเจนอยู่แล้ว แต่ที่ทำให้ผู้รับบริการไม่เข้าใจจนเกิดภาวะคับคร่องใจ  อาจจะเกิดจากเจ้าหน้าที่ของเราบกพร่องไม่ได้ใช้ความอดทนและมองผู้ใช้บริการอย่างเข้าใจ จึงทำให้นางเหมวดีต้องมาเรียกร้อง ตนก็ไม่ได้ตำหนิเจ้าหน้าที่ แต่อยากให้ทุกๆคนช่วยกัน มีหัวใจบริการ (Service Mind)ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญ ถ้าเจ้าหน้าที่ตั้งใจฟังเขาแล้วจะเข้าใจว่าปัญหาจริงๆคืออะไร ทุกเรื่องมีทางออก ถึงแม้เขาจะไม่ได้รับ สิทธินั้นตามกฏหมาย แต่ถ้าเราอธิบายด้วยความเข้าใจและใจเย็นๆ และวิเคราะก่อนด้วยว่าเราะอธิบายเขาอย่างไรให้เขาเข้าใจ เพราะคนเรามีการศึกษาและภูมิหลังที่ไม่เท่ากัน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องของความพยายามในการสื่อสารของเจ้าหน้าที่

“ผมเคยหารือกับท่านณัฏฐพล ทูปสุวรรณ รมว.ศธ. ในเรื่องการให้บริการมาก่อนแล้ว ท่านก็อยากจะปรับปรุงพื้นฐานการให้บริการ ว่าเจ้าหน้าที่จะต้องมีความเข้าใจ  เข้าถึง โดยเฉพาะ สกสค.ต้องดูแลครูผู้สูงอายุที่ปลดประจำการไปแล้วมีจำนวนมาก ผมจึงอยากให้เจ้าหน้าที่ สกสค.ทุกคนมีจิตใจบริการ มองผู้ที่มารับบริการว่าที่เขามาเพราะความเดือดร้อนจึงต้องรับฟัง เพราะคนที่มาแต่ละคนมีองค์ความรู้และภูมิหลังไม่เท่ากัน ฉะนั้น เราต้องใจเย็นๆและมีศิลปะในการอธิบาย ส่วนเงิน ชพค.สามีของนางเหมวดีนั้น ผมต้องขอดูเอกสารทั้งหมดก่อนยังให้คำตอบตอนนี้ไม่ได้ เพราะเร็วเกินไป อาจจะมีข้อติดขัดเรื่องระเบียบบางอย่าง แต่ว่าทุกอย่างมีทางออก เราจะไม่ทิ้งให้ใครอยู่ในช่องว่างของกฏหมายแล้วถูกตัดสิทธิอย่างแน่นอน ซึ่งจากที่ผมได้ชี้แจงแล้วนางเหมวดีก็เข้าใจ” นายธนพร กล่าว 

ด้านนางเหมวดี กล่าวว่า หลังจากที่ตนไปติดต่อเพื่อขอรับเงินการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา(ชพค.) ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป. เขต 2 กำแพงเพชร จ.กำแพงเพชร แต่เจ้าหน้าที่แจ้งว่า เงินของสามีตนไม่เหลือแล้ว เพราะสามีได้นำเงินไปค้ำประกันเงินกู้สหกรณ์ออมทรัพย์ครู เงินกู้ฉุกเฉิน เงินกู้ธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทยหมดแล้ว ไม่เหลือเงินสักบาท แล้วตนจะเอาเงินที่ไหนเลี้ยงลูก จึงเกิดความเครียดเพราะลูกชายก็อายุยังน้อย จึงพากันเดินทางมาร้องขอความเป็นธรรมจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

จุฬาฯรับทุน TED Fund ผลิตถุงพลาสติก ยืดอายุพืชผลเกษตร-เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/509156

จุฬาฯรับทุน TED Fund ผลิตถุงพลาสติก  ยืดอายุพืชผลเกษตร-เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม

จุฬาฯรับทุน TED Fund ผลิตถุงพลาสติก ยืดอายุพืชผลเกษตร-เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม

วันจันทร์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นายชาญวิทย์ ตรีเดช ผู้จัดการกองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TED Fund) กล่าวว่า สืบเนื่องจากปัญหาขยะพลาสติก กำลังได้รับความสนใจและหาทางป้องกันอย่างจริงจังจากทั่วโลกนั้น TED Fund ได้เห็นถึงความสำคัญและมุ่งเน้นส่งเสริมสนับสนุนทุนให้แก่ผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม ตลอดจนเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง

เช่น การอนุมัติทุนสนับสนุนให้กับ บริษัท การ์เด้น เฟร็ซ จำกัด ซึ่งเป็น SME ในเครือข่ายของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CU Innovation Hub) ได้รับทุนสนับสนุนจาก TED Fund ประเภทธุรกิจเทคโนโลยี สาขาเคมีชีวภาพและเชื้อเพลิงชีวภาพ เพื่อผลิตถุงพลาสติกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยได้มีการนำออกจำหน่ายในตลาดให้แก่เกษตรกร และผู้บริโภคแล้ว โดย การ์เด้น เฟร็ซ ได้ดำเนินการวิจัยและพัฒนาผลผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม คือ ถุงพลาสติกชีวภาพ (Garden Fresh) เพื่อเก็บและยืดอายุพืช-ผลไม้สด

โครงการถุงพลาสติกชีวภาพยืดอายุพืชผลสด ใช้วัตถุดิบประเภท PLA (Poly Lactic Acid) ซึ่งเป็นพลาสติกที่มีส่วนผสมจากส่วนประกอบข้าวโพด และ/หรือ ธัญพืช ซึ่งได้รับการรับรองการย่อยสลายทางชีวภาพตามมาตรฐาน ISO 14855-1 จาก MTEC หรือศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ว่าสามารถย่อยสลายทางชีวภาพภายในเวลา 4 เดือน สามารถเก็บพืชผักสด และผลไม้

ถุงพลาสติกดังกล่าวสามารถเก็บมะม่วงได้นานขึ้นอีก 1-3 วัน เก็บเห็ดฟางได้นานขึ้นอีก 1-2 วัน รวมทั้งอาหารพร้อมปรุง และพร้อมรับประทาน เช่น ชุดส้มตำ ชุดต้มยำ ฯลฯ เป็นต้น ที่ผ่านมาสามารถยืดอายุเห็ดฟางที่ส่งออกไปยังประเทศบรูไน รวมถึงร้านอาหารไทยอีก5 แห่ง ต่างพอใจในเห็ดฟางที่ซื้อไปประกอบอาหาร อย่างไรก็ตาม การยืดอายุพืชผักและผลไม้สด ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสมบัติของถุงพลาสติกเพียงอย่างเดียว แต่มีองค์ประกอบในเรื่องของการควบคุมอุณหภูมิและความชื้นตลอดระยะเวลาที่เก็บ รวมทั้งคุณภาพของพืชผลสดที่เก็บมาด้วย

‘เฟสท์’ มอบเครื่องกำจัดขยะอาหาร มูลนิธิอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธรฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/509155

‘เฟสท์’มอบเครื่องกำจัดขยะอาหาร  มูลนิธิอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธรฯ

‘เฟสท์’มอบเครื่องกำจัดขยะอาหาร มูลนิธิอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธรฯ

วันจันทร์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ นายวิชาญ เจริญกิจสุพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกิจการเยื่อและกระดาษ บริษัทผลิตภัณฑ์กระดาษไทย จำกัด ในเอสซีจีแพคเกจจิ้ง ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายบรรจุภัณฑ์อาหารปลอดภัยเฟสท์ พร้อมด้วย นางวิมล จันทร์เทียรผู้อำนวยการแบรนด์เฟสท์ บริษัทผลิตภัณฑ์กระดาษไทยและคณะผู้บริหารจากองค์กรพันธมิตร เป็นตัวแทนมอบเครื่องกำจัดขยะอาหาร เพื่อผลิตเป็นปุ๋ยอินทรีย์ ให้กับมูลนิธิอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธรฯ โดยมี ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานมูลนิธิอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธรฯ เป็นผู้รับมอบ

ซึ่งบรรจุภัณฑ์อาหารปลอดภัยเฟสท์ มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์อาหารที่มีความสะอาดปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบสนองวิถีชีวิตและความต้องการใช้งานของผู้บริโภค โดยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ให้สังคมไทยสามารถเข้าถึงบรรจุภัณฑ์อาหาร ที่มีความปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อันเป็นการตอบรับกับนโยบายของภาครัฐในการลดผลกระทบที่เกิดจากปริมาณขยะพลาสติก โฟม และเศษวัสดุที่ย่อยสลายไม่ได้

จึงได้ร่วมลงนามความร่วมมือกับพันธมิตร 9 องค์กร ประกอบด้วย กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีก (Modern Trade) กลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหาร (Chain Restaurant) และสถาบันการศึกษา ได้แก่ บริษัทสยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน)บริษัทเซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด เมืองสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ บริษัท บุญตงกี่(ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ธนพัฒนาอาหารไทย จำกัด มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

เพื่อสร้างเครือข่ายองค์กรที่มีความประสงค์จะร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้บริโภคในสังคมไทยสามารถเข้าถึงบรรจุภัณฑ์อาหารที่มีความปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงร่วมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เกิดการหมุนเวียนใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่อย่างยั่งยืน โดยบรรจุภัณฑ์อาหารปลอดภัยเฟสท์ นำรายได้จากการขายบรรจุภัณฑ์อาหารปลอดภัยเฟสท์ทุกแพ็กที่จำหน่ายให้กับพันธมิตรทั้ง 9 ราย ตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2562-ม.ค. 2563 มูลค่าแพ็กละ 1 บาท มาจัดซื้อเครื่องกำจัดขยะอาหารเพื่อผลิตเป็นปุ๋ยอินทรีย์

โดยช่วยลดปริมาณขยะอาหารได้สูงสุดถึง 30 ตันต่อปี ลดปริมาณคาร์บอนฟุตปริ๊นท์ได้ถึง 75.9 ตันต่อปีโดยประมาณ ส่งมอบให้กับมูลนิธิอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธรฯ พร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์ เพื่อจัดเป็นศูนย์การเรียนรู้เกี่ยวกับการคัดแยกขยะ และนำขยะอาหารกลับมาใช้ประโยชน์ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy เพื่อขับเคลื่อนและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคมไทยให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน